Blog เล็กๆแห่งหนึ่ง รวมเกร็ดข่าวสาระประจำวัน กับ เรื่องที่อาจจะไร้สาระ ของ ลูกผู้ชายคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในมหานครใหญ่แห่งหนึ่ง ในที่โลกที่กว้างใหญ่ใบนี้
Group Blog
 
All Blogs
 
จัดพอร์ตผลตอบแทน7.3%จะมีเงินใช้ตลอดชีวิต

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/




ธีระ ภู่ตระกูล


วันนี้คุณมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณของตัวเองหรือยัง เพราะการเกษียณอย่างมีความสุข ต้องเริ่มต้นด้วยการวางแผนที่ดี

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : มีการศึกษาพบว่าชายไทยจะมีอายุหลังเกษียณไปอีก 25 ปี ในขณะที่หญิงจะอยู่ที่ 29 ปี


มีตัวเลขที่น่าสนใจถ้าคุณมีเงินเดือนๆ ละ 10,000 บาท และหลังเกษียณตั้งใจจะใช้เงินในอัตรา 50% ของเงินเดือน ถ้าคุณเป็นผู้ชายต้องมีเงิน 3 ล้านบาท เป็นหญิงต้องมี 3.5 ล้านบาท

แต่ถ้าคุณมีเงินเดือนๆ ละ 50,000 บาท แล้วตั้งใจจะใช้เพียง 50% ของเงินเดือนในช่วงเกษียณ คุณจะต้องมีเงินวันที่เกษียณ 15 ล้านบาทสำหรับผู้ชาย และ 17.4 ล้านบาท สำหรับผู้หญิง

ชีวิตหลังเกษียณไม่เร็วก็ช้าจะต้องเดินทางมาถึงทุกคน แต่การเกษียณอายุเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของชีวิต ไม่ใช่จุดจบของการเดินทาง ในระหว่างเส้นทางนี้จึงมีความท้าทายรอคอยคุณอยู่มากมาย วันนี้เราจะมาฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางแผนเพื่อชีวิตหลังเกษียณกันดู

@ สังคมผู้สูงอายุ

“ธีระ ภู่ตระกูล” ประธานกรรมการ บลจ.ฟินันซ่า บอกว่า ประชากรไทย 64.2 ล้านคน มีอายุน้อยกว่า 14 ปี ประมาณ 23% มีอายุมากกว่า 60 ปี ประมาณ 10% โดยมีคนที่อยู่ในวัยทำงาน 15-60 ปี ประมาณ 67% ซึ่งในจำนวนนี้ว่างงาน 13%

โดยคนที่อยู่ในวัยทำงาน 54% มีเพียง 28% เท่านั้น ที่อยู่ในภายใต้ระบบบำเหน็จบำนาญ อีก 72% ของแรงงานที่เหลือไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญรองรับ ซึ่งในจำนวน 23% ที่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญคงต้องมาสำรวจดูความพอเพียงของเงินที่เตรียมไว้ใช้หลังเกษียณว่ามีพอเพียงหรือไม่ ในขณะที่อีก 72% ที่ไม่ได้อยู่ในระบบก็ต้องหันมาดูแลตัวเองเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่จะเดินทางมาถึง ดังนั้นเรื่องการวางแผนหลังเกษียณทุกคนควรจะต้องหันมาดูแลตัวเองเป็นสำคัญ

“มีการคาดหมายว่าปริมาณประชากรของไทยจะเพิ่มขึ้นจาก 64.2 ล้านคนในปี 2548 เพิ่มขึ้นเป็น 74.5 ล้านคนในปี 2593 โดยคนที่มีอายุเกิน 60 ปี จะเพิ่มขึ้นจาก 10% ในปี 2548 เป็น 28% ในปี 2593 โดยมีสัดส่วนของคนที่อยู่ในวัยทำงานลดลงจาก 67% ในปี 2548 เหลือ 54% ในปี 2593 หรือมีสัดส่วนของคนที่อยู่ในวัยทำงานต่อคนวัยเกษียณลดลงจาก 7 ต่อ 1 ในปี 2548 เหลือเพียง 2 ต่อ 1 ในปี 2593 เท่านั้น นี่คือเหตุผลที่เราควรจะต้องวางแผนเกษียณให้ตัวเองตั้งแต่วันนี้เพื่อจะไม่เป็นภาระของลูกหลานในอนาคตข้างหน้า”

จากการศึกแหล่งรายได้ในวัยเกษียณของครัวเรือนในสหรัฐที่มีรายได้เดือนละ 120,000 บาท พบว่าเป็นรายได้จากการทำงานหลังเกษียณ 36% ประกันสังคม 19% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 20% การลงทุนส่วนตัว 23% และแหล่งรายได้อื่นๆ อีก 2%

โดยผู้ที่เกษียณอายุส่วนใหญ่ในสหรัฐต้องรับผิดชอบ 80% ของรายได้ตัวเองในวัยเกษียณ

นอกจากนี้ผู้วางแผนเกษียณอายุจะต้องคำนึงถึงส่วนต่างระหว่างค่าใช้จ่ายกับรายได้ (Income Gap) ที่จะเกิดขึ้นหลังเกษียณอีกด้วย เพราะเป็นช่วงที่รายได้จะปรับตัวลดลงในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากก่อนเกษียณเท่าไรนัก

“เพราะค่าใช้จ่ายหลังเกษียณเป็นอุปนิสัยที่เปลี่ยนแปลงได้ยาก ถ้าเคยใช้เดือนละ 100 บาท ก่อนเกษียณ หลังเกษียณจะให้ไปใช้เดือนละ 60 บาท เป็นไปได้ยาก ทั้งนี้พบว่า 80% ของค่าใช้จ่ายของวัยเกษียณจะมาในช่วง 2 ปีสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นการเกษียณอย่างมีความสุขเริ่มต้นด้วยการวางแผนที่ดีเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ดูว่าปัจจุบันคุณมีเงินออมเท่าไรแล้ว ในยามเกษียณคุณต้องการใช้เงินเท่าไร คุณมีเวลาลงทุนกี่ปี และคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยเท่าไร”

@ ความเสี่ยง 4 อย่าง

ธีระ ยังบอกอีกว่า มีการศึกษาพบว่าชีวิตหลังเกษียณถ้ามีรายได้ไว้ใช้จ่ายต่ำกว่า 70% ของรายได้เดือนสุดท้าย จะดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้ แต่ตรงนี้คงต้องขึ้นกับรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละคนด้วย แต่ถ้าดูแหล่งลงทุนเพื่อชีวิตหลังเกษียณที่คนไทยมีอยู่ในปัจจุบันไม่น่าจะเพียงพอที่จะทำให้เราใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างเป็นสุขได้

ไม่ว่าจะเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ก็ยังไม่เพียงพอ ผู้ลงทุนจะต้องไปลงทุนอย่างอื่นด้วย เพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเองโดยผ่านการทำงานของดอกเบี้ยทบต้น ถ้าเราสามารถหาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีได้

โอกาสที่เราจะบรรลุเป้าหมายเพื่อชีวิตหลังเกษียณก็จะง่ายขึ้น แต่ประเด็นคือเราจะไปหาผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีได้จากที่ไหน พันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ก็ให้ผลตอบแทน 4% เท่านั้น

“สิ่งที่นักลงทุนควรคิดคือทำอย่างไรให้เงินออมและเงินลงทุนของเราเติบโตมากกว่าเงินเฟ้อ 1) หางานใหม่ หรือ 2) หาแหล่งลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดี เพราะการออมเพื่อการเกษียณเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลไม่ใช่คำตอบของการลงทุน”

นอกจากเรื่องของผลตอบแทนแล้ว ยังมีปัจจัยอีก 4 เรื่องที่จะทำให้การออมเพื่อเกษียณอายุของคุณไม่สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจเอาไว้ได้ ได้แก่

1) ความเสี่ยงที่มีเงินออมไม่เพียงพอ

เป็นความเสี่ยงที่ใหญ่หลวงที่สุดของทุกคนคือ เงินออมหรือเงินลงทุนโตไม่ทันกับเงินเฟ้อ เพราะเงินเฟ้อในชีวิตประจำวันสูงกว่าเงินเฟ้อที่ทางการประกาศค่อนข้างมาก ตัวอย่างในปี 2550 นมแพงขึ้น 84% น้ำมันหุงต้มแพงขึ้น 66% ธัญพืชแพงขึ้น 45% ปศุสัตว์ แพงขึ้น 16% นี่คือราคาของสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ

แต่ลองหันกลับมามองดูผลตอบแทนจากการลงทุนระหว่างปี 2542-2551 พบว่าเงินฝากประจำ 1 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.85% พันธบัตรอายุ 10 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 5.51% ในขณะที่การลงทุนในหุ้น 10 ปี ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6.93% อย่างไรก็ตามการลงทุนในหุ้นยังเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเงินฝากและพันธบัตรในระยะยาว

“นี่จึงเป็นความเสี่ยงแรกที่จะทำให้เงินออมเพื่อการเกษียณไม่เป็นไปตามเป้าหมายเพราะผลตอบแทนของการลงทุนโตไม่ทันกับเงินเฟ้อ ส่งผลให้คุณมีเงินออมไม่เพียงพอที่จะใช้เมื่อเกษียณ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของคนที่อยู่ในวัยสร้างตัวและวัยเกษียณ”

2) ความเสี่ยงจากการลงทุน

นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการไปลงทุนที่จะเกิดขึ้นตามมา ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2551 ดัชนี S&P500 ติดลบ 36.7% ,Nikkei ติดลบ 38.5% ,FTSE Euro100 ติดลบ 51.2% ,MSCI EM ติดลบ 59.3% ,MSCI World ติดลบ 43.9% ในขณะที่ตลาดหุ้นไทยติดลบไปแล้วในเทอมของดอลลาร์สหรัฐ 56.7% ติดลบมากกว่าประเทศสหรัฐที่เป็นต้นตอของวิกฤติการเงินโลกในครั้งนี้อีก

หันมาดูกลุ่มประเทศ BRIC ในช่วง 10 เดือนแรก ตลาดหุ้นบราซิล ติดลบ 54.4% ,ตลาดหุ้นรัสเซีย ติดลบ 71.9% ,ตลาดหุ้นอินเดีย ติดลบ 64.6% และตลาดหุ้นจีนติดลบ 76.3% นี่คือความเสี่ยงจากการลงทุนโดยเฉพาะในตลาดเกิดใหม่ที่มีความผันผวนสูงเวลาขึ้นๆ แรง เวลาลงก็ลงแรงเช่นเดียวกัน

“ถ้านักลงทุนเข้าใจว่าการลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นจะช่วยให้ประสบความสำเร็จในระยะยาวได้ “จากสถิติการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วง 33 ปีที่ผ่านมา มี 17 ปีที่มีกำไร มี 16 ปีที่ขาดทุนถ้าคุณซื้อต้นปีขายปลายปี หากซื้อปีต่อปี โอกาสขาดทุน 50-50 แต่ถ้าลงทุนได้ระยะยาว 5-20 ปี ไม่มีขาดทุนมีแต่กำไร โดยผลตอบแทนย้อนหลังในช่วง 20 ปี อยู่ที่ 201% หรือเฉลี่ยปีละ 10% ดังนั้นการลงทุนในหุ้นควรจะมีระยะเวลาในการลงทุนที่ยาวหน่อย”

นอกจากนี้ยังควรมองหาโอกาสในการลงทุนใหม่ๆ ในสหรัฐหรือยุโรปเองยังมีศักยภาพอีกมาก มีบริษัทดีๆ อยู่อีก แทนที่เราจะลงทุนกระจุกตัวอยู่แต่ในประเทศไทยก็กระจายการลงทุนไปในตลาดอื่นบ้าง ในสินทรัพย์ประเภทอื่นบ้าง เป็นการช่วยลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเอง

หากคุณมีโอกาสที่จะไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐจากสถิติของดัชนี S&P500 ตั้งแต่ปี 1937-2007 พบว่ามีถึง 53 ปีที่มีกำไร มีเพียง 18 ปีเท่านั้นที่ขาดทุน โอกาสในการที่คุณจะได้กำไรมีมากกว่าตลาดหุ้นไทยเยอะ โดยผลตอบแทนในระยะยาวของดัชนี S&P500 ที่ผ่านมาหลายวิกฤติก็ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% ดังนั้นการลงทุนในหุ้นในระยะยาวยังเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีมากๆ

“ความเสี่ยงของการลงทุนนี้เป็นความเสี่ยงที่มีอยู่ในคนทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นช่วงวัยสร้างตัว ช่วงวัยเกษียณ หรือช่วงวัยชราไปแล้วก็ตาม”

3) ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ

ธีระ บอกว่า ผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อจะทำให้เงิน 50,000 บาท ของคุณในวันนี้ เหลือ 30,477 บาท ในอีก 25 ปี ข้างหน้า ที่อัตราเงินเฟ้อ 2% ต่อปี โดยจะเหลือ 23,880 บาท ในอีก 25 ปีข้างหน้า ที่อัตราเงินเฟ้อ 3% ต่อปี และจะเหลือ 18,756 บาท ในอีก 25 ปีข้างหน้า ที่อัตราเงินเฟ้อ 4% ต่อปี ความเสี่ยงจากเงินเฟ้อเป็นความเสี่ยงที่อยู่ในช่วงวัยเกษียณและวัยชราดังนั้นผู้ลงทุนควรจะมองหาการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่ต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ด้วย

“นอกจากหุ้นแล้วการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ก็เป็นการลงทุนที่สามารถจะต่อสู้กับเงินเฟ้อได้ดี โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2551 ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ RICI ติดลบ 29% แม้จะปรับตัวลงเช่นเดียวกับหุ้นแต่การปรับตัวลงน้อยกว่าหุ้น เพราะโดยปกติแล้วสินค้าโภคภัณฑ์มีความสัมพันธ์กับหุ้นและตราสารหนี้น้อย”

จากการศึกษาผลตอบแทนของดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ RICI และดัชนีตลาดหุ้นไทยตั้งแต่เดือนก.ย.1998-ก.ค.2008 พบว่า ดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ RICI ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15.4% ต่อปี และมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) 18.4% ในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 9.8% และมี SD 30% ซึ่งจะเห็นว่าการลงทุนในดัชนีสินค้าโภคภัณฑ์ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าในขณะที่ความเสี่ยงต่ำกว่า โดยมีค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) กับตลาดหุ้นไทยเพียง 0.09 เท่านั้น ซึ่งเหมาะที่จะใช้กระจายความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนอย่างมาก

4) ความเสี่ยงจากการมีอายุยืน

จัดเป็นความเสี่ยงของคนทุกวัยตั้งแต่วัยสร้างตัว วัยเกษียณ และวัยชราคือการมีอายุยืนยาวจนอาจจะทำให้เงินที่เก็บสะสมมานั้นหมดไปก่อนที่ตัวเองจะเสียชีวิต เพราะแนวโน้มอายุของคนเราจะยาวนานขึ้น โดยคาดว่าเพศชายจะมีอายุเฉลี่ยหลังเกษียณไปอีก 25 ปี ในขณะที่เพศหญิงจะมีอายุหลังเกษียณอีกประมาณ 29 ปี

@ พอร์ตการลงทุนหลังเกษียณ

ธีระ บอกว่า เพื่อตอบโจทย์การลงทุนเพื่อชีวิตหลังเกษียณนักลงทุนจะต้องจัดสรรเงินลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ อย่างเหมาะสมเพื่อที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับพอร์ตการลงทุนของตัวเอง

ตัวอย่างพอร์ตการลงทุนที่จะให้ผลตอบแทนประมาณ 7.3% ต่อปี จะมีสัดส่วนการลงทุนในพันธบัตร 15% หุ้น 50% อสังหาริมทรัพย์ 10% และการลงทุนทางเลือกอีก 25% ซึ่งการลงทุนทางเลือกนี้ เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ กองทุนป้องกันความเสี่ยง (Hedge Fund) หรือการลงทุนในนิติบุคคล (Private Equity) เป็นต้น โดยกลยุทธ์การลงทุนหลังวัยเกษียณที่อยากจะแนะนำ

“ด้วยการจัดพอร์ตที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 7.3% ต่อปี จะช่วยให้คุณมีเงินใช้ไปตลอดชีวิตได้เลย”

หากแบ่งสินทรัพย์การลงทุนออกเป็น 4 ประเภทหลักๆ ได้แก่ 1) ตราสารหนี้ 2) ตลาดหุ้นไทย 3) กองทุนที่ไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) และ 4) การลงทุนทางเลือก (Alternative Investment : AI) แล้วนำสินทรัพย์

ทั้ง 4 ประเภทมาจัดพอร์ตการลงทุน จะได้พอร์ตการลงทุนต่างๆ ดังนี้

พอร์ตสำหรับคนอายุต่ำกว่า 45 ปี แบ่งเงินลงทุนในการลงทุนทางเลือก 35% ลงทุนในตลาดหุ้นไทย 25% และลงทุนในหุ้นโลกผ่านกองทุน FIF 40% จะได้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15% ต่อปี

โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) อยู่ที่ 9% ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องของเงินออมไม่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณด้วยการทำงานแบบทบต้นของผลตอบแทนไปเรื่อยๆ เชื่อว่ายังไงก็จะมีเงินเพียงพอที่จะไว้ใช้หลังเกษียณอย่างแน่นอน

พอร์ตวัยเกษียณ อายุ 45-55 ปี ให้แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ 30% ลงทุนในตลาดหุ้นไทย 20% หุ้นต่างประเทศผ่าน FIF 30% และการลงทุนทางเลือกอีก 20% ซึ่งการจัดพอร์ตแบบนี้คาดว่าผลตอบแทนคาดหวังที่จะได้รับจะอยู่ประมาณ 12% ต่อปี ในขณะที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) อยู่ที่ 7%

พอร์ตวัยชรา อายุมากกว่า 55 ปี แนะนำให้แบ่งเงินลงทุนในตราสารหนี้ 60% การลงทุนทางเลือก 10% หุ้นต่างประเทศผ่านกองทุน FIF 15% และหุ้นไทยอีก 15% ด้วยการจัดพอร์ตแบบนี้คาดว่าผลตอบแทนคาดหวังจะอยู่ที่ประมาณ 8% ต่อปี ในขณะที่ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) อยู่ที่ 4%

วางแผนเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อชีวิตบั้นปลายที่เปี่ยมสุข





Create Date : 07 ธันวาคม 2551
Last Update : 7 ธันวาคม 2551 19:37:29 น. 1 comments
Counter : 379 Pageviews.

 
ขอบคุณสำหรับข่าวนะค่ะ


โดย: cool2qoo วันที่: 30 มกราคม 2552 เวลา:11:33:53 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Rushing Dandy
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีทุกๆท่านครับ ขอต้อนรับเข้าสู่ Bloggang ผมนะครับ
อยาก Comment อะไรเชิญได้เต็มที่ครับ
แล้วก็ยังไง ช่วยกรุณาสนับสนุน Sponsor link ด้านล่างนี้ ด้วยนะครับ




มีผู้เข้าชม Blog แห่งนี้นับตั้งแต่ 14 ธ.ค 51 แล้ว free counters
free counter

Friends' blogs
[Add Rushing Dandy's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.