All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่2

“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน”  ตอนที่2



ลืมตาขึ้นมาหาแสงสว่าง ทว่า....สิ่งที่พบเป็นเพียงความมืด และน่าอึดอัดหายใจไม่ออก ร่างโปร่งค่อยๆตะเกียกตะกายตะกุยเพื่อให้พ้นจากสภาพที่ทนได้ยากนั้น จนในที่สุดก็ได้สัมผัสอากาศอีกครั้ง และหายใจสะดวกยิ่งขึ้น

“โอ๊ยยยยยยย...” ชายหนุ่มค่อยๆคลำบริเวณบาดแผลถูกแทงทะลุอกซ้าย และหันมองดูรอบๆ ก่อนจะพบว่าตนพึ่งขึ้นมาจากหลุมฝังศพที่ไม่มีชื่อแห่งหนึ่ง

“นายท่าน....” เสียงหญิงสาวดังขึ้นข้างๆ

“กูฮยาง... เจ้า... ที่นี่ที่ไหน ข้าตายแล้วไม่ใช่เหรอ”

“หลุมฝังศพเจ้าค่ะ เพ็กทงซูฝังท่านเสร็จแล้ว นั่งร้องไห้หน้าหลุมศพเกือบทั้งคืนก่อนจะจากไปเมื่อครู่นี้เอง”

“แล้วทำไมข้าถึง....โอ๊ยยยย”

“เดี๋ยวข้าน้อยดูบาดแผลให้เจ้าค่ะ...” กูฮยางรีบเข้ามาดูบาดแผลโดยเร็ว

“ข้าถูกดาบของทงซูแทงทะลุหัวใจ แล้วทำไมถึงได้.....”

“ไม่มีหัวใจเจ้าค่ะ อกซ้ายท่านไม่มีหัวใจ หัวใจ ... หัวใจของท่านอยู่ที่อกด้านขวาเจ้าค่ะ”

“เจ้าว่าไงนะ....โอ๊.....” อาการเจ็บแผลกำเริบ จากนั้นเขาก็สลบลงไปอีก

.....

....

“ฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ ท่านสลบไปสามวันเลยนะเจ้าคะ”

“เจ้ารักษาข้าเหรอกูฮยาง.....” พูดจบก็พยายามลุกขึ้น

“นอนลงก่อนเจ้าค่ะ นายท่านคงต้องนอนพักอีกสักเดือนนึง ก่อนจะเป็นปกติ”

“เกิดอะไรขึ้น หลังจากที่....ข้าตาย.... ไม่สิ.... สลบลงไป”

“นายท่านเหมือนตายไปแล้ว ไม่มีลมหายใจ หัวใจก็หยุดเต้น ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่หลังจากนั้นเพ็กทงซูก็ฝังศพท่านด้วยตัวเค้าเอง ข้าน้อยแอบดูห่างๆ ไม่กล้าปรากฎตัว รอจนค่อนคืน เพ็กทงซูกลับไปแล้ว ซักพักท่านก็ออกมาจากหลุมศพได้เอง แล้วข้าน้อยก็พาท่านมาที่นี่”

“หัวใจของข้า.....ข้างขวา...”

“เจ้าค่ะ โชคดีที่หัวใจของนายท่านอยู่ด้านขวา ถึงจะเสียเลือดไปมาก ทำให้หมดสติ และหัวใจหยุดเต้น แม้แต่เพ็กทงซูก็ยังจับชีพจรไม่พบ แต่อาจเป็นปาฏิหาริย์ หรือไม่ก็เพราะร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก และวิชายุทธที่ล้ำเลิศ ในที่สุด ท่านก็รอดตายมาได้”

“เรื่องที่ข้ายังไม่ตาย มีแต่เจ้าเท่านั้นที่รู้งั้นหรือ กูฮยาง”

“เจ้าค่ะ เพ็กทงซูนึกว่าท่านตายแล้ว จึงเก็บดาบคู่ของท่านไปเป็นที่ระลึก และฝังศพให้ แต่เพราะคำสั่งฝ่าบาท จึงไม่สามารถจารึกที่หลุมศพได้ หลังจากท่านฟื้น ข้าก็จัดการหลุมศพให้ดูเหมือนเดิม เอาศพคนอื่นใส่ลงไปแทน สำหรับดาบของท่านที่ผู้นั้นเอาไป ท่านอยากได้ดาบคู่คื.....”

“ไม่ต้องหรอก ให้ทุกคนคิดว่า ชอนจูแห่งสำนักโคมดำตายไปแล้วน่ะ ดีแล้ว... ต่อไปนี้ ข้าจะไม่จับดาบอีก ว่าแต่ ที่นี่ท ไหน”

“หมู่บ้านแห่งนึง ไกลออกมาจากเมืองหลวงเจ้าค่ะ ... ข้าว่าท่านพักผ่อนก่อนนะเจ้าคะ ไว้คุยต่อทีหลัง”

....

ชายหนุ่มค่อยๆนึกถึงความทรงจำแรกๆที่ตนจำได้ หลังจากที่ฟื้นจากความตาย แม้จะจำได้ว่าตนพูดไว้ว่าจะไม่จับดาบอีก แต่เพราะความเคยชิน จึงอดที่จะหยิบจับอย่างอื่นเพื่อฝึกวิชาไม่ได้ ทั้งผ้ายาว เชือก เข็ม หรือแม้แต่เครื่องมือเพาะปลูกจนความชำนาญเพิ่มพูนยิ่งขึ้น


....

..

เพราะถูกบีบคั้นจากนโยบายคานอำนาจของพระเจ้าจองโจ ทำให้ตระกูลฮงลดอำนาจลง ไม่อาจวางอำนาจบาดใหญ่ได้เหมือนเมื่อก่อน และช่องทางการกอบโกยก็ลดน้อยถอยลง อีกทั้งขุนนางในกลุ่มก็ถูกเนรเทศออกไปไม่น้อย สร้างความโกรธแค้นแก่ฮงพงฮัน และฮงซังบอมเป็นอย่างมาก

“ขืนปล่อยไว้อย่างนี้ พวกเราจะยิ่งลำบากกว่านี้แน่” ฮงซังบอมบ่นกับฮงพงฮัน

“ขนาดข้าเป็นตาแท้ๆนะ ฝ่าบาทยังไม่ทรงไว้หน้าเลย ทรงฟังแต่ฮงกุกยงคนเดียว”

“แล้วพระพันปีทรงว่ายังไงบ้าง”

“ก็ทรงปล่อยให้เป็นเรื่องของพระราชา ไม่ทรงยุ่งกับการเมืองแม้แต่น้อย”

“ใต้เท้า ท่านนี่นะ เป็นถึงพระอัยยิกาของพระราชา เป็นพระบิดาของพระพันปี อุตส่าห์ฟูมฟักมาแต่ทรงพระเยาว์ ยังถูกบีบถึงเพียงนี้” ฮงซังบอมกล่าวด้วยความโกรธพลางตบโต๊ะ

“ถ้าพึ่งลูกสาวไม่ได้ สงสัยคงต้องพี่งเพื่อนเก่าซะแล้ว”

“ท่านหมายถึงใต้เท้าคิมฮันกูอย่างนั้นเหรอ เฒ่าเจ้าเล่ห์นั่น เคยร่วมมือกับฮงแทจูวางแผนลอบปลงพระชนม์มาแล้วนะ มันเคยคิดจะฆ่าหลานของท่านนะขอรับ”

“หลานที่พึ่งไม่ได้ ไม่มีซะยังดีกว่า”

“ใต้เท้า ท่านคิดที่จะ......”

“ฮงแทจู พลาดเพราะหลงไว้ใจชอนจูแห่งสำนักโคมดำมากเกินไป แถมยังมีเจ้าเพ็กทงซูคอยขัดขวาง แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน เพราะว่า...ใครมันจะไปคิดว่าคนลงมือ จะเป็นญาติใกล้ชิด”

“แล้วท่านไม่กลัวพระหมื่นปีกับคิมฮันกูจะหักหลังเหมือนที่เคยหักหลังฮงแทจูเหรอขอรับ”

“ซังบอม... ตอนนี้พวกสกุลคิมได้แต่นิ่งเฉย แต่ข้ารู้ว่าพวกนั้น ยังมีการติดต่อกับพวกญี่ปุ่นอยู่ ที่สำคัญพวกซามูไรเริ่มเคลื่อนไหวในโชซอนแล้ว ศัตรูฝีมือร้ายการที่เป็นหนามยอกอกสองคน ชอนจูแห่งสำนักโคมดำก็ตายไปแล้ว เหลือแต่เจ้าเพ็กทงซู มันจะต้องถูกพวกญี่ปุ่นล้างแค้นได้อย่างแน่นอน เมื่อนั้น ถ้าเรากำจัดพระราชาได้ อาศัยอำนาจของพระหมื่นปี ยกองค์ชายอึนจอนขึ้นเป็นพระราชา ให้พระนางสำเร็จราชการ พวกเราก็ยังร่วมมือกันกอบโกยต่อไปได้”

“แล้วพระนางเฮคยองล่ะขอรับ จะจัดการยังไง”

“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง ต้องหาทางกำจัดพวกขุนนางที่สนับสนุนพระราชาซะก่อน เจ้าเตรียมพวกนักฆ่าไว้แล้วใช่มั้ย”

“ขอรับ.... เป็นนักฆ่าที่มีค่าหัวบางคน และพวกมือสังหารสำนักโคมดำที่เร่ร่อนไร้สังกัดจำนวนนึง ที่สำคัญ ข้าน้อยแอบติดต่อนักฆ่าจากเมืองต้าชิงไว้ด้วยขอรับ”

“จากต้าชิงงั้นหรอ....”

“ขอรับ เป็นอดีตมือสังหารที่ท่านทูตต้าชิงคนเก่าแนะนำให้ขอรับ ว่ากันว่า ฝีมือไม่ด้อยไปกว่าชอนจูแห่งสำนักโคมดำคนเก่าเลยขอรับ”

“ดี..... เขามาถึงเมื่อไหร่ ให้มาพบข้าด้วย”

“แล้วเรื่องจัดการขุนนางที่ใกล้ชิดพระราชา เริ่มจากฮงกุกยงเป็นคนแรกเลยดีมั้ยขอรับ”

“ไม่ได้.... เจ้านั่นฉลาดมาก แถมยังมีฝีมือติดตัว และใกล้ชิดกับเพ็กทงซูมากเกินไป เกิดพวกมันไหวตัว จะคอยมาขัดขวางงานของพวกเราอีก เอาไว้ทีหลัง เริ่มจากพวกลูกน้องเก่าของเราคิดที่แปรพักตร์ก่อน ทำให้พวกนั้นสงสัยว่าอาจจะเป็นฝีมือของฝ่ายโซรอน ให้มันระแวงกันเอง ยิ่งถ้าเป็นลูกน้องเก่าของฮงแทจูด้วย จะยิ่งดี”

“ขอรับ....” ฮงซังบอมรับคำสั่งฮงพงฮันพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 ....


..


ชายป่าด้านหลังกระท่อม ห่างออกมาจากหมู่บ้านพอสมควร ชายหนุ่มผมยาวใบหน้าหล่อเหลางดงามราวรูปสลักที่มีแผลเป็นบนใบหน้ากำลังนั่งคุกเข่าราบไปกับพื้นหญ้า แม้ท่านหมอจะหลับตาลง แต่ประสาทหูยังคงสั่งการ กายและใจที่ดูเหมือนสงบกลับพร้อมเคลื่อนไหวตลอดเวลา ลักษณะเช่นนี้ ถึงจะมีคนมุ่งปองร้าย ก็คงไม่กล้าล่วงมือ

เหยี่ยวตัวหนึ่งบินสูงขึ้นไปราวสิบหลา กำลังจ้องมองกระต่ายน้อยเบื้องล่างที่กำลังเดินเล่นอยู่ที่โคนต้นไม้ เจ้ากระต่ายสงสัยชะตาจะถึงฆาต เพราะเหยี่ยวตัวนั้นบินโฉบลงมาอย่างรวดเร็ว ใกล้เป้าหมายและกำลังจะตะครุบเหยื่อได้ จู่ๆก็มีเข็มเล่มบางๆพุ่งผ่านอาอาศเข้ามาทิ่มทะลุดวงตาข้างซ้ายของมันอย่างแรง ซัดตัวมันให้ลอยพุ่งออกไปชนกับต้นไม้ ร้องลั่น ก่อนจะตั้งสติแล้วบินหนีกลับขึ้นไปทันที เจ้ากระต่ายน้อยที่รอดชีวิตอย่างหวุดหวิดรีบกระโดดหนีกลับเข้าไปในโพรงทันที

“ดูเหมือนวิชาการซัดเข็มของนายท่านจะล้ำหน้ากว่าเมื่อก่อนนะเจ้าคะ” เสียงของหญิงสาวดังมาจากทางกระท่อม

“กูฮยาง” ท่านหมออุทานเรียกชื่อเมื่อเห็นหญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ๆ

“ท่านเคยบอกว่าจะเลิกจับดาบแล้วนี่เจ้าคะ”

“ข้าก็ไม่ได้จับดาบนี่... แค่ฝึกใช้เข็มแทนอาวุธลับ”

“ล้ำเลิศมากเลยเจ้าค่ะ ปักทะลุนัยน์ตาของเหยี่ยวตัวนั้น เสียดาย มันบินหนีไปแล้ว ไม่อย่างงั้น ข้าคงจะช่วยให้มันรอดตายได้ น่าเสียดาย”

“เพื่อช่วยหนึ่งชีวิต ข้ากลับต้องทำลายหนึ่งชีวิต กูฮยาง นี่ข้าเกิดเป็นดาวเพชรฆาตจริงๆงั้นหรือ”

“ดาวเพชรฆาตของท่านไม่มีอีกแล้วเจ้าค่ะ นับตั้งแต่ที่ท่านได้ตายไปแล้วครั้งนึงใต้คมดาบของเพ็กทงซู”

“เจ้าเอ่ยชื่อของเจ้านั่นขึ้นมาทำไม เจ้าก็รู้ ว่าข้าอยากจะลืมอดีตทั้งหมด แล้วเริ่มต้นใหม่”

“เพราะว่าข้ารู้น่ะสิเจ้าคะ ว่านายท่านทำแบบนั้นไม่ได้ ท่านไม่มีวันลืมเค้าไปได้ ตราบใดที่รอยแผลเป็นที่ใบหน้าท่านยังอยู่ ตราบใดที่รอยแผลเป็นบนอกซ้ายของท่านยังอยู่ อย่าพยายามหลอกตัวเองเลยค่ะ นายท่านคิดถึงคนผู้นั้นมากจริงๆ”

“อา.... ก็คงเป็นอย่างนั้น แล้วที่ผ่านมา เจ้าเป็นไงบ้าง มาหาข้าถึงนี่ มีเรื่องอะไรที่ฮันยางหรอ”

“ข้ายังติดต่อกับสายลับมูยองเกในราชสำนักอยู่เจ้าค่ะ”

“เจ้าว่าไวนะ”

“เจ้าค่ะ ถึงนายท่านจะปิดสำนักโคมดำไปแล้ว แต่พวกมูยองเกในวัง ก็ยังคงติดต่อกับข้าเพื่อรายงานเรื่องราวในวังอยู่ ถึงจะไม่มีสำนักโคมดำแล้ว แต่เราก็มีสมบัติที่แอบซ่อนไว้มากพอจะเลี้ยงดูมูยองเกอยู่ได้”

“เจ้าขัดคำสั่งข้า....”

“มันจำเป็นเจ้าค่ะ เพราะถึงจะปิดสำนัก ถึงพวกนั้นจะคิดว่าชอนจูตายไปแล้ว แต่ฮงกุกยงก็ยังคงสืบหาร่องรอยของพวกที่เหลืออยู่เพื่อจะกำจัดให้สิ้นซาก แต่พวกเราส่วนใหญ่ก็รอดพ้นมาได้ด้วยการสืบรู้ข่าวภายในราชสำนักเจ้าค่ะ”

“อา.... เจ้าโชริบ เขาปลอดภัยดีใช่มั้ย ไม่มีใครทำร้ายเพื่อนข้าอีกนะ”

“เจ้าค่ะ... ไม่เพียงแต่ฮงกุกยงคนเดียว แต่ทุกคนที่นั่นปลอดภัยดี”

“แล้วในวังมีข่าวอะไรเหรอ เจ้าถึงมาหาข้าถึงที่นี่”

“ไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ ฝ่าบาทเล่นงานขั้วอำนาจเก่าของตระกูลฮง ทำให้ขุนนางบางคนเจ็บแค้น และวางแผนร้ายจะแก้แค้นเพ็กทงซู พวกญี่ปุ่นก็ร่วมมือด้วย”

“เจ้านั่นฝีมือดี จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน ไม่มีใครทำร้ายเพ็กทงซูได้หรอก”

“แต่น้ำน้อยคงไม่อาจชนะไฟ แล้วยังจะพวกแม่นางยูจีซอนอีก” ประโยคสุดท้ายทำเอาท่านหมอสะดุ้งนิดๆแล้วหันไปมองหน้ากูฮยาง

“แม่นาง.... นาง.... สบายดีใช่มั้ย”

“นางสบายดีเจ้าค่ะ การค้าก็เป็นไปด้วยดี และยังคงพักอยู่กับเพ็กทงซู ท่านคิดจะกลับเมืองหลวงไปแอบคุ้มครองนางมั้ยเจ้าคะ”

“ไม่จำเป็น มีทงซูอยู่ เค้าจะปกป้องนางเอง เจ้ากลับไป คอยสืบข่าวเป็นระยะ และระวังตัวด้วย จริงสิ มีใครสงสัยเรื่องหลุมศพของข้ารึยัง”

“ไม่มีเจ้าค่ะ จะมีก็แต่แปลงดอกไม้ที่เพ็กทงซู กับพวกเพื่อนๆของท่านช่วยกันปลูกให้ แม้แต่ฮงกุกยงกับสามองครักษ์ก็ลงมือปลูกเองด้วย ยังมีพวกฮวางจินจูกับจางมิโซและนักวาดนั่น ก็หมั่นมารดน้ำเสมอ แต่ยังไม่รู้ ว่าในหลุมนั้น ไม่ใช่ท่าน”

“อา.....” พูดด้วยรอยยิ้ม และซาบซึ้งกับน้ำใจของเพื่อนๆ

“เจ้าไปเถอะ... ขอบใจเจ้ามากนะ กูฮยาง ไม่มีเจ้า ข้าก็ตายไปแล้ว”

“เจ้าค่ะ” พูดจบก็เดินจากไป

...

..

นั่งมองดาบคู่ที่สั้นกว่าดาบทั่วๆไปอย่างพิจารณา ก่อนจะเริ่มร่ายรำ แต่ก็ไม่สำแดงเดชเท่าไหร่ ชายหนุ่มจึงกลับมานั่งที่เดิมอย่างหมดหวัง

“ดาบคู่ของอุนเหรอทงซู” คนขายเนื้อถามหลานชาย

“อือ...ซาโม ข้าแค่ลองฝึกดาบคู่ดูน่ะขอรับ แต่ฝึกยังไงก็ไม่สำเร็จซักท่า ทั้งๆที่อาจารย์ถ่ายทอดวิชาอาวุธให้ข้าตั้งมาก แถมข้ายังศึกษาอีกตั้งหลายชนิด แต่กับดาบคู่ของอุน ข้าฝึกยังไง ก็ไม่เห็นก้าวหน้า”

“อา....เสียชื่อจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนจริงๆ อยู่กับดาบคู่นี้มาเป็นปี แต่ไม่ก้าวหน้าเลย เจ้าลืมไปแล้วหรอ ที่ท่านพี่เคยพูดไว้ ดาบมันมีจิตวิญญาณ และจิตวิญญาณของดาบก็จะผูกติดกับเจ้าของของมัน อุนใช้ดาบนี้มาเป็นสิบปีจนเกิดความชำนาญอย่างเหลือเชื่อ ก็เหมือนกับที่ข้าใช้มีดแล่เนื้อเป็นอาวุธมานาน ถึงเจ้าสูกับข้าด้วยมีดแล่เนื้อก็เหอะ เก่งแค่ไหนก็อย่าหวังชนะง่ายๆ เจ้าต้องสู้ด้วยอาวุธคู่ใจเท่านั้น ยิ่งดาบคู่นั้น มีรัศมีฆ่าฟันของเจ้าอุนแฝงอยู่ คงใช้ไม่ได้ง่ายๆหรอก”

“แต่ข้ารู้สึกถึงรัศมีบางอย่างจากดาบคู่นี้ ตั้งแต่วันแรกที่เก็บกลับมา จนถึงวันนี้ เหมือนมันมีชีวิต แต่ไม่ยอมรับข้าเป็นเจ้านายของมัน”

“อา.... ไม่ขนาดนั้นมั้ง อุนตายไปแล้ว รัศมีดาวเพชรฆาตของเจ้านั่น ไม่น่าจะแฝงอยู่นานขนาดนี้ ขนาดดาบของท่านพี่ ข้ายังรู้สึกเลย ว่ารัศมีของดาบเทพยดาจางลงไปแล้ว ถ้าอุนยังไม่ตายก็ว่าไปอย่าง”

“เอ๊ะ... ซาโม ท่านว่าไงนะขอรับ จะเป็นไปได้หรอ ที่อุนยังไม่ตาย”

“ข้าไม่รู้ ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเอง แต่แทโพเคยบอกว่า พี่โชซังเคยพูดว่าลูกชายของเค้าจะอายุยืน ไม่เอาน่า ... อย่าคิดมาก เจ้านั่น หนีเราไปพบพวกท่านพี่กับอดีตรัชทายาทก่อนเราแล้ว เรายังอยู่ที่นี่ ก็ทำหน้าที่ของเราไป เจ้าก็อย่าคิดถึงอุนให้มันมากนัก ห่วงตัวเองบ้าง ฝ่าบาทยังต้องอาศัยเจ้า กำจัดพวกคนชั่วอีกมาก...”

“ขอรับ....” ค่อยๆมองดาบคู่ และก็หวนนึกถึงเจ้าของของมัน เจ้าของดาบคู่ ที่จอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอนไม่เคยชนะได้เลยซักครั้งเดียว เจ้าของดาบคู่ที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทานในสายตาของจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน

...

..




Create Date : 09 มกราคม 2556
Last Update : 9 มกราคม 2556 22:55:23 น.
Counter : 885 Pageviews.

5 comments
  
นั่งอ่านซ้ำไปซ้ำมาเหมือนคนบ้า 555+
โดย: bee boa IP: 180.183.139.233 วันที่: 13 มกราคม 2556 เวลา:3:48:11 น.
  
ขนาดคนแต่งเอง ยังอ่านของตัวเอง ซ้ำไปซ้ำมา เหมือนคนบ้าเชช่นกันครับ
โดย: Niramitr วันที่: 14 มกราคม 2556 เวลา:0:26:20 น.
  
สนุกมากเลยจ้า
โดย: bbb IP: 115.67.163.223 วันที่: 23 มีนาคม 2556 เวลา:17:40:20 น.
  
เมื่อไหร่จะเจอกัน
โดย: pp IP: 27.55.213.45 วันที่: 8 สิงหาคม 2557 เวลา:22:52:41 น.
  
เมื่อไหร่จะได้กัน อร๊ายยย ไม่ใช่ๆ เมื่อไหร่จะได้เจอกันต่างหาก 555
โดย: ณ ฟ้า IP: 101.109.78.226 วันที่: 16 ธันวาคม 2557 เวลา:23:29:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments