Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 
โบรกฯแนะ"ขาย-รอสะสม"ที่แนวรับ400จุด


ที่มา http://www.bangkokbiznews.com


:หุ้นไทยดีดต่อ 12 จุด หลัง "อภิสิทธิ์" ชนะโหวตนั่งเก้าอี้นายกฯ ตามคาด "ภัทรียา" เชื่อสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น โบรกเกอร์แนะระวังแรงขายพร้อมแนะจับตาการรวมตัวกลุ่มต่อต้าน

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วานนี้ (15 ธ.ค.) ดัชนีปิดการซื้อขายที่ระดับดัชนี 437.06 จุด เพิ่มขึ้น 12.27 จุด หรือ 2.89% ระหว่างวันแตะระดับสูงสุดที่ 438.12 จุด และระดับต่ำสุดที่ 424.30 จุด มูลค่าการซื้อขาย 19,485.97 ล้านบาท


โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 669 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันต่างประเทศขายสุทธิ 14 ล้านบาท เช่นเดียวกับนักลงทุนทั่วไปที่ขายสุทธิ 655.41 ล้านบาท

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท.(PTT) ปิดการซื้อขายที่ 177 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ 2.91% มูลค่าการซื้อขาย 2,330 ล้านบาท บริษัท บ้านปู (BANPU) ปิดการซื้อขายที่ 220 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 บาท หรือ 3.77% มูลค่าการซื้อขาย 1,763 ล้านบาท บริษัท ปตท.สผ.(PTTEP) ปิดการซื้อขายที่ 109 บาท เพิ่มขึ้น 4 บาท หรือ 3.81% มูลค่าการซื้อขาย 1,336 ล้านบาท บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ปิดการซื้อขายที่ 2.44 บาท เพิ่มขึ้น 0.34 บาท หรือ 16.19% มูลค่าการซื้อขาย 1,105 ล้านบาท และบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ปิดการซื้อขายที่ 15.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ 8.22% มูลค่าการซื้อขาย 1,086 ล้านบาท

นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันซ่า กล่าวว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยวานนี้คึกคักและมีแรงซื้อหลั่งไหลเข้ามาในหุ้นมาร์เก็ตแคปขนาดใหญ่กระจายในทุกกลุ่ม โดยปัจจัยกระตุ้นจิตวิทยาการลงทุนหลักในวันนี้ มาจากความสำเร็จของการพลิกขั้วการเมืองได้สร้างมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจการลงทุน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ในช่วงสั้น

นอกจากนี้ ยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากภาวะตลาดหุ้นต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นกันถ้วนหน้า จากความหวังว่าอาจมีการช่วยเหลือแก่กลุ่มผู้ผลิตรถยนต์สหรัฐฯ หลังทำเนียบขาวแถลงว่าอาจให้เงินทุนฉุกเฉินแก่อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ แม้ว่ารัฐสภาสหรัฐฯจะไม่อนุมัติมาตรการฟื้นฟูในวันพฤหัสที่ผ่านมา

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในวันนี้ (16 ธ.ค.) คาดว่าดัชนีน่าจะอ่อนตัวลงจากแรงขายทำกำไรหลังตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ จากการเก็งกำไรประเด็นพรรคประชาธิปัตย์พลิกมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย

เมื่อเป็นดังคาดการณ์ นักลงทุนน่าจะขายทำกำไรออกมาเพื่อประเมินความเสี่ยงจากการที่เริ่มมีกลุ่มเสื้อแดง หรือกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. ออกมาต่อต้านรัฐบาลใหม่ อีกทั้งรอจับตาโฉมหน้าคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

ทั้งนี้กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ขายและรอสะสมที่แนวรับ 400 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 450 จุด

นายวีระชัย ครองสามสี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.ฟาร์อีสท์ เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (15 ธ.ค.) ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าเนื่องจากมีแรงซื้อเก็งกำไรตามการคาดการณ์ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะครองเสียงข้างมากในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มีขึ้นในการประชุมสภาสมัยวิสามัญเช้าวานนี้และได้เป็นแกนนำในการตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้ แม้จะมีแรงขายทำกำไรภายหลังจากที่นายอภิสิทธิ์ได้รับการโหวตให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามคาด แต่ก็ยังคงมีมุมมองเป็นบวกต่อสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่ดีขึ้นชัดเจนในช่วงสั้น

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยบวกกรณีที่ที่สื่อต่างประเทศรายงานว่าทำเนียบขาวและเจ้าหน้าที่ระดับสูงทางฟากพรรคเดโมแครตยินดีที่จะจัดสรรเงินบางส่วนจากงบประมาณ 7 แสนล้านเหรียญเพื่อช่วยสถาบันการเงิน (TARP) มาช่วยกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องหนักสนับสนุนให้ดัชนียืนในแดนบวกได้

ตลาดเชื่อบรรยากาศการเมืองดีขึ้น

นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากทราบผลโหวตนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 27 ของประเทศไทย ประเมินว่าสถานการณ์ทางการเมืองน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น

นอกจากนี้คงสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและการมีรัฐบาลชุดใหม่นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้การเมืองเดินหน้าไปได้

ส่วนเรื่องแรกที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดูแลคือเรื่องเศรษฐกิจ หากมีทีมเศรษฐกิจที่มีเอกภาพสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างต่อเนื่องคงจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติและกลับเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเหมือนที่ผ่านมา

“การตั้งทีมเศรษฐกิจหากมีเอกภาพมีการทำงานที่ชัดเจนและเชื่อมโยงทั้ง 3 กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง อุตสาหกรรม คงช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับมาและคงมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี และหวังว่าต่างชาติน่าจะมองไทยในแง่ที่ดีเพราะอย่างน้อยรัฐบาลชุดใหม่มาจากขบวนการของรัฐสภา หากการเมืองมีความชัดเจนนักลงทุนต่างชาติน่าจะพิจารณากลับเข้ามาลงทุนในไทย”

เธอกล่าวอีกว่า หลังจากที่มีรัฐบาลชุดใหม่แล้ว ตลท.เตรียมที่จะเสนอแผนงานเดิม ซึ่งมีทั้งหมด 6 เรื่องประกอบด้วย การปรับโครงสร้างของตลาด การเปิดเสรีในการทำธุรกิจหลักทรัพย์ เรื่องของกลไกภาษี กลไกในการระดมทุน เรื่องตราสารหนี้ และการปรับกฎเกณฑ์ต่างๆ เช่น การควบรวมกิจการ ต่อรัฐบาลชุดใหม่ให้พิจารณาและผลักดันโครงการดังกล่าวให้เดินหน้าต่อไปเพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับตลาดทุน

“แผนงานที่จะเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่คงเป็นแผนงานเดิม คือ บิ๊กแบงก์ 6 เรื่องที่เคยได้พูดไว้ก่อนหน้านั้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างของตลาด กฎหมายต่างๆ เรื่องภาษี เรื่องตลาดบอนด์ เรื่อง M&A เพื่อให้ตลาดหุ้นเป็นช่องทางในการระดมทุน ส่วนที่หมอดูบอกว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ประมาณ 3 เดือนก็ขอเป็นกำลังใจให้อยู่ได้ยาวนาน เพราะการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ นโยบายจะไม่ต่อเนื่อง หวังว่าการฟอร์มทีมรัฐบาลจะมีเอกภาพโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ”

- หุ้นเอเชียดีดรับแผนช่วยเหลืออุตฯรถยนต์

ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียทะยานขึ้นวานนี้ (15 ธ.ค.) ตามแรงหนุนจากความหวังว่าทำเนียบขาวอาจมีมาตรการให้ความช่วยเหลือต่ออุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของสหรัฐ โดยดัชนีหุ้นเอ็มเอสซีไอ เอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น พุ่งขึ้น 4% ขณะที่ดัชนีหุ้นนิกเคอิในตลาดโตเกียวดีดตัวขึ้น 428.79 จุด หรือ 5.2% ปิดที่ระดับ 8,664.66

นายโซอิจิโร มอนจิ หัวหน้านักวิเคราะห์ ไดวา เอสบี อินเวสต์เมนต์ส กล่าวว่า ความหวังสำหรับแผนช่วยเหลือผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ 3 รายของสหรัฐ กระตุ้นให้มีแรงซื้อคืน และช่วยชดเชยผลกระทบจากข้อมูลของธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ที่ระบุว่าความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2517 แตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 7 ปี

ดัชนีหุ้นหั่งเส็งในตลาดฮ่องกงไต่ขึ้น 288.56 จุด หรือ 1.9% ปิดที่ระดับ 15,046.95 ส่วนดัชนีหุ้นสเตรตส์ไทมส์ของสิงคโปร์ ขยับขึ้น 34.42 จุด หรือ 1.98% ปิดที่ระดับ 1,774.76 ดัชนีหุ้นคอมโพสิตในตลาดเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 54.37 จุด หรือ 4.9% ปิดที่ระดับ 478.33 ดัชนีหุ้นเว็ตเต็ดของไต้หวันเพิ่มขึ้น 132.45 จุด หรือ 2.96% ปิดที่ระดับ 4,588.14 ดัชนีหุ้นออล ออดินารีส์ ของออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 83.2 จุด หรือ 2.4% ปิดที่ระดับ 3,535.7






Create Date : 16 ธันวาคม 2551
Last Update : 16 ธันวาคม 2551 7:13:15 น. 2 comments
Counter : 205 Pageviews.

 
ถ้าจนถึงวันที่19 ธ.ค. นี่ยังไม่ต่ำกว่าสี่ร้อยนี่ บล็อคนี้หน้าแตกครับ คอนเฟิร์ม


โดย: ชาวสวน IP: 203.144.187.19 วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:21:58:03 น.  

 
ผมว่าโบรคหน้าแหกนะ ไม่ใช่blog อิอิ คอนเฟิร์มกว่า
ฟินันซ่า กับเจ๊ส้ม


โดย: ยิ้มไว้เมื่อหุ้นลง วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:22:14:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.