All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่19






“เพราะพิษจันทราอาดูรบางส่วน ตกค้างบนแผลเป็นของอุนยังไงล่ะ ถ้าคิดจะใช้ไหมโลหิต ก็ต้องขับพิษที่แผลออกให้หมดซะก่อน เลือดพิษที่เกิดจากการถูกพิษของงูลายอัคคีเพียงนิดหน่อย จะไปสลายพิษที่ค้างอบู่บนรอยแผลของอุน ไหมโลหิตนี่.... ข้าต้องใช้เลือดมนุษย์ล่อมาติดกับ ถึงจะจับได้ ข้าไม่เสี่ยงให้มันตายเพราะพิษจันทราอาดูรที่ติดบนแผลของเจ้าหรอก แต่เจ้าไม่ต้องห่วงนะอุน... เพ็กทงซู.... อีกซักพัก แผลที่หน้าของเจ้าก็จะเหมือนเดิม จากนั้น เมื่อถึงเวลา ข้าจะใช้ไหมโลหิตรักษารอยแผลที่ใบหน้าเจ้าเอง”

“แต่.............. ข้าไม่เข้าใจ............. ทำไม..........มัตสึโมโต้ ถึงไม่ต้องกรีดใบหน้าแบบอุนล่ะ” เพ็กทงซูสงสัย

“นั่นสิ........ข้าก็อยากรู้......ทำไม............ข้ากับเซจิ ถึงได้รับพิษแล้วมีอาการไม่เหมือนกันล่ะ” ยออุนถามบ้าง

“ข้อแรก............เพราะข้ากับเพ็กทงซู เป็นคนละคนกัน ร่างกายของข้าชินกับพิษเย็น ขณะที่คนรักของเจ้าไม่เป็นอย่างนั้น.................ข้อสอง...........เจ้ากับเซจิไม่เหมือนกัน............เซจิเป็นชาวอาทิตย์อุทัย....พลังธาตุหยางในกายของเค้า สูงกว่าเจ้า......อุน.........วิชาที่พวกเจ้าต่างฝึกกันมาต่างกัน ..... ดังนั้น ร่างกายของเซจิ จังขับพิษจันทราอาดูรได้ง่ายกว่าเจ้า ที่สำคัญ ข้าใช้พิษจันทราอาดูร เพื่อสยบพิษร้อนของงูลายอัคคี ไม่ใช่การถูกวางยาพิษสามวิถีแบบที่ข้าใช้กับเพ็กทงซู”

“เข้าใจล่ะ.......มิน่าล่ะ..........เจ้าแห่งพิษเย็นอย่างเจ้า ถึงเลือกเป็นคู่กับซามูไรแดนอาทิตย์อุทัย” อุนหันไปมองหน้าเซจิที่ทำหน้างงๆ แล้วสลับไปมองชุนอีกครั้ง

“ข้าเลือกเซจิ.........ไม่ใช่เพื่อปรับสมดุลให้ร่างกายของข้า.....ถึงพลังธาตุหยางในกายของเซจิ จะมีประโยชน์กับร่างกายข้าที่สะสมพลังหยินไว้มากก็ตาม แต่ข้าเลือกเค้า....เพราะข้ารักเค้าต่างหาก” ถังชุนตอบอย่างมั่นใจ พลางส่งยิ้มให้ซามูไรหนุ่มที่ยิ้มตอบกลับมา

“อุน.....................เจ้ากลัวข้าได้รับอันตรายใช่มั้ย..........เจ้าถึงไม่ยอมบอกข้าเรื่องวิธีรักษาแผลบนหน้าเจ้า” จู่ๆเพ็กทงซูก็เอ่ยถามขึ้นมา

“เจ้ากลัวว่าข้าจะถูกพิษของงูลายอัคคี กลัวว่าข้าจะเสียเลือดเพื่อใช้จับไหมโลหิตอย่างนั้นหรอ.................เจ้าถึงพยายามไม่ให้ถังชุนบอกวิธีรักษาแผลของเจ้ากับข้า” เพ็กทงซูตัดพ้อ สีหน้าเคืองเล็กน้อย

“ทงซู.............ข้า............ข้าไม่อยากให้..................” ยออุนตอบติดๆขัดๆ

“เจ้าเสี่ยงชีวิตเพื่อข้าได้........แต่เจ้าจะไม่ยอมให้ข้าทำอย่างเดียวกันเพื่อเจ้าบ้างอย่างนั้นหรอ” เพ็กทงซูยังมีสีหน้าหงุดหงิดอยู่

“คือ................ข้า...............ข้า.....................”

“ว่ายังไงล่ะ.....เจ้าไม่อยากให้ข้าเสี่ยงตายเพื่อเจ้าบ้างอย่างนั้นหรอ” เพ็กทงซูกำลังรอคอยคำตอบจากคนรักอยู่

“อยากสิ.............ทงซู........การที่ได้เห็นคนที่เรารัก ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อปกป้องเราน่ะ คือความสุขอย่างนึงของทุกคนนั่นแหละ ....แต่ว่า....ข้ามันขี้ขลาด........ข้ากลัวว่า........ถ้าข้ายอมให้เจ้าทำอย่างนั้น........ข้าจะเสียเจ้าไปอีก..........ข้าไม่อยากเสียเจ้าไป.........ข้ากลัวว่า...เจ้าจะเป็นอะไร แล้วข้าจะอยู่ไม่ได้...............ทงซู..............ข้า..........” ยออุนที่เพิ่งฟื้นจากการถูกพิษ เผยอีกด้านที่อ่อนแอในใจให้ชายคนรักเห็น ถึงจะเป็นนักสู้ที่ได้ชื่อว่าไร้เทียมทานในโชซอน แต่ก็มีจุดอ่อน ....นั่นก็คือ...ความกลัวที่จะสูญเสียคนรักนั่นเอง

“อุน...........” เพ็กทงซูเอ่ยชื่อคนที่ตนรัก ถึงจะหงุดหงิดขัดใจอยู่บ้าง แต่ก็เข้าใจความรู้สึกของยออุนอย่างดี จอมดาบหนุ่มโผเข้ากอดหมอหนุ่ม ร่างโปร่งที่แข็งแกร่งที่สุดมาตลอด กลับเป็นเพียงแค่หนุ่มน้อยที่อ่อนไหวภายใต้อ้อมกอดของนักดาบผู้นี้

“ถ้าพวกเจ้าจะมัวกอดกันอยู่ก็ตามใจนะ ไหนๆก็ยังพอมีเวลาอีกเจ็ดวัน” ถังชุนเปรยดังๆ

“หมายความว่ายังไง ทำไมถึงเจ็ดวัน แล้วเจ็ดวันที่ว่าเนี่ย มันช้า หรือว่ามันเร็ว” เพ็กทงซูถามเพราะสงสัย

“อีกเจ็ดวัน จะถึงวันพระจันทร์เต็มดวงอีกครั้งนึง ครบหนึ่งเดือนที่เจ้ากรีดใบหน้าข้าเป็นแผลพอดียังไงล่ะ ...ทงซู”

“ถูกแล้ว...อุน... ไหมโลหิต จะมีประโยชน์ก็แค่ในระยะเวลาหนึ่งเดือนหลังจากที่ได้บาดแผลมาใหม่ๆเท่านั้น ก็ต้องลุ้นว่า เจ้าจะโชคดี สามารถรักษาได้ทันเวลาพอดีรึเปล่า.... เพราะถ้าพ้นกำหนดเจ็ดวันสุดท้ายนี้ออกไป ใบหน้าของเจ้า ก็จะมีรอยแผลเป็นไปตลอดกาล”

“เสี่ยวชุน...... ก็เจ้าจับไหมโลหิตมาได้แล้วไม่ใช่หรอ แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ใช้มันรักษาแผลที่ใบหน้าของยออุนชอนจูคนนี้เลยล่ะ ยังมีปัญหาอะไรรึเปล่า” มัตสึโมโต้ เซจิ ถามชายคนรัก

“ขี้ผึ้งมรกตยังไงล่ะ ถ้าไม่มีขี้ผึ้งมรกต ก็จะไม่สามารถเชื่อมรอยแผลให้สนิทและลบริ้วรอยออกไปได้ ไหมโลหิตจะต้องดูดเลือดของข้า แล้วปล่อยไยไหมสีเลือดออกมา ซึ่งมันมีคุณสมบัติสมานรอยแผลและสลายรอยแผลเป็นที่เกิดขึ้นใหม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้ทาขี้ผึ้งมรกตหลังจากที่ได้ไยไหมสีเลือดภายในหนึ่งชั่วยามล่ะก็ รอยแผลที่ปิดสนิทจะยังคงปรากฏรอยเส้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด และเส้นเลือดบริเวณนั้นก็จะแตกตัวทำให้เลือดไหลไม่หยุด และที่สำคัญคือ ขี้ผึ้งมรกตจะให้ผลดีที่สุด ก็ในคืนพระจันทร์เต็มดวงอีกด้วย” ยออุนบอก

