Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 

คลังโยกเงินหวยบนดิน1.7หมื่นล.โปะฐานะรัฐ

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



คลังเตรียมปลดล็อค โยกเงินรายได้จากโครงการหวยบนดินกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท ที่ห้ามใช้จ่ายในสมัยรัฐบาล "ขิงแก่"เลิกหวยบนดิน เสริมฐานะรัรฐบาล

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในภาวะที่รัฐบาลจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมาย ทางกระทรวงการคลังจะเร่งเบิกจ่ายรายได้ที่มาจากโครงการหวยบนดิน จำนวน 17,000 ล้านบาท ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลดูแลอยู่ แต่ห้ามใช้จ่าย เนื่องจากรัฐบาลสมัย พล.อ สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ยกเลิกการจำหน่ายหวยบนดิน เงินดังกล่าวจึงยังค้างอยู่ที่สำนักงานสลากฯ ซึ่งหากรัฐบาลนำเงินจำนวนดังกล่าวออกมาใช้ได้ ก็จะช่วยเสริมรายได้ของรัฐบาลอีกทางหนึ่ง โดย กระทรวงการคลังจะต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรอนุมัติก่อน จึงจะปลดล็อคนำเงินดังกล่าวออกมาใช้ได้

"การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในปีนี้อาจจะต่ำกว่าเป้ามากกว่า 10% เพราะภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมาก และรายได้จากการจัดเก็บภาษีนำเข้าก็ลดลงไปมาก โดยยอมรับว่าสถานการณ์น่าเป็นห่วง"

คลังเตรียมเดินหน้าหวยออนไลน์

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวอีกว่า ได้ข้อสรุปรูปแบบหวยออนไลน์แล้ว โดยเป็นรูปแบบเดิม ซึ่งขอเวลารวบรวมรายละเอียดอีกเล็กน้อย หลังจากนั้นจะเสนอให้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พิจารณา




 

Create Date : 10 มีนาคม 2552    
Last Update : 10 มีนาคม 2552 7:25:41 น.
Counter : 188 Pageviews.  

ธปท.อนุมัติแบงก์ค้ำประกันสินเชื่อให้ลูกค้า

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com


เกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)



ธปท.อนุมัติแบงก์พาณิชย์ค้ำประกันสินเชื่อให้กับลูกค้า หวังช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจ

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า นายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายสถาบันการเงิน ธปท. ได้ประกาศอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์เป็นตัวแทนรับคำขอ และเรียกเก็บเบี้ยประกัน หรือค่าบริการประกันการส่งออกและการค้ำประกันสินเชื่อแก่ผู้ลูกค้าได้ นอกเหนือจากบริการประกันนาศภัย และประกันชีวิตเท่านั้น เช่น ค้ำประกันสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่มีความเสี่ยงสูง

ทั้งนี้ เพื่อช่วยให้มีโอกาสได้รับสินเชื่อมากขึ้น รวมทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงของธนาคารพาณิชย์ในฐานะผู้ให้กู้ และผู้ประกอบการ หรือประชาชนในฐานะลูกหนี้ได้มากขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า การให้บริการประกันการส่งออกและค้ำประกันสินเชื่อนั้น ต้องให้ลูกค้ามีสิทธิเลือกที่จะทำประกันการส่งออกหรือการค้ำประกันสินเชื่อกับสถาบันการเงินใดก็ได้ตามความสมัครใจของลูกค้า โดยให้ธนาคารพาณิชย์นั้น ๆ กำหนดนโยบายการเป็นตัวแทนรับคำขอและเรียกเก็บเบี้ยประกันหรือค่าบริการการประกันการส่งออก และการค้ำประกันสินเชื่อ รวมถึงรายละเอียดขั้นตอนการปฏิบัติ วิธีการดำเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การบริหารความเสี่ยง การคิดค่าธรรมเนียมเนียม หรือค่าบริการกับลูกค้า และกับสถาบันการเงิน ระบบการควบคุมภายในไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

ทั้งนี้ นโยบายดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ก่อน โดยจะต้องตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฏเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และต้องบันทึกรับรู้รายได้ที่ได้รับจากการเป็นตัวแทนดังกล่าวหรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า และจากสถาบันการเงินให้ครบถ้วน ถูกต้องความความเป็นจริง

นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องทำหน้าที่แนะนำ ประสานงาน รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้ลูกค้าและสถาบันการเงินที่ให้บริการหรือลูกค้าผู้ทำประกันได้ และต้องจัดเก็บเอกสารหลักฐานไว้เพื่อให้ ธปท.สามารถตรวจสอบได้




 

Create Date : 05 มีนาคม 2552    
Last Update : 5 มีนาคม 2552 6:23:25 น.
Counter : 222 Pageviews.  

น้ำมันดิ่งกว่า4$-ดาวโจนส์ร่วง299จุด

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



ดาวโจนส์ ทรุดเกือบ300จุดปิดตลาดต่ำกว่า7,000 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ขณะที่น้ำมันดิ่งกว่า 4 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 40.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ดาวโจนส์ ทรุดเกือบ 300 จุด ปิดตลาดต่ำกว่า 7,000 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ขณะราคาน้ำมันดิ่งกว่า 4 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 40.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะราคาทองคำ ร่วงลงไป 2.50 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 940 ดอลลาร์ต่อออนซ์

การเทขายหุ้นอย่างหนักของนักลงทุนในตลาดหุ้นและการเทขายทองคำในตลาดติดต่อกันเป็นวันที่หกเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าแม้แต่การลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในรูปแบบเดิมๆยังไม่ได้รับการปกป้องจากวิกฤติเศรษฐกิจที่ถดถอย เช่นเดียวกับสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อาทิ พลังงาน และตลาดล่วงหน้าสินค้าเกษตรที่ราคาร่วงลงเช่นกัน

ก่อนหน้านี้ ราคาทองคำปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในบรรดาสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆในปีนี้ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นไป 13% เคลื่อนไหวเหนือระดับ 1,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในรอบไม่ถึงสองเดือน เพราะนักลงทุนมองว่าการลงทุนในตลาดทองคำเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุด ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าอุตสาหกรรมการเงินที่กำลังมีปัญหากำลังบั่นทอนเสถียรภาพโดยรวมของตลาดวอลล์สตรีท

ราคาทองคำที่ดิ่งลงเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ของสหรัฐ ทรุดลงไปปิดต่ำกว่า 7,000 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี โดยหุ้นเด่นๆขาดทุนมากกว่าครึ่งของมูลค่า นับตั้งแต่ดาวโจนส์ทำสถิติปิดตลาดทะยานเหนือว่า 14,000 จุดในเดือนต.ค. ปี 2550

การร่วงลงของดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เป็นผลพวงจากการรายงานตัวเลขขาดทุนของอเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป (เอไอจี)บริษัทประกันยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่กำลังประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง ซึ่งรายงานตัวเลขขาดทุนจำนวน 61.7 พันล้านดอลลาร์ และรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเพิ่มอีก 30,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวน 150,000 ล้านดอลลาร์ ที่รัฐบาลช่วยเหลือมาแล้วก่อนหน้านี้

ดัชนีดาวโจนส์ ดิ่งลง 299 จุด ปิดที่ 6,763 ส่วนดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) 500 ร่วงลงไปกว่า 4.5% เช่นเดียวกับดัชนีแนสแดกที่ปรับตัวลดลงเกือบ 4% ส่วนราคาทองคำที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบล่วงหน้าเดือนเม.ย. ร่วงลงไป 2.50 ดอลลาร์ ปิดตลาดอยู่ที่ 940 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ขณะที่ ราคาน้ำมันร่วงลงไปกว่า 10% เพราะความวิตกกังวลว่าสถานการณ์เศรษฐกิจที่เป็นอยู่จะส่งผลกระทบต่อความต้องการบริโภคพลังงาน โดยราคาน้ำมันดิบไลท์สวีท ส่งมอบล่วงหน้าเดือนเม.ย.ร่วงลงไป 4.61 ดอลลาร์ ปิดที่ 40.15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล





 

Create Date : 03 มีนาคม 2552    
Last Update : 3 มีนาคม 2552 7:31:56 น.
Counter : 170 Pageviews.  

แบงก์ไทยแข็งแกร่ง พร้อมรับวิกฤติยืดเยื้อ ?

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com โดย : ฐิตารีย์ ลิขิตธนธรรม




สุขภาพธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้เหมือนสุขภาพคนไม่เจ็บป่วย แต่บอกว่าแข็งแรงที่สุดในโลกก็ว่ายาก


คำกล่าวของนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ออกมาระบุว่าธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคง มีฐานะทางการเงินที่เข้มแข็งและแข็งแกร่งที่สุดในโลกก็ว่าได้ และยังมีสภาพคล่องเพียงพอโดยมีสัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ 88% เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องพึ่งพิงสภาพคล่องจากต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการกันสำรองเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ตัวเลขทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สรุปรวมมาสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง การสร้างกำไรของระบบธนาคารพาณิชย์ในปี 2551 สูงถึง 99,000 ล้านบาท ขณะที่ยอดคงค้างหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 397,000 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปีก่อน 56,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนเอ็นพีแอล 5.3% ของสินเชื่อรวม และมีการตั้งสำรองหนี้สูงถึง 120%

ขณะที่ความเพียงพอของเงินกองทุนยังแข็งแกร่งมาก มีเงินทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS) เฉลี่ยที่ 15.6% และหากต้องปรับเปลี่ยนตามมาตรฐานการดำรงเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Basel 2) สัดส่วนเงินกองทุนจะลดลงเหลือ 13-13.5% ซึ่งก็ยังสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้ไม่ต่ำกว่า 8.5% ดังนั้น ธปท.มองว่าใน 2552 นี้ ยังไม่เห็นแนวโน้มฐานะธนาคารพาณิชย์ว่าจะเข้าสู่ความอ่อนแอ หรือเหตุให้ต้องเพิ่มทุน อันเนื่องมาจากการบังคับเกณฑ์ดังกล่าว

ในมุมมองของ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปรียบว่าสุขภาพธนาคารพาณิชย์ในขณะนี้เหมือนสุขภาพคนไม่เจ็บป่วย แต่บอกว่าแข็งแรงที่สุดในโลกก็ว่ายาก เพราะในขณะนี้ อันดับเครดิตของแบงก์ไทยก็ไม่ได้ติดอันดับสูงสุดในสากล ถือว่าแข่งขันได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

ขณะเดียวกัน การทำงานของธนาคารพาณิชย์อยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจชะลอตัวและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ก็คงกระทบกับธุรกิจของลูกค้าธนาคารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถือเป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุด

"ธุรกิจธนาคารเป็นการใช้เงินของเจ้าของแค่ 1 หน่วยใช้เงินคนอื่นอีก 12 หน่วย เพราะฉะนั้น จะชะล่าใจไม่ได้ หากปล่อยสินเชื่อ 13 บาท เกิดเสีย 1 บาทก็กินส่วนของเจ้าของไปแล้ว หากเสียมากกว่า 1 หน่วยก็กินเงินผู้ฝาก หากธุรกิจทรุดลงไปเรื่อยๆ เกิน 2 หน่วยก็ต้องเต้นแล้ว ดังนั้น นอกจากธนาคารจะต้องระวังตัวเองแล้ว ยังมีคนที่คอยกำกับเราอยู่ด้วยไม่ว่าจะแข่งขันอย่างไรก็ชะล่าใจไม่ได้" ดร.ประสารกล่าว

