Group Blog
 
All blogs
 

#ชีวิตที่เร็วไป

ทุกวันนี้คุณมีความสุขดีไหมครับ? อย่าเพิ่งรีบตอบ ลองค่อยๆ คิด ผมให้เวลาคิด ๑ นาที อย่าเพิ่งอ่านต่อนะครับ

ถ้าหลังจาก ๑ นาทีแล้วรู้สึกว่า ยังไม่ได้คำตอบ ไม่ต้องรีบครับ ผมไม่จำกัดเวลาแล้วครับ เอาคำตอบที่ออกมาจากใจนะครับ

ผมลองตั้งเงื่อนเวลา ๑ นาทีขึ้นมา โดยผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะตอบได้ภายใน ๑ นาทีนั้น แต่จะเป็นคำตอบที่ถูกต้องหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่ครับ

เวลาของคนสมัยนี้ดูจะถูกจำกัดไปด้วยปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีที่มา และส่วนมากแล้วประสานร่วมกันเป็นเหตุและผล อย่างที่บางทีเราคิดไม่ถึง ก็เหมือนกับคำสอนของท่านติช นัท ฮันห์ ที่พยายามให้มองสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้งและเกี่ยวพัน

มองกระดาษแผ่นหนึ่งก็มองให้เห็นก้อนเมฆ สายฝน แสงแดด ซึ่งล้วนก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของต้นไม้ กระดาษจึงถูกสร้างออกมาได้

ชีวิตของคนปัจจุบันที่มีความสะดวกสบายทางด้านเทคโนโลยี แต่มนุษย์กลับใช้เทคโนโลยีอย่างมากเกินไป หรือไม่ได้ใช้ประโยชน์แห่งเทคโนโลยีนั้นอย่างสร้างสรรค์ ทำให้วิถีแห่งการดำเนินชีวิตเปลี่ยนไป มนุษย์ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ไม่ได้มีความสุขกว่าคนเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว หรือร้อยปีที่แล้ว มนุษย์ก็ยังมีทุกข์ดังเดิม ไม่สามารถหลุดพ้นไปจากกฏของธรรมชาติไปได้ และน่าจะทุกข์มากกว่าคนในอดีตเสียอีก

ทำไมเราจึงเป็นแบบนี้?

การชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน การแก่งแย่งใช้ทรัพยากร ความแออัด สิ่งแวดล้อมที่แย่ลง ครอบครัว สังคม การงาน ค่านิยมที่มุ่งไปที่วัตถุมากกว่าจิตใจ ล้วนส่งผลถึงพฤติกรรม ความคิดของเรา ไม่มากก็น้อย คนสมัยนี้จึงมีจิตใจอ่อนแอแต่มีสัมผัสที่แข็งกระด้าง เหงา ว้าเหว่ อยู่กับตัวเองไม่ได้ วิ่งไล่หาความสุขโดยการซื้อหามา และที่สำคัญ มีทัศนคติในการมองโลกในแง่ลบ ตั้งต้นก็ลบแล้ว จะพบสุขแท้ได้ยังไง

แล้วเราจะทำอย่างไร อาจจะมีวิธีมากมายหลายประการ แต่ผมอยากจะนำเสนอ ข้อคิด ข้อปฏิบัติบางอย่างที่อาจจะนำสุขให้เกิดกับผู้อ่านได้ไม่มากก็น้อย

ผมอยากลองชวนให้มาลองทำชีวิตให้ช้าลงกันดีไหมครับ

มาลองสวนกระแสกัน คนรอบข้าง สังคมอาจจะบอกว่าให้คุณเร่งรีบ ให้คุณเร็ว เข้าถึงข้อมูลและทรัพยากรให้เร็วๆ แต่ผมอยากให้เราลองทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามดู

นานมาแล้วครับ ผมได้รับ forward email ที่น่าสนใจ ชื่อว่า slow dance / slow food โดยในบทความนั้นมีการกล่าวถึงกลอนของหนูน้อยชาวญี่ปุ่นที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง เธอมีเวลาเหลืออยู่บนโลกเพียง ๖ เดือน ผมขอคัดนำข้อความที่น่าสนใจมานำเสนอ ดังนี้

When you ask "How are you?" (เมื่อคุณถามใครซักคนว่า "คุณสบายดีไหม")
Do you hear the reply? (คุณตั้งใจฟังคำตอบของคนๆ นั้นหรือไม่)
When the day is done (เมื่อหมดไปอีกวัน)
Do you lie in your bed (คุณพักผ่อนเอนหลังลงบนเตียง...)
With the next hundred chores Running through your head? (โดยยังคงคิดถึงสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำอีกหลายร้อยอย่างรึเปล่า?)
You'd better slow down. (คุณควรจะช้าลงบ้าง)
Don't dance so fast. (อย่าเต้นจนเร็วไปนัก - เร็วเกินจังหวะของชีวิต)
Time is short. (เวลามีน้อย)
The music won't last. (เพลงย่อมมีวันจบลง)

Ever lost touch, (เคยเสียความสัมพันธ์ไหม)
Let a good friendship die (โดยปล่อยให้มิตรภาพจบลง)
Cause you never had time (เพราะคุณไม่เคยมีเวลา...)
To call and say "Hi"? (แม้แต่จะโทรไปหา และทักทายสวัสดี?)
You'd better slow down. (คุณควรจะช้าลงบ้าง)
Don't dance so fast. (อย่าเต้นจนเร็วไปนัก - เร็วเกินจังหวะของชีวิต)
Time is short. (เวลามีน้อย)
The music won't last. (เพลงย่อมมีวันจบลง)

When you run so fast to get somewhere (เมื่อคุณวิ่งอย่างเร็วเพื่อไปถึงจุดหมายซักแห่ง)
You miss half the fun of getting there. (คุณพลาดความสนุกในการเดินทางไปครึ่งหนึ่ง)
When you worry and hurry through your day, (เวลาในแต่ละวันที่คุณกังวลและรีบเร่ง...)
It is like an unopened gift.... (ก็เหมือนกับ ของขวัญที่ยังไม่ได้เปิด...)
Thrown away. (แต่ถูกโยนทิ้งไป)
Life is not a race. (ชีวิตไม่ใช่การแข่งขัน)
Do take it slower (ใช้มันให้ช้าลง)
Hear the music (ฟังดนตรีให้เข้าใจและเข้าถึง)
Before the song is over. (ก่อนที่เพลงจะจบลง)

(ผมแปลเอง ถ้าผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ)

ถ้าใครถนัดภาษาอังกฤษ ลองอ่านสิ่งที่หนูน้อยผู้จากโลกนี้ไปเขียนดูครับ

http://www.breakthechain.org/exclusives/slowdance.html

หนูน้อยคนนี้กำลังบอกอะไรเราครับ? หากคุณลองคิดเล่นๆ ว่า หากคุณเป็นหนูน้อยคนนี้ เมื่อคุณมีเวลาเหลือเพียงเล็กน้อย คุณจะทำอะไร

หลายคนคงจะเร่งรีบทำสิ่งต่างๆ ให้มากที่สุด ฉันจะต้องทำโน้นนี่ หากลองจดลงกระดาษอาจจะมีรายการเป็นร้อยเป็นพัน

คุณเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ ของธรรมชาติ เป็นจุดเล็กๆ แม้จะไม่มีคุณ ชีวิตของคนอื่นๆ ก็ยังดำเนินต่อไป โลกก็ยังหมุนไป พระอาทิตย์ก็ยังขึ้นทางทิศตะวันออก สาดแสงกระตุ้นให้นกและสัตว์ออกมาหากินตอนเช้าตรู่

ผมอยากจะบอกคุณว่า คุณอาจมีบทบาทที่สำคัญสำหรับโลกนี้ แต่ก็มิได้เป็นสิ่งที่ขาดมิได้ อย่ากังวลมากจนเกินไป

คนที่เข้าใจตัวเอง ธรรมชาติและโลกอย่างลึกซึ้ง และปฏิบัติต่อโลกด้วยความเข้าใจและปรารถนาดี คือคนที่คุ้มค่ากับการเกิดมา มิใช่คนที่ทำสิ่งต่างๆ มากที่สุด หรือคนที่รวยที่สุดแต่อย่างใด

ลองมองสิ่งต่างๆ อย่างลึกซึ้ง มองให้ช้าลง ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำ ใน forward email นั้นมีวิธีการในการปฏิบัติเพื่อทำให้ชีวิตช้าลงอยู่หลายประการ แต่ผมขอเลือกมาเพียงบางประการที่สำคัญ และขอใส่คำอธิบายหรือความเห็นส่วนตัวลงไปครับ

๑. ทำทีละอย่าง - ข้อนี้ผมว่าดี ปกติเรามักจะทำอย่างหนึ่งและคิดถึงสิ่งอื่นๆ ลองดูสิครับว่าในช่วงเวลาครึ่งชั่วโมง คุณคิดถึงอะไรไปกี่อย่าง

การทำทีละอย่าง ก็เหมือนกับการฝึกสมาธิ ฝึกสตินั่นละ การทำทีละอย่าง จะทำให้คุณเข้าใจ เข้าถึงสิ่งที่คุณทำได้ลึกซึ้งขึ้นไปอีก เวลาฟังเพลง ลองตั้งใจฟังดูสิครับ ฟังอย่างเดียว บางทีเพลงๆ หนึ่งที่คุณชอบ คุณอาจจะชอบเพลงนั้นมากขึ้นไปอีกก็ได้ เพราะคุณอาจจะได้ยินบางสิ่งที่คุณไม่เคยได้ยินจากการทำอย่างอื่นควบคู่ไปกับการฟังเพลง

๒. หายใจช้าๆ - มนุษย์ต้องหายใจ เราหายใจจนชิน จนเราไม่รู้ว่าเรากำลังหายใจอยู่ ในทางสุขภาพแล้ว การหายใจช้าๆ แต่ลึก ได้ปริมาณของออกซิเจนมาก จะทำให้คนๆ นั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง ลองดูสิครับ เมื่อนึกขึ้นมาได้ ก็ให้หายใจลึกๆ ยาวๆ ติดตามลมหายใจนั้น นิ่งๆ สงบๆ ดูครับ

