All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่24
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่24



“ท่าทางเจ้าจะมีเรื่องกังวลมากกว่าข้าอีกนะ........อุน”      เพ็กทงซูเอ่ยถามชายหนุ่มที่นอนอยู่ข้างๆในห้องนอนเดียวกัน

“เจ้าแอบฟังเสียงหายใจของข้าอีกแล้วนะ............ทงซู”

“อา........เจ้ากังวลเรื่องซอนัมซุน อย่างนั้นเหรอ”

“อา..ใช่.......ถ้าคนๆนั้นเป็นพี่ชายต่างมารดาของข้าจริงๆ แล้วข้าจะทำยังไง.......บอกตรงๆนะ............ข้าไม่อยากสู้กับคนผู้นั้น.......ถ้าเค้าเป็นพี่ชายข้าจริงๆ........ข้าก็ไม่อยากให้เค้าเป็นศัตรู............ข้าไม่ได้กลัวเพลงดาบของเค้า.........แต่กลัวสายเลือดของเค้า..........ตอนที่สู้กับเจ้าเมื่อสองปีก่อน......ข้าต้องต่อสู้ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด จนอยากจะจบชีวิตใต้คมดาบของเจ้า..........แต่ครั้งนี้..........ข้าสับสน........ข้าไม่อยากทำร้ายเค้า.........แต่ข้าก็ไม่อยากตาย...........ข้าไม่รู้ว่าจะสู้ด้วยวิธีไหนดี”

“อุน.........ไม่ต้องกลัวนะ............ข้ายังรักษาหน้าเจ้าไม่หาย ยังไง ข้าก็ไม่ปล่อยให้เจ้าเป็นอะไรแน่ๆ”

“นั่นแหละที่น่าห่วง... เราต้องประลองกับประมุขถังให้ทันวันพระจันทร์เต็มดวง แล้วยังนัดดวลของข้ากับซอนัมซุนอีก เวลากระชั้นเกินไป ทำไมถึงได้บังเอิญอย่างนี้นะ ถ้า....เกิดสมมติว่า เวลาที่ข้าสู้อยู่กับ............” ยออุนอึกอัก

“พี่ชายของเจ้า....”

“ใช่........ถ้าเกิดเป็นเวลาเดียวกับที่เราจะต้องสู้กับประมุขถัง แล้วจะทำยังไง ข้ามีลางสังหรณ์บางอย่างว่า นี่ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ที่ถังอี้ ร่วมทางมาพร้อมทูตต้าชิงคนใหม่ โชริปบอกว่าชื่อ.....เฟยหลุน...ใช่มั้ย”

“อา..........ฟังจากโชริปว่า...........ดูเหมือนฝ่าบาทจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับในคืนพระจันทร์เต็มดวงพอดีด้วย ถ้าเป็นอย่างนั้น ข้าก็ต้องเข้าเฝ้าถวายอารักขา แต่เรื่องสู้กับถังอี้แล้วขอขี้ผึ้งมรกตก็รอช้าไม่ได้ แล้วยังเรื่องดวลดาบของเจ้าอีก....อุน.............เรามีกันแค่สองคน แต่ยอดฝีมือที่เข้ามาเมืองหลวงน่ะ มีถึงสามคน แล้วจะแบ่งเวลาจัดการยังไงดี”

“พรุ่งนี้...ข้าคงต้องไปยืมนกอินทรีย์ตัวใหม่มาจากกูฮยางแล้วล่ะ”

“นกอินทรีย์...........เอามาทำอะไรเหรอ”

“ส่งข่าวขอความช่วยเหลือ”

“จากใคร.......ช่วยอะไร”

“ถ้าข้าต้องดวลดาบกับซอนัมซุน...ขณะที่เจ้าก็ต้องประลองกับประมุขถัง.........แล้วเจ้าคิดว่า ใครจะมีฝีมือพอที่จะอารักขาฝ่าบาทได้ล่ะ”

“ถ้าเฟยหลุนเป็นยอดฝีมือที่เหนือกว่าชางยางจริงๆล่ะก็......โชริป ซังกัก ยงกอล แทยง สี่คนรวมกัน ก็อาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเฒ่านั่น ไหนยังต้องระวังพวกของคิมควีจีอีก ซาโมกับท่านอาจินกิก็คงต้องคอยตรวจตรา ข้านึกไม่ออกจริงๆ”

“แต่ข้าคิดออกอยู่สองคน ถ้าพวกเค้าสองคนยอมช่วยเหลือล่ะก็ ฝ่าบาทต้องทรงปลอดภัยแน่นอน”

“ใครเหรอ....อุน........เจ้าคงไม่ได้หมายถึง..........สองคนนั้นหรอกนะ.......พวกนั้นไม่ใช่ชาวโชซอน จะยอมช่วยหรอ”

“มัตสึโมโต้เป็นญี่ปุ่น หากต้าชิงร่วมมือในแผนการร้ายของพระหมื่นปีจริง จะส่งผลไม่ดีต่อกลุ่มการค้าของตระกูล เมื่อไม่มีพระอัยกาใต้เท้าฮงพงอันสนับสนุนแล้ว เซจิย่อมไม่อยากให้ตระกูลมัตสึโมโต้เสียประโยชน์เพิ่มไปอีกแน่นอน ตรงกันข้าม หากเค้ายอมช่วยเหลือฝ่าบาท การเจรจาการค้าอาจเอื้อผลประโยชน์มากกว่าก็ได้ ขณะที่ถังชุน ย่อมต้องช่วยเซจิอย่างเต็มที่ เชื่อข้าเถอะ......... สองคนนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด”

“งั้นพรุ่งนี้ ข้าจะไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทแต่เช้า เจ้าก็ให้นกอินทรีย์ส่งข่าวแจ้งสองคนนั่นก็แล้วกัน........... ว่าแต่.....ทำไมต้องยืมนกอินทรีย์ตัวใหม่จากกูฮยางล่ะ”

“เจ้าลืมไปแล้วหรอ...ทงซู...... นกอินทรีย์ตัวเก่าน่ะ ถูกเจ้าจับกินไปตั้งแต่ห้าปีที่แล้วยังไงล่ะ”

“จริงด้วย.... ก็ตอนนั้น..... ช่างเถอะ... คิดถึงเรื่องอดีตบางเรื่องก็เจ็บปวดเปล่าๆ ว่าแต่...ตอนนี้ เจ้ากับข้าก็ตื่นแล้วทั้งคู่.... นอนไม่หลับแล้วด้วย.... จะทำอะไรกันดีล่ะ...... อุน”

“สมกับเป็น....เพ็กทงซูแลยเนาะ............เจ้าเป็นคนที่ร่าเริงและมีความสุขเสมอ แม้ในสถานการณ์คับขัน ไม่มีอะไรที่เจ้ากลัวจริงๆเลยนะ.....เพ็กทงซู”

“อุน...ข้า เพ็กทงซู....... มีสิ่งที่กลัวอยู่สองอย่าง........ อย่างแรก คือการปราศจากเจ้าเคียงข้าง.............อย่างที่สอง............กลัวไม่ได้รับความรักจากเจ้ายังไงล่ะ...........อุน” พูดไปก็อมยิ้มตาม ส่งแววตาเว้าวอนออดอ้อนที่ทำให้คนที่เคยเย็นชาที่สุดคนนึงต้องยอมใจอ่อนอีกเช่นเคย

ในความมืดของห้องนอนเล็กๆยามราตรี สุดยอดนักดาบสองคนสามารถปรับสายตาได้อย่างรวดเร็ว ร่างสูงถอดเสื้อผ้าได้เร็วกว่าอีกเช่นเคย ร่างโปร่งเองก็อยากคลายความกังวลจากเรื่องราวที่ทำให้วุ่นวายใจ บางที การระบายออกทางอารมณ์ทางเพศก็อาจเป็นวิธีที่ดีวิธีหนึ่งเหมือนกัน เสื้อผ้าถูกเจ้าของถอดออกจนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า ร่างโปร่งที่ดูเหมือนจะผอมบาง แต่ก็ยังมีมัดของกล้ามเนื้อ ร่องรอยของบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้ ฝึกฝน ตลอดถึงความทรงจำและเรื่องราวในชีวิตมากมายอยู่บนร่างเปลือยเปล่านั้น ขณะที่ร่างสูงดูคล้ายจะบึกบึนและมีพลังกว่า บาดแผลก็มีมากกว่า แต่ก็ไม่มีรอยไหนที่จะน่ากลัวเท่ากับรอยถูกแทงบนอกข้างซ้ายของร่างโปร่งได้เลย

ร่างสูงและร่างโปร่งแนบชิดติดกัน เนื้อสัมผัสเนื้อ หนังสัมผัสหนัง แนบติดกลมกลืนราวกับเป็นร่างเดียวกัน ร่างสูงอยู่ด้านบน ขณะที่ร่างโปรงนอนราบอยู่บนพื้นห้อง ริมฝีปากของเพ็กทงซูประทับไล้เลียงไปตามใบหน้าที่งดงามเกินกว่าอิสตรีของยออุน ชิวหาของจอมดาบหนุ่มเลื้อยเข้าไปพันกับชิวหาของชอนจูหนุ่มรูปงามที่นอนอยู่ด้านล่าง ริมฝีปากประทับกันราวกับจะดึงดูดตรึงกันไว้อย่างนั้น

นิ้วมือของร่างโปร่งด้านล่างจิกกดไปบนแผ่นหลังของร่างสูงด้านบนตามจังหวะการประทับของริมฝีปากที่มีต่อกัน เพ็กทงซูค่อยๆใช้มือสองข้างของตน ช้อนขาทั้งสองของชอนจูหนุ่มให้ยกขึ้นคร่อมเอวของตนเอง จอมดาบหนุ่มค่อยๆใช้นิ้วดรรชนีทะลวงปากถ้ำให้กว้างขึ้น

“อ๊า....อะ.....อ้ะ......” เสียงครางของร่างโปร่งด้านล่างดังขึ้นเบาๆ ความเจ็บปวดคล้ายกับมีคนมาสะกิดรอยแผลที่เริ่มแห้งสนิทให้เปิดปากแผลกว้างยิ่งขึ้นก็ไม่ปาน

เมื่อปากถ้ำเปิดกว้างพอประมาณแล้ว พญามังกรของเพ็กทงซูก็ค่อยๆเลื้อยมุดเข้าไปในถ้ำ ช้าๆ ค่อยๆ ไม่รีบร้อน เจ้าของถ้ำเพิ่มแรงกดที่นิ้วมือหนักขึ้น เหงื่อเริ่มออก ยิ่งพญามังกรเบียดตัวเข้าถ้ำแรงเท่าไหร่ เจ้าของถ้ำก็จะยิ่งครางหนักขึ้น ร่างสูงเริ่มขย่มตัวเพื่อสอดดันพญามังกรให้เข้าไปได้ลึกที่สุด ขณะที่ร่างโปร่งก็โยกตัวต้อนรับพญามังกรที่บุกเข้ามา แม้ภายในถ้ำจะแคบและมืดมิด แต่เจ้ามังกรร้ายก็เบียดแทรกทะลวงหินผาตามผนังถ้ำให้กระเพื่อมไหว หินผาในผนังถ้ำที่แข็งแกร่ง ถูกผิวสัมผัสของพญามังกรที่มุดเข้ามาก็เริ่มหลอมตัวจอ่อนระทวยลงไป ราวกับช่วยกระตุ้นให้พญามังกรมุดถ้ำได้สะดวกยิ่งขึ้น พญามังกรมุดเข้ามาได้หนึ่งหุน เจ้าของถ้ำก็เพิ่มแรงจิกที่นิ้วมือยิ่งขึ้น จนกระทั่งเจ้ามังกรบุกเข้ามาในถ้ำได้ทั้งตัว

“อ้า......อ่ะ......อ้ะ..........” ร่างสูงเป็นฝ่ายครางบ้าง ก่อนที่พญามังกรจะพ่นพิษเข้าไปในถ้ำ พิษมังกรสีขาวเปียกไปทั้งในถ้ำและลำตัวของเจ้ามังกรเอง เมื่อพญามังกรพ่นพิษจนหมด เพ็กทงซูก็เริ่มหอบ และฟุบตัวลงบนร่างโปร่งที่นอนอยู่เบื้องล่าง ยออุนเองก็หอบไม่แพ้กัน พญามังกรที่ไร้พิษก็อ่อนกำลังลง ลำตัวหดเล็กลงจนสามารถถอยออกมาจากถ้ำได้ไม่ยากเย็นนัก ชอนจูหนุ่มนอนรอเพียงครู่สั้นๆ ร่างที่ทับอยู่ก็พลิกตัวลงไปนอนข้างๆแทน ก่อนจะหันมายิ้มให้ร่างโปร่งด้วยความผ่อนคลาย อีกฝ่ายก็ยิ้มรับเช่นเดียวกัน ก่อนจะหันไปมองหน้ากันและกัน ตาประสานตา ประหนึ่งว่าใจประสานใจ

“ขอบใจนะ” ชายหนุ่มทั้งสองต่างพูดออกมาพร้อมๆกัน แล้วยิ้มให้กันอีกครั้ง ต่างนึกขอบคุณอีกฝ่ายที่มอบความสุขให้กับตน เป็นความสุขที่ประหลาด แต่ก็เต็มไปด้วยความอิ่มเอมและเบิกบานใจ จากนั้นก็พากันคว้าผ้ามาผลัดเพื่อไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวก่อนจะกลับมานอนข้างกันและต่างจับมือของกันและกันไปตลอดทั้งคืน

...

..

หลายวันผ่านไป..............................

เป็นไปตามที่ยออุนคาดการณ์เอาไว้ วันพระจันทร์เต็มดวงมาถึง ชอนจุหนุ่มมีนัดดวลดาบกับนักดาบทายาทสำนักดาบอสูร ผู้ที่อาจจะเป็นพี่ชายต่างมารดา เพราะมีใบหน้าละม้ายคล้ายตน ทั้งยังเกิดจากสตรีผู้เคยเป็นคนรักเก่าของบิดาอีกด้วย ที่สำคัญ .... ยออุนยังไม่รู้ว่า....ซอนัมซุนจะรู้หรือไม่ ว่าพวกตนเป็นพี่น้องกัน และจุดประสงค์ที่แท้จริงของนักดาบอสูรผู้นี้คืออะไรกันแน่ ที่น่าห่วงกว่าเรื่องสู้กับพี่ชายตนเอง ก็คือเรื่องที่เพ็กทงซูต้องประลองกับประมุขตระกูลถังแห่งเสฉวนตามลำพัง เพื่อช่วงชิงขี้ผึ้งมรกตมาใช้รักษาแผลเป็นบนใบหน้าของตน การรอดตายจากพิษของเจ้าแห่งพิษถังอี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแล้ว แต่การที่จะต้องเอาชนะโดยไม่ทำร้ายฝ่ายตรงข้ามเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยากยิ่งกว่า ที่สำคัญคือ การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ทางด้านเชิงยุทธเท่านั้น แต่ต้องเอาชนะทัศนคติแง่ลบของถังอี้ที่มีต่อความรักระหว่างชายกับชายอีกด้วย เพราะนั่นจะเป็นสิ่งที่ทำให้ถังชุนกับบิดาเข้าใจกันได้ในที่สุด เพราะถังชุนอุตส่าห์ยอมรับปากลอบเข้าวังเพื่อแอบอารักขาพระเจ้าจองโจแล้ว ดังนั้นงานนี้ จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนจึงมีภาระที่หนักอึ้งไม่ใช่น้อยและยออุนเองก็ไม่สามารถแบ่งเบาภาระนี้ด้วยได้เลย

“จะไปแล้วเหรอ..........อุน” เพ็กทงซูเอ่ยเรียกเมื่อเห็นยออุนเตรียมตัวตั้งแต่เช้าโดยยังไม่ได้รับประทานอะไรเลย

“อา........ ข้าจะแวะไปสำรวจผาน้ำตกซะหน่อย ซอนัมซุนได้พาพวกศิษย์เก่าดาบอสูรมาฮันยางจำนวนนึง ไม่รู้ว่ามาทำไม ข้าจะแอบไปดูเผื่อไว้ก่อนจะได้ป้องกันทัน”

“ข้ามั่นใจฝีมือของเจ้า เพลงกาบดาราสวรรค์ของเจ้าไร้เทียมทานจริงๆ จะต้องเอาชนะดาบอสูรได้ไม่ยากเย็นแน่ๆ”

“ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น เจ้าเองก็ต้องระวังตัวให้ดีนะ กระบวนท่าใหม่ที่พวกเราคิดค้นด้วยกันเพื่อเอาชนะแส้อสรพิษของประมุขถังน่ะ เป็นไม้ตายที่เสี่ยงมาก แต่ถ้าเจ้าทำได้สำเร็จ ก็จะสามารถสยบเจ้าแห่งพิษได้อย่างรวดเร็วโดยที่ท่านผู้นั้นยังไม่ทันได้ใช้พิษ เพราะถ้าหากประมุขถังใช้พิษขึ้นมาล่ะก็ เจ้าแย่แน่”

“ไม่ต้องห่วงน่า.....อุน....ข้าจะใส่ชุดเกราะที่โชริปออกแบบมาเป็นพิเศษ ป้องกันได้ทั้งควันพิษและคมอาวุธ วางใจนะ ข้าไม่เป็นไรหรอก ห่วงก็แต่ในวังเท่านั้นเอง”

“จริงสิ.............ข้าบอกเจ้ารึยัง...ทงซู.............ว่าทั้งเซจิกับชุนจะปลอมตัวเข้าไปในวัง”

“อา.......เจ้าบอกว่า เซจิจะปลอมเป็นมหาดเล็ก ส่วนถังชุนจะปลอมเป็น....... เจ้าแน่ใจนะ...อุน”

“มีแต่ปลอมตัววิธีนี้แหละ ถึงจะตบตาฝ่ายโน้นได้ เจ้าลองคิดดูสิ...ทงซู....... จะมีใครคาดคิด ว่านางกำนัลจะมีวิชายุทธสูงส่ง ยอดฝีมือธรรมดาน่ะ สู้ถังชุนไม่ได้หรอก”

“ข้าก็เพิ่งรู้ ว่าที่แผ่นดินใหญ่น่ะ มีวิชาแปลงโฉมล้ำเลิศขนาดนี้”

“ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ ว่าถังชุนแปลงโฉมแล้วจะเป็นยังไง แต่เจ้าก็รู้ ว่าเค้าก็เหมือนข้า เป็นผู้ชายร่างบางและมีใบหน้าที่สวยงามราวหญิงสาว ข้าว่า.....คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก”

“อยากรู้จัง.........อุน.....ถ้าเจ้าแปลงโฉมเป็นอิสตรีซักคนนึง จะงดงามแค่ไหนนะ”

“อย่าฟุ้งซ่าน.....ทงซู...........ข้าไปก่อนดีกว่า คืนนี้........ข้าหมดธุระกับซอนัมซุนแล้ว จะรีบไปที่ประตูเมือง”

“อย่าช้านะ เดี๋ยวจะไม่ทันเห็นข้าเอาชนะถังอี้”

“มั่นใจขนาดนั้นเชียว”

“ข้าเคยถูกหนึ่งในพิษที่ร้ายกาจที่สุด แล้วรอดตายมาได้ บวกกับยาปรุงสูตรพิเศษของถังชุน เจ้าไม่ต้องห่วงนะ ข้าเอาอยู่ ว่าแต่ เจ้าจะให้ข้าพูดประโยคนั้นกับถังอี้แทนถังชุนจริงๆเหรอ”

“อา.....ข้าก็ไม่เข้าใจ ว่าคำพูดง่ายๆแบบนั้น ทำไมชุนถึงไม่ยอมพูดเอง หรือว่าไม่กล้า.......”

“ข้าว่าเค้ากลัวมากกว่ามั้ง........กลัวแววตาผิดหวังเสียใจของคนเป็นพ่อมากกว่า ถังชุนไม่ใช่คนกลัวตาย แต่เค้าคงจะรักท่านพ่อของเค้ามาก คงไม่กล้าสู้หน้าและละอายที่ทำให้ท่านพ่อของตัวเองผิดหวัง”

“เจ้าจะบอกว่า พวกเราสองคนโชคดีรึไง ที่กำพร้าพ่อน่ะ แต่ก็จริงของเจ้านะ ข้าอาจจะเคยเย็นชาต่อพ่อของตัวเอง เพราะตั้งแต่สมัยเด็ก ข้าก็ถูกเค้าทำร้ายมาตลอด แถมเค้ายังเคยคิดฆ่าข้าและทำให้แม่ของข้าตายด้วย แต่ตอนที่เค้าจากไป ข้าก็รู้สึกเสียใจมากจริงๆ ข้ากับท่านพ่อยังไม่เคยมีความทรงจำดีๆร่วมกันเลย”

“อุน.........ข้ากับเจ้านี่ก็ โชคร้ายกันคนละแบบนะ ข้าไม่เคยเห็นหน้าท่านพ่อกับท่านแม่ แถมเกิดมาก็พิการ เกือบถูกฆ่าตายก็หลายหน แต่เรื่องเหล่านั้น ทำให้ข้าเข้มแข็งขึ้น ถึงจะไม่เคยรู้จักพ่อของตัวเอง แต่ข้าก็รู้ว่า ท่านมีตัวตนอยู่ในใจข้าเสมอ และก็ใช่อย่างเจ้าว่า........อย่างน้อยข้าก็รู้สึกโชคดี ที่ไม่ต้องจูงมือเจ้าไปหาท่านพ่อแล้วบอกท่านว่าเจ้าคือคนรักของข้า หรือไปสู่ขอเจ้าจากท่านอาโชซัง เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำได้มั้ย”

“เรื่องของเรามันผิดจารีตอย่างร้ายแรง ถ้าพระนางจองซุนและพรรคพวกรู้เข้า อาจถือเป็นข้ออ้างกำจัดข้าและเจ้าออกจากโชซอนเลยก็เป็นได้ พวกเราสองคนแค่โชคดี ที่คนที่รู้เรื่องนี้ มีแต่เพื่อนและคนสนิทของเราเท่านั้น”

“ข้าว่า...หนนี้ เจ้าดูกังวลแปลกๆนะ......อุน... ปกติ เจ้าจะสงบ สุขุม และก็เยือกเย็นกว่านี้มาก สองครั้งที่ข้าเห็นเจ้าต่อสู้กะจิตกะใจไม่ปกติ ก็ตอนที่ข้าทำร้ายใบหน้าเจ้า และก็ตอนที่เจ้าคิดจะตายใต้คมดาบของข้า ส่วนครั้งอื่นๆ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะฝีมือร้ายกาจแค่ไหน เจ้าก็สามารถสงบจิตใจได้ดีเสมอมา แต่ครั้งนี้ ข้ารู้สึกว่าหัวใจเจ้าเต้นแรงและหายใจถี่กว่าที่เคย อุน............ข้ารู้ว่าเจ้าไม่อยากสู้กับซอนัมซุน........แต่ถ้าเป็นแบบนี้ และเจ้านั่นอยากฆ่าเจ้าขึ้นมา ข้ากลัวว่า............”

“ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน............... คงต้องให้ได้เจอกันก่อน ถึงตอนนั้น ข้าอาจจะรู้ก็ได้”

“รับปากกับข้านะ....อุน........... ว่าเจ้าจะไม่เป็นไร และกลับมาหาข้า มาเคียงข้างข้า สัญญาสิ.....อุน”

“เพ็กทงซู............ข้า..........ข้า.........ข้ารับปากเจ้า ขนาดเจ้ายังกล้าจะเอาชนะถังอี้ได้เลย ข้าก็ต้องเอาชนะซอนัมซุนได้สิ”

“ข้าไม่กลัวเจ้าจะแพ้ซอนัมซุน... ข้ากลัวเจ้าแพ้ตัวเองต่างหาก สัญญากับข้านะ....เจ้าต้องไม่เป็นไร”

“อา.......” ชอนจูหนุ่มรับปากคนรัก แต่ในใจก็ยังหวาดๆ กลัวการเผชิญหน้ากับพี่ชายร่วมสายเลือด

...

..

ย่ำค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง พระจันทร์เริ่มโผล่มาบนขอบฟ้า บนผาน้ำตกชอนจูหนุ่มสำนักโคมดำนั่งขัดสมาธิอยู่บริเวณริมหน้าผา พยายามสงบใจ ซอนัมซุนกับพรรคพวกยืนอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ทายาทสำนักดาบอสูรจ้องมองใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันกับตนของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ กำลังคิดถึงสิ่งที่ตนได้รู้มาจากการไปเยือนจวนของใต้เท้าคิมควีจี

“ซอนัมซุน..............นึกไม่ถึง ว่าเจ้าจะยังไม่ตาย” คิมควีจีเอ่ยทักทาย

“นางให้เจ้ามา......” ซอนัมซุนมองเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะและจำได้ว่าเป็นของใคร

“พระนางประสงค์จะพบกับเจ้า ............ ดูเหมือน จะยังมีความทรงจำถึงเจ้าอยู่นะ”

“นาง...........นางยังจำข้าได้ ทั้งๆที่นางเป็นถึง.........”

“ตอนนี้ทรงเป็นพระหมื่นปีแห่งโชซอน เจ้าอย่าได้บังอาจ.............. แต่เอาเถอะ.......... เจ้ายังอยากพบพระนางอยู่มั้ยล่ะ”

“ทำยังไง.......เจ้าจะให้ข้าทำยังไง” ซอนัมซุนมีท่าทางตื่นเต้น

“กำจัดศัตรูให้พระนาง.......... ศัตรูที่คอยขัดขวางการครองอำนาจของพระนาง หากเจ้าทำสำเร็จ พระนางจะตอบแทนเจ้าอย่างแน่นอน หากเจ้าฆ่าพวกมันได้ เจ้าก็จะได้พบพระนาง”

“นางจะให้ข้าฆ่าใคร” ซอนัมซุนไม่มีทีท่าลังเล

“คนแรก .... คือจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน สมญาว่า มูซาเพ็กทงซู อีกคนคือชอนจูสำนักโคมดำ ยออุน”

“ชอนจูสำนักโคมดำงั้นหรอ ข้ามีนัดดวลดาบกับเขาอยู่แล้ว เมื่อครู่เจ้าบอกว่า มันชื่ออะไรนะ...”

“ยออุน.... เจ้ายออุนกับเจ้าเพ็กทงซูเป็นลูกชายของอดีตห้าองครักษ์ที่เป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน เจ้าน่าจะเคยได้ยินชื่อ ดาบเทพยดาคอมซาคิมกวางเทคมาก่อนนะ เจ้านั่นเป็นพี่ใหญ่ของพี่น้องห้าคน และเป็นอาจารย์ของเจ้าเพ็กทงซูด้วย”

“คิมกวางเทค..งั้นเหรอ.....ดีล่ะ ถ้ามันมีลูกศิษย์ ข้าก็จะได้แก้แค้นแทนท่านตาของข้าที่ถูกฆ่าตาย แล้วเจ้ายออุนล่ะ เจ้าบอกว่า พ่อของมันเป็นน้องร่วมสาบานกับคิมกวางเทคด้วยใช่มั้ย”

“ใช่........พ่อของมันชื่อว่า.............”

“ยอโชซังรึเปล่า..........พ่อของเจ้านั่น คือยอโชซังใช่มั้ย”

“เจ้ารู้จักอย่างนั้นหรอ ข้าได้ยินมาว่า เจ้ายออุนกับเจ้ามีใบหน้าคล้ายกัน คงไม่ได้เกี่ยวข้องกันหรอกนะ”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของท่าน.......... ถ้าเจ้านั่น เป็นลุกของยอโชซังจริงๆล่ะก็ งั้นคืนพระจันทร์เต็มดวง ก็จะเป็นวันตายของมัน”

..

..

 TBC




Create Date : 22 สิงหาคม 2557
Last Update : 23 สิงหาคม 2557 0:58:16 น.
Counter : 774 Pageviews.

5 comments
  
เรื่องนี้หวานปนขมจริงๆ ค่ะ อุน-ซู ได้อยู่ด้วยกันแบบมีความสุขได้แป๊บๆ ก็ต้องออกศึกอีกแล้ว แถมศึกครั้งนี้ ท่าจะหนักกว่าครั้งก่อนหลายเท่า หวั่นใจแทนจริงๆ

แต่ก็ยังดีมีบทหวานๆ มาให้ได้ยิ้มบ้าง ทงซูกระล่อน ขี้อ้อน หื่นกาม ขึ้นทุกตอน ก็ดีนะ มาดับเรื่องเครียดๆ 555+
โดย: bee boa วันที่: 22 สิงหาคม 2557 เวลา:22:25:49 น.
  
ข้าเพ็กทงซู....มีสิ่งที่กลัวอยู่สองอย่าง....อย่างแรก คือการปราศจากเจ้าเคียงข้าง (ฮี้ววววววววววว)
อย่างที่สอง....กลัวไม่ได้รับความรักจากเจ้ายังไงล่ะ (ปากหวานมากถึงไม่ใช่อุนก็ละลายยยย)
#อยากลองเห็นอุนแต่งหญิงงง(เคยคิดแต่นึกภาพไม่ออก ต้องมีผู้นำทาง5555)
โดย: pp IP: 27.55.237.96 วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:22:00:59 น.
  
สนุกมากค่ะ ทงซุ ยออุน หวานกันจริงๆคู่นี้ ตอนหน้าสงสัยคงต้องต้มน้ำร้อนไว้รออีกแล้วต้องเตรียมยาบำรุงไว้ด้วยนะ
เนี่ย กันตับพัง อิอิ
ปล. อยากเห็น ยออุน แต่งหญิงเหมือนกันค่ะ
โดย: bbb IP: 1.46.74.184 วันที่: 23 สิงหาคม 2557 เวลา:22:33:23 น.
  
อ่านไปยิ้มไปเมือนคนบ้าแล้ว...แพ็กทงซูเนี้ยเก่งเนอะทำให้คนที่เย็นชาอย่างนู๋ยอมใจอ่อนได้...อย่าว่าแต่นู๋อุนเลยลองคิดดูถ้าเราเป้นนู๋อุนเราก้อคงจะเขินน่าแดงแล้วก้อคงจะยอมใจอ่อนเหมือนกัน...ผู้ชายอย่างนู๋อุนยังใจอ่อนแล้วผู้หญิงจะทนได้รึ...อิอิอิ
โดย: noo_hnong IP: 49.48.167.213 วันที่: 28 สิงหาคม 2557 เวลา:8:44:42 น.
  
ได้สมใจแล้วชิมิ..ทงซู
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:23:12:32 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments