Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 

SCIB ขยายเวลาโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2 ปีแรก

ที่มา http://www.ThaiPR.net



ธนาคารนครหลวงไทยขยายเวลาโปรโมชั่นสินเชื่อเคหะอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ 2 ปีแรก ภายใต้แนวคิด “สินเชื่อบ้านเลือกง่าย ๆ ดอกเบี้ยเบา ๆ พร้อมลดหย่อนภาษีเต็ม ๆ” กับข้อเสนออัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น MLR ลบ 3.25% ต่อปี วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน ระยะเวลากู้นาน 30 ปี จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ มั่นใจยอดสินเชื่อเป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่จะมีกิจกรรมพิเศษออกมากระตุ้นยอดปล่อยสินเชื่อ รวมถึงการออกบูธร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ
นายอภิชาติ อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารขยายเวลาโปรโมชั่นพิเศษ “สินเชื่อเคหะนครหลวงไทย” ภายใต้แนวคิด “สินเชื่อบ้านเลือกง่าย ๆ ดอกเบี้ยเบา ๆ พร้อมลดหย่อนภาษีเต็ม ๆ” สำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยสำหรับบ้านใหม่ในโครงการที่ธนาคารร่วมสนับสนุนหรือเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือรีไฟแนนซ์ (Refinance) ดอกเบี้ยพิเศษ 2 ทางเลือก ได้แก่ ทางเลือกที่ 1 อัตราดอกเบี้ยลอยตัว ปีที่ 1-2 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) ลบ 3.25% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ทางเลือกที่ 2 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1 ปี เท่ากับ 1.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 1.00% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ส่วนลูกค้าที่ขอกู้ในโครงการทั่วไปหรือบ้านมือสอง ปีแรกคิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เท่ากับ 3.99% ต่อปี หลังจากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MLR ลบ 0.5% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา วงเงินกู้สูงสุดถึง 95% ของราคาประเมิน ระยะเวลาการกู้สูงสุด 30 ปี โดยสามารถเลือกรับเงื่อนไขอัตราดอกเบี้ยได้ถึงภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2552 เท่านั้น
นอกจากนี้ ธนาคารยังมอบส่วนลดดอกเบี้ยในปีแรกลงอีก 0.25% จากทุกเงื่อนไขสำหรับลูกค้าที่กู้สินเชื่อเคหะพร้อมทำประกันชีวิตที่คุ้มครองวงเงินกู้ทั้งจำนวนและอายุกรมธรรม์ไม่ต่ำกว่าอายุสัญญาเงินกู้หรือไม่ต่ำกว่า 10 ปีอีกด้วย
นายอภิชาติ กล่าวว่า ธนาคารมั่นใจว่าจะยังสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านรายใหม่ตลอดทั้งปีเพิ่มขึ้นได้ตามเป้าหมายจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท ถึงแม้ว่าการปล่อยสินเชื่อส่วนใหญ่ในระบบจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงก็ตาม เนื่องจากในช่วง 4 เดือนแรกสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิไปได้แล้วประมาณ 8 พันล้านบาท และคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังธนาคารจะมียอดการปล่อยสินเชื่อรายใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากธนาคารมีโครงการที่จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้ขอกู้สินเชื่อบ้านเพิ่มเติม ตลอดจนการออกบูธของธนาคารและบริษัทในเครือเอง รวมทั้งการออกบูธร่วมกับผู้จัดงาน ต่าง ๆ และการออกบูธร่วมกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจอีกด้วย
“การปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารยังคงใช้แนวคิด การเสนออัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ย 2 ปีแรกเป็นหลัก ซึ่งมองว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้กู้ในระยะยาวมากกว่าที่จะเลือกใช้กลยุทธ์อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี เพียงระยะเวลาสั้นๆ และดอกเบี้ยจะสูงขึ้นทันทีหลังจากนั้น เนื่องจากทำให้ผู้กู้สามารถ ใช้สิทธิประโยชน์ในการขอลดหย่อนทางภาษีสูงสุดปีละ 100,000 บาท ได้อย่างเต็มที่ทั้งในปีแรกและปีที่สอง โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีปีใดปีหนึ่งเท่านั้น รวมทั้งยังทำให้ลูกค้าสามารถวางแผนการชำระเงินกู้ได้ง่ายขึ้น และไม่เป็นภาระสำหรับผู้กู้มากเกินไปในช่วงเริ่มต้นของการชำระหนี้อีกด้วย” นายอภิชาติ กล่าว




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 21:09:30 น.
Counter : 197 Pageviews.  

เงินบาทปิดตลาด 34.10/14 แข็งค่าต่อตามแรงเทขายดอลลาร์

ที่มา สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)



นักบริหารเงิน ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดวันนี้ที่ระดับ 34.10/14 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าต่อเนื่องจากเปิดตลาดช่วงเช้าที่อยู่ระดับ 34.28/30 บาท/ดอลลาร์

เงินบาทวันนี้แข็งค่าตามค่าเงินภูมิภาคและค่าเงินสกุลหลัก เนื่องจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ นักลงทุนยังเทขายดอลลาร์ออกมามาก เนื่องจากกังวลว่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นมาอีก
"วันนี้เงินบาทแข็งค่าค่อนข้างเร็วและแรงตามค่าเงินในภูมิภาคและเงินสกุลหลัก และยังมีแรงเทขายดออลาร์ของนักลงทุนและผู้ส่งออก เพราะกลัวว่าบาทจะแข็งค่ากว่านี้ ส่วนทางการจะเข้ามาแทรกแซงหรือไม่คงบอกไม่ได้"นักบริหารเงิน กล่าว
ทั้งนี้ สัปดาห์นี้คงต้องติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐจะออกมาในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่และจะมีผลต่อดอลลาร์มากน้อยแค่ไหน
ส่วนค่าเงินสกุลต่างประเทศช่วงเย็นวันนี้ เงินเยนอยู่ที่ 94.58/62 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าอยู่ที่ 94.78/79 เยน/ดอลลาร์ เงินยูโร อยู่ที่ 1.4240/45 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าอยู่ที่ 1.1414/1.1415 ดอลลาร์/ยูโร
แนวโน้มเงินบาทวันพรุ่งนี้มีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องมีแนวต้านที่ 34.00 บาท/ดอลลาร์





 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 6:29:39 น.
Counter : 193 Pageviews.  

GM ยันลงทุนในไทยเพิ่ม 1.5 หมื่นล้าน

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



นายนิค ไรลีย์ รองประธานบริหารกลุ่ม จีเอ็ม และประธานบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชียแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี วานนี้ (27 พ.ค.)


รองประธานจีเอ็มเยี่ยมคาราวะ "อภิสิทธิ์" วานนี้ ยืนยันสนใจลงทุนในไทยเพิ่ม พร้อมเดินหน้าหลังบริษัทแม่ปรับโครงสร้างเสร็จ
นายนิค ไรลีย์ รองประธานบริหารกลุ่มบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (จีเอ็ม) และประธานบริษัทเจนเนอรัล มอเตอร์ส เอเชียแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคารวะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (27 พ.ค.)


นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ และนายไรลีย์ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นการค้าและการลงทุน และนายไรลีย์ได้เล่าสถานการณ์บริษัทแม่ของจีเอ็มในสหรัฐ ว่า อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการและปรับโครงสร้างบริษัท และเชื่อว่าการฟื้นฟูกิจการจะสำเร็จได้ด้วยดี อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้นจีเอ็มจำเป็นต้องลดการผลิตลงทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ฐานการผลิตรถยนต์ของจีเอ็มนอกสหรัฐ

ทั้งนี้ บริษัทจีเอ็มได้เข้ามาลงทุนผลิตรถยนต์ในไทยตั้งแต่ปี 2536 และที่ผ่านมา ได้ลงทุนในไทยแล้วเป็นเงินกว่า 2.4 หมื่นล้านบาท กำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ที่ 4 หมื่นคันต่อปี และสามารถขยายกำลังการผลิตสูงสุดได้ 1.2 แสนคันต่อปี

นายไรลีย์ ได้ระบุว่า แม้ขณะนี้ จะเป็นช่วงวิกฤติครั้งเลวร้ายที่สุดของจีเอ็ม แต่จีเอ็มมีความสนใจที่จะลงทุนในไทยเพิ่มเติมใน 2 กิจการ คือ โรงงานผลิตเอทานอล และการผลิตรถยนต์ไฮบริด แต่การลงทุนดังกล่าวจะเกิดขึ้น หลังการปรับโครงสร้างบริษัทแม่จีเอ็มในสหรัฐแล้วเสร็จลง

นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย กล่าวว่า นายไรลีย์ ระบุว่า หลังการปรับโครงสร้างกิจการของจีเอ็มแล้วเสร็จ จีเอ็มมีแผนลงทุนตั้งโรงงานผลิตเครื่องยนต์ดีเซลในไทย โดยมีวงเงินลงทุน 400-500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท และมีแผนย้ายฐานการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลมาอยู่ที่ไทยทั้ง 100% เพื่อให้ไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญของจีเอ็มในภูมิภาคนี้







 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 7:52:24 น.
Counter : 190 Pageviews.  

จีเอ็มจ่อยื่นล้มละลายฉุดดาวโจนส์ดิ่ง173จุด

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดตลาดร่วงลงเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.)หลังมีกระแสข่าวว่าจีเอ็มกำลังจะยื่นล้มละลายฉุดดาวโจนส์ร่วง173.47จุดขณะที่น้ำมันดิบพุ่ง1.0$

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.) กระแสข่าวจีเอ็ม เตรียมยื่นล้มละลายต่อศาล หลังล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ในการโน้มน้าวให้ผู้ถือพันธบัตรยอมซื้อหุ้นของบริษัท ทำให้หุ้นสหรัฐปิดตลาด ร่วงลงไป 173 จุด ตอกย้ำเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้น

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดร่วง 173.47 จุดหรือ 2.05% ปิด 8,300.02, ดัชนี S&P 500 ปิดลบ 17.27 จุดหรือ 1.90% ปิด 893.06 และดัชนี Nasdaq ปิดลดลง 19.35 จุดหรือ 1.11% ปิด 1,731.08 ปริมาณซื้อขายปานกลางราว 1.33 พันล้านหุ้นในตลาดนิวยอร์ก และราว 2.17 พันล้านหุ้นในตลาด Nasdaq

น้ำมันดิบพุ่ง1.00ดอลลาร์ก่อนประชุมโอเปก


ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดที่ระดับปิดสูงสุดในรอบเกือบ7 เดือนเมื่อวานนี้ (27 พ.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะไม่ปรับเปลี่ยนปริมาณการผลิตในการประชุมวันพฤหัสบดี (28 พ.ค.)นี้
ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 1 ดอลลาร์ หรือ 1.6 % มาปิดตลาดที่ 63.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนก.ค.ที่ตลาดกรุงลอนดอนพุ่งขึ้น 1.26 ดอลลาร์ หรือ 2.06 % ปิด 62.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 60.99-62.75 ดอลลาร์





 

Create Date : 28 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 28 พฤษภาคม 2552 7:48:56 น.
Counter : 190 Pageviews.  

คลังไฟเขียวแผนตั้งกบช.เพิ่มเงินออม4หมื่นล./ปี

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



กรณ์ จาติกวณิช


“กรณ์” ไฟเขียวแผนจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ คาดเสนอ ครม.เดือนก.ค.นี้ หวังช่วยเพิ่มระดับการออม 4 หมื่นล้านบาทต่อปี

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนครั้งที่ 2 ว่า ได้รับทราบและเห็นชอบในแนวทางการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ หรือ กบช. ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาตลาดทุน ที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในเดือนก.ค.นี้

โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนนี้ ก็เพื่อเพิ่มระดับการออมของประชาชนและประเทศ ช่วยส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุน และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนภายหลังจากเกษียณอายุดีขึ้น

เขากล่าวว่า ได้มีการประเมินว่า ระดับของการออมในปีแรกจะมีเม็ดเงินถึง 4 หมื่นล้านบาท ผ่านการออม 100 บาทต่อเดือน และ 50 บาทต่อเดือนสำหรับรัฐบาล ขณะที่ ขนาดของกองทุนนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินว่า รัฐบาลจะมีภาระงบประมาณในการนำเงินมาสมทบในกองทุนนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับเม็ดเงินงบประมาณที่ทำเพื่อประชาชนในประเทศอื่น

“เราคำนวณว่า เมื่อถึงวัยเกษียณของประชาชนแล้วจะมีระดับเงินออมที่จะเพียงพอกับการดำรงชีพที่ควรได้ และต้องการใช้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนนี้ เชื่อว่า จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นประโยชน์กับตลาดทุน เท่ากับ สร้างฐานลูกค้าให้ตลาดทุนด้วย เบื้องต้น คงจะเป็นลักษณะสมัครใจเข้ามา” เขากล่าว

ด้าน ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะแรกของการออมจะเน้นไปที่แรงงานนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 23 ล้านคน เนื่องจาก เป็นกลุ่มคนที่ยังขาดสวัสดิการของสังคมอยู่มาก

จากนั้น อีกประมาณ 2 ปี จะเน้นไปที่แรงงานในระบบ ซึ่งคงจะเป็นการออมแบบบังคับ เพื่อให้แรงงานทุกภาคส่วน มีเงินออมเพียงพอสำหรับการดำรงชีพในวัยเกษียณ ทั้งนี้ ผู้ออมสามารถเข้าระบบการออมนี้ได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี หากออมถึงอายุ 60 ปี จะได้รับเงินทดแทนที่เป็นรายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 2,800 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการออมของแต่ละคน

“เรากำหนดเบื้องต้นว่า ผู้ออมสามารถออมได้ขั้นต่ำ 100 บาทต่อเดือน แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนรัฐบาลจะสมทบให้ 50 บาทต่อเดือนเท่านั้น เมื่อเกษียณอายุ จะมีรายได้ขั้นต่ำ 2,800 บาทต่อเดือน” เขากล่าว

สำหรับอัตราภาษีการออมนั้น รัฐบาลจะยกเว้นให้ ส่วนการบริหารกองทุนนั้น จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่ต้องมีรูปแบบการออมที่ไม่กระทบต่อเงินของผู้ออม ซึ่งมั่นใจว่า จะเห็นการจัดตั้งกองทุนนี้ภายในปีนี้

เขากล่าวว่า ภาระเงินงบประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ไม่ได้ถือเป็นภาระต่องบประมาณของรัฐบาลมากนัก เพราะในแต่ละปี รัฐบาลได้ใช้เงินเพื่อดูแลคนชราทั่วประเทศ 1.8 ล้านคน มากกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญแนวโน้มของภาระดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกปี การใช้เงินงบประมาณเพียงปีละ 15,000 ล้านบาท ถือเป็นการวางรากฐานให้กับอนาคต

สำหรับแนวคิดที่จะใช้การออมเงินแบบ กบช.กับแรงงานที่อยู่ในระบบ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ล้านคนนั้น ก็เพื่อเป็นการต่อยอดการออมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม แต่จะไม่ทำเพิ่มให้กับข้าราชการอีกแล้ว เพราะผลตอบแทนจากออมใน กบข.เพียงพอต่อการกับใช้ชีวิตในวัยเกษียณอยู่แล้ว

“สำหรับแรงงานที่อยู่ในระบบนั้น คาดว่า จะเริ่มนำมาใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะแตกต่างจากแรงงานนอกระบบตรงที่ การออมของแรงงานในระบบจะเป็นการออมภาคบังคับ เหมือนกับประกันสังคม เพื่อเพิ่มรายได้หลังจากการเกษียณของแรงงานให้มีมากขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

โดยมีหลักการคือ เพิ่มระบบการออมทั้งในส่วนลูกจ้างและนายจ้างปัจจุบัน ลูกจ้าง 3% นายจ้าง 3% และรัฐบาล 3% จะต่อยอดเฉพาะในส่วนของลูกจ้างและนายจ้างเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่เท่ากัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งในส่วนของนายจ้างนั้นสามารถนำภาระที่เกิดขึ้นไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เหมือนกับประกันสังคมทุกประการ” เขากล่าว

ส่วนกรณีที่แรงงานในระบบเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน แต่ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลี้ยงกำหนดการออมขั้นต่ำคือ 2% สูงไม่เกิน 15% ตัวอย่างเช่น หากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงออมอยู่แล้ว 5% ก็ให้นำเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยง 2% ส่วนที่เหลืออีก 3% เข้า กบช.เป็นต้น แต่ต้องส่งเงินสมทบทั้งจากนายจ้างและลูกจ้าง

ส่วนกรณีที่ ตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บลจ.เสนอชะลอ หรือระงับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะนายจ้างขาดสภาพคล่องนั้น ขณะนี้ ยังไม่เห็นหนังสือจากตัวแทน บลจ.และการหารือในคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทยที่มี รมว.คลังเป็นประธาน ตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาตลาดแห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และตัวแทนจาก บลจ.ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 7:40:19 น.
Counter : 174 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.