All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่22
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่22



สองวันผ่านไป....................................................

“มาแล้วเหรอ............อุน..........ไหนเจ้าบอกว่าจะมาตั้งแต่เมื่อวานไง............ปล่อยให้คิดถึงแทบแย่” เพ็กทงซูต้อนรับยออุนด้วยน้ำเสียงออดอ้อนและแววตาเย้ายวนยั่วให้ชอนจูหนุ่มมีอารมณ์ขัน

“อา......” ยออุนตอบสั้นๆ อมยิ้ม ในขณะที่กูฮยางเดินตามมาด้านหลัง

“แม่นางหมอหญิงมาทีไร ไม่เคยมีข่าวดีเลยนะ” จอมดาบหนุ่มเปรยเบาๆ ขณะที่ชำเลืองมองสีหน้าคนรักที่ไม่ยินดีเท่าไหร่นัก ราวกับจะมีข่าวไม่ดีมาบอกเพิ่ม เสียงของเพ็กทงซูดังไปถึงข้างใน ฮวางจินจูและคิมฮงดูจึงออกมาดู

“ขออภัยเจ้าคะ........แต่ข้ายังมีข่าวอีกเรื่องนึงจะเรียนให้ทราบ” กูฮยางมีสีหน้าไม่สบายใจ

“ข่าวของหมอหญิง ไม่ใช่ข่าวดีอีกเช่นเคยล่ะสิ” จินจูตะโกนให้ได้ยิน แล้วเดินมาฟังใกล้ๆ

“นายท่านเคยใช้ให้ข้าไปสืบเรื่องวิชาดาบของฮงแทจูเจ้าค่ะ”

“อา.......ข้าจำได้แล้ว.......เพลงดาบของเจ้าอ้วนนั่น ไม่ธรรมดาจริงๆด้วย เก่งเกินกว่าพวกตระกูลขุนนางทั่วไป” เพ็กทงซูหวนนึกถึงการต่อสู้ครั้งนึงที่ตนเคยเห็นแล้วเข้าไปขวางกลางครัน

“ใช่...”ยออุนตอบ พลางหวนนึกถึงเมื่อสองปีก่อนที่ตนเคยประดาบกับฮงแทจูอย่างสูสีเช่นเดียวกัน

“บัณฑิตหน้าหยกส่งรายงานมาว่า ที่จริงแล้ว สามสิบกว่าปีก่อน ฮงแทจูเคยเป็นศิษย์ของซอนัมฮงเจ้าของฉายาดาบอสูรมาก่อนเจ้าค่ะ ซึ่งดาบอสูรเคยประลองพ่ายให้กับดาบเทพยดาคิมกวางเทคและถูกสังหารในที่สุด”

“ท่านอาจารย์คงจะเคยเปรยเรื่องนี้ให้ฟังล่ะมั้ง แต่ข้าอาจจะลืมไปแล้ว”

“เจ้าจะบอกว่า.......ดาบอสูรมีทายาทแล้วจะมาแก้แค้นทงซูแทนอาจารย์ที่ตายไปหรือยังไง....ท่านหมอหญิง จะไม่น้ำเน่าน่าเบื่อไปหรอกเหรอ แก้แค้นกันไป แก้แค้นกันมา ยังกับนิทานจีนงั้นแหละ” ฮวางจินจูถามกูฮยาง

“อาจจะเป็นไปได้เจ้าค่ะ.....เพราะจางแทซันพบคนๆนึง เป็นนักดาบที่ชื่อซอนัมซุน แต่ที่แปลกคือ....ลักษณะโครงหน้า กลับคลับคล้ายนายท่านมากเลยนะเจ้าคะ” คำพูดของกูฮยางกระตุ้นความสนใจของเพ็กทงซู ฮวางจินจู และคิมฮงดูขึ้นมา

“คนๆนั้นอายุประมาณเท่าไหร่ มาจากเมืองไหน” เพ็กทงซูถามด้วยความสงสัย

“สามสิบกว่าเจ้าค่ะ น่าจะเป็นคนมณฑลยอจู บ้านเกิดไม่แน่ชัด”

“งั้นเหรอ.........แก่กว่าอุนซักสิบปีได้มั้ย......แม่นางกูฮยาง” เพ็กทงซูถาม

“เจ้าค่ะ ..... ว่ากันว่า สิบกว่าปีที่ผ่านมา เป็นนักดาบเร้นลับไม่เปิดเผยตัว จางแทซันไปพบเข้าจากหมายจับ เขาต้องการเงินรางวัลนำจับ เลยไปตามหาจนพบ เกิดต่อสู้กันขึ้น แต่จางแทซันกลับพ่ายแพ้ในไม่กี่กระบวนท่า โชคดีที่คนๆนั้นไว้ชีวิต”

“เจ้าเคยได้ยินมาก่อนเหรอ......อุน......เรื่องของคนที่ใบหน้าคล้ายกับเจ้าน่ะ” เพ็กทงซูเห็นสีหน้ายออุนเรียบเฉย ก็คาดเดาได้ว่าคนรักหนุ่มของตนทราบข่าวเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว

“ที่จริง.........ซอนัมซุนส่งหนังสือท้าดวลดาบกับข้า ข้าเคยประดาบกับฮงแทจู เพลงดาบอสูรถือว่าร้ายกาจไม่เบา”

“ก็ไหนว่า..........ซอนัมฮงถูกอาจารย์กวางเทคสังหารยังไงล่ะ แล้วเจ้านั่น จะไปล้างแค้นกับเจ้าทำไม........อุน”

“อา....... ที่จริง ก่อนที่จะพบข้า นายท่านเคยไปคยอนจู บ้านเกิดของพระนางจองซุน เพื่อแอบอารักขาพระนางเข้าวังมาเป็นพระมเหสีตามคำขอร้องของฮงแทจู ได้พบนักดาบหนุ่มคนนึง ที่ใบหน้าคล้ายคลึงกับข้ามาก คิดจะมาชิงตัวพระนางไป ตอนนั้น นายท่านได้ลงมือสังหารนักดาบคนนั้นไปแล้ว แต่เขาอาจจะดวงแข็ง เลยรอดตายมาก็เป็นได้... ฉะนั้น...... ครั้งแรกที่เจอกัน นายท่านถึงได้สนใจข้าเป็นพิเศษยังไงล่ะ”

“เจ้าจะบอกว่า.........นักดาบคนนั้น....คือซอนัมซุนอย่างนั้นหรอ.........” เพ็กทงซูถาม

“ใช่.......คนๆนั้น ใช้ชื่อสกุลซอ ชื่อจริงก็ยังคล้ายกันอีก อาจจะเป็นญาติหรือลูกศิษย์ของซอนัมฮง แต่ดูจากอายุก็ไม่แน่นัก เพราะซอนัมฮงน่าจะตายตั้งแต่ก่อนเขาเกิด หรืออาจจะยังเด็กเล็กมาก” ชอนจูหนุ่มชี้แจง

“แต่ใบหน้าดันคล้ายคลึงกับเจ้า ก็เลยสงสัยว่า......เขาคือใครกันแน่...ใช่มั้ย” จินจูถามยออุน

“ชักอยากวาดภาพคนๆนั้นซะแล้วสิ......... น่าจะกลายเป็นภาพเหมือนที่งดงามมาก” คิมฮงดูแสดงความเห็นตามประสาจิตรกรที่มีความสุขเสมอกับการวาดภาพบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ

“โครงหน้าคล้ายคลึงกับเจ้า แล้วจะสวยกว่าเจ้ารึเปล่านะ.......อุน” เพ็กทงซูแกล้งแซวจนยออุนแอบเขิน

“มิได้เจ้าค่ะ.....ถึงโครงหน้าจะคล้ายกัน แต่ชายผู้นั้น ดูจะดุดันและน่ากลัวกว่าเจ้าค่ะ”

“จะเป็นญาติพี่น้องกับเจ้ารึเปล่า............อุน”

“ข้าไม่รู้..............ตั้งแต่เล็กมา ข้าก็อยู่กับพ่อตามลำพังแค่สองคน ท่านพ่อไม่เคยเอ่ยถึงญาติพี่น้องคนอื่นๆเลย”

“ถ้ายออุนไม่รู้......แล้วใครจะรู้กันล่ะ.........ใครที่รู้จักพ่อของยออุนมานานกว่าคนอื่นๆ.......นานพอจะรู้เรื่องของตระกูลยอ” ฮวางจินจูพูดลอยๆ แต่ทั้งเพ็กทงซูและยออุนต่างนึกถึงคนๆเดียวกัน

“ข้าถึงมาที่นี่ยังไงล่ะ......จินจู...........คนๆเดียว ที่อาจจะคลายข้อสงสัยของข้าได้”

...

..

..

เย็นวันนั้น ที่บ้านของซาโม เพ็กทงซู ยออุน ฮวางจินจู รวมทั้งกูฮยาง ต่างเข้าไปล้อมวงที่แคร่หน้าบ้าน คะยั้นคะยอให้ฮักซาโม เล่าเรื่องราวในอดีตของพี่น้องร่วมสาบานห้าองครักษ์ให้พวกตนฟัง

“เล่ามาสิ....ท่านอา.....สมัยก่อน พวกท่านทำอะไร ไปที่ไหนมาบ้าง แล้วคยอนจูน่ะ เคยไปรึเปล่าคะ” จินจูเอ่ยถาม

“คยอนจูอย่างนั้นเหรอ..............ทำไมจู่ๆพวกเจ้าถึงอยากรู้เรื่องราวของพวกเราห้าพี่น้องขึ้นมาล่ะ” ฮักซาโมถามหลานๆที่เข้ามารุมถามประวัติของกลุ่มห้าองครักษ์ ทั้งจางมีและจางมิโซที่อยู่ด้วยกัน จึงมานั่งฟังด้วย

“ก็อยากรู้น่ะสิ....ถึงได้ถาม...นะ....ท่านอานะ.........บอกข้าหน่อยเถอะ .. สมัยหนุ่มๆ พวกท่านเคยไปที่คยอนจูบ้างรึเปล่า” ฮวางจินจูซึ่งเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่ในห้าองครักษ์เอ่ยถามอาคนที่สี่

“สมัยนั้นอะนะ.....แหม...พูดแล้วเรื่องมันยาว พวกเราห้าคน..เป็นอดีตองครักษ์ยอดฝีมือของวังหลวง ตอนนั้น..พวกเรายังหนุ่มยังแน่น ท่านพี่คิมกวางเทค อาศัยเพลงดาบเทพยดา จนได้รับสมญานาม คอมซาจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน จากพระเจ้ายองโจ และยังได้รับป้ายพระราชทานด้วย ต่อมา พวกเราห้าคนก็มาเป็นองครักษ์ให้องค์ชายจังฮอน ก็คือพระนามเก่าของรัชทายาทซาโตนั่นแหละ ความเกรียงไกรในยุคนั้นถือว่าไม่ธรรมดาจริงๆ”

“แล้วทำไม ภายหลัง ท่านพ่อของข้าถึงได้ออกจากวังหลวงล่ะขอรับ” ยออุนถามบ้าง

“เฮ่อ....(ถอนหายใจ) ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ก็คงต้องเริ่มจากการที่องค์ชายจังฮอนเสด็จประพาสเมืองคยอนจูนั่นแหละ...... พวกเราห้าพี่น้อง ก็ตามเสด็จไปด้วย ตอนนั้นองค์ชายยังทรงพระเยาว์อยู่เลย พวกเราตั้งค่ายพักกันอยู่ในป่า วันนั้น ตอนที่ท่านพี่ใหญ่กวางเทคกับท่านพี่รองซากยองไปหาเสบียง จู่ๆก็มีนักสู้กลุ่มหนึ่งมาขอท้าสู้กับพี่ใหญ่”

“พวกนั้นเป็นใครหรอ..........” เพ็กทงซูถามซาโม โดยไม่มีหางเสียงเช่นเคย

“ใจเย็นสิ... ค่อยๆฟัง เรื่องมันนานสามสิบกว่าปีแล้วนะ ......... เจ้าพวกนั้นน่ะ มันบอกว่า เป็นคนของสำนักดาบอสูร จะขอท้าสู้กับพี่ใหญ่ แต่พี่ใหญ่ไม่อยู่ พี่สามโชซังเลยอาสารับมือเอง”

“ท่านพ่อ......ฝีมือของท่านพ่อเป็นยังไงบ้างขอรับ”

“คงเทียบกับพวกเจ้าสองคนไม่ได้หรอกนะ.....อุน.....แต่ถ้าเทียบกับข้า....ก็ถือว่าใกล้เคียงกัน พี่สามน่ะ สู้เต็มที่ แต่กลับพ่ายแพ้ให้หัวหน้าของพวกนั้นจนบาดเจ็บ ที่น่าแค้นก็คือ ภายหลัง พวกเราสืบได้ว่า ไอ้หัวหน้าคนนั้น ก็คือ เจ้าขุนนางอ้วนฮงแทจูนั่นเองน่ะสิ นึกแล้วก็ขำนะ คิดไม่ถึงว่าสามสิบปีต่อมา เจ้าจะได้ล้างแค้นแทนพ่อของเจ้า....อุน”

“แล้วยังไงต่อขอรับ.....ท่านพ่อเป็นยังไงบ้าง” คราวนี้ยออุนเป็นฝ่ายใจร้อนซะเอง

“พี่ใหญ่กลับมาทัน ไล่พวกนั้นซะกระเจิง.... ส่วนพ่อของเจ้า....อุน.....มีนักสู้หญิงคนนึงของฝ่ายโน้น ไม่รู้ว่าเกิดประทับใจอะไรท่านพี่โชซัง จึงได้มาคอยปรนนิบัติดูแลอาการให้ท่านพี่จนหายดี หลังจากนั้น พอท่านพี่ใหญ่ไปสู้กับดาบอสูรซอนำฮงอาจารย์ของเจ้าพวกนั้นตามคำท้า และสังหารดาบอสูรได้ในที่สุด แม่นางคนนั้นก็จากไป แล้วพี่สามก็จากไปด้วยอีกคน”

“ที่แท้ เรื่องราวมันเป็นยังไงกันขอรับ.....พวกเค้ามีความสัมพันธ์กันยังไง”

“ก็นักสู้หญิงคนนั้น ดันเป็นลูกสาวของซอนำฮง นางเสียใจที่พี่ใหญ่สังหารบิดานาง จึงคิดจะวางยาพิษฆ่าพวกเราทั้งหมด พี่สามจับได้ ก็เลยไล่นางไป ทั้งๆที่ตัวเองก็ชอบนางมาก จากนั้น ท่านก็กลับไปยังบ้านเกิด และได้แต่งงานกับแม่ของเจ้าในอีกหลายปีต่อมา”

“แล้วฮงแทจูล่ะ....... เป็นไงต่อไป” เพ็กทงซูถามบ้าง

“เจ้าบ้านั่น เป็นลูกหลานตระกูลขุนนางชั้นสูงอยู่แล้ว มันก็มาเข้ารับราชการ แล้วก็หาทางเล่นงานพวกเราตลอดมาน่ะสิ”

“แล้วนักสู้หญิงคนนั้น ไปอยู่ที่ไหนแล้วล่ะขอรับ” ยออุนยังคงถามต่อ

“ไม่มีใครได้ข่าวของนางอีกเลย มีอะไรเหรอ...อุน......”

“อุน.......เจ้าคงจะไม่ได้คิดว่า..........” ทงซูเริ่มเดาความคิดของยออุนออก

“แต่ก็เป็นไปได้นะเจ้าคะ” กูฮยางที่ฟังอยู่ด้วยกัน ก็คิดไม่ต่างกับเพ็กทงซู ขณะที่คนอื่นๆยังคงเดาไม่ออก

“ทงซู......เจ้าคิดว่า โลกใบนี้จะมีซักกี่คน ที่มีใบหน้าคล้ายกับข้า ใช้ชื่อสกุลซอ และรู้เพลงดาบอสูร แถมช่วงเวลาก็ยังใกล้เคียงกันแบบนี้อีก นักดาบที่จางแทซันไปพบ อาจจะเป็น..............”

“เป็นลูกของนักสู้หญิงคนนั้น นางสอนเพลงดาบอสูรให้ลูกชายของนาง และนางก็อาจจะเคยมีความสัมพันธ์กับท่านอาโชซัง........”ฮวางจินจูตะโกนเสียงดังเมื่อคิดตามเพื่อนๆได้ทัน จากนั้นก็หันไปมองหน้าของยออุนอย่างตกใจ

“งั้น.......นักดาบคนนั้นก็อาจจะเป็น.....................”

“เป็นพี่ชายต่างมารดาของข้า..............”

“แล้วสมมติว่า นักดาบคนนั้นเป็นพี่ชายของเจ้าจริง แล้วเค้าจะมาฮันยางทำไมล่ะ มาตามหาพ่อของเจ้า หรือตามล้างแค้นท่านอาจารย์กวางเทคกันแน่ล่ะ” จอมดาบหนุ่มตั้งข้อสงสัย

“ในหนังสือท้าดวล ซอนัมซุนบอกว่าอยากประลองกับข้าเพื่อแก้แค้นที่เคยถูกนายท่านทำร้าย ไม่ได้เอ่ยชื่อของข้าด้วยซ้ำ เขาอาจจะไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร มีความสัมพันธ์อะไรกับเจ้าล่ะมั้ง...ทงซู”

“หรือไม่....ก็อาจจะมาตามหาพระนางจองซุนก็ได้นะเจ้าคะ” กูฮยางให้อีกหนึ่งความเห็น

“พระนางจองซุน พระหมื่นปีเนี่ยนะ หมอหญิง ท่านเข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า แล้วนักดาบอะไรที่ไหนกัน พวกเจ้ามีอะไรที่ยังไม่ได้บอกข้ารึเปล่า.........อุน..................ทงซู..............จินจู..................หมอหญิง” ซาโมถามกูฮยาง

“คือ...............สำนักโคมดำได้ข่าวว่ามีนักดาบคนนึง ใบหน้าคล้ายกับนายท่านมาก ก็เลย........”

“ก็เลยมาสอบถามข้าเรื่องอดีตของท่านพี่โชซัง เพราะพวกเจ้าคิดว่า นักดาบคนนั้น อาจจะเป็นลูกชายอีกคนของท่านพี่ งั้นสิ ชื่ออะไรนะ.....ซอนัมซุน จะเป็นหลานของซอนัมฮง ใช่มั้ย.........ทงซู....อุน”

“แล้ว................ท่านลุงคิดว่ายังไงล่ะเจ้าคะ.............ท่านลุงโชซังน่ะ มีลูกชายอีกคนรึเปล่า เรื่องพี่ชายของอุนน่ะ....ว่าไงเจ้าคะ” จางมิโซก็ถามเช่นเดียวกัน

“ก็...............ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ในตอนนั้น พี่โชซังกับนักสู้หญิงนั่นก็.......ใกล้ชิดกันมากจริงๆ อ้า......ข้าบอกพวกเจ้าไปรึยัง...ว่านางชื่อ ซอกึมซุน โอ้...ไม่นะ......หลานของซอนัมฮง ลูกชายของซอกึมซุน เจ้านั่นเอาชื่อของตากับแม่มารวมกัน ก็......เป็นไปได้ ว่าแต่ เรื่องพระหมื่นปีล่ะ เกี่ยวอะไรด้วย”

“พระนางอาจจะเคยรู้จัก หรืออาจเคยเป็นเพื่อนสนิทกับนักดาบคนนั้น เพราะนักดาบคนนั้น เคยบุกชิงตัวพระนาง เมื่อตอนที่พระนางจะเข้าวังมาอภิเษกเป็นพระมเหสีของพระเจ้ายองโจมาก่อนเจ้าค่ะ” กูฮยางบอกซาโม

“ทำไมมันถึงได้วุ่นวายอะไรกันขนาดนี้เนี่ย” ซาโมบ่น

“ถ้าพวกเจ้าสองพี่น้องเจอกัน จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้เนอะ ไม่รู้ว่าคนๆนั้น จะมาดีหรือมาร้าย ที่ท้าดวล เพราะอยากแก้แค้น หรืออยากรู้จักน้องชาย” จินจูเป็นห่วงยออุน

“อาจจะ.......อยากแก้แค้นพ่อตัวเองก็ได้นะ.....ถ้าแม่ของเค้าเกลียดพ่อมากๆล่ะก็” ฮงดูเสนอความคิด ที่กลับทำให้ยออุนกังวลมากขึ้นและสับสนยิ่งกว่าเดิม

“ท่านพี่โชซังต้องรักนักสู้หญิงคนนั้นมากอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่ทิ้งพี่น้องแล้วกลับไปบ้านเกิดหรอก ท่านคงรู้สึกผิดต่อพี่น้อง ที่ปล่อยคนที่คิดร้ายให้หนีไป อีกใจก็อาจจะคิดถึงนางอยู่ ก็เลยขอหลบไปรักษาใจก่อน จริงสิ ท่านพี่โชซังมีความรู้เรื่องดูดวงไม่ใช่หรอ แล้วท่านเคยทำนายเรื่องแบบนี้ไว้บ้างมั้ยล่ะคะ” จางมีถามซาโม

“ข้าก็ไม่รู้หรอก อุนล่ะ รู้มั้ย ว่าเวลาที่ท่านพี่ทำนายดวงชะตาน่ะ จะจดบันทึกเอาไว้ที่ไหนบ้างรึเปล่า”

“ท่านพ่อเคยมีบันทึกอยู่เล่มนึง ท่านไม่ยอมอนุญาตให้ข้าดู ในตอนนั้น ข้าก็เลยเอาใส่กล่องฝังไปพร้อมกับศพของท่านพ่อแล้วขอรับ”

“ไม่เป็นไรนะ....อุน.........ไม่ว่าคนๆนั้น จะเป็นพี่ชายของเจ้าจริงหรือไม่ จะมาดีหรือไม่ก็ตาม เราจะสู้เคียงข้างกัน ข้าจะปกป้องเจ้าและพวกเราทุกคน” เพ็กทงซูกุมมือยออุนด้วยแววตามุ่งมั่น

“เหหหหห..........เจ้าสองคนนี่..........ทำอะไร ไม่กลัวฟ้าดินซะบ้างเลย ถึงไม่กลัวฟ้าดิน ไม่กลัวผิดจารีต ก็หัดเกรงใจข้าบ้าง ข้าเป็นคนเลี้ยงดูพวกเจ้าให้เติบโตมา นี่ยังไม่รู้เลย ว่าถ้าข้าตายไป จะแบกหน้าไปพบท่านพี่ทั้งสอง พ่อของพวกเจ้าได้รึเปล่า”

“ท่านอาขอรับ....ข้า..................”

“ข้าไม่ได้โทษเจ้า...........อุน...........ถึงพวกเจ้าจะรักกัน แต่เจ้าก็ยังไม่เหมือนไอ้เจ้าบ้านั่น ที่ทำอะไรไม่ห่วงสายตาคนอื่น”

“นี่.....อย่าว่าข้ามากนักสิ...........ข้ากับอุนผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันหลายครั้ง กว่าจะรู้หัวใจตัวเอง ข้าก็แค่เผลอไปหน่อยเท่านั้นเอง ไหนท่านเคยบอกว่า ท่านอาโชซังเคยทำนายเอาไว้ยังไงล่ะว่าข้ากับอุนอาจจะ.....” ทงซูตัดพ้อ

“ข้าไม่เถียงกับเจ้าแล้ว...ทงซู ว่าแต่ เมื่อสองวันก่อน แอบออกไปไหนกันมา”

“ก็..............ท่านไม่จำเป็นต้องรู้หรอกน่า..........อุน.........เจ้าก็ไม่ต้องบอกนะ”

“เอ๊.....เจ้าบ้านี่.....จินจู ไหนบอกมาซิ ไอ้เจ้าสองคนนี่ ไปทำอะไรกันในกระท่อมในป่าโน่น”

“ข้าไม่รู้...ข้าไม่เห็น...........ข้าก็เห็นแค่ทงซูแก้ผ้า.....แต่อุนน่ะ ปกติดี ไม่มีอะไร”

“จินจู...นี่เจ้า.............” ทงซูพ้อเพื่อนหญิงของตนเอง

“ทงซู.........พอเถอะ.............นางแค่กวนประสาทเจ้าเล่น” ยออุนบอกทงซูให้สงบอาการก่อนจะหันมาคุยกับกูฮยาง

“เจ้ากลับไปก่อน แล้วคอยสืบข่าวมาให้ข้าด้วย ข้าอยากรู้ เรื่องของพระหมื่นปีกับนักดาบนั่น ว่าจริงเท็จแค่ไหน แล้วเรื่องของทูตต้าชิงคนใหม่ด้วย”

“เจ้าค่ะ” พูดจบ หมอหญิงก็เดินจากไป

“นางยังติดค้างข้าอยู่คำตอบนึงนะ....อุน”

“อะไรเหรอ....จินจู”

“เรื่องวิทยายุทธของนางน่ะสิ ข้าว่า นางอยู่มาได้จนป่านนี้ แฝงตัวอยู่กับฮงแทจูได้ตั้งหลายปี โดยไม่ถูกสงสัย ข้าว่า ฝีมือของนาง คงไม่ธรรมดาแน่ๆ”

“ข้าก็เคยสงสัย.....ถ้าพวกบัณฑิตหน้าหยกกับจางแทซัน ยอมทำงานให้นาง ก็เป็นไปได้ว่าฝีมือของนาง น่าจะเข้าขั้นยอดฝีมือแล้ว อาจจะเหนือกว่าแทอุงอินจู หรืออาจจะใกล้เคียงกับท่านคาอ๊กจีจู แม่ของเจ้าด้วยซ้ำ”

“แล้วเรื่องประลองล่ะ......เจ้าจะเอายังไง.........อุน”

“อีกสามวันน่ะ....ทงซู.......ก่อนวันที่ถังอี้และทูตต้าชิงจะมาถึง ตอนนี้ข้าก็กำลังฝึกฝนเพลงดาบชุดใหม่ที่ข้าคิดค้นขึ้น เป็นการผสานเพลงดาบนภากับเพลงดาบคู่ของข้าเอง”

“เจ้าจะหันมาใช้ดาบยาวหรอ.....อุน”

“อา.........ไม่ยาวเท่าดาบยาวของเจ้าหรอกนะ......แต่ดาบดาวหางก็ยังยาวกว่าดาบที่ข้าคุ้นมืออยู่ดี”

“ให้ข้าฝึกเพลงดาบเป็นเพื่อนเจ้ามั้ย......อุน ในฐานะที่เชี่ยวชาญดาบยาวมากกว่า”

“มาสิ.............ไม่ได้สู้กับจอมดาบอันดับหนึ่งนานแล้ว มาลุยกันซักตั้ง”

...

...

..




Create Date : 13 สิงหาคม 2557
Last Update : 13 สิงหาคม 2557 17:53:18 น.
Counter : 649 Pageviews.

6 comments
  
อ่านถึงตอนนี้แล้ว อารมณ์ยังค้างอยู่เลย แต่งต่อไวๆนะคะ อยากอ่านต่อแล้วสนุกมาก แต่งได้เก่งมากเลยคะ
โดย: kookkai IP: 183.88.166.89 วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:18:25:06 น.
  
ทงซูไปฝึกปากหวานมาจากไหนเนี่ย หยอดตลอดอะ

ศัตรูก็ดาหน้าเข้ามาไม่หยุด หนักใจแทนอะ
โดย: bee boa วันที่: 13 สิงหาคม 2557 เวลา:23:33:09 น.
  
ต่อเร็ซๆนะค่ะ สนุกมาก รอๆๆ
โดย: อิม IP: 124.120.67.137 วันที่: 14 สิงหาคม 2557 เวลา:18:10:20 น.
  
มาต่อเร็วๆนะค่ะ
โดย: bbb IP: 1.46.138.188 วันที่: 15 สิงหาคม 2557 เวลา:21:29:48 น.
  
ศัตรูเยอะเหลือเกินนนน
แต่ก็ยิ่งน่าติดตามมม
จะรอตอนต่อปายยยยยยยยยยยย
5555
โดย: pp IP: 27.55.214.253 วันที่: 16 สิงหาคม 2557 เวลา:14:08:21 น.
  
ทงซูหวานออกนอกหน้าตลอด...อิจฉาอุนอ่ะ😚
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:22:09:42 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments