All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่16

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” ตอนที่16






“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” ตอนที่16


“ข้ารักเจ้า........................ยออุน” เพ็กทงซูบอกความรู้สึกในใจออกมาเป็นคำที่ตนไม่กล้าพูดมาก่อน คำพูดบอกรักที่ไม่เคยคิดว่าจะได้พูดกับใครอีกแล้ว ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

“ข้าก็รักเจ้า....................เพ็กทงซู” ยออุนก็ตอบไปด้วยคำพูดว่ารักให้เพ็กทงซูได้ฟังเช่นเดียวกัน

ดาบสั้นของมัตสึโมโต้ เซจิ พุ่งมาถึงกลางหลังของหมอหนุ่มพอดี และพร้อมจะปักทะลุหัวใจของชายทั้งสอง ยออุนใช้แรงฮึดเฮือกสุดท้ายที่ได้มาจากการบอกรักเมื่อครู่นี้ พลิกตัวกลับ ฝ่ามือทั้งสองประกบดาบซามูไรเอาไว้ได้ พร้อมกับหลับตาสงบใจ ตั้งสมาธิเต็มที่ ประคองดาบสั้นเอาไว้ ไม่ให้แทงมาถึงร่างของตนและคนรัก

เข็มเงินเล่มนึงพุ่งผ่านอากาศมาจากทิศที่เจ้าแห่งพิษน้อยสลบอยู่ ปักเข้าที่แขนซ้ายข้างที่ถือดาบของมัตสึโมโต้ เซจิ จนแขนชาและไม่สามารถจะจับดาบต่อไปได้ ต้องปล่อยมือจากด้ามดาบออกมา ให้คมดาบคาอยู่บนฝ่ามือของยออุน

“หยุดนะ......................เซจิ” เสียงของถังชุนดังขึ้น ที่แท้ ผู้ที่ซัดเข็มเงินใส่ซามูไรหนุ่ม ก็คือเจ้าแห่งพิษน้อยที่เพิ่งฟื้นจากอาการสลบนั่นเอง

“ชุน....................... เจ้าปลอดภัยดีใช่มั้ย” เซจิถามอย่างห่วงใย ไฟแค้นเมื่อครู่นี้ ปลาสนาหายไปทันทีเมื่อพบว่าชายคนรักของตนนั้นปลอดภัยดี ซามูไรหนุ่มรีบเข้ามาประคองร่างของเจ้าแห่งพิษน้อยอย่างไม่รอช้า

“อุนไม่ได้ทำร้ายข้า......................เค้าช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ........... ไม่อย่างนั้น ข้าคงจะตายไปแล้ว ได้ยินมั้ย........เซจิ ถ้าไม่ได้อุนช่วย ข้าคงจะตายไปแล้ว” พูดจบก็ถอนเข็มที่แขนของเซจิทั้งสองข้าง ทำให้ซามูไรหนุ่มพ้นจากอาการอัมพาตชั่วคราวเมื่อครู่นี้

“เจ้าว่าไงนะ............................ข้า........................ข้าคิดว่า..........................” หันไปมองที่ยออุนและเพ็กทงซูอย่างละอายใจอยู่บ้าง เพราะถึงจะเข้าใจผิด แต่ตนก็ไม่ลืมว่าเพ็กทงซูเป็นศัตรูสังหารศิษย์พี่ของตน

“ตอนที่เจ้าคิดจะแก้แค้นให้ศิษย์พี่ของเจ้า เจ้ายังไม่เดือดดาลขนาดนี้เลยนะ เซจิ......................เจ้าห่วงว่าข้าจะเป็นอะไร มากกว่าการแก้แค้นให้คเยนโจอีกอย่างนั้นเหรอ” ถังชุนพูดด้วยน้ำเสียงบางๆเพราะยังคงมีอาการบาดเจ็บอยู่ แต่ก็เห็นได้ว่าคนพูดมีความสุขเพียงใด

“ข้า..........................ข้าไม่รู้..........................ข้า................ ตอนที่เห็นเจ้านั่นทำอะไรบางอย่างกับเจ้า ข้าคิดว่ามันทำร้ายเจ้า ข้าเลยรู้สึกเจ็บแค้นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ..... ชุน.................. เจ้าไม่เป็นอะไรแน่นะ...................เจ้านั่น.....เอ่อ......หมอนั่น................ ช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ เจ้าติดค้างบุญคุณของมัน แล้ว................... เจ้า............ไม่คิดจะแก้แค้นมันหรอกหรอ”

“เซจิ........................ ข้า......................... ข้าไม่อยากแค้นอุนอีกแล้ว...........................ข้าพอแล้ว....................... เมื่อครู่นี้.........ข้าเกือบจะไปพบพญายม แต่อุน...................อุนช่วยชีวิตข้าเอาไว้ ทั้งๆที่ข้า และเจ้า...............ทำร้ายเค้าสาหัสยิ่งนัก แต่อุนก็ยังเสี่ยงตายช่วยรักษาอาการพิษให้ข้า จนเค้าเกือบจะตายเพราะเจ้า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ข้าคงเสียใจไปชั่วชีวิตแน่ๆ”

“แต่ว่า..............ช่างเถอะ.............เจ้าเลิกแค้นยออุน ก็เป็นเรื่องของเจ้า แต่กับเพ็กทงซู เจ้านั่น สังหารคเยนโจ ศิษย์พี่ของข้า ข้า........ต้องล้างแค้น”

“เจ้าจะล้างแค้นเพ็กทงซูที่ข้าศิษย์พี่ของเจ้างั้นหรอ เซจิ........................ ยังไงซะ ................... ท่านคเยนโจ ก็ได้สู้และตายอย่างมีศักดิ์ศรี ถ้าเจ้าล้างแค้น จะไม่เป็นการทำลายเกียรติของศิษย์พี่เจ้าเหรอ เจ้าคิดว่าท่านคเยนโจจะมีความสุขอย่างนั้นเหรอ ................เซจิ.................อีกอย่าง..............ถ้าเพ็กทงซูไม่บาดเจ็บเพราะฝีมือของกระบี่ปลิดวิญญาณเฉาต้าเหยล่ะก็ เจ้าคิดว่า เจ้ามีฝีมือพอจะเอาชนะจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนได้ อย่างนั้นหรอ.............เซจิ..................เพื่อข้า......................วางมือเถอะนะ”

เหตุการณ์การต่อสู้ของสองยอดยุทธแห่งโชซอนกับสุดยอดซามูไรแดนอาทิตย์อุทัยได้จบลงโดยไม่มีการสูญเสียชีวิต หลังจากที่เจ้าแห่งพิษน้อยพูดจบลง มัตสึโมโต้ เซจิ ก็ถอนหายใจ เก็บอาวุธของตนเข้าฝัก แล้วอุ้มร่างของชายคนรักของตน เตรียมจะออกไปจากพระราชวัง และไม่คิดจะยุ่งวุ่นวายกับเรื่องลอบปลงพระชนม์อีก

ขณะที่ เพ็กทงซูกับยออุนนั้น ก็หันหน้าเข้าหากัน ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน น้ำตาแห่งความปลื้มปิติและซาบซึ้งในความรักที่อีกฝ่ายมอบให้ตนคลออยู่บนนัยน์ตาคู่งามของทั้งคู่ ความรักที่แม้แต่ชีวิต ก็ยอมที่จะพลีให้ได้ ถึงจะยังเจ็บอยู่ แต่เพ็กทงซูก็คว้าร่างของยออุนมากอดเอาไว้แน่น เหมือนกับว่าจะไม่ให้ร่างโปร่งตรงหน้าหายไปไหนอีก ยออุนก็เช่นเดียวกัน กอดเพ็กทงซูบ้าง และยิ้มอกมาอย่างมีความสุข นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ทั้งคู่เป็นทหารเฝ้าป้อมไฟสัญญาณ แล้วช่วยกันจุดไฟได้สำเร็จ ความรู้สึกที่ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคและภยันตรายถึงชีวิต ยิ่งตอกย้ำความผูกพันที่ตัดกันไม่ได้ของทั้งคู่ การที่ทั้งคู่เกือบจะสูญเสียกันและกันไปหลายครั้ง สร้างความเจ็บช้ำให้กับพวกเขามากพอแล้ว เมื่อเรื่องต่างๆยุติ พวกเขาคงได้ใช้ชีวิตสงบสุขอย่างที่ท่านหมอหนุ่มต้องการได้ซักที

ยอดยุทธแห่งโชซอนหันไปมองหนึ่งซามูไรหนุ่มจากญี่ปุ่น และหนึ่งเจ้าแห่งพิษน้อยจากจีน ค่อยๆเดินผ่านตาของตนออกไป แต่ไม่ทันไร บรรดาทหารองครักษ์ของใต้เท้าซอยูแทก็ล้อมคนทั้งสองเอาไว้ ที่ตามมาด้วย นอกจากซอยูแทแล้ว ก็ยังมีฮงกุกยงกับซาโม ที่จับชองฮึงมุส่งให้องครักษ์นด้วยตัวเอง ถังชุนที่กำลังอ่อนแอจากการที่เพิ่งสลายพิษเย็นในร่าง กับมัตสึโมโต้ เซจิ ที่สูญเรี่ยวแรงไปกับการต่อสู้ คงไม่อาจสู้องครักษ์เหล่านี้ได้ และจะต้องรอถูกจับกุมเพื่อรับโทษเท่านั้น

“พวกเจ้าสองคน ถูกล้อมไว้แล้ว ยอมให้จับซะโดยดีเถอะ หากฝ่าบาททรงพระเมตตา อาจละเว้นโทษตายให้กับพวกเจ้า” ใต้เท้าซอยูแทพูดจบ ก็สั่งให้ลูกน้องเข้าไปล้อมจับถังชุนกับเซจิทันที

“ใต้เท้าขอรับ................... สองคนนี้ ปล่อยให้เป็นธุระของข้าน้อยเองเถิดขอรับ ตอนนี้ ใต้เท้าไปที่ตำหนักพระพันปี แล้วแกล้งทูลว่าฝ่าบาทถูกลอบปลงพระชนม์ดีกว่าขอรับ อย่าเพิ่งให้ฮงซังบอมรู้ตัวว่าแผนล้มเหลว รอให้หางจิ้งจอกโผล่ออกมา เวลาที่ถูกไต่สวน จะได้หาขอแก้ตัวไม่ได้ ไม่งั้น ถ้าเราไม่มีหลักฐานแน่ชัด ใต้เท้าฮงพงอันอาจใช้ความเป็นพระญาติใกล้ชิดพระพันปีดิ้นหลุดคดีไปได้นะขอรับ” ยออุนบอกใต้เท้าซอ

“อา................ เข้าใจแล้ว...................งั้น...............สองคนนี้...............เจ้าจัดการเองแล้วกัน ยออุน”

“ขอรับ......” จากนั้น ใต้เท้าซอยูแทก็พาเหล่าองครักษ์ออกไป โดยไม่ถามถึงสิ่งที่ตนเพิ่งเห็นและได้ยินเมื่อครู่แม้แต่น้อย ขุนนางเฒ่ามองเพ็กทงซูกับยออุนสลับกัน คิดถึงสมัยที่สองคนนี้อยู่ภายใต้การดูแลของตน และภาพที่ตนเห็นกับเสียงที่ได้ยินเมื่อครู่สลับกันไปมา ก่อนจะส่ายหน้า แล้วรีบพาทหารไปตำหนักพระพันปีทันที

เพ็กทงซู ค่อยๆยืนขึ้น ตั้งใจจะประคองยออุนให้ยืนขึ้นด้วยกัน แต่หมอหนุ่มเลือกที่จะนั่งสมาธิเพื่อเรียกพลังปราณที่เสียไปแทนก่อนอีกครู่หนึ่ง ส่วนเพ็กทงซูที่บาดเจ็บภายนอกเป็นส่วนใหญ่ก็ถูกทำให้ต้องกลับไปนั่งลงอีก เมื่อฮงกุกยงวิ่งเข้ามาหาและนำยาสมานแผลมาทำการรักษาให้กับเพ็กทงซูก่อน ถ้าเป็นร่างกายของคนอื่น อาจจะตายหรือสลบเพราะแผลสาหัสและเสียเลือดมากไปนานแล้ว แต่เพราะว่านี่คือจอมดาบเพ็กทงซู แม้จะไร้เรี่ยวแรงและเคลื่อนไหวไม่สะดวก แต่ก็ยังทรงกายอยู่ได้

ขณะเดียวกัน ซาโมก็เข้ามาช่วยจินกิกับจินจู แล้วช่วยทายาสมานแผลให้เพื่อนกับหลานเช่นเดียวกัน คนทั้งสี่ ได้แก่ ทั้งฮงกุกยง ซาโม ฮวางจินกิ และฮวางจินจู ต่างก็เห็นและได้ยินสิ่งที่จอมยุทธทั้งสองกล่าวต่อกันเมื่อครู่นี้ แต่ก็ยังไม่คิดจะถามอะไร รอให้รักษาอาการบาดเจ็บทุเลาเสียก่อน กลับถึงบ้าน แล้วค่อยถามให้กระจ่างดีกว่า

“พวกเจ้าจะเอายังไงกับเราสองคน” ซามูไรหนุ่มที่อุ้มเจ้าแห่งพิษน้อยอยู่ ถามยออุนที่กำลังนั่งสมาธิและเพ็กทงซูที่กำลังทายาสมานแผลอยู่ สีหน้าแววตาของคนถามที่ดูโหดเหี้ยมเมื่อครู่นี้ อ่อนโยนลงไปมาก

“พวกเจ้าไปเถอะ..................... ไม่มีใครจับเจ้าลงโทษหรอก” เพ็กทงซูบอกกับมัตสึโมโต้ เซจิ

“จะดีเหรอ ทงซู สองคนนี้ ร่วมก่อการด้วยนะ” ฮงกุกยงถามเพื่อน

“มัตสึโมโต้เข้าร่วม......เพราะต้องการแก้แค้นข้า..................โชริบ ส่วนถังชุน.............ก็มีความแค้นส่วนตัวกับอุน........... ทั้งสองคนไม่ได้ร่วมมือกับฮงซังบอมเพราะต้องการชีวิตฝ่าบาท และวันนี้....... พวกเค้าก็ไม่ได้ทำร้ายใคร............หรือปองร้ายฝ่าบาทเหมือนสามมัจจุราชนั่น.................”

“แต่เจ้าซามูไรนั่น......... เป็นคนฆ่าแม่นางจีซอนนะ.................แล้วเจ้าไม่.............นางเคยเป็นคนรักของเจ้านะ..............ทงซู”

“เจ้าอยากจะถามว่า.............. ข้าไม่แค้นมันหรอกเหรอ...............ใช่มั้ย.................โชริบ...................... แค้นสิ............. ข้าแค้นใจ ที่นางถูกสังหาร ข้าเสียใจ ที่นางจากข้าไป แต่ว่า............ ถ้าเป็นแม่นางจีซอน นางจะไม่โกรธหรือแค้นใครเลย แม่นางจะปล่อยวางความแค้นลง และคิดเพียงว่า................. เราจะมีชีวิตต่อยังไงให้มีความสุข และไม่ต้องเก็บความเกลียดชัง หรือความแค้นเคืองมาทำร้ายตัวเอง จีซอน...........นางเคยบอกข้าว่า............... ข้อดีที่สุด ของการมีชีวิต คือการรู้จักให้อภัย ......... อีกอย่าง.......... อาจารย์เคยบอกว่า การเป็นสุดยอดจอมดาบ ไม่ได้นับที่ว่า ดาบของเราฆ่าศัตรูไปแล้วเท่าไหร่ แต่อยู่ที่ว่า ดาบของเราปกป้องคนได้มากเท่าไหร่ต่างหาก แม้แต่ชีวิตของศัตรู ก็ควรค่าแก่การปกป้อง ............................. โชริบ เจ้าเข้าใจข้าใช่มั้ย”

“อา.................... งั้นก็ตามใจเจ้า พวกเราก็ต้องรีบไปจากบริเวณนี้เช่นกัน เจ้าสองคน จะถูกใครเห็นไม่ได้ จนกว่าจะจบเรื่อง”

มัตสึโมโต้ เซจิ อุ้มร่างของถังชุน เดินออกไปจากบริเวณพระราชวัง โดยระวังไม่ให้ถูกพบเห็น เพ็กทงซูกับยออุนและพวกของซาโมก็ไปหลบซ่อนตัวเช่นเดียวกัน ไม่นานนัก........... ยาสลบที่หมดพิษสงก็ทำให้ชาววังที่สลบอยู่ในบริเวณปรำพิธีฟื้นขึ้น รวมถึงพระหมื่นปี สนมปาร์คและอึนจอนกุนด้วย ระหว่างนั้น ใต้เท้าซอยูแท ก็เข้าไปกราบทูลพระพันปีเฮคยอง ตามที่ได้วางแผนไว้กับยออุนแต่แรก พระพันปี ตลอดจนคนในวังที่ฟื้นขึ้นจากฤทธิ์ยาสลบของยออุนกำลังมึนงงและสงสัยว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ข่าวการถูกลอบปลงพระชนม์ยิ่งสร้างความวุ่นวายหนัก ใต้เท้าซอยูแททำท่าเหมือนคนที่ร้องไห้จะขาดใจซะให้ได้ เที่ยวได้ให้คนปล่อยข่าวไปทั่ววัง ว่าพระราชาสรรคตแล้ว

พระหมื่นปีที่เพิ่งฟื้น รีบไปที่ท้องพระโรงโดยเร็ว ขุนนางผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายโนรอนและโซรอนจำนวนไม่น้อย ตามเสด็จเข้าไปปรึกษาราชการร่วมกัน โดยมีฮงซังบอมเป็นหัวโจก

“เกิดอะไรขึ้น ใต้เท้าฮง” พระหมื่นปีแกล้งทำเป็นถาม

“ฝ่าบาท สวรรคตแล้วพะยะค่ะพระหมื่นปี ตอนนี้ ขอทรงสำเร็จราชการแทนก่อนดีกว่าพะย่ะค่ะ”

“ข้าไม่เข้าใจ..............ก็.....................” พระหมืนปีแกล้งถามอีก

“พวกคนร้ายลอบปลงพระชนม์พะย่ะค่ะ ดูจากการแต่งกายและการไว้ผมเปีย เป็นคนของต้าชิงพะย่ะค่ะ ตอนนี้........ ฝาบาททรง............ฮือฮือฮือ.........” ซอยูแทแกล้งร้องไห้

“แล้วฮงกุกยง กับพวกองครักษ์คนสนิทล่ะ ทำไมถึงปล่อยให้........” ฮงซังบอมถาม

“คนร้ายฝีมือร้ายกาจมาก ใต้เท้าฮง............... ท่านราชเลขา พลีชีพไปแล้ว แม้แต่เจ้าสามคนนั่นก็................”

“ตายหมดเลยหรอ........................ แล้วคนร้ายล่ะ จับตัวได้มั้ย” พระหมื่นปีถามต่อ

“คนร้ายถูกพวกกระหม่อมล้อมเอาไว้ ตอนนี้ บางคนก็ตาย บางคนก็ถูกขังอยู่ในคุก แต่ก็มีบางคนที่บาดเจ็บหนีไปได้ กระหม่อมส่งคนออกไปตามล่าแล้วพะย่ะค่ะ แต่เรื่องด่วนตอนนี้ คือเรื่องพระศพและการบริหารบ้านเมืองที่ขาดตอนไม่ได้นะพะย่ะค่ะ”

“จะทรงตัดสินใจยังงพะย่ะค่ะ พระหมื่นปี” ฮงซังบอมถาม หันไปมองทางอึนจอนกุน และสนมปาร์คอย่างมีเลศนัย

“เฮคยองล่ะ นางไปอยู่ที่ไหน ทำไมถึงยังไม่มา”

“พระพันปี .... พอทราบข่าวก็ทรงเสียพระทัยจนไม่ได้สติพะย่ะค่ะ ใต้เท้าฮงพงฮันพาหมอหลวสงไปดูพระอาการแล้วพะย่ะค่ะ ท่านฝากมาทูลว่า ทุกเรื่อง ให้สุดแล้วแต่พระหมื่นปีตัดสินพระทัยพะย่ะค่ะ”

“งั้นหรอ........... ข้าเข้าใจดี แม่ที่สูญเสียลูก ก็มักจะเป็นแบบนี้ เอาล่ะ.......ใต้เท้าทุกท่าน...........ในฐานะ ที่ข้าเป็นใหญ่ที่สุดในราชวงศ์ตอนนี้ ข้าจะขอเสนอให้อึนจอนกุน พระอนุชาของพระเจ้าจองโจ ขึ้นครองราชญ์ต่อจากพระเจ้าจองโจ หลังจากเสร็จพระราชพิธีศพแล้ว ระหว่างนี้ ตามกฎมณเฑียรบาล ข้าจะสำเร็จราชการแทนก่อนชั่วคราว พวกท่านจะคัดค้านมั้ย” พระหมื่นปีจองชุนถามเหล่าขุนนางอย่างวางอำนาจทันที

“ทรงพระปรีชายิ่งแล้วพะย่ะค่ะ” คิมฮันกู ฮงซังบอม และขุนนางอื่นๆเอ่ยพร้อมๆกัน สนมปาร์คกระหยิ่มยิ้มย่องแบบสะใจ แต่ฝ่ายองค์ชายอึนจอนเองกลับสั่นเทิ้มด้วยความวิตกกังวล

“ว่าแต่........พระศพล่ะ อยู่ที่ไหน” ฮงซังบอมถาม


...


..


