All Blog
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” (ฟิค Warrior Baek Dong Soo) ตอนที่13
“ยออุน โดดเดี่ยวไร้เทียมทาน” ตอนที่13




คืนพระจันทร์เต็มดวง เจ็ดคืนก่อนหน้านี้


เพ็กทงซูฝังเข็มตามตำแหน่งที่ยออุนชี้บอก ควันเย็นๆลอยออกมาจากกลางกระหม่อมของยออุน หมอหนุ่ม สะลึมสะลือและหมดแรงสลบลงไปในอ้อมแขนของเพ็กทงซูทั้งๆที่ยังเปลือยกายกันอยู่ทั้งคู่ เพ็กทงซูสังเกตใบหน้าของยออุนที่เต็มไปด้วยเลือดพิษซึ่งออกมาจากแผลที่ตนเองกรีด สีหน้าที่มีสีเขียวแดงเมื่อครู่ ค่อยๆจางลงเป็นสีขาวปกติแบบเดิม จอมดาบหนุ่มใช้มือของตน ค่อยๆเช็ดรอยเลือดออกจากใบหน้าของหมอหนุ่มที่หลับใหลอยู่ และมองใบหน้าที่งดงามนั้นด้วยความซาบซึ้งใจและขอบคุณ ไม่ใช่เพียงขอบคุณที่ช่วยชีวิตของตนไว้ แต่ขอบคุณที่มอบความสุขในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับตน เป็นประสบการณ์รักที่ตราตรึงใจของเพ็กทงซูจริงๆ

ผ่านไปพักใหญ่ ท่ามกลางลมหนาวในยามเที่ยงคืน แม้จะอยู่ในร่างเปลือยเปล่า แต่เพ็กทงซูก็ยังคงกอดร่างของยออุนอยู่ จอมดาบอันดับหนึ่งลูบไล้ใบหน้าของอดีตนักฆ่าด้วยความห่วงใย หวังใจให้อดีตชอนจูรีบฟื้นโดยเร็ว ค่อยๆลูบเส้นผมยาวสลวยของร่างโปร่งที่นอนสลบอยู่ในอ้อมกอด หวนนึกถึงความรู้สึกพิเศษที่ได้รับหลังจากร่วมสังวาสกับคนพิเศษเมื่อครู่นี้ เป็นความรู้สึกดีๆ ที่ไม่อาจบอกใคร มองดวงหน้าที่งดงามของยออุนอีกครั้ง ความรู้สึกประหลาดพลันเกิดขึ้น เพ็กทงซูยิ้มเคลิ้ม หลับตาพริ้ม เหมือนอยู่ในโลกแห่งความฝัน อาการคล้ายๆกับตอนที่ตนเองตกหลุมรักแม่นางยูจีซอนใหม่ๆ

“ทงซู...................... ทงซู ........................ทงซู...........” เสียงยออุนละเมอเรียกชื่อเพ็กทงซูออกมา คนถูกเรียกยิ้มดีใจ แล้วค่อยๆประคองร่างโปร่งนั้นให้นั่งลง พลางเขย่าเบาๆแล้วเรียกชื่อตอบ

“อุน.......................อุน..........................ฟื้นสิ.........................อุนนนนนนนน” ร่างโปร่งของหมอหนุ่มสั่นเทิ้มด้วยความเย็นของอากาศภายนอก จากนั้นก็ครางเบาๆพอให้ได้ยิน

“หนาว..........หนาวววว...................” เพ็กทงซูกอดร่างนั้นให้แน่นยิ่งขึ้น เนื้อแนบเนื้อใกล้ชิด ถ่ายเทความอบอุ่นจากร่างกายไปให้ แล้วหยิบเสื้อมาสวมใส่ให้อุนอย่างระมัดระวัง โดยไม่ห่วงว่าตัวเองจะหนาวเลย ขณะที่สวมกางเกงใส่ให้นั้น สายตาก็พลันเหลือบมองพญามังกรขาวที่นอนสงบนิ่ง จอมดาบหนุ่มยิ้มเขินขึ้นมาอีก แต่ก็ระงับสติไม่ให้เตลิดเปิดเปิง แล้วสวมกางเกงให้จนเสร็จ จากนั้นก็ค่อยๆใส่เสื้อตัวโปรดที่อุนชอบใส่ ผ้าเนื้อดี ช่วยทำให้อุ่นเร็วขึ้น หมอหนุ่มกระชับเสื้อที่จอมดาบสวมให้เข้ากับผิวกาย

เมื่อร่างกายอบอุ่นขึ้น ใบหน้าที่ขาวซีดเมื่อครู่ ก็เริ่มแดงเรื่อเป็นสีชมพูจางๆ แม้แต่ริมฝีปากก็กลายเป็นสีชมพูเช่นกัน ปากเผยอเล็กๆ ยามที่ร่างหนาวสั่น ทำให้ริมฝีปากนั้นน่ามองยิ่งนัก เพ็กทงซูมองริมฝีปากนั้นแล้วใจสั่นขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น ค่อยๆก้มลงไป ก้มลงไปช้าๆ จนริมฝีปากของตน ใกล้ริมฝีปากชมพูสวยของยออุนยิ่งขึ้น


ปากของเพ็กทงซู สัมผัสกับปากของยออุนในที่สุด เป็นความรู้สึกดูดดื่มและอิ่มเอมเป็นพิเศษ สองตาของเพ็กทงซู จ้องมองดวงหน้าและดวงตาที่ปิดสนิท หนังตาเริ่มขยับ และเปิดขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตาของยออุน ประสานสายตากับแววเนตรเป็นประกายของเพ็กทงซู ดวงตาที่สดใสเบิกกว้างด้วยความตกใจและตื่นเต้น ที่จู่ๆ ก็มีริมฝีปากของผู้อื่นมาสัมผัสริมฝีปากของตน

“ทงซู........................” ยออุนเรียกชื่อชายหนุ่มที่เบือนหน้าหลบด้วยความเขิน
“เมื่อครู่.......เจ้า....................ข้า...................แล้ว....................เสื้อผ้า.....................” เพราะเพิ่งฟื้น ยออุนเลยกำลังสับสน

“ฟื้นแล้วเหรอ...อุน” เสียงคนถามอ่อนโยน ห่วงใย

“อา..........” หมอหนุ่มสำรวจตัวเอง พบว่าตนเองวส่เสื้อผ้าเรียบร้อยดี ค่อยๆคลำที่บริเวณแก้ม พบรอยแผลเพิ่มขึ้น และรู้สึกเสียวแปลบขึ้นมา เลือดพิษยังคงซึมๆไหลออกมาบ้างเล็กน้อย อาการทรมานจากพิษจันทราอาดูรปลาศหายไปหมดแล้ว หวนนึกถึงความทรงจำที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ความรู้สึกของตนเอง ที่ได้ถ่ายทอดพลังธาตุหยางเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย เป็นความรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด แต่นั่นคือการบังคับสรีระของตนเองให้เป็นไปอย่างนั้น แม้จะเป็นความรู้สึกดี แต่ภาวะจิตก็ไม่สุขเท่า............ เท่ากับความรู้สึกหลังจากนั้น ความรู้สึกที่ใครคนนั้นถ่ายทอดพลังธาตุหยางกลับคืนสู่ร่างของตน มันลึกซึ้งและเอิบอิ่มจนบรรยายไม่ได้

สายตาของหมอหนุ่มทอดมองร่างกายเปลือยเปล่าของคนตรงหน้า แววตาสัมผัสเจ้ามังกรตัวนั้นเข้าอย่างไม่ตั้งใจ มังกรที่บังอาจบุกรุกพรหมจรรย์ที่ตนเฝ้าถนอมมากว่ายี่สิบห้าปี ความรู้สึกที่ผุดขึ้น สร้างความเขินอายให้กับอดีตนักฆ่าอันดับหนึ่งขึ้นมาจนต้องแอบอมยิ้มไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งเห็น

แต่......................... ความรู้สึกกลัวก็แอบเกิดขึ้นมาในใจของหมอหนุ่มนักฆ่าหน้าสวย เมื่อสติกลับคืนมา ยออุนบอกตัวเองว่า ดีใจที่ตนทำสำเร็จ ปลื้มใจล้นเหลือที่สามารถช่วยถอนพิษให้เพ็กทงซูได้ เอามือลูบแก้มของตนเบาๆ สัมผัสรอยแผลใหม่ที่เพ็กทงซูทิ้งไว้บนใบหน้าแสนงดงามนั้น ยิ่งสนุกกับอาการเจ็บแปลบที่ใบหน้าของตน ยิ่งบอกตัวเอง ว่าตนโชคดีแค่ไหนที่รอดชีวิตมาได้อย่างเหลือเชื่อ แต่ก็กลัวว่า ความรู้สึกของอีกฝ่ายอาจไม่เหมือนกับตน และอาจรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น หากเพ็กทงซูปฏิเสธความรู้สึกร่วมของการสังวาสด้วยกัยเมื่อครู่นี้ หากว่า เพ็กทงซูรังเกียจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกตนสองคนเมื่อครู่นี้ ............ ตนจะเป็นอย่างไร ตนควรทำอย่างไร

ยออุนดึงดาบสั้นของตนออกมาจากถุงผ้าข้างๆ ยื่นส่งด้ามจับให้กับเพ็กทงซู หันคมดาบเข้าหาลำคอของตน สงบนิ่ง รอปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

“เจ้าจะทำอะไร...................อุน”

“ข้า....................... ข้าทำลายเจ้า................ ข้าทำในสิ่งที่.................................. ข้ารู้...... ว่าเหตุการณ์แบบเมื่อครู่นี้ มันไม่สมควรจะให้เกิดขึ้นระหว่างเรา เจ้าคือจอมดาบอันดับหนึ่งแห่งโชซอน ลูกผู้ชายอย่างเจ้าคงไม่............. ช่างเถอะ....... เพ็กทงซู เพื่อเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้า ลงมือเถอะ..... สังหารข้าซะ ข้าไม่เสียใจเลย ถ้าข้าอาจจะต้อง.......ตายด้วยมือเจ้า........อีกครั้ง”

“อุน.....................จะทำบ้าอะไรของเจ้า” ทงซูปัดดาบออกจากมือของอุน แววตาตัดพ้อกึ่งโกรธ

“แต่เรื่องเมื่อครู่นี้มัน................เจ้าไม่..................เจ้าทนรับมันได้หรอ............เพ็กทงซู”

“ข้าไม่รู้...............ข้า.............ข้าสับสน..............ข้ารู้แต่เจ้าจำเป็นต้องทำมัน.............. เจ้าแค่ .............พยายามช่วยชีวิตข้า..................แล้วเจ้า...............เจ้าจะให้ข้า.................ฆ่าเจ้าอีกเหรอ.............อุน..............เจ้าจะให้ข้าฆ่าเจ้า คนที่ช่วยชีวิตข้าครั้งแล้วครั้งเล่าน่ะหรอ........อุน.................เจ้าจะใจร้ายกับข้าไปถึงไหน”

“แต่ว่า........................... เจ้าไม่เสียใจหรอ..... พรหมจรรย์ของเจ้าถูก...ข้า........”

“ข้าไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย................ ข้าไม่รู้จะบอกยังไง แต่ข้า..... ข้า ....... ก็แล้วเจ้าล่ะ..... เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นมากนักหรอ เจ้าถึงได้อยากตายนัก...........อุน”

“คือ............... ข้าก็ไม่รู้.............ข้าก็ไม่ค่อยมั่นใจความรู้สึกตัวเองเหมือนกัน........”

“แล้วที่ข้า.......... ทำกับเจ้าล่ะ............ เจ้ารู้สึกแย่กับมันมากนักหรอ............อุน........ เจ้าไม่รู้สึกว่ามัน.......... แบบ.......... ไม่รู้สึกว่ามันดีบ้างหรอ”

“ก็เจ้าแค่พยายามช่วยชีวิตข้ากลับคืน............. มันไม่ใช่ความรู้สึกสมัครใจซักหน่อย ทงซู.....เจ้า.... แค่ทำไปเพราะสถานการณ์บังคับ แค่ทำเพราะความจำเป็นเท่านั้นเอง” ยออุนพูดพลางใช้ผ้าชุบน้ำในบ่อเช็ดใบหน้าตัวเอง เผยให้เห็นใบหน้าสวย ที่มีรอยแผลเป็น ซึ่งแม้จะทำให้ดูมีตำหนิไปบ้าง แต่ความงามก็ไม่ลดลงไปเลย

“เจ้ารับพิษไปจากตัวข้า..... เจ้าใช้ชีวิตของตนเอง แลกกับชีวิตข้า....... ข้าติดหนี้ชีวิตเจ้า อุน..... ข้าติดค้างเจ้ามากมายนัก ชาตินี้คงใช้ให้เจ้าไม่หมด” เพ็กทงซูพูดกับยออุนด้วยสีหน้าแน่วนิ่งแววตาเป็นประกาย แต่กลับเผยความหล่อเหลาที่ซ่อนอยู่ให้เฉิดฉายจนคนที่ถูกมองหน้ารู้สึกเขินอาย

“ก็เจ้าเป็นเพื่อนข้า.....” ยออุนเปรยสั้นๆ แต่กลับรู้สึกอึดอัดกับคำพูดของตนเอง เพ็กทงซูก็เช่นกัน เพียงได้ยินคำว่าเพื่อน กลับรู้สึกไม่สบอารมณ์และผิดหวังเล็กๆขึ้นมา

“ดูเหมือนอาการเจ้าจะดีขึ้นมากแล้ว แต่แผลบนหน้าเจ้า..... ข้าเป็นคนทำลายใบหน้างดงามของเจ้าอีกแล้ว.....อุน......... รอยแผลเก่าของเจ้า....ข้าพลั้งมือทำร้ายเจ้าอย่างสุดวิสัย ทั้งๆที่เจ้าออมมือให้ แต่ครั้งนี้.... ข้ากลับ......”

“แต่ข้าดีใจ....ที่เป็นเจ้า........ทงซู”

“อา........” ทงซูยิ้มแอบดีใจนิดๆ

“เรื่องแผลที่หน้าของข้า เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก ข้าชินกับใบหน้าที่มีแผลซะแล้ว................... ว่าแต่เจ้าเถอะ................... ไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย................... อาการเจ้า................ พิษไม่กำเริบแล้วใช่มั้ย”

“อา........ ไม่แล้วล่ะ....... ตอนนี้ ข้าไม่ทรมานแล้ว ขอบใจเจ้ามากนะ...........อุน......... เพราะเจ้า ข้าถึงยังไม่ตาย เพราะเจ้า ข้าจึงรอดตาย .......... ส่วนเรื่อง.............. เรื่องเมื่อครู่นี้...............ข้าอยากบอกว่า..........” ลมหนาวพัดมา เพ็กทงซูตัวสั่นเล็กน้อย เพราะร่างกายยังเปลือยเปล่าอยู่

“ไม่หนาวเลยหรอ..............” ยออุนถามเพ็กทงซู ขัดจังหวะไม่ทันให้เพ็กทงซูเอ่ยบางอย่างออกมา

“หนาวสิ................อากาศคืนนี้เย็นจังเลย”

“แล้วทำไม............. เจ้าถึงไม่ใส่เสื้อล่ะ” หมอหนุ่มเตือนให้จอมดาบหนุ่มสวมเสื้อผ้า แต่สายตาของตนพลันจ้องไปที่พญามังกรอีกตัวที่บุกเข้าถ้ำของตนเมื่อครู่ใหญ่ที่ผ่านมา เพ็กทงซูหันหนีด้วยความอาย แล้วรีบสวมเสื้อผ้าที่ยออุนส่งให้อย่างเร็ว แต่พอจะใส่เสื้อ ก็หยุดเสียกลางคัน

“อุน..................” ทงซูหันไปจ้องหน้าอุน สีหน้าจริงจัง

“ว่าไง..........” ยออุนถาม

“ที่เจ้าบอกว่า ที่ข้าทำกับเจ้า......เพราะว่าสถานการณ์บังคับ และที่ข้าทำไปเพราะมันจำเป็นน่ะ...... ข้าอยากจะบอกเจ้าว่า....... ข้าไม่เสียใจเลยแม้แต่น้อย และข้าก็............. ข้ารู้สึกดีกับมันมากๆด้วย เจ้าอาจจะโกรธและอยากเป็นฝ่ายฆ่าข้าเองก็ได้ แต่ข้าอยากให้เจ้าฟังข้าให้จบก่อน” เพ็กทงซูเข้าไปใกล้ และจับมือยออุนเอาไว้

“ทงซู.............”

“ข้าไม่เคยล่วงเกินสตรีที่ไหนมาก่อนในชีวิต กับเจ้า..... ก็เป็นประสบการณ์แรกของข้า แต่มันทำให้ข้ามีความสุขมาก...... เป็นความสุขที่สุดในชีวิตแบบที่ข้าจะไม่มีวันลืมไปจนวันตาย........... ข้าไม่รู้ ว่าเจ้าจะรู้สึกแบบเดียวกันกับข้ามั้ย..........แต่กับเจ้า...........กับข้า.........ความรู้สึกของข้าที่มีต่อเจ้า มันเลยความเป็นเพื่อนไปแล้ว.............อุน................ ข้า....”

“เพ็กทงซู........ เจ้า................... ข้า................ คือว่า.............................”

“อุน........... ตอนที่เจ้าทำกับข้า............ ข้าแค่รู้สึกเหมือนได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นออกไป ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะฤทธิ์ของพิษจันทราอาดูร และพลังธาตุหยิน ที่ล้นอยู่ในตัวของข้า แต่ตอนที่ข้าทำเพื่อช่วยเจ้า........... มันเป็นความสุขที่ดีมากๆ และข้าก็สัมผัสได้..... ว่าตอนนั้น.... เจ้าก็รู้สึกดีเช่นกัน ..... ใช่มั้ย” เพ็กทงซูใช้มือลูบรอยจิกที่ยออุนใช้เล็บจิกมาที่ไหล่ของตน หวนนึกถึงความรู้สึกปลดปล่อยอารมณ์ของยออุนในขณะนั้น

“ทงซู.......... ความรู้สึกที่เจ้ามีต่อข้า.................... เจ้ามั่นใจแล้วหรอ.......... มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิด มันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งของเจ้ากับข้า แค่นั้นก็ได้ มันอาจจะไม่ใช่ความรู้สึกแบบที่เจ้าเคยมีต่อแม่นางจีซอนก็ได้”

“อุน.......... ทีแรกข้าก็คิดแบบนั้น............. แต่ระหว่างเจ็ดวันที่ข้าต้องทนทรมานกับพิษนั่น ข้าคิดทบทวน และถามตัวเองหลายครั้ง ว่าข้ารู้สึกยังไงกับเจ้ากันแน่ ตอนที่เจ้าทำให้ข้า........ ข้าก็ยังไม่มั่นใจนัก แต่ตอนที่ข้าทำคืนให้เจ้า ความรู้สึกที่เกิดขึ้น ตอกย้ำให้ข้ามั่นใจว่า................. ความรู้สึกนั้น.....เป็นของจริง”

“ทงซู............... แต่เจ้าก็รู้ว่ามัน..... มันเป็นไปไม่ได้ ก็เจ้าเป็น........... ก็ข้าเป็น.........................”

“ข้าไม่สนใจ...............อุน.................. ข้าแค่อยากรู้ความรู้สึกของเจ้า............ ว่าเหมือนกันกับข้ามั้ย”

“ทงซู.......................ข้า.................. ข้า................... เจ้าก็น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว.................... ถ้าจะมีใคร ที่จากข้าไป แล้วจะทำให้ข้าเจ็บปวดที่สุด คนๆนั้นก็คือเจ้า ข้าก็ไม่เคยเชื่อความคิดแบบนี้ของตัวเองมาก่อน จนกระทั่งข้ารู้ว่าเจ้าถูกพิษ และกำลังจะตาย ข้าเจ็บปวดมาก จนอยากจะตายแทนเจ้าด้วยซ้ำ ตอนที่ข้าช่วยเจ้า............ ข้าแค่ทำเพราะไม่อยากสูญเสียเจ้าไป............ แต่ตอนที่เจ้าช่วยข้าคืน ข้า.................. ข้ามีความสุขมากจริงๆ เสียดาย ที่ตอนนั้น เจ้ายอมทำเพราะความจำเป็น ไม่เช่นนั้น....ข้าคง...................พวกเราคง..........” คนพูดหน้าแดงเขินๆ ไม่ยอมพูดต่อ ปล่อยให้อีกฝ่ายสงสัย

“คง................อะไรหรอ............................อุน” ทงซูพยายามจะถาม แต่อีกฝ่ายกำลังเขิน เหมือนคิดอะไรอยู่

“ก็..................... เจ้ารีบใส่เสื้อเถอะ” ยออุนแกล้งเปลี่ยนเรื่อง แต่เพ็กทงซูยังไม่เลิกรา

“ตกลง.......... เจ้ารู้สึกกับข้า เหมือนที่ข้ารู้สึกกับเจ้าใช่มั้ย...............อุน”

“อา.....................คงอย่างนั้นมั้ง........................แต่ข้าอธิบายไม่ถูก................ และไม่รู้จะเรียกความรู้สึกแบบนั้นว่าอะไรด้วย”

“งั้นก็ไม่ต้องเรียก.................. ขอเพียงเรารู้สึกเหมือนกัน..............ก็พอแล้ว” พูดจบทงซูก็โยนเสื้อลงกับพื้น

“เจ้าจะทำอะไรน่ะ.............ทงซู”

“ก็ทำอะไรบางอย่างในสถานการณ์ที่สมัครใจ ไม่ใช่เพราะความจำเป็นไง” ทงซูเข้าไปใกล้ชิดยออุนมากขึ้น แล้วผินหน้าของอีกฝ่ายเข้ามาใกล้กับใบหน้าของตน

“ตอนที่ข้ากำลังจะฟื้น................เจ้าก็...........”

“ข้าชโมยจูบเจ้า.......................อุน................... แต่ข้าจูบเจ้า...........เพราะข้ารู้สึกอยากทำอย่างนั้นจริงๆนะ ใบหน้าที่ข้าเฝ้าถนอมมาตั้งแต่อายุสิบสอง ข้าอยากให้หน้าสวยๆของเจ้า เป็นครั้งแรกสำหรับข้า”

“แล้วเจ้ากับแม่นางจีซอน............ ไม่เคย..................เลยหรอ” ยออุนถามแต่ทงซูส่ายหน้า พร้อมกับยื่นริมฝีปากไปใกล้อุนยิ่งขึ้น ขณะที่อีกฝ่ายหลับตานิ่ง ริมฝีปากทรงกระจับได้รูปสง่าบรรจงจุมพิตอีกหนึ่งริมฝีปากที่เอิบอิ่มรอรับการสัมผัสอยู่ เหมือนเวลาหยุดนิ่ง ใต้แสงจันทร์คืนวันเพ็ญ ยอดนักสู้ทั้งสองแห่งโชซอน ยืนกอดกันริมบ่อน้ำร้อนและมอบความรักผ่านริมฝีปากด้วยความดูดดื่ม เหมือนโลกนี้เหลือเพียงพวกเค้าสองคนเท่านั้น

เกลียวคลื่นในบ่อน้ำร้อนสั่นไหวราวพายุถาโถม มังกรใหญ่สกุลเพ็ก ลอดถ้ามังกรสกุลยอ พลังจู่โจมถาโถมสะท้านไปทั้งบ่อน้ำร้อนใกล้หน้าผานั้น น้ำในบ่อกระเพื่อมไหวราวกับคลื่นในมหาสมุทรยามแผ่นดินไหว ไอร้อนของน้ำในบ่อ ยังไม่ร้อนแรงเท่าไอพิศวาสของสองยอดยุทธผู้กำลังเสพรักร่วมสังวาสในบ่อนี้ เสียงครางของชายหนุ่มทั้งคู่ดังเป็นระยะๆไม่เกรงใจสัตว์ป่าเจ้าถิ่นแม้แต่น้อย พลังการร่วมสวาทที่เกิดจากใจสมัครรักใคร่ครั้งนี้ มีอานุภาพยิ่งกว่าตอนถอนพิษมากมายนัก ความสุขท่วมท้นร่างกายและหัวใจของชายหนุ่มทั้งสองจนสาธยายออกมาไม่ได้ ประสบการณ์รักประสบการณ์ลับที่สะท้านไปทั้งโชซอน



...


..



..................ปะรำพิธีฉลองราชาภิเษก ในพระราชวัง............................



ยออุนหวนรำลึกนึกถึงความทรงจำของตนกับชายคนพิเศษคนนั้นที่บ่อน้ำร้อนเมื่อเจ็ดวันก่อน ความทรงจำที่เป็นความสุขที่สุดในชีวิต นับตั้งแต่ต้นเติบโตมาเลยทีเดียว ความสุขที่สร้างพลังใจให้กับยออุน แม้กำลังเผชิญหน้าอยู่กับศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดก็ตามที

“ข้าชนะเจ้าอีกครั้งแล้วนะ..................ชุน................พอซะทีเถอะ ............... เรื่องของพวกเราน่ะ...........จบได้แล้ว”

“เพื่อเจ้านั่น................ เจ้ายอมเสียโฉมอย่างนั้นหรอ........................... เพื่อเจ้านั่น ......................... เจ้ายอมละทิ้งความงามที่ฟ้าประทานมาให้เจ้าอย่างนั้นหรอ..................... อุน..............เจ้ารู้มั้ย...................... ตั้งแต่เล็กจนโต..............ข้า............ถังชุน................คุณชายผู้สมบูรณ์แบบแห่งตระกูลถัง................ตระกูลที่ชาวยุทธทั้งแผ่นดินยำเกรง................โดยเฉพาะข้า ที่เกิดมาพร้อมกับความงามและสติปัญญา ไร้ตำหนิและไม่มีใครเทียบได้................... จนข้ามาพบเจ้าที่โชซอน........... ข้าคิดไม่ถึงว่า..............จะเจอยอดยุทธที่งามเหมือนข้า......... เราสองเหมือนคู่ที่ฟ้าสร้าง.................. จอมยุทธคู่ที่เปี่ยมไปด้วยความงามไร้ตำหนิ.......................... แต่เพราะเจ้า................... เจ้าทำให้ร่างกายที่ไร้ตำหนิของข้าต้องมีมลทิน................เจ้าทำลายความองอาจและความเชื่อมั่นของข้า................ ข้าไม่เคยแพ้ใครมาก่อนในต้าชิง................ พิษของข้าไม่มีใครถอนได้มาก่อน................. ข้า.....งามที่สุด.....งามกว่าคนทั้งปวง............... แต่เพราะเจ้า......................เจ้าขโมยทุกอย่างไปจากข้า............ เจ้าสู้ชนะข้า........ เจ้าสร้างรอยแผลให้ข้า.............. เจ้า..........กลายเป็นยอดยุทธที่งามกว่าข้า......................ข้าทนไม่ได้..................ข้ารับไม่ได้.................. ความยิ่งใหญ่ของข้า........ถูกเจ้าทำลายหมด................... ข้าแค้นเจ้ายิ่งนัก.....ที่ข้าไม่อาจงามไปกว่าเจ้าได้.......... แต่แล้ว..............เจ้ากลับละทิ้งความงามของเจ้า............เพื่อคนอื่นอย่างนั้นหรอ........... ข้าเคยคิดที่จะถนอมบุปผางามเช่นเจ้า........แต่เจ้ากลับเลือกที่จะละทิ้งมันไปแล้ว..........................อุน.............................. วันนี้.....................จะเป็นวันตายของเจ้า......................ข้าจะให้เจ้าสำนึก.............ว่าการไม่รักถนอมความงามน่ะ.........มีโทษยังไง” ถังชุนหยิบเข็มพิรุณโปรยออกมาจากใต้เสื้อ เตรียมใช้เป็นอาวุธสังหารจัดการกับยออุน

“คิดว่าเจ้าจะฆ่าข้าได้อย่างนั้นหรอ...............ชุน” ยออุนพูดพลางดึงดาบคู่ออกมาเตรียมสู้

“ไม่เคยมีใคร รอดตายจากเข็มพิรุณโปรยมาก่อน............. ถ้าเจ้าคิดว่าฝีมือไร้เทียมทาน แล้วจะทำได้ก็ลองดู ตอนนี้.........เจ้ามีดาบคู่ใจอยู่ในมือแล้ว..............ข้าก็อยากจะพิสูจน์เหมือนกัน ว่าที่เจ้าสาบานว่าจะไม่ใช้ดาบอีกน่ะ...........ที่แท้............เพลงดาบของเจ้า....ถึงขั้นไหนกันแน่........ หรือจะเหมือนที่เคยมีจอมดาบคนนึงพูดไว้............. ว่าดาบก็คือใจ ใจก็คือดาบ สำนึกดาบไม่สิ้นสุด .......... อุน............. ข้ารอคอยวันนี้มากว่าสิบสามปีแล้ว................ วันนี้................ ข้าจะแลกชีวิตกับเจ้า...........................รับมือ” ถังชุนส่องเข็มพิรุณโปรยไปที่ยออุนพร้อมกดกลไก ให้เข็มทั้งร้อยเล่มออกจากกระบอกออกไป มุ่งเป้าหมายที่อดีตชอนจูแห่งสำนักโคมดำ

ยออุนพริ้วกายตีลังกากระโดดหลบ หมุนควงดาบคู่ในมือ ปัดเข็มพิษที่พุ่งเข้าหาตนให้กระเด็นออกไป ทั้งเหวี่ยงดาบ ควงดาบ และกระโดดหมุนตัวหลบเข็มไปพร้อมๆกัน แต่ก็สามารถทำได้อย่างสุดยอด เข็มที่พุ่งมาจากทิศต่างๆรอบกาย ไม่อาจถูกตัวยออุนได้เลย

ถังชุนก็ไม่ได้ยืนนิ่ง เขาวิ่งไปรอบๆตัวยออุน พลางกระโดดลอยตัว ปล่อยเข็มจากทุกทิศจริงๆ ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง ตลอดถึงด้านบนเหนือศีรษะ กลางอากาศ ก็ยังมีเข็มพิรุณโปรยพุ่งออกมาเข้าหาหมอหนุ่มนักดาบไร้เทียมทานอย่างต่อเนื่อง ราวกับสายฝนที่กระหน่ำก็ไม่ปาน

เข็มเกือบร้อยเล่มที่ถูกซัดออกมา ถูกนักฆ่าไร้เทียมทานจัดการและป้องกันได้ทั้งหมด แต่คาดไม่ถึง จู่ๆ ถังชุนก็หยิบพัดจีบเหล็กออกมา พัดเข็มที่ถูกปัดตกลงพื้นให้ลอยขึ้น และซัดใส่เป้าหมายคือท่านหมอหนุ่มอีกครั้ง ร่างโปร่งที่กำลังกระโดดลอยตัวอยู่กลางอากาศก็คว้าพัดจีบอีกเล่มออกมาจากอกเสื้อ เป็นพัดจีบสีดำที่เคยเป็นสมบัติของอดีคชอนจูคนก่อนนั่นเอง ยออุนอาศัยแรงเหวี่ยงจากการที่ตนกระโดดหมุน บวกผสานกับแรงพัดจีบในมือ พัดเข็มที่พุ่งใส่ตนให้สะท้อนกลับไป จังหวะเดียวกันนั้นเอง เจ้าแห่งพิษน้อยก็กดกลไกในพัดจีบเหล็กของตน ซัดเข็มเงินอีกเล่ม พุ่งเข้าใส่ยออุนที่กระโดดลงถึงพื้นพอดี เข็มเงินเล่มนั้นพุ่งไปด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าเข็มจากปืนยิงเข็มอันเก่าของถังขุนเสียอีก หมอหนุ่มกระโดดหลบไม่ทัน จึงคลี่กางพัดจีบในมือออกเพื่อบังเข็มเงินเล่มนั้น แต่เพราะความแรงของการยิงเข็ม เข็มเงินของถังชุนจึงทะลุพัดจีบที่คลี่ออก ปักทะลุอกข้างซ้ายของยออุนจนกระเด็นไปด้านหลัง ล้มลงและกระอักเลือดออกมา


...


..




Create Date : 02 กุมภาพันธ์ 2556
Last Update : 2 กุมภาพันธ์ 2556 18:24:08 น.
Counter : 1025 Pageviews.

6 comments
  
ตอนนี้เป็นตอนที่หวานที่ซู๊ดดดดดดดดดด กรี๊ดดดดดดด จิกหมอน จิกหมอน จิกหมอน

ทงซูนี่ก็ร้ายใช่เล่นนะเนี่ย รอบเดียวไม่พอ มีขอเบิ้ลด้วย คริ คริ คริ

ว่าแต่เจ้าถังชุนช่างเป็นคนที่ทั้งหลงตัวเองและเป็นโรคจิต อาการแบบนี่กู่ไม่กลับแน่นอน บ้า

ทงซุเพิ่งหาย หนูอุนก็มาโดนอีก คนเขียนอย่าใจร้ายนักน๊าาาาาาา ให้เขามีเวลาหวานกันนานๆ หน่อยจิ
โดย: bee boa วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:18:55:46 น.
  
ตอนนี้เป็นตอนที่หวานที่ซู๊ดดดดดดดดดด>>>>>ก็สองคนเข้าใจหัวใจของกันและกันแล้วนี่ครับ


ทงซูนี่ก็ร้ายใช่เล่นนะเนี่ย รอบเดียวไม่พอ มีขอเบิ้ลด้วย>>>>>ไฟราคะกำลังพวยพุ่ง 555


ว่าแต่เจ้าถังชุนช่างเป็นคนที่ทั้งหลงตัวเองและเป็นโรคจิต อาการแบบนี่กู่ไม่กลับแน่นอน บ้า>>>>>ไม่ตอนหน้าก็ตอนต่อไป ก็จะรู้ครับ กู่กลับมั้ย แต่ผมคิดไว้แล้วล่ะ หุหุ


ทงซุเพิ่งหาย หนูอุนก็มาโดนอีก คนเขียนอย่าใจร้ายนักน๊า>>>>>บางครั้ง ยามเจ็บนี่แหละ หวานกันกว่ายามปกติอีกนะ
โดย: นิรมิตร (Niramitr ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:03:15 น.
  
บางครั้ง ยามเจ็บนี่แหละ หวานกันกว่ายามปกติอีกนะ///////////แปลว่าจะไม่มีดราม่าอีกใช่ไหมคะ ได้ยินงี้ค่อยโล่งใจหน่อย
โดย: bee boa วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:21:18:08 น.
  
อ่านแล้วเขินตาม ยิ่งตอนที่ต่างฝ่ายต่างพูดตะกุกตะกักแบบนั้น เห็นภาพตามเลยทีเดียว
แต่อย่างน้อยทั้งสองคนก็ได้เปิดใจรวมไปถึงการเข้าใจและยอมรับความรู้สึกของตัวเองหลายๆอย่าง อนาคตจะเป็นยังไงก็ต้องคอยติดตามกันแล้ว
ชุนนี่อาการหนักขึ้นทุกวันนะเนี่ย ตอนท้ายอุนเจ็บอีกแล้ว แต่ขออย่าให้ต้องดราม่าอะไรอีกเลยนะ อยากให้เรื่องทั้งหมดจบลงแล้วอุนได้เจอกับความสุขจริงๆสักที
พบกันตอนหน้าค่ะ ^_^
โดย: Silver Sky IP: 49.49.124.38 วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2556 เวลา:11:32:06 น.
  
ชอบ
โดย: รรึนย IP: 171.97.5.25 วันที่: 4 กันยายน 2557 เวลา:17:53:50 น.
  
อร๊ายยย...พูดไม่ออก บอกไม่ถูก รู้แต่ฟินอย่างแรง
โดย: ณ ฟ้า IP: 49.230.86.232 วันที่: 29 มกราคม 2558 เวลา:11:52:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Niramitr
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



สาวก"รักแห่งสยาม"

New Comments