“แต่เจ้าพูดเองว่า เจ้าไม่มีขี้ผึ้งอะไรนั่นนี่นา แล้วจะไปหามาได้จากที่ไหนล่ะ เสี่ยวชุน” เซจิถาม

“ข้าไม่มีขี้ผึ้งมรกตหรอก แต่ข้ารู้.... ว่าใครมี และเค้าคนนั้น ก็พกมันติดตัวตลอดเวลา ขอเพียงเค้ามาถึงที่โชซอนทันเวลาอะนะ” ถังชุนกระหยิ่มยิ้มออกมา

“แต่คนๆนั้น คงไม่ยอมมอบของมีค่าแบบนั้น ให้ข้าได้ง่ายๆแน่ๆ” ยออุนเปรยออกมาเหมือนปลงใจ

“เจ้าหมายถึงใครกันหรอ..อุน.....ถังชุน ใครที่มีขี้ผึ้งมรกต” เพ็กทงซูถามทั้งชายคนรัก และเจ้าแห่งพิษน้อย

“ถ้าข้าเดาไม่ผิด คนๆนั้นก็คือ เจ้าแห่งพิษผู้เลื่องลือ ประมุขตระกูลถังแห่งเสฉวน ... ถังอี้... พ่อของชุนยังไงล่ะ..ทงซู ถ้าจะมีใครที่มีของมีค่าแบบนี้ แล้วชุนรู้จัก แถมยังรู้ว่าคนๆนั้นกำลังจะมาโชซอน ก็คงมีคนเดียวเท่านั้นแหละ”

“เจ้าเดาถูกแล้ว..อุน ท่านพ่อ จะต้องได้ยินเรื่องที่ข้าแพ้ให้เจ้า และหายสาบสูญไปในโชซอน ด้วยนิสัยของท่าน จะต้องตามมาเอาเรื่องเจ้าที่นี่อย่างแน่นอน แล้วเมื่อถึงเวลานั้น เจ้าก็จะได้มีโอกาสชิงขี้ผึ้งมรกตมาจากท่านพ่อได้”

“แต่ข้ารู้มาว่า...ท่านพ่อของเจ้ามีนิสัยประหลาดมากนะ ...เสี่ยวชุน ... วิทยายุทธก็ร้ายกาจ ขนาดบิดาข้า ยังไม่กล้าท้าประลองกับท่านพ่อของเจ้าเลย แล้วนี่...... เพ็กทงซูกับยออุนจะมีโอกาสหรอ”

“ข้าไม่รู้ พวกเจ้าสองคนต้องลองเสี่ยงกันดู แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ด้วยนิสัยท่านพ่อของข้า ขอดีๆน่ะ ไม่มีทางได้แน่ๆ ต้องใช้เล่ห์กลหรืออุบาย หรือไม่ ก็ต้องท้าสู้ ที่แน่ๆ วิธีสู้ประชิดตัวน่ะ เลิกหวังว่าจะชนะท่านพ่อข้าได้เลย แค่เข้าใกล้ระยะศอก พวกเจ้าก็อาจจะตายโดยไม่รู้ตัว เพราะท่านพ่อข้า มีพิษอยู่รอบตัวจริงๆ หรือต่อให้ท่านพ่อข้าไม่ใช้พิษ ฝีมือเชิงยุทธและอาวุธของท่าน ก็เหนือกว่าเฉาต้าเหยอยู่แล้ว”

“ก็ถ้าเจ้ารู้ว่า มันยากเย็นขนาดนี้ แล้วเจ้าจะดิ้นรนหางูลายอัคคีกับไหมโลหิตมาใช้รักษายออุนทำไมล่ะ เสี่ยวชุน” เซจิมองชายคนรัก สลับกับมองสองผู้กล้าแห่งโชซอน ที่จับมือกันแน่นเมื่อรู้ว่ามีอุปสรรคใหญ่รออยู่เบื้องหน้า

“พวกเจ้าจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ..... ว่าไงล่ะ เพ็กทงซู เจ้าจะยอมเสียโอกาสที่จะรักษาโฉมหน้าของคนรักของเจ้ารึเปล่า”

“ไม่มีทาง ต่อให้ยากลำบากกว่านี้ ข้าก็จะทำเพื่ออุน ข้าต้องทำให้ได้” น้ำเสียงเพ็กทงซูมุ่งมั่น

“ทงซู.....มันไม่จำเป็นขนาดนั้นเลยนะ..... ถึงข้าจะเสียโฉม....แต่ข้าก็ดีใจ ที่ได้ทำเพื่อเจ้า และข้าก็ภูมิใจมากแล้ว ที่รู้ว่าเจ้าก็พร้อมยินดีเสียสละเพื่อข้า แต่มันไม่คุ้มจะเอาชีวิตไปเสี่ยงหรอกนะ....ทงซู” น้ำเสียงอุนแสดงความห่วงใย

“จำเป็นสิ......อุน.... ใช่....ที่เจ้าพูดว่า ถึงแม้ว่าใบหน้าของเจ้าจะมีแผลเป็น ข้าก็จะยังคงรักเจ้าไม่เสื่อมคลาย..... แต่เจ้ารู้มั้ย.....การที่ต้องเห็นแผลเป็นของเจ้า บางครั้ง มันก็ทำให้ข้ารู้สึกผิด.... ลึกๆแล้ว ในใจของข้า ยังคงโทษตัวเอง ที่เป็นคนทำร้ายเจ้า ทำให้เจ้าเกือบตายหลายครั้ง ทำให้เจ้าเจ็บตัวหลายหน ที่เจ้าพยายามจะปกป้องข้ามาตลอด แต่ข้าเอง กลับแทบที่จะไม่เคยได้แสดงออกว่าได้ปกป้องเจ้าบ้างเลย ข้า.......ข้า........”

“ทงซู........เจ้า....................แต่ว่า....................”

“ใบหน้าของเจ้า..............อุน....................ใบหน้าที่งดงามของเจ้า................ เจ้าอาจจะยังไม่รู้ .... แต่ที่จริงแล้ว..... ข้า.... ใบหน้าที่...... ข้าแอบมองใบหน้านั้นมาตั้งแต่เด็ก ใบหน้าที่ข้ามองครั้งใดก็มีความสุข.... ใบหน้าที่ข้าเห็นเมื่อไหร่ ก็สบายใจเสมอ อบอุ่นใจเสมอ จนกระทั่งเมื่อห้าปีที่แล้ว ที่ข้าพลั้งมือทำร้ายใบหน้าของเจ้า ทั้งๆที่เจ้ายั้งมือให้กับข้า ....ข้า..............ถึงข้าจะเคยขอโทษเจ้า..........ถึงเจ้าจะอภัยข้า.................แต่ข้าก็ยังรู้สึกเจ็บข้างในอยู่ดี.............ข้า......ข้าคิดมาตลอดว่า....ซักวันเจ้าต้องหาย ใบหน้าเจ้าต้องเป็นปกติ........... แต่แล้ว..... ข้ากลับต้องกลายเป็นคนที่เพิ่มรอยแผลบนใบหน้าเจ้าอีก............... ถึงจะเป็นการช่วยขจัดพิษให้เจ้า.............แต่ข้าก็.......................”

“ทงซู...........................”

“ถึงใบหน้าของเจ้าจะยังคงงดงามอยู่ แม้จะมีแผลเป็น...............แต่ข้าก็ยัง................”

“ทงซู.............. ข้าเคยบอกเจ้าแล้ว ว่าที่ที่ข้าอยู่ได้อย่างสบายใจบนโลกใบนี้ ก็คือที่ที่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง ต่อให้ข้าต้องพิการ ข้าก็ไม่เคยจะคิดเสียใจ”

“แต่ถ้าทำได้....อุน.......ถ้าทำเพื่อเจ้าได้......ข้าก็อยากทำเพื่อเจ้า............อยากให้เจ้ากลับมามีใบหน้าที่งดงามอีกครั้ง......ใบหน้างดงามที่ข้าเฝ้ามองมาตลอด.............ข้าอยากเห็นใบหน้านั้นอีก................ขอร้องนะ...อุน...อย่าห้ามข้า........เพื่อใบหน้าที่แสนงามของเจ้า.........เพื่อความรู้สึกที่ค้างคาของข้าจะได้ปลดปล่อย.............. ให้ข้าสู้กับถังอี้เถอะนะ”

“ทงซู.................ข้า..........” หมอหนุ่มไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เอียงร่างโปร่งของตน ไปอิงแนบในอ้อมกอดของจอมดาบอันดับหนึ่งอีกครั้ง เพราะยังคงมีพิษไข้ของการถูกงูพิษลายอัคคีกัดอยู่บ้าง โชคดีที่ยออุนสกัดพิษให้ตัวเองได้ว่องไว อีกทั้งยังเคยรับมือกับพิษงูมาสารพัด และยังเคยถูกพิษเย็นของถังชุนมาก่อน ทำให้มีภูมิต่อต้านพิษงูลายอัคคีอยู่ไม่น้อย ถ้าเป็นคนอื่น ก็คงจะตายไปแล้วแน่ๆ

“เจ้ามีแผนการอะไรรึเปล่า เสี่ยวชุน... ทำไมเจ้าถึงอยากให้เพ็กทงซูสู้กับพ่อของเจ้าล่ะ” ซามูไรหนุ่มถามคนรัก จอมดาบแห่งโชซอนทั้งสองคนได้ยิน จึงหันมามองที่เจ้าแห่งพิษน้อยเช่นกัน

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ข้าไม่มีเจตนาร้ายต่อพวกเจ้าหรอก แต่ข้าทำเพื่อตัวข้าเอง ข้าหวังจะให้ท่านพ่อ เห็นพวกเจ้าสู้เคียงข้างกัน เพื่อกันและกัน ด้วยความรักที่มีต่อกัน เผื่อว่า......เผื่อว่า.......”

“ประมุขถังรู้เรื่องของเจ้ากับมัตสึโมโต้รึเปล่า” เพ็กทงซูถามถังชุน

“ก็แค่สงสัยน่ะ..............แต่ข้าอึดอัดกับแววตาแบบนั้นของท่านพ่อ ถ้าท่านพ่อยอมรับพวกเจ้าได้ ก็อาจจะ.....”

“ทำไมเจ้าถึงคิดว่า.......พวกเราสองคน จะทำให้พ่อของเจ้า.....เอ่อ.......”

“เพราะพวกเจ้าเป็นคนอื่น ไม่ใช่ลูกชายที่เป็นทายาทของตระกูล ด้วยนิสัยของท่านพ่อ ถ้าท่านรู้ว่าข้ากับเซจิ..........เอ่อ..... นั่นแหละ ........... ท่านต้องฆ่าข้าแน่ๆ ถึงท่านจะรักข้ามาก แต่เรื่องแบบนี้ เป็นเรื่องที่ยอมรับได้ยาก เพื่อศักดิ์ศรีของตระกูลถัง เพื่อเกียรติของท่านพ่อข้า...........ท่านคงจะลงมือกับข้า”

“ดังนั้น......เจ้าจึงวางแผนให้เราสู้กับพ่อของเจ้างั้นสิ” เพ็กทงซูถามด้วยน้ำเสียงขุ่นนิดๆ

“ไม่ใช่อย่างนั้นทั้งหมดหรอกน่า............ข้าอยากช่วยอุนจริงๆ ข้ารักใบหน้าที่งดงามไร้ตำหนินั้นมากกว่าเจ้าซะอีก”

“แล้วถ้าพ่อเจ้าเกิดฆ่าข้า หรือพวกข้าเกิดท้าร้ายพ่อของเจ้าเข้าล่ะ เรื่องไม่แย่ลงไปอีกหรอ” ทงซูถามต่อ

“ข้าไม่คิดอย่างนั้น............เพ็กทงซู............ฝีมือเจ้า น่าจะสูสีกับท่านพ่อของข้ามาก ต่อให้เจ้าอาจจะเป็นรองอยู่ครึ่งขั้น แต่เจ้าอึดกว่าท่านพ่อของข้า เจ้าเป็นนักสู้ที่อึดที่สุด เท่าที่ข้าเคยได้ยินมา ส่วนเจ้า ยออุน ข้าไม่รู้ว่าเจ้าอึดเท่าเพ็กทงซูหรือไม่ แต่ข้าเชื่อในความแข็งแกร่งของเจ้า ยิ่งเชื่อมั่นในความรวดเร็วแคล่วคล่องว่องไวของเจ้า และถ้าเจ้าผ่านพิษจันทราอาดูรกับพิษงูลายอัคคีที่ร้ายกาจมาได้ พิษของท่านพ่อข้า ก็คงไม่สามารถฆ่าเจ้าได้ในทันที ถ้าพวกเจ้าสองคนร่วมมือกัน ย่อมเอาชนะพ่อของข้าได้แน่นอน”

“เจ้าจะให้พวกเรารุมประมุขถังจริงๆหรอ” ยออุนเอ่ยถามถังชุน

“ก็.......คงจะอย่างนั้น ท่านพ่อข้าเป็นคนถือตัว คงไม่ยอมสู้กับพวกเจ้า ที่อาวุโสต่ำกว่า ตัวต่อตัวแน่ ท่านเป็นคนที่หยิ่งและทะนงตนมากคนนึงเท่าที่ข้ารู้จักมา” ถังชุนตอบสีหน้าเรียบเฉย

“แล้วเจ้าไม่ห่วงท่านพ่อของเจ้าเหรอไงกัน” จอมดาบหนุ่มถามเจ้าแห่งพิษน้อย

“หากพวกเจ้าเอาชนะท่านพ่อของข้าได้ เจ้าก็จะได้ขี้ผึ้งมรกตมารักษารอยแผลที่ใบหน้าของยออุน เพ็กทงซู นั่นเป็นความหวังของเจ้าไม่ใช่เหรอไง”

“แต่ว่า......ท่านพ่อของเจ้า....”

“อย่าห่วงเลย.......ถ้าท่านพ่อข้ารู้สึกว่ายากจะเอาชัย แล้วถ้ารู้ว่าข้ายังไม่ตาย สุดท้าย ท่านจะรามือไปเอง พวกเจ้าแค่ต้องยันเอาไว้ให้ได้พักใหญ่ๆ ก่อนที่ท่านจะใช้ไม้ตายเท่านั้นเอง”

“แล้วถ้าพวกเราเอาชนะพ่อของเจ้าได้จริงๆล่ะ” เพ็กทงซูถามอีกครั้ง

“เจ้าก็จะได้ขี้ผึ้งมรกตที่ต้องการยังไงล่ะ เพ็กทงซู”

“เจ้าจะให้พวกเรา ขออะไรจากพ่อของเจ้าแทนเจ้าใช่มั้ย....ชุน” ยออุนเอ่ยถามอดีตศัตรูคู่รักคู่แค้น

“ถ้าพวกเจ้า เอาชนะท่านพ่อของข้าได้ ฝากบอกท่านประโยคนึงแล้วกัน.....................”

“อะไร..................................” หมอหนุ่มถามอย่างสงสัยแต่เจ้าแห่งพิษน้อยก็เอาแต่นิ่งเงียบ

...

..


“สุดท้าย  พวกเราก็เลยยังไม่ได้.................” เพ็กทงซูพูดยิ้มๆ หลังจากที่ถังชุนกับกับมัตสึโมโต้เซจิ จากไปได้ไม่นาน ทิ้งให้สองยอดฝีมือหนุ่มอยู่ในกระท่อมตามลำพัง

“เจ้ากำลังคิดอะไรของเจ้า..........ทงซู” ยออุนเอ่ยถาม

“ก็........อุน.....................เจ้าลืมไปแล้วรึไง ว่าเดิมที พวกเราเราตั้งใจมาทำอะไรกันที่นี่”

“นี่เจ้า..............” ยออุนหัวเราะขำความคิดของเพ็กทงซูเบาๆ

“หัวเราะได้ แปลว่า หายดีแล้วใช่มั้ย.............. แล้ว....... ว่าไงล่ะ” สีหน้าเว้าวอนจนหมอหนุ่มอาจจะใจอ่อน

“เพิ่งคุยเรื่องเครียดมาหยกๆ ถังชุนกับมัตสึโมโต้เซจิ ก็เพิ่งจะไปได้ไม่นานเอง เจ้าไม่คิดว่าพวกนั้นจะกลับมา......”

“น่านะ......อุน.......นะ..........สองคนนั้นเค้ารู้น่ะสิ ว่าพวกเราอยากทำอะไร ก็เลยเปิดทางให้ คงไม่เสียมารยาทกลับมาแอบดูหรอก” แววตาของเพ็กทงซูยังคงเว้าวอน อ้อนยออุนต่อไป

“เจ้านี่นะ.......เพ็กทงซู ทำนิสัยเหมือนเมื่อตอนเป็นหนุ่มแรกรุ่นไปได้ เจ้าไม่ใช่เพ็กทงซู เจ้าหนุ่มหัวดื้อคนก่อนแล้วนะ เป็นถึงจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน เป็นยอดมูซาที่ใครๆต่างเคารพ”

“แต่ถ้าเลือกได้ ข้าอยากกลับไปเป็นเพ็กทงซูคนเก่ามากกว่า คนที่ชอบทำอะไรตามใจตัวเองได้อย่างอิสระ มีความสุขกับทุกสิ่งรอบตัว ..... กับ..... กับเจ้าไง” แววตาเว้าวอนต่อไป

“จะว่าไป ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของข้า ก็คงจะเป็นตอนนั้นล่ะมั้ง ตอนที่ได้ฝึกวิชาอยู่กับเจ้า ประลองยุทธกับเจ้า ได้ดูเจ้าก่อเรื่องอยู่เรื่อย แล้วก็ได้ถูกลงโทษไปด้วยกัน แต่ก็หัวเราะไปด้วยกันด้วย” ยออุนพยายามจะเล่าเรื่องในอดีต เพื่อให้เพ็กทงซูลืมจุดประสงค์ที่มาที่นี่เพราะตนกังวลเรื่องถังอี้อยู่

“อย่าพยายามเปลี่ยนเรื่อง.....อุน..... ถ้าเจ้าคิดว่า ช่วงเวลานั้นเจ้ามีความสุขที่สุด งั้นข้าจะทำให้ช่วงเวลาต่อจากนี้ไป เจ้าจะมีความสุขยิ่งกว่าอีก” แม้แววตาจะเว้าวอนออดอ้อน แต่ก็แฝงแววมุ่งมั่นเอาจริงอย่างที่เคยเป็นมา

“นี่เจ้า..........เอาจริงหรอ แต่ว่าข้าเพิ่งจะ........... อือ..... ก็ได้” ยออุนตอบตกลงเพราะใจอ่อนจริงๆ พลางมองกระท่อมหลังนี้ไปรอบๆ หวนนึกถึงอดีต

“นี่คือกระท่อมหลังเดียวกับที่แทอุงอินจูเคยจับจินจูกับท่านอาจินกิมาใช่มั้ย.....อุน” เพ็กทงซูถามเมื่อเห็นยออุนมองไปรอบๆ

“ใช่...... ตอนนั้น หลังจากพวกเจ้าทั้งสี่คนออกไปแล้ว ข้าก็แอบซัดอาวุธลับใส่มือของแทอุงที่กำลังถือคบเพลิงอยู่ ทำให้ไฟไหม้ที่นี่ แต่แทอุงดวงแข็ง ดับไฟได้ทัน และรอดชีวิตมาได้ ข้าก็เลยเปลี่ยนใจ สั่งให้คนมาซ่อมแซม เผื่อจะทำเป็นที่ซ่อนตัว นึกไม่ถึงว่า..... ที่นี่ จะกลายเป็นที่ที่พวกเราแอบมา...........” อดีตชอนจูสำนักโคมดำเริ่มหน้าแดงขึ้นมา

“ถ้าเจ้าไม่ชอบ จะเปลี่ยนที่ก็ได้นะ เจ้าชอบแบบไหนล่ะ ในถ้ำ บนหน้าผา หรือว่าในน้ำแบบคราวที่แล้วดี”

“ข้า...........” อดีตชอนจูหนุ่มเริ่มอายมากกว่าเดิม หน้าที่แดงร้อนผ่าวนั้น ราวกับเพิ่งถูกพิษงูลายอัคคีก็ไม่ปาน

“หน้าเจ้าแดงมากเลยนะ.....อุน พิษงูกำเริบอีกแล้วหรอ” จอมดาบหนุ่มแกล้งยื่นหน้าเข้าไปใกล้กับใบหน้าที่กำลังแดงอยู่นั้น คนถูกมองกลับมองต่ำลงไปที่พื้นแทน

“ทงซู..............เจ้า...........”

“เวลาเจ้าหน้าแดงเนี่ย......จะว่าไป ข้าว่าสวยเหมือนกันนะ ก่อนหน้านี้ ข้าชอบแอบมองหน้าเจ้า แต่ไม่เคยคิดเรียกว่าหน้าสวยมาก่อน แค่ได้มองก็มีความสุขแล้ว แต่พอมาฟังที่ถังชุนเคยพูดไว้ ข้าว่า...หน้าเจ้าสวยจริงๆด้วย สวยยิ่งกว่าผู้หญิงซะอีก” เพ้กทงซูยิ่งจ้องใบหน้าของยออุนมากขึ้นมากขึ้น จนฝ่ายถูกมองหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

“แล้วถ้าเทียบกับแม่นางจีซอน หรือกับจินจูล่ะ ใครสวยกว่ากัน” ยออุนแกล้งถามกลบความเขินไปอย่างนั้น ขณะที่เพ็กทงซูเลื่อนมือของตนมาสัมผัสใบหน้าที่กำลังแดงเรื่ออยู่นั้น ค่อยๆลูบช้าๆ เบาๆ จากแก้มซ้าย ไล้ใบหน้าไปจนถึงแก้มขวาที่มีรอยแผลเป็นสามรอย ยิ่งสัมผัสใบหน้ามากขึ้น ใบหน้าของอดีตนักฆ่าหนุ่มก็ยิ่งแดงขึ้นและเริ่มปรากฏไอร้อนออกมาเพราะความตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้น

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน.....” แววตาจอมดาบหนุ่มร่างสูงจ้องใบหน้างามของอดีตนักฆ่าร่างโปร่งไม่วางตา

“ทงซู.....” อดีตนักฆ่าร่างโปร่งก็จ้องร่างสูงโดยไม่กะพริบตาเช่นกัน ขณะที่ร่างสูงเอามือมาอังที่แก้มของร่างโปร่ง

“เหมือนจะมีไข้นะ.....อุน.......ใบหน้าเจ้าร้อนกว่าเดิมอีก สงสัยพิษร้อนของงูลายอัคคีจะยังไม่หมด”

“แล้วถ้าในตัวข้ายังมีพิษอยู่ล่ะ.....ทงซู เจ้าจะทำยังไง”

“ข้าช่วยดูดพิษให้มั้ยล่ะ...............แต่จะดูดตรงไหนก่อนดีน๊า.................ว่าไง............อุน”

“ทะลึ่ง.......คิดลามกอะไรของเจ้าเนี่ย......ทงซู”

“มาว่าข้าคิดลามก แล้วที่เรามาที่นี่เนี่ย ไม่ใช่จะมาทำเรื่องลามกหรอกเหรอ”

“ไม่ใช่ซะหน่อย...... นี่มันเรื่องปกติที่คนทั่วไปเค้าทำกันต่างหาก จะมาเรียกว่าลามกได้ยังไง”

“ที่เรากำลังจะทำกันน่ะ มันไม่ปกตินะ...อุน.....ของผู้อื่นเค้าเป็นคนรักชายหญิง แต่เราสองคน.........”

“จะเป็นคนรักชายหญิง..........หรือจะอะไรก็ตาม..........ก็เป็นคนสองคนที่รักกันเหมือนกันไม่ใช่หรอ...........ข้านึกว่าเจ้าจะไม่ใส่ใจเรื่องนี้แล้วซะอีก”

“ก็.......บางครั้งก็ยังยังสับสนอยู่บ้างน่ะ..........ว่าแต่เจ้าเถอะ...........เจ้าเองก็ยังขัดเขินเหมือนกันใช่มั้ย”

“มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะ........ บางครั้ง .....ความรู้สึกในใจ....ก็สำคัญมากกว่าความต้องการทางอารมณ์”

“แต่การสนองความต้องการทางอารมณ์ ก็ช่วยให้เราผ่อนคลายและเป็นหนึ่งเดียวกันมากยิ่งขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“คงจะจริงอย่างเจ้าว่า”

“แล้วตกลง เจ้าจะให้ข้าช่วยดูดพิษให้เจ้ารึเปล่าล่ะ...”


....



...




Create Date : 07 สิงหาคม 2557
Last Update : 7 สิงหาคม 2557 10:10:40 น.
Counter : 511 Pageviews.

3 comments
  
กีสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส ขอต้อนรับการกลับมาของหนูอุนค่าาาาาาาาาาาาาาา คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่ซู๊ดดดดดดดดดดด

กลับมาใหม่กับเนื้อเรื่องที่น่าติดตามยิ่งกว่าเดิม ลุ้นกว่าเดิม หวานกว่าเดิม และพระเอกที่หื่นยิ่งกว่าเดิมแบบเปิดเผยมากๆ 555+

มาต่อตอนต่อไปคืนนี้เลยได้ไหมมมมมมมมมมมมมมมมมม จะอ่านต่อใจจะขาดแล้ววววววววววววววว
โดย: bee boa วันที่: 7 สิงหาคม 2557 เวลา:15:15:25 น.
  
ฟินนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
โดย: pp IP: 27.55.209.155 วันที่: 9 สิงหาคม 2557 เวลา:22:27:44 น.
  

“สุดท้าย  พวกเราก็เลยยังไม่ได้................." จริงๆ เลยน้าทงซู ยังไงก็ไม่ลืมแฮะ อิอิ😆
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.67.1 วันที่: 1 มกราคม 2558 เวลา:19:39:30 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"


New Comments