๓. ไม่ทำอะไรเลยบ้าง - พอหายใจช้าๆ แล้ว ลองอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอย่างอื่น คนสมัยนี้อยู่นิ่งไม่ค่อยเป็นครับ ลองเฝ้ามองดูจิตใจของตัวเอง ดูว่ามันวิ่งไปไหนแล้ว คิดอะไรอีกแล้ว ช่วงแรกๆ ผมว่าไม่ง่าย เพราะจิตใจของเรามักจะไม่อยู่กับที่ แต่หากลองฝึกไปซักพักและต่อเนื่อง คุณอาจพบความสงบที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วก็ได้

เอาแค่สามข้อนี้ก็พอครับ ลองทำเมื่อนึกขึ้นได้

หากต่อไปคุณจะน้อมนำธรรมะเข้าสู่จิตใจของคุณ การปฏิบัติทั้งสามข้อจะเป็นพื้นฐานที่ดีโดยคุณไม่รู้ตัว คุณจะมีสติ และผู้มีสติจะพบความสุข ใช้ชีวิตให้ช้าลง หยุดพักความคิดของคุณบ้าง คุณจะพบว่าคุณมีความสุขขึ้น ชีวิตคุณอาจจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นได้

อีกเรื่องที่สำคัญ ก็คือ ทัศนคติในการดำเนินชีวิต สิ่งหนึ่งที่ผมยึดถือปฏิบัติตลอดมา คือการมองโลกในแง่ดี จะหาคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆ มีน้อยเหลือเกินครับ ผมขอยกตัวอย่างคนที่มองโลกในแง่ดีกับเรื่องในชีวิตประจำวันง่ายๆ ดังนี้ครับ

วันนี้ผมมาทำงานสาย เลยได้จอดรถไกลกว่าที่เคยจอด ผมจะบอกตัวเองว่า "เออดี จะได้ออกกำลังกาย ช่วงนี้ยิ่งอ้วนๆ อยู่" คนที่มองโลกในแง่ลบ จะบอกว่า "โห ไกลจัง" และบางทีอาจจะทำผิดกฏเกณฑ์บางอย่างต่อไปได้ เช่น ไปจอดรถขวางรถคนอื่น จอดในที่ห้ามจอด เพื่อความสบายของตนเองเท่านั้น โดยคุณอาจจะลืมไปว่า คุณมาสาย + คนที่คุณจอดรถขวาง เขาต้องเข็นรถของคุณ และถ้าเกิดมือเขาเจ็บอยู่ เขาคงจะลำบากกายมิใช่น้อยในการเข็นรถให้พ้นจากการขีดขวางได้ หรือหากเขารีบเพราะลูกป่วย แทนที่เขาจะได้ขับรถออกไปเลย เขากลับต้องเสียเวลาอันมีค่า ในการเข็นรถของคุณ เวลาเสี้ยววินาทีก็มีค่าจริงไหมครับ

การมองโลกให้รอบด้าน คิดถึงส่วนรวมไม่น้อยไปกว่าส่วนตัว มองสิ่งต่างๆ ด้วยความรู้สึกดี ไม่สร้างความขุ่นมัวให้กับตัวเอง คุณจะพบว่า ชีวิตส่วนใหญ่ของคุณเป็นชีวิตที่ดี คุณจะรู้สึกเบาๆ และมีสุข จะสถานการณ์ใด คุณก็หาทางออกที่ดีได้เสมอ เพราะหัดเป็นคนคิดเป็นและคิดดี

ลองดูนะครับ ลองช้าดูบ้าง ไม่ต้องรีบ มองสิ่งต่างๆ ให้ละเอียดขึ้น มีสติในการมอง ร่วมกับการมองโลกในแง่ดี

การเกิดมาเป็นมนุษย์นั้นมิใช่สิ่งง่าย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ไม่ใช่ฟลุ๊ค ขอให้การเกิดมาคุ้มค่า เป็นจุดเล็กๆ บนโลกที่สร้างสรรค์ สร้างประโยชน์

หากคุณมีเวลาเหลือบนโลกนี้ไม่มาก ผมไม่รู้ว่าตอนนี้รายการที่จดลงกระดาษถึงสิ่งคุณจะทำ ได้ลดน้อยลงรึเปล่าครับ?

สวัสดีครับ




 

Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2551    
Last Update : 19 ธันวาคม 2553 20:40:38 น.
Counter : 241 Pageviews.  

1  2  

โชคดีที่เกิดมา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ธรรมชาติ ธรรมะ ดนตรี กีฬา หนัง หนังสือ เป็นสิ่งที่ชอบ เชื่อว่า ชั่วขณะเดียวเท่านั้นที่เรามีชีวิตอยู่ ก็คือปัจจุบัน - ชีวิตไม่มีวันพรุ่งนี้
Friends' blogs
[Add โชคดีที่เกิดมา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.