Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 
คลังไฟเขียวแผนตั้งกบช.เพิ่มเงินออม4หมื่นล./ปี

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com



กรณ์ จาติกวณิช


“กรณ์” ไฟเขียวแผนจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ คาดเสนอ ครม.เดือนก.ค.นี้ หวังช่วยเพิ่มระดับการออม 4 หมื่นล้านบาทต่อปี

นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนครั้งที่ 2 ว่า ได้รับทราบและเห็นชอบในแนวทางการจัดตั้งกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ หรือ กบช. ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนพัฒนาตลาดทุน ที่จะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจในเดือนก.ค.นี้

โดยวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนนี้ ก็เพื่อเพิ่มระดับการออมของประชาชนและประเทศ ช่วยส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุน และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนภายหลังจากเกษียณอายุดีขึ้น

เขากล่าวว่า ได้มีการประเมินว่า ระดับของการออมในปีแรกจะมีเม็ดเงินถึง 4 หมื่นล้านบาท ผ่านการออม 100 บาทต่อเดือน และ 50 บาทต่อเดือนสำหรับรัฐบาล ขณะที่ ขนาดของกองทุนนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีการประเมินว่า รัฐบาลจะมีภาระงบประมาณในการนำเงินมาสมทบในกองทุนนี้ประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มาก เมื่อเทียบกับเม็ดเงินงบประมาณที่ทำเพื่อประชาชนในประเทศอื่น

“เราคำนวณว่า เมื่อถึงวัยเกษียณของประชาชนแล้วจะมีระดับเงินออมที่จะเพียงพอกับการดำรงชีพที่ควรได้ และต้องการใช้ ซึ่งผมเห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนนี้ เชื่อว่า จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นประโยชน์กับตลาดทุน เท่ากับ สร้างฐานลูกค้าให้ตลาดทุนด้วย เบื้องต้น คงจะเป็นลักษณะสมัครใจเข้ามา” เขากล่าว

ด้าน ดร.สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ระยะแรกของการออมจะเน้นไปที่แรงงานนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 23 ล้านคน เนื่องจาก เป็นกลุ่มคนที่ยังขาดสวัสดิการของสังคมอยู่มาก

จากนั้น อีกประมาณ 2 ปี จะเน้นไปที่แรงงานในระบบ ซึ่งคงจะเป็นการออมแบบบังคับ เพื่อให้แรงงานทุกภาคส่วน มีเงินออมเพียงพอสำหรับการดำรงชีพในวัยเกษียณ ทั้งนี้ ผู้ออมสามารถเข้าระบบการออมนี้ได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี หากออมถึงอายุ 60 ปี จะได้รับเงินทดแทนที่เป็นรายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ 2,800 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการออมของแต่ละคน

“เรากำหนดเบื้องต้นว่า ผู้ออมสามารถออมได้ขั้นต่ำ 100 บาทต่อเดือน แต่สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน ส่วนรัฐบาลจะสมทบให้ 50 บาทต่อเดือนเท่านั้น เมื่อเกษียณอายุ จะมีรายได้ขั้นต่ำ 2,800 บาทต่อเดือน” เขากล่าว

สำหรับอัตราภาษีการออมนั้น รัฐบาลจะยกเว้นให้ ส่วนการบริหารกองทุนนั้น จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่ต้องมีรูปแบบการออมที่ไม่กระทบต่อเงินของผู้ออม ซึ่งมั่นใจว่า จะเห็นการจัดตั้งกองทุนนี้ภายในปีนี้

เขากล่าวว่า ภาระเงินงบประมาณ 15,000 ล้านบาทต่อปี ไม่ได้ถือเป็นภาระต่องบประมาณของรัฐบาลมากนัก เพราะในแต่ละปี รัฐบาลได้ใช้เงินเพื่อดูแลคนชราทั่วประเทศ 1.8 ล้านคน มากกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี ที่สำคัญแนวโน้มของภาระดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุกปี การใช้เงินงบประมาณเพียงปีละ 15,000 ล้านบาท ถือเป็นการวางรากฐานให้กับอนาคต

สำหรับแนวคิดที่จะใช้การออมเงินแบบ กบช.กับแรงงานที่อยู่ในระบบ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 10 ล้านคนนั้น ก็เพื่อเป็นการต่อยอดการออมที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนประกันสังคม แต่จะไม่ทำเพิ่มให้กับข้าราชการอีกแล้ว เพราะผลตอบแทนจากออมใน กบข.เพียงพอต่อการกับใช้ชีวิตในวัยเกษียณอยู่แล้ว

“สำหรับแรงงานที่อยู่ในระบบนั้น คาดว่า จะเริ่มนำมาใช้ในอีก 2 ปีข้างหน้า ซึ่งจะแตกต่างจากแรงงานนอกระบบตรงที่ การออมของแรงงานในระบบจะเป็นการออมภาคบังคับ เหมือนกับประกันสังคม เพื่อเพิ่มรายได้หลังจากการเกษียณของแรงงานให้มีมากขึ้นและเพียงพอต่อการดำรงชีวิต

โดยมีหลักการคือ เพิ่มระบบการออมทั้งในส่วนลูกจ้างและนายจ้างปัจจุบัน ลูกจ้าง 3% นายจ้าง 3% และรัฐบาล 3% จะต่อยอดเฉพาะในส่วนของลูกจ้างและนายจ้างเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่เท่ากัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ระบุเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งในส่วนของนายจ้างนั้นสามารถนำภาระที่เกิดขึ้นไปหักเป็นค่าใช้จ่ายได้เหมือนกับประกันสังคมทุกประการ” เขากล่าว

ส่วนกรณีที่แรงงานในระบบเป็นสมาชิกของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ดำเนินการในรูปแบบเดียวกัน แต่ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเลี้ยงกำหนดการออมขั้นต่ำคือ 2% สูงไม่เกิน 15% ตัวอย่างเช่น หากสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงออมอยู่แล้ว 5% ก็ให้นำเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยง 2% ส่วนที่เหลืออีก 3% เข้า กบช.เป็นต้น แต่ต้องส่งเงินสมทบทั้งจากนายจ้างและลูกจ้าง

ส่วนกรณีที่ ตัวแทนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บลจ.เสนอชะลอ หรือระงับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพราะนายจ้างขาดสภาพคล่องนั้น ขณะนี้ ยังไม่เห็นหนังสือจากตัวแทน บลจ.และการหารือในคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทยที่มี รมว.คลังเป็นประธาน ตลาดหลักทรัพย์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาตลาดแห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) และตัวแทนจาก บลจ.ไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้




Create Date : 22 พฤษภาคม 2552
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 7:40:19 น. 0 comments
Counter : 180 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.