บางกอกนฤมิต

บางกอกนฤมิต

นิยาย ลำดับต่อไป ที่ซื้อมาอ่าน...แค่เห็นหน้าปกก็ชวนซื้อ สีแดง ... สีเลือด สีแรง สีที่ใครบางคนบอกว่าน่ากลัว

แต่เราชอบสีแดงนะ เราว่า สีแดง หมายถึง ความรัก - หัวใจ ความรักแบบตรงไปตรงมา รักคือรัก อาจจะดูโฉ่งฉ่าง ไม่อ่อนละมุนเหมือนความรักสีชมพู แต่ยังไง เราก็ยังชอบ เรารู้สึกว่า สีแดงเป็นสีแห่งความกระชุ่มกระชวย ตื่นเต้น สดใส มีพลัง

เพิ่งอ่านไปได้ไม่กี่หน้า - 2 -3 ตอนได้หละมั้ง คุณยายวาด นักแสดงละครรำ ในสมัยก่อน มาที่โรงละครบางกอกนฤมิต ที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ในที่แห่งเดิม คุณยายวาด นางเอกละครเรื่องมัลลิกายอดรัก ได้เดินทางมาเพื่อพบกับเจ้าของโรงละครนี้ เพื่ออธิบาย ความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ เมื่อละครถูกปิดตัวลง... เริ่มตื่นเต้นละสิ...555

 




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2555 12:16:36 น.
Counter : 625 Pageviews.

1 comment
สาปภูษา..โดย พงศกร

สาปภูษา

เขาฉายไปเมื่อปี 2552 แต่ว่าเราเพิ่งซื้อนิยายมาอ่าน สนุกดีคะ..

ขอขอบคุณเวปไซส์ กระปุก www.kapook.com และละครช่องภาพ ภาพจากละครช่อง 3  ที่เราได้ไปคัดลอกมา

เป็นละครเรื่องที่ไม่ได้ดู เพราะตอนโฆษณา น่ากลัว เวลาดูหนังผีๆ บางเรื่องน่ากลัวมากก็ไม่ได้ติดตามที่ละคร แต่ช่วงนี้ชอบอ่านหนังสือนิยาย สไตล์สืบสวน ลึกลับ ซับซ้อนซ่อนเงื่อน

สนุก ตื่นเต้นดีคะ อ่านแป๊ปปป เดียวจบ..

เรื่องย่อ

ในอดีตกาล เจ้าสีเกด หญิงสาวฝีมือดีเรื่องการทอผ้าตาดทองที่เป็นที่กล่าวคลานกันในวัง ได้พบกัน หม่อมทัด ขุนนางตำรวจที่หลงรักเจ้าสีเกด หลังจากนั้นเขาก็ตามจีบทำให้เจ้าสีเกดหลงรักเขาอย่างหัวปักหัวปำ จนเจ้าสีเกดตั้งท้อง แต่แล้วโชคชะตาก็ไม่เข้าข้าง เพราะหม่อมทัดจะต้องแต่งงานกับหม่อมฉาย ความผิดหวังครั้งนี้ทำให้เจ้าสีเกด เกิดความอาฆาตแค้นพยาบาท เธอจึงทอผ้าตาดทองพร้อมกับสาปแช่งด้วยความโกรธแค้น ทุกเส้นด้ายในผืนผ้า ถูกตราตึงไว้ด้วยแรงพยาบาท ก่อนที่เจ้าสีเกดจะผูกคอตายพร้อมกับลูกในท้อง แม้กาลเวลาผ่านไปแต่ความอาฆาตมิได้ถูกลบเลือนสืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน

          ปัจจุบัน ไหมพิม หญิงสาวที่ชอบเรื่องผ้าโบราณ ได้เข้าทำงานที่ร้านตาดทอง ซึ่งมีปรีชญาเป็นเจ้าของ วันหนึ่งก็มีชายลึกลับ เข้ามาอาละวาดในร้านแต่ พชร สถาปนิกหนุ่มเข้ามาช่วยไว้ทัน ชายลึกลับจึงวิ่งออกไปจากร้าน แต่ก็ทิ้งห่อผ้าสีขาวไว้ ซึ่งในนั้นมีผ้าตาดทองโบราณที่สวยงามมากอยู่ มณีกัญญาหุ้นส่วนร้านตาดทอง สั่งให้นำผ้าไปเก็บไว้ในเซฟ แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เพราะวิญญาณของ เจ้าสีเกด ได้ปรากฏขึ้น และจ้องหน้าคนทั้งสีด้วยความแค้น คือนั้นไหมพิมสะดุ้งตื่นกลางดึก และเห็นชายลึกลับกำลังงัดหน้าต่างบ้านเธออยู่ พชร มาช่วยไว้ทัน

          ทาวิธ นายตำรวจหนุ่มที่แอบชอบไหมพิม ก็ส่ง ภาติยะ ลูกน้องของเขามาทำคดีให้ไหมพิม ซึ่งเมื่อภาติยะพบไหมพิม ก็ทำให้เข้าตกหลุมรักไหมพิม และพยายามจะนำเรื่องความคืบหน้าของคดีมาคุยกับไหมพิม ต่อมามณีกัญญากลัวว่าชายลึกลับจะกลับมาอีก เธอจึงนำผ้าตาดทองไปฝากไว้ที่บ้านของปรีชญา ด้วยเหตุนี้ทำให้มีสิ่งประหลาดเกิดขึ้นหลายครั้งภายในบ้านของปรีชญา วิญญาณเจ้าสีเกดที่มากับผ้าตาดทอง วนเวียนอยู่ในบ้านของปรีชญา เมื่อได้เห็นหน้าทาวิธ คู่หมั้นของปรีชญาก็เกิดโกรธขึ้นมาจนให้เกิดลมกรรโชกแรง เพราะชาติที่แล้วทาวิธ ก็คือ หม่อมทัด ต่อมาทาวิธถูกยิงทำให้ต้องมาอยู่ที่บ้านของปรีชญาเพื่อง่ายต่อการดูแล ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นเมื่อเจ้าสีเกดได้เข้าร่างของไหมพิม แล้วทำให้ไหมพิมยั่วยวนทาวิธเพื่อจะหวังให้ความรักระหว่างทาวิธกับปรีชญาต้องจบลงเหมือนกับความรักของเจ้าสีเกดในชาติที่แล้ว

          ระหว่างนั้น พชรได้พบกับ แทนไท และภุมรี สองสามีภรรยาที่จ้างให้พชรตกแต่งพิพิธภัณฑ์ผ้าโบราณให้กับภรรยาของเขา พชรจึงไปขอความช่วยเหลือเรื่องข้อมูลผ้าโบราณกับไหมพิม ความใกล้ชิดทำให้พชรแอบรักไหมพิมอย่างเงียบๆ คืนหนึ่งไหมพิมลงมาข้างล่างแต่ลืมว่าตัวเองนั้นใส่ชุดนอนอยู่ เมื่อทาวิธเห็นจึงนำผ้าตาดทองที่ตกอยู่มาคลุมให้ทันได้นั้นเองวิญญาณเจ้าสีเกดก็เข้าร่างไหมพิม ทำให้ไหมพิมจูบกับทาวิธ 

          พชรมาเห็นพอดีจึงเกิดความเข้าใจผิดกับไหมพิมหญิงที่ตนแอบรักว่าทำไมถึงหักหลังปรีญชาได้ลงคอ พชรทำตัวเหินห่าง จนไหมพิมสงสัย จึงดักถามปรับความเข้าใจ ไหมพิมเสียใจมากที่พชรเข้าใจเธอผิด ขณะเดียวกันภาติยะก็คิดที่จะพาไหมพิมเข้าโรงแรม พชรที่คอยเฝ้าติดตามไหมพิมก็ช่วยไว้ได้ทัน

          แทนไทที่นั่งสมาธิก็เห็นว่าเจ้าสีเกดเข้าสิงร่างไหมพิมอยู่จึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับพชรว่าสิ่งที่เห็นไหมพิมทำนั้นเธอไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วย ทุกอย่างเกิดจากเจ้าสีเกดทั้งนั้น พชรนำเรื่องดังกล่าวไปบอกไหมพิมและนำสร้อยพระให้ไหมพิมใส่ ไหมพิมบอกพชรเรื่องความฝันที่เธอเห็นผู้หญิงโบราณนั่งปักผ้าด้วยความโกรธแค้น ทั้งสองจึงเล่าเรื่องนี้ให้แทนไทฟัง แทนไทจึงแนะนำให้ไหมพิมนั่งสมาธิเพื่อสื่อสารกับเจ้าสีเกดว่าต้องการอะไร ซึ่งสิ่งที่เจ้าสีเกดต้องการก็คือ ฆ่าปรีชญา เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อเจ้าสีเกดเข้าร่างไหมพิมและกำลังจะไปฆ่าปรีชญา ขณะนั้นแทนไทก็ทำการสวดมนต์พร้อมทำพิธีเผาผ้า ทำให้วิญญาณของเจ้าสีเกดออกจากร่างไหมพิมอย่างกะทันหัน

          เวลาผ่านไป...ทุกคนเดินทางไปวัดเพื่อหล่อพระประธาน ซึ่งไหมพิมก็นำผ้าตาดทองหล่อรวมเข้าไปกับพระประธานด้วย เพื่อให้วิญญาณเจ้าสีเกดไปสู่คติและให้อโหสิกรรมให้กับทุกคน ทาวิธตัดสินใจบวชเพื่อชดเชยกับสิ่งไม่ดีในอดีตและกลับมาแต่งงานกับปรีชญาตามที่สัญญาไว้ และทุกคนก็เข้าใจไหมพิมมากขึ้นโดยเฉพาะมณีกัญญาที่ตอนแรกไม่ชอบไหมพิมเท่าไหร่นัก เธอจึงเปิดโอกาสให้ไหมพิมรักพชรพี่ชายของเธอ

นักแสดง

-อิศริยา สายสนั่น   รับบท   ไหมพิม หญิงสาวจิตใจดี อายุ 23 ปี จบการศึกษาจากคณะพัสตราภรณ์  หลงไหลชื่นชอบในเรื่องผ้าโบราณ ความที่เป็นเด็กกำพร้า ทำให้เป็นคนเข้มแข็งแต่ในส่วนลึกแล้วรู้สึกขาดความอบอุ่น
วิทยา วสุไกรไพศาล  รับบท พชร(พัด)  สถาปนิกวัย 25 ปี เป็นคนมีน้ำใจ ชอบทำให้คนรอบข้างมีความสุขโดยเฉพาะผู้หญิงที่เขารัก และจริงจังในเรื่องการทำงาน 
ชาตโยดม   หิรัณยัษฐิติ  รับบท  หม่อมทัด และ ทาวิธ  นายตำรวจหนุ่มอนาคตไกลอายุ 20 ปลายๆ หน้าตาดี และเจ้าชู้ ฝันที่จะเป็นนายตำรวจยศสูงอ่อนไหวง่ายและโลเลในเรื่องความรัก เช่นเดียวกับในอดีตชาติที่เกิดเป็น "หม่อมเจ้าทัด"
ณัฐริกา    ธรรมปรีดานันท์  รับบท ปรีชญา และ หญิงฉาย  ปรีชญาหญิงสาวอายุ 25 ปี สาวอ่อนหวานจริงใจกับทุกคน เป็นหุ้นส่วนร้านตาดทอง ในอดีตชาติเป็น "หม่อมหญิงฉาย" ที่ถูกผู้ใหญ่จับคู่ให้แต่งงานกับหม่อมเจ้าทัด
สกาวใจ  พูนสวัสดิ์  รับบท มณีกัญญา และ หญิงโฉม มณีกัญญาเจ้าของร้านตาดทองและเป็นน้องสาวของพชร มีความรู้เรื่องผ้าโบราณ นิสัยปากร้ายไม่ค่อยรักษาน้ำใจใคร ในอดีตชาติเป็น “หม่อมหญิงโฉม” ซึ่งมีนิสัยเหมือนในปัจจุบัน 
ธัญญาเรศ   รามณรงค์   รับบท เจ้าสีเกด หญิงสาวอายุประมาณ 20 ปี มีความอ่อนหวาน ผู้ทอผ้าตาดทองด้วยความแค้น ชีวิตของเธอพบเจอกับมรสุมชีวิตมากมาย ทำให้กลายเป็นคนหัวใจเต็มไปด้วยความอาฆาตพยาบาท 
-  ธีระพงศ์   เหลียวรักวงศ์ รับบท แทนไท อายุประมาณ 50 ปี ชอบนั่งสมาธิ สามารถช่วยไหมพิมให้พ้นจากวิบากกรรมในครั้งนี้ 

 เจ้าสีเกด สวยจัง ธัญญ่า ส้วยสวย..

รูปหน้าปก หนังสือนิยาย

ชอบอ่าน นวนิยาย ของคุณหมอพงศกร จังเลยคะ มีทั้งความรู้และจินตนาการของเรื่องราวที่ปะปนกับ วัฒนธรรม เรื่องผ้า ผ้าโบราณ เรื่องนี้ เป็นผ้าตาดทอง ผ้าทอของคนในวัง ที่มีเชื้อสายมาจากประเทศลาว ที่เป็นบ้านพี่เมืองน้องกับไทย

เรื่องนี้ อ่านจบแล้ว ทำให้รู้ว่า ความพยาบาท อาฆาตแค้นของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผิดหวังในความรัก ช่างรุนแรงเหลือเกิน การที่เจ้าสีเกด ตายท้องกลม และทอผ้าจนเสร็จเพื่อใช้ในพิธีแต่งงานของหญิงฉาย กับชายหนุ่มที่หล่อนรัก - พ่อของลูกในท้องของหล่อน ทำให้หล่อน ไปเอาเศษดิน-ในป่าช้า ไปเอามาใส่ในดอกไม้ที่ปักลงบนผ้าทอ พร้อมด้วยความพยาบาท อาฆาตแค้น ตกทอดแก่ คนใช้ผ้า ต้องมีอันเป็นไป ถึง 2 คน หญิงฉาย แล้วก็ใครอีกคนไม่แน่ใจ ว่านำไปใช้ ในพิธีแต่งงานเหมือนกัน

ท่ามกลางความอาคาต พยาบาท หญิงฉาย ซึ่งไม่รู้เลย ว่าผ้านั้นได้ทอด้วยความพยาบาท และสาปแช่ง เธอให้อภัย เจ้าสีเกด ให้อภัยถึงขนาดยอมใส่-สวมผ้าผืนนั้น ในวันแต่งงานของเธอ แต่เธอก็ต้องมารักกรรม เป็นบ้า สติเสีย และเสียชีวิตในที่สุด...

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร

ผู้ชายนี่นะน๊ะ มีแฟนอยู่แล้ว ยังหลง ผู้หญิงอื่นได้ เค้าถึงว่า ผู้ชายข้าวเปลือกผู้หญิงข้าวสาร โบราณว่า.. ผู้ชายไปข้างนอก ก็งอกใหม่ - แพร่พันธุ์ได้ ส่วนผู้หญิงเป็นข้าวสาร งอกไม่ได้แล้ว พร้อมที่จะเป็นอาหารอย่างเดียว

หรือ สามวันจากนารีเป็นอื่น... ทั้งทาวิท ที่เปลี่ยนแปลงหัวใจ เมื่ออยู่ใกล้ไหมพิม  หรือในอดีต หม่อมทัด หลังจากได้เจ้าสีเกด เป็นเมียแล้ว ก็ไม่ปรารถนา ที่จะแต่งงานด้วย หากสมัยใหม่เค้าเรียก ฟั้นแล้วทิ้ง หรือ เจ้าสีเกด ก็เป็นได้เพียง กิ๊ก เท่านั้น

ผู้ชาย มักมาก ในกาม มีเยอะแยะ อย่าว่าแต่ในนิยายเล้ย...




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2555 12:03:47 น.
Counter : 920 Pageviews.

0 comment
กุหลาบรัติกาล
เพิ่งอ่านจบ
กุหลาบรัติกาล
สนุกดีนะ การค้นพบดอกกุหลาบ สีน้ำเงินเข้ม ที่ไม่มีใครในโลกเคยผสมพันธุ์ มันได้
นางเอก เรียนจบอเมริกา และทำงานที่กระทรวง - จำไม่ได้...
พ่อ แม่ เสียชีวิต ด้วยอุบัติเหตุ
เพื่อน ชื่อ มานนท์,, สนิทกัน ตั้งแต่อยู่อเมริกา คอยช่วยเหลือทุกอย่าง แม้ตอนพ่อแม่เธอ เสีย - เขาเป็นธุระให้หมด
อยู่มาวันนึง เธอได้ข่าวว่า เธอได้รับมรดกจากยาย เป็นบ้าน-คุ้มขนาดใหญ่ ทางภาคเหนือ...ช่วงปิดเทอม มานน ไม่มีสอนที่มหาวิทยาลัย เธอลาพักร้อนได้ 1 สัปดาห์ จึงเดินทางเพื่อไปดู- ขาย
แพม ขับรถไปเชียงใหม่ รถโฟวิลของเธอ ยังใหม่ พลัดกันขับกับเพื่อนสนิท มานน
เมื่อมาถึงคุ้ม - ใหญ่ อลังการมาก มีของล้ำค่ามากมาย เธอคิดจะจดทำบัญชี รายชื่อ
ด้วยความ ที่มานน ชอบดอกไม้ สวนของเจ้ายาย ใหญ่มาก มีกุหลาบพันธุ์หายากมากมาย ...เขาไปพบ กรีนเฮ้า -เรือนเพาะชำ แอบอยู่ปลายสุดของแปลงกุหลาบ และมีม่านดอกไม้-ไม้เลื้อย คลุมอยู่ แหวกเข้าไป ข้างในเรือนเพาะชำ เขาจึงไปพบ กุหลาบสีน้ำเงินเข้ม เขาดีใจมาก รีบบอกให้แพมรู้ ทั้งสองคนเรียกมันว่า กุหลาบรัตติกาล
ทั้งสอง จะเก็บเป็นความลับ และจะจดลิขสิทธ์-สิทธิบัตร ของกุหลาบพันธุ์นี้ ...
นน โดนหนามกุหลาบทิ่ม ที่มือ,,,ทำให้เขาเป็นไข้และเพ้อ..ถึง นิลนวารา...

แพม ได้โทร ไปขอความช่วยเหลือ จาก ดร.ชาลร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์กุหลาบหายาก - พืชพรรณหายาก เธอชวน ดร มาที่คุ้มที่อยู่บนเขา ห่างเชียงใหม่ 3 - 4 ชม. เมื่อไปถึง เขาพบกุหลาบสีน้ำเงิน ขอถ่ายรูป เก็บตัวอย่าง เนื้อเยื่อ เพื่อเอาไปพิสูจน์ แต่ มานน ไม่ยอมให้เด็ดดอก-หักกิ่ง-ใบ ชาลร์จึงทำได้แค่ถ่ายรูป ...ต่อมา ซีดีที่เลขาก๊อปรูป จากกล้อง เพื่อเอาไปอัด หายไป...
มีคนบุกรุก ไปทำลาย- ค้นหากุหลาบรัติกาล... ชาลร์แนะนำใหตัดก้าน - ใบ - ดอก ของดอกไม้ทุกดอก ในกรีนเฮ้า เพื่อไม่ให้หัวขโมยรู้ ว่าเป็นต้นไหน หากเข้าไปยัง กรีนเฮ้าได้
แพม ไปรับเพื่อนสนิท มิ-ที่เดินทางมาจาก กทม ...เพื่อพักผ่อน...เธอทำร้านดอกไม้ -วุธแฟนของมิทำสวนกุหลาบส่งออก ,,,ที่กำลังฝืดเคือง ธุรกิจ ดอกไม้ -กุหลาบถูกส่งกลับตีคืน 2 -3 ตู้คอนเทนเนอร์

มานน ไม่ไว้ใจ ขุดกุหลาบ จะไปฝากไว้ เจ้ายาย พี่สาว ของเจ้ายายแพมที่อาศัยอยู่เชียงใหม่
มิช่วยขุด โดนพิษ ของหนามกุหลาบตำ เป็นไข้
กุหลาบในสวนถูกขโมย
แพมมัวแต่กังวลเรื่องเพื่อนสาวคนสนิท ไข้สูงมาก เพ้อ ชัก และเสียชีวิตในที่สุด

มานนท์ เครียดที่กุหลาบหาย ขับรถของแพมกลับคุ้ม ระหว่างทางโดนคนร้าย ขับรถตาม และชน จนได้รับบาดเจ็บสาหัส
ฝรั่งสองคน เป็นคนจากบริษัท ค้าขายพืชพรรณพิเศษ ต่างๆ ทั่วโลก มาศึกษา กุหลาบขาวเชียงดาว แล้วมาพบ ดร ชาร์ล แล้วขโมย ซีดี ที่มีรูปของกุหลาบรัติกาลไป นั่นเอง
ฝรั่งสองคนคิดว่า คนขับ คือแพม แต่ไม่ใช่ กลายเป็น มานนท์
เขาจับคนผิด - มานน บอกว่าไม่รู้ ก็โดนซ้อม และถูกขังในยุ้งฉาง-บ้านเก่าๆ หลังหนึ่ง
นนคิดจะโกหกว่า แพมรู้ ว่ากุหลาบอยู่ไหน ให้เอาตัวเขาไป พบแพม แล้วเธอจะบอก

คนขโมยกุหลาบคือวุธ แฟนเพื่อนสนิทของแพม ที่กำลังมีปัญหาด้านการเงิน เพื่อนสาวแอบโทรศัพท์ไปบอกแฟน และสถานที่ที่เอากุหลาบลงปลูกไว้ คืนนั้นเขาขับรถจากกทม พร้อมลูกน้องพม่าสองคน มาขโมยกุหลาบ เขาโดนหนามกุหลาบตำ ขากลับเขา ขับรถไม่ไหว ปวดหัว ตาลาย ไข้ขึ้น เขาจึงฝากกุหลาบไว้กับเพื่อนที่ ทำสวนกุหลาบที่จ.ตาก
เขาไม่สบาย ไข้สูง เพ้อ ชัก เพื่อนนำส่ง โรงพยาบาล อาการหนัก ชักและเสียชีวิตในที่สุด

แพมตัดสินใจเล่าเรื่องให้เจ้ายาย พี่สาวแท้ๆ ของยายเธอ ฟังว่า เจ้ายายของเธอผสมพันธุ์กุหลาบสีน้ำเงินได้แล้ว เรื่องวุ่นวายที่มีคนมาขโมยกุหลาบในสวน ก็เพราะ หากใครได้กุหลาบไป ก็จะรวยล้นฟ้า เพราะกุหลาบน้ำเงิน ไม่เคยมีใครในโลกผสมพันธุ์ ขึ้นมาได้ และเธอตัดสินใจจะไม่ขายบ้าน-คุ้มของยายแล้ว จะเก็บรักษาไว้ เพราะรู้สีกผูกพัน กุหลาบจะเอาไปจดสิทธิบัตรแล้วนำออกขาย แต่ยังไม่ได้ทันทำอะไร ก็มาเกิดเรื่อง ถูกขโมยไปก่อน

ตำรวจมาพบ เพราะพบรถโฟวิล ชื่อของเธอ โดนชนเละ ที่ทางขึ้นเขา คนขับหายไป คือ มานน เพื่อนของเธอ

เจ้ายาย เลยเล่าเรื่องน้องสาวให้ฟัง ว่า หมกมุ่น กับการปลูกกุหลาบมาก สั่งซื้อกุหลาบพันธุ์หายาก มาจากต่างประเทศ ทดลองผสมนั่นนี่ จนได้กุหลาบหลายสีมากมาย และมีความมุ่งมั่นตั้งใจว่า จะผสมพันธุ์กุหลาบสีน้ำเงิน ขึ้นมาให้ได้ มีลูกสาวคนเดียว คือ แม่ของแพม
อยู่มาวันนึงเจ้าตาป่วย ไข้สูง ชัก และเสียชีวิต ตั้งแต่นั้นมาเธอก็ไม่ได้ผสมพันธุ์กุหลาบ และไม่ให้ใครเข้าไปในกรีนเฮ้าอีกเลย เจ้ายายผู้พี่ ต้องไปอยู่เป็นเพื่อนน้องสาว มีอยู่วันนึง แม่ของแพมแอบเข้าไปในกรีนเฮ้าส์ เจ้ายายรู้เข้า ทะเลาะกันใหญ่โต แล้วแม่แพม ก็หนีออกจากบ้าน และไม่กลับมาที่คุ้มอีกเลย เจ้ายายผู้พี่อยู่ในบ้าน เลยไม่รู้ว่าทะเลาะอะไรกัน
อีกหลายสิบปีต่อมา เจ้ายายของแพมก็เสีย
ก่อนตาย เจ้ายาย ยกสมบัติ เงินทอง ให้เจ้ายายผู้พี่และลูกหลาน เหลือคุ้ม และที่ดินไว้ให้ลูกสาว ทนายความของตระกูล ตามหาแพม ที่เป็นหลานสาวคนเดียวของเจ้ายายอยู่ 2-3 ปี จึงพบ ...เจ้ายายของเธอ ได้มอบคุ้ม -สวนกุหลาบ-ข้าวของทั้งหมดในบ้านให้เธอ

แพมกับชาร์ล เข้าเมืองเพื่อแจ้งตำรวจ
และจะกลับไปค้นหาบันทีกเจ้ายาย ว่า ผสมกุหลาบสีน้ำเงินได้อย่างไร ไม่มีต้นกุหลาบ อย่างน้อยได้สูตรผสมให้มัน ก็น่าจะแลกกับชีวิต ของมานนได้

ตำรวจ รับแจ้งความ และให้เธอเปลี่ยนเครื่องโทรศัพย์ของตำรวจ เครื่องนั้นมีเครื่องดักฟัง จะได้รู้ว่า คนร้ายอยู่ที่ไหน โดยการถ่วงเวลาพูด กับมันให้นานที่สุด

แพม กับ ชาร์ล ขับรถกลับไปที่คุ้ม ได้ค้นพบบันทีกของเจ้ายาย ที่เขียน โดยรหัสมอส เขาแปลออกมา และ ได้ความว่า กุหลาบสีน้ำเงินเกิดจาก การเอาไม้เลื้อยดอกสีน้ำเงิน ชื่อ นิลนวารา เป็นพืชที่มีเฉพาะถิ่น ขึ้นหลังภูเขาบ้านยายเท่านั้น มาผสมพันธุ์กับกุหลาบฝรั่งเศสพันธุ์นึง โดยใช้ไวรัสเป็นตัวนำพา ในสมัยก่อน เจ้ายายอาจจะได้เรียนการตัดต่อยีนส์ด้วยเชื้อไวรัส หรือปัจจุบันเรียก พันธุวิศวรรมทางพืช จากประเทศอังกฤษ แล้วทดลองทำเองจนสำเร็จ
แพมได้รับโทรศัพท์ นัดพบ จากฝรั่ง ว่าจับตัวมานนไป หากอยากเอาชีวิตคืน ให้เอากุหลาบสีน้ำเงินมาแลก ที่วัดแห่งหนึ่ง ในอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่,

ชารล์ ออกไปตามหา ต้นไม้พิเศษ กับชาวเขาผู้ชาย ที่แพมจ้างมาเฝ้าบ้าน

แพมได้ฟังคำบอกเล่าเรื่องตำนาน จากแม่บ้านชาวเขาที่จ้างมาอยู่ด้วย ว่า หลังเขา มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งจากเชียงใหม่ เดินทางมาพบรักกับนางกุหลาบคำ แล้วปลูกสร้างประสาทสีทองขึ้น อาศัยอยู่กับภรรยา ต่อมาคิดถึงภรรยาเก่า ที่เชียงใหม่ จึงหนีนางกุหลาบคำไป นางเสียใจมาก ตายและกลายร่างเป็นดอกไม้สีดำ คือ นิลนวารา นั่นเอง ซึ่งเป็นดอกไม้ที่ออกดอกสีน้ำเงินเข้ม เกือบดำ มีพิษ บนเขามีสวนสวย มีพืชพิษ แมลง งู และสัตว์ร้าย มากมาย เพราะไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ ประสาทของตัวเอง กลัวคนอื่น จะมาทำร้าย- ขโมยทรัพย์สมบัติ

แพม จึงไปเปลี่ยนเสื้อผ้า รองเท้าผ้าใบ พร้อม เชือก-ตะขอปีนเขา แม่บ้านห้ามไป ก็ไม่ฟัง แค่ฝากบอกว่า หากคุณชาร์ลกลับมา ให้บอกว่าเธอไปที่ภูเขาหลังบ้าน

แพมขึ้นเขาไป สำรวจตั้งนานไม่พบไม้เลื้อย เธอหิวน้ำ จึงวักน้ำจากแอ่งน้ำเล็กๆ มาดื่ม เธอเห็นภาพประสาทสีทอง ในน้ำ แต่พอมองขึ้นมาเหนือน้ำ-บนพื้นดิน ก็ไม่มี เธอได้ยินเสียงเรียก ของหญิงสาว-ของนิลนวารา,,ว่า เธออยู่ตรงซอกหิน เธอเดินตามไปที่ชโงกหิน เธอเห็นไม้เลื้อย ออกดอกสีน้ำเงิน ขี้นอยู่ข้างชอกหิน เธอกำลังจะก้าว ชาร์ลวิ่งเข้ามาดึงตัวเธอได้ทัน ก่อนตกเขา
สร้อยที่เจ้ายายผู้พี่ให้ไว้ ของเจ้ายายเธอขาด หลุดร่วง
เธอเล่าให้ฟัง ว่า มีเสียงกระซิบบอก ว่าไม้เลื้อย อยู่ซอกเขา เธอเลยเดินไป
ชาร์ลว่า เขาขึ้นเขามาเห็นเธอเดินไปชโงกหิน เรียกเท่าไรก็ไม่ฟัง ตัดสินใจวิ่งมา ดึงตัวไว้ได้ทันก่อนตกเขา
กำลังจะกลับ แพมพบว่าสร้อยขาด ชาร์ลไปหาให้แล้วเจอ
สร้อยขาด ล็อกเกตแตก ด้านใน มีดอกไม้สีน้ำเงินแห้ง อยู่
ที่แท้ นิลนวารา ห้อยอยู่ในล๊อกเกตของยายที่ให้เธอไว้ อยู่กับเธอตลอดเวลา
ชาล์รห้ามแตะต้องมัน เอาผ้าเช็ดหน้าห่อไว้ เพราะคิดว่าเป็นพืชพิษ

รุ่งขึ้น ขับรถจะลงเขากลับ เชียงใหม่
เผอิญ รถของชาร์ลเสีย มาช้า
ชาลร์ โทรนัด กับดร. ไอโก๊ะ ที่หมายปอง ดร.ชาล์ร และคิดว่า แพมแย่งคนรักของเธอ ก่อนหน้า ไอโก๊ะปรุงพ๊อตเพอรี่-ดอกไม้แห้ง ที่ใส่ยาพิษ มอบให้แพม ชาร์ลไปเห็นโถดอกไม้เข้า จึงนัด ดร.ไอโก๊ะให้ไปรอที่ร้านอาหาร เพื่อต่อว่า ว่าไอโกะทำผิดจรรยาบรรณ ของอาจารย์มหาวิทาลัย...
ชาร์ลบอกไอโกะว่าหากเสร็จธุระ กับแพม ที่วัด มีเรื่องจะคุยด้วย เธอรอนาน จนทนไม่ไหว เดินไปที่วัด ที่ชาร์ลบอกว่า มีธุระ
เธอจึงถูกฝรั่งสองคนจับไป เพราะคิดว่า ไอโกะ เป็นแพม...

จับผิดตัว

ชาร์ลกับแพม มาไม่ทัน

ฝรั่งเลยโทรขู่ - นัดกันใหม่
แพมโทรไปแจ้งตำรวจ และวางแผนดิบดี ว่าคนร้ายให้ไปเจอที่วัดอีกวัดนึง ที่จ.เชียงใหม่ พร้อมเอากุหลาบไปให้ เพื่อแลกกับตัวประกัน

ชาร์ลขุดกุหลาบปลอมไว้ต้นนึง เผื่อให้แพมถือไป
และเตรียมสูตรเขียนใส่กระเป๋าสะพายไว้ เพราะเจ้าสองคน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพรรณพืช อาจจะรู้ว่า ไม่ใช่ต้นของกุหลาบสีน้ำเงิน
ค่อยยื่นกระดาษที่เป็นสูตรให้

ตำรวจ วางแผนใหม่ จะปลอมตัวแฝงเป็นประชาชน ผู้คนในวัด

พอถึงเวลานัด แพมเดินออกจากรถ ขอแลกกุหลาบ กับตัวประกัน 2 คน ต่างเดินมาตรงกลางลานจอดรถ ฝรั่งได้ต้นกุหลาบ แล้วยิงเพื่อนอีกคนตาย - หักหลังเพื่อน -ไม่มีสัจจะ ในหมู่โจร และกำลังเล็งปืนยิง ดร.ไอโก๊ะ แพมโดดไปพลัก ไอโกะล้ม มันกำลังจะยิงแพม ดร.ชาล์ร วิ่งออกมาจากรถมาปกป้อง-กันแพม ตำรวจที่ปลอมตัวอยู่ ยิงกลับไปที่ ฝรั่ง คนร้ายคนนั้น ตายคาที่ ช่วงที่มันกำลังเล็งปืนไปที่แพม...
คนร้ายเสียชีวิต ทั้งสองคน
มานนท์ไม่โดนยิง บาดเจ็บจากรถถูกชนคราวก่อน เข้ารักษาที่โรงพยาบาล

แพม พบมือถือของเพื่อนสนิท-มิ และพบว่า เบอร์โทร ออกสุดท้ายคือแฟนเธอ-วุธ
เธอโทไปหาวุธ แต่ไม่พบ และทางพ่อแม่ บอกว่า เสียชีวิตแล้ว ที่จังหวัดตาก เขาไปหาเพื่อนที่ ทำสวนกุหลาบที่ จ.ตาก แล้วป่วย เสียชีวิต


ไอโกะ เอารีพอร์ต ความเป็นพิษของดอกไม้สีน้ำเงินมาให้แพม ที่บ้านเจ้ายาย
และบอกว่า จะกลับญี่ปุ่น
เธอจะไม่ทำงานที่เมืองไทยที่ชิงทุนมา จนครบสองปี ต้องขอโทษที่เอาความรู้ด้านพืชพิษมาทำร้ายแพม ด้วยพ๊อตพอรี่ แต่แพมกลับมีจิตใจดี ช่วยพลักไอโกะ จากกระสุนของผู้ร้าย แพมเหมาะสมกับชาร์ลแล้ว และชาร์ลก็เลือกที่จะรักแพม

แพมบินกลับกรุงเทพพร้อมชาร์ล
ไปงานศพ มิ ,,,, และได้เบอร์โทของเพื่อนวุธ ที่ทำสวนกุหลาบ ที่ จ. ตาก เธอและชาร์ลโทรไปหาเพื่อนของวุธ ที่ป่วย และเสียที่นั่น
ชาล์รถามหากุหลาบ ที่วุธฝากไว้ และขอกุหลาบต้นนั้นคืน เพราะ ชาร์ลแจ้งว่า กุหลาบที่ขายไปให้มีข้อบกพร่อง บางอย่าง ขอคืน
เพื่อนวุธให้คืน และบอกทางไปสวนที่ จ. ตาก
เขาและแพมขับรถไป จ.ตาก ทันที
เพื่อนของวุธเขาให้คืน มาทั้งต้น,,,ขับรถออกมา ชาร์ลขอทำลาย กุหลาบ น้ำเงิน แพมตกลง
เขาจอดรถ เอากุหลาบ โยนเข้าพงไม้ข้างทาง ราดน้ำมันเบนซิน จุดไฟเผา

แต่ กิ่งกุหลาบได้ถูกภรรยาเจ้าของสวนกุหลาบที่จ.ตาก ตัด และนำไปชำไว้ที่สวนหลังบ้าน
.......จบ,,,,,กุหลาบรัติกาล กับความโลภ ละโมบ ของมนุษย์....

คติสอนใจ
ความรัก ทำได้แม้ผิดจรรยาบรรณ คนเป็นครู ถึงขั้นปรุงยาพิษ ใสใน พ๊อตเพอรี่ เพื่อแย่งสาวที่ชายหนุ่มไปรัก คู่แข่งตายแล้วคิดเหรอ ว่าชายหนุ่มเขาจะรักเธอ

ความละโมบ ทำให้คนตาย ไปหลายคน
ความอยากได้ อยากมีเงินมากๆ อยากรวย ยามขัดสน ยามยาก ทำให้แม้กระทั่งเพื่อนสนิท ยังหักหลังกันได้ เพราะเห็นว่าแฟนกำลังลำบากด้านการเงิน แอบโทร ให้มาขโมยกุหลาบพันธุ์หายาก

คนที่เราคบแบบเพื่อนชายคนสนิท มานานหลายปี จริงๆแล้ว เขาอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่ ไม่ใช่คู่ชีวิตที่เราอยากอยู่ด้วยจนแก่เฒ่า ก็เป็นไปได้
เนื้อคู่ ที่เจอด้วยความบังเอิญ เหมือนสวรรค์ ส่งลงมาให้เป็นคู่ชีวิตของเรา
ทำอะไรก็รู้สีกรัก อยู่ใกล้ก็อบอุ่น เป็นสุข เข้าใจกัน พร้อมจะร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน .. แม้จะช่วงระยะเวลาไม่นาน เค้าเรียกว่า,, ใช่เลย,,,
คู่กันแล้ว ไม่แคล้วกัน..
คุณหละ เจอคนที่พร้อมจะร่วมทุกข์ ร่วมสุข หรือยัง...

ถ้าใครยังไม่เจอคนที่ใช่ รอๆๆ เดี๋ยวเขาจะถูกส่งมาจากฟากฟ้าเอง...




Create Date : 09 เมษายน 2555
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 12:52:03 น.
Counter : 541 Pageviews.

2 comment
กี่เพ้า,,,
กี่เพ้า
อ่านสนุก แป๊บเดียวจบ เรื่องนี้คนเขียนคนเดียวกับ รอยไหม,,กุหลาบรัติกาล...เป็นคุณหมอ..ผู้เขียนเรื่องเดียวกับรอยไหม...
เป็นเรื่องของภัณทรักษ์สาว ในพิพิธภัณท์ The MET, USA
เธอเป็นเจ้าหน้าที่ ในส่วนผ้าโบราณ ที่จะมีการจัดแสดง หมุนเวียนไปเรื่อยๆ
อีเว้นหน้า จะต้องจัดนิทรรศการกี่เพ้าโบราณ ที่หัวหน้าไปเจรจา กับเจ้าสัว-ฮ่องกง ครอบครัวนี้ทำธุรกิจขายยา สมุนไพร ยาดม ร้านขายยามีเครือข่ายหลายสาขา เพราะเจ้าสัวกับภรรยา เรียนจบเภสัชกร มีลูกชาย 2 คน,,
มีภรรยา คนที่สอง มีลูกติด ผู้หญิง 1 คน

กี่เพ้า 11 ตัว (ถ้าจำไม่ผิด หนังสือคืนเค้าไปแล้ว หรือ 12 ตัวเนี่ยหละ) ถูกส่งมาก่อน 1 สัปดาห์ เพื่อตรวจตราความเรียบร้อย และใส่หุ่น ตั้งโชว์ จัดการเรื่องคำอธิบาย ประกอบของแต่ละชุด... ปรากฎ มีกี่เพ้า เพิ่ม -เกินมา 1 ตัว สีแดงสด ปักดอกโบตั๋นสีชมพู เธออยู่ทำงานจนดึก และ ลองเอามาสวมใส่ ทั้งๆ ที่กฎต้องห้ามของพนักงาน ห้ามใส่เสื้อผ้าที่จะจัดแสดงโชว์ หากใส่ จะถูกไล่ออก แล้วภาพฝัน-เหมือนเรื่องจริงก็เกิด เธอเห็นคนใส่ชุดกี่เพ้า ถูกมีดแทงตาย และ เห็นที่ข้อมือ คนร้ายใส่กำไลหยก หัก แตกออก ..
เธอสลบไป เพื่อนพนักงาน กลับมาเอาของที่ลืมไว้ เห็นเธอสลบ-หลับอยู่ จึงปลุกเรียก เธอให้เพื่อนสัญญาว่าจะไม่บอกนาย เพื่อนสาวโอเค เธอรีบไปเปลี่ยนชุด เพื่อนสาวกลับไป เธอไปรีเซทภาพวงจรปิด ตอนเธอลองชุดกี่เพ้า ลบตรงนั้นทิ้ง ตัดต่อ ได้อย่างแนบเนียน หัวหน้าไม่อยู่ วันรุ่งขี้นต้องจัดอีเว้นแล้ว เธอเลยตัดสินใจเอากี่เพ้าสีแดง ชุดสุดท้ายใส่หุ่นไว้ เพื่อจัดแสดงด้วย เพราะว่า มันเป็นกี่เพ้า ที่สวยงามมาก
วันรุ่งขึ้น
งานนิทรรศการกี่เพ้าโบราณเปิด เจ้าสัว และลูกชายคนที่ 2 กับน้องสาวคนละแม่ เดินทางมาเปิดนิทรรศการด้วยตัวเอง
การเปิดนิทรรศการ เต็มไปด้วยผู้คน ช่างภาพ นักข่าว
นางเอก เป็นโฆษก-พิธีกร-คนบรรยายเปิดงาน และเดินแนะนำ ประวัติ ความเป็นมาของกี่เพ้าแต่ละชุด
จนมาชุดสุดท้าย พอเปิดผ้าคลุมออก ,, ทุกคนตะลึงงัน เพราะมันเป็นกี่เพ้า ที่ทันสมัยและสวยงามมากๆ..แต่แล้ว ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เจ้าสัวโกรธ ตบหน้าลูกชาย สั่งให้ถอดคืนกี่เพ้าชุดนี้ แล้วเดินออกจากงานทันที

แล้วงานวันนั้นก็กร่อย
เจ้านาย เรียกเธอไปสอบถาม เธอว่า เจ้านายไม่อยู่ ติดต่อไม่ได้ เธอตัดสินใจเอาชุดที่เกินมาลงแสดงด้วย เพราะว่ามันสวยมาก (เทียบกับ เป็นชุดฟินาเล่ ของแฟชั่นโชว์เลยหละ)
เจ้านายดุ นิดหน่อย ให้ถอดกี่เพ้าใส่กล่อง คืนเจ้าสัว ทันที ในคืนนั้น
นิทรรศการ จัดต่อไปอีก 1 เดือน ...
จบนิทรรศการ เธอ และเด็กฝึกงาน ช่วยกันแกะ -ถอดชุด ออกจากหุ่นด้วยความระมัดระวัง....แคว๊กก...
เด็กฝึกงาน ดึงกี่เพ้าออกจาหุ่นแรง ชุดของมาดามเช็ง(จำชื่อไม่ได้ สมมตินะ) ขาดเป็นรอยทางยาว
หัวหน้า ด่าเด็กฝีกงาน แล้วโทรศัพย์ สายตรง ไปแจ้งเจ้าสัว ขอโทษและบอกท่านว่าจะรับผิดชอบ ซ่อมให้เหมือนเดิม แต่ต้องใช้เวลา 3 -5 เดือน เพราะต้องหาเส้นไหม มาเทียบให้สีเหมือนเดิม อาจต้องบินไปซื้อไหม ที่จีน-กลับมาอเมริกา มาซ่อมกี่เพ้า ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซ่อม ทาง The MET จะรับผิดชอบเอง
เจ้าสัวโกรธ แต่ว่า ให้เอาชุดกี่เพ้าทั้งหมด และให้ช่างจาก The MET มาอยู่ที่บ้านเขา 3 เดือนหรือมากกว่า จนกว่าจะซ่อมเสร็จเรียบร้อยสวยดังเดิม เพราะสะดวกกับการหาซื้อไหม มาปะ-ชุน ไหมมาจากจีน บ้านเขาอยู่ฮ่องกง ง่ายกว่า สะดวกกว่าในการหาเส้นไหม...
นางเอก จึงต้อง เดินทางไปฮ่องกง กับลูกชายคนที่ 2 ของเจ้าสัว ที่มารับกี่เพ้าทั้งหมดด้วยตัวเอง

การไปซ่อมกี่เพ้าที่ขาด ทำให้เธอรู้ความลับหลายอย่าง จากความฝันบ้าง จากการเล่า ของคนรับใช้เก่าแก่ ซึ่งพ่อเธอเป็นคนตัดกี่เพ้าสีแดงชุดนั้น
ทุกคนในตระกูล สวมกำไรหยก บางคนก็มีหยกที่แตก แล้วเอาเส้นทองร้อยไว้ ผู้ต้องสงสัย จึงมีหลายคน
เธอถูกคุณชายรอง ขอร้องให้ซ่อมกี่เพ้า สีแดงที่มีรอยขาดที่หน้าอกด้วย .... เธอรับปากทำ-ซ่อมแซมให้ เพราะอยากศึกษาการทำกี่เพ้า ย้อมสีไหม จากพ่อของคนรับใช้ที่บ้าน ที่อาศัยต่างออกไปอีกเมือง
กี่เพ้า มาดามเช็ง ก็ถูก เธอค่อยๆ ซ่อมไปเรื่อยๆ ที่พิพิทธภัณท์ กี่เพ้าส่วนตัวของเจ้าสัว ที่อยู่บนชั้น 2 ของบ้าน รวมถึงกี่เพ้า สีแดง เธอจะซ่อมแซม ก่อนนอน ทุกคืน
เธอถูกทำร้าย หลายครั้ง
จนคุณอาที่อยู่เมืองไทย เป็นห่วง ให้อาสะใภ้เอาสร้อยหยก มาแขวนคอไว้ ป้องกันภยันอันตราย

พระเอก ลูกชายคนที่ 2 เริ่มหลงรักนางเอก ,,,

เจ้าสัว มีลูกชาย 2 คน
คนแรก ตายไป ประสบอุบัติเหตุ ขับรถตกเขา วันเดียวกับ แฟนสาวของลูกชายคนที่ 2 ที่จะต้องแต่งงานโดยโดนบังคับให้แต่งกับพี่ชายเขาในวันรุ่งขึ้น แฟนเขาก็ตาย โดนแทงตาย ในวันเดียวกัน แล้วฝังศพเป็นเจ้าสาวผี คู่กันกับพี่ชาย ที่ฮวงซุ้ย หลังบ้าน คนที่ฆ่าแฟนเขา คือเพื่อนสนิทของพี่ชาย...ข่าวว่า อย่างนั้น เพราะยังจับตัวฆาตกรไม่ได้...
คุณชายรอง กำลังเดินทางกลับจากเรียนต่อที่อเมริกา จึงกลับมาพบว่า ทั้งสองตายไปแล้ว
พี่ชาย ไม่อยากแต่ง เพราะเป็นเกย์ คู่ขาคือเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมา และไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกัน เพื่อนชิงทุนไปได้
พอน้องชาย ไปเรียนต่อ ก็บังเอิญเจอ ว่า พี่ชายกับเพื่อนรัก ...เป็นชายรักชาย...เขาไม่บอกใคร จะให้พี่ชายบอกพ่อแม่เอง
คู่หมั้น หญิงไทย ที่มาอยู่ที่บ้านเจ้าสัวตั้งแต่เด็ก พ่อ-แม่เธอ เสียชีวิต เจ้าสัวรับมาเลี้ยง และจะให้แต่งงานกับลูกชายคนโต เพราะมีสัญญาลูกผู้ชายกันไว้
พอน้องชาย รู้ว่า พี่เป็นเกย์ ความรู้สึกที่แอบรัก ก็เริ่มเปิดเผย กับว่าที่คู่หมั้นพี่ชาย และตระเตรียมว่า หากเขาเรียนจบจะกลับมาจดทะเบียนกับเธอ เพื่อเป็นการมัดมือชก ไม่ต้องให้เธอเป็นแค่เจ้าสาวในนาม ของพี่ชาย เขาสั่งตัดกี่เพ้าสีแดง เพื่อใส่ในโบสถ์ พิธีแต่งงาน จะจัดขึ้นหลังจากเธอมารับเขาที่สนามบิน

ปริศนาค่อยๆ คลี่คลาย
ที่แท้ คนที่ฆ่า แฟนเก่าคุณชายรอง คือ แม่ของเขาเอง และยังทำร้าย นางเอก - เธอสลบ และถูกฝังในฮวงซุ้ยทั้งเป็น นอนอยู่ในห้องที่คู่ขาคุณชายใหญ่ ถูกฆ่าตาย รวมอยู่ในนั้นด้วย
เธอพยายามเคาะเรียก

ในที่สุดพระเอก - คุณชายรองก็ตามมาช่วยเธอได้ทัน แต่แม่ของเขา ก็พลาดพลั้ง ตกเหว-ทะเล ตาย

ในที่สุด เขาและเธอก็รักกัน หญิงสาวกลับไปอเมริกา ....

จบแค่นี้แต่เราเดา...เขาคงตามไป เพื่อขอแต่งงาน ...



Create Date : 09 เมษายน 2555
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 12:52:16 น.
Counter : 615 Pageviews.

2 comment
สะพานแสงคำ
ไปค้นมาในเวป

ประกาศผลและมอบรางวัลไปเรียบร้อยแล้วสำหรับการประกวดหนังสือดีเด่นรางวัล เซเว่นบุ๊คอวอร์ด ครั้งที่ 5 ประจำปี 2551 ...

นวนิยาย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ยิ่งฟ้ามหานที ของ กนกวลี พจนปกรณ์
รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ สะพานแสงคำ ของ ปิยะพร ศักดิ์ เกษม
และรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ เล่นเงา ของ จิรภัทร อังศุมาลี



เรื่องย่อ...
สะพานโค้งข้ามคูบัวหลากสี ราวสะพานมีลวดลายเป็นเถาไม้เลื้อยเกี่ยวพัน ลวดลายนั้นดูสดใสอร่ามเรือง ด้วยสีเหลืองจัดราวทองคำนพคุณ อีกฟากหนึ่ง...ด้านหลังต้นไม้หลากพันธุ์รกทึบนั้น คือเส้นทางทอดไปสู่ที่ไหนสักแห่ง และไม่ใช่เพียงพาไปสู่สถานที่เท่านั้น หากพาคุณไปสู่ผู้คนและเหตุการณ์มากมายด้วย

สะพานแสงคำ สื่งเชื่อมโยงระหว่างความรักกับความชัง ความจริงกับความลวง อดีตกับปัจจุบัน

...............
พี่สาว ที่รู้จักกัน เอามาให้อ่าน สองเล่ม....เห็นว่าเราชอบอ่านนิยาย...
อ่านไปหลายบทแล้วสนุกมากกกกก
ไว้อ่านจบ จะมาเขียนใหม่คะ

9/4/55
อ่านจบหลายวันแล้ว เพิ่งได้มีเวลาเขียน
สะพานแสงคำ
สนุกดีนะ....เป็นเรื่องย้อนอดีต
เจ้าทางเหนือ ที่มี เมียสองคน คนแรกเป็นคนทางเหนือ มีลูกสาว 1 คน
คนที่ 2 เป็นลูกสาว คนทางใต้ (กรุงเทพ) มีพ่อเป็นพ่อค้า - เจ้าสัว...ให้กำเนิด ลูกสาว 1 คน,,,เอื้อย

มาที่ปัจจุบัน แกรนมัม อยู่อังกฤษ กับนางเอกของเรื่อง ที่เผอิญเจอพระเอก ที่พิพิธภัณน์ภาพศิลป์แห่งนึง โดยบังเอิญ
แล้วก็ มีโอกาสได้กลับ มาเมืองไทย และได้มาพบกันอีก ในบ้าน -วังเก่า ของแกรนมัม ที่ญาติๆ จะเอาไปเปิดเป็น สถานที่ท่องเที่ยว แต่แกรนมัมไม่ยอม...
หญิงสาว ได้มีโอกาส เข้าพัก ในห้องที่มีภาพเขียน เหมือนที่เธอเห็นที่ลอนดอน ภาพที่มีสะพาน สีทอง มีต้นไม้ ไม้เลื้อย
ที่ชวนให้ดีงดูด ตัวเธอเข้าไปในภาพ
บางครั้งเธอนอนหลับแล้วฝันซี่งเหมือนจริงมาก ทำให้เธอได้รู้ความจริง ว่า ชาติที่แล้วเธอเป็น ลูกสาวของเมียน้อย (หม่อม คนที่2 )...จ้าวเอื้อย...
ได้รู้ว่า พ่อ-แม่-ยาย ได้ถูกวางยาสั่ง เสียชีวิต เธอได้แต่งงานกับลูกพี่ลูกน้อง ญาติผู้พี่
ฝั่งพ่อ
ส่วนแกรนมัม ที่เลี้ยงดูเธอและพ่อแม่ ของเธอ มาอย่างดี คือญาติ-ผู้สืบทอด ตระกูลของหม่อมคนที่ 1 ของท่านพ่อ

พระเอกในชาติปัจจุบัน ก็คือ ญาติห่างๆ ผู้พี่ที่เป็นคนแขวนภาพสะพานแสงคำ และเป็นผู้ปลดภาพได้แต่ผู้เดียว เพราะเจ้าของภาพที่เขียนภาพนี้ ชาติที่แล้วตอนหลังจากวาดภาพ -เป็นจิตรกร ได้บวชเป็นพระสงฆ์ และมอบให้ ลูกสาวคนที่สอง -จ้าวเอื้อยนั้น ได้ให้พรไว้ว่า คนที่แขวนภาพนี้ จะเป็นคนที่ปลดภาพได้เท่านั้น ซี่ง
คุณภาสุ(ถ้าจำไม่ผิด) ที่เธอเผอิญเจอที่ลอนดอน นั่นเอง,,,,แล้วเค้าก็รักกัน ....





Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 17 พฤษภาคม 2555 12:52:31 น.
Counter : 2025 Pageviews.

0 comment
1  2  

NongPenquin
Location :
สมุทรปราการ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



น้องเพนควิน เองค่า.........

จงทำดีต่อไป ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเห็น อย่างน้อย ตัวเราที่เห็น ทำดี แล้วมีความสุข อย่างน้อยก็ สุขใจ...ที่ได้ทำความดี
บล๊อก มีไว้บันทึก ความทรงจำดีๆ,,, มีไว้บ่น เรื่องที่ไม่อยากคุย-ไม่อยากพูด แต่อยากจะระบายความในใจ,,, มีไว้อวด ผลงาน-งานฝีมือ ที่ได้สร้างสรรค์ ได้ทำมา,,, มีไว้เตือน ความทรงจำ กับสถานที่ท่องเที่ยวที่ประทับใจ, รูปภาพประทับใจ, หนังสือที่ได้อ่าน,,, มีไว้ซ่อนตัวเอง จากความเป็นจริง ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน,,,...