Group Blog
 
All Blogs
 

กว่าจะได้รูปมาฝาก

รูปนี้ถ่ายตอนเข้าเมืองครับ อยู่บนรถโค๊ช


Condo ที่โน่นเป็นแท่งๆ แบบนี้เต็มเกาะครับ พื้นที่เค้าน้อยใช้สอยคุ้มครับ


รูปเรือ Jumbo ครับ เป็นภัตราคารกลางน้ำที่อยู่บนเกาะมานานหลายสิบปี แต่ตอนนี้โดยเศรษฐีเจ้าของบ่อนที่มาเก๊า ซื้อไปแล้วครับ อีกหน่อยใครไปฮ่องกงก็คงไม่ได้เห็นละครับ


นี่ก็รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่ Repulse Bay ครับ ที่นี่ คนส่วนใหญ่จะไปไหว้ขอพรให้ทำมาค้าขึ้นแล้วก็สุขภาพแข็งแรง


ส่วนอันนี้เป็นรูปเจ้าของร้านโจ๊ก ชื่อ FU KEE Congee แถวๆ ถนน Fu yaun เขต มงก๊กครับ ร้านนี้โจ๊กอร่อยมากๆๆๆ แล้วก็ข้าวหน้าหมูครับอร่อย เป็ดก็อร่อย เจ้าของร้านใจดีครับ ขออนุญาตโปรโมทหน่อย ร้านนี้อยู่ตรงสถานี Jordan ครับ


นี่ก็ป้ายของร้านครับ หาไม่ยาก แต่ถ้าใครอยากได้แผนที่ก็หลังไมค์ทิ้ง email ไว้นะครับเดี๋ยวเมล์ให้ พอดียังไม่มีโอกาส scan


ก็มาถึงมุม shopping กันละครับ เสียดายมีมาฝากไม่เยอะ






 

Create Date : 15 สิงหาคม 2548    
Last Update : 15 สิงหาคม 2548 20:45:37 น.
Counter : 234 Pageviews.  

ที่แลกตังส์

ปกติที่เค้าแลกๆ กันจะชื่อร้าน Super Rich ครับ จะได้ rate ดีกว่าแลกที่ธนาคาร
มีทั้งหมด 3 สาขา ซึ่ง 2 สาขาจะอยู่ตรงฝั่ง Big C ราชดำริ ตรงข้าม Central World คนแถวนั้นเค้าก็รู้จักหมดครับ
อีกสาขาอยู่ตรงหลังการบินไทยวิภาวดีครับ

เค้าเปิด จ ถึง ส นะครับ แล้วก็ปิดแค่ 5 โมง ใครจะบินก็เตรียมตัวแลกกันแต่เนิ่นๆ

have a good trip krub.




 

Create Date : 11 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 17:16:06 น.
Counter : 171 Pageviews.  

ไปเที่ยว ฮ่องกงมาครับ มีไรมาเล่าให้ฟัง

หลังจากไปตะลอนๆๆ อยู่ 2 วัน 2 คืน เลยเอามาเล่าให้ฟังนะครับ สำหรับใครที่ อยากไป กำลังจะไป มีแผนว่าจะไป (โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยไปนะครับ จะได้เตรียมตัวได้ถูก)

เริ่มจากออกเดินทาง ตั้งแต่วันศุกร์ด้วยสารการบิน อี มา เลท ออกจาก กรุงเทพ บ่ายโมง สี่สิบห้า ก็เริ่มจาก duty free- King Power เลย นะครับ ที่นี่จัดได้ว่าเป็น duty free ที่ถูกที่สุดแล้วครับ ตั้งแต่เคยไปตะลอนๆ มา ทั้ง สิงคโปร์ ฮ่องกง ที่นี่ถูกสุด ใครเห็นของถูกใจก็ซื้อไปเหอะครับ ไปถึงก็สมัครสมาชิกก่อนเลย เค้าก็จะให้เป็นบัตรชั่วคราว ลดได้ 10% แต่ถ้าใครมีคนรู้จักเป็นลูกเรือ พวก แอร์ นักบิน สจ๊วต ก็ฝากเค้าซื้อนะครับ เค้าได้ลด 20%
ที่นี่ผมก็เริ่มจากสำรวจราคาของที่เล็งๆ ไว้ สุดท้ายก็ได้ บุหรี่มาแถวนึง ในราคา 456 บาท (บุหรี่ลด 5%)

พอดีผมซื้อเป็น package 3 วัน 2 คืน พร้อมที่พัก รถรับส่งสนามบิน แล้วก็ city tour ครึ่งวัน ซึ่งรวมๆ แล้วถือว่าคุ้มครับ เพราะเราจะ save ค่าเดินทางไปกลับ สนามบิน ซึ่งแพงเอาเรื่อง แล้วก็ได้ไปกับ city tour ด้วยอีกครึ่งวัน เหมาะสำหรับคนที่ไปครั้งแรกครับ เพราะเค้าจะแนะนำเราในหลายๆ อย่าง

ลงเครื่องปั๊บก็รอรถโคช เข้าเมือง ซึ่งจริงๆ ตามแผนแล้วผมกะว่า จะถึงสนามบิน 5.30 แล้วก็ ถึงโรงแรม 6.30 แต่เอาเข้าจริง 6.30 ยังอยู่ที่สนามบินอยู่เลยครับ แล้ววันที่ไปก็ฝนตกด้วย แล้วอาการก็เหมือนบ้านเรา ฝนตก รถก็ติด กว่าจะถึงโรงแรมก็ปาไป สองทุ่มกว่าละ

อ่อ ผมพักแถว Kowloon Park ครับ สำหรับใครที่จะเลือกโรงแรมนะครับ ผมแนะนำว่าที่ไหนก็เหมือนๆ กัน ถ้าตั้งใจจะไป Shopping เน้นที่ถูกๆ ครับ ผมพักโรงแรม 3 ดาว แต่มันไม่เหมือน 3 ดาวบ้านเราอ่ะ มันดูดีใช้ได้
เลย ที่บอกว่าที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะเกาะมันเล็กครับ เดินถึงได้หมด แต่อย่างที่บอกครับไปถึงก็เจอฝน แล้วก็ตกทุกวันด้วย เพราะฉะนั้นใครจะไปช่วงนี้ เอาร่มที่พับได้ไปด้วยนะครับ จะได้ไม่ต้องไปซื้อใหม่แล้วก็ไม่เกะกะ แต่ถ้าไม่ได้เอาไปก็ซื้อเอาครับ ถูกๆ ก็ 10 HK$ แล้วก็เลือกรองเท้าคู่ที่เราคิดว่าเราใส่แล้วสบายที่สุด เดินได้ทนที่สุดไปครับ ผมเลือกผ้าใบไปเพราะเจอสภาพถนนเปียกๆ แล้วเราเดินสบาย

ถึงโรงแรมเสร็จเก็บของเรียบร้อย ก็เริ่มต้นออกเดินทางเลย เริ่มสำรวจเลยครับ ทั้ง Sasa ทั้ง Bonjour ที่โน่นมันมีเยอะเหมือน Watson บ้านเราอ่ะคัรบ หาได้ไม่ยาก แต่ของแต่ละร้านอาจจะไม่เหมือนกัน เริ่มจาก Sasa ก็ไปสำรวจเลย บรรดาของที่ดังๆ ในห้องนี้ แต่ได้มาแค่ หน้ากากกระชากวิญญาณมา 6 อัน ตอนนี้มันซื้อ 2 แถม 1 ครับ พอดีผม save รูปใส่ IPAQ ไว้ พอไปถึงก็เอาให้พนักงานดู ต่อจากนั้นก็เดินๆๆ ไปเจอ Bonjour อีก ที่นี่ของถูกกว่า Sasa ครับ น้ำหอมที่ผมใช้ CK Truth duty free ลดแล้วประมาณ 2000 นิดๆ ในห้างบ้านเรา 2700 แต่ที่ Bonjour ขายประมาณ 1700 หน่อยๆ ครับ อย่าง SK-II ก็ถูกกว่า แต่จำไม่ได้ละว่าเท่าไหร่

มาถึงตรงนี้คงเป็น highlight เรื่องเครื่องสำอางเพราะมีเวลาดูไม่เยอะ แต่เอาเป็นว่า
Clinique TTA - ที่ Sasa มีแต่แบบ cream สำหรับหน้าแห้ง ไม่มีแบบโลชั่นสำหรับคนหน้ามัน แต่ที่ Bonjour จะไม่มีรุ่น TTA ครับ แล้วก็มีอีกทีที่ counter Clinique เลย ซึ่งแพงกว่าห้างบ้านเรา ใครจะซื้อแนะนำที่ Duty free ขาออกครับ ซื้อไปเลยสำหรับแบบโลชั่น แต่ถ้า cream ไปซื้อที่ Sasa ถูกกว่า

Kose Black mask – ไม่มีทั้ง Sasa แล้วก็ Bonjour มีแต่ counter ในห้าง ซึ่งก็แพงกว่าบ้านเราอีก ใครอยากได้ซื้อที่บ้านเราดีที่สุดครับ

Oil ของ shu – ที่โน่นไม่มีทั้ง Sasa แล้วก้ Bonjour ใน counter ก็จะยังไม่มีรุ่นใหม่ครับ แม้แต่ HK duty free ของเค้าก็จะไม่มี ถ้าจะซื้อก็เอาที่ Duty free ดอนเมือง ลดได้อีก 10%

L’oreal Refinished Micro - ผมซื้อที่ Bonjour มา ราคา 139 HK$ ตกประมาณ 750 อันนี้ที่ Bonjour ถูกสุดครับ

Oil ของ DHC – มีแต่ใน counter DHC ครับ หาได้ตาม mall ต่างๆ (ที่ผมเจอก็ที่ Park Lane กับ Time Squar ฝั่ง HK) แต่เรื่องราคาจำไม่ได้ครับ ลอง check บ้านเรากับที่โน่นละกัน

เครื่องสำอางก็จบประมาณนี้คับ เพราะผมไม่ค่อยได้ดูเลย เหมือนเวลามันน้อยๆ แต่ก็ดีละครับ เพราะถ้ามีอีกวัน นี่คงหมดตังส์อีกเพียบ



มาถึงที่เที่ยวนะครับ ผมออกตะลอนตั้งแต่คืนวันศุกร์เลย ก็ไปตะลุยแถว Lan Kwai Fong ครับ ลง MTR ที่สถานี Central ที่นี่ อารมณ์จะคล้ายๆ RCA + Silom บ้านเรา เพราะร้านจะเยอะมากๆๆๆๆ มีทุกแนวที่อยากได้ แบบ dance นั่งชิลล์ๆ hiphop มีหมดคัรบ แต่ก็ต้องเดินหาๆ เอา แต่ที่นี่ฝรั่งเยอะมากๆๆๆๆ ถึงบอกว่าอารมณ์คล้าย RCA+ สีลม คนที่นี่จะเที่ยวกันหนักๆ เฉพาะ ศุกร์กับเสาร์ครับ ไม่เหมือนบ้านเราเที่ยวกันทุกวัน แต่ถึงเค้าจะเที่ยวแค่ ศุกร์ เสาร์ก็จะเที่ยวกันยันเช้าครับ วัฒนธรรมการเที่ยวคล้ายๆ สิงคโปร์ อ่อ ใครจะไปกลางคืนที่นี่ ถ้าเป็นไปได้เอาของไว้โรงแรมให้หมดนะครับ ไม่งั้นต้องฝากของ ตั้ง 10HK$ อ่ะ ผมเจอทั้งรุ่มทั้งกระเป๋า ค่าฝากของอย่างเดียวเจอไป 40 HK$ เพราะไปสองร้าน คนที่นี่ก็จะไม่นิยมเปิดเหล้ากินเป็นขวดๆ แบบบ้านเรา เค้าจะสั่งกันเป็นแก้ว ไม่ก็เบียร์ครับ แก้วนึงก็ไม่แพงครับ แค่ 62 HK$ เอ๊ง -_-‘ วันหลังใครไปกินที่ Sirocco
แก้วละ 350 ก็อย่าบ่นว่าแพงครับ อิ อิ ผมอยู่ที่ Lan Kwai Fong ถึง ตี สามกว่าหน่ะครับ แล้วก็ไปนั่งรถตู้แถวๆ Lan Kwai Fong กลับไปฝั่ง Kowloon ค่ารถคนละ 15 HK$ รถไปจอดที่ Mong Kok ครับ จริงๆ ต้องนั่งรถ taxi กลับโรงแรม แต่มันก็ไม่ไกลมาก ก็เลยเดินแทน

คืนวันเสาร์ผมไปเที่ยวฝั่ง Tsim Sha Tsui ฝั่งนี้ไม่พลุกพล่านเท่า Lan Kwai Fong ครับ ออกแนว หลังสวนบ้านเรา แต่ที่นี่ไปนั่ง chill chill คุยกับเพื่อนคนฮ่องกง เลยไม่ค่อยมีไรมาก แล้วก็อยู่ถึงตีสองก็เดินกลับโรงแรม

สรุปว่า สองวัน ผมนอนวันแรก 3 ชม เพราะตอนเช้าวันเสาร์มี city tour ตอน 8.30 ส่วนอีกวันก็นอน 6 ชม รวมสองวันนอนไป 9 ชม -_-‘’



เอาละครับ มาถึงเรื่อง Shopping เสื้อผ้ากันซะทีนะครับ ที่ HK นี่ถือได้ว่าเป็นสวรรค์นักชอป จริงๆ ครับ
แบรนด์ดังทั่วโลกอยู่ที่นี่จริงๆ พวก LV Prada Gucci Chanel Bally Burberry A|X Emporio Amarni Giorgio Amarni Ralph Lauren Hermes เห็นได้แทบจะทุกหัวมุม แล้วก็มีแทบทุกห้างครับ หาง่ายกว่า AIIZ บ้านเราอีกครับ

LV Prada Gucci ไม่ sale นะครับ แล้วก็ราคาก็ไม่ต่างจากบ้านเรา ต่างกันก็ไม่เท่าไหร่ครับ ไม่กี่ร้อย แต่ brand อื่นๆ ก็จะมี Sale ครับ อย่าง Burberry บาง item ลดมากถึง 50% คนซื้อนี่ต้องไปต่อคิวรอเข้าร้านอ่ะครับ (อันนี้หมายถึงร้านสาขา Harbour City นะครับ แต่สาขาอื่น ของก็เหมือนๆ กัน แต่คนก็ไม่เยอะเท่า)

ของที่นี่แต่ละสาขา ของจะคล้ายๆ กันครับ แต่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่นบางสาขามีของชิ้นนี้ อีกสาขาอาจจะไม่มี อาจจะต้องเดินหาครับ แล้วถ้าเจอแล้วถูกใจจริงๆ ก็แนะนำว่าให้ซื้อเลยครับ เพราะไปสาขาอื่นอาจจะไม่ได้ ใครเป็นขา shop ของ brand name ที่นี่เป็นสวรรค์เลยครับ เพราะราคาถูกกว่าบ้านเราอยู่แล้ว แล้วยัง Sale อีก

แล้ว marketing ของพวกนี้ก็จะคิดเก่งนะครับ อย่างเช่นของรุ่นเดียวกัน เหมือนกันเปี๊ยบ สีน้ำเงินลด 30% แต่สีแดงไม่ลดเลย ใครอยากได้สีแดงก็ต้องจ่ายเต็มราคา เจอแบบนี้ไปทำผมอึ้งไปเลยเหมือนกัน

เดี๋ยวสรุปเป็นยี่ห้อๆ เลยดีกว่านะครับ เริ่มจาก
G2000 – เสื้อผ้ายี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อในดวงใจเพราะเสื้อ shirt จะสวยมาก กะกว่าไปเที่ยวนี้จะสอยมาซัก ครึ่งโหล แต่ปรากฎว่า พอไปถึง ทุกสาขาที่เจอ (เน้นว่าที่ผมเจอนะครับ สาขาอื่นที่ผมไม่เจออาจจะลดได้) กำลังเอา new
arrival มาโชว์พรึบ สวนกระแสสุดๆ แต่ถึงจะยังไม่ลด ก็ไม่แพงเท่าบ้านเรานะครับ ถูกกว่าเยอะ แต่สรุปผมก็ไม่ได้มาซักตัวครับ~~>.<~~ (ex. Park Lane- Kowloon)
U2 – อารมณ์เหมือน G2000 ครับ เอา new arrival มาขาย ไม่ลดเลย (ex. Park Lane – Kowloon)
Bossini – อันนี้ไม่ต้องพูดถึงครับ เสื้อผ้า ดีๆ ราคาไม่แพงทั้งนั้น เทียบกับที่เซนทั่นเอามาลดแล้ว คนละเรื่องเลยครับ อันนี้ก็ได้มาหลายตัวเลย พวกเสื้อผ้า casual กางเกง เพียบครับ (ex. Time Square – Crossway Bay)
Polo Ralph Lauren – ลด 30% ครับ แต่ก็ยังแพงสำหรับผม อิ อิ (ex. Pacific- Admiralty Station)
Polo Jeans – อันนี้พอไหว เพราะวันที่ไป ลด 70% (วันอาทิตย์เค้าติดป้ายว่า Last 4 days) แล้วไม่พอนะครับ ซื้อครบ 1000 HK$ เค้าลดให้อีก 15% งานนี้ผมกับเพื่อนรวมๆ กันก็เกิน 1000 ละ แล้วตอนรูดบัตรก็แยกรูดของใครของมัน (ex. Harbour City)
Esprit – ตอนนี้ลดไปถึง 70% แล้วครับ สวยๆ ทั้งๆ แต่อาจจะติดเรื่อง Size เพราะบางทีรุ่นที่อยากได้จะไม่มี (ex. Time Sq, Mong Kok, Mirama, Harbour City)
Size ครับ ต้องไปหาดูตามสาขาอื่นๆ เพราะ อย่างที่บอกว่า แต่ละสาขาของบางรายการจะไม่เหมือนกัน
Giordano – แบรนด์นี้ ก็ลดครับ แต่พอดีไม่ได้ตั้งใจจะซื้อเลยไม่ค่อยรู้รายละเอียด
Lacoste – เสื้อผ้าของยี่ห้อนี้ที่ขายที่ HK จะ made in France นะครับ แต่บ้านเรา made in Thailand อันนี้ก็ sale ครับ แต่จะไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แล้วพวกสีเรียบๆ ก็จะไม่ sale ครับ
Puma – ลด เท่าไหร่จำไม่ได้ แต่ก็ถูกใช้ได้คับ
Burberry – ถ้าจำไม่ผิดน่าจะลดประมาณ 50% ครับ เสื้อโปโล สวยๆ ที่ duty free บ้านเราขาย 5 พันกว่าบาท ที่โน่นลดแล้วเหลือ 3000 บาทครับ
Bally – ลด 30% ครับ ไอ้นี่แหละ ที่บอกว่าคนละสี ราคาไม่เท่ากัน สุดท้ายผมอยากได้สีแดงเลยต้องยอมจ่ายเต็ม -_-"
A|X – ลด 20 – 70% ของร้านนี้แต่ละสาขาจะไม่เหมือนกันครับ บาง size ก็จะมีแค่บางสาขา อยากได้ยี่ห้อนี้ต้องเดินเยอะหน่อยครับ
Replay – ลดทั้งร้านครับ แต่ไม่ได้เข้าเพราะตอนที่เจอ shop Replay ต้องตัดใจครับ เลยไม่ได้เข้าไปดู

คร่าวๆ ก็ประมาณนี้นะครับ ใครอยากไปก็ต้องรีบๆ กันหน่อย เพราะตอนนี้แทบทุกร้านติดป้าย Final Reduction กันเกือบหมดครับ

มาถึงที่ Mong Kok กันบ้าง ที่นี่ผมตั้งใจไปกิน โจ๊กครับ ชื่อร้าน Fu Kee Congee แถวๆ สถานี้ Mong Kok เป็นโจ๊กที่อร่อยจริงๆ ครับ ครบเครื่องเลย เจ้าของร้านก็ใจดีครับ เค้าเห็นเราพูดจีนไม่ได้ก็พยายามสื่อสารภาษาอังกฤษกับภาษามือ กับเรามากๆ ร้านนี้ผมมีรูปมาฝากด้วย ใครไปฮ่องกง อย่าลืมแวะไปลองนะครับ อร่อยจริงๆ ข้าวหน้าหมูทอดเค้าก็อร่อยครับ คิดแล้วอยากกลับไปทานอีก

ที่ Mong Kok จะเต็มไปด้วยพวกเครื่องใช้ electronic กับเครื่องกีฬา แต่ผมแนะนำว่า พวก electronic ซื้อบ้านเราจะดีกว่า ส่วนพวกเครื่องกีฬานะครับ ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า รองเท้า ถุงเท้า ถุงมือ ไม้แบด ที่นี่จะเป็นร้านเรียงกันเป็นตับตลอดสองฝากถนน Fu yuan ครับ ใครถูกใจแบบไหนก็เลือกเอาได้เลย เพราะของที่มี ราคาป้ายจะเท่ากันทุกร้าน ย้ำว่าทุกร้านครับ ไม่เหมือนบ้านเราขายราคาของใครของมัน แต่เค้าจะเท่ากันทุกร้าน แม้แต่ร้านที่เป็นสาขาของเค้าเองเช่น Nike Puma Adidas ราคาก็จะเท่ากับร้านโชว์ห่วย แล้วก็จะได้ลดเท่ากัน ทุกร้านอีกเช่นกัน นั่นคือ 10% ขอมากกว่านั้นก็ไม่ให้ครับ สุดท้ายผมได้ หมวกมาใบเดียว เพราะเดินดูแล้วสวยจริงๆ แต่ที่สวยอีกอย่างก็จะเป็นกระเป๋าหนังครับ เป็นกระเป๋าหนังที่วัยรุ่นแถวสยามชอบใช้กัน จะเยอะแบบ แล้วก็สวยๆ ทั้งนั้น แต่ผมเฉยๆ กับกระเป๋าแนวนี้เลยไม่ได้สนใจเท่าไหร่

หมดละครับ 2 วัน 2 คืน ที่ฮ่องกง ที่ผมใช้เวลาได้ค่อนข้างคุ้มมากๆๆๆๆๆ นอนก็น้อยแล้วก็ไปมันทั่วทั้งเกาะเลย แต่เหนื่อยสุดๆ ครับ แล้วก็ยังเจอฝนอีก กลับมายังกลัวๆ ว่าจะเป็นไข้ แต่สุดท้ายพอได้นอนเต็มอิ่มก็มีแรงละครับ เลยลุกมาเขียนโพสต์เล่าให้ฟัง







 

Create Date : 01 สิงหาคม 2548    
Last Update : 11 สิงหาคม 2548 16:30:39 น.
Counter : 5114 Pageviews.  


djnix
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add djnix's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.