พระศพของพระเจ้าจองโจประทับอยู่ในพระตำหนักตะวันตกที่ถูกตกแต่งใหม่สำหรับจัดงานพระศพโดยเฉพาะ ระหว่างที่ใต้เท้าซอยูแทเล่นละครอยู่ในท้องพระโรง ยออุนที่ฟื้นคืนกำลังได้แล้ว ได้ฝังเข็มทองไว้ที่พระวรกายของพระเจ้าจองโจ เพื่อให้ทรงเหมือนกับสิ้นลมหายใจจริงๆ กูฮยางที่แอบลอบตามเข้ามาในวังก็ตกแต่งแผลดาบฟันปลอมขึ้นบนพระวรกายให้ เพื่อจะได้หลอกฮงซังบอมได้ พระเจ้าจองโจจะแค่ทรงหายใจรินๆบางๆ คนทั่วไปจะดูไม่ออก นึกว่าไม่หายใจ เว้นแต่ยอดฝีมือเท่านั้นที่จะสังเกตเห็น ร่างกายจะขยับไม่ได้ ซีด และเย็นคล้ายศพ พระเนตรจะปิดสนิท แต่พระกรรณจะยังคงได้ยินทุกคำที่คนข้างๆพูด

เพ็กทงซูกับยออุนและเพื่อนๆรวมหกคน ปลอมตัวเป็นองครักษ์ชั้นปลายแถว ทำหน้าที่เฝ้าพระศพ พวกซาโมปลอมเป็นคนงานในวังเช่นเดิม รวมทั้งฮวางจินจูที่ต้องปลอมเป็นหญิงรับใช้ แต่ไม่ปลอมเป็นซังกุงหรือนางกำนัลเพราะบุคลิกและมารยาทไม่ผ่าน

ก่อนเริ่มงานพิธี ฮงซังบอมเข้ามาในห้องพระศพเพียงลำพัง แม้จะเดินผ่านกลุ่มของเพ็กทงซูทั้งหกคนเข้าไป ก็ไม่ได้สังเกตว่าเป็นองครักษ์ปลอมแต่อย่างใด ขุนนางชั่วเดินไปที่พระศพ ตรวจดูบาดแผลคร่าวๆ แต่ก็แอบจับชีพจรและตรวจการหายใจด้วย แต่ก้ไม่สงสัยอะไรพลางหัวเราะออกมาเบาๆ

“ฮ่าฮ่าฮ่า............. ฝ่าบาท.............. ทรงเป็นเหมือนหลานชายของกระหม่อม กระหม่อมไม่อยากทำแบบนี้กับพระองค์เลยจริงๆ แต่พระองค์ทำกับพวกกระหม่อมเกินไปจริงๆ กับพระมาตุลาและพระญาติองค์อื่นๆ ก็ไม่ทรงไว้หน้า ทรงเชื่อแต่ฮงกุกยง ถึงกับลงโทษพระญาติได้ลงคอ ใช่..............พวกกระหม่อมฉ้อฉลและหวงอำนาจ อยากเป็นใหญ่และเสพสุขไปนานๆ แต่พระองค์ก็ไม่ควรเชื่อแต่คำของฮงกุกยง ถึงกับต้องลงโทษหนักเพียงนั้น พระองค์มีวันนี้ เพราะทรงไว้ใจราชเลขานั่น แทนที่จะให้เกียรติญาติตัวเอง อย่าทรงห่วงเลย เจ้านั่นคงไปรอพระองค์ในนรกแล้ว กระหม่อมผลักดันอึนจอนกุนมาแทนที่พระองค์ รับรองได้ เค้าไม่ฉลาดเท่าพระองค์แม้แต่น้อย แต่ก็ไม่โง่ถึงกับยอมเป็นศัตรูของญาติตัวเอง”

“ใต้เท้าฮง............” อึนจอนกุนโผล่เข้ามาอีกคน

“มาแล้วเหรอองค์ชายอึนจอน ทรงเห็นตัวอย่างจากพระเชษฐาแล้วนะ อีกหน่อยครองบัลลังก์แล้ว ก็อย่าทรงเอาอย่างพระเจ้าจองโจก็แล้วกัน กระหม่อมฆ่าพระเจ้าจองโจได้ ก็ย่อมฆ่าพระองค์ได้เช่นกัน”

“ท่านวางแผนทั้งหมดได้แยบยลมากใต้เท้า ข้าครองบัลลังก์เมื่อไหร่ ตำแหน่งอุปราช จะเป็นของท่านแน่นอน ท่านวางแผนคนเดียวหมดเลยใช่มั้ย จะให้ข้าแบ่งความชอบนี้ให้ใครอีกบ้าง”

“แผนทุกอย่าง ข้าวางเองทั้งหมด พวกนักฆ่า ข้าก็ติดต่อเอง จะมีก็แต่พระอัยยิกาฮงพงฮันที่รู้เรื่องดี แต่ไม่คัดค้านหรือห้ามอะไร ขนาดตาแท้ๆยังอยากกำจัดหลานคนนี้เลย จะว่าไป คนแรกที่คิดจัดการกับพระเจ้าจองโจน่ะ ก็ตาของเค้าเองนั่นแหละ ท่านลุง....เป็นทั้งผู้อภิบาลตั้งแต่ครั้งทรงพระเยาว์ และทรงเป็นพระอาจารย์คนแรกด้วยซ้ำ แต่ฝ่าบาทกลับไม่ทรงไว้หน้า ความเจ็บแค้นของท่านลุง ข้าเข้าใจดี ฮ่าฮ่าฮ่า”

“แล้ว.......ทำไม.........ท่านถึงเลือกข้าล่ะ ไม่กลัวข้าจะหักหลังท่านหรอ”

“สนมปาร์คกับข้า รู้จักกันมานาน อีกทั้งนางก็เข้ากันได้ดีกับพระหมื่นปี ข้าอาจไม่ไว้ใจท่าน แต่คิดว่าท่าน ก็คงไม่หักหลังแม่ตัวเองหรอกนะ.........องค์ชายอึนจอน”

“ท่านคิดว่า ระหว่างแม่ที่หวังในอำนาจ กับพระเชษฐาที่ทำเพื่อชาวโชซอน ข้าควรจะภักดีใครล่ะ”

“ท่านพูดอย่างนี้ หมายความว่ายังไง อึนจอนกุน”

“ก็หมายความว่า...............น้องชายไม่ทรยศพี่ชายน่ะสิ ใต้เท้าฮงซังบอม” ฮงกุกยงพร้อมด้วยเพื่อนๆ เดินเข้ามาในห้องตั้งพระศพ ท่ามกลางสายตาประหลาดใจของขุนนางเฒ่าที่ยืนอยู่ก่อน พร้อมกันนั้น ม่านก็เปิดออก พระพันปีเฮคยอง พร้อมด้วยขุนนางที่ไม่เข้าฝ่ายไหนจำนานหนึ่ง ยืนอยู่ก่อนแล้ว

“นี่พวกเจ้า........... พวกเจ้า...... พระพันปี........พระพันปี......ทำไมถึงทรง...................”

“ฮงซังบอม ................. คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าท่านคิดจะฆ่าลูกชายของข้า ท่านกับท่านพ่อ คิดจะปลงพระชนม์ฝ่าบาทเชียวเหรอ ท่าน..................”

“พระพันปี........... พวกนี้.... พวกฮงกุกยง...........พวกนี้ ร่วมมือกับต้าชิง ปลงพระชนม์ฝ่าบาทแล้วแกล้งตายพะย่ะค่ะ”

“ยังจะแก้ตัวอีก สิ่งที่ท่านพูดกับอึนจอนเมื่อครู่นี้ ข้าได้ยินหมดแล้ว ฮงซังบอม อย่าแก้ตัวเลย”

“ฮ่าฮ่าฮ่า......... ใช่.............กระหม่อมเสียรู้ ที่เผยหางจิ้งจอกออกมาให้ทรงเห็น แล้วยังไงพะย่ะค่ะ อาศัยพระองค์กับขุนนางพวกนี้ และคำพูดไม่กี่คำ จะประหารกระหม่อมหรือพะย่ะค่ะ อย่าลืมสิพะย่ะค่ะ ว่าพระองค์ไม่มีราชอำนาจจะทำแบบนั้น ตอนนี้ .... พระราชอำนาจ ตกอยู่ในมือของพระหมื่นปี กระหม่อมมีพระอัยยิกาหนุนหลัง ขุนนางหลายฝ่ายก็เชื่อฟัง พระนางจองชุนทรงถือตราผู้สำเร็จราชการอยู่ เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันแล้ว พระหมื่นปี จะไม่ทรงทำอะไรกับกระหม่อมอย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า”

“พระหมื่นปีก็ช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอก ฮงซังบอม” จู่ๆ พระศพของพระเจ้าจองโจที่นอนอยู่บนแท่นตั้งพระศพก็ลุกขึ้น สร้างความตกใจแก่ฮงซังบอมเป็นอย่างมาก ล้มลงไปนั่งกับพื้นทีเดียว

“เป็นไปไม่ได้ พระองค์ไม่หายใจแล้ว ชีพจรก็ไม่มี แล้วยังจะรอยแผลอีก ทำไมถึงได้.....”

“เพราะข้ามีหมอเทวดาช่วยไว้น่ะสิ ถึงได้ปิดตาจอมเจ้าเล่ห์อย่างเจ้าได้ ฮงซังบอม............สามมัจจุราชที่เจ้าว่าจ้างมาน่ะ ตายหมดแล้ว ข้าได้หนังสือว่าจ้าง ประทับตาและลายมือของเจ้าไว้ด้วย ที่สำคัญ.......... คนที่เจ้าหมายมั่นจะให้เป็นพระราชาหุ่นเชิดน่ะ เค้าเป็นน้องชายที่ดีของข้า เค้าสารภาพกับข้าหมดแล้ว”

“ฮ่าฮ่าฮ่า................เป็นไปได้ยังไง ก็ทุกอย่างเป็นไปตามแผนนี่นา ก่อนหน้านี้ ข้าก็จับตาอึนจอนกุนไว้ตลอด แล้วจะเข้าเฝ้าพระองค์ได้ยังไง หนังสือว่าจ้างนั่น ข้าก็ซ่อนไว้อย่างดี แล้วแผนการทั้งหมด ไม่มีทางที่จะทรงทราบได้หรอก อีกอย่างนึง สามมัจจุราชฝีมือสูงส่ง ไม่มีใครเอาชนะพวกเค้าได้อยู่แล้ว แล้วทำไม”

“เจ้าลืมใครไปรึเปล่า............ฮงซังบอม” พระเจ้าจองโจตรัสจบ เพ็กทงซูและยออุนก็เดินออกมายืนตรงหน้าฮงซังบอม ให้ได้เห็นกันชัดๆไปเลย

“ข้ายังไม่ตายหรอกนะ.................และเสียใจด้วย กระบี่ปลิดวิญญาณที่เจ้าจ้างมาน่ะ ถูกข้าใช้ดาบเด็ดวิญญาณไปเรียบร้อยแล้ว โทษทีนะ............ข้ามีหมอที่เก่งที่สุดช่วยอยู่” เพ็กทงซูบอกกับฮงซังบอม

“หมอหรอ................หรือว่า................... เจ้าแกล้งบ้าสินะ...................ยออุน”

“อา............. ทั้งเรื่องสืบข่าวแผนการของเจ้า เรื่องหนังสือว่าจ้างนั่น และการติดต่อกับอึนจอนกุน ข้าและคนของข้าเป็นคนจัดการเอง และแผนแกล้งสิ้นพระชนม์ของฝ่าบาท เป็นความคิดของเพื่อนข้า..........โชริบ ฮงกุกยง ที่ฝ่าบาทมีแผลและไม่หายใจได้นั้น ก็เป็นวิชาแพทย์ของข้ากับเพื่อนข้าอีกคนนึงเช่นกัน”

“เจ้าหน้าที่...............จับตัวฮงซังบอมไปขังคุก” ฮงกุกยงสั่งทหาร ก่อนจะหันไปทูลฝ่าบาท
“เชิญเปลี่ยนฉลองพระองค์พะย่ะค่ะ ใต้เท้าซอรออยู่ที่ท้องพระโรงพร้อมกับเหล่าขุนนางแล้ว จะได้ทรงตัดสินพระทัยต่อว่าจะจัดการกับผู้สมรู้ร่วมคิดยังไง”


...


..



Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 11 กุมภาพันธ์ 2556 23:58:37 น.
Counter : 1547 Pageviews.

3 comments
  
ดูเหมือนตอนนี้สถานการณ์ต่างๆ จะคลี่คลายไปด้วยดีแล้วนะเนี่ย บรรดาศัตรูก็จัดการได้หมดแล้ว (และหวังว่าคงไม่มีก๊อก 2 อิอิ)

ที่นี่ก็คงได้มีตอนให้ 2 หนุ่มได้ sweet หวานกันสักทีน๊าาาาาาาาาา
โดย: bee boa วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:0:45:14 น.
  
ในที่สุดชุนกับเซจิก็คิดได้สักที ถึงจะไม่ค่อยชอบหน้าตั้งแต่แรกแต่กลับรู้สึกว่าจบแบบนี้ก็ดีแล้ว ยังไงก็ขอให้มีความสุขก็แล้วกัน
ส่วนทางนี้ เหตุการณ์ทั้งหมดก็คลี่คลายลงไปได้ด้วยดี ทั้งทงซูกับอุนก็เข้าใจกันแล้ว ชอบตรงฉากที่ต่างคนต่างยอมรับที่จะตายด้วยกัน มันแสดงถึงอะไรหลายๆอย่าง ทั้งความรัก มิตรภาพแล้วก็ความเสียสละ
หลังเรื่องร้ายๆผ่านไป หวังว่าจะมีเรื่องดีๆเข้ามาสักที
โดย: Silver Sky IP: 171.98.74.35 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:12:02:57 น.
  
ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เฮ้อ..โล่งอก 😥 รู้สึกจะอินมากไปป่ะ
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.86.232 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:18:01:23 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments