Group Blog
 
All blogs
 

+++ของอร่อยประจำแต่ละจังหวัด +++



เพื่อให้การท่องเที่ยวมีอัตถรสมาก ยิ่งขึ้น การไปเยี่ยมเยียนแต่ละจังหวัดในประเทศไทย เราควรศึกษาแหล่งท่องเที่ยวของแต่ละหจังหวัด รวมทั้งศึกษาสินค้าพื้นเมือง อาหารพื้นเมือง รวมทั้งสิ่งที่เป็นของขึ้นชื่อของแต่ละแหล่งด้วย เรียกว่า ไปเที่ยวทั้งที่ ได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน และที่สำคัญได้ช่วยให้เศรษฐกิจให้เจริญ โชติช่วงด้วยครับ.. ประเทศไทยจงเจริญ


++ กาญจนบุรี - อาหารขึ้นชื่อคงไม้พ้นเรื่องของ "ปลาๆ" ไม่ว่าจะเป็น ปลาคัง ปลาบึก ปลายี่สก ปลากราย เรียกว่าได้กินกันสดๆ แน่นอน

++ กระบี่ - มากระบี่ต้องอาหารทะเลสดๆ โดยเฉพาะ "หอยชักตีนลวดสดๆ" จิ้มกับน้ำจิ้มซีฟู้ด หรือน้ำพริกกุ้งเสียบ

++ จันทบุรี - เรียก ว่ามาเมืองจันท์ ต้องมากิน "แกงหมูชะมวง" หรือ "กระวานผัดฉ่า" นอกเหนือจากผลไม้ขึ้นชื่อ "ทุเรียนหมอนทอง" และอย่าลืมแวะไปชมตลาดพลอยทีใหญ่ของจังหวัดด้วยน่ะ

++ ฉะเชิงเทรา - นอกจากการมาไหว้พระที่วัดโสธรวรารามวรวิหารแล้ว อย่าลืมแวะมาชิม "ขนมเปี๊ยะ" สูตรโบราณ พร้อมไส้ต่างๆ ให้เลือกมากมาย

++ ชลบุรี - ข้าวหลาม ของทะเลแห้ง แฮ่กิ้นขึ้นชื่อ นอกจากนี้ขอแนะนำ "ไก่หุบบอน" ตั้งอยู่บริเวณ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว

++ เชียงราย - ขอแนะนำ "ก๋วยเตี๋ยวน้ำเงี้ยว" หรืออาจจะเป็น "ข้าวซอย" หรือ "ไส้อั่ว" ที่หากินได้ไม่ยาก

++ เชียงใหม่ - นอกเหนือจาก แคบหมู และน้ำพริกหนุ่มแล้ว ยังมี "ปาท่องโก๋" ที่ตลาดสดเชียงดาว และยังมี "ข้าวนึ่งกั้นจิ้นทอด" อาหารพื้นบ้านชาวเหนือ หรือชอบทานกาแฟสด ก็ต้องที่ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูง ดอยผาหม่น ภูชี้ฟ้า

++ ชุมพร - "ปูม้าสดต้ม" คืออาหารที่ไม่ควรพลาด บนเกาะมาตรา ถ้าในเมืองก็ต้องเป็นอาหารโต้รุ่ง

++ ชัยภูมิ - อาหารอีสานรสแซบ ได้แก่ "ลาดเป็ดรสแซบ" รับรองรสแซบจริงๆ

++ ตาก - อาหารว่างที่ห้ามพลาด นั่นคือ "เมี่ยง" ที่ทำจากมะพร้าว ถั่วลิสง ใบเมี่ยงเป็นหลัก

++ ตราด - ซีฟู๊ด อาหารขึ้นชื่นที่สำคัญ แต่ก็ยังมี "ข้าวมันไก่" น้ำจิ้มสูตรพิเศษ ที่ไม่ควรพลาดเช่นกัน

++ นครปฐม - สินค้า ขึ้นชื่อคือ "ข้าวหลาม" นอกจากนี้บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ ยังมี "ข้าวหมูแดง" แสนอร่อย และที่พลาดไม่ได้นั่นคือ "มะพร้าวน้ำหอม" ของอำเภทสามพราน

++ นนทบุรี - ของกินอร่อยๆ มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ" หรือ "ขนมจีนเส้นสด" สำหรับที่ห้ามพลาดคือ "ทอดมันหน่อกะลา" ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรตระกูลขิง

++ น่าน - อาหารที่เต็มไปด้วยโปรตีน โดยเฉพาะหน้าฝน นั่นคือ "หนอนรถด่วน" หรืออยากจะทดลองอาหารพื้นบ้านแท้ๆ "แกงก้าม" โดยมีส่วนผสมคือ หมูสามชั้นแกงกับน้ำพริกทางเหนือ หรืออาจเป็น "ยำหนัง" โดยใช้หนังวัวหรือควาย ตากแห้งและเผาจนสุก หั่นเป็นชิ้นและแช่น้ำจนนุ่ม ก่อนมาปรุงรส

++ นครราชสีมา - นอกเหนือจาก "กุนเชียง หมูหยอง" ที่เป็นที่นิยมแล้ว บริเวณเขาใหญ่ จะมีอาหารขึ้นชื่อคือ ขาหมูทอด หรืออาจจะเป็น ส้มตำ ไก่ย่าง ก็อร่อยอย่าบอกใครเชียว และอย่าลืมแวะซื้อ "องุ่น" สดๆ กลับบ้านจากไร่ข้างทางด้วยน่ะ และที่พลาดไม่ได้คือ "สเต็ก" ของ ฟาร์มโชคชัย และไอศครีมขึ้นชื่อ "อืมม มิลค์" ไอศครีมนมสดแท้ๆ

++ นครศรีธรรมราช - เมืองคอน อย่าลืมแวะมาชิม "มังคุดคัด" เป็นมังคุดดอง จนได้เป็นมังคุดคัด?กรอบ กินได้ทั้งเนื้อและเมล็ด

++ หนองคาย - อาหารอีสานรสแซบที่มีอยู่ตามร้านทั่วไป หรืออยากจะชิม "สุกี้เวียง" ก็หาได้บริเวณถนนริมโขง

++ ประจวบคีรีขันต์ - "ขาหมู หมั่นโถว" คืออาหารอย่างหนึ่งที่แนะนำ นอกเหนือจาก อาหารทะเลสดๆ แล้ว นอกจากนี้อย่าลืมแวะไปทาน "ลอดช่องนายดำ" เป็นรถเข็นอยู่บริเวณแยกไฟแดง ถ.แนบเคหาสน์ ก่อนถึงสี่แยกโกทิ

++ มหาสารคาม - อย่าลืมแวะมาชิม "หม่ำ" หรือไส้กรอกอีสานขึ้นชื่อ รสเด็ด มีทั้งเนื้อหมู และเนื้อวัว ให้เลือก

++ แม่ฮ่องสอน - "กาแฟ สด" ที่ตลาดชาวเขา ดอยแม่อูคอ หรือกาแฟ "Arabica Coffee" ที่ปางอุ๋ง รสชาติเข้มข้น ราคาไม่แพง หรือถ้าชอบขาหมู ต้องที่ หมู่บ้านรักไทย เป็นหมู่บ้านชาวจีนในกองพล 93 หรืออยากจะทานอาหารประจำถิ่นของชาวไทยใหญ่ ก็มีหลายร้านให้เลือก

++ เพชรบุรี - แน่นอนขนมหวานขึ้นชื่นมากๆ แทบไม่ต้องแนะนำเลย นั่นคือ "ขนมหม้อแกง" รวมทั้งอาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปลา กุ้ง ปลาหมึก กุ้งสดๆ

++ เพชรบูรณ์ - อย่าลืมแวะชิม "น้ำเสาวรส" คั้นสดๆ หวานชื่นใจ มีขายตามไร่หรือตามตลาดพืชผลทางการเกษตร หรือจะเป็น "มะขามหวาน" ที่ขึ้นชื่น "ไก่ย่างวิเชียรบุรี" ก็ขึ้นชื่นไม่น้อยหน้ากัน

++ แพร่ - แหล่งผลิตใบชาชั้นดี ที่เหมาะสำหรับนำเป็นของฝากกลับบ้านได้เป็นอย่างดี

++ พังงา - อย่าลืมแวะชิม "แกงส้ม" แกงเหลืองกับไข่เจียว แสนอร่อย

++ ภูเก็ต - มีร้านทะเลอร่อยมากๆ บรรยากาศดีๆ "หมี่ฮกเกี้ยนผัด" แถวบริเวณหอนาฬิกา ก็อร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมี แกงปูใบชะพลู เป๋าฮื้อนึ่งซีอิ๊ว และอีกอย่างที่น่าทดลองคือ "โรตีจิ้มแกง"

++ ราชบุรี - ผลิตภัณฑ์โดดเด่นของตำบลเจ็ดเสมียน นั่นคือ "ไชโป๊ว" รสชาตดี และของหวานก็ต้องเป็น "เค๊กมะพร้าวอ่อน" ที่ต้องซื้อกลับบ้านไปเป็นของฝาก

++ ลำปาง - อาหารพื้นเมืองที่อร่อยมากๆ "แกงโฮะ" หรือ "หมูยอ" "หมูแดงทอด" เรียกว่าหากินได้ไม่ยากเลย

++ เลย - "ปลาเผาหิมะ" น่าจะเป็นอาหารที่ควรลิ้มลองกันดู นอกจากอาหารประเภท "ก้อย" "ต้มแซบ" ถ้าเป็นของฝากที่หาได้ยาก ต้องเป็น "น้ำพริกแจ่วดำน้ำฝักสะทอน"

++ สระบุรี - "กระหรี่ปั๊ป" เป็นของขึ้นชื่นอย่างหนึ่งของจังหวัดสระบุรี แต่ถ้าอยากทานก๋วยเตี๋ยว ก็ต้อง "ก๋วยเตี๋ยวเป็ดตุ๋น" ที่ขึ้นชื่อเช่นกัน

++ สุรินทร์ - ของฝากที่ควรซื้อกลับบ้านคือ "กุนเชียง" "หมูหยอง" "หมูแผ่น" และ "หัวผักกาดดอง" นอกจากนี้ "ก๋วยจั๊บญวน" ก็เป็นอีกหนึ่งที่น่าลิ้มลอง

++ สุราษฏร์ธานี - อาหารทะเลสดมากๆ โดยเฉพาะ ปูตัวใหญ่ๆ สำหรับเมนูเด็ดๆ ก็คงไม่พ้น ส้มตำปูม้า ผัดไท หอยหลอด ส่วนอาหารพื้นเมืองขึ้นชื่อ "สะตอผัดกะปิ" หรือ "แกงส้มปลากะบอก"

++ สุพรรณบุรี - "สาลี่" คือขนมหวานขึ้นชื่นของที่นี่ นุ่ม หอม อร่อย ถ้าเป็นของคาว ก็ต้อง ปลาตากแห้งทีมีให้เลือกมากมาย

++ สิงห์บุรี - "แม่ลาปลาเผา" ปลาช่อนเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ หรืออยากจะทานน้ำพริกต้อง "น้ำพริกปลาช่อนสด"

++ สมุทรสงคราม - "กุ้งแม่น้ำเผา" กุ้งขนาดใหญ่และสดๆ จากร้านเพื่อน หรืออาจจะเป็น "ปลาสำลีแดดเดียว" ที่อร่อยมากเหมือนกัน อย่าลืมแวะมาที่ ดอนหอยหลอด

++ สมุทรปราการ - ขับรถชมวิวแถวบางปู อย่าลืมแวะมาทานอาหารทะเลสดๆ จากทะเลจริงๆ

++ อุตรดิตถ์ - "ข้าวแคบ" คืออาหารขึ้นชื่อ คือ ข้าวเกรียบที่ทำจากแผ่นแป้ง คล้ายแผ่นแป้งที่กินกับแหนมเนือง แต่นุ่มและเหนียวกว่า หาซื้อได้บริเวณเมืองลับแล

++ อุดรธานี - อาหารเพื่อสมุนไพรเพื่อสุขภาพ มีให้เลือกมากมาย

++ อุบลราชธานี - "กาแฟโบราณ" และ "ก๋วยจั๊บญวน" แถวบริเวณตลาดโขงเจียม รับประกันความอร่อย

++ อุทัยธานี - "ปลาแรด" เป็นปลาในแม่น้ำสะแกกรัง นำมาปรุงเป็นอาหารได้อร่อยสารพัด ไม่ว่าจะเป็น ทอดกระเทียม ราดพริก

++ อยุธยา - หรือพระนครศรีอยุธยา แหล่งรวมอารยธรรมนับร้อยๆ ปี เป็นจังหวัดที่มีวัดมากมายแถบทุกถนน สำหรับอาหารอร่อย นอกจาก ปลาแม่น้ำ กุ้งแม่น้ำแล้ว ยังมี "ก๋วยเตี๋ยวอยุธยา" ที่ขึ้นชื่อ หรือว่าอยากจะทานของหวาน "โรตีสายไหม" เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อมากๆ



ส่วนตัวแล้ว ของอร่อยที่เคยได้กิน และการันตีว่าอร่อยจริง คือ โรตีสายไหม ที่ จ. อยุธยา ขนมสาลี่ที่ จ. สุพรรณบุรี ทอดมันหน่อกะลา ที่ เกาะเกร็ด จ. นนทบุรี ขนมหม้อแกงที่ จ. เพชรบุรี กระหรี่ปั๊ปที่ จ. สระบุรี แคบหมู และน้ำพริกหนุ่มที่ จ.เชียงใหม่ ค่ะ แค่ได้ยินชื่อก็น้ำลายไหลแล้ว อยากกิน กิน ...



















 

Create Date : 14 เมษายน 2554    
Last Update : 14 เมษายน 2554 21:18:28 น.
Counter : 342 Pageviews.  

+++10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในหน้าหนาว

10. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว








สภาพ พื้นที่เป็นภูเขาสูงที่ป่าปกคลุมอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี การเดินทางขึ้นดอยค่อนข้างลำบาก แต่เมื่อขึ้นไปถึงแล้วจะพบดอกไม้ป่า
พันธุ์ต่าง ๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่าง ๆ สวยงามมาก แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่น้ำตกภูสอยดาว และลานสน


9. อุทยานแห่งชาติภูเรือ จ.เลย









เป็นภูเขาสูงใหญ่ บนยอดเขาเป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีต้นสนขึ้นสลับซับซ้อน มีลักษณะแปลกคือ มีส่วนหนึ่งเป็นผา ชะโงกยื่นออกมาเหมือน
หัวเรือสำเภาใหญ่ อุทยานแห่งชาติภูเรือ จุดที่น่าสนใจบนอุทยานได้แก่ ผาโหล่นน้อย ภูผาสาด และทะเลภูเขา ผาซับทอง หรือ ผากุหลาบขาว
เป็น หน้าผาสูงชัน และแหล่งน้ำซับที่มีพืชน้ำไลเคนสีเหลืองคล้ายสีทอง ขึ้นเต็มไปทั่ว น้ำตกห้วยไผ่ เป็นน้ำตกที่ไหลจากหน้าผาสูงชัน ยอด
ภูเรือ เป็นจุดสูงสุดในอุทยานฯ สามารถมองเห็น แม่น้ำเหืองและแม่น้ำโขงที่กั้นพรมแดนระหว่างไทย-ลาว


8. ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ - ดอยแม่เหาะ จ.แม่ฮ่องสอน








ดอย แม่อูคอ เป็นทุ่งดอกบัวตองที่มีพื้นที่ครอบคลุมเป็นเขากว้าง ประมาณ 1 พันไร่ ดอกบัวตองที่นี่เมื่อบานพร้อม ๆ กันในช่วงเดือน พฤศจิกายน-
ธันวาคม จะเหลืองอร่ามปกคลุมทั่วทั้งภูเขา ดอยแม่เหาะ อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 10-8 ตรงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 84 เขตตำบลแม่เหาะ
เป็น ที่ตั้งของศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดแม่ฮ่องสอน บริเวณนี้ มีภูมิประเทศที่งดงาม มีชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง อยู่เป็นส่วนมาก ใน
เดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตอง หรือทานตะวันป่า จะบานสะพรั่ง ไปทั่วหุบเขา สวยงามมากทีเดียว


7. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า








ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัดคือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ไร่ภูหินร่องกล้ามียอดเขาสูง 1,617 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม ปกคลุม
ด้วยป่าเต็งรังป่าดิบเขา และป่าสนเขา มีสนสองใบและสนสามใบ ขึ้นปะปนกัน และพบกล้วยไม้ดอกไม้ป่าหลายชนิดขึ้นอยู่ตามลานหิน
เคยเป็นศูนย์กลางที่ตั้งฐานที่มั่นการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใหญ่ และสำคัญที่สุดของภาคเหนือ จุดที่น่าสนใจ ลานหินปุ่ม ลานหินแตก
น้ำตกหมันแดง เป็นต้น


6. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง













เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมมากแห่งหนึ่ง ของเมืองไทย เพราะมีสภาพธรรมชาติสมบูรณ์ประกอบด้วยระบบนิเวศ
และ ภูมิประเทศหลากหลาย ทั้งทุ่งหญ้า ป่าสนเขา ป่าดิบ น้ำตกและ หน้าผาชมทิวทัศน์ ลักษณะเด่นของอุทยานฯ แห่งนี้คือเป็นภูเขาหินทราย
ยอดตัด เป็นที่ราบขนาดใหญ่คล้ายใบบอนหรือรูปหัวใจ มีเนื้อที่ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร มีความสูง 400-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
ปานกลาง จุดท่องเที่ยวประทับใจได้แก่ ผานกแอ่น ผาหล่มสัก ผาหมากดูด น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกถ้ำสอเหนือ-ใต้ สระอโนดาด เป็นต้น


5. ภูชี้ฟ้า-ผาตั้ง จ.เชียงราย





>







ภู ชี้ฟ้า เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นอีกแห่งหนึ่ง มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า ยิ่งตอนที่พระอาทิตย์กำลัง
ขึ้นมาตรงระหว่างปลายยอดเขา จะดูเหมือน เสือคาบแก้วมาก มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร ส่วนของหน้าผาเป็นแนวยาว
ยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว

ดอยผาตั้ง อยู่บนเทือกดอยผาหม่น เป็นจุดชมวิวสองฝั่งโขง ไทย-ลาว และทะเลหมอก บนดอยมีหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะ
ชาว จีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็น ส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามา ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ ปัจจุบันประกอบอาชีพทางการเกษตร ปลูก
พืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล


4. อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง













ด้วยสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี มีเทือกเขาและภูเขาสูง สลับซับซ้อน ครอบคลุมอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย
จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภูเขาที่สูงที่สุด คือ ดอยช้าง เป็นป่าต้นน้ำลำธาร มีลำห้วยน้อยใหญ่มากมาย ฤดูหนาวอากาศเย็น ลมแรง


3. เขาค้อ - อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์













เป็น สถานที่ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ชื่อว่าเขาค้อเป็นเพราะ ป่าบริเวณนี้มีต้นค้อขึ้นอยู่มาก เนื่องจากภูมิอากาศบนเขาค้อเย็น
ตลอดปี ค่อนข้างเย็นจัดในฤดูหนาว และมีทัศนียภาพสวยงาม จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่ง ของเพชรบูรณ์
สถานที่น่าสนใจบนเขาค้อได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ ฐานอิทธิเจดีย์ พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ หอสมุดนานาชาติเขาค้อ พระตำหนักเขาค้อ น้ำตก
ศรีดิษฐ์ สวนสัตว์เปิดเขาค้อ และเนินมหัศจรรย์ หมู่บ้านคุ้มจุดชมวิวกิ่วลม หมู่บ้านนอแล และหมู่บ้านขอบด้ง หมู่บ้านหลวง


2. ดอยอ่างขาง









เป็นที่ตั้งสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ภายในสถานีมีโครงการวิจัยผลไม้ ไม้ดอกเมืองหนาว งานสาธิตพืชไร่ แปลงทดลองปลูกไม้ผลเมืองหนาว
สวนบอนไซ มีการจำหน่ายผลิตผลพืชผักเมืองหนาวที่ปลูก ในบริเวณโครงการฯ ให้แก่นักท่องเที่ยวตามฤดูกาล ในสถานีฯ มีที่พัก และมีสถานที่
กางเต็นท์บริการแก่นักท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ


1. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์










ชื่อ นี้มักจะเป็นติดอันดับต้นๆ ของการท่องเที่ยว เดิมชื่อว่า ดอยหลวง หรือ ดอยอ่างกา ดอยหลวง หมายถึงภูเขาที่มีขนาดใหญ่ ส่วนที่เรียกว่า
ดอยอ่างกานั้น เพราะมีหนองน้ำอยู่แห่งหนึ่งลักษณะเหมือน อ่างน้ำ มีฝูงกาไปเล่นน้ำกันมากมาย จึงเรียกว่า อ่างกา หรือ ดอยอ่างกา

ดอยอินทนนท์ เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทย (2,599 เมตร) จึงทำให้มีสภาพอากาศหนาวเย็นตลอดปี สถานที่น่าสนใจในอุทยานฯ
มี น้ำตกแม่ยะ น้ำตกแม่กลาง น้ำตกวชิรธาร น้ำตกสิริภูมิ ถ้ำบริจินดา โครงการหลวงอินทนนท์ และ เส้นทางศึกษาธรรมชาติหลายจุด



ดอยอินทนนท์นี้เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัยซึ่งพาดผ่านจากประเทศเนปาล ภูฐาน พม่า และมาสิ้นสุดที่นี่ สิ่งที่น่าสนใจของดอยนี้ไม่เพียงแต่เป็นยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศเท่านั้น แต่สภาพภูมิประเทศและสภาพป่าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ และอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปีโดยเฉพาะในฤดูหนาวจะมีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวันและบางครั้งน้ำค้างยังกลายเป็นน้ำค้างแข็ง สิ่งต่าง ๆเหล่านี้เป็นเสน่ห์ดึงดูดให้มีผู้มาเยือนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย

การเดินทาง ระยะทางจากตัวเมืองขึ้นไปจนถึงยอดดอยอินทนนท์ประมาณ 106 กิโลเมตร ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปตามทางหลวงหมายเลข 108 เชียงใหม่-จอมทอง ถึงหลักกิโลเมตรที่ 57 ก่อนถึงอำเภอจอมทอง ๑ กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 1009 สายจอมทอง-อินทนนท์ ระยะทาง 48 กิโลเมตรถึงยอดดอยอินทนนท์ เป็นถนนลาดยางอย่างดีแต่ทางค่อนข้างสูงชัน รถที่นำขึ้นไปจะต้องมีสภาพดี ผู้ที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวสามารถนั่งรถสองแถวสายเชียงใหม่-จอมทองบริเวณประตูเชียงใหม่ จากนั้นขึ้นรถสองแถวที่หน้าวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารหรือที่น้ำตกแม่กลาง ซึ่งจะเป็นรถโดยสารประจำทางไปจนถึงที่ทำการอุทยานฯตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๑ และหมู่บ้านใกล้เคียง แต่หากต้องการจะไปยังจุดต่าง ๆต้องเหมาไปคันละประมาณ 800 บาท

มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่บริเวณกิโลเมตรที่ 9 ของเส้นทางหมายเลข 1009 มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำ และมีนิทรรศการเกี่ยวกับธรรมชาติ สัตว์ป่า และอื่น ๆ

บริเวณที่ทำการมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม สำรองที่พักล่วงหน้าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ โทร. ๐ ๒๕๖๒ ๐๗๖๐ หรือ เว็บไซต์ http://www.dnp.go.th อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ โทร. ๐ ๕๓๓๕ ๕๗๒๘, ๐ ๕๓๓๑ ๑๖๐๘ เว็บไซต์ http://www.doiinthanon.com

ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ คนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท












 

Create Date : 08 ธันวาคม 2553    
Last Update : 8 ธันวาคม 2553 13:07:52 น.
Counter : 1915 Pageviews.  

+++ไปเที่ยว บางแสน มาแล้ว++








เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ได้มาโอกาสไปเที่ยวหาดบางแสนค่ะ พอได้ไปเที่ยวอีกครั้งรู้สึกติดใจขึ้นมา และอยากไปเที่ยวอีกครั้งนึง









ได้ไปเห็นชายหาดที่น้ำใสสะอาดตามาก ๆ ค่ะ น้ำน่าเล่นสุด ๆ เลย ส่วนตัวรู้สึกเสียดายมาก ๆ ที่ไม่ได้เตรียมชุดไปเล่นน้ำ T-T






เจ้าของร้านอาหาร เขาบอกว่าทะเลทุกที่จะสวย น้ำใสตอนช่วง "ปลายฝนต้นหนาว "อย่างนี้ ทุกแห่งค่ะ แต่ผู้คนส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวชอบมาเที่ยวช่วงเด็กปิดเทอมใหญ่กันประมาณเดือน เมษายน น้ำทะเลจะไม่ใสออกขุ่น ๆ ด้วยค่ะ แถมคนไปเที่ยวเยอะมากด้วยค่ะ









ค่าโต๊ะนั่ง ตัวละ 30 บาทค่ะ นั่งได้ทั้งวันเลยค่ะ พอดีว่าเป็นวันธรรมดาเลยไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวเท่าไหร่นัก








ได้สั่งอาหารเป็นข้าวผัดทะเล จานเล็ก จานละ 120 บาท ส่วนตัวถือว่าคุ้มมากค่ะ เพราะพวกกุ้ง ปลาหมึกสดมาก ๆ และเยอะด้วยค่ะ รสชาติก็อร่อยดี







ปลาหมึกนึ่งมะนาวหม้อไฟละ 200 บาท ปลาหมึกสด เนื้อหวานมาก ๆ ค่ะ รสชาติดดนใจสุด ๆ พวกอาที่ไปด้วยติดใจในรสชาติได้สั่งเพิ่มอีก 1 หม้อไฟค่ะ










ส้มตำปูม้า จานละ 50 บาท รสชาติจัดมากๆ เนื้อปูม้าสด ไม่เหม็นคาวเลยค่ะ อร่อยมากเลย อาติดใจให้ตังค์ไปสั่งเพิ่มอีก 2 จานด้วยกันค่ะ







ที่หาดบางแสนมาเรือกล้วยและไอ้กลม นั่งได้ประมาณ4-5 คนได้ค่ะ ฉันไม่รู้ว่ามันเรียกว่าอะไร แต่ที่รู้ คือ มันน่าเล่นมากค่ะ เห็นคนอื่นเข้าเล่นกัน สนุกดีค่ะ


อยากให้ไปเที่ยวหาดบางแสนช่วงนี้กันเยอะ ๆ แล้วคุณจะติดตา ติดใจ อยากไปเที่ยวอีกแน่นอนค่ะ :D











++++++++++++++++++++++++++++++++++++




 

Create Date : 17 พฤศจิกายน 2553    
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2553 12:47:32 น.
Counter : 1066 Pageviews.  

::O^O"::ทริป บ้านควาย จ. สุพรรณบุรี::::::

เมื่อวันที่ 27 ก.ค ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเที่ยว จ.สุพรรณบุรี มาค่ะ ไปเที่ยวหลายที่ด้วย กัน ได้ดูแห่เทียนวันเข้าพรรษาของจ. สุพรรณบุรี ทั้ง 10 ตำบล (เดี๋ยวจะเอารูปลงด้วยค่ะ) และไปหาของอร่อยกินที่ตลาดสามชุก ตลาดร้อยปี คนไปเที่ยวไปเดินซื้อของเยอะมาก ค่ะ ส่วนตัวแล้ว ไปตลาดสามชุกก็หลายทีแล้วแต่ฉันยังไม่เคยถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึกเลยค่ะ เพราะอะไรรู้มั้ยค่ะ ก็มือทั้ง 2 ข้าง ถือถุงขนมถุงใหญ่ เล็ก เต็มไปหมดเลยค่ะ จะวานให้พี่สาวช่วยถ่ายรูปให้สภาพก็ไม่ต่างกันเท่าไรเลยค่ะ ซื้อของกินขนม ทั้งนั้นเลยค่ะ

พออิ่ม และกระเป๋าเบาขึ้น ก็ได้เวลากลับกันแล้ว แต่น้องกวาง ของเรา อยากไปเที่ยวบ้านควาย ด้วยค่ะ ก็เลยแวะสักหน่อย ค่าเข้า ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 20 บาท และถ้าจะดูการแสดงควาย ก็เสียอีก 10 บาท แต่ต้องไปเสียค่าดูด้านในค่ะ


เป็นรูปที่ถ่ายด้านหน้าทางเข้าค่ะ


















ควายที่นี่ดูมีสุภาพดี และสวยทุกตัวเลยค่ะ



















รูปนี้เป็นรูปลานการแสดงของ ควายค่ะ ส่วนตัวเสียดายมากค่ะ ที่ไม่ได้รอดูการแสดง





เดินเข้าไปด้านในก็จะมีสวนสมุนไพรด้วยค่ะ แต่ไม่ได้เข้าไปดู และมีบ้านเรือนไทยหลายหลังด้วยกัน รอบบ้านเรือนไทยเขาจัดสวนต้นไม้สวยมากค่ะ























ส่วนตัวชอบที่นี่เหมือนกันค่ะ ถ้ามีโอกาสมาเที่ยวอีก ก็จะรอดูการแสดงของน้องควายทั้งหลายด้วยค่ะ




 

Create Date : 14 สิงหาคม 2553    
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 13:05:26 น.
Counter : 691 Pageviews.  

ห้ามพลาด !! วันที่ 14 - 23 พ.ค. นี้ งาน พฤษากาชาดนนท์ ที่เมืองทองธานี









งานประจำปี “พฤกษากาชาดนนท์” ประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 14-23 พฤษภาคม 2553 ณ บริเวณลานเอนกประสงค์หน้าอิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด







จุดประสงค์




เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเกษตรกรผู้ผลิตไม้ดอกไม้ประดับ ในการนำผลผลิตทางการเกษตรมาสู่ผู้บริโภค เป็นการเพิ่มรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัด



กิจกรรม



มีการออกร้านของเหล่ากาชาดจังหวัดและส่วนราชการต่าง ๆ


การประกวดจัดสวน


การแสดงพืชพันธุ์ ผลผลิตทางการเกษตร


จำหน่ายของดีเมืองนนท์ของแต่ละตำบล มีทุเรียนเมืองนนท์ ทุเรียนก้านยาว ผลไม้ต่าง ๆ มาให้ชิมและเลือกซื้อ


การประกวดธิดาเมืองนนท์


การแสดงบนเวทีกลาง โชว์รถยนต์ และมอเตอร์ไซค์โบราณ การแสดงพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน


สินค้าธงฟ้าราคาประหยัด สินค้า OTOP และ สินค้าราคาถูกจากโรงงาน



มีมหกรรมคอนเสิร์ตสวนสนุกชุดใหญ่ใหม่เอี่ยมอ่องให้ชมฟรีอีก ด้วย






............................






ถ้้าว่าง ๆ ก็แวะไปเดินเที่ยวงานได้นะค่ะ ส่วนตัวแล้วไปเดินแน่นอนค่ะ อยากไปดูพวกต้นไม้ และผลไม้ค่ะ ^^"














 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2553    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2553 19:53:43 น.
Counter : 172 Pageviews.  

1  2  

Nutchaya_K
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




.....ก็ได้แต่ฝันไป

ไม่กลายเป็นจริงสักที....

....ก็ได้แต่รอทั้งปี

และฉันต้องเหงาอย่างนี้ถึงเมื่อไร....

อยากมีคนรัก ....

คนมีรักมันเป็นแบบไหน....

......คนอย่างฉันมันยังไม่เคยเข้าใจ

บอกก็คงไม่รู้....

..... ดีแค่ไหนก็คงไม่รู้

คงต้องหาซักคนมาเป็นเนื้อคู่

......อยากมีคนรัก

คนคนนั้นเค้าอยู่ที่ไหน....

คนอย่างฉันต้องรออีกนานเท่าไหร่...

กว่าจะเจอ..

คนที่ฝัน...

คนที่มาเติมให้ใจของฉันมันเต็มสักที....



Friends' blogs
[Add Nutchaya_K's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.