All Blog
ป๋าหมักเข้ามา ปชป. ริบหรี่จัดตั้งรัฐบาล ป๋าเติ้ง บรรหาร ศิลปอาชา ซบป๋าหมักแน่
ถ้าป๋าหมัก เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าพรรค พลังประชาชน ดูเหมือนเกมการเมืองคงต้องพลิกผันมันขึ้นกว่าเดิม

อีกหลายเท่า ยี่ห้อสมัครแฟนคลับพันธ์แท้ที่ชอบเยอะแยะ และในทำนองเดียวกันแฟนคลับพันธ์แท้ที่ไม่ชอบก็มีแยะอยู่เหมือนกัน

ไม่มีใครได้รับเลือกจากคนกรุงเทพ ด้วยคะแนนเป็นล้านในการเป็นผู้ว่า กทม. และหลังจากนั้น ป๋าหมัก ไปสมัคร สว.

แม้จะโดนกระแสกระหน่ำรุนแรง หลังจากเป็นคนแรกที่กล้าประเดิม ถล่มป๋าเปรม ออกรายการโทรทัศน์ สื่อสารมวลชน ทั้งวิทยุโทรทัศน์และกลุ่มพันธมิตรซึ่งกำลังเรทติ้งดี โดยเฉพาะ astv ของสนธิ ลิ้มทองกุล และนักวิชาการสาย astv ก็ออกมาถล่มทะลาย ป๋าหมัก ป๋าหมักก็อยู่เฉยนิ่งเงียบ (พอดี สว. ห้ามหาเสียงเลยเงียบเชียบ กลัวโดน กกต.สอย)

แต่พอลงคะแนน นึกว่าถ้าจะติดโผ สว. คงอยู่อันดับท้ายๆดีไม่ดีอาจหลุดโผ แต่ที่ไหนได้ ไล่บี้ติดชนิดหายใจรดต้นคอ ร.อ.นิติภูมิ นวรัตน์ ซึ่งกระแสแรงเพราะได้รับการสนับสนุนจากกลุ่ม พันธมิตร ได้มา 2 แสนกว่าคะแนน พอๆกัน

ขิงแก่รสจัดไม่เคยเปลี่ยนอย่าง ป๋าหมัก โดดเข้ามาย่อมสร้างความกังวลให้พรรคการเมืองอื่นๆ อย่างแน่นอน โดยพรรคประชาธิปัตย์ ที่เป็นพรรคใหญ่ที่ได้เปรียบในช่วงนี้เพระมี คมช. ปูทางและคอยหนุนอยู่ ตามแผน 4 ขั้นของ คมช. ที่ตอนแรกดูโล่งโปร่งไร้คู่แข่งที่จะเทียมทาน ต้องเจอะโคตรกระดูก

พรรคประชาธิปัตย์ที่มีขุนพลยอดเยี่ยมด้วยฝีปาก (มีแต่ฝีปากฝีมือบริหารไม่เท่าไหร่) คอยถล่มคู่ต่อสู้จนเสียหาย เสียผู้เสียคนเพราะจนต่อการต่อปากคำมาแล้วมากต่อมาก

แต่ใครในพรรค ปชป. ที่เหนือกว่า ป๋าหมัก ทั้งลีลาการพูดข้อมูล ลูกล่อลูกชน วิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ โครงการต่างๆ ที่ทำในปัจจุบัน ป๋าหมักเคยเสนอมาแล้วทั้งนั้น เช่นโครงการดาวเทียม โทรศัพท์มือถือ รถไฟฟ้า ใต้ดินบนดิน ฯลฯ ป๋าหมักไม่มีโอกาส แต่ทักษิณมีโอกาสทำ

พรรคชาติไทย ของ ป๋าเติ้ง บรรหาร ศิลปอาชา ไม่ต้องพูดกันให้มาก ป๋าเติ้ง ชอบ ป๋าหมัก มากกว่า ปชป.แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

สมัยเป็นรัฐบาลร่วมกัน ป๋าเติ้งเป็นนายก ป๋าหมักเป็นรองนายกร่วมรัฐบาลพร้อมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ เช่น พล.อ.ชวลิต ยุงใจยุทธ เฉลิม อยู่บำรุง และมนตรี พงษ์พานิช

พรรค ปชป. เป็นฝ่ายค้าน สมัยป๋าเติ้งเป็นนายก เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจป๋าเติ้งคนเดียวโดดๆ เพื่อกันไม่ให้ใครได้ช่วยป๋าเติ้ง ถล่มป๋าเติ้ง ไม่เฉพาะเรื่องการบริหาร ขุดโคตร ขุดตระกูลป๋าเติ้ง ก่นด่า โคตรตระกูลของป๋าเติ่ง ชนิดเลวร้ายเสียหายอย่างไม่น่าเชื่อ ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อก่นด่า โคตร ป๋าเติ้ง

กัญจนา ศิลปอาชา ลูกสาวป๋าเติ้ง รวมทั้ง คุณหญิงแจ่มใส ศิลปอาชา นั่งร้องไห้อืดๆ บอกว่าไม่น่าจะทำลายกันรุนแรงขนาดนั้น ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าข้อมูลนั้นไม่เป็นความจริง ป๋าเติ้งเองถึงน้ำตาคลอ

โดยใช้ข้อมูลกระดาษแผ่นเดียวโชว์ไปโชว์มาว่าเป็นหลักฐาน ว่าเป็นลูกต่างด้าว ซึ่งได้รับการชี้แจงหลักฐานจากทางราชการต่อมาว่าไม่เป็นความจริง

หลังจากนั้นพรรคร่วมรัฐบาล พล.อ.ชวลิต เฉลิม มนตรี ร่วมกัน บีบให้ป๋าเติ้งลาออก เพื่อจะให้ พล.อ.ชวลิต ได้เป็นนายกรัฐมนตรี

มีแต่เพียง ป๋าหมักคนเดียว ที่ยืนข้างป๋าเติ้ง ป๋าเติ้งเองก็บอก ป๋าหมักเป็นเพื่อนตายทางการเมือง ป๋าเติ้งบอกขอเวลา 7 วันจะลาออก แต่หลังจากคุยกับ ป๋าหมัก แล้วก็ออกมายุบสภา เจ็บเนื้อเจ็บตัวกันถ้วนหน้า

ป๋าหมัก กลับมางวดนี้ การเมืองพลิกแน่ ปชป. ไม่ง่ายเลยที่จะจัดตั้งรัฐบาล ถ้าพรรค พลังประชาชนที่ ทรท.เข้ามาสวม ได้เสียงข้างมาก ไม่เด็ดขาดในการเป็นพรรคเดียว ป๋าเติ้ง มาอยู่กับ ป๋าหมักแน่ ไม่ดันทุรังร่วมกับ ปชป.อย่างแน่นอน

ป๋าเติ้ง อยู่กับ ป๋าหมัก สบายใจกว่าอยู่กับ ปชป.เยอะแยะ และมีความชอบธรรมที่จะอ้างว่าพรรคที่ได้เสียงข้างมากจะเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล

เชื่อขนมเจ๊ก (อย่าหาว่าดูถูกเรียกคนจีนเป็นเจ๊ก เป็นคำเรียกสมัยเก่า) ข้างบ้านกินได้เลยว่า ป๋าเติ้ง จะมาอยู่กับ ป๋าหมักแน่ ถ้าป๋าหมักมีเสียงข้างมาก แล้วถ้าป๋าเติ้งมารวมแล้วเกินครึ่งของ สส.ทั้งหมด ป๋าเติ้งทิ้ง ปชป. มาจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับ ป๋าหมัก แน่นอน



Create Date : 05 สิงหาคม 2550
Last Update : 5 สิงหาคม 2550 8:08:24 น.
Counter : 232 Pageviews.

8 comment
อยากรู้ประเทศเผด็จการทหารในโลกมีกี่ประเทศ ..ดูที่นี่..
เปิดไปดูสานุกรมในอินเตอร์เน็ต เชื่อได้แค่ไหนก็ไม่ได้สำรวจตรวจสอบ ชื่อว่า วิกิพีเดีย แต่ก็น่าจะได้ข้อมูลในระดับหนึ่ง

ไปดูคำว่าประเทศไทย ก็มีรายละเอียดค่อนข้างถูกต้องตามที่เรียนมาตั้งแต่ดั้งเดิม แต่ที่เห็นว่าไม่เหมือนเดิม คือรัฐบาล เป็นเผด็จการทหาร

เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร 13°44′N 100°30′E
เมืองใหญ่สุด กรุงเทพมหานคร
ภาษาราชการ ภาษาไทย
- รัฐบาล เผด็จการทหาร
- ประมุขแห่งรัฐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
- นายกรัฐมนตรี พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
- ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกสนธิ บุญรัตกลิน

จึงเกิดความอยากรู้ว่าประเทศที่มี ทหาร เข้ามายึดอำนาจการปกครองเป็น เผด็จการทหารในโลกนี้มีอยู่สักกี่ประเทศ เข้าไปค้นใน google ก็โยงไปหาสารานุกรม วิกิพีเดีย ได้มาดังนี้ ประเทศเผด็จการทหาร

ประเทศลิเบีย - เมื่อ 1 กันยายน พ.ศ. 2512 กองทัพทำรัฐประหารและยังอยู่ในอำนาจ
ประเทศมอริเตเนีย — เมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548 กองทัพทำรัฐประหาร
ประเทศพม่า - กองทัพกุมอำนาจเมื่อพ.ศ. 2495
ประเทศปากีสถาน (ประธานาธิบดีครองอำนาจโดยรัฐประหารในปีพ.ศ. 2542 แต่สถาบันการปกครองของพลเรือนกลับมารับตำแหน่งเดิมอย่างช้าๆ)
ประเทศไทย - กองทัพทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2549 ปัจจุบันจึงอยู่ภายใต้เผด็จการทหาร ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างเตรียมทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยได้รับการชี้นำโดยคณะรัฐประหารและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่แต่งตั้งโดยคณะรัฐประหาร และกำหนดให้มีการเลือกตั้งในเดือนธันวาคม 2550
ประเทศฟิจิ - ทหารเข้ายึดอำนาจเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549
ก็ได้มา 6 ประเทศในโลก ที่ยังมีการยึดอำนาจ ใช้ระบอบเผด็จการทหารปกครอง หรือไม่ก็ยังเป็นผู้ควบคุมการบริหารอยู่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

จะภูมิใจว่า เราเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลก หรือไม่ภูมิใจว่าทำไมเราไปเข้าอันดับประเทศส่วนน้อยของสังคมโลก ก็แล้วแต่ความคิดแล้วแต่จิตแล้วแต่ใจ

เห็นแล้วก็เอามาเขียนบอกเล่าไว้เป็นข้อมูลอีกชิ้นหนึ่งเท่านั้น

คิดเขียนตามสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ ใครเห็นว่าไง จะแสดงความคิดเห็นก็ยินดีรับฟัง และเคารพในความคิดเห็นทุกท่าน




Create Date : 01 สิงหาคม 2550
Last Update : 1 สิงหาคม 2550 15:26:22 น.
Counter : 5566 Pageviews.

10 comment
เผด็จการ ยังไงก็แสดงสันดานเผด็จการ และแสดงสันดาน ทรราชให้เห็น
หายไปซะนาน เครื่องคอมพิวเตอร์มันแก่ชราลงไปตามอายุ ทั้งอายุคนเขียนและอายุคอมพิวเตอร์

บัดนี้ก็ได้แก้ไขความชราของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้แล้ว แต่ความชราของคนเขียน ยังแก้ไม่ได้..อิอิ..ก็จะมาเขียนความคิดความเห็นเรื่อยๆ

อย่างน้อย ไม่มีใครอ่านเราก็อ่านของเราเองนี่แหละ..อิอิ

แล้วก็หาคนที่เขาเขียนไว้แล้วเราก็ชอบ ก็ขออนุญาคนเขียน แล้วก็นำมาเผยแพร่ต่อที่ตรงนี้ คือเห็นด้วยกับที่เขาเขียน ขออนุญาตเขามาใส่ตรงนี้ให้ผู้คนได้อ่านกันต่อ ก็คงไม่เป็นไร เร่มเลยแหละ

หัวข้อว่า"เผด็จการ ยังไงก็แสดงสันดานเผด็จการ และแสดงสันดาน ทรราชให้เห็น "

คำประกาศกร้าวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส รักษาการ ผบ.ตช.ที่แสดงต่อกลุ่มผู้ชุมนุม ภายหลังจากมีการปะทะจากการสลายการชุมนุม ซึ่งมีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งตำรวจและประชาชนจำนวนมากพอสมควร

บอกว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รุนแรง ก็คงจะพูดได้ว่าไม่ได้รุนแรงเพราะยังไม่ได้เอาปืนมายิง ให้ประชาชนต้องบาดเจ็บล้มตาย แต่เอากระบองมาตี เอาสเปร์พริกไทย แก๊สน้ำตามาฉีด ให้ประชาชนหัวแตกเลือดตก

แถมบอกอีกว่า ประเทศจีนยิงฆ่าประชาชนไปตั้งสองพันคน ในการปราบปรามการชุมนุมประท้วง

พร้อมทั้งข่มขู่ผู้ชุมนุมแสดงความดุดันอีกว่า ต่อไปให้อยู่ที่สนามหลวงห้ามเคลื่อนย้าย ใครจะเคลื่อนย้าย จะเจอดี จะลองดีกับตรวจก็ได้ และบอกว่าสั่งการให้ตำรวจใช้กำลังและอาวุธเข้าปราบปราม

สะท้อนให้เห็นจิตวิญญาณ และความคิดว่าไม่ได้ยึดถืออะไรคำสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ในการแสดงออก การชุมนุมโดยเปิดเผยโดยสงบ ปราศจากอาวุธ

ประชาชนที่ชุมนุม ไม่มีใครมีอาวุธ ชุมนุมโดยสงบและเปิดเผยรวมกันชุมนุมตามสิทธิที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ

การชุมนุมโดยสงบไม่ใช่หมายถึงมานั่งหลับตา นั่งสมาธิอยู่นิ่งๆ

การชุมนุมเพื่อเรียกร้องในสิ่งที่ต้องการ ก็ต้องปราศรัยแสดงแจ้งเหตุถึงการที่มาร่วมชุมนุม จะว่ากล่าวโจมตีถึงขั้นด่าทอ ถ้ามันเกินขอบเขต คนที่ได้รับความเสียหายก็ไปแจ้งความดำเนินคดีกันตามตัวบทกฏหมาย

แล้วการชุมนุมของ นปก. ก็มีจุดยืนที่บอกไว้ชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการไล่เผด็จการที่มาจากการรัฐหาร ซึ่งถือว่าเป็นผู้ล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย (ใครจะเห็นด้วย กับ คมช.ก็เห็นไป แต่กลุ่มนี้เขาไม่เห็นด้วย)

แล้วก็กลุ่ม นปก.(แนวร่วมประชาธิปไตยไล่เผด็จการ) ก็เห็นว่าต้นเหตุและผู้สนับสนุนการรัฐประหารยึดอำนาจของประชาชน คือ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขนาดแต่งตัวโก้เป็น พลเอกทุกเหล่าทัพ ไปแสดงปาฐกถา ปลุกระดมทหาร บอกไม่ต้องเชื่อฟังรัฐบาลที่มาจากประชาชน ทหารเป็นของพระราชาก่อนการยึดอำนาจ

แสดงให้เห็นเด่นชัดว่าเป็นผู้สนับสนุนการใช้กำลังทหารเข้าทำการยึดอำนาจของประชาชน

ที่สำคัญกลุ่มบุคคลที่เคยชุมนุมขับไล่รัฐบาลเก่า และเป็นกำลังสำคัญในการเรียกร้องให้มีการยึดอำนาจของประชาชน เช่น นายสุริยะใส กตศิลา ก็ให้สัมภาษณ์ไว้ในหนังสือฉบับหนึ่ง ในทำนองว่า พล.อ.เปรม เป็นผู้บัญชาการยึดอำนาจอยู่ที่บ้าน

การเคลื่อนไหวเคลื่อนย้ายไปชุมนุมหน้าบ้านพล.เอก เปรม เพื่อต่อต้านและขับไล่เผด็จการจีงมีเหตุผลที่ควรจะกระทำได้

พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ทำไมไม่ออกมาปฏิเสธ ออกมาบอกกล่าวกับสาธารณชนว่ามีเหตุผลอะไรอย่างไร ที่ไปพูดในลักษณะดังนั้น ซึ่งไม่มีหลักการปกครองในโลกที่ไหน ที่จะไปปลุกปั่นบอกหน่วยงานของรัฐบาลไม่ให้เชื่อฟังรัฐบาล

หรือแจ้งจับ พวกที่ไปด่าทอ หมิ่นประมาท แล้วลากไปศาลตามกระบวนการยุติธรรม

กลุ่ม คมช. จะบอกว่าพวกเคลื่อนไหวเป็นกลุ่มรัฐบาลเก่า ผู้สูญเสียอำนาจ เป็นพรรคพวกอดีตนายกทักษิณ หรือกล่าวหาอะไรก็ตามทีเถิด

แต่ถามว่าอำนาจเหล่านั้น อำนาจเก่าอำนาจแก่ อำนาจอะไรก็แล้วแต่เป็นอำนาจที่ได้มาด้วยความชอบธรรม ถูกต้องตามหลักรัฐธรรมนูญที่เป็นกฏหมายสูงสุดของประเทศ และเป็นอำนาจที่มาจากประชาชน ตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยของทั่วโลก ใช่หรือไม่

อำนาจที่ใช้อยู่ในเวลานี้ ที่ยึดมาด้วยกำลังทหาร ไม่มีประชาชนคนส่วนใหญ่ที่ไหนยินยอมมอบให้

พอมีคนเรียกร้อง ก็ใช้กำลังปราบปราม ใช้อาวุธ ถึงแม้จะไม่มีปืนผาหน้าไม้แต่ก็เป็นอาวุธที่ทำร้ายประชาชนให้ได้รับบาดเจ็บหัวแตกเลือดตก

เป็นไปได้หรือ ถ้าทำตรวจไม่เข้าสลาย และจะจับกุม ประชาชนอยู่ๆ เดินไปเห็นตำรวจแล้ววิ่งเข้าไปทำร้ายตำรวจ

ภาพที่เผยแพร่ ก็เป็นภาพที่เกิดการปราบปราม และจะจับกุมซึ่งเป็นปกติธรรมดา ต้องมีการต่อต้าน มีการประทะกันระหว่างสองฝ่าย

เพราะประชาชนก็เชื่อว่าได้ทำตามสิทธิขั้นพื้นฐานของการชุมนุมเรียกร้อง
เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ทุกฉบับ

การที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส รก.ผบ.ตช. อกมาแสดงอาการข่มขู่ คุกคามห้ามเคลื่อนย้าย ห้ามออกนอกสนามหลวง ด้วยวาจารุนแรง ประหนึ่งเหมือนว่า คนที่ชุมนุมเป็นไอ้มหาโจร หรือเป็นพวกก่ออาชญากรรมอุกอาจ

ทั้งๆที่คนชุมนุมเพียงแสดงการเรียกร้องตามสิทธิขั้นพื้นฐาน ไม่ใช่มหาโจรที่ไหน

เคยชื่นชอบความเด็ดขาด และเห็นว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ ควรจะได้มีตำหน่งระดับสูงสุดของตำรวจ เพื่อจะได้เอาจริงเอาจังเด็ดขาดกับพวก โจรและพวกทุจริตชนทั้งหลาย เพื่อความสงบของบ้านเมือง

แต่กลายเป็นว่า เอาความเด็ดขาดนั้น มาข่มขู่คุกคามประชาชนคนที่รักประชาธิปไตย ทีกำลังเรียกร้องในสิ่งที่พวกทำผิดข้อหา "กบฏ" ได้ทำต่อประเทศชาติและประชาชน ให้คืนอำนาจนั้นโดยเร็ว

อย่างนี้กระมังที่เขาเรียกกันว่า "อำนาจเผด็จการ ทรราช" ที่ พล.ต.อ.เสรพิศุทธิ์ กำลังรับใช้อยู่อย่างเอาจริงเอาจัง




Create Date : 30 กรกฎาคม 2550
Last Update : 30 กรกฎาคม 2550 10:53:43 น.
Counter : 153 Pageviews.

1 comment
รัฐธรรมนูญ"ฉบับกบฏ" ประชาชนจะยอมรับหรือไม่
เห็นโฆษณาเต็มหน้าหนังสือพิมพ์ให้รวมพลัง ที่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มีทั้งรวมพลังให้รับรัฐธรรมนูญของสภาร่างรัฐธรรมนูญที่ร่างแล้วก็ต้องการให้ผ่านการลงมติ ก็ประชาสัมพันธ์แต่ข้อดีๆ และทีสำคัญให้ลงประชามติรับร่างเพื่อจะได้มีการเลือกตั้ง

เป็นการเอาการเลือกตั้งที่ประชาชนต้องการมาเป็นตัวกระตุ้น เพื่อให้ประชาชนรับร่างโดยถ้าประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญก็จะนำไปสู่การเลือกตั้ง เอาการเลือกตั้งเข้ามาล่อใจประชาชน

แต่ก็มีโฆษณาเต็มหน้าใหญ่โตพอๆกัน ที่รณรงค์ไม่ให้รัฐร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ บอกว่าโหวตล้มรัฐธรรมนูญคือล้มเผด็จการ รัฐประหาร

ก็เป็นการต่อสู้ช่วงชิงประชาชน เพื่อให้ประชาชน รับร่างรัฐธรรมนูญ กับ ไม่รับ

ก็คงต้องรอดูกันต่อไป ว่าเมื่อถึงเวลาลงประชามติประชาชนจะเห็นชอบกับฝ่ายไหน

การลงประชามติ นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่กำหนดให้ประชาชนได้มาแสดงความเห็นในกฏหมายรัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นครั้งสำคัญ เพราะที่ผ่านมานั้น จะอยู่ที่สภาเป็นหลัก จะฟังเสียงประชาชนก็โดยการออกมารับฟังแล้วนำไปบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ครั้งนี้เสียงตัดสินอยู่ที่ประชาชนโดยตรง

การทำรัฐหาร คือการยึดอำนาจการปกครองของรัฐ โดยใช้กำลัง แล้วก็ยกเลิกกฏหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือว่าเป็นแม่บทของประเทศ

การทำรัฐหารยึดอำนาจเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นความผิดฐาน "กบฏ" ผิด กฏหมาย มาตรา 113 มีโทษถึงประหารชีวิต

ซึ่งก็แน่นอนคณะผู้ก่อการได้เขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2549 ให้หมดความผิดไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

แล้วยังมากำหนดไว้อีก ม.299 ของรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังจะผ่านความเห็นชอบของ สสร. ที่กำหนดให้การกระทำที่บัญญํติไว้ในรัฐธรรมนูญ ชัวคราว 2549 ว่าไม่เป็นความเป็นความผิด ก็ถือว่าการนั้นชอบด้วยรัฐธรรมฉบับนี้

นั่นคือ กำหนดให้การกระทำผิดของตนเองคือคณะผู้ก่อรัฐหารนั้น ไม่ผิด กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญให้ชัดแจ้งที่เดียว

ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับนี้ จีงเป็นฉบับ สนับสนุน การทำรัฐหาร ซึ่งไม่มีที่ไหนในโลกที่เขียนรัฐธรรมนูญให้ปรากฏไว้ว่าสนับสนุน การยึดอำนาจ การทำรัฐหาร

จะรับหรือไม่รับคงต้อง มีการรณรงค์ให้ประชาชนได้รับรู้กัน ในช่วงต่อไปนี้



Create Date : 03 กรกฎาคม 2550
Last Update : 3 กรกฎาคม 2550 4:40:52 น.
Counter : 174 Pageviews.

3 comment
ไล่ กบฏ เพื่อให้เข็ดหลาบ ต่อไปใครคิดทำ กบฏ ต้องถูกประชาชนขับไล่
แสดงพลังไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมาสำหรับการร่วมกันขับไล่ คมช.ที่คนไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นเดินแสดงพลัง

และก็พัฒนาจากลุ่มเล็กลุ่มน้อยรวมเป็น 33 องค์กร ร่วมกัน ประกอบด้วยหลายฝ่าย ไม่ใช่กลุ่ม ptv หรือกลุ่มไทยรักไทยเพียงกลุ่มเดียว

โดยให้นายมานิต จิตจันทร์กลับ อดีตหัวหน้าศาลฏีกา เป็นประธานใหญ่นำขบวน มีทั้งนายแพทย์เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ้งทรงธรรม จากสมาพันธ์ประชาชธิปไตย นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย แกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ นายชนวัฒน์ หาบุญพาด จากวิทยุชุมชนคนแท็กซี่ นายชูพงษ์ ถี่ถ้วน นอกจากวิทยุชุมชนคนรู้ใจ ที่เคยสัมภาษณ์ อดีตนายกทักษิณ

การให้นายมานิต จิตจันทร์กลับ อดีตหัวหน้าศาลฎีกา มาเป็นหัวขบวนถือว่าเป็นยุทธศาสตร์ที่ดี เพราะทำให้มีน้ำหนักในการพูดเรื่องกฏหมาย โดยเฉพาะ กรณีตุลาการรัฐธรรมนูญที่ตั้งโดย คมช. ตัดสินลงโทษย้อนหลังกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย

ที่สำคัญตำรวจหรือใครจะอ้างเรื่องทำตามกฏหมาย อะไรก็คงไม่ต้องไปหาใครที่ไหนมาอธิบาย ในเมื่องอดีตหัวหน้าศาลฏีกา เป็นผู้นำขบวนเอง

นอกจากนั้นยังมีนักวิชาการอีกหลายส่วนหลายภาคเข้าร่วมขบวนการ ความไม่พึงพอใจต่อการยึดอำนาจ คงไม่ได้มีแต่เฉพาะกลุ่มอำนาจเก่าจากรัฐบาลชุดที่แล้ว

แม้ว่านักวิชาการก็ไม่ค่อยพอใจ อดีตนายกทักษิณแต่ว่าครั้งนี้เป็นเรื่องไล่เผด็จการ คมช. ไล่แล้วเรื่องไม่ชอบทักษิณ ก็เอาไว้ที่หลัง ต้องรวมพลังไล่ เผด็จการ คมช. เสียก่อน

คนที่มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย คงรู้สึกอึดอัดและเจ็บแค้นแม้ว่าจะไม่ได้มีอะไรกระทบกับตนก็ตาม แต่ความรู้สึกที่ว่าอำนาจของประชาชควรจะหมดสมัยไปแล้วที่ ทหาร จะเข้ามายึดได้ง่ายๆ

ทหารที่เข้ามายึดอำนาจ ตั้งแต่ รสช. ที่ถูกประชาชนขับไล่และได้รับบทเรียนที่ประชาชนแสดงให้เห็นไปแล้ว ไม่ต้องการให้มีการยึดอำนาจรัฐหารโดยทหารกันอีกต่อไป

ถ้าครั้งนี้ทหารเข้ามายึดอำนาจแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่อย่างสบายต่อไปทหารจะมีพลังและอำนาจมากขึ้น แม้ว่าภายหลังจะมีการเลือกตั้ง มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม พลังและอำนาจที่เกิดจากการยึดอำนาจยังแขวงอยู่ในกองทัพอย่างไม่ต้องสงสัย

รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งคงต้องเกรงใจทหาร และคงจะเข้าสู่ยุคก่อนเก่าคือทหารจะมีอิทธิพลและอำนาจที่การเมืองไม่กล้าเข้าไปยุ่ง

เพราะฉะนั้นหนทางที่จะทำให้เผด็จการทหารเข็ดหลาบต่อการยึดอำนาจว่าไม่ควรจะมีการยึดอำนาจอีกต่อไปแล้ว คือต้องเจอกับพลังการขับไล่ของมวลชน

ตลอดจนผู้ที่สนับสนุนทหารให้มีการยึดอำนาจ หรือผู้ที่ร่วมเป็นบริวารคำสั่ง พวก "กบฎ" และร่วมมืออย่างชนิดไม่แลเห็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนที่ควรมี เช่น ตั้งหน้าตั้งตาจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน อย่างกระทรวง ไอซีที และการปฏิบัติตามคำสั่งอื่นๆ อย่างชนิด ถูกให้เป็นผิด

ประชาชนต้องแสดงพลัง ขับไล่ ให้คณะผู้ก่อ "กบฏ" รู้สำนึกว่า การจะขับไล่รัฐบาลในอนาคตนั้น ทหารไม่ควรเข้ามายุ่ง ควรให้มีการเปลี่ยนแปลงตามวิถีประชาธิปไตย

.......ก็ต้องดูกันต่อไป ถ้าพลังประชาชนชนะ การก่อการ "กบฏ" ก็คงไม่มีทหาร คิดที่จะทำอีก แต่ถ้า "กบฏ" ชนะ ความผิดฐานทำ "กบฏ" ก็จะถูกนิรโทษกรรม แล้วเป็นตัวอย่างให้มีการยึดอำนาจต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด คิดกันดูก็แล้วกัน ควรจะออกไปต่อต้าน "กบฏ" หรือไม่......



Create Date : 10 มิถุนายน 2550
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 11:14:22 น.
Counter : 178 Pageviews.

8 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  

50youngnum
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]