ความระมัดระวังตัวของบรรดานายธนาคารทั้งหลาย มาจากแรงกดดันต่อเอ็นพีแอลเร่งตัวขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะในภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลต่อยอดหนี้ที่เริ่มผิดนัดชำระหนี้เกิน 1 เดือน แต่ยังไม่ถึง 3 เดือนที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นกลุ่มที่ทุกสถาบันการเงินจับตา และส่งทีมเข้าไปสกัดกั้นความรุนแรงของปัญหาก่อนที่จะกลายเป็นเอ็นพีแอลในที่สุด

นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวถึง การรับมือกับเศรษฐกิจที่ถดถอยในขณะนี้ ว่า เป้าหมายของธนาคารในปีนี้ คือ การดูแลต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยตั้งเป้ารักษาระดับต้นทุนต่อรายได้ให้อยู่ในระดับเดียวกับสิ้นปี 2551 ที่ 49% รวมถึงพยายามรักษาระดับเอ็นพีแอลให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2551 ที่มี 5% ของสินเชื่อรวม

ส่วนอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคาร ณ สิ้นปี 2551 อยู่ในระดับสูงที่ 15.2% ซึ่งเงินกองทุนที่แข็งแกร่งนี้จะเป็นฐานที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ได้

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมา เป็นอีกหนึ่งบททดสอบความมั่นคงของธนาคารพาณิชย์ โดยมีธนาคารพาณิชย์ไทยไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่างประเทศ แม้จะมีเจ็บตัวบ้างแต่ก็โชคดีที่สามารถถอนตัวได้ทัน ส่วนธนาคารพาณิชย์ที่ไปลงทุนในตราสารประเภทซีดีโอในขณะนี้ ก็ได้ใช้เม็ดเงินที่มีตั้งสำรองเต็ม 100% ไปเรียบร้อยแล้วโดยไม่กระทบกับฐานทุนที่มี

ในภาวะที่สภาพคล่องยังล้นระบบอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ เป็นโอกาสของธนาคารพาณิชย์ที่จะสร้างความแข็งแกร่งของเงินกองทุนด้วยการใช้จังหวะนี้ออกหุ้นกู้เสริมเงินกองทุนขั้นที่ 2 อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงไทยที่ออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 2.1 หมื่นล้านบาทเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ ก็มีธนาคารทิสโก้ และธนาคารกสิกรไทย ขณะที่ธนาคารนครหลวงไทยก็มีแผนจะออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ โดยในปีที่ผ่านมา ได้รับอนุมัติวงเงินออกหุ้นกู้ไว้ 8 หมื่นล้านบาท ธนาคารกรุงศรีอยุธยา มีแผนออกหุ้นกู้เพิ่มอีกประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ล่าสุดคณะกรรมการธนาคารกสิกรไทย มีมติอนุมัติขยายวงเงินการออกหุ้นกู้ไม่เกิน 1.7 แสนล้านบาท จากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งดร.ประสารชี้แจงว่าเป็นการขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นเผื่อไว้ หากมีความต้องการก็สามารถออกได้ในทันที

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ในฐานะประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การที่สถาบันการเงินไทยมีความแข็งแกร่งในขณะนี้ เพราะสถาบันการเงินอื่นในโลกเสียหายไปหมด แต่หากจะถามถึงความพร้อมในการรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะข้างหน้านั้นยังไม่สามารถมองเป็นระยะยาวได้ ความจำเป็นในขณะนี้ คือ การมีเงินกองทุนในระดับสูง โดยในปัจจุบัน ระบบธนาคารพาณิชย์ มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงสูงถึง 14-15% ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก

ส่วนของธนาคารกรุงไทยนั้น หลังออกหุ้นกู้ 2.1 หมื่นล้านบาทแล้ว เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มเป็น 15% เพียงพอรองรับความผันผวนในระยะข้างหน้า ธนาคารยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนในช่วง 2-3 ปี ส่วนการตั้งสำรองต่อเอ็นพีแอลของธนาคารนั้น ในปัจจุบันสัดส่วนดังกล่าวที่ราว 43% และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 60% ภายในเวลา 1-2 ปี

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในระยะต่อไปของธนาคารพาณิชย์ที่จะต้องติดตาม คือ การใช้เม็ดเงินลงทุนในสินทรัพย์ใหม่ๆ ในภาวะที่โอกาสการเติบโตภายในด้วยการขยายสินเชื่อมีน้อยเต็มที

สำหรับมุมมองของธนาคารยักษ์ใหญ่ของเมืองไทยอย่างธนาคารกรุงเทพนั้น นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ มองว่าเป็นที่แน่นอนว่าสถาบันการเงินไทยในขณะนี้มีความแข็งแกร่ง และเชื่อว่าจะสามารถอยู่คู่กับระบบเศรษฐกิจและลูกค้า เพื่อทำหน้าที่ในการแก้ปัญหาต่างๆ ให้ลูกค้าและระบบเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้ เพราะไม่ใช่ว่าธนาคารจะไม่เคยผ่านวิกฤติมาก่อน สถาบันการเงินไทยเคยผ่านวิกฤติมาแล้ว และทำได้ดีด้วย






 

Create Date : 02 มีนาคม 2552    
Last Update : 2 มีนาคม 2552 6:55:20 น.
Counter : 235 Pageviews.  

KBANK ทุ่ม 7.5 พันล้าน ถือหุ้นใหญ่เมืองไทยฯ



ที่มา http://www.bangkokbiznews.com


ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)


กสิกรไทย เตรียมขออนุมัติเงิน 7.5 พันล้าน เข้าซื้อหุ้นเมืองไทยฟอร์ติส โฮลดิ้งเพิ่มเติม ตามยุทธศาสตร์ขยายบริการการเงินให้ครบวงจร

ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าขณะนี้ ธนาคารได้เตรียมที่จะใช้เงิน 7,500 ล้านบาท สำหรับเข้าไปซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม และซื้อหุ้นเพิ่มทุน เพื่อที่จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท เมืองไทย ฟอร์ติส โฮลดิ้ง ในสัดส่วน 50% จากเดิมถืออยู่เพียง 10%

ซึ่งปัจจุบัน บริษัทดังกล่าว ถือหุ้นอยู่ในบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต 75% และ ถือหุ้นอยู่ในบริษัท บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) 25%

โดยแผนการดังกล่าว เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร ที่ต้องการให้บริการการเงินอย่างครบวงจร ทั้งยังมองว่าธุรกิจประกันในประเทศไทย จะมีโอกาสเติบโตอีกมาก

ดร.ประสาร กล่าวว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา รายละเอียดเพิ่มเติมในการเข้าไปซื้อหุ้นครั้งนี่ คาดว่าจะเซ็นเอ็มโอยูได้ภายในเดือนมีนาคมนี้ และต้องผ่านการอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้น ที่จะมีขึ้นในเดือนเมษายน และคาดว่าดีลนี้ จะเสร็จสิ้นทั้งหมด ภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

โดยหลังจากเสร็จสิ้นการซื้อหุ้นครั้งนี้แล้ว สินทรัพย์ของธนาคารจะเพิ่มขึ้น 6-7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้กำไรสุทธิของธนาคารในปีนี้ปรับตัวดีขึ้น

ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบัน บริษัทเมืองไทย ฟอร์ติส โฮลดิ้ง จะถือหุ้นในบริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพียง 25% เท่านั้น แต่ทางธนาคารก็ไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปถือหุ้นเพิ่มเติม ในบริษัทเมืองไทยประกันภัยแต่อย่างใด




 

Create Date : 27 กุมภาพันธ์ 2552    
Last Update : 27 กุมภาพันธ์ 2552 7:27:00 น.
Counter : 410 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.