WeLcOme to Nu~WaRN BloG
Group Blog
 
All blogs
 

Cream Cheese Homemade ง่ายๆ ใครๆก็ทำได้

สวัสดีเดือนแห่งความรักค่ะ เพื่อนๆ ชาว Bloggang ที่น่ารัก ขอให้มีความสุขกะเดือนแห่งความรักกันมากๆนะคะ ช่วงนี้ จขบ.ป่วย โดนหวัดเล่นงาน เสียงหาย เสียงห้าว ไปหลายวัน เลยได้หยุดงาน พักยาวๆไป เบื่อๆ เลยมาอั๊พบล๊อคแก้เบื่อซะหน่อย แต่นี่เริ่มจะเบื่อเองซะแล้ว นั่งพิมพ์มารอบที่ 3 แล้ว ไปกดอะไรผิดไม่รู้ ข้อความหายหมด เซงจริงๆ

วันนี้จะมานำเสนอวิธีทำครีมชีสแบบหนูทำได้ค่ะ ง่ายๆ ใช้เวลานิดนึง แต่ประหยัดเงินได้มาก ต้องขอขอบคุณสูตรจากคุณเก้า Kaoim มา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

ส่วนผสมมี 2 อย่างถ้วน คือ นมสดแบบไม่พร่องมันเนยขนาด 1 ลิตร กับโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยค่ะ (จริงๆขวดนี้ไม่ถึง 1 ลิตรนะคะ แต่ใกล้เคียง)


มาเริ่มทำกันเลยค่ะ นำนมไปอุ่นบนเตาพอร้อน ไม่ต้องให้เดือดนะคะ ตามสูตรบอกว่าต้องให้ได้ 60 องศา แต่ถ้าไม่มีเครื่องวัดก็สังเกตุแค่พอมีควันขึ้นค่ะ หยดลงบนมือพออุ่นๆ พอ ก็ปิดเตาได้เลยค่ะ


เทโยเกิร์ตใส่ลงไปแล้วคนให้เข้ากัน จากนั้นเทใส่ภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด


พอดีหาฝาไม่เจอเลยเอาแร๊ปปิดไว้น่าจะพอได้ แล้วนำไปวางไว้ในเตาอบ ตู้กับข้าว หรือ ไมโครเวฟก็ได้ค่ะ ให้อากาศมันอบๆ นมจะได้บูดเร็วๆ แล้วปล่อยทิ้งไว้เลย


เริ่มทำตอนสายๆ กว่าจะกลับจากทำธุระก็ประมาณ 3-4 ทุ่ม มาเปิดดูก็จะได้เนื้อข้นๆ แบบโยเกิร์ตที่เราซื้อกินเลยค่ะ ลุ้นมากตอนเปิด กลัวนมบูดแบบเน่าไปเลย กินไม่ได้เลยมากกว่า แต่ก็ไม่เป็นแฮะ ถ้าใครจะทำโยเกิร์ตทานเองก็พอแค่นี้ค่ะ เอาเข้าแช่ตู้เย็นไว้ทานได้เลย แต่ถ้าใครจะทำครีมชีสก็ทำตามขั้นตอนต่อไปได้เลยค่ะ


หลังจากนั้น เทใส่ผ้าขาวบางที่ซ้อนกันหลายๆชั้นหน่อยเพื่อกรองเอาน้ำออก


แล้วหาเชือกหรือยางมามัดให้แน่น จะหาไม้แขวน หรือเอาวางบนกระชอนก็ได้ค่ะเพื่อให้น้ำไหลออกจาตัวโยเกิร์ตให้หมดก็พอ แล้วเอาเข้าไปวางในตู้เย็นทิ้งไว้ข้ามคืนได้เลยค่ะ


ตื่นเช้ามา ก็จะได้เนื้อครีมชีสแบบแห้งๆแบบนี้ค่ะ


แล้วก็จัดการตัก ขูด เก็บไส่ภาชนะไว้ทำขนมได้เลยค่ะ


ง่ายใช่มั๊ยคะ ส่วนน้ำเหลืองๆ ใสๆ ที่ไหลออกจากโยเกิร์ตเรียกว่า เวย์ค่ะ เห็นเค้าบอกวาเอาไปผสมโยเกิร์ตดื่มเพื่อให้ระบายท้องได้ด้วยนะคะ มีประโยชน์ทุกส่วนดีจริงๆเลยค่ะ แล้วเดี๋ยวมาตามดูนะคะ ว่า จขบ.จะเอาครีมชีสที่ได้ไปทำอะไรต่อ วันนี้ไปแล้วค่ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมนะคะ บายค่ะ




 

Create Date : 07 กุมภาพันธ์ 2554    
Last Update : 7 กุมภาพันธ์ 2554 14:08:13 น.
Counter : 660 Pageviews.  

ทงคัตสึด้ง สูตรมั่วเอง

ช่วงนี้ว่างๆ เป็นช่วงเบรคจากการเรียน 2 เดือน เลยมีเวลามาอัพบล๊อคบ่อยขึ้น เลยเอาสูตร(แน่ใจ?) ทงคัตสึด้งมาลงซะหน่อย ทำไว้นานมากแล้ว แต่อย่างว่า ยุ่งตลอดๆ (ขี้เกียจซะมากกว่า) เคยเข้ามาค้นสูตรจากเพื่อนๆใน BlogGang แต่ก็ไม่ได้จดไว้ จำได้คร่าวๆ พอถึงเวลาอยากจะทำจริงๆ ก็จำไม่ได้ เลยต้อง มั่วเองงงงง แต่ก็กินได้ อร่อยด้วยนะเออ

มาดูส่วนผสมกันดีกว่า
- เนื้อหมู เราใช้สันนอกค่ะ ซื้อมาชิ้นค่อนข้างหนา เลยแล่ออกได้ 2 ชิ้นให้บางลงหน่อย จะได้สุกง่ายๆ
- แป้งอเนกประสงค์ ใช้มันทุกงานตามชื่อเลยนั่นแหล่ะ
- ไข่ไก่
- เกล็ดขนมปัง
- เครื่องปรุงรส โชยุ เกลือ น้ำตาล คะนอและ พริกไทย (ลืมถ่ายรูปอ่ะ)
ที่จริงเหมือนเคยอ่านเจอว่ามีเหล้าของญี่ปุ่นอะไรซักอย่าง แต่ไม่มี ก็ไม่ใช้มันหล่ะ หอมใหญ่ ก็ไม่ชอบกิน ก็ไม่ใส่


ต้องขอภัยสำหรับความไม่ชัด(เลย)ของภาพ เนื่องจากตอนทำไม่มีกล้องมีแต่มือถือ คงพอถูกไถได้เนอะ
หลังจากแล่หมูแล้วก็ทำการ ทุบๆ เพื่อให้นิ่ม (เคยได้ยินมาว่าแบบนั้น) แล้วก็หมักด้วยการโรย เกลือ พริกไทย ทาๆถูๆ เพื่อให้เข้าเนื้อ


หลังจากนั้น เราเอาเข้าไมโครเวฟประมาณ 1-2 นาที เพื่อให้เนื้อหมูสุกนิดหน่อย จะได้ไม่ต้องทอดนาน เดี๋ยวไหม้ หลังจากนั้นเอาออกมาคลุกแป้ง


ชุบไข่


ชุบเกล็ดขนมปัง


นำลงไปทอด อย่าใช้ไฟแรงนะคะ เดี๋ยวเกล็ดขนมปังจะไหม้เร็วมากก ทอดพอให้เหลือง เฝ้าดีๆ อย่าเผลอเดี๋ยวจะดำเหมือนในรูป เผลอแป๊บเดียว ดำเลย


นำขึ้นมาซับน้ำมัน หั่นเป็นชิ้นๆ แบบในรูป พักไว้ก่อน


ตั้งกะทะกึ่งหม้อ วุ๊ย อธิบายไม่ถูกค่ะ กะทะแบบใบเล็กๆขอบสูงนิดหน่อยเวลาตอกไข่จะได้กองๆอยู่ที่เดียวไม่ไหลไปไหน ใส่น้ำประมาณ 1/2 ถ้วย ตั้งไฟ ใส่คะนอประมาณครึ่งก้อน ยีๆให้ละลาย ใส่โชยุซักช้อนครึ่ง พอให้มีสีและกลิ่นหอมๆ รสเค็มนิดๆ เติมน้ำตาลนิดหน่อย ชิมดูให้รสกล่อมกล่อม หรือตามใจเราเลยค่ะ พอเดือด เอาหมูที่ตัดลงไปแช่ในน้ำเลยค่ะ พยายามวางตามแบบเดิมก่อนหั่นหมู เพื่อความสวยงาม


หลังจากนั้นตอกไข่เพิ่ม 1 ฟอง รวมกับที่เหลือจากชุบหมู ตีพอไข่แดงแตก แล้วเทลงบนเนื้อหมูราดให้ทั่ว แล้วทำการปิดฝาทันที เราปิดประมาณ 40 วินาที ไข่กำลังสุกพอดี นิ่มๆ เละๆ หน่อย แต่ถ้าใครชอบสุกมากก็ต่อเวลาเอาตามใจชอบเลยค่ะ (ขั้นตอนนี้ลืมถ่ายรูป มัวแต่ตื่นเต้น น่ากิน 555++)
ไข่ได้ที่แล้วจัดการเทลงบนข้าวสวยที่ตัดใส่ถ้วยไว้ได้เลยค่ะ ค่อยๆเทอย่าให้ไข่แตก เดี๋ยวดูไม่น่ากิน (แค่นั้นแหล่ะคือเหตุผล อิอิ ) ได้แบบนี้


เสร็จแล้วว เตรียมโซ๊ยได้เลยค่ะ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2553    
Last Update : 17 สิงหาคม 2553 12:06:52 น.
Counter : 485 Pageviews.  

มะกะโรนีกุ้ง อุ้งๆๆๆ

สวัสดีวันหยุด long weekend ของใครๆหลายๆคนนะคะ ปีนี้ไม่ได้อยู่ไทย เลยไม่ได้ไหว้แม่เลย แต่ถึงตัวไม่ใกล้ แต่ใจเราใกล้กันเนอะแม่เนอะๆ

วันนี้จะมาลงรูปทำผัดมะกะโรนี้กุ้ง ที่จริงทำไว้นานแระ แต่ไม่มีเวลามาลงเลย (ตลอดๆ) พอดีมีสปอนเซอร์ ซื้อของมาให้ทำเลย เลยได้มีโอกาสทำไม่งั้นนอนอืดเป็นอย่างเดียว 555+++ มาดูดีว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนประกอบมีดังนี้ (ขอไม่บอกจำนวนนะคะ เพราะกะๆเอาเหมือนกัน อิอิ)
เส้นมะกะโรนี, เนย, กระเทียมสับ, ซอสพริก, ซอสมะเขือเทศ, กุ้งสด, ต้นหอม, ผักชีนิดหน่อย, พริกไทยดำ, น้ำมันพืช, ไข่ไก่ และ เกลือ อ้อ เกือบลืม แครอท เมล็ดข้าวโพด ถั่วลันเตา (เราใช้แบบสำเร็จแช่แข็งมาเลยง่ายดี แค่เอาใส่น้ำ เวฟ 2 นาที ใช้ได้เลย สะดวกที่ซู๊ดด)


เริ่มแรกทำการต้มมะกะโรนี ตั้งน้ำให้เดือดแล้วใส่เส้นลงไป ต้มประมาณ 7 นาที ลองเอาเส้นขึ้นมาจิกดู ถ้าขาดเป็นอันใช้ได้ แต่อย่าให้ถึงกับเละนะ เด๋วต้องเอามาผัดอีก เส้นจะยิ่งเละไปกันใหญ่ พอได้ที่เทน้ำออกแล้วคลุกเส้นด้วยน้ำมันมะกอกนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน ไม่มีใช้น้ำมันพืชธรรมดาได้นะคะ


หลังจากนั้นตั้งกะทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อย แล้วก็เนยซักครึ่งช้อนโต๊ะ เพื่อความหอม เจียวกระเทียมให้เหลือง


พอกระเทียมเริ่มหอม ใสกุ้งลงไปได้เลย เราแกะเปลือกผ่าหลังเรียบร้อยเพื่อความสะดวกในการรับประทาน ผัดให้กุ้งเริ่มสุก แล้วตอกไข่ใส่ 1 ฟองก่อน เพื่อให้ไข่ติดกุ้ง(ไม่มีเหตุผลทำไมต้องติด แค่ชอบกินแบบนี้ )


พอไข่สุกใส่มะกะโรนีลงไปเลย ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซอสพริก และเกลือ ใครจะเติมน้ำตาลอีกก็ได้ไม่ว่ากัน แต่เราว่าซอสมะเขือเทศหวานพอแระ และก็ตอกไข่อีกฟองลงไปได้เลย ผัดให้เข้ากิน ชิมรสตามใจชอบ ใครมีฝีมือหรือไม่มีวัดกันตรงนี้แหล่ะ 555++


ปรุงไป ชิมไป อิ่มก่อนกินจริงแล้ว อิอิ ก็ใส่ต้นหอมลงไปซะเพื่อความสวยงาม แต่อิชั้นไม่กิน เค้าซื้อมาก็ใส่ไปเฉยๆ เหอๆ


ตักใส่จาน โรยหน้าด้วยผักชี โรยพริกไทยดำด้วย หอมกรุ่นพร้อมเสิร์ฟจ้า


ซูมกุ้งเต็มๆคำ อร่อยๆ คนอื่นชมนะ ไม่ได้ชมตัวเองด้วย ฮี่ๆ (ใครจะกล้าว่าให้หล่ะ ว่าไม่อร่อย อุตส่าห์ทำให้ทานแล้ว) แต่ก็ช่าง ช้านไม่แคร์ บ้ายออยู่แล้ว กร๊ากก มีความสุขในวันหยุดยาวนะคะเพื่อนๆ XOXO




 

Create Date : 13 สิงหาคม 2553    
Last Update : 13 สิงหาคม 2553 12:19:55 น.
Counter : 287 Pageviews.  

ChErRy OrEO ChEeSE Pie กับความมั่นใจที่หายไป แงๆ

ช่วงนี้เจ้านายไม่อยู่ไปต่างประเทศอีกแล้ว เหอๆ ว่างอีกตามเคย หาอะไรทำหน่อยดีกว่า เลยลองทำ Cherry oreo cheese pie ซะหน่อย หลังจากไม่ได้ทำมานานหลายปี สูตรที่เคยทำก็ลืมไปหมดแล้ว กะๆเอาเลยละกัน (ไอ้กะๆนี่แหล่ะ ตัวดีเลย)

อุปกรณ์ทั้งหมด
-Oreo
-Philadeiphia Cream Cheese
-เนย
-น้ำมะนาว
-นมข้นหวาน
-โยเกิร์ต
-Cherry กระป๋อง


วิธีทำก็แสนง่ายดาย ใครๆก็ทำได้
เริ่มจาก เอาครีมออกจากโอรีโอ ให้หมด แล้วบดให้ละเอียด แบบนี้ (เหมือนปุ๋ยใส่ต้นไม้เลยเนอะ


จากนั้นจัดการละลายเนย เราเอาเข้าเวฟ แต่ไหงออกมาเป็นเม็ดๆแบบนี้ก็ไม่รู้ ตอนแรกชั่งใจอยู่นานมาก จะใช้เนยเค็มหรือเนยจืดดี เพราะบางสูตรก็ใช้เค็ม บางสูตรก็ใช้จืด บางสูตรก็ผสม ก็เลย....ผสมดีกว่า


เทๆผสมกับโอริโอ้บด ค่อยๆใส่ๆ คนๆให้ดูเหมือนทรายเปียกน้ำ (แต่เหมือนแกลบเปียกๆจริงๆ)


จากนั้นอัดใส่พิมพ์(วันนี้ใช้แบบถอดก้นได้) อัดให้แน่นๆ พยามให้เรียบเสมอกันด้วยนะคะ แบบนี้ แล้วนำเข้าแช่เย็น ให้แข็งตัว


มาทำครีมชีสกันดีกว่า ก่อนทำก็ ปล่อยครีมชีสไว้ที่อุณหภูมิห้องให้อ่อนตัวเพื่อจะได้ตีง่ายๆ พออ่อนตัว หั่นเป็นชิ้นๆ


ตีผสมกับน้ำมะนาว โยเกิร์ต นมข้นหวาน เอารสตามชอบเลยค่ะ ผสมไป ชิมไป เกือบหมดเลย อิอิ ตีให้เนื้อเนียนๆเลยนะคะ เราไม่มีเครื่องตี ก็มือนี่แหล่ะ กล้ามแทบขึ้นเลยค่ะ ปวดแขนมากๆ


พอได้ที่ ครัสโอริโอ้แข็งตัว ก็นำครีมชีสมาเททับลงไป เกลี่ยให้เสมอ อาจเคาะๆนิดนึงเพื่อให้ครีมชีสกระจายๆทั่วๆ แล้วนำเข้าแช่เย็น


เราแช่ข้ามคืนเลยค่ะ พอถอดออกจากพิมพ์ได้ออกมาได้แบบนี้


จะทานก็ตัดออกมา ราดหน้าด้วยเชอร์รี่ มากน้อยตามชอบเลยค่ะ
สวยมะๆ


อีกซักมุมนะ ขอเห่อหน่อย ก่อนจะเล่าเรื่องเศร้า


พอๆเลิกเห่อได้แล้ว มาเล่าเรื่องเศร้าดีกว่าค่ะ เห็นน่าตาน่ากินแบบนี้แต่กินแล้วมีแต่คนติว่าไม่อร่อยเลย มีชมแค่คนเดียวคือน้องที่ทำงาน เค้าคงไม่กล้าติอ่ะ ส่วนคุณแฟนบอกเปรี้ยวไป เอามาให้เจ้าของหอชิมแกบอกเค็มมากๆ เค็มที่สุด หมายถึงตัวครัสอ่ะคะ นี่ขนาดผสมเนยเค็มกับจืดแล้วนะ ถ้าเค็มอย่างเดียวมีหวังกินไม่ได้แหงมๆ ส่วนพี่ชายบอก รสไม่เข้ากันเลย โอริโอออกเค็ม ครีมชีสจืด เชอรร์รี่เปรี้ยว รสไม่กลมกล่อม เรางี้หน้าเสียเลยค่ะ ตั้งแต่ทำกับข้าว ทำขนมมา ไม่เคยแย่ได้ขนาดนี้เลยค่ะ เสียความมั่นใจสุดๆ แต่ไม่ท้อค่ะ ครั้งหน้ามีแก้แค้น เอ้ย...แก้มือแน่ๆ ฮ่วย เสียใจๆ

ไปแระค่ะ ขออนุญาติไปเช็ดน้ำตาก่อนนะคะ แงๆ




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 8 กรกฎาคม 2552 9:39:40 น.
Counter : 546 Pageviews.  

~ เต้าหู้ทรงเครื่อง~

สูตรนี้มั่วๆเอง ไปกินจากร้านอาหารก็มาเดาๆว่าน่าจะใช่แบบนี้แหล่ะ

อ่ะๆ มีคนกล้ากินด้วยนะ (แอบมีบังคับเล็กๆ)

มาดูส่วนประกอบกันเลยค่ะ
-หมูสับ
-เต้าหู้ไข่
-กระเทียม
-ผักต่างตามชอบค่ะ เราใช้ ข้าวโพดอ่อน เม็ดถั่วลันเตา (พอดีมีติดตู้เย็นแค่นี้อ่ะ) แล้วก็ขึ้นฉ่าย ใช้โรยหน้า
-น้ำตาล ซีอิ๊วขาว น้ำมันหอย
-แป้งสาลีสำหรับชุบเต้าหู้ทอด แป้งข้าวโพดเพื่อผสมน้ำราด แต่ๆ จขบ.มีแต่แป้งเอนกประสงค์ง่ะ ใช้แทนหมดเลยละกันนะ (มั่วมากๆ)


ลงมือทำกันเลย!!

เริ่มจาก ตั้งกระทะ น้ำมันไม่ต้องท่วมมาก (เปลือง)
จากนั้นหั่นเต้าหู้หลอดป็นท่อนๆ เล็กใหญ่ ตามชอบเลยค่ะ แล้วคลุกแป้ง นำลงทอด


ทอดให้ข้างนอกเหลืองๆ ดูกรอบๆก็ตัก ซับน้ำมันออกให้หมด


ทีนี้มาทำน้ำราดกัน
เริ่มจากใส่น้ำมันนิดหน่อย เจียวกระเทียมให้หอม เอาหมูลงผัด ใส่ผักทั้งหมดลงไป เติมน้ำนิดหน่อย ผัดให้ผักสุก ปรุงรสตามชอบ เติมน้ำแป้ง ที่ละลายน้ำไว้แล้ว ใส่ไปซัก ช้อน ก็พอ คนๆ น้ำจะเริ่มข้นๆ รอให้เดือดอีกซักนิด


ตักราดบนเต้าหู้ที่ทอดรอไว้แล้ว โรยหน้าด้วยขึ้นฉ่าย หอมๆ เสร็จ ง่ายกว่านี้มีอีกมั๊ย??




 

Create Date : 04 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 4 กรกฎาคม 2552 16:08:01 น.
Counter : 197 Pageviews.  

1  2  

NaNNy_Kitty
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add NaNNy_Kitty's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.