All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่6

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”     ตอนที่6

                บุรุษหนุ่มขุนนางใกล้ชิดพระราชาแห่งโชซอนทั้งห้าคน นำโดยราชเลขา สามองครักษ์คนสนิท และจิตรกรหลวง เดินทางมายังบ้านพักของเพ็กทงซูที่อาศัยอยู่ร่วมกันกับพวกซาโม ฮวางจินกิจางมี มิโซ และจินจู

“ทงซู......” ฮงกุกยงตะโกนเรียกเพื่อนสนิทที่ยังคงนั่งเหม่ออยู่ แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับแต่อย่างใด

“คราวนี้ มันมาแปลกนะขอรับ ไม่ร้องไห้ ไม่หัวเราะ ไม่กิน ไม่ดื่ม ไม่พูดกับใคร นั่งเฉยอย่างเดียวเลย จะเข้าไปตีมันก็คงไม่ได้ผล หรือจะใช้แผนเดิมมั้ย จินจู ไฟไหม้น่ะ” ซังกักถามจินจู

“มุกเดิมคงไม่ได้ผลแล้ว คราวที่แล้วน่ะ ทั้งเสียใจที่รัชทายาทตาย แค้นใจที่แม่นางจีซอนโดนจับแต่ตนช่วยอะไรไม่ได้ ทั้งผิดหวังและเจ็บปวดที่อุนทรยศ แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน อุนรอดตายแต่ไม่ยอมกลับมาและแม่นางจีซอนก็มาตายจาก เหมือนกำลังจะได้บางอย่างที่เรารักกลับคืนมา แต่กลับต้องเสียสิ่งที่รักอีกอย่างไปแทน อาการแบบนี้ ใครโดนคงทำใจลำบากแน่ๆ ถ้าอุนยอมกลับมาหานะ อาจจะปลอบใจทงซูได้”

“เมื่อครู่มิโซบอกว่าเจ้านั่นกลับมาแล้ว” ยงกอลถามบ้าง

“แค่มาแอบดูน่ะ พอพวกเจ้ามา เค้าก็หนีไปเลย”

“พวกเรา เข้าไปข้างในกันก่อนเถอะขอรับซาโม ข้ามีเรื่องอยากปรึกษาทุกคน” ฮงกุกยงบอกซาโม

“แล้ว ไม่รอ เจ้านั่นก่อนเหรอ” ซาโมชี้ไปที่ทงซู

“ไม่เป็นไรขอรับ เราปรึกษากันเบื้องต้นก่อนก็ได้ เพราะแทยงเหมือนจะหิวแล้ว” พูดจบฮงกุกยงก็ผันหน้าไปมองแทยงที่กำลังขโมยกินเนื้อย่างที่จางมีทำ ทำให้คนอื่นๆหันไปมองตาม และอดขำไม่ได้

ทุกคนเข้าไปข้างในกันหมดแล้ว ฟ้าเริ่มมืดอีกครั้ง แต่เพ็กทงซูยังคงนั่งเหม่ออยู่ด้านนอกคนเดียว เงาดำๆปรากฏที่หน้าประตู แต่ฝีเท้าที่เบาและรวดเร็วจนยากจะมองเห็น ทำให้ร่างนั้นไปยืนอยู่ด้านหลังจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนที่กำลังนั่งเหม่อโดยไม่รู้ตัว จนอยู่ในระยะประชิด จอมดาบหนุ่มจึงได้ยินเสียงหายใจของชายผู้นั้น

“ในที่สุดเจ้าก็มา.........อุน” ผู้มาใหม่ปลดผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นเหนือแก้มข้างขวา ใบหน้างามคล้ายหญิงสาวแต่มีแววตาเศร้าโศกแฝงอยู่ในนั้น

“อา...... ข้าไม่อยากเป็นอุนอีกแล้ว .... ชื่อใหม่ข้าคือพยองอัน”

“พยองอัน ความสงบสุขงั้นเหรอ ก็ดีนะ ถ้าชีวิตของคนเราจะได้อยู่อย่างสงบสุขซะบ้าง สงบสุข กับคนที่เรารัก”

“แต่ดูเหมือนโชคชะตาของข้าและเจ้าจะเป็นอย่างนั้นไม่ได้ ตั้งแต่เด็กจนโต พวกเราไม่เคยมีชีวิตที่สงบสุขจริงๆซักที”

“โชคชะตางั้นเหรอ...อุน... ถ้านี่เป็นโชคชะตา ข้าก็กำลังเกลียดโชคชะตาของตนเอง”

“อย่างที่ข้าเคยเป็น ..... ข้าเคยเกลียดโชคชะตาของข้ามาก ....... ไม่สิ ....... ข้าเกลียดตัวเอง ที่ไม่อาจละทิ้งมันไปได้ ต้องอยู่อย่างเจ็บปวดและโดดเดี่ยวเพราะเจ้าโชคชะตานั่น แต่ตอนนี้ ข้าละทิ้งมันได้แล้ว ข้าสามารถเลือกสร้างชะตาของตัวเองได้แล้ว”

“แต่ชะตาที่ข้าสร้างเองล่ะ ชะตาที่ข้าตั้งใจจะสร้างร่วมกันกับนางล่ะ หรือโชคชะตากำหนด ให้ข้าต้องสูญเสียนาง”

“เพ็กทงซู...... ถ้าเจ้าเลือกจะโทษใครซักคน เพราะเรื่องที่แม่นางตายจากไป งั้นเจ้าก็อย่าเลือกโทษโชคชะตาอีกเลยนะ ถ้าจะโทษ..... งั้นเจ้าก็เลือกโทษข้าเถอะ แม่นางต้องตาย.... เพราะรับคมดาบแทนข้า” คำพูดสุดท้ายของลีพยองอันมาพร้อมกับเสียงฟ้าร้องพอดี ฝนเริ่มตกพรำๆ ทำให้บรรยากาศชวนเศร้าโศกขึ้นมาอีก

“นางตายเพราะปกป้องเจ้า.......ฮึ......นางเลือกเสียสละตัวเอง เพื่อจะปกป้องเจ้า”

“แม่นาง เลือกทำในสิ่งที่นางรู้ว่า ถ้าเป็นเจ้า เจ้าก็จะทำอย่างเดียวกัน นั่นคือ......”

“ใช่..... เพราะถ้าเป็นข้า ข้าก็คงเลือกที่จะปกป้องเจ้าเช่นเดียวกัน อุน ที่นางปกป้อง ไม่ใช่แค่เจ้า แต่นางกำลังปกป้องข้าด้วย เพราะนางรู้ว่า ถ้าเจ้าเป็นอะไรไปอีกหน ข้าก็คง......”

“แม่นางรักเจ้า และไม่อยากเห็นเจ้าเป็นแบบนี้ ถ้าเจ้าอยากจะตอบแทนนาง ก็ไม่ควรทรมานตัวเองแบบนี้...”

“พวกญี่ปุ่นมาเพราะอยากแก้แค้นข้าใช่มั้ย”

“อา....ชองฮึงมุน มากับมัตสึโมโต้ เซจิ ทายาทของซามูไรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น และเป็นศิษย์น้องของเคยนโจด้วย”

“เทียบฝีมือกับเคยนโจแล้ว เป็นไงบ้าง เหนือกว่ากันกี่เท่า”

“พูดยาก ไวกว่า หนักหน่วงกว่า แต่ที่ร้ายกว่านั้น เจ้านั่นมันชอบเล่นลอบกัด ไม่เหมือนเคยนโจ หมอนั่น ถึงจะเป็นศัตรู แต่ก็สู้อย่างมีเกียรติกว่านัก”

“เจ้าสู้กับมันอย่างสูสี โดยไม่ยอมใช้ดาบ ดาบคู่ของเจ้า...”

“ขอบใจ ที่เก็บมันไว้ให้ข้า แต่ข้าสาบานแล้ว ว่าจะไม่ใช้ดาบอีก ข้าตั้งใจจะลืมความเป็นมือสังหาร และใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในหมู่บ้านที่ไกลออกไปจากที่นี่มาก”

“เพราะอะไร ทำไมเจ้าไม่บอกข้าก่อนหน้านี้ ว่าเจ้ายังไม่ตาย อุน”

“เพราะยออุนตายไปแล้ว ที่ยังอยู่ คือลีพยองอัน หมอฝังเข็มธรรมดาเท่านั้น”

“ยังไง เจ้ารอดตายได้ยังไงวะ”

“ปาฏิหาริย์มั้ง ความลับที่ทำให้ข้ารอดตายน่ะเหรอ หัวใจข้าอยู่ด้านขวา ขอโทษที เจ้าแทงหัวใจข้าไม่โดนว่ะ”

“บอกความลับข้าอย่างนี้ ไม่กลัวข้าจะไม่พลาดเป็นครั้งที่สองหรอ”

“คิดว่าทำได้หรอ ข้าเคยคิดว่า การตายด้วยมือเจ้า เป็นความสุขอย่างนึงของมือสังหารอย่างข้า แต่หลังจากตายไปครั้งนึงแล้ว ก็ไม่อยากถูกฆ่าตายเป็นครั้งที่สองอีก ถ้าข้าไม่ยอมตายด้วยมือเจ้า แล้วเจ้าจะทำได้หรอ เจ้าไม่คิดที่จะฆ่าข้า แต่เคยคิดจะตายด้วยมือข้าด้วยซ้ำ”

“อุน...... เจ้าเลวมากรู้มั้ย.... เจ้าทำให้ข้ารู้สึกผิดมาเกือบสองปี เจ้าชิงตายก่อนข้าได้ไง ทั้งๆที่ตอนนั้น...”

“เจ้าก็คิดจะตายด้วยมือข้าเช่นกัน ทั้งลดดาบ ทั้งหลับตา แต่โทษทีว่ะเพื่อน ข้ายังไวกว่าจอมดาบอันดับหนึ่ง ที่ชิงถูกแทงตายได้ก่อน ฉะนั้นแล้ว เจ้าก็ยังไม่เคยชนะข้าอยู่ดี”

“อา..... ศึกนั้น ถือว่าข้าแพ้ก็ได้ แต่ข้าคงยกตำแหน่งจอมดาบอันดับหนึ่งให้เจ้าไม่ได้ง่ายๆ เพราะสำหรับข้า เจ้าไร้เทียมทานเสมอ”

“อา.... ขอบใจ งั้น พิสูจน์สิ” พูดจบ ลีพยองอันก็ซัดเข็มทองใส่เพ็กทงซู จอมดาบหนุ่มได้สติ กระโดดหลบอย่างรวดเร็ว แล้วซัดเหรียญออกไปอย่างแรง แต่ลีพยองอันกับไม่ยอมหลบ

เขาตวัดป้ายชื่อออกมาแล้วปัดเหรียญกระเด็นไป พร้อมกระโดดบุกใส่เพ็กทงซูด้วยวิชาป้ายชื่อที่ตนขโมยฝึกมาจากการเห็นเพ็กทงซูใช้ครั้งเดียวเมื่อหลายปีก่อน เพ็กทงซูเอง ก็ไม่เลือกใช้ดาบ แต่ใช้วิชาป้ายชื่อเช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างพัวพันต่อสู้กันด้วยวิชาป้ายชื่อ วิชาที่ถูกบัญญัติขึ้นโดยดาบเทพยดาคิมกวางเทค ลุงบุญธรรมของพวกเขาทั้งสอง

การต่อสู้ของยอดฝีมือทั้งสองเสียงดังจนคนอื่นๆที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงและออกมาดู พวกยงกอลทำท่าจะลงไปช่วยเพ็กทงซูต่อสู้ เพราะคิดว่าทงซูยังเสียใจจากการตายของจีซอนอยู่ อาจเสียสมาธิระหว่างต่อสู้ แต่ฮวางจินกิห้ามไว้

เชือกพู่ของป้ายชื่อสองอันพันกันจนแยกออกมาไม่ได้ถ้าไม่ค่อยๆแกะ เพ็กทงซูจึงเปลี่ยนเป็นเหวี่ยงหมัดใส่ลีพยองอัน หมัดขวาพุ่งตรงตำแหน่งอกซ้ายของฝ่ายตรงข้าม แต่หมอหนุ่มรู้ทัน เหวี่ยงตัวออกด้านข้าง แล้วยกขาเตะสีข้างของเพ็กทงซู แต่ชายหนุ่มก็รู้ทัน หมุนตัวหลบ และก้มลงใช้ฝ่ามือฟาดไปที่ท้องน้อยของลีพยองอันด้วยวิชาที่อดีตชอนจูแห่งสำนักโคมดำเคยใช้กับตนเมื่อวันที่อดีตรัชทายาทสิ้นพระชนม์

ฝ่ามือนั้นถูกท้องน้อยของลีพยองอันอย่างแรกจนอีกฝ่ายจุกและกระเด็นออกไป เหล่าคนดูต่างประหลาดใจที่หมอหนุ่มแพ้ไวนัก แต่ไม่นาน หมอหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้ม

เพ็กทงซูกลับเป็นฝ่ายที่ขยับข้อมือและแขนไม่ได้ ที่ท้องแขนมีรอยกดลึกลงไป อาการคล้ายกับตอนที่ยออุนใช้วิชาเข็มกับทงซูครั้งแรก แต่ครั้งนี้กลับไม่มีเข็มปักอยู่แต่อย่างใด แท้จริงแล้ว หมอลีพยองอันยอมเจ็บตัว อาศัยจังหวะที่เพ็กทงซูฟาดฝ่ามือใส่ตน ใช้วิชานิ้วจี้จุดที่แขนของเพ็กทงซูอย่างรวดเร็ว แรงกดที่หนักหน่วงและตรงจุดอย่างแม่นยำ ทำให้แขนและข้อมือขวาของทงซูเป็นอัมพาตชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้เข็มแต่อย่างใด จอมดาบหนุ่มยืนเปียกฝนมองแขนขวาที่ขยับไม่ได้ของตนเอง

ถึงฝนจะยังคงตกอยู่ แต่เพื่อนทุกคนก็รีบกรูมาที่เพ็กทงซู หมอหนุ่มก็หยุดลงมือ และหันมาโค้งคารวผู้อาวุโสทั้งสาม แล้วใช้มือนวดบริเวณท้องน้อยที่ถูกฝ่ามือกระของทงซูฟาดใส่ จอมดาบหนุ่มใช้มือซ้ายจับเข็มที่ตนพกไว้ แล้วปักลงไปที่จุดบนแขนของตน ข้างๆจุดที่ถูกลีพยองอันสกัดเมื่อครู่ ผ่านไปสักพัก เขาก็กลับมาใช้แขนและข้อมือขวาได้อีกครั้งนึง

“วิชาใหม่ของเจ้าร้ายกาจมากนะ อุน ข้ายอมแพ้จริงๆ ข้าพ่ายให้วิชาสกัดจุดของเจ้าเป็นครั้งที่สอง แถมครั้งนี้ ไม่ใช้เข็มด้วย ปลายนิ้วของเจ้า ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนมากๆแน่ๆ ถึงไม่ใช้ดาบ เจ้าก็เอาชนะข้าได้”

“เจ้าใช้วิชาของชอนจู วิชาที่เคยสยบเจ้ามาก่อน ถูกเล่นงานครั้งเดียว เจ้าก็จดจำเรียนรู้วิชาของคู่ต่อสู้มาได้ เจ้าเองก็เป็นอัจฉริยะไม่ด้อยไปกว่าข้า ถ้าข้าไม่ยอมเจ็บตัว คงเล่นงานเจ้าไม่ได้ เล่นงานเจ้าครั้งนี้ได้ คงใช่กระบวนท่าเดิมจัดการเจ้าไม่ได้อีก เจ้าลดแรงฝ่ามือลง ข้าถึงเจ็บแค่นิดหน่อย ถ้าสู้กันเอาเป็นเอาตายจริงๆ คงบาดจ็บทั้งคู่แน่ๆ ถือว่าเราเสมอกันเถอะ เพ็กทงซู”

กลุ่มเพื่อนๆ พากันมากระโดดกอดคอแสดงความดีใจที่เพ็กทงซูที่หายจากอาการเหม่อลอยกลับมาเป็นผู้เป็นคนอีก และกอดคอทักทายและตบไหล่ยออุนที่กลับมาอย่างปลอดภัย ไม่ได้ตายหนีไปแล้ว ท่ามกลางสายฝนที่ยังตกอยู่นั้น ฮงกุกยงยืนมองใกล้ๆ ไม่กล้าเข้ามาตบไหล่ทักทายสนิทสนมกับยออุน ความรู้สึกผิดที่ตนทำร้ายเพื่อนยังคงฝังใจอยู่

“ที่ผ่านมา เป็นยังไงบ้าง” ฮงกุกยงเอ่ยถามลีพยองอันก่อน

“เป็นหมอชาวบ้านธรรมดา ใช้ชีวิตสงบสุข อย่างที่ต้องการ และไม่เคยคิดว่า จะต้องกลับมาเมืองหลวงอีก”

“โชริบ ไหนเจ้าว่ามีอะไรอยากคุยกับอุนไง” ซังกักถามเพื่อน

“ข้.....ข้.......ข้า.....ข้าอยากจะ...........” ฮงกุกยงพูดไม่ออก

“ขอบใจนะ โชริบ ขอบใจเจ้ามาก” ลีพยองอันเอ่ยปากก่อน

“อุน..... เจ้า..... ทำไม.....” ฮงกุกยงไม่เข้าใจคำขอบใจของหมอหนุ่ม

“ขอบใจ ที่ช่วยปลดปล่อยข้าจากความเป็นมือสังหาร ยออุนชอนจูแห่งสำนักโคมดำตายไปแล้ว ไม่มีพันธะแห่งดาวเพชรฆาตอีกแล้ว ข้าไม่ติดค้างโชซอน ไม่ติดค้างฝ่าบาท ไม่ติดค้างพวกเจ้าอีก”

“แต่ข้าติดค้างน้ำใจมิตรภาพของเจ้า อุน เพื่อยุติเรื่องของสำนักโคมดำ เพื่อให้พระราชาปกครองอย่างสบายใจ เจ้าพลีชีพตนเองอย่างกล้าหาญ ข้าบีบให้เจ้าต้องตาย ทั้งๆที่เจ้ารีบมาช่วยชีวิตข้าจากลูกน้องของเจ้าแท้ๆ อุน... ข้าขอ...”

“อย่าขอโทษข้า อย่าขอโทษยออุน ข้าไม่ใช่ยออุน ยออุนตายไปแล้ว และไม่คิดโกรธแค้นผู้ใดอีก ข้า..... ข้าคือลีพยองอัน หมอธรรมดาคนนึง” ลีพยองอันกล่าวกับเพื่อนๆท่ามกลางสายฝนที่ตกอยู่

“ตกลงเจ้าคืออุนหรือ พยองอันกันแน่..... หรือว่าเหมือนโชริบ ถึงจะใช้ชื่อทางการว่าฮงกุกยง แต่ก็เป็นโชริบ ของพวกเราไง ใช่มั้ย” ซังกักออกความเห็น

“ใช่... เจ้าจะเป็นลีพยองอัน หมอฝังเข็มของเจ้าก็ตามใจ แต่สำหรับพวกเรา ก็พอใจจะเรียกเจ้าว่าอุนต่อไป” ยงกอลพูดบ้าง

“แต่หมอลีพยองอัน อยากมีชีวิตสงบสุข ไม่คิดจะกลับมาฮันยางอีก” เพ็กทงซูพูดไป ก็หันไปมองหน้าหมอหนุ่ม

“แต่เจ้าก็กลับมาฮันยางอีกครั้ง เพราะอะไร เพื่อมาช่วยพวกเรางั้นหรอ เจ้ารู้อะไรใช่มั้ย” ฮงกุกยงถามเพื่อน

“อา......”

“เจ้ารู้อะไร......อุน” เพ็กทงซูยังเรียกชื่อหมอหนุ่มด้วยชื่อที่คุ้นเคย

“ถึงรู้ ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ช่วยชีวิตแม่นางไม่ได้ กลับทำให้เจ้าเสียใจ”

“ใช่.... ข้าเสียใจ ที่จีซอนจากข้าไป แต่นางก็ไปอย่างมีความสุข ส่วนสำหรับเจ้า ข้าต้องขอบใจเจ้ามาก ขอบใจ ที่เจ้ายังไม่ตาย ขอบใจ ที่ล้างปมที่ค้างใจข้ามาเกือบสองปี”

“เพ็กทงซู....... เจ้า..... ข้า....... อา..... ข้าขอโทษ”

“อุน.....”

“ถ้าข้ารู้ว่า เจ้าจะเสียใจและเจ็บปวดเพราะคิดว่าข้าตายคามือเจ้ามากขนาดนั้น ข้าจะรีบกลับมา กลับมาเป็นอุนคนเดิมของเจ้า ของพวกเจ้าทุกคน” หมอลีพยองอันพูดจบก็เดินไปตบบ่าข้างขวาของเพ็กทงซูเบาๆ

“เจ้าเอง ก็กลับไปเป็นเพ็กทงซู คนที่ร่าเริงสนุกสนานและไม่เคยกลัวอะไรเหมือนเดิมเถอะนะ”

“กลัวสิ ข้า.... เพ็กทงซู มีสิ่งที่ข้ากลัวอยู่สองอย่าง หนึ่ง กลัวไม่ได้เป็นจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน และสองกลัวเสียเพื่อนๆที่ข้ารักไป” ชายหนุ่มกล่าวด้วยรอยยิ้ม ประโยคสุดท้ายหันมามองที่หนุ่มหน้าสวยเป็นพิเศษ ซึ่งคนถูกมองก็มองตอบพร้อมอมยิ้มเช่นกัน

“เฮ่.... พวกเจ้าหกคนจะยืนตากฝนอีกนานมั้ย เข้าบ้านได้แล้ว” ซาโมดุ ทำเอาทุกคนรีบเข้าบ้านทันที

...


“ห๊า............ แก้แค้น พวกญี่ปุ่นเนี่ยนะ” สามองครักษ์อุทานพร้อมกัน

“อา.... เคยนโจ เป็นองค์ชายของคนนึงของญี่ปุ่น และเป็นศิษย์ของมัตสึโมโต้ เคนตะ ยอดซามูไรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นตอนนี้ การที่มาตายด้วยมือของจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน แม้จะดูมีเกียรติ แต่ฝ่ายโน้นรู้สึกว่าตนพ่ายแพ้”

“ยังไงวะ” เพ็กทงซูถามยออุน

“มัตสึโมโต้ซัง เคยคิดจะท้าสู้กับท่านลุงคิมกวางเทค แต่เพราะเสียแขนไปข้างหนึ่ง จึงยกเลิกไป แต่ศิษย์ของท่านกลับพ่ายให้เจ้า ศิษย์ของคิมกวางเทค ด้วยความโกรธ จึงส่งบุตรชายมาหยั่งสถานการณ์”

“ซามูไรหนุ่มคนนั้นน่ะหรอ ก็หล่อดีหรอกนะ แต่โหดร้ายเป็นบ้าเลย กับผู้หญิงก็ไม่ละเว้น” จางมีบอก

“เจ้าทำร้ายมันบาดเจ็บหนีไป แล้วพวกมันจะกลับมาแก้แค้นรึเปล่า” กุกยงถาม พลางกุมมือมิโซเอาไว้

“คงจะยังไม่มาในช่วงนี้ เพราะพวกนั้นต้องทำอย่างอื่นก่อน”

“อะไรเหรอ” เสียงของทุกคนถามพร้อมกัน

“พวกญี่ปุ่นร่วมมือกับฮงซังบอม คิดลอบปลงพระชนม์ในวันฉลองครองราชญ์”

“ข่าวที่ข้าได้มา ลูกน้องเจ้าใช่มั้ย อุน”

“ข้าไม่รู้จักคนเหล่านั้น แต่พวกเค้ายังมีการติดต่อกับกูฮยางอยู่ ข้าขอให้นางช่วยสืบให้”

“ดูเหมือนสำนักโคมดำจะมีสายลับในราชสำนักอยู่ด้วยสินะ ไม่คิดเลยว่า.....”

“เรื่องที่เจ้าไม่รู้ยังมีอีกนะ โชริบ ชนชั้นสูงในราชสำนักน่ะ มีสายของตนทั้งนั้นแหละ สกุลคิม สกุลฮง พระหมื่นปี พระอัยกา ล้วนมีสายลับของตนทั้งนั้น นางกำนัลในตำหนักใหญ่ ก็อาจจะมีทั้งคนของสำนักโคมดำ คนของฮงพงฮัน หรือคิมฮันกู แม้แต่ของบรรดาพระสนมทั้งหลาย ก็ล้วนส่งคนที่ตนไว้ใจไปทำงานทั้งนั้น พวกองครักษ์ ทหารรักษาวัง และพวกมหาดเล็ก ต่างก็มีนายที่คนทำงานให้ลับๆอยู่ วังหลวงน่ะ มีสายลับมากที่สุดในโชซอนแล้ว”

“โหหหห......... ในวังเนี่ย อันตรายเหมือนกันนะ” มิโซบอกด้วยความตกใจ

“คงจะจริงอย่างเจ้าว่า ข้าพยายามสืบหลายครั้ง ก็มักพบว่า แต่ละคนมีลับลมคมในไม่ค่อยน่าไว้ใจไปหมด เห็นท่าจะต้องจัดระเบียบกันใหม่แล้ว แต่ข่าวของเจ้า มั่นใจรึเปล่า”

“ข้ายังไม่รู้รายละเอียดของแผนการ คงต้องสืบทั้งในวังนอกวัง แต่ที่ข้ามั่นใจก็คือ ถ้าการลอบปลงพระชนม์สำเร็จ ฮงซังบอมเตรียมจะยกพระอนุชาอึนจอนกุนนั่งบัลลังก์แทน ที่สำคัญ คิมฮันกู คิมควีจี ต่างก็เห็นชอบด้วย พวกตระกูลคิมแห่งอันดงก็มีการติดต่อกับพระสนมปาร์คมารดาของอึนจอนกุนอย่างลับๆแล้ว”

“แล้วเรื่องต้าชิงล่ะ มีอิทธิพลต่อพวกสายลับสำนักโคมดำของเจ้าอยู่รึเปล่า” กุกยงถาม

“มูยองเกของสำนักโคมดำ ไม่ขึ้นกับต้าชิง แต่อยู่ภายใต้ชอนจูคนเดียว อีกอย่าง สำนักโคมดำก็ตัดขาดจากต้าชิงแล้ว”

“แล้วพวกมัจจุราชแห่งซานตงล่ะ จะว่ายังไง” ฮวางจินกิถามบ้าง

“พวกนั้นรับเงินจากต้าชิง อาสาทำงานให้แลกเงิน รับหน้าที่มากำจัดพระราชาและพวกเจ้าโดยเฉพาะ”

“ต้าชิงร่วมมือกับญี่ปุ่น ศึกนี้ ใหญ่หลวงจริงๆ” ซาโมบอกอย่างกังวล

“ข้าเคยเจอหลูเอ้อเหยกับหวีซันเหยแล้ว แต่ไม่รู้ว่าเฉาต้าเหยฝีมือเป็นยังไงบ้าง”

“ได้ยินว่าทัดเทียมกับอดีตชอนจู แต่ข้ายังไม่เคยพบเช่นกัน กระบี่ปลิดวิญญาณได้ชื่อว่ารวดเร็วยิ่งนัก ฝีมือสูงกว่าน้องสองคนซะอีก”

“แล้วเจ้านั่นล่ะ คนหน้าสวยเหมือนเจ้า ที่ฮงซังบอมพาเข้าวังวันนี้น่ะ รัศมีอำมหิตแผ่มาโคตรน่ากลัวเลย” แทยงถามอุน

“คนหน้าสวยงั้นเหรอ...... ข้าไม่แน่ใจนัก” ปากตอบไม่แน่ใจ แต่น้ำเสียงสั่นเครือ กังวลแปลกๆ

 




Create Date : 17 มกราคม 2556
Last Update : 17 มกราคม 2556 20:52:59 น.
Counter : 855 Pageviews.

2 comments
  
ในที่สุดอุนก็ได้กลับมาหาครอบครัวที่แท้จริงสักที รู้สึกดีจัง "อุนนี่กลับมาบ้านแล้ว"
โดย: bee boa วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:0:07:39 น.
  
แอบย่องเข้ามาดูด้วยความหวัง แล้วก็มาแล้ววววววว
ชอบตอนที่บรรยายความคิดของแต่ละคน มันเป็นการให้ความสำคัญในหลายๆมิติทั้งความเป็นเพื่อน ความเป็นคนรัก แล้วก็รูปแบบของการกระทำที่มีต่อความเชื่อของตัวเอง
ตัวละครใหม่ที่โผล่ออกมาหลายตัวน่าสนใจดี ไม่รู้ว่าคนหน้าสวยที่ว่าจะถูกส่งมาล่อลวงใครหรือเปล่า (แอบเดา-เพ้อไปเอง 555)
ปล.คิดถึงคเยนโจ ถึงจะอยู่ฝ่ายร้าย แต่ก็คิดเหมือนกันว่าเป็นคนที่สู้อย่างมีเกียรติ ตอนตายก็แอบเสียดายอยู่ (อุตส่าห์คิดว่าจะให้มาคั่นกลาง เผื่อบางคนจะรู้สึกอะไรบ้าง)
จะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ ^_^
โดย: Silver Sky IP: 223.204.36.155 วันที่: 18 มกราคม 2556 เวลา:9:49:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments