All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่26
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่26




โชคดีที่ได้รับยาปรุงสูตรพิเศษจากถังชุนมาก่อน ทำให้ควันพิษสีม่วงของถังอี้ดูเหมือนจะไม่ส่งผลหรือมีอันตรายต่อชายหนุ่ม เพ็กทงซูหยิบวัตถุคล้ายไม้ธูปดอกใหญ่ออกมา จุดไฟที่ปลายไม้นั้น ควันสีเขียวอมฟ้าจางๆลอยออกมา เมื่อควันสีเขียวนี้เจือจางในอากาศรวมกับควันสีม่วง ปรากฏว่าควันทั้งสองสีต่างสลายสภาพของกันและกัน กลายเป็นควันสีเทาจางๆและดูเหมือนจะไม่หลงเหลือพิษสภาพแต่อย่างใด เจ้าแห่งพิษท่าทางแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมา

“ฝีมือเจ้าลูกชายของข้าสินะ.....”

“อา..........ของดีใช่มั้ยล่ะ ถ้าถังชุนไม่ช่วย ข้าคงถูกพิษของท่านเล่นงานแย่ไปแล้ว”

“ทำไมชุนยี้ถึงยอมช่วยเจ้ารับมือข้า”

“เพราะเขามีบางอย่างอยากให้ข้าช่วยบอกกับท่าน”

“ชุนยี้ไม่อยากเจอหน้าข้าอย่างนั้นเหรอ.....”

“ข้าว่า............เค้าดูเหมือนมีบางอย่างลำบากใจที่จะพูด บางอย่าง ที่ทำให้เค้าไม่กล้าพูดกับพ่อของตนเอง”

“เกี่ยวอะไรกับเจ้าซามูไรหนุ่มมัตสึโมโต้นั่นรึเปล่า”

“ท่านรู้...............”

“ข้าไม่ได้โง่...........แต่.............ทำไมถึงต้องให้เจ้ามาช่วยพูดแทนล่ะ เจ้ากับเค้าไม่ได้..............หรือว่า.....”

“ท่านสงสัยอะไรเหรอ”

“เจ้ากับชอนจูนั่น....มีความสัมพันธ์กันยังไงแน่...........ถ้าเป็นแค่เพื่อนธรรมดา......ทำไมต้องลงทุนเสี่ยงตายเพื่อเจ้านั่นขนาดนั้นด้วย...............ข้าคงไม่ได้สงสัยอย่างไร้เหตุผลหรอกนะ........ว่าเจ้ากับชอนจูนั่น มีความสัมพันธ์กันไม่ต่างอะไรกับความสัมพันธ์ของชุนยี้กับมัตสึโมโต้หนุ่ม........ว่าไงล่ะ”

“ถ้าใช่....แล้วจะยังไง............ถ้าไม่ใช่............แล้วจะทำไม”

“ข้าไม่เข้าใจ.........ทำไมยอดนักสู้อย่างพวกเจ้า ถึงได้กลายเป็นพวกวิปริตผิดเพศ เพราะอะไรถึงได้........”

“ความรักไม่ใช่เรื่องวิปริต......ประมุขถัง.............จริงอยู่........พวกข้า.......อาจจะมีความรักที่แตกต่างจากคนทั่วไป ที่ชายกับหญิงต้องรักกัน แต่รักก็คือรัก ข้าอธิบายไม่ได้ว่าทำไม....... แต่พวกเราต่างรู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน”

“เจ้ายอมตายเพื่อชอนจูคนนั้นได้จริงๆอย่างนั้นเหรอ”

“ใช่...” น้ำเสียงมุ่งมั่นแสดงความจริงใจจนถังอี้หวั่นไหว

“แล้วชอนจูคนนั้น ยอมตายเพื่อเจ้าได้อย่างนั้นเหรอ”

“หลายครั้งแล้ว ที่อุนยอมเสียสละชีวิตเพื่อข้าได้... ไม่ใช่แค่ข้ากับอุน ข้าเชื่อว่า มัตสึโมโต้ เซจิ กับถังชุนก็เช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างเสียสละเพื่อกันและกันได้ พวกเค้าสองคนรักกันจริงๆ”

“เพ็กทงซู..........เดิมทีข้าแค่นึกสนุกอยากหยั่งเชิงฝีมือของเจ้า...... แต่ตอนนี้........ ข้าชักอยากจะฆ่าเจ้าขึ้นมาจริงๆแล้ว” เจ้าแห่งพิษเก็บกล้องยาสูบ พลางล้วงแส้สีดำเมื่อมออกมาถือเอาไว้

“เพราะอะไร”

“เจ้าหยามเกียรติสกุลถังของข้า...... ต่อให้เรื่องของถังชุนจะเป็นเรื่องจริง แต่ข้าก็ยอมรับไม่ได้ เจ้าเองก็เช่นกัน ข้าไม่มีทางยอมรับพวกที่เป็นอย่างพวกเจ้าเด็ดขาด ยิ่งพวกเจ้ารักกัน ก็สมควรรับโทษตายจากข้า......มาเถอะ............เพ็กทงซู ถ้าเจ้ารอดตายจากแส้อสรพิษของข้า ข้าจะยอมให้ขี้ผึ้งมรกตแก่เจ้า ไปใช้รักษาคนรักของเจ้า”

“ประมุขถัง............ทำไมท่านถึงได้ใจแคบนักล่ะ เรื่องความรัก มันห้ามกันไม่ได้หรอกนะ”

“ข้าไม่ได้ห้ามพวกเจ้ารักกัน ข้าแค่คิดว่า........พวกที่รักกันผิดจารีตแบบนี้ สมควรรับการลงทัณฑ์ ก็เท่านั้น มันเป็นกฏของสกุลถัง ที่ถูกตราขึ้นมานานแล้ว ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง บรรพบุรุษท่านนึงไปสวามภักดิ์ราชสำนัก แล้วเกิดตกหลุมรักขันทีคนนึงเข้า สุดท้าย ก็ถูกประหารทั้งคู่ สกุลถังเราจึงห้ามลูกหลานทุกคน มีความรักที่ผิดจารีต ทั้งชายและหญิง กว่าร้อยปีที่ผ่านมา ประมุขตระกูลถังก็รักษากฎข้อนี้มาตลอด แต่ข้าให้โอกาสเสมอ ถ้าเจ้าเปลี่ยนใจข้าได้ ถ้าเจ้ามีชัยเหนือประมุขสกุลถังได้ เจ้าก็ล้างกฎได้ ข้าว่า....... ชุนยี้ก็รู้กฎข้อนี้ดีอยู่แล้ว เขาเป็นลูกชายคนเดียวของข้า เขาย่อมไม่กล้าสู้กับข้า ชุนยี้จะหวังดีเรื่องขี้ผึ้งมรกต หรือจะหลอกใช้เจ้ารึเปล่า ข้าไม่รู้ แต่ถ้าเจ้าเอาชนะแส้อสรพิษในมือข้าได้ ข้าก็จะยอมตามที่พวกเจ้าขอทุกอย่าง”

“ท่านรับปากแล้วนะ......งั้น............รับมือ” เพ็กทงซูกระโดดจู่โจมทันที ตั้งใจจะแค่ฟันแส้ให้ขาด หรือสะกิดมือให้หลุดจากการถือแส้ ก็จะถือว่าเอาชนะถังอี้ได้ แต่แส้อสรพิษก็ปราดเปรียวสมชื่อ การเคลื่อนไหวของแส้อสรพิษ ราวกับงูร้ายที่เลื้อยไปมาอย่างรวดเร็ว ล้วนสกัดกระบวนท่าจู่โจมของจอมดาบหนุ่มได้หมดสิ้น เพ็กทงซูตวัดดาบหมายจะฟันด้านบน แต่อสรพิษนั้นกลับเลื้อยได้เร็วกว่า มันเลื้อยไปตามดาบของเพ็กทงซู แส้ที่รัดข้อมืออยู่นั้นสร้างความเจ็บปวดแก่จอมดาบหนุ่มจนเกือบจะต้องทิ้งดาบ แต่เพ็กทงซูก็เลือกที่จะกระโดดหมุนตัวตามลีลาการเลื้อยของเจ้าอสรพิษ ทำให้สามารถหลุดจากพันธนาการรัดตรึงของแส้ได้ แต่แส้กลับวกกลับ งูร้ายสีดำเลื้อยขึ้นไปบนอากาศ ก่อนจะทิ้งตัวฟาดมายังบริเวณหัวไหล่และอกด้านซ้ายของเพ็กทงซูเต็มแรง จนทำให้จอมดาบหนุ่มถึงกับกระอักเลือดออกมา

...

..

เวลาเดียวกัน ในพระราชวังมีการจัดงานเลี้ยงต้อนรับเฟยหลุนราชทูตคนใหม่จากต้าชิง พระเจ้าจองโจต้องเสด็จมาลานพิธีอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะไม่มีราชวงศ์องค์ใดที่อาวุโสหรือทรงฐานันดรพอจะเป็นผู้แทนพระองค์ ถ้าไม่นับพระหมื่นปีจองซุนซึ่งพระราชาไม่อาจทรงวางพระทัยได้กับพระปิตุจฉาบางองค์ที่เป็นพระธิดาของอดีตพระราชาพระเจ้ายองโจ สามองครักษ์ยังคงอารักขาอยู่ใกล้ชิดเช่นเคย ด้านขวาของพระที่นั่ง เป็นเก้าอี้ของขุนนางคนสนิทฮงกุกยง ที่ถืออภิสิทธิ์พกดาบติดตัวมาด้วย ขณะที่รอบนอกของลานพิธีก็มีพ่อครัวหลวงคอยปรุงอาหารถวายและดูแลเหล่าขุนนาง ซึ่งมีอยู่สองคนที่แปลกหน้าสำหรับห้องเครื่อง ฮักซาโมอาศัยความชำนาญในการแล่เนื้อได้เป็นอย่างดีขณะที่ฮวางจินกิก็ใช้มีดหั่นผักได้อย่างชำนาญ

บรรดาขุนนางของโชซอนส่วนใหญ่ก็กำลังอิ่มเอมกับอาหารโอชะตรงหน้า มีเพียงคิมฮันกูที่ดูจะให้ความสนใจอาหารน้อยไปนิดเพราะคอยมองไปที่ด้านหน้าประตูใหญ่ตลอดเวลาราวกับรออะไรบางอย่าง คิมควีจีก็ไม่ได้อยู่ในงาน สร้างความกังวลให้ฮงกุกยงไม่น้อย ขณะที่ด้านนอกพระราชวัง ทั้งกูฮยางและฮวางจินจูต่างขี่ม้าหาข่าวไปทั่ว ทั้งคู่เลือกจะสวมชุดที่รัดกุมแบบผู้ชายคอยตามสืบความเคลื่อนไหวของพวกขุนนางต้าชิงที่ตามราชทูตมา รวมทั้งกองกำลังพิเศษที่คิมควีจีแอบตั้งขึ้น กูฮยางที่แต่งเป็นชายสร้างความแปลกตาห็จินจูไม่น้อย แต่ก็ช่วยให้นางเคลื่อนไหวสะดวกขึ้นและขี่ม้าได้คล่องแคล่ว ส่วนที่บ้านของคิมควีจีเอง จางแทซันก็คอยซุ่มดูความเคลื่อนไหวไม่ให้คลาดสายตา

บริเวณที่ประทับของพระเจ้าจองโจ มีมหาดเล็กและนางกำนัลแปลกหน้ารวมตัวอยู่บ้าง ส่วนหนึ่งเป็นคนใหม่ ที่เข้ามาทดแทนคนของฮงพงฮันที่ถูกจับตัวไป ถึงจะมีสายลับมูยองเกบางคนแฝงกายรวมอยู่ด้วยแต่ฮงกุกยงกับสามองครักษ์ก็ไม่รู้ว่าเป็นใคร รู้แต่ไว้ใจได้เพราะทุกคนยังคงภักดีกับชอนจูของตนเองและรับคำสั่งให้หน้าที่สายลับพร้อมกับปกป้องราชวงศ์ด้วย ในขณะที่มีอยู่สองคนที่พวกฮงกุกยงและพวกซังกักยงกอล แทยงรู้จักดี ถึงจะไม่คุ้นเคยก็ตาม มัตสึโมโต้ เซจิ อยู่ในเครื่องแบบมหาดเล็ก ถึงจะดูรุ่มร่ามแต่ก็ซ่อนอาวุธได้เป็นอย่างดี แต่อีกหนึ่งคนที่สร้างความประหลาดใจให้กับพวกฮงกุกยงหรือแม้แต่กับพระราชาเองก็คือถังชุน เจ้าแห่งพิษน้อยอยู่ในชุดนางรำ ซึ่งมีหน้าที่ร่ายรำและสร้างความสำราญให้เหล่าขุนนาง รวมทั้งคิมฮันกูด้วย

มูยองเกสืบพบว่าชางยางมีลูกศิษย์ชื่อชางลี ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้ลอบปลงพระชนม์พระราชา แต่ไม่มีรู้ว่าชางลีคนนี้หน้าตาเป็นยังไง ไม่รู้ว่าเป็นชายหรือหญิงด้วยซ้ำ และไม่รู้ว่าจะปลอมตัวมาเป็นใครหรืออะไร อาจเป็นองครักษ์เหมือนครั้งก่อนที่ฮงแทจูลอบส่งลูกน้องปลอมตัวเข้ามา หรืออาจเป็นมหาดเล็ก หรือแม้แต่เป็นนางกำนัล ฮงกุกยงสั่งตรวจสอบข้าหลวงฝ่ายในเกือบทุกคนและไม่พบพิรุธ เว้นแต่นางในตำหนักพระหมื่นปีจองซุนและตำหนักองค์หญิงฮวาวาน พระปิตุจฉาของพระเจ้าจองโจผู้เคยมีพระคุณอภิบาลพระเจ้าจองโจเมื่อครั้งดำรงพระยศองค์ชายลีซาน

“ทำไมวันนี้....องค์หญิงฮวาวานถึงเสด็จมาร่วมงานได้วะ ตั้งแต่ฝ่าบาทพระราชทานยาพิษประหารจองฮูกยอมเมื่อปีก่อน องค์หญิงก็เก็บพระองค์ไม่ยุ่งเรื่องราชสำนักอีกเลยไม่ใช่หรอ” ซังกักแอบกระซิบถามยงกอล

“นั่นดิ..........ลูกบุญธรรมถูกฝ่าบาทประหาร เห็นทีแรก องค์หญิงทรงเสียพระทัยมาก ทั้งยังกริ้วไปทั่ววัง ขนาดพระพันปียังทรงรับไม่ได้ แล้วทำไม ถึงทรงยอมมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับราชทูตต้าชิงล่ะ” ยงกอลเองก็สงสัย

“ได้ยินโชริปเล่าว่า พระองค์เคยเป็นพระสหายกับใต้เท้าเฟยหลุนราชทูตคนใหม่มาก่อนตั้งแต่ยี่สิบกว่าปีก่อน ฝ่าบาทจึงจำเป็นต้องทูลเชิญพระปิตุจฉามาร่วมงาน” แทยงบอกเพื่อนๆ

“แต่พวกเราไม่ได้ตรวจสอบนางในตำหนักองค์หญิงฮวาวานเลยนะ แล้วสมมติว่า มีนักฆ่าปลอมตัวมาล่ะ ยิ่งองค์หญิงทรงบาดหมางกับฝ่าบาทอยู่ด้วย” ซังกักพยายามตั้งข้อสงสัย เพราะไม่ไว้ใจพระปิตุจฉาแต่แรก

“มีแค่ซังกุงคนสนิทที่มาร่วมงาน แล้วก็เป็นแค่ซังกุงแก่ๆคนเดียวเอง อย่าวิตกไปเลยน่า” ยงกอลบอกเพื่อนซี้

“แค่หญิงชราคนเดียวเอง ต่อให้เป็นมือสังหารจริง พวกเราสามคนก็จัดการได้อยู่แล้ว ห่วงเจ้าราชทูตนั่นดีกว่า ไม่รู้เจ้าซามูไรหนุ่มนั่นกับถังชุนจะเอาอยู่มั้ย หากเจ้าทูตนั่นคิดปองร้ายฝ่าบาทขึ้นมา” แทยงเตือนสติเพื่อน

“คนร้ายที่นี่ข้าไม่ห่วง ข้าห่วงข่าวที่แม่นางหมอหญิงบอกมากกว่า ถ้าคิมควีจีมีแผนร้ายและพระหมื่นปีทรงร่วมมือด้วยจริง เราจะรับมือลำบาก เพราะหนนี้ ฝ่ายโน้นไม่ยอมให้แผนรั่วไหลเลย ขนาดพวกมูยองเก ยังสืบไม่ได้” ฮงกุกยงร่วมวงสนทนา ขณะที่คิมฮงดูที่แกล้งทำเป็นวาดภาพก็คอยแอบสังเกตคนรอบข้างพระราชาอีกทางหนึ่ง

“จะว่าไป ถังชุนแต่งหญิง ก็สวยเหมือนกันนะ ข้าอยากเห็นอุนแต่งหญิงบ้างจัง” ซังกักบอก

“ข้าว่า ถ้าอุนแต่งเป็นหญิงจริง อาจจะงามกว่าแม่นางจีซอน หรือจินจู หรือจางมีด้วยซ้ำ” ยงกอลบอก

“ก็งามขนาดนั้น ขนาดมีแผลเป็นนะ ...... แค่มองตา ก็เกือบจะทำให้หลงรักแล้ว” แทยงเสริมเพื่อน

“ข้าแอบได้ยินว่า เหตุผลที่ทงซูท้าสู้กับถังอี้ในคืนนี้ ก็เพราะต้องการยาวิเศษอะไรซักอย่างจากถังอี้มารักษาแผลเป็นที่หน้าของอุน ทงซูน่ะ เสียใจมาตลอดที่ทำร้ายใบหน้าของอุนจนมีแผลเป็น เขาก็เลยต้องการที่จะรักษาใบหน้าของอุนให้ได้ และโอกาสก็มีเพียงคืนนี้ ขนาดต้องยอมเสี่ยงตายดวลตัวต่อตัวกับถังอี้ตามลำพังก็ยอม” ยงกอลอธิบาย

“หมายความว่า......ทงซูจะต้องรักอุนมากจริงๆ ไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบเพราะสูญเสียแม่นางจีซอนไปงั้นสิ” แทยงถาม

“ห้าปีที่ผ่านมา นับจากเหตุการณ์ที่อุนกลายไปเป็นมือสังหารสำนักโคมดำ ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ข้าว่า นั่นคือช่วงเวลาที่ทงซูมีความสุขที่สุดแล้ว เพราะที่ผ่านมา หากไม่นับสามปีที่เจ้านั่นไปฝึกวิชากับท่านคอมซา ช่วงเวลาที่เหลือ ก็มีแต่เรื่องให้กังวล ลำบากใจ และสูญเสีย ขนาดมีแม่นางจีซอนอยู่เคียงข้าง แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นทงซูร่าเริงและมีพลังชีวิตเท่านี้มาก่อน คนที่ทำให้เขามีความสุขได้จริงๆ ก็อาจจะมีอุนคนเดียว” ฮงกุกยงร่วมแสดงความคิดเห็น

“สังเกตมั้ย.... ว่าหลายวันนี้ ทงซูดูร่าเริงผิดปกติ ยังกะกินอะไรผิดสำแดงหรือผีเข้าอย่างงั้นแหละ” ซังกักถาม

“ก็คงเพราะมีอุนอยู่ใกล้ๆมั้ง สองคนนั่น พักหลังมักจะทำให้ข้าอึ้งอยู่เรื่อย” ยงกอลบ่นเบาๆ

“หมายถึงเรื่องที่พวกนั้นแอบพลอดรักกันสองคนในห้องนอนทงซูน่ะหรอ” แทยงเปรย

“พวกเจ้าไปแอบเห็นพวกนั้น ทำอะไรกันมาอย่างนั้นเหรอ” ฮงกุกยงสนใจฟังทันที

“ก็..........พักหลัง ข้าเห็นพวกนั้น จับไม้จับมือกันบ่อยขึ้น กอดกันบ่อยขึ้น นั่งคุยกันสองต่อสองบ่อยขึ้น แถมทงซูยังแอบหอมแก้มอุนอีกต่างหาก ทีกับแม่นางจี๙อน ยังไม่เห็นเคยทำแบบนี้เลย” ยงกอลเล่า

“คืนก่อนนะ ข้าออกเวรและกลับมาที่นี่ เดินผ่านห้องนอนของเจ้าพวกนั้น ข้าได้ยินเสียงด้วย” แทยงเล่าบ้าง

“เสียงอะไรวะ” คนอื่นๆถามพร้อมๆกัน

“ก็เสียงเหมือนกับตอนที่ผู้ชายกับผู้หญิง....แบบว่า.......อย่างนั้นกันยังไงล่ะ” แทยงบอก

“แล้ว.......คือ.........” ยงกอลพูดต่อไม่ออก ได้แต่ทำสีหน้าฉงน

“อย่าเสียงดังไป....... อยู่ในวัง ในโชซอน เรื่องพวกนี้ ยิ่งรู้น้อยก็ยิ่งดี ข้าไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่” ฮงกุกยงเตือนเพื่อนๆ ว่าอย่าให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปในวังหลวง เพราะผิดจารีตใหญ่หลวง

“แต่ข้าก็ยังสับสนเรื่องอุนกับทงซู ว่ามันเป็นไปได้ไง แต่มันก็เป็นไปแล้ว ทีแรก ทงซูเหมือนจะชอบแม่นางจีซอน แต่ที่จริงแล้ว เจ้านั่นกลับหลงรักอุน รักฝังใจมานานปี จะว่าเพราะความใกล้ชิดสนิทสนมกัน แต่ว่าพวกเรา ก็สนิทกันไม่ต่างจากทงซูกับอุน แล้วทำไมพวกเราถึงไม่เหมือนเจ้าพวกนั้นล่ะ” ซังกักถามความเห็นเพื่อนๆ

“เรื่องแบบนี้ คงต้องมากกว่าความสนิท ความไว้ใจ และฝากชีวิตเพื่อกันและกันล่ะมั้ง อุนน่ะ เคยเสี่ยงตายช่วยชีวิตทงซูหลายครั้ง เคยร่วมเป็นร่วมตายด้วยกันหลายครั้ง ต่อสู้กันก็นับพันครั้ง แถมยังยอมตายเพื่อกันและกันอีกต่างหาก ข้าว่า ถ้าตอนนั้น อุนไม่ยอมตายใต้ดาบของทงซู ทั้งคู่ก็อาจจะยังไม่รู้ใจตัวเอง บางครั้ง เรื่องของความรัก มันก็อธิบายด้วยตรรกะแบบที่พวกเรารู้จักไม่ได้” ยงกอลตอบซังกัก

“พูดยังกะเคยมีความรักอย่างนั้นแหละ ยงกอล เจ้าเองก็ไม่เคยรักใครมาก่อนไม่ใช่หรอวะ ถ้าให้โชริปพูด ยังจะน่าเชื่อหน่อย เพราะสนิทกับเจ้าพวกนั้นที่สุด แถมยังมีความรักด้วย อีกหน่อย ท่านราชเลขาก็คงขอจางมีแต่งงานยังไงล่ะ” แทยงเย้าเพื่อน แต่โชริปกำลังสนใจความเคลื่อนไหวของราชทูตต้าชิงมากกว่า

“แทยง......เจ้าผิดแล้วล่ะ ใครบอกล่ะ ว่ายงกอลไม่เคยมีความรัก ข้าแอบสังเกตเห็น ว่าเจ้ายงกอลน่ะ กำลังแอบชอบคุณหนูตระกูลฮงแห่งพงซานอยู่” ซังกักแซวเพื่อน

“เจ้าหมายถึง แม่นางฮงอึนบี น้องสาวของโชริปอย่างนั้นหรอ ซังกัก อะไรกันวะยงกอล เจ้าไปแอบชอบน้องสาวของโชริปได้ยังไงวะ” แทยงบ่น

“ถึงแอบชอบก็เท่านั้นแหละ แทยง แม่นางอึนบีน่ะ ได้รับเลือกเป็นซังกุงพิเศษ ว่าที่พระสนมวอนบิน เตรียมถวายตัวหลังวันประสูติพระพันปี ข้าหมดหวังแล้วล่ะ” พูดจบก็หันไปมองว่าที่พระญาติของพระราชา

“ข้าไม่ได้เสนอน้องสาวตัวเองให้ฝ่าบาทนะ ซังกัก แทยง อย่ามองข้าด้วยสีหน้าอย่างนั้นสิ ข้าโตมากับพวกเจ้า ไม่สนิทกับนางด้วยซ้ำ แต่พระพันปีเคยรู้จักกับท่านพ่อของข้ามาก่อน พระนางก็เลยทรง.........”

“ข้าเชื่อเจ้า....โชริป ข้าก็เคยได้ยินแม่นางอึนบีพูดแบบนี้เหมือนกัน ตอนที่ท่านพ่อของเจ้าพาแม่นางไปเฝ้าพระพันปีตั้งแต่ปีก่อน ข้าก็แค่..................”

“เราเป็นองครักษ์ ยงกอล หน้าที่มาก่อนความรัก” ซังกักให้สติเพื่อน

“ข้ารู้....ซังกัก ข้าแค่............... นึกอิจฉา...อุน.... ที่เลือกชีวิตอิสระของตัวเองได้ รักใครก็ได้ตามใจปรารถนา และสามารถท่องไปในโลกกว้างได้อย่างเสรี” ยงกอลบอก

“เหมือนเมฆขาวที่ล่องลอยอยู่บนฟ้า.......” แทยงเสริมกึ่งเปรียบเปรย

“เหมือนเมฆ............” โชริปเปรยเบาๆ สามองครักษ์และราชเลขาฮงกุกยงกำลังคุยกันเพลิน จนกระทั่งได้ยินเสียงดังมาจากตำหนักด้านใน

“ตำหนักพระหมื่นปีไฟไหม้ แย่แล้ว ตำหนักพระหมื่นปีไฟไหม้ .................”

“ตำหนักพระพันปีไฟไหม้.............. ช่วยด้วย..............ตำหนักพระพันปีไฟไหม้.................”

“อารักขาฝ่าบาท............” ฮงกุกยงตะโกนเสียงดังท่ามกลางความโกลาหลของผู้คน องครักษ์จำนวนมากถูกเกณฑ์ไปดับเพลิงที่ตำหนักพระหมื่นปีและตำหนักพระพันปี งานเลี้ยงถูกประกาศยกเลิก เหล่าขุนนางต่างแยกย้าย คิมฮันกูมุ่งหน้าไปตำหนักพระนางจองซุน ราชทูตต้าชิงก็เข้ามาทูลลาฝ่าบาทก่อนจะเดินทางกลับจวนที่พัก

พระเจ้าจองโจยังคงประทับอยู่ที่ลานพิธีมีองครักษ์และมหาดเล็กล้อมรอบ รวมถึงองค์หยิงฮวาวานที่ประทับอยู่ด้วยกัน พระราชารับสั่งให้ซังกักและยงกอลไปถวายความปลอดภัยพระพันปีเฮคยอง จึงเหลือเพียงแทยงกับโชริปที่คอยถวายอารักขา

...

..


TBC




Create Date : 30 กันยายน 2557
Last Update : 30 กันยายน 2557 22:07:17 น.
Counter : 431 Pageviews.

7 comments
  
ตอนนี้ขอตั้งชื่อตอนว่า "3เกลอเผาเพื่อนค่ะ" 555+

ต๊ายยยยยยยยแหละ ตอนนี้อุน-ซู ทำไรกันรู้หมดผ่านพ้องเพื่อนนี่แหละ ติ่งชัดๆ


การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้น ต้องรออ่านตอนต่อปายยยยยยยยยยยย
โดย: bee boa วันที่: 30 กันยายน 2557 เวลา:23:04:50 น.
  
สนุกสมการรอคอยจิงๆๆ เพื่อนๆรู้กันหมดแล้วว่าทำอะไรกันบ้าง
โดย: noo_hnong IP: 223.206.87.109 วันที่: 1 ตุลาคม 2557 เวลา:19:23:18 น.
  
สนุกสมการรอคอยจิงๆๆ เพื่อนๆรู้กันหมดแล้วว่าทำอะไรกันบ้าง
โดย: noo_hnong IP: 223.206.87.109 วันที่: 1 ตุลาคม 2557 เวลา:19:24:33 น.
  
สนุกมาก
เพื่อนๆ แต่ละคน พูดซะเห็น ภาพเชียว เขินอะ
โดย: bbb IP: 1.47.133.216 วันที่: 3 ตุลาคม 2557 เวลา:20:39:03 น.
  
เจ้าสามเกลอนั่นทำร้ายอุนนนนน
5555+ อ้ากกกกกก เขินแทน
สนุกมากๆเลย
ขอบคุณคนแต่งที่แต่งให้อ่านนะครับ
โดย: pp IP: 27.55.224.185 วันที่: 6 ตุลาคม 2557 เวลา:21:35:03 น.
  
ทักทายจ้า
โดย: สมาชิกหมายเลข 1533174 วันที่: 13 ตุลาคม 2557 เวลา:0:59:39 น.
  
ถูกต้องแล้วเพื่อนๆค้าบ 😊 คนที่ทงซูหลงรักคืออุนคนเดียวเท่านั้น คอนเฟิร์ม!
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:23:42:19 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments