If you tremble with indignation at every injustice.Then you are a comrade of mine.
Group Blog
 
All Blogs
 
ซิดนีย์-ออสเตรเลีย(Sydney-Australia)


ออสเตรเลียมีชื่อประเทศอย่างเป็นทางการว่า
“เครือรัฐออสเตรเลีย” (Commonwealth of Australia) ประเทศออสเตรเลียเคยเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษมาก่อน   ปัจจุบันเป็นประเทศในเครือจักรภพ  และออสเตรเลียเป็นประเทศเดียวในโลกที่เป็นเจ้าของทวีปด้วย   ทวีปออสเตรเลียเป็นทวีปที่เล็กที่สุด  เรื่องของทวีปแล้วแต่บทเรียนในแต่ละประเทศว่าจะแบ่งเป็นกี่ทวีป  บ้างก็ว่า 4 บ้างก็ว่า 5 ,6 และ 7   แต่ที่เป็นที่ยอมรับกันและในประเทศไทยสอนกันมาคือมี 7 ทวีป ได้แก่ แอฟริกา แอนตาร์กติกา เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ ออสเตรเลีย และอเมริกาใต้
 
ประวัติศาสตร์นั้นนักโบราณคดีเชื่อว่ามนุษย์กลุ่มแรกที่อาศัยอยู่ในออสเตรเลียนั้นคือ ชาวอะบอริจินนิส(Aborigines) ซึ่งอพพยพมาจากดินโดนีเซียเมื่อ 50,000 ปีก่อน  ชาวอะบอริจินผิวจะสีดำ ผมหยิก เป็นชนพื้นเมืองของออสเตรเลีย  เมื่อชาวยุโรปเข้ามาลักษณะก็คล้าย ๆ กับอเมริกาที่มีชาวพื่นเมืองเป็นอินเดียแดงการ  ค้นพบออสเตรเลียของชาวยุโรปครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในปีพ.ศ. 2149 เป็นเรือของชาวดัตช์ โดยกัปตัน Willem Janszoon ไม่ใช่กัปตัน Jack Sparro เมื่อค้นพบก็มีการทำแผนที่ชายฝั่งส่วนหนึ่งของออสเตรเลีย ระหว่างปีพ.ศ. 2149 หลังจากนั้นอีกร้อยกว่าปี พ.ศ. 2313 มีเรือของชาวยุโรปประมาณ 54 ลำจากหลายชาติเดินทางมาที่ออสเตรเลีย ซึ่งรู้จักในขณะนั้นว่านิวฮอลแลนด์ ในปี ค.ศ. 1770 ตรงกับ พ.ศ. 2313 เจมส์ คุก เดินทางมาสำรวจออสเตรเลียและทำแผนที่ชายฝั่งตะวันออกของออสเตรเลีย และได้ประกาศให้เป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ให้ชื่อว่านิวเซาท์เวลส์ ต่อมาสหราชอาณาจักรใช้ประเทศออสเตรเลียเป็นอาณานิคมสำหรับนักโทษ (penal colony) ยุคนั้นคงเป็นยุคของการล่าอาณานิคม ฝูงเรือแรกเดินทางมาถึงออสเตรเลียที่อ่าวซิดนีย์ในปีพ.ศ. 2330 ในวันที่ 26 มกราคม (ค.ศ. 1788) ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอิศรสุนทรฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย (ร.2 ของไทย) ดังนั้นภูมิใจได้อย่างหนึ่งว่าประเทศไทยเรามีประวัติศาสตร์ชาติพันธ์ที่ยาวนามกว่าออสเตรเลียเยอะ  กลับเข้ามาเรื่องของประวัติออสเตรเลียต่อครับ หลังจากที่นักโทษจากอังกฤษเข้ามาอาศัยอยู่ก็ตามมาด้วยครอบครัวทหาร  และเริ่มมีผู้อพยพจากชาติอื่น ๆ เข้ามาในปี พ.ศ. 2336  บนเกาะแทสมาเนีย(รุ่นพี่บอกว่าสวยมาก  แต่ยังไม่เคยไป) ในปี พ.ศ. 2357 (ค.ศ. 1814) นักเดินเรือชาวอังกฤษชื่อ Mathew Flinders ผู้ทำแผนที่ออสเตรเลีย และได้เสนอให้เรียกชื่อเกาะแห่งนี้ว่า “ออสเตรเลีย” ต่อมาสหราชอาณาจักรประกาศสิทธิในฝั่งตะวันตกในปีพ.ศ. 2372

นั่นเป็นประวัติคร่าว ๆ ของออสเตรเลีย  แต่ที่แน่ ๆ คือคนไทยจะเดินทางเข้าประเทศออสเตรเลียต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ  เพราะแน่นอน 1 เหรียญออสเตรเลียประมาณ 25 บาทบ้านเราประกอบกับคนไทยเยอะแยะเดินเหยียบกันตาย  ร้านอาหารไทยเต็มไปหมด   หากไม่มีการขอวีซ่าคาดว่าพี่ไทยหลายคนคนหนีการเมืองวุ่นวายไปขุดทองกันที่โน่นเต็มไปหมด   แต่จากประสบการณ์ตนเองที่มีโอกาสได้ทำงานที่โน่นมาระยะหนึ่ง  ขอนั่งยันนอนยัน ตีลังกายัน  ว่าไม่มีทองในขุดแล้ว โอกาสทางการทำงานของชนต่างชาติก็ไม่เท่ากับพลเมืองของเค้า  ส่วนเรื่องของการขอวีซ่านั้นสำหรับผมว่าออสเตรเลียขอไม่ยากครับ   การให้บริการผ่าน Outsource ทำให้การบริการดีมากท่านสามารถดูรายละเอียดการขอวีซ่าได้ที่
http://www.vfs-au.net/thai/forms/ThaiInformationSheet5VisitorJuly06.pdf

การจะขอวีซ่าเข้าประเทศใดนั้นผมว่าหลักสำคัญมีอยู่แค่เพียง 2 ข้อ คือ
1. ท่านมีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะดำรงชีวิตอยู่ระหว่างที่ท่านอยู่ในประเทศนั้น ๆ คำว่าทุนทรัพย์ไม่ว่าจะเป็นของท่านเองหรือผู้อุปถัมป์  อันจะก่อให้เกิดภาระกับรัฐบาลของประเทศนั้นๆ
2. ท่านแสดงให้สถานทูตเห็นว่าท่านมีความผูกพันกับถิ่นที่อยู่ของท่าน  กล่าวคือท่านจะไม่เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองถาวร (โรบินฮู้ต)
3. ท่านไม่เป็นผู้ที่จะไปสร้างความวุ่นวายหรือสร้างความไม่สงบ หรือเป็นอันตรายกับประชากรของประเทศที่ท่านจะไป กล่าวคือ ท่านไม่ได้มีคดีทางอาชญากรรม   เป็นผู้ก่อการร้าย หรือเป็นพวกต้องสงสัยว่าจะไปทำมิดีมิร้ายกับประชากรของประเทศที่ท่านจะไป

ผมว่าหลักง่าย ๆ เท่านี้ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับอนุมัติวีซ่าเข้าประเทศแล้ว  ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยก็ว่ากันไป  แล้วแต่ประสบการณ์และการพบเจอของแต่ละท่านครับ   บางครั้งอ่านแล้วก็ปวดหัวเพราะแต่ละคนมีวิถีที่แตกต่างกันจะใช้เป็นบรรทัดฐานหาได้ไม่(เชื่อผม)

Free TextEditor
ออสเตรเลียเป็นประเทศกว้างใหญ่ ภูมิประเทศมีความหลากหลายทางชีวภาพ และมีเส้นทางให้ท่องเที่ยวมากมายแต่ที่เป็นที่นิยมของชาวไทย และย่านประเทศเพื่อนบ้านได้แก่ ซิดนีย์ โกลด์โคสต์ บริสเบน เมลเบิร์น หรือทางตะวันตก เช่น เพิร์ธ เกาะเล็ก ๆ ของออสเตรเลียที่ไม่ควรมองข้าม คือ แทสมาเนีย ออสเตรเลียแบ่งเขตการปกครองเป็น 6 รัฐ และ 2 เขตการปกครอง คือ
รัฐนิวเซาท์เวลส์ เมืองหลวง คือ ซิดนีย์
รัฐควีสแลนด์ เมืองหลวง คือ บริสเบน
รัฐวิกตอเรีย เมืองหลวง คือ เมลเบิร์น
รัฐแทสมาเนีย เมืองหลวง คือ โฮบาร์ต
รัฐออสเตรเลียใต้ เมืองหลวง คือ อะเดเลค
รัฐออสเตรเลียตะวันตก เมืองหลวง คือ เพิร์ธ
เขตนอร์เทิร์นเทอริทอรี เมืองหลวง คือ ดาวิน
เขตนครหลวงออสเตรเลีย ที่ตั้งกรุงแคนเบอร์ร่า เมืองหลวงของประเทศ หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นซิดนีย์

เมื่อลงสนามบิน Kingford Smith เป็นสนามบินของเมืองซิดนีย์สนามบินอยู่ห่างจากตัวเมืองไม่มากเหมือนสุวรรณภูมิสามารถเดินทางเข้าเมืองได้ด้วย รถเมล์ Airport Express Bus คล้ายบ้านเรา หรือสามารถเดินทางโดยรถซัตเติลบัสซึ่งคล้าย ๆ กับ Taxi แต่มีผู้โดยสาร 2-4 คนบริการส่งในเขตกลางเมือง เช่น Kings Cross , Harbourและไชน่าทาวร์ แต่หากไปเที่ยวชั่วคราวแนะนำให้ซื้อ Sydney Pass ใช้ได้กับพาหนะทั้งรถเมล์ เฟอร์รี่ รถราง Airport Express Bus คล้าย ๆ กับ Autoput ของฮ่องกง ราคาตั้งแต่ 90-120 AUD. ขึ้นอยู่กับจำนวนวัน

สถานที่ท่องเที่ยวในซิดนีย์

-โรงอุปรากรซิดนีย์(Sydney Opera House) เป็นเอกลักษณ์ของซิดนีย์ก็ว่าได้เปรียบกับวัดพระแก้วบ้านเราว่าหากมาซิดนีย์แล้วไม่ได้มาเยือนก็ถือว่ามาไม่ถึง ซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์สร้างจากเงินสลากกินแบ่งรัฐบาล(หวยนั่นเอง) แฮะ ๆ ไม่น่าเชื่อใช้ไม๊ครับว่าบ้านเค้าก็ไม่เหมือนบ้านเรา ดีนะไม่มีกองทุนหมู่บ้านเหมือนกัน ผู้ออกแบบเป็นชาวเดนมาร์กชื่อ Joern Utzon ชนะการออกแบบแต่ทิ้งงานไปกลุ่มสถาปนิกออสเตรเลียจึงรวมตัวกันสร้างจนเสร็จในปี ค.ศ. 1973 มีจุดชมวิวที่สวยงามสามารถเข้าชมภายในอาคารได้เป็นรอบ ๆ ระหว่าง 9.00-16.00 น. รายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ที http://www.sydneyoperahouse.com

- ฮาร์เบอร์บริดจ์(Harbour Bridge) และ การชมวิวบนสะพาน(Bridge Climb) เป็นสะพานข้ามอ่าวหน้าเมืองซิดนีย์ คือ สัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองซิดนีย์ ฮาร์เบอร์บริดจ์เป็นสะพานโครงเหล็กที่มีช่วงกลางระหว่างตอม่อทั้ง 2 ข้างยาวที่สุดในโลก อยู่บนสะพานสามารถมองเห็นซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์ได้และสวยงามมาก นอกจากนั้นยังมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวไต่ขึ้นบนสะพานได้ด้วย(แต่เค้ามีเซฟตี้อย่างดีครับ ไม่ต้องห่วง แต่สนนราคาค่อนข้างแพงประมาณ 155 AUD เป็นเงินไทยก็ประมาณ 3,800 บาท)

- ย่านเดอะร็อคส์(The Rocks) เป็นถิ่นที่อยู่แรกของชาวยุโรปที่ตั้งถิ่นฐานที่ออสเตรเลีย เป็นย่านเก่าแก่ มีอาคารเก่าแก่และอนุรักษ์ไว้เช่นย่านท่าพระจันทร์บ้านเรา

- พิพิธภัณฑ์ศิลปะนิวเวเซ้าท์เวลส์(Art Gallery of New South Wales) เป็นที่จัดแสดงศิลปะเอเซีย และอะบอริจิน ที่สำคัญคือเข้าชมฟรี

- ซิตี้เซ็นเตอร์(City Centre) เป็นย่านใจการเมืองซิดนีย์ ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ การค้า ห้างสรรพสินค้า และร้านสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง คล้าย ๆ กับสีลมบ้านเราก็ไม่ผิดต่างกันแต่ไม่ยักกะพบอาโกโก้ แบบพัฒน์พงศ์บ้านเรา

- ดาร์ลิงฮาร์เบอร์(Darling Harbour) อยู่ด้านตะวันตกของอ่าวซิดนีย์ ย่านนี้เป็นย่านบันเทิงและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นที่ตั้งของ Exhibition Centre และ Sydney Aquarium และพิพิธภัณฑ์เรือ(National Manitime Museum) และ Powerhouse Museum การเดินทางสามารถเดินทางด้านรถรางรอบเมืองได้

- ย่านคนจีน เยาวราชซิดนีย์(China Town) คล้าย ๆ เยาวราชบ้านเราอยู่ไม่ห่างจากดาร์ลิงฮาร์เบอร์เท่าไรสามารถนั่งไฟฟ้าไปได้ เป็นย่านคนจีนในออสเตรเลีย สินค้าจีนต่าง ๆ อาหารจีน มีซุ้มประตูมังกรอยู่หัวท้ายถนน

- ตลาดปลาซิดนีย์(Sydney Fish Market) เป็นตลาดอาหารทะเลที่สำคัญของซิดนีย์ นอกจากนั้นยังมีร้านอาหารทะเล บรรยากาศแถวนี้น่านั่งมากครับ แต่ราคาอาหารใช่ว่าจะถูกนะครับ แถวนั้นก็มีชาวประมงเอาปลามาขายสด ๆ ที่แปลกใจคือทำมาชาวประมงเค้าหน้าตามีตังค์จัง ไม่เหมือนชาวประมงบ้านเราที่ต้องต่อสู้กับความยากจน เพราะอะไรตอบไม่ได้เหมือนกัน ถามผมคงจะเป็นโครงสร้างทางสังคมประมาณ 50% ส่วนอีก 50% น่าจะเป็นนโยบายรัฐบาลและการไม่ฉ้อราชบังหลวงมากจนเกินไป

- ย่านคิงส์ครอส(Kings Cross) เป็นย่านธุรกิจแสงสีเปรียบได้กับ พัฒน์พงศ์ บ้านเราก็ว่าได้ มีร้าน Adult Shop ด้วย มีโรงแรมมากมายย่านนี้ รวมถึงแหล่งการบันเทิงราตรี นอกจากนั้นยังมีภัตคารและร้านอาหารรวมทั้งแหล่งสินค้าชั้นนำ คนเยอะมากครับที่ถนนคิงส์ครอสถ้าผมอยู่ทุกวันคงเบื่อ ถนนหลักคือ Darlinghurst

- สวนสัตว์ทารองก้า(Taronga Zoo) มาออสเตรเลียไม่ได้ดูหมีโคอาล่า(Koala Bear) จริง ๆ มันควรอ่านเคาล่ามากกว่า แต่ผมเรียกตามที่บ้านเราเรียกดีกว่า นอกจากนั้นอีกสัตว์หนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของออสเตรเลียคือจิงโจ หรือ Kangaroo ซึ่งเป็นภาษาอะบอริจินิส
***Koala ภาษาอะบอริจิน แปลว่า ไม่กินน้ำ ส่วน Kangaroo แปลว่า อะไร

- ฟ็อกซ์สตูดิโอ(Fox Studios) เป็นโรงถ่ายภาพยนต์ ค่อนข้างที่จะอลังการและลงทุนเยอะแต่ โดยส่วนตัวไม่ใคร่ที่อยากจะเห็นและ ไม่เคยเข้าไปก็เลยไม่รู้ว่าจะเล่าอะไร แต่โดยรวม ๆ คงเหมือนกับยูนิเวอร์แซลสตูดิโอของ USA (ซึ่งก็ไม่เคยไปอีกเหมือนกัน)



>
ซิดนีย์ เป็นเมืองหลวงของรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย เปรียบกันว่าซิดนีย์ก็เหมือนกรุงเทพฯ ส่วนเมลเบิลก็เหมือนเชียงใหม่


วีซ่าเข้าประเทศไม่ใช่เรื่องยาก หากเขียนในสิ่งที่เป็นจริงและสามารถตรวจสอบได้ มีทุนทรัพย์เพียงพอ หน้าที่การงานมั่นคง และสำคัญแสดงให้เห็นว่าจะไม่ไปก่อความวุ่นวาย หรือเป็นภาระกับรัฐบาลบ้านเค้า


โรงอุปรากรซิดนีย์ หรือ ซิดนีย์โอเปราเฮาส์ (Sydney Opera House)
ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้ในปี 2550 ประเภทมรดกทางวัฒนธรรม



สะพานข้ามอ้าว Harbour Bridge สัญลักษณ์ของซิดนีย์อยู่กลางสะพานสามารถมองเห็นซิดนีย์โอเปร่าเฮ้าส์ได้ วิวบนสะพานสวยงามมากมลพิษไม่เยอะเหมือนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบ้านเรา


รถไฟรางเดี่ยว(Monorail) วิ่งรอบเมือง มีความสูงประมาณตึก 2 ชั้นใช้เวลาวิ่งรอบละ 12 นาที ข้าราชการ กทม.บ้านเราดูงานหลายครั้ง แต่ กทม.ยังไม่เกิด คาดว่าจะวิเคราะห์ความเหมาะสมระบบฝังเมืองของ กทม.


อีกหนึ่งขนส่งสาธารณะของซิดนีย์เรียกว่ารถ Tramway หรือรถเมล์รางเป็นรถเมล์ที่วิ่งโดยผ่านราง วิ่งระหว่างเชอร์คูลาร์คีย์กับดาร์ลิงฮาร์เบอร์ รถจะออกทุก ๆ 15 นาที (9.30-18.00 น.)


Chian Town เยาวราชออสเตรเลีย จีนเป็นประเทศใหญ่ครั้งหนึ่งเคยแล้งแค้น อดอยาก ภัยสงคราม การปฎิวัติภายในต่าง ๆ ทำให้ประชาชนอบพยบย้ายถิ่นฐานไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ซิดนีย์


Kings Cross เป็นย่านไฟแดงหรือย่านชีวิตราตรีของซิดนีย์ คนไทยอาศัยอยู่ย่านนี้มากมาย ทั้งประกอบอาชีพ ร้านอาหารไทยมากมาย นักศึกษา คนเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในอนาคต เพียงแต่รู้จักนำสิ่งดี ๆ ของออสเตรเลียมาพัฒนาบ้านเรา ไม่ใช่กลับมาแล้วเท้าไม่ติดดิน


Fish Market เป็นอีกที่หนึ่งที่ไม่ควรพลาดหากมาซิดนีย์ ไม่ใช่ไปดูอาหารทะเลหรือของทะเลอย่างเดียว แต่ได้เห็นชีวิตของชาวซิดนีย์อีกแง่มุมหนึ่งแล้วคำว่าชาวประมงในสายตาท่านจะเปลี่ยนไป


มาออสเตรเลียไม่เห็นหมีโคอาลาถือว่ามาไม่ถึง Koala ภาษาอะบอริจิน จริง ๆ ต้องอ่านว่า"เคาล่า" แปลว่า ไม่กินน้ำ ชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Phascolarctos cinereus แต่อย่าคิดว่าจะพบง่ายเพราะเป็นพียงแค่สัญลักษณ์ของประเทศ เช่น จีน=หมีแพนด้า,ไทย=ช้าง,อเมริกา=นกอินทรีย์ แต่จะพบตัวจริง ๆ ไม่ง่ายต้องไปสถานที่เค้าเลี้ยงไว้เช่น สวนสัตว์



Create Date : 26 ตุลาคม 2551
Last Update : 10 ธันวาคม 2551 16:12:18 น. 13 comments
Counter : 4266 Pageviews.

 
อืม ... ความรู้แน่นดีค่ะ ภาพ sydney habour สวยดีนะคะ


โดย: BeachBum วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:13:46:54 น.  

 
อืม ... ความรู้แน่นดีค่ะ ภาพ sydney habour สวยดีนะคะ


โดย: BeachBum วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:13:46:58 น.  

 
ไปช่วงคริสมาต์ ตั้ง 2 อาทิตย์ แต่ไม่สามารถอธิบายได้ละเอียดได้เท่านี้เลย เป็นความรู้มากคะ


โดย: kwan IP: 203.146.150.134 วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:8:50:26 น.  

 
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลดีๆ


โดย: redPoTatO วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:11:16:05 น.  

 
อยากไปเที่ยวอีกครั้งจร้า


โดย: น้อย IP: 114.128.22.205 วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:10:27:33 น.  

 
ชอบคะ อ่านแล้วได้ความรู้ดี


โดย: gip IP: 124.120.158.139 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:52:43 น.  

 
ชอบคะ อ่านแล้วได้ความรู้ดี


โดย: gip IP: 124.120.158.139 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:53:12 น.  

 
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ


โดย: เตยหอม IP: 58.9.231.81 วันที่: 24 มีนาคม 2554 เวลา:19:45:17 น.  

 
แฟนพึ่งเดินทางไปทำงานที่นั่น คิดถึงเขามาก


โดย: ติน IP: 125.25.12.28 วันที่: 25 กรกฎาคม 2554 เวลา:10:08:33 น.  

 
ดีจัง


โดย: An dum IP: 103.1.164.19 วันที่: 9 ธันวาคม 2554 เวลา:21:59:09 น.  

 
อยากไป


โดย: กล IP: 58.9.211.251 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:9:17:06 น.  

 
กำลังจะไปเที่ยวออส เดือนหน้าเห้นแล้วก็อยากไปเที่ยวทุกที่ในรูปค่ะ ขอบคุณค่ะ


โดย: โคอาล่า IP: 124.120.62.165 วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:04:22 น.  

 
ขอบคุณคะ ให้ความรู้ดีมากกกกก


โดย: yolagron@hotmail.com IP: 171.99.1.21 วันที่: 10 มกราคม 2556 เวลา:20:13:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

People_Trip
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




 


If you tremble with indignation at every injustice, then you are a comrade of mine. "ถ้าคุณตัวสั่นเทาด้วยความเดือดดาลทุกครั้งที่เห็นความอยุติธรรม ถ้าเช่นนั้นคุณคือสหายของเรา"






Free TextEditor
Friends' blogs
[Add People_Trip's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.