Group Blog
 
All blogs
 

หลางหยาป่าง 琅琊榜 Nirvana in Fire (Spoiler Alert!)




คำเตือน: Spoiler Alert! บทความต่อไปนี้ อาจเปิดเผยเนื้อหาบางส่วนของซี่รี่ย์

หลายปีที่ผ่านมา วงการหนังจีน(หรือที่ปัจจุบันเรียกว่าดราม่าซีรี่ย์)กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยมูลค่าการตลาดที่สูงลิบ ทำให้ทีมงาน นักแสดง นักเขียน ดีๆเกิดขึ้นมากมาย หลางหยาป่าง ก็เป็นนิยายอินเตอร์เน็ตเรื่องหนึ่งที่ได้รับความนิยมจนบริษัทผู้สร้างยอมลงทุนกว่าร้อยล้านหยวน ใช้เวลา 4 ปี เพื่อสร้างซีรี่ย์ดีๆเรื่องนี้ขึ้นมา

นานแล้วที่เราไม่ได้ดูซีรี่ย์ที่ฉลาด แยบยล แทบทุกประโยค แทบทุกกระทำของตัวละครทุกตัว ส่งผลกับเนื้อหาในภายหลังแทบทั้งสิ้น ซีรี่ย์เรื่องนี้มีบทเจรจาเยอะมาก เพราะเรื่องหลักเกี่ยวกับการวางแผนเพื่อแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก ทำให้ตัวละครต้องมีการอธิบาย และถกเถียงอย่างยืดยาว แต่น่าแปลกที่ไม่ทำให้เรารู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย คงเพราะเนื้อหาน่าสนใจและน่าติดตาม จนเราได้แต่เฝ้าดูด้วยใจจดจ่อ

เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างน่าตื่นเต้น ไม่มีฉากตัดพ้อ ฟูมฟาย ที่ไม่จำเป็น (อย่างที่บอก แทบทุกการกระทำของตัวละคร เป็นเหตุเพื่อไปหาผล) เนื้อเรื่องมีจุดไคลแม็กซ์เป็นระยะๆ แถมความสำคัญของแต่ละจุดเป็นกราฟไต่ขึ้นเรื่อยๆ สเกลใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ การขบเหลี่ยมระหว่างฝักฝ่าย วิธีการที่เหมยฉางซูชักใยตัวละครโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องสักนิด หลายครั้งที่ผู้ถูกชักใยเหล่านั้นภูมิใจกับความฉลาดของตัว โดยไม่รู้เลยว่า ตัวเองเป็นแค่หมากบนกระดานของบุรุษเหมยคนนี้ เนื้อเรื่องไม่เคร่งเครียดจนเกินไป มีการสอดแทรกมุกตลกอย่างลงตัว ในขณะเดียวกัน หนังจีนก็ยังคงเป็นหนังจีน การเชิดชูคุณธรรม ให้ความสำคัญกับมิตรภาพและสหาย ยังคงไม่ถูกละเลย ตัวละครเช่นจิ้งอ๋องแม้อาจทำให้หลายคนรำคาญกับความดื้อรั้น ยึดติด แต่คุณธรรมของเขา เป็นสิ่งที่เราอยากจะเชื่อว่ายังมีหลงเหลือบนโลกใบนี้ อย่างน้อยในละครก็ยังดี 

ในส่วนของบทบาทการแสดง ตอนเริ่มดูเรื่องนี้ รู้จักเพียงพระเอกคือหูเกอเท่านั้น ที่เหลือไม่รู้จักใครเลย แถมหน้าตานักแสดงแต่ละคน ก็ไม่ได้สวย หล่อ ขาว เท่ห์ แบบเกอเกอหรืออุปปาทั้งหลายที่เรากรี๊ด หลายคนใบหน้าคร้ามเกรียมเพราะเป็นนักรบ นักบู๊ ที่เป็นนักแสดงอาวุโสก็มีมาก แต่บทบาทที่แต่ละคนงัดมาฟาดฟันใส่กัน ทำให้เราลืมเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกไปเลย บทเจรจาที่ดูเข้าปาก สีหน้าและการแสดงออกที่ลงตัว ดูแล้วรู้สึกว่าตัวละครเหล่านี้มีชีวิตจริงๆ บทบาทการแสดงและการกำกับดีแค่ไหนน่ะหรือ เอาเป็นว่าตั้งแต่ตอนที่ 20 เป็นต้นไป เราดูแบบไม่มีซับไตเติ้ลในรอบแรก ยังรู้สึกอินกับภาพที่เห็น ความรู้สึกที่นักแสดงส่งมา หลายครั้งน้ำตาคลอแม้ไม่เข้าใจคำพูดที่ได้ยินแม้แต่คำเดียว (และเมื่อซับมา พบว่าสิ่งที่เรารับจากการดูรอบแรก ใกล้เคียงกับเนื้อเรื่องจริงพอสมควร)

นอกจากพล็อต ไดอาล็อก และบทบาทการแสดงที่สมบูรณ์แล้ว บทบู๊ในเรื่องนี้ก็มีให้เห็นเป็นระยะๆ เป็นฉากบู๊ที่ไม่ใช่การยิงแสงหรือการใช้แป้งระเบิดไปมา เป็นการเตะ ต่อย ปะทะ ลอยตัว ที่ดูสมจริงสมจัง

เวลา 40 วัน ตั้งแต่เริ่มต้นดูตอนแรกถึงตอนสุดท้าย เป็นไปอย่างลุ่มหลง ดำดิ่งไปกับอารมณ์ของตัวละครหลายๆตัว ไม่เพียงพยายามสมมติตัวเองเป็นตัวละครหลักอย่างเหมยฉางซู จิ้งอ๋อง หรือหนีหวงเท่านั้น แต่ยังสมมติตัวเองเป็นตัวประกอบใหญ่น้อยหลายๆตัวในเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นอวี้อ๋อง ฮ่องเต้ จิ้งเฟย เมิ่งจื้อ หลินเฉิน เฟยหลิว หลี่กัง เจิ้นผิง เซี่ยตง เนี่ยเฟิง เซี่ยชุน เซี่ยชิว ... หรือแม้แต่ชายาขี้โรคของจิ้งอ๋อง ยิ่งปล่อยตัวเองให้ดำดิ่งก็ยิ่งลุ่มหลงซีรี่ย์เรื่องนี้มากขึ้น 

ถ้ามีเวลาว่าง อยากหาละครดราม่าดีๆดูซักเรื่อง แนะนำให้ลองดูเรื่องนี้ค่ะ คุณอาจจะได้เพลิดเพลินกับพล็อตอันชายฉลาดเหมือนที่เราได้รับจากซีรี่ย์เรื่องนี้
สามารถติดตามชมโดยเลือก

ตัวอย่างซีรีย์ The Nirvana in Fire 《琅琊榜》(Spoiler Alert! ตัวอย่างชนิดเรื่องย่อดีๆนี่เอง)




 

Create Date : 29 กุมภาพันธ์ 2559    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2559 20:17:24 น.
Counter : 937 Pageviews.  

กวนมึนโฮ VS สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก (สปอยด์เต็มขั้น)

จำได้ว่าเรื่องนี้เข้าฉายในโรงไล่ๆกัน กระแสตอบรับแรงไม่แพ้กัน

เรื่องนึงได้รับคำชมว่าสนุก ดูแล้วเพลิดเพลิน ซึ้งพอประมาณ ตามสไตล์สโลแกนค่าย "หนัง Feel Good”

ส่วนอีกเรื่องไม่เปรี้ยงเท่าเรื่องแรก แต่อาศัย "ดีเกินคาด" ปากต่อปากจนคนอยากดูและสามารถยืนในโรงแบบเงียบๆได้ยาวนานพอสมควร

เราเคยไปยืนหน้าโรงเพื่อเลือกว่าจะดูเรื่องไหนดี ตามประสาคนโปรดหนังดราม่าควรเลือก สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก แต่ยังไงไม่รู้ชื่อ เสนาเพชร พุฒิพงศ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร ทำให้ตัดใจดูไม่ลง พอจะซื้อตั๋ว กวนมึนโฮ ชื่อ เต๋อ ฉันทวิชช์ ธนะเสวี ก็ทำให้เดินจากโรงไปโดยสัญญากับตัวเองว่าจะหา DVD มาดู (ย่อหน้านี้เป็นการแจ้งล่วงหน้าว่าเรามีอคติกับใครบ้าง)

ในที่สุดก็ว่างแวะไปซื้อ DVD ของแท้ซักที (2 เรื่องนี้มีให้โหลดบิทเยอะมาก แต่ด้วยความเชื่อส่วนตัว ทำให้อยากซื้อของแท้) เบ็ดเสร็จจ่ายไป 438 บาท ถ้าซื้อตั๋วดูแต่แรกคงถูกกว่า และได้อรรถรสในการชมมากกว่าไปแล้ว บ้าชะมัด (แต่นะ เผื่อมันแย่มาก จะได้เลิกดูได้ไง)

เลือก กวนมึนโฮ มาดูก่อน หนังตลกต้องมาก่อนซิ เกิดหนังซึ้งทำประทับใจมากๆ เรื่องนี้ก็ไม่ต้องดูกันพอดี

กวนมึนโฮ เปิดเรื่องมาทำเราสนใจได้นิดหน่อย ค่าที่เพิ่งไปเที่ยวเกาหลีกับน้องสาวมาเมื่อเดือนก่อน (แบบไม่พึ่งพาทัวร์) หนูนาก็น่ารักดี ไม่ได้สวยเจิด แต่น่ารัก น่ามอง ส่วนเต๋อ ตอนที่นางเอกพูดใส่หน้าพระเอกว่า "นึกว่าถ่อยแล้วเท่ห์เหรอ" โดนใจเรามาก เต๋อช่างเหมาะกับบทนี้จริงๆ ครึ่งชั่วโมงแรกไม่เข้าใจเลยว่านางเอกจะรักพระเอกได้ไง ผู้ชายที่ดูดาษๆ หน้าเบื่อๆ มุขแสดงถึงความตื้นเขิน ท่าทางงี่เง่า พึ่งพาไม่ค่อยได้ จากนั้นพล็อตก็ค่อยๆจูงพระเอก-นางเอกให้ผูกพันธ์กันทีละนิด โอเค ดูจนท้ายเรื่องพอเข้าใจล่ะ ว่าด้วยอากาศเย็นๆ วิวสวยๆ คนเหงาๆสองคนจะรู้สึกดีๆจนนึกว่าน่าจะรักกันได้ แต่บอกตรงๆ ไม่เชื่อเท่าไหร่ว่าถ้าสองคนนี้คบกันจริงจังจะไปกันรอด แต่ว่าไม่ได้ ในเรื่องนางเอกเป็นแนวถ้ารักใครก็ทนได้สูง ถึงสูงที่สุด จะแย่ยังไงก็ทนได้ พระเอกเท่าที่เห็น ยังนับว่ามีดีกว่าตาพี่จิมเยอะ ข้างฝ่ายพระเอกก็ดูเป็นคนไม่ค่อยคิดอะไรเท่าไหร่ เอาฮา เอาเพลิน อย่าเป็นภาระชั้นใช้ได้ ก็อาจอยู่กันรอดได้คู่นี้ ชอบลืมอยู่เรื่อยว่าเราไม่ใช่นางเอก

พล็อตเรื่องนี้ตลกใช้ได้ (เราไม่ใช่พวกขำง่ายเท่าไหร่) เป็นหนังดูเพลินๆ แต่เสียแรงไปถ่ายถึงเกาหลี น่าจะเก็บวิวสวยๆมาฝากบ้าง ไปทั้งนามิ โซรอกซานทั้งที ยังดีที่ฉากทางเดินในกรุงโซลสวยงาม น่าสนใจ

สรุป ถ้าเครียด อยากผ่อนคลาย ดู กวนมึนโฮ น่าจะช่วยได้

มาที่ สิ่งเล็กๆที่เรียกว่ารัก บ้าง เรื่องนี้เปิดด้วยหน้าตานางเอกที่ชวนให้คนรักมาริโอ้กรีดร้องว่า ยัยเด็กนี่น่ะนะ จะคู่โอ้ แค่เราดูออกว่ามอมผิวน้องเค้า เอาแว่นโปะเข้าไป หน้าจริงๆน่ารักใช้ได้อยู่ แถมตัดสลับมาที่โอ้ ซึ่งเรื่องนี้น่ารักขั้นสุด >_< พอหน้าโอ้มารู้เลยว่ายังไงเรื่องนี้ดูจบได้แน่ๆ

เรื่องนี้ภาพสวยทีเดียว การแต่งหน้าดี พล็อตเรื่องน่าสนใจพอประมาณ นำเสนอแบบง่ายๆ เหมือนเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้แบบที่เขียนไว้บนปก "Based on true story ... ของทุกๆคน" ทำให้คนดูอินไม่ยาก เด็กสาวธรรมดาที่หลงรักหนุ่มหล่อของโรงเรียน และเพื่อให้เรื่องสมเป็นหนัง นางเอกก็ต้องค่อยๆดูดีขึ้นจะได้มีคนมาหลงรักจนเป็นปมซักนิด คนดูส่วนใหญ่น่าจะรู้สึกประทับใจ กับวิธีเฉลยความรู้สึกที่โชนมีต่อน้ำในตอนท้าย การ flash back พาคนดูไปดูกล้องพิเศษที่จับภาพพระเอกในช่วงเวลาต่างๆ ซึ่งเก็บเป็นภาพนิ่งไว้ในสมุดเล่มหนึ่ง ทั้งหมดนี้ไอเดียดี แต่พลาดที่อะไรซักอย่าง สองอย่าง

เรื่องนี้น่าจะดูแล้วอิ่มกว่านี้ สมบูรณ์กว่านี้ ถ้าบทและการลำดับเรื่องกลมกลืนกว่านี้ซัก 30-50% หลายครั้งดูแล้วสะดุด ต้องใช้จินตนาการของตัวเองเข้าพยุงอารมณ์ให้ต่อเนื่อง หลายส่วนคงมาจากอารมณ์ของนักแสดงไม่ถึง โดยเฉพาะบทบาทของน้ำ (ซึ่งเป็นแกนสำคัญของเรื่อง)ในหลายๆตอน แต่เราไม่โทษเด็กนะ เราว่าผู้กำกับบิ้วนักแสดงหน้าใหม่ไม่เก่งพอมากกว่า รักแห่งสยามก็มีนักแสดงหน้าใหม่หลายคน แต่ผลที่ออกมาดีกว่านี้เยอะ ตัวอย่างของความไม่กลมกลืนเช่นความพยายามแทรกเรื่องตลกแย่งผู้ชายของครูอิน ครูอร เราเห็นด้วยนะว่าหนังซึ้งที่มีตลกแทรก ทำให้คนอินได้ง่ายกว่า การขายความซึ้งอย่างเดียวต้องใช้ฝีมือขั้นเทพพอสมควร แต่กระนั้นสูตรที่ผู้กำกับเรื่องนี้ใช้ ยังไม่ลงตัวอยู่ดี ดูขาดๆเกินๆบอกไม่ถูก

ในส่วนของสมุดภาพของโชน อาจเพราะเราเคยดูภาพยนตร์เกาหลีซึ่งสร้างปี 1999 เรื่อง Calla การ flash back ขยายมุมมองของฉากๆเดิม ให้ "เห็น" อะไรมากกว่าเดิมเลยของเรื่องนี้เลยไม่ใหม่พอให้เรารู้สึกประทับใจเท่าไหร่ แต่นับเป็นความพยายามที่ดี

สรุปแล้ว หนังเรื่องนี้ดูได้เพลินๆ อาจมีบางช่วงที่เบื่อบ้าง แต่ถ้าดูจนจบ สิ่งเล็กเล็กที่เรียกว่า...รัก อาจทำให้คุณจมกับความคิดคำนึงถึงใครบางคน จากบางช่วงของชีวิตซักพักก็เป็นได้

Note ส่วนตัว: การให้โอ้แสดงเป็นโชน ช่วยเสริมให้คนดูเชื่อได้ไม่ยากว่าทำไมเด็ก ม.1 คนนึงถึงหลงรักรุ่นพี่ได้นานขนาดนั้น แถมความน่ารักและเสน่ห์เฉพาะตัวของโอ้ ช่วยเสริมตัวตนของโชนได้เยอะ เราชอบโอ้แสดงในตอนท้าย ซึ่งแต่งหน้าให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เราชอบการแสดงออกของโอ้ในซีนที่นำเด็กมาส่งและบอกลาปิ่น ดูเป็นผู้ใหญ่ที่มีความมั่นใจเต็มตัว





 

Create Date : 22 มกราคม 2554    
Last Update : 22 มกราคม 2554 23:45:26 น.
Counter : 515 Pageviews.  

My Se7en SweetHeart from Series


1.      My First Love…Brandon Walsh (Jason Priestley) - Beverly Hill 90210 


พระเอกซีรี่ย์คนแรกเมื่อที่บ้านเริ่มติดเคเบิ้ลทีวี หนุ่มน้อยแสนดีที่เพิ่งย้ายจาก Minneapolis มา Beverly Hill พร้อมน้องสาวฝาแฝด Brenda (Shannel Doherty) และครอบครัวที่อบอุ่น Brandon ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมหรู เลิศ ที่เต็มไปด้วยเด็กบ้านแตก ความใสซื่อ จริงใจของ Brandon เป็นสิ่งนำตัวเขาและเพื่อนๆไปในทางที่ดี คงไม่ใช่แค่ฉันที่หลงรัก Brandon คนทั่วโลกก็คลั่งไคล้ชายหนุ่มคนนี้เช่นกัน


2.      My First Cry…Billy Thomas (Gil Bellow) - Ally McBeal


หลงรัก Billy เพราะบทบาทการแสดงของ Gil และ Calista Flockhart ทั้งคู่สวมบทบาทของ Billy และ Ally ได้ดี จนฉันรู้สึกว่าตัวละครทั้งสองมีชีวิตจริงๆ Chemistry ระหว่างทั้งคู่ ทำให้ Ally McBeal มีมิติ น่าติดตาม ฉันยังจำฉากในลิฟท์หลังจาก Ally รู้ความจริงว่า Billy ทิ้งเธอไปสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเพราะมีคนรักใหม่ ไม่มีคำพูดระหว่างคนทั้งสอง มีแต่ท่าทีอึดอัด กระอักกระอ่วน แต่แทนคำพูดและความรู้สึกได้เป็นพัน


Billy เป็นพระเอกคนแรกที่ทำให้ฉันเสียน้ำตา ร้องไห้ราวกับโลกถล่มลงมา เพราะผู้กำกับใจร้าย David E Kelly บ้า พรากสุดที่รักของเราไปแบบไม่ตั้งตัว


3.      My Favorite Doctor…Dr. John Carter (Noah wyle) – ER Smiley


ดูเหมือน County General Hospital แห่งเมือง Chicago จะเต็มไปด้วยคุณหมอหล่อๆ รวมถึง Dr. Carter อินเทิร์นจิตใจดีคนนี้ คนที่ห่วงใยจิตใจคนไข้และญาติเสมอ คนที่คอยกุมมือคนไข้ไร้ญาติจนวาระสุดท้าย Dr. Carter ทำให้ฉันรู้ว่าอุดมคติกินได้


4.      My Crash Smiley…Logan Echolls (Jason Dohring) – Veronica Mars


ทั้งๆที่เปิดเรื่อง Logan ไม่ใช่ตัวละครหลักเท่าไหร่ เป็นแค่เพื่อนเกเร (มาก) คนนึงของ Veronica (Kristen Bell) ที่แสนร้ายกาจกับสาว V สารพัด แต่ตัวละครตัวนี้กลับมีมิติ จับต้องได้มากกว่า Duncan Kane (Teddy Dunn) พระเอกของเรื่อง ยิ่งเนื้อเรื่องดำเนินไปหนุ่มสาว LoVe ยิ่งทำให้เราลุ้นมากขึ้นเรื่อย 


5.      My Gay Lover Smiley…Brian Kinney (Gale Harold) – Queer As Folk


ไม่ใช่แค่หนุ่มๆที่ babilon จะหลงรัก Brian เราเองก็หลงเค้าชนิดถอนตัวไม่ขึ้น บางครั้งถึงกับอยากเกิดเป็นผุ้ชายซักคนที่อาศัยในเมือง Pittsburge ให้รู้แล้วรู้รอด (แน่นอน จะได้ไปดู Steelers ที่ Heinz Field ได้ด้วย Smiley) บางคนอาจมองว่า Brian มีแนวคิดสุดโต่งเกินไป แต่สำหรับเราความตรงไปตรงมาต่อทุกสิ่งทุกอย่างของเขากลับเป็นเสน่ห์ดึงดูดเราอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เป็นผู้ชายที่ไม่สร้างภาพ ไม่เสแสร้ง มองทุกสิ่งที่แก่นแท้ของมัน ถ้าทุกคนในโลกเป็นแบบ Brian โลกอาจไม่วุ่นวายแบบนี้ก็ได้


6.      My Heart Segeon…Dr. Alex Karev (Justine Chambers) – Grey’ s Anatomy


เริ่มหลงรัก Karev ตอนไหน เราคงยากจะบอก อย่างว่าเรามันชอบคน Hardcore เป็นทุนเดิม Alex ก็เป็นคนแบบนั้น  ไม่ต้องพูดมาก การกระทำสำคัญกว่า ความมีน้ำใจของ Alex ไม่ได้ออกมาแบบเปิดเผยเหมือนคนอื่น แต่ถ้าเราละเอียดซักนิด มันอยู่ตรงหน้า ซีนที่ Alex อุ้ม Izzy ออกจากห้องน้ำยังเป็นภาพที่ติดในความทรงจำของเรา

 


7.      My Favorite Walker…Kevin Walker (Matthew Rhys) – Brothers and Sisters


บททนายเกย์หัวสูง ช่างประชดแห่งครอบครัว Walker ทำให้เราหลงรักหนุ่ม Wales คนนี้ไม่รู้ตัว หน้าตาก็งั้นๆ จะว่าไปนิสัยก็ไม่ได้ดีเด่อะไร ชอบผู้ชายคนนี้ที่ไหนนะ ใครอยากรู้คงต้องดูหนังเรื่องนี้เอง Smiley



 




 

Create Date : 06 กันยายน 2551    
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2551 22:05:43 น.
Counter : 291 Pageviews.  

รักแห่งสยาม ความขาด...ที่ลงตัว (Spoiled)

เป็นคนนึงที่หลงรักความละมุนละไม ลุ่มลึกใน “รักแห่งสยาม” ของ “มะเดี่ยว” ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล หลงรักเพราะหนังเรื่องนี้ขาดบางสิ่งบางอย่างที่หนังและละครไทยแทบทุกเรื่องมี ขาดเสียงกรีดร้องคร่ำครวญ ขาดบทโต้เถียงเยิ่นเย้อ ขาดคำพูดอ่อนหวานปลอบประโลม ขาดการสัมผัส แต่กลับทำให้ผู้ชมเข้าถึงความรู้สึกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง

ฉากที่สุนีย์ (สินจัย เปล่งพานิช) ออกตามหาโต้ง (มาริโอ้ เมาเร่อ) ทั้งคืน จนรุ่งเช้าได้รับข้อความที่มิว (วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) ส่งให้โต้งและกลับบ้านมาพบโต้งนอนหลับอยู่บนเตียง ไม่มีการปลุกเพื่อดุว่า ไม่มีการโผกอด ไม่มีแม้แต่การเอื้อมมือไปลูบหัวหรือห่มผ้าให้เหมือนที่หนังหรือละครทั่วไปทำกัน สุนีย์เพียงแต่วางโทรศัพท์มือถือของโต้งคืนไว้ที่โต๊ะหัวเตียงแล้วจากไป น่าแปลกที่เรากลับรับรู้ถึงความรัก ความห่วงใยอย่างลึกซึ้งที่แม่มีให้ลูก

คนดูรับรู้ว่าตลอด 6 ปีที่แตงหายไป แม้สุนีย์จะพยายามทำตัวปกติมากเพียงใด แต่โต้งคือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากห้วงความทุกข์ของพ่อและแม่โดยตรง พ่อที่เมาไม่ได้สติคอยตอกย้ำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นนิจ แม่ที่เข้มงวดและยึดโต้งเป็นสิ่งสมบูรณ์สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ น่าแปลกที่โต้งไม่เคยต่อว่า ไม่เคยตัดพ้อ ไม่เคยทวงถามหรือใช้เรื่องนี้เป็นข้อต่อรองกับแม่เหมือนเด็กอื่น คืนนั้นที่ต้นคริสต์มาสโต้งบอกเหตุผลที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดเป็นเด็กดีได้ด้วยคำถามเดียวว่า “เหนื่อยไหมแม่” และโต้งก็สื่อสารให้แม่รู้ว่าบางครั้งแม้จะพยายามอย่างมากแต่อารมณ์ของแม่ที่พัดมาลงที่เขา บางครั้งอาจเกินที่เด็กอย่างเขาจะเข้าใจ “ถ้าโต้งแขวนไป แม่ไม่ชอบ แม่จะว่าโต้งอีก” ไม่ต้องตัดพ้อกันตรงๆ ไม่ต้องระเบิดอารมณ์ใส่กัน แต่คนสองคนส่งข้อความให้กันเป็นร้อยคำ

ฉากหนึ่งที่เรียกน้ำตาคนดูได้มากที่สุดคือการปรับความเข้าใจของสุนีย์และกร (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) หลังจากสูญเสียลูกสาวอันเป็นที่รัก กรไม่สามารถทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นคนขี้เมาไม่มีสติ ไม่แยแสคนรอบข้าง ไม่รับรู้ว่ามีคนข้างกายเขาอีกสองคนที่ห่วงใยดูแล จนวันหนึ่งการมีสติแจ่มใสเพียงชั่วครู่ของกร ทำให้เขาสังเกตเห็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่สุนีย์ทำให้ทุกวันและตระหนักถึงความรักที่ภรรยามีให้ตลอดมา กรพูดเพียง “ผมรู้แล้ว” ไม่มีการขอโทษ ไม่ต้องมีคำอธิบาย แต่สะเทือนใจผู้ร่วมชมเหตุการณ์เกินบรรยาย

บางครั้งการเปิดโอกาสให้คนดูเติมเต็มประโยคและความรู้สึกด้วยตัวเอง กลับน่าประทับใจมากกว่าที่ผู้สร้างภาพยนตร์จะอธิบายทุกๆประเด็นอย่างชัดเจนด้วยคำพูด “รักแห่งสยาม” เป็นตัวอย่างที่ดี

http://www.theloveofsiam.com/main.html

Free Image Hosting




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 21 ธันวาคม 2550 16:50:22 น.
Counter : 215 Pageviews.  

Seven Years with Harry Potter ** Not Spoil **

คนมักพูดกันว่าความสัมพันธ์ปีที่ 7 มักมีอะไรพิเศษเสมอ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับ Harry Potter ก็เช่นกัน มันเป็น 7 ปีที่มีความสุขมาก จากวันแรกที่รู้จักบ้านเลขที่ 4 ถนนพรีเวทจนถึงวันที่อ่านหน้าสุดท้ายของเล่มที่ 7 เป็นช่วงเวลาที่เราไม่มีวันลืม

หลังจากอ่านเล่ม 7 จบ เราต้องเดินไปหยิบเล่ม 1 มาอ่านใหม่ เพราะสนใจกับรายละเอียดบางประการที่ J K ซ่อนไว้ตามเล่มต่างๆ แต่คุณเชื่อไหมเราไม่ได้เพียงแค่สิ่งที่หา แต่ได้ความรู้สึกแปลกๆที่ไม่เคยรู้สึกเมื่อครั้งก่อนๆที่อ่านเล่มนี้ มันเหมือนเรากำลังหยิบอัลบั้มรูปสมัยเด็กมาเปิดดู มองภาพนั้นสัมผัสอารมณ์เดิม ณ วันที่บันทึกภาพ แต่ด้วยประสบการณ์วันนี้มันทำให้ความรู้สึกที่ได้รับมันเปลี่ยนไป ทุกภาพ ทุกรอยยิ้มช่างมีค่าน่าหวงแหนเป็นที่สุด

จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่หยิบเล่มนี้มาอ่าน แค่หลังจากอ่านเล่ม 6 ไปแล้วเท่านั้น แต่ด้วยเรื่องราวในเล่ม 7 ทำให้คนอ่านอย่างเรารู้สึกเหมือนเรื่องราวผ่านมานาน เหมือนเป็นความทรงจำที่มีค่า แทบทุกตัวอักษรที่อ่านผ่านตา มันมีความหมายลึกซึ้งขึ้นอย่างประหลาด ครั้งหนึ่งน้ำตาซึมกับคำพูดซื่อๆของรอนในวัย 11 ปี “บิลเป็นหัวหน้านักเรียน ชาลีเป็นกัปตันทีมควิสดิช เพอร์ซี่ตอนนี้เป็นพรีเฟค เฟรดกับจอร์จเห็นแบบนี้แต่การเรียนไม่มีปัญหาและใครๆก็ชอบพวกเค้า ทุกคนในครอบครัวรอดูฉันอยู่ แต่ฉันจะเป็นอะไรได้ ในเมื่อพี่ๆทุกคนเป็นไปหมดแล้ว” ทุกครั้งแม้รู้ว่ารอนสำคัญอย่างไรในเรื่องนี้แต่เราอ่านผ่านประโยคนี้ไปอย่างไม่มีความรู้สึก วันนี้เรากลับต้องตะโกนตอบรอน “นายจะเป็นปีกคนสำคัญของแฮรี่ในการเผชิญหน้ากับคนที่คุณรู้ว่าใครอย่างไรล่ะ ไม่มีพี่นายคนใดที่เท่ห์กว่านี้แล้ว”

ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าผู้หญิงคนนึงจะทำให้ตัวละครจากปลายปากกาของเธอมีชีวิต มีตัวตน โลดแล่นอยู่ในใจฉันได้จริงๆ ทำให้ฉันต้องห่วงใย ต้องทุกข์ สุข ไปพร้อมๆกับพวกเขา ขอบคุณ J K Rowling สำหรับ 7 ปีที่แสนดี ฉันไม่มีวันลืมเพื่อนกลุ่มนี้...ตลอดไป




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2550    
Last Update : 17 สิงหาคม 2550 16:30:21 น.
Counter : 237 Pageviews.  

1  2  

Nusantara
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากรู้ว่าชื่ออ่านยังไงล่ะซิ
สารภาพว่าไม่รู้เหมือนกัน ออกเสียงประมาณ "นุ-สัน-ตา-ร่า" ทำนองนี้ล่ะ มันไม่ใช่ภาษาไทย ไปขโมยมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ของเรา เพราะชอบ และเป็นคำที่ไพเราะดี
ค้นดูแล้ว คำว่า Nusantara แปลว่า the territories of Indonesia ถ้าใครรู้เพิ่มเติมก็ช่วยบอกด้วยนะ

Friends' blogs
[Add Nusantara's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.