All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่3

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” ตอนที่3


“ลี-พยองอัน     ... พยองอัน ความสงบสุขงั้นหรือ” หมอหนุ่มพลิกดูป้ายชื่อที่กูฮยางมอบให้เมื่อครั้งที่นางแวะมาหาเมื่อเดือนก่อน ป้ายชื่ออันใหม่ที่ใช้ปิดบังชื่อสกุลเดิมของตนเอง และอีกสรรพนามที่ชาวบ้านเรียกขานตน ท่านหมออุนซู (หมอที่วาสนานำพา)

นั่งพลิกป้ายชื่อไปมา ก็อดคิดถึงเหตุการณ์ที่ตนเคยร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนรักไม่ได้ เมื่อครั้งที่เข้าไปในกองฝึกองครักษ์ และมีเรื่องกับพรรคพวกของฮงซาฮยี ตอนนั้น เพ็กทงซูได้ใช้วิชาป้ายชื่อที่ฝึกมาจากการแอบสังเกตการฝึกซ้อมของดาบเทพยดากวางเทคได้อย่างชำนาญ ท่านหมอค่อยๆหลับตานึกภาพเหตุการณ์การต่อสู้ของเพื่อนรัก แล้วลองขยับมือตามไปมา แม้ตอนนั้น จะเห็นท่าทางที่เพ็กทงซูสู้ด้วยป้ายชื่อเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่อัจฉริยะเชิงยุทธที่เกิดมาพร้อมดาวเพชรฆาตอย่างเขาก็สามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ ไม่ช้านาน เขาก็สามารถใช้ป้ายชื่อเป็นอาวุธต่อสู้ได้อย่างพลิกแพลงและมีประสิทธิภาพอย่างเหลือเชื่อ

“ถ้าข้าใช้วิชาป้ายชื่อนี้สู้กับเจ้า จะเป็นยังไงนะทงซู” ท่านหมอลี-พยองอัน เปรยออกมาเบาๆ ในใจก็จินตนาการว่า ตนเองได้ฝึกซ้อมต่อสู้กับเพื่อนรัก และได้สูเคียงข้างกันอีก ความรู้สึกเช่นนี้ที่ยากจะลบเลือนออกไปจากใจได้ง่ายๆ ก่อนจะลืมตาแหงนหน้ามองท้องฟ้าเพราะได้ยินเสียงนกอินทรีย์ส่งสาส์นของกูฮยางบินมาแต่ไกล ก่อนจะผิวปากเรียกและหยิบจดหมายออกมาอ่าน

“ขุนนางฝ่ายโนรอนถูกลอบสังหารจำนวนมาก คนสนิทของฮงแทจูตายหมดแล้ว ในวังกำลังปล่อยข่าวว่าเป็นแผนลับของพระราชาสั่งให้เพ็กทงซูลงมือ เพราะทุกคนตายด้วยเพลงดาบที่รุนแรงในเพลงเดียว ยอดฝีมือชาวญี่ปุ่นกลุ่มใหญ่ลอบเข้าเมืองหลวง และยังมีทูตต้าชิงคนก่อนที่กลับมาฮันยางพร้อมยอดฝีมือที่ไม่เคยเห็นหน้ากลุ่มหนึ่ง แต่เครื่องแต่งกาย มีสัญลักษณ์ประจำตัวของสำนักโคมดำซ่อนอยู่ หัวหน้าของพวกนั้นท่าทางน่ากลัวและอาจมีฝีมือสูงส่งไม่ด้อยไปกว่าอดีตชอนจูก็เป็นได้

เพื่อนๆของท่านสบายดี แต่มีคนมียุทธจำนวนนึงที่แอบเฝ้าสังเกตบ้านพักและร้านขายเนื้ออยู่ สถานการณ์น่าสงสัยมาก

ปล.ฮวางจินจูพบข้า โดยบังเอิญหรือเปล่าไม่รู้ แต่เพ็กทงซูกับฮงกุกยงคิดจะทำสุสานให้ท่านใหม่ ไม่รู้จะขุดหาหลักฐานอะไรหรือไม่ คิดอ่านอย่างไรกรุณาส่งข่าวกลับมาด้วย”

ท่านหมอหยิบกระดาษและพู่กันออกมา ก่อนจะเขียนจดหมายตอบกลับไป ให้นกอินทรีย์นำส่ง

“ข้าจะกลับฮันยาง ไม่ต้องให้ใครรู้ ระวังตัวให้ดีด้วย”

...

..

“ว่าไงนะโชริบ เจ้าว่าโครงกระดูกนี้ ไม่ใช่ของอุนอย่างนั้นเหรอ แต่ว่า.... ข้าฝังเองกับมือ แล้วทำไมจะ....”

“มีคนย้ายศพออกไป แล้วเอาศพคนอื่นมาอำพรางพวกเราน่ะสิ แผนสูงจริงๆ จะเป็นใครนะ” ฮงกุกยงสงสัย

“จะเป็นหมอหญิงคนนั้นรึเปล่า ที่ข้าเคยเล่าให้ฟังแล้วไง ว่าข้าเห็นนางน่ะ” ฮวางจินจูออกความเห็น

“เมื่อเดือนก่อน ข้าก็เคยพบนางที่นอกเมืองฮันยางด้วยนะ นางเดินทางกลับจากที่ไหนซักแห่งนี่แหละ หรือจะเป็นนางที่เอาศพของชอนจูคนนั้นไปไว้ที่อื่น” กิมกองดูก็แสดงความเห็นด้วยอีกคน

“หรือไม่ เจ้านั่นก็ยังไม่ตาย แค่แหกตาหลอกเราเหมือนที่ทำมาตลอด” ฮงกุกยงพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเท่าไหร่

“เป็นไปไม่ได้ อุนสิ้นลมหายใจตายต่อหน้าข้าจริงๆ ดาบของข้าทะลุอกซ้ายเค้าอย่างแรง นั่นเป็นตำแหน่งหัวใจ ไม่มีทางที่อุนจะรอดเด็ดขาด แถมข้ายังนั่งเฝ้าหน้าหลุมศพตั้งค่อนคืนเจ้าก็รู้ ถ้าอุนยังไม่ตายจริงๆ แล้วจะทนอยู่ในหลุมได้ยังไงล่ะ จนป่านนี้ เจ้ายังไม่วางใจอีกเหรอ โชริบ”

“แต่ข้ายืนยัน ว่านั่นไม่ใช่กระดูกของอุนแน่ๆ กระดูกนี่ มีช่วงขาและแขนที่ยาวกว่าของอุนเล็กน้อย ที่สำคัญ ซี่โครงด้านซ้าย ไม่มีรอยถากหรือหักแต่อย่างใด แต่กระดูกขา กลับมีรอยหัก ซึ่งเจ้านั่นไม่เคยขาหักมาก่อน แสดงว่า กระดูกนี้ไม่ได้ตายเพราะถูกแทงอกอย่างแน่นอน และก็ไม่ใช่ยออุนที่พวกเราเข้าใจ”

“แล้วหมอหญิงคนนั้น จะทำอย่างนั้นไปทำไมล่ะ” จินจูสงสัย

“เรื่องนั้น ซักวันเราคงจะรู้ แต่ที่สำคัญ ช่วงนี้มีกองกำลังญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว ท่านอาจินกิบอกว่า พวกนั้นตั้งใจจะมาแก้แค้นให้เคยนโจที่ถูกข้าฆ่าตาย ยังไง พวกเจ้า ต้องระวังตัวไว้ให้มากนะ”

“อา.....” ทุกคนรับคำ

“ยังมีพวกทูตต้าชิงอีก แต่คราวนี้ มันมาพร้อมกับยอดฝีมือจำนวนนึง ท่าทางจะมีฝีมือดีอยู่ด้วย เรากำจัดสำนักโคมดำไปแล้ว แต่พวกต้าชิงก็ยังไม่วางมือ พวกที่มา อาจจะเป็นมือสังหารก็เป็นได้” ฮงกุกยงบอกเพื่อนๆ

“ถ้ายออุนยังเป็นชอนจูอยู่ พวกต้าชิงอาจไม่ส่งใครเข้ามา สถานการณ์อาจจะน่าวางใจมากกว่านี้ก็ได้ ท่านพ่อบอกว่า พวกนักฆ่าที่เคยสังกัดสำนักโคมดำบางคน แอบไปเข้าร่วมกับพวกใต้เท้าฮงซังบอม ถ้ายออุนยังอยู่ คงจะสั่งการพวกนั้น ไม่ให้ฆ่าใครก็เป็นได้ ดีไม่ดี พวกที่ลงมือลอบฆ่าลูกน้องเก่าของฮงแทจู คงไม่พ้นคนสามกลุ่มนี้หรอก” จินจูแสดงความคิดเห็นส่วนตนให้เพื่อนๆฟัง

“ข้ารู้ว่าข้าผิด ที่ไม่ได้คาดการณ์เรื่องนี้ไว้ก่อน เพราะคำพูดข้า อุนถึงคิดจะตายด้วยมือเจ้า .... ทงซู เพราะการคำนวณผิดของข้า ทำให้ฝ่ายที่ควรจะไม่ก่อเรื่อง กลับเป็นปัญหาขึ้นมาอีก ยังไงซะ พวกเราก็ต้องระวังแล้วกัน ตอนนี้ราชกิจมีมาก ฝ่าบาทก็ทรงกังวลเรื่องนี้อยู่ ตระกูลคิมกับตระกูลฮง ไม่รู้จะทำอะไรอีก ฝ่าบาททรงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกจริงๆ เพราะทั้งสองตระกูลก็ล้วนเป็นพระญาติทั้งฝ่ายพระหมื่นปีและพระพันปีทั้งนั้น”

“อีกหนึ่งเดือน ฝ่าบาทจะทรงฉลองราชาภิเษกครบรอบปีใช่มั้ย โชริบ” ทงซูถามเพื่อน

“อา... แต่เพราะปัญหาขุนนางถูกลอบฆ่าในตอนนี้ ฝ่าบาทอาจทรงยกเลิกงาน แต่ใต้เท้าฮงพงฮัน ก็พยายามทูลให้อย่ายกเลิก ข้าล่ะกลัวว่า.......”

“เจ้าคงไม่คิดว่า...... ใต้เท้าฮงพงฮัน เป็นท่านตาของฝ่าบาทนะ เคยเป็นพระอาจารย์ด้วย สมัยก่อนเราก็เคยเห็นว่าใต้เท้าเอาใจใส่ฝ่าบาทแค่ไหน แล้วทำไมถึงคิดที่จะ....” ทงซูแปลกใจ

“ก็เพราะอย่างนี้ไง ข้าถึงอยากให้พวกเจ้าช่วยสืบให้หน่อย ข้าเองก็จนปัญญาแล้ว ไม่รู้จะมีวิธีสืบข่าวยังไง”

“ท่านพ่อไปติดต่อการค้าเป็นเพื่อนจีซอน และจะแวะไปสืบข่าวนักฆ่าให้ด้วย อาจจะได้อะไรกลับมาบ้างก็ได้”

“จีซอนก็ไปสืบข่าวด้วย แล้วจะไม่เป็นอันตรายใช่มั้ย.........” ทงซูถามจินจู

“ข้าจะไปรู้เรอะ ก็นางไปติดต่อการค้า เลยอาสาช่วยท่านพ่อสืบข่าว ข้าห้ามก็ไม่เชื่อ แต่คงไม่เป็นไรหรอก พ่อข้าฝีมือดีจะตาย ถัดจากเจ้า ก็ไม่แพ้ใครในโชซอนหรอกน่า”

“ก็ใช่.....หวังว่าคงไม่มีเรื่องอะไร.... ข้ายังคงห่วงเรื่องสืบข่าววงในอยู่ ถ้านางคนนั้นยอมช่วยพวกเรานะ อาจจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง” ทงซูแนะเพื่อน

“เจ้าหมายถึงใคร ทงซู”

“หมอหญิงกูฮวางไง นางเคยเป็นสายลับของสำนักโคมดำมาก่อน อาจจะยังพอมีสายข่าวอยู่บ้างก็ได้”

“เสียดายที่ไม่รู้ว่าเราจะตามหานางได้ที่ไหน แถมทั้งยออุนกับสำนักโคมดำ ต้องมาจบลงเพราะพวกเจ้าอีก คงจะไม่มีทาง” จินจูถอนหายใจ พลางเอียงคอลงซบไหล่กิมกองดู

“อย่าเพิ่งท้อสิจินจู ให้คนในกลุ่มการค้าของแม่นางจีซอนคอยแอบสังเกตความเคลื่อนไหวของกลุ่มใต้เท้าฮงเอาไว้ ส่วนเจ้า...โชริบ คอยดูว่าพวกขุนนางมีอะไรผิดปกติรึเปล่า ข้าจะให้พวกองครักษ์ช่วยอีกแรง”

...

..

ชายชราร่างท้วมเดินทางตามลำพังเพื่อมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองหลวงฮันยาง หลังจากแอบไปสืบข่าวของกลุ่มนักฆ่าที่เคยสังกัดสำนักโคมดำ ดูผ่านๆ พบว่า ในกลุ่มนักฆ่าเหล่านั้น หาได้มียอดฝีมือไม่ ทว่า ก่อนจะกลับ เขากลับเห็นชายหัวล้านผมเปีย แต่งกายด้วยชุดต้าชิงเดินออกมาจากห้องด้านใน เหล่านักฆ่าต่างยำเกรงรัศมีเข่นฆ่าที่แผ่ออกมา ฮวางจินกิรู้ตัวว่า ขืนอยู่นาน คนผู้นั้นอาจพบเห็นตน จะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงรีบเผ่นออกไปก่อน

“จะรีบไปไหน... ฮวางจินกิ” เสียงของชายแปลกหน้าคนหนึ่งดังขึ้นขวางหน้าอดีตนักฆ่าสูงวัย

“เจ้าเป็นใคร...” จินกิถาม

“ข้าชื่อหวีซันเหย ฉายายูไลแปดกรแห่งต้าชิง ส่วนเจ้า....คือฮวางจินกิ อดีตนักฆ่าที่มีค่าหัวสูงที่สุดคนนั้นใช่มั้ย คนทรยศของสำนักโคมดำ”

“ที่แท้ พวกต้าชิงก็ไม่ยอมวางมือ ส่งพวกเจ้าเข้ามาก่อความวุ่นวายในโชซอนอีกแล้วนี่เอง”

“ข้าทำงานให้ราชสำนักต้าชิง ไม่สนหรอกว่าโชซอนจะเป็นยังไง ขอเพียงไม่ขัดผลประโยชน์ของแมนจูเราก็พอ”

“ในเมื่อเจ้ารู้จักข้า แล้วคิดว่าเจ้าจะจัดการข้าได้อย่างนั้นเหรอ”

“ก็ต้องดูว่า... เจ้าไวพอจะหลบอาวุธลับของข้าได้รึเปล่า” หวีซันเหยบอก

“น้องสาม ถ้าเจ้าแก่นั่นหลบอาวุธลับเจ้าได้ ก็คงต้องเจอกับทวนคู่ของข้าล่ะนะ” ชายคนที่ฮวางจินกิเห็น โผล่ออกมาดักเขาไว้ด้านหลัง

“ทวนคู่... อย่างนั้นหรอ อาวุธแปลกดี ถ้าแน่จริง ก็เข้ามาทั้งสองพี่น้องเลยก็ได้ สองในสามมัจจุราชซานตง มือสังหารที่โด่งดังของต้าชิง”

“รู้จักฉายาพวกเราด้วย นับว่าไม่เลวทีเดียว สมกับที่เคยเป็นองครักษ์แห่งจีจูของสำนักโคมดำ”

“ชื่อเสียงพวกท่านในรอบสิบปี ถือว่าดังมาก พี่ใหญ่เฉาต้าเหย พี่รองหลูเอ้อเหย และพี่สามหวีซันเหย อดีตจีจูเคยจัดพวกเจ้าสามพี่น้องไว้ในระดับเดียวกันกับท่าน คราวนี้...... ถือว่าข้าได้สนุกซักครั้งเถอะ เข้ามาพร้อมกันสองคนเลย”

“อดีตอินจูของพวกเจ้าเคยบอกว่า ฝีมือเจ้าใกล้เคียงกับอดีตจีจูและชอนจูมาก คงต้องพิสูจน์กันหน่อยแล้ว รับอาวุธ....” ไม่ทันขาดคำ หวีซันเหยก็ซัดอาวุธลับทันที

อาศัยความเก๋าประสบการณ์ ฮวางจินกิก็สามารถหลบอาวุธลับได้สี่ครั้ง แต่เพราะร่างกายที่เริ่มอ้วนบวกกับความชรา เมื่อหลูเอ้อเหยเหวี่ยงทวนคู่มาใกล้ก็หลบเกือบไม่ทัน จังหวะนั้น อาวุธลับที่ห้าของหวีซันเหยก็ซัดมาถูกหัวไหล่ด้านขวาของฮวางจินกิพอดี ทำให้ดาบหลุดจากมือ หลูเอ้อเหยก็ใช้ด้ามทวนฟาดถูกหน้าอกจนฮวางจินกิล้มลงไปกับพื้น กระอักเลือดออกมาคำนึง ที่แผลถูกอาวุธลับก็มีรอยสีดำจางๆ แสดงว่าอาบยาพิษไว้

“นางผู้นี้ มากับเจ้าใช่มั้ยตาเฒ่า” ลูกน้องของหวีซันเหยนำหญิงสาวที่ถูกจับมัดไว้มาแสดงให้ฮวางจินกิดู

“แม่นาง.... เจ้าก็ถูก.....”

“ขอโทษด้วยค่ะท่านอา.....” ยูจีซอนที่ถูกจับมัด เอ่ยกับฮวางจินกิ

“จากข่าวของเรา ดูเหมือน นางจะเป็นคนรักของเพ็กทงซู ที่สังหารยออุนชอนจูลงได้ และนางก็เคยครอบครองหัวใจของชอนจูคนนั้นด้วย อยากรู้นัก ถ้าเอานางผู้นี้ไปข่มขู่จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนจะเป็นอย่างๆไรนะ ส่วนเจ้า ฮวางจินกิ เจ้าไร้ประโยชน์แล้ว ตายซะเถอะ” หวีซันเหยซัดอาวุธลับที่หกไปตรงตำแหน่งหัวใจของฮวางจินกิ

อาวุธนั้นพุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว เกือบจะปลิดชีพของอดีตนักฆ่าได้อยู่แล้ว ทว่า เข็มสีทองเล่มหนึ่ง ก็พุ่งผ่านอากาศมาจากทิศตรงข้ามด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แรงกว่า กระทบอาวุธลับนั้นให้กระเด็นหลุดออกไป ไม่ถูกฮวางจินกิแต่อย่างใค สร้างความฉงนและประหลาดใจให้กับเหล่านักฆ่าที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างมาก สองพี่น้องก็เช่นกัน รวมทั้งอดีตนักฆ่าเฒ่าอย่างฮวางจินกิด้วย

ชายสวมโม่งในชุดดำปรากฏตัวออกมา คลุมผมและใบหน้ามิดชิด ไม่มีใครจำได้ แต่ก็พอดูออกว่าเป็นชายหนุ่มแน่นอน เขาใช้เข็มอีกสองเล่มซัดใส่อาวุธลับอีกสองชิ้นที่หวีซันเหนซัดออกมาพร้อมกันได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และรุนแรง จนอาวุธลับนั้นกระเด็นออกไป ท่ามกลางสายตาประหลาดใจและเจ็บแค้นของสองพี่น้อง

“ฆ่ามัน......” หลูเอ้อเหยสั่งลูกน้อง ก่อนที่เหล่านักฆ่าจะกรูกันเข้ามาจัดการกับชายชุดดำที่มาใหม่

เพราะไม่มีอาวุธอื่นติดตัวมา ชายชุดดำจึงล้วงเอาป้ายชื่อออกมากวัดแกว่งแทนอาวุธอย่างชำนาญ แคล่วคล่อง รวดเร็ว และรุนแรง นักฆ่าเกือบสิบคน ถูกซัดหมอบภายในพริบตา ฮวางจินกิ มองชายผู้นั้นใช้วิชาป้ายชื่อได้อย่างพิสดารยิ่งนัก ก็ให้รู้สึกประหลาดใจ พลางจ้องอ่านชื่อบนป้าย

“ลี-พยองอัน เค้าเป็นใครกันนะ วิชาป้ายชื่อนี่.... ทำไมถึงได้... วิชาของท่านกิมกวางเทค ก็เห็นมีแต่ทงซูเท่านั้นนี่นา แล้วเจ้าหนุ่มชุดดำนั่นเป็นใคร ทำไมถึงได้เก่งกาจขนาดนี้

วิชาทวนคู่ของหลูเอ้อเหยปะทะกับป้ายชื่อของชายชุดดำได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ละคนรวดเร็วและคล่องแคล่ว เอ้อเหยที่ว่าเก่งกาจ กลับยังช้ากว่าชายชุดดำเสียอีก ป้ายชื่อเหวี่ยงรัดทวนด้ามหนึ่งเอาไว้ และดีดโคนทวนไปกระแทกอกของเอ้อเหยอย่างแรก ทำให้นักฆ่าจากต้าชิงบาดเจ็บไปไม่น้อย จากนั้นก็ซัดเข็มไปอีกสองเล่มสกัดการบุกของซันเหย นักฆ่าที่สามหลบเข็มเล่มแรกไปได้ แต่เข็มที่สองก็ซัดถูกข้อมืออย่างจัง ทำให้ทั้งแขนชาและเป็นอัมพาตชั่วคราว ความแม่นยำ รวดเร็ว และหนักหน่วงของการซัดเข็มนั้น ทำเอานักฆ่าที่เหลือพรั่นพรึงและไม่กล้าเข้าใกล้ชายชุดดำแม้แต่น้อย

ชายชุดดำเข้าไปใกล้คนที่จับจีซอนไว้ แค่ปลายนิ้วกระแทกลงไปเท่านั้น นักฆ่าคนนั้นก็ล้มลงไปทันที เขาดึงหญิงงามผู้นั้นมาไว้ข้างกาย แววตาของเขาสะท้อนไปในแววตาของนาง หญิงนั้นเหมือนคิดถึงอะไรบางอย่างหลังจากที่ได้สัมผัสแววตาคู่งามนั้น ความรู้สึกประหลาดที่คุ้นเคยเกิดขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ ชายชุดดำก็ซัดระเบิดควันลงพื้น เกิดกลุ่มควันขึ้น แล้วเขาก็ใช้จังหวะนั้น พายูจีซอนและฮวางจินกิ หลบหนีออกไปได้ สร้างความเจ็บแค้นให้สองพี่น้องจากต้าชิงเป็นอย่างยิ่ง

...

..

“อาวุธนี้อาบยาพิษ ท่านกินยานี่ซะก่อน มันช่วยสลายพิษได้หลายอย่าง แล้วข้าจะฝังเข็มเพื่อรักษาให้ท่าน เพื่อให้ร่างกายของท่านขจัดพิษออกได้เอง” ชายชุดดำบอกกับฮวางจินกิ หลังจากที่พามาที่กระท่อมร้างแห่งหนึ่ง และเริ่มทำการฝังเข็มอย่างรวดเร็ว

“ท่านคือใคร...” ชายแก่พยายามจะถาม

“ท่านพักก่อนเถอะขอรับ ท่านบอบช้ำอยู่บ้าง ต้องพักผ่อนและทานยา ตอนนี้ข้าฝังเข็มให้เลือดลมท่านเดินสะดวก ร่างกายของท่านจะรักษาตัวเองได้ แต่คงต้องใช้เวลา”ซักสองสามวัน”

“ท่านเป็นหมอหรือเจ้าคะ” ยูจีซอนถามชายชุดดำที่กำลังปิดหน้ากับทรงผมอยู่

“ข้าเป็นหมอขอรับ ชื่อลีพยองอัน ดูเหมือนแม่นางไม่บาดเจ็บอะไร ฝากดูแลท่านอาท่านนี้ด้วยนะขอรับ ข้าจะไปหาน้ำกับอาหาร และดูลาดเลาแถวนี้ด้วย”

“ทำไมท่านถึงปิดหน้าล่ะเจ้าคะ มีแผลเป็นที่ไม่อยากให้ใครเห็นงั้นเหรอ”

“ขอรับ.....” ชายหนุ่มเปิดผ้าปิดหน้าออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากไฟไหม้บริเวณแก้มทั้งสองข้าง หญิงสาวเบือนหน้าหนีเพราะความตกใจ จากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกไปด้านนอกกระท่อม

พ้นเขตกระท่อมไม่นาน เขาก็ดึงเอารอยไฟไหม้ปลอมออก นึกถึงความฉลาดของผู้ให้ ก่อนจะใช้ผ้าปิดหน้าดังเดิม พลางคิดในใจ “นี่คงพอจะหลอกแม่นางได้นะ”

...

..

“วิชาป้ายชื่อหรือขอรับท่านอา ...” ทงซูถามจินกิ หลังจากที่สามวันต่อมา ฮวางจินกิและจีซอนกลับมาอย่างปลอดภัย

“ท่านกิมกวางเทคเคยสอนวิชานี้ให้ใครรึเปล่า ทงซู” ฮวางจินกิถาม

“ข้าไม่ทราบขอรับ ซาโมล่ะ พอจะทราบมั้ยขอรับ”

“นอกจากหัวหน้าองครักษ์อิมซูอุงแล้ว ก็ไม่เห็นมีใคร ก็มีแต่เจ้าคนเดียวแหละ ที่แอบฝึกวิชานี้ของท่านพี่จนสำเร็จ”

“แล้วหัวหน้าอิม เคยรับศิษย์เอาไว้หรือไม่ขอรับ” ทงซูถามซาโมต่อ

“ไม่มีหรอก.... ไม่ได้รับอนุญาตจากท่านพี่ จะรับศิษย์เองได้ยังไง”

“ข้าว่า...หัวหน้าอิม ไม่ชำนาญวิชาป้ายชื่อเท่ากับเจ้านะทงซู แล้วจะสอนคนอื่นให้เก่งขนาดนั้นได้ยังไง” ฮงกุกยงบอกเพื่อน

“แต่ข้าก็ไม่เคยสอนใคร นอกจากอุนกับเจ้าที่เคยเห็นข้าใช้ครั้งนึงแล้ว ก็ไม่มีใครอีก”

“หรือว่า...... จริงสิ วิชาฝังเข็ม ท่านหมอคนนั้นใช้เข็มด้วยหรือขอรับ”

“อา.... ใช้เป็นทั้งอาวุธลับที่รวดเร็วและแม่นยำอย่างเหลือเชื่อ เหนือกว่าบัณฑิตหน้าหยกหลายเท่า แถมใช้รักษาข้าจนหายได้ด้วย อัศจรรย์จริงๆ ทั้งวิชายุทธ ที่พูดได้ว่า เหนือกว่าอดีตชอนจูเสียอีก ความว่องไวอาจจะเหนือกว่าดาบเทพยดาด้วยซ้ำ และวิชาแพทย์ ท่านหมอลีพยองอันผู้นั้น ไร้เทียมทานจริงๆ ข้าว่า ถ้าสู้กันกับเจ้านะทงซู คงยากจะรู้ผล อีกอย่างนะ ท่านหมอลีไม่ใช้ดาบเป็นอาวุธแม้แต่น้อย เป็นบุคคลที่ข้าไม่เคยพบมาก่อนจริงๆ” ฮวางจินกิบอก

“แล้วท่านเห็นหน้าท่านหมอมั้ยขอรับ”

“เจ้าค่ะ ท่านหมอมีแผลเป็นไฟไหม้ที่แก้มทั้งสองข้างคะ ก็เลยปิดหน้าไว้ตลอด ข้าเห็นกับตาตัวเองเลย” จีซอนตอบ

“ใครกันนะ คนๆนี้ เล่นงานยอดฝีมือระดับเดียวกับจีจูและอินจูแห่งสำนักโคมดำได้พร้อมกันสองคน ที่สำคัญ ไม่ใช้ดาบด้วย ฝีมือระดับสูงสุดเหมือนเจ้าเลยนะ ทงซู ถ้าเป็นมิตรก็ดีไป แต่ถ้าไม่ใช่.... ข้าไม่กล้าคิดเลย” ฮงกุกยงบอกเพื่อน

“วิชาป้ายชื่อและใช้เข็มงั้นเหรอ.... นอกจากอุนแล้ว ข้าก็คิดไม่ออกอีกว่าจะเป็นใครได้อีก เจ้านั่น อัจฉริยะไม่แพ้ข้า ไม่สิ เหนือกว่าข้าซะด้วยซ้ำ ข้าโชคดี ได้อาจารย์กิมกวางเทคสั่งสอน แต่เจ้านั่น ฝึกฝนเรียนรู้ด้วยตัวเองจนเป็นสุดยอดฝีมือได้ แต่ถ้าเป็นอุนจริง ทำไมถึงมีแผลเป็นไฟไหม้ แล้วยังเรื่องที่ตายแล้วฟื้นอีก จะเป็นไปได้ยังไงกัน” เพ็กทงซูยังคงนั่งครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อยู่อย่างกังวลและสับสน ขณะที่ยูจีซอนเองก็ครุ่นคิดเช่นเดียวกัน แววตาที่ตนมีโอกาสได้จ้องแบบใกล้ชิด ครั้งเดียวสั้นๆ แต่ภาพของแววตานั้น กลับรบกวนจิดใจจนอยากจะระบายออกมา และเล่าให้เพ็กทงซูฟัง แต่อีกใจก็ลังเล ไม่มั่นใจความคิดของตน

...

..




Create Date : 14 มกราคม 2556
Last Update : 14 มกราคม 2556 23:12:37 น.
Counter : 799 Pageviews.

3 comments
  
ท่านหมอ ลีพยองอัน เก่งที่สุด
โดย: bbb IP: 115.67.163.223 วันที่: 23 มีนาคม 2556 เวลา:18:01:31 น.
  
อุนคืออัจฉริยะ!
โดย: pp IP: 27.55.213.45 วันที่: 8 สิงหาคม 2557 เวลา:23:04:07 น.
  
อุนนปกป้องทุกคน ไม่คิดทำร้ายเพื่อนตัวเอง คนดีจริงๆ
โดย: Kate IP: 118.173.52.220 วันที่: 10 สิงหาคม 2557 เวลา:21:49:12 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments