[Hual] เห่อรวมมิตรที่ผ่านมาทั้งเคาน์เตอร์แบรนด์และฮ่องกงค่า


สวัสดีค่าาาาาา หายไปนานมากกกกก
ว่าจะมาอัพเดทก็ไม่ได้ทำซะที
ได้โอกาสวันนี้เลยมาเห่อซะหน่อย
สิ่งที่จะมาเห่อนั้นมีทั้งที่ซื้อตามเคาน์เตอร์ในห้าง
และที่ดิวตี้ฟี รวมทั้งฮ่องกง
ที่ไนซ์ได้มีโอกาสไปเที่ยวมาค่ะ

เริ่มที่ของที่ซื้อมาจากเคาน์เตอร์นะคะ
วั้นนั้นไปงาน Marie Claire Beauty Awards 2012 มาค่ะ
ไปกับเพื่อนสองคนเนื่องจากอยากได้ของฟรีนั่นเอง แหะๆ
เราก็ไปตามล่าตามเคาน์เตอร์ที่เซนทรัลลาดพร้าว จนได้ถุงของขวัญมาค่ะ
แต่วันนั้นไม่ได้เอามาให้ดูกันค่ะ
เรื่องมันมีอยู่ว่าคุณเพื่อนอยากลองรองพื้น Chanel Perfection Lumiere
จึงเข้าไปขอลองี่เคาน์เตอร์ บีเอบริการดีมากๆค่ะ
ตอนแรกเข้าไปสอบถาม ไม่ได้จะซื้อก็ตอบคำถามดี
แต่เพื่อนทนไม่ไหวเลยเข้าไปขอลอง บีเอเขาคลีนหน้าให้หมดเลยค่ะ
แล้วแต่งใหม่ให้หมด ลงตั้งแต่สกินแคร์ยันลิปสติก
ตัวไนซ์เองก็สนใจรองพื้นรุ่นนี้ จึงมองดูในระยะประชิด
บีเอก็หันมาถามว่า จะลองรองพื้นดูไหมคะ มีเหรอที่เราจะพลาด
บีเอก็ลงให้เหมือนที่ทำกับเพื่อนทุกอย่าง สรุปว่าหน้าเด้งมากค่ะ
แต่ที่ทำให้หน้าไนซ์เนียนจนปลาบปลื้มนั้น ไม่ใช่ตัวรองพื้นค่ะ 
แต่เป็นอะไรนั้นมาดูรูปรวมกันก่อนค่า อิอิ
นี่คือของที่ซื้อมาทั้งหมดในวันนั้น



มาดูกันที่พระเอกที่ไนซ์ปลาบปลื้มมากๆๆๆ
นั่นก็คือ Chanel Le Blanc light mastering whitening concealer
ชื่ออลังการมาก เจ้าตัวนี้เป็นคอนซีลเลอร์เนื้อเหลว แต่ไม่เหลวแบบไหลได้
คือไม่หนา แต่ปกปิดมาก เจ้าตัวนี้ใช้แทนรองพื้นได้เลยค่ะ ถ้าไม่กลัวเปลือง แหะๆ
ตอนที่บีเอแต่งหน้าให้นั้น เขาใช้ลงตรงทีโซนและข้างแก้มเพื่ออำพรางรูขุมขนค่ะ
ถ้าหน้าดีๆ รูขุมขนไม่กว้างมาก ใช้แทนรองพื้นชั้นเดียวก็อยู่ค่ะ
แต่หน้าไนซ์รูขุมขนกว้างมาก จึงลงทับรองพื้นบางๆ 
หน้าเนียนเหมือนตรงนั้นไม่มีเคยมีสิ่งชั่วร้ายมาก่อนเลยค่ะ
ใครที่รูขุมขนกว้าง แนะนำเลยค่ะ ปกปิดดีมาก 
ตั้งแต่ซื้อมาจนถึงตอนนี้จะหมดหลอดแล้ว ใช้ได้ทุกวันจริงๆค่ะ รักมาก 
เนื้อไม่หนักนะคะ เกลี่ยง่าย ซื้อต่อแน่นอนค่า
อ่อ ไนซ์ใช้สี 20 Beige Ivoire ค่า



ต่อกันที่บลัชออนที่กรี๊ดไม่แพ้กัน
CHANEL SOLEIL TAN DE CHANEL Luminous Bronzing Powder สี 917 Sable Rose 



ที่จริงบลัชออนตัวนี้มีสองสี และเป็น Limited edition (เสียเงินเพราะตรงคำนี้แหละ)
ไนซ์เลือกโทนนี้มา เพราะดูแล้วเข้ากับสีผิวไนซ์มากกว่าค่ะ
ปัดแล้วงามมากกก เลอค่า อมตะจริงๆค่ะ

และสิ่งสุดท้ายที่ได้จากเคาน์เตอร์ Chanel เพราะแค่เพื่อนเข้าไปลองรองพื้น ฮ่าๆ
นั่นก็คือ ลิปสติก Chanel Rouge Allure Velvet สี 32 La Ravinssante


ส่วนตัวไนซ์ชอบลิปรุ่นนี้อยู่แล้ว และสีนี้ก็ตามหามาหลายที่ จนมาเจอที่นี่เลยถอยมาด้วนค่ะ
รุ่นนี้เป็นลปสติกเนื้อแมทต์ ที่เนื้อไม่แห้งและทาง่ายมากๆ
สีนี้จะออกส้มๆ ไม่ถึงกับปรี๊ดทายาก ส้มกำลังงามสวยเลยค่ะ


อีกเคาน์เตอร์ที่ไปมาก็คือ MAC นั่นเอง
บีเอไม่เหวียงไนซ์นะคะ เพราะไนซ์ไม่เปิดโอกาส ฮ่าๆ
วิธีการของไนซ์คือเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ ไปดูสิ่งที่อยากได้เพราะมีเป้าหมายแน่นอน
ลองสีเองเลยค่ะ ไม่มีใครสนใจก็ไม่แคร์ ฮ่าๆๆ
แต่ครั้งนี้มีบีเอมาลองให้ เขาก็แนะนำดีนะคะ แล้วไนซ์เป็นคน(ตัดสิน)ใจง่าย
เลยตกลงซื้อแบบรวดเร็ว ฮ่าๆ ที่จริงมันไม่ดี แต่ไนซ์ทำการบ้านมา
ว่าอยากได้สีอะไร ดูswatch มาแล้วมาดูของจริง ก็เลยง่ายค่ะ
จ่ายเงินง่ายเลย แหะๆ
ที่ได้มาก็คือ MAC Casual Color Lip & Cheek สี Have a Lovely Day!



เป็นบลัชออนเนื้อครีม สีชมพูอ่อนๆ สามารถทาได้ทั้งแก้ม และปากเลยค่า
สีนี้น่ารักมาก แต่ต้องย้ำๆหน่อย เค้าจะเน้นชมพูใสๆ ธรรมชาติๆค่ะ

เห้อ!! ไม่ได้เขียนบล็อกมานาน เหนื่อยเลยค่ะ
รู้สึกว่าเล่าอะไรไร้สาระด้วย ฮ่าๆ ขออภัยมาณที่นี้ค่า

เอาละ! มาต่อกันที่ของที่ไปได้มาจากการไปฮ่องกงนะคะ
รูปรวมๆค่า



อันนี้เป็นรูปรวมของที่ได้จากในดิวตี้ฟีนะคะ ทั้งรางน้ำ, สุวรรณภูมิ, และฮ่องกง



เริ่มที่ของที่ได้ตั้งแต่ยังไม่ได้ออกนอกประเทศกันก่อนเลยดีกว่า ฮ่าๆ



-  รองพื้น Armani Lasting silk foundation ค่ะ
ใช้อยู่แล้ว เลยซื้อมาสต๊อกค่ะ อ่อ! ไนซ์ว่าซื้อจากรางน้ำถูกกว่าฮ่องกงนะคะ
-  Burberry Sheer Eyeshadow สี Almond ค่ะ
เนื้อนุ่มมากจริงๆ สีสวยชัดค่ะ คุ้มมาก
-  NARS Foreplay Cheek Palette 
ตัวนี้ซื้อที่สุวรรณภูมิ เห็นแล้วพุ่งตัวเลยค่ะ ไม่คิดว่าจะเจอในประเทศไทย
เพราะได้ยินว่ามันเป็น Sephora Exclusive เลยหยิบมาแบบไม่คิดเลยค่า

ต่อกันที่ของที่ได้จากดิวตี้ฟีฮ่องกงขากลับกันก่อนนะคะ



-  SKII Travel Exclusive ค่ะ ไนซ์ไม่เคยใช้น้ำป้าเจี๊ยบมาก่อน
จึงถอยชุดนี้มาลองค่ะ ตอนแรกจะเอาแค่ตัว essence แต่บีเอบอกเซ็ตนี้คุ้มกว่า
บวกกับฝรั่งที่ยืนดูของดูคอนเฟิร์มว่าใช้ดีมาก จึงหยิบมาค่า
-  Christian Dior Rosy Glow Awakening Blush
บลัชออนตัวนี้ลังเลใจจะซื้อไม่ซื้อดีมาตั้งแต่ที่ไทย ขากลับทนไม่ไหวจริงๆ
เลยได้เจ้าบลัชออนตัวนี้กลับบ้านมาค่ะ และก็ไม่ผิดหวัง
ตัวนี้เป็นบลัชออนที่จะเปลี่ยนสีตามอุณหภูมิของร่างกายค่ะ
ไนซ์ปัดได้สีชมพูแดงเจือๆ เพราะตัวร้อนค่ะ ฮ่าๆ
สีติดทนดีมาก ช่วงนี้หยิบมาใช้ทุกวันเลยค่ะ
-  Christian Dior Dior Addict to life 50ml
ตัวนี้ยังไงก็ต้องซื้อ หอมมากๆ ฉีดแล้วเหมือนอยู่ในสวนกุหลาบ
แถมยังติดทนมากๆ ว่าจะไปถอยสีชมพูมาด้วยกันอีก ชอบมากๆๆ
-  clinique pore refining solutions correcting serum
ตัวนี้เป็นเซรั่มช่วยกระชับรูขุมขน แต่ไนซ์ใช้แล้วรูสึกถึงซิลิโคนชัดเจนค่ะ
แต่เพิ่งเริ่มใช้ เลยยังไม่แน่ใจว่าผลจะเป็นอย่างไร

มาถึงของที่เห่อมากๆจริงๆ ถึงขั้นแบกข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมา
มาดูกันดีกว่าว่าไนซ์แบกอะไรกลับมาบ้าง
เริ่มที่ LUSH ก่อนดีกว่า



แบรนด์นี้ขึ้นชื่อเรื่องสบู่และบาร์ทบอมบ์แฮนด์เมดทั้งหลาย
ซึ่งไนซ์ผิวกายจะแห้งมาก เพราะอาบน้ำอุ่ม แต่ไม่ชอบทาครีม
สบู่ก้อนๆนี้ช่วยได้มากค่ะ ใช้แล้วตัวไม่แห้ง ผิวขะชุ่มชื่นและหอมติดทนมากค่ะ
และสิ่งที่ไนซ์ปลื้มมากก็คือลิปสครับค่ะ อร่อยหอมหวานมาก อั๊ย!
สครับทีนี่แทบเผลอกลืนลงไปทุกที ส่วนอย่างอื่นก็ซื้อมาลองใช้ค่ะ


ต่อกันที่เป้าหมายหลักของการไปฮ่องกงเลย
แบบไม่ว่ายังไง ชั้นก็ต้องได้เจ้าแบรนด์นี้กลับมา
นั่นคือ Jill Stuart ค่า
เห่อมากจริงๆ หมดไปกับแบรนด์นี้เยอะที่สุดแล้ว 
หอบมาถุงใหญ่กลับบ้านสะใจเลยค่ะ อิอิ
ไว้เดี๋ยวจะมารีวิวนะคะ ติดไว้ก่อน ขอบอกว่าแป้งผสมรองพื้นเลิศมากกก 
เขี่ย Chanel mat lumiere extreme ตกอันดับเลยค่า




อย่างอื่นรวมๆค่า
บางอย่างได้ใน SASA, Bonjour, Color mix คละๆกันไป

ไอเท็มขวดๆ หนักๆทั้งหลาย



กองทัพมาร์สค่า
ที่เห็นขวดๆนั่นคือไนซ์จะเอามาทำโลชั่นมาร์สค่า



บำรุงผิว



Make-up อื่นๆ



จบแล้วค่า ไว้วันหลังตัวไหนดี ใช้แล้วชอบจะมารีวิวให้ดูกันนะคะ
วันนี้ไนซ์ขอตัวลาไปก่อน เจอกันบล็อกหน้าค่า

Smiley






Create Date : 18 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 18 พฤศจิกายน 2555 0:58:25 น.
Counter : 4860 Pageviews.

4 comment
[Hual+Review]Maybelline Color Tattoo Bad to the bronze, edgy emerald + อย่างอื่นกรุบกริบจากiherbค่า
วันนี้จะมาเห่อ + review
Maybelline Color Tattoo 24 Hour Eyeshadows ที่ตอนนี้เป็นที่นิยมมากๆ
ไนซ์บิดได้มาจาก Ebayค่ะ ที่ได้มาแค่สองสีเพราะบิดสู้คนอื่นไม่ได้ ฮ่าๆ
บิดแล้วแพงกว่าพรีออเดอร์บ้านเราอีก เลยได้มาสองสี นั่นคือ 
 Bad to the bronze กับ Edgy emerald
แต่ๆๆ เนื่องจากไนซ์เห่อจัด เลยจัดเต็มแต่งหน้าทั้งชุดนอน
มาอวดพี่ๆ น้องๆกันค่า เผื่อใครกำลังสนใจ หรือมีอยู่ในครองครอบ
นำไปแต่งได้ หรือปรับใช้ได้ค่า

ไนซ์ขอเริ่มที่ของที่ได้จาก iherb ก่อนละกัน
รูปรวมค่า



Real Techniques Stippling Brush, Expert Face Brush , Powder Brush, Blush Brush 
Queen Helene, Mud Pack Masque with Natural English Clay, 226.8 g (8 oz)
Queen Helene, Soothing Cocoa Butter, Natural Facial Scrub, 6 oz (170 g)
Queen Helene, Gentle Natural Facial Scrub, Oatmeal 'n Honey, 6 oz (170 g)
EcoTools, Bamboo 5 Piece Brush Set 
Cococare, 100% Cocoa Butter, The Yellow Stick, 1 oz (28 g)
ทั้งหมดประมาณ $54 จะบอกว่าไม่เสียภาษีค่า ดีใจมาก ฮ่าๆๆ

มาดู Real Techniques Brush กันก่อนเลยนะคะ


จากรูป Real Techniques Stippling Brush, Expert Face Brush, Blush Brush  , Powder Brush

แกะออกมาดูขนแปรง


ด้านบน

ขนแปรงพูมากค่ะ ไนซ์ได้ใช้แล้ว ชอบมากกกกกกกกก นุ่มกว่าซิกม่าค่ะ
แต่ถ้าเทียบซิกม่า F80,82 กับ RT Stippling Brush กับ Expert Face Brush
ซิกม่าขนแน่นกว่าค่ะ เกลี่ยรองพื้นเนียนกว่าในความคิดของไนซ์
ส่วน RT Powder Brush นุ่มกว่าซิกม่ามากๆๆ
Powder Brush ของซิกม่าปัดแล้วบาดหน้าค่ะ แล้วตอนล้างสีตกทุกครั้ง
สุดท้าย Blush Brush ไนซ์ว่าจิกสีบลัชได้ดีค่ะ ใช้ง่ายมาก
ตอนนี้ใช้แทนซิกม่าลูกรักไปแล้วค่ะ
อ่อ! ล้างแล้วสีไม่ตก ขนไม่ร่วงค่า

เอารูปซิกม่า F80กับ F82 ที่เคยรีวิวมาแปะเทียบขนแปรงค่ะ
ซ้าย F82 ขวา F80 


จะเห็นได้ว่าซิกม่าขนแน่นกว่ามากๆๆ

แปรงยังไม่หมดแค่นี้ค่ะ อยากลอง Ecotools เลยสั่งเจ้าตัวนี้มา
EcoTools Bamboo 5 Piece Brush Set 

ในเซ็ตประกอบไปด้วย แปรง 4 แปรง และกระเป๋าค่ะ
มี Mineral Powder Brush, Concealer Brush, Eyes Shading Brush, Baby Kabuki



ขนแปรงเค้านุ่มใช้ได้เลยค่ะ ไม่บาดหน้า คุ้มเกินราคา
เนื่องจากแปรงมีขนาดเล็ก เหมาะแก่การพกพาค่ะ
จะได้ไม่ต้องพกแปรงใหญ่ๆไปให้หนัก
ก่อนหน้านี้ไปไหนไนซ์แบกซิกม่าไปทั้งกระบอกเลยค่ะ ฮ่าๆ

ต่อที่หมวด Skincare ที่แทบไม่เคยรีวิวมาก่อน ฮ่าๆ
เพราะหนังหน้าไนซ์ไม่เหมาะออกสื่อ
กลัวตกใจกันพาลไม่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆไป



ส่วนใหญเป็นมาร์สและสครับของ Queen Helene แต่มีเจ้า Yellow Stick หลงมาอันนึง
เพราะเห็นว่าราคาถูกดี และขึ้นเป็น Top Seller เลยมามาลองดูค่า
ผลิตภัณฑ์ของQueen Helene ไนซ์เคยใช้แต่มาร์สเขียวๆ
เลยสั่งอย่างอื่นมาลอง ได้ลองใช้สครับ Oatmeal 'n Honey ไปแล้ว
เนื้อละเอียดมากก กลิ่นน่ากินด้วย ขัดเพลินเลยค่ะ
ใช้แล้วหน้านุ่ม อยากจะใช้ทุกวัน แต่กลัวหน้าแหกเพราะสครับบ่อยไป ฮ่าๆ


มาที่เจ้า Cococare, 100% Cocoa Butter, The Yellow Stick
เปิดกล่องมาก็ได้กลิ่นเจ้าตัวนี้เลยค่ะ เหมือนของไนซ์มันแอบละลายเปื้อนกล่องด้วยนิดนึง
กลิ่นโกโก้แรงมาก อยากจะกินเข้าไปแทน
อ่อ! ถ้าใครได้ซื้อเจ้าตัวนี้มา มีใครเปิดมาแล้วเหลือเท่าไนซ์มั๊ยคะ?
ไนซ์เปิดมาก็มีเท่าในรูปเลย ไม่รู้ว่าละลายไปเยอะหรือมันมีแค่นี้ตั้งแต่แรก
ไนซ์ลองเอามาทาพวกข้อศอก หัวเข่าก็ชุ่มชืนดีค่ะ
อารมณ์บาล์มๆ มาเคลือบ มันๆเหนอะๆนิดหน่อย
เวลาใช้ต้องดันขึ้นมาจากท้ายค่ะ ไม่ค่อยสะดวกเวลาเก็บเท่าไหร่ๆ

อันนี้หลงมาเห่อด้วย ฮ่าๆ



JILL STUART นั่นเองค่า พอดีเค้าเพิ่งออก Summer Collection 2012
แล้วตัว mix blush สีใหม่ออกเป็น Limited Edition
ไนซ์เชื่อว่าหลายๆคนก็หลงไปกับคำๆนี้ ไนซ์ก็เป็นหนึ่งในนั้นค่ะ
เลยได้มาทั้งสองสี และได้สั่งแป้งผสมขนาดทดลองมาลองด้วยค่ะ


 JILL STUART Bright Silk Powder Foundation 
ยังไม่ได้ลองเลย เดี๋ยวลองแล้วจะมาบอกค่า


มาที่ JILL STUART Mix Blush Compact สี 14 Lantana Honey และ 15 Strolling Bee
เป็นบลัชที่เลอค่าจริงๆ ไม่กล้าปาดอีกแล้ว
เพราะถ้าปาดแล้ว ส่วนขาวๆที่พิมพ์ลายไว้จะอันตทานไปค่า

ในที่สุดก็มาถึงสิ่งที่ตั้งใจจะมาเห่อจริงๆ
Maybelline Color Tattoo 24 Hour Eyeshadows ค่า


ซ้ายคือ Bad to the bronze ขวาคือ Edgy emerald นะคะ

Swatch


ตอนแรกที่บิด ก็แอบคิดในใจว่าจะใช้ Edgy Emerald ยังไง เจ๊แกเขียวซะ
พอได้มาและ swatchดูก็ไม่เขียวมาก แต่เหลือบสวยมากกก
ส่วน Bad to the bronze นั้น เป็นสีที่นิยมอยู่แล้ว แต่งง่ายค่ะ

วันนี้ไนซ์เลยมาลอง Create look ที่ใช้เจ้าสองตัวข้างบนให้ดูกันนะคะ
แต่เนื่องจากเห่อมาก อย่างที่บอกในข้างต้น แต่งเต็มในชุดนอนเลยค่ะ
ต้องขออภัยถ้าไม่สุภาพ แต่อยากแต่งจริงๆ ฮ่าๆ

ไนซ์ได้ลงเบสปรับผิว + รองพื้นไว้แล้วค่ะ

หน้าไนซ์รูขุมขนกว้างมาก ช่วงนี้นอนดึกมีสิวอักเสบประปราย
รอยสิวประปราย เพราะชอบบีบ อ่อ! ไนซ์ผิวมันนะคะ มันมากๆด้วย

เริ่มที่ที่ธรรมชาติๆอย่าง Bad to the bronze ก่อนละกัน


ตาข้างขวาไนซ์ทา Bad to the bronze ให้ทั่ว จากนั้นใช้สีน้ำตาลที่ใกล้เคียงกันกดทับให้ทั่ว(ในที่นี้ใช้ Sidecar จาก UD Naked 1)

แล้วใช้สีน้ำตาลแมตคัดเบ้าง่ายๆค่ะ (ใช้ buck  จาก UD Naked 1)
พอได้เบ้าตาก็ใช้แปรงไลเนอร์เล็กๆ แตะอายแชโดว์สีเข้มๆจะน้ำตาลหรือดำก็ได้
มากรีดบางๆเป็นไลนเนอร์แทนการใช้อายไลนเนอร์ค่ะ
จะได้ลุดที่ซอฟกว่า เหมาะที่จะเป็น everyday lookค่ะ
อย่าลืมใช้อายแชโดว์สีเดียวกับที่คัดเบ้าทาช่วงหางตาล่าง
เพื่อให้ต่อกัน และทำให้ตาดูโตขึ้นด้วย (ในรูปยังไม่ได้ทาค่ะ ลืมถ่าย แหะๆ)

ส่วนตาอีกข้างนั้น ไนซ์ทา Edgy Emerald จนทั่ว
แล้วทำตามเหมือนอีกข้างทุกอย่างค่ะ
แค่เปลี่ยนจากสีน้ำตาลเป็นเขียว


พอปัดแก้มทาปากแล้วก็จะได้ลุดแบบนี้ค่า

อ่อ ตาไนซ์ชั้นตาชัดแต่เนื้อเปลือกตาเยอะ พอลืมตาหมดละไม่ค่อยเห็นค่ะ
ขอโทษด้วยที่รูปใหญ่นะคะ หน้ามันใหญ่ง่ะ

ถ้าใครรู้สึกว่ายังเต็มได้อีก หรือขาดอายไลน์เนอร์ไม่ได้ ก็สามารถกรีดได้ค่ะ
แต่กรีดบางๆจะสวยกว่า ถ้าหนาจะไปบังไอ้ที่เราทาไว้หมด
ไนซ์ลองกรีดอายไลน์เนอร์แบบลิดควิดลงไปนะคะ


หน้ารวมๆค่า

ที่แสงดูต่างกันเพราะไนซ์ปรับโหมดกล้องค่ะ อันบนๆปรับโหมด Auto เพื่อให้ใช้โหมด Macro ได้
แต่อันนี้ใช้อีกโหมด โดยปรับแสงเป็นแสงไฟจากหลอดไฟนะคะ
ไนซ์ไม่ได้ปัดขนตานะคะ เพราะตอนที่แต่งก็สองทุ่มแล้ว
จะปัดแล้วมาล้างก็ขี้เกียจ ฮ่าๆๆ

เปรียบเทียบกรีดไลน์เนอร์กับไม่กรีด


เพื่อนๆชอบแบบไหนมากกว่ากันค่ะ? คอมเม้นต์ติดชมได้ค่ะ
ไนซ์ก็ไม่ได้แต่งหน้าเก่งอะไร แต่อยากแชร์ค่ะ 
จริงๆแล้วทั้งสองตัวทาเดี่ยวๆแล้วกรีดอายไล์เนอร์ทับก็สวยแล้ว
แต่ไนซ์คงคอนเซ็ปจัดเต็ม จึงคัดเบ้าด้วยค่า
ที่จริงตอนแต่ที่บ้านหาว่าเพี้ยน,ไม่เต็ม ทาตาข้างละสี ฮ่าๆๆ

วันนี้ไนซ์ขอจบการเห่อ+รีวิว เพียงแค่นี้ สงสัยอะไรถามได้นะคะ
จะกลับมาตอบค่า
ลาไปด้วยรูปนี้





Create Date : 09 มิถุนายน 2555
Last Update : 9 มิถุนายน 2555 4:05:18 น.
Counter : 6647 Pageviews.

1 comment
[Hual]เห่อรวมๆหลายสัญชาติกับของที่ได้มาในเดือนนี้ต้อนรับปีใหม่ค่า



สวัสดีค่าาาา


หายไปพักใหญ่เลยทีเดียว เนื่องจากทางคณะนัดไปสอบไฟนอลเมื่อวันที่ 22


ก็เลยยุ่งๆ วุ่นๆอยู่พักใหญ่ ฮ่าๆ


ที่จริงถ่ายรูปไปนานมากกก แต่ไม่มีเวลาทำรูปสักที


วันนี้ฤกษ์งามยามดี ขอเห่อต้อนรับปีใหม่เลยละกัน


เกริ่นสั้นๆแล้วเข้าเรื่องเลยละกันนะคะ



เริ่มที่ถุง Robinson ข้างในจะเป็นอะไรน้าา




ออกมาแล้วค่า เป็น


Lunasol Party Coffret 2011 นั่นเอง


มาในกล่องสีทอง งามมากค่า





เปิดออกมาค่า 



เซตนี้ติดแล้วคิดอีกว่าจะเอาดีมั๊ย


แต่พอเห็นพี่ๆน้องๆโต๊ะเครื่องแป้งรีวิวตัวนี้กันบ่อยๆ


กิเลสแตก รีบโทรไปจองไว้ที่เคาน์เตอร์ทันที ฮ่าๆ



มาดูสิ่งของในเซตนี้กันดีกว่า




เริ่มที่ 


Party Eye สี EX01 Tender Glow Beige Brown



อายแชโดว์พาเลทนี้เป็นลิมิตเต็ดอิดิชั่น


ซึ่งไนซ์อยากได้พาเลทนี้ตั้งแต่ทางลูนาโซลออกเจ้า Tree-dimension eyesแล้ว


อุตส่าห์ตัดใจกับ Tree-dimension eyesแล้ว มาเจออันนี้ในเซตแล้วยังเป็นลิมิเต็ด


หึๆๆๆๆ เสร็จเราละค่า Smiley



 Skin Contrast Face Powder สี 01 (Mini Type)



แป้งลูซพาวเดอร์ของลูนาโซล


เป็นสี Translucentค่ะ ด้วยความโปร่งแสง จึงสามารถเข้าได้กับทุกโทนผิวค่ะ


มาพร้อมกับพัฟหนานุ่ม เนื้อละเอียด 


 ไนซ์ไม่เคยใช้แป้งของลูนาโซลเลย เคยใช้แต่รองพื้น


แล้วตั้งแต่ได้มาก็ยังไม่ได้ลอง ฮ่าๆๆ ไว้ลองแล้วจะมารีวิวค่า



 Cream Cheeks สี EX04 Tender Glow Pink



ครีมบลัชนะคะ สีชมพูน่ารักมากๆๆๆ


ลองปาดออกมาสีสวย เกลี่ยง่าย แต่ยังไม่ลองกับหน้าอีกนั่นแหละ


เรื่องความติดทนจึงติดกันไว้ก่อนนะคะ



 Full Glamour N สี EX19 (Mini Type)



ลิปกรอสสีหวานนน ปาดออกมาเป็นสีชมพูใสๆ


ถ้าทาเดี่ยวๆ ไม่สามารถกลบสีปากได้ค่า จะได้ลุคออกวาวๆ กลอสซี่ๆ


แต่ถ้าทาทับลิปสติกก็สวยไปอีกแบบค่า


ตัวนี้ไนซ์ก็ยังไม่ได้ลองกับปาก จึงไม่ทราบว่าtextureเหนียวมากมั๊ย


แต่เท่าที่ปาดมา เนื้อไม่เหนียวมากค่ะ กำลังดี



 ชิ้นสุดท้าย กระเป๋าใส่เครื่องสำอางขนปุยๆ



เปิดมามีสองฝั่งนะคะ ขนนุ่มมากกกก


อยากจะเอามาถูหน้า ถ้าไม่กลัวสิวขึ้น ฮ่าๆ


จุของได้นิดหน่อยค่ะ แต่รวมๆแล้วสวยมาก luv!Smiley



ต่อกันที่กองกล่องพัสดุค่า ไปแบกมาจากไปรษณีย์ คนมองเต็มเลย ฮ่าๆ




มาดูกันที่กล่องนี้ก่อนนะคะ



แพคกันกระแทกมาดีมากค่ะ



ออกมาโชว์ตัวกันหน่อย มันคือ


Urban Decay Book of Shadow IV นั่นเอง




ด้านหลังค่า



ตัวนี้ไม่ได้ตั้งใจจริงๆๆๆๆ สาบานได้ ฮ่าๆ


ไม่เคยอยู่ใน wish list หรือลิสต์อะไรทั้งสิ้น


แต่ไปเจอกระทู้หนึ่งเค้าลดราคาตัวนี้ เหมาะเจาะกับที่คิดว่าจะพรี Naked2 ดีไหม


ที่ตัดสินใจเอาตัวนี้ เพราะมีสีสันแตกต่างจากพาเลทที่ไนซ์มีอยู่


และที่สำคัญ Packaging สวยมากกก ตรงป๊อบอัพเห็นแล้วก็แอบกรีดร้องเล็กๆ ฮ่าๆ



โชว์ตรงป๊อบอัพค่า






ดึงลิ้นชักออกมา



พาเลทนี้มีอายไลน์เนอร์, มาสคาร่า, อายไพรม์เมอร์ และตัวลำโพงกับสายUSB มาด้วยค่า



สีชัดๆค่า



 ไนซ์ลองเล่นๆปาดๆไปบ้างแล้ว สีสวยติดทน เม็ดสีแน่นตามสไตล์ UDค่ะ


แต่ยังทำใจไม่ได้ ไม่กล้าเล่นสีเจ็บๆ ไว้ทำใจได้แล้วจะมาอัพเดทลุคให้ดูกันค่า



ต่อกันที่กล่องดำๆกันค่ะ



กล่องนี้โดนภาษีไป 500กว่าบาทค่า



แง้มกล่องออกมา


แบรนด์นี้ส่งตรงมาจากอังกฤษนะคะ Illamasqua ค่า 




สั่งมาสี่ชิ้นตอนช่วงเค้า free shipping แค่่นี้ก็ภาษีอานแล้วค่า


ของแถมมีน้ำหอม และส้วนลดให้ใช้ในครั้งต่อไปค่า



น้ำหอมแซมเปิลค่า 




 เริ่มที่บลัชออนกันก่อนนะคะ


Power Blusher สีTweak 



ไนซ์สั่งมาสีเดียวคือ Tweak  เป็น ชมพูHot pink


ต้องปาดเบาๆ แล้วเคาะออก เพราะพิกเม้นเค้าจัดจริงๆ ไม่งั้นเป็นตรูดลิงแน่ค่า


ตอนแรกอยากได้หลายสีมาก แต่เนื่องจากสั่งไปหลายสิ่ง จึงหดเหลือชิ้นเดียว เอามาลองก่อน


ดูท่าแล้วจะออกลูกออกหลานในเร็ววัน เพราะสีติดทน เม็ดสีแน่น สมกับราคาซึงโหดอยู่เหมือนกันSmiley



ต่อกันที่ Cream Pigment สีAndrogen



ตัวนี้เป็นพิกเม้นต์เนื้อครีมสารพัดประโชน์ค่ะ


เอามาทาตา ทาแก้ม ทาปากได้หมดค่า


ไนซ์เอามาทาปากได้สีออกนู๊ดๆชมพู น่ารักมากค่า


เนื้อไม่แห้งมากนะคะ ทาปากแล้วแอบเป็นคราบเล็กน้อย


แต่ช่วงนั้นไนซ์เป็นหวัดปากแย่มาก จึงไม่แน่ใจว่าถ้าปกติจะเป็นคราบมั๊ย


เอามาทาแก้มเป็นบลัชก็สวยค่ะ ติดทนในระดับนึง แต่ไนซ์หน้ามันด้วยก็เลยไม่อยู่ทั้งวัน



มาต่อสิ่งสุดท้าย


Illamasqua intense lip gloss สี Move และ Frenzy



กลอสรุ่นนี้สามารถทาเดี่ยวๆได้เลย เนื่องจากเม็ดสีแน่นมากจริงๆ


กลบสีปากได้มิดชิด และเนื้อสัมผัสไม่เหนียวมาก แต่ติดทนในระดับนึง


ไนซ์ทาตอนเช้าแล้วมาทานโจ๊ก ทานเสร็จแล้วยังติดอยู่เลยค่ะ


แต่ถ้าทานแบบเต็มคราบอันนั้นก็คงจะทานลิปลงไปหมดด้วยแล้วล่ะ ฮ่าๆ 


 สีMoveนี่สั่งมาตามคุณมด Cinnamon girl พี่เค้าทาแล้วสวยมาก ทาอะไรก็สวยหมดจริงๆ



มากล่องถัดไปไม่ได้อยู่ในรูปรวมข้างบน แต่เป็นกล่องที่รอคอยและลุ้นมากที่สุด



จากSigma Brush นั่นเองค่า กล่องนี้ไนซ์ได้ดีเลย์ที่สุด


ได้หลังคนอื่นเป็นอาทิตย์ แต่ไนซ์ไม่เสียภาษีเลยค่า ฮี่ๆๆ ดีใจสุดๆ


ตอนแรกคิดว่าโดนชัวร์ นานขนาดนี้ นานจนส่งเมล์ไปตามกับทางSigmaเลย


ไนซ์ได้ระบุตอนสั้งซื้อว่าให้ส่งแบบ giftมาและให้ระบุราคาต่ำกว่าราคาจริง


ราคาสินค้าทั้งหมด $99 markมา $19 กรีดร้อง ฮ่าๆๆ Sigmaน่ารักจริงๆ


พล่ามมานานมาดูกันดีกว่าค่าว่าได้อะไรมาบ้าง



แงะออกมาโชว์ตัวค่า




เริ่มที่สิ่งที่อยากได้มาตั้งแต่ออกใหม่ๆ


Eye Shadow Palette - Dare


กรีดร้องงงงงงงงงงง Smiley




เปิดออกมา



อยากจะบอกว่าชอบทุกสีเลยค่า!!!!! แต่สิ่งที่ทำให้ไนซ์เลือกพาเลท Dareมา


เพราะสีเหลืองกับสีแดงอิฐ ไนซ์อยากได้อายแชโดว์สีเหลืองมานานแล้วด้วย


แล้วดูจากสีอื่นก็สามารถแต่งได้ทุกวัน ไม่ได้ใช้ยากอะไร


แอบทำรีวิวตัวนี้ไว้แล้ว แต่ยังไม่แปะในนี้ ฮ่าๆ จะเอาไปรวมกับอะไรติดตามกันนะคะ Smiley



สีชัดๆ




แปรงที่มากับพาเลทค่า






ต่อที่แปรงสิ่งถนัดของSigma



ทั้งหมดมาในถุงแดง พร้อมโบชัวร์ค่า



ตัวแรก


L05 - Lip Brush



เพราะเซ็ตที่ไนซ์มี ไม่มีตัวทาลิปติกเลยจึงสั่งแท่งนี้แยกมาค่า



E45 - Small Tapered Blending




ตัวนี้ดันไปเหมือนด้านหนึ่งของแปรงที่มีมาในพาเลท Dare เหมือนกันเป๊ะ


ไนซ์สั่งแยกมาเพราะเห็นกูรูต่างประเทศที่ไนซ์ชอบดูเขาพูดถึงตัวนี้บ่อย ว่าใช้คัดเบ้าได้ดี พอดีกับเบ้าตา บลาๆๆ


จริงไม่จริงไม่รู้ แต่ไนซ์เชื่อ ฮ่าๆ เหมือนโดนมนต์สะกด



ต่อที่แปรงรุ่นSigmax


ไนซ์สั่งมา 3 แปรงด้วยกัน เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยากได้ตั้งแต่ออกใหม่ๆ


เพราะทางSigmaบอกว่า เป็นแปรงที่เหมาะกับลิดควิดหรือครีม และให้finishที่ดู Flawless


และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้อยากได้เพราะคำว่า HD นี่แหละค่า ฮ่าๆ



มาดูที่ที่แปรงเล็กๆกันก่อน


P82 - Precision Round 



ขนแน่นและนิ่มมากกกกกกก


ไนซ์เอามาทาอายแชโดว์ครีมของChanel กรีดร้องงง ใช้ง่ายกว่าแปรงที่แถมมาอีกค่า


แถมจับเนื้อครีมได้ดีกว่า เบลนง่ายกว่า โอ๊ยยยยยย บรรยายไม่ถูก สรุปว่าชอบ จบ! ฮ่าๆ



มาต่อที่สองตัวที่เหลือ


 F80 และ F82



ตัวนี้เหล่ากูรูก็บอกว่าลงรองพื้นได้เนียนเป็นธรรมชาติ


พอไนซ์ได้มาก็จัดการอาบน้ำเด็กๆทั้งหมด แล้วใช้ทันที ฮ่าๆ


ขนแปรงแน่นมากๆ แน่นกว่ารุ่นเก่ามากๆ ใช้ลงรองพื้นแล้วหน้าเนียนกว่าใช้มือจริงๆ


ปาดๆๆ แป๊บเดียวก็เสร็จค่ะ ทำให้การลงรองพื้นง่ายไปเลย


อ่อ แปรงรุ่นใหม่ตรงด้ามจะเป็นเงาๆนะคะ และมีโลโก้Sigmaปั้มมาตามภาพ 



มาดูที่ละตัวนะคะ


F80 - Flat Top Synthetic Kabuki 



ตัวนี้เป็นหัวตัดนะคะ ไนซ์ใช้ตัวนี้ลงแป้ง loose powder หลังลงรองพื้นค่ะ


เพราะหัวตัดจึงเข้าถึงทุกซอกมุม ปัดแล้วนุ่มหน้ามาก อยากปัดนานๆ


และขนแปรงที่แน่นมากๆ จุงทำให้แป้งติดทั่วทั้งแปรงและกระจายตัวได้ดี



F82 - Round Top Synthetic Kabuki 



ตัวนี้ตรงปลายจะมนๆ ขนแปรงแน่นเช่นเคย


ไนซ์ใช้ตัวนี้ลงรองพื้นค่ะ แค่แตะๆเกลี่ยๆ ถึงแต่งหน้าไม่เป็นก็ลงรองพื้นๆด้ง่ายๆเลยค่ะ


เพราะแป้งเขาใช้ง่าย และเนียนมาก ไนซ์ใช้ทั้งกับรองพื้นแบบลิควิดและครีม


ก็ลงได้เนียนทั้งคู่ค่ะ และได้ลุคเบาๆ แม้ว่ารองพื้นจะเป็นแบบ Full coverage


วันก่อนไนซ์ใช้ Cle de peau ซึ่งขึ้นชื่อว่าปกปิดขั้นเทพ และใช้แปรงนี้ลง


เพื่อนทักเลยค่ะ ว่าหน้าดูธรรมชาติกว่าปกติ ฮ่าๆ เพราะปกติไนซ์จะเน้นรองพื้นที่ปกปิดจริงๆ


จึงทำให้หน้าดูหนา ดูแต่งหน้าจัด



เทียบให้ดูความแน่นของขนแปรงค่ะ



ซ้าย F82 ขวา F80 


ขนแปรงแน่นพอกัน แต่F80ที่เป็น Flat top จะบานกว่า



เห้อออ เป็นการเห่อที่ยาวจริงๆ มาจากหลายสัญชาติด้วยทั้งญี่ปุ่น,อังกฤษ และอเมริกา


มาถึงสัญชาติสุดท้ายที่พลาดไม่ได้ เกาหลีนั่นเองค่า!!


เนื่องจากเพื่อนไปเที่ยวเกาหลีรอบที่สองล้านสามแสนเก้าหมื่นสี่ได้


ไนซ์ก็ได้อาณิสงค์ฝากซื้อเครื่องสำอางค์สัญชาติเกาหลีเบาๆ


เน้นว่าเบาๆ เพราะหนักเธอไม่แบกให้ ฮ่าๆๆ


มาดูกันเลยค่า



ได้มาแค่นี้ค่า เบาๆจริงๆ เพราะไนซ์หมดเงินไปกับสรรพสิ่งข้างบนเรียบร้อย



มาที่Etude กันก่อน เป็นคอลเลั่นใหม่ของเขาค่ะ



ลิปสติกสามแท่งมาในกล่องน่ารักมากกกก กรีดร้องงง ฮ่าๆ



เรียงๆกันค่า



แพคเกจจิ้งน่ารักมากมากกกก


ไนซ์ไม่ทราบชื่อรุ่นอ่า ขอโทษด้วยนะคะ เพราะตัวนี้เพื่นซื้อมาผิด อ้าววว ฮ่าๆ


ที่จริงฝากอีกรุ่นไป แต่ไม่เป็นไรสีทั้งสามแท่งก็สวยค่า ได้ทุกเฉดเลย



ต่อที่ Nymph Aura Jelly tint blush



เป็นสีส้มนะคะ ไนซ์จำเบอร์ไม่ได้ อยากได้มาใช้กับแปรงsigmaข้างบน ฮ่าๆ


แต่อาจจะเกลี่ยไม่ทัน เพราะความเป็นทิ้นต์ที่แห้งไวมาก


และอีกเช่นเคย ยังไม่ได้ลองใช้ค่า ฮ่าๆ



ต่อที่ Touch Touch! Shadow Liner 



เป็นครีมเอนกประสงค์ที่เป็นได้ทั้งอายแชโดว์และไลเนอร์


สีงามค่ะ เกลี่ยง่าย แต่ยังไม่ได้ลองทากับตาว่าติดทน+แพนด้ามั้ย



สิงสุดท้ายจาด Etude


ขนตาปลอมค่า



มาจากคอลเลคชั่นใหม่เช่นกัน


ไนซ์ไม่เคยติดขนตาปลอม(ด้วยตัวเอง) จึงอยากลอง ฮ่าๆ


ดูในเว็บไม่มีกลิตเตอร์เลย พอได้มาจริง โอ้ววว กลิตเตอร์เป็นแพเลยจ้าา


แพคเกจคอลเลคชั่นนี้น่ารักจริงๆค่ะ พวกแพคเกจจิ้งน่ารักๆนี่ ต้องยกให้แบรนด์เกาหลีจริงๆ





มาที่ Skinfoodที่มีอยู่ชิ้นเดียว



Skinfood Egg White Pore Clean Pad


ไนซ์ไม่ทราบว่าเอาไว้ทำอะไร เอ่อะ! ฮ่าๆ รู้แค่ว่าเกี่ยวกับรูขุมขน


พอแกะมามี 2 step แต่ยังไม่ได้ลองเล่นเลย


ถ้าใครทราบว่าใช้ยังไงรบกวนบอกไนซ์ด้วยนะคะ -_-''



ฟู่วววววว...! จบเสียที


เป็นการเห่อที่ยาวที่สุดเลยก็ว่าได้


ขอขขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาจนถึงจุดนี้นะคะ มีความอดทนกันมากๆ


ปรบมือให้ แปะๆๆๆ


ไนซ์ก็ขอจบการเห่อเพียงเท่านี้ ไม่ไหวแล้วจริงๆ เหนื่อยมว๊ากก!


สุดท้ายนี้ไนซ์ก็ขอ สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่า! :))












Free TextEditor



Create Date : 31 ธันวาคม 2554
Last Update : 31 ธันวาคม 2554 1:20:50 น.
Counter : 1172 Pageviews.

5 comment
[Hual+Review]รีวิวสวนกระแส Naked2 ด้วย ThaBalm 'Nude' tude' และเห่อลิป Macด้วยค่า



เจอกันอีกแล้วนะคะ คราวนี้ไนซ์จะมารีวิวสวนกระแส


Naked Pallet2 ของ UD ที่เพิ่งออกมาได้ไม่นาน


ด้วย ThaBalm Nude' tude นะคะ


เป็นพาเลทอายแชโดว์โทนนู้ดๆอีกแบรนด์นึงที่น่าสนใจทีเดียว


แต่ช้าก่อน!! ในเห่อที่แล้วไนซ์ได้สปอยรูปไว้


ว่าจะมาเห่อลิปแมคนะคะ งั้นขอเริ่มที่ลิปแมคก่อนเลย


เก็บของที่ชอบมากที่สุดไว้เห่อทีหลัง อิอิ




 เริ่มด้วยรูปรวมๆค่า




มาที่ลิปสติกของแมคกันก่อนนะคะ




 สีที่ไนซ์ได้มาเป็น




Mac Creamsheen Lipstick - Shy Girl


เป็นสีโทนนู้ดๆ ที่ไม่ป่วย ทาแล้วกำลังดีค่ะ แต่ไนซ์ขอไม่ปาดตัวนี้ให้ดูนะคะ


เหมือนจะซื้อมาซ้ำกับตอนก่อนกลับจากอเมริกา -_-''




อีกสามตัวจะเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งออกมาไม่นานนี้นะคะ 






Mac Sheen Supreme Lipstick - Full Speed


เป็นสีชมพูสว่าง ถ้าใครผิวขาวทาแล้วจะขึ้นมากค่ะ แต่ไนซ์ก็ไม่ได้ขาว ค่อนไปทางคล้ำด้วย


ทาออกมาแล้วก็สวยค่ะ ไม่ทำให้หน้าดูดำขึ้น เป็นอีกสีที่ทาได้ทุกวันค่ะ


ลิปรุ่นใหม่นี้เม็ดสีชัดมาก เนื้อก็ชุ่มชื่นดีค่ะ ไม่ตกร่อง เรื่องความทนนั้น


ไนซ์ยังไม่ได้ทาทั้งวันค่ะ เลยยังบอกไม่ได้ แหะๆ



 Mac Sheen Supreme Lipstick - Korean Candy


 ตัวนี้ถ้าใครเคยดู MV เพลง Bubble Pop ของสาวเซ็กซี่ ฮยอนอาละก็


สีนี้ทาแล้วให้ความรู้สึกแบบนั้นเลยค่ะ แดงอมส้มระเรื่อๆ แบบแคนดี้ๆ


เหมือนสาวเกาหลีตามชื่อเลยค่า ^^



Mac Sheen Supreme Lipstick - Fashion City


สีโทนนู้ดอีกแล้ว ฮ่าๆๆ ไนซ์ชอบสีโทนแนวๆนี้ค่ะ


รู้สึกว่าทาได้ทุกวัน เข้ากับลุคที่แต่งประจำได้ง่าย


สีนี้จะนู้ดอมชมพู ส้มๆ แบบ coral เอ้ออ อธิบายไม่ถูก แต่สวยค่ะ


ทาแล้วไม่ป่วย เนื้อชุ่มชื่น ที่เลือกตัวนี้มาเพราะนู้ดที่ไนซ์มีส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อแมทค่ะ^^




ปาดให้ดูกัน 



ข้างบนเป็นแสงไฟในร่มตอนกลางวัน ข้างล่างออกแดดจ้าาา ^^


สีเรียงตามรูปก่อนหน้าเลยนะคะ (Full Speed, Korean Candy, Fashion City)





อีกสองตัวที่หลบอยู่ในหลืบนะคะ




 เป็นพัฟและลิปบรัชของชาแนลค่า


พัฟเอามาใช้สลับกับอันที่ให้มาในแป้งรุ่น Matte Lumiere Extremeค่า




มาถึงนางเอกของการเห่อคราวนี้ มาดูกล่องกันก่อนเลยค่ะ




อ่อ ตัวนี้ไนซ์สั่่งมาจากเว็บของ TheBalm เขาเลยนะคะ


ในวันแบล็กฟายเดย์ที่ผ่านมาเขาลดตั้ง 40เปอร์เซน น่ะ เลยจัดมา อิอิ


แต่ค่าส่งต่างประเทสเขาคิด $20 เต็มๆ เป็นอีเอมเอส แต่ก็ยังคุ้มกับที่ลดไปค่ะ


อันนี้ให้ดูที่เขาแปะมาหน้ากล่อง ติ๊กเป็น Other และไม่โดนภาษีค่า



ของทั้งหมดที่สั่งมา



ThaBalm Nude' tude Pallet กับ Time Balm Foundationนะคะ


เขาห่อมาอย่างดีค่ะ ฟองอากาศแน่นมากๆ


ตัวนี้สั่งไปหร้อมกับSigma ชิปทีหลัง แต่ถึงก่อนนะเอ้อ


สงสัยเพราะส่งแบบอีเอมเอส



มาที่พาเลทกันก่อนค่ะ เห็นแล้วตื่นเต้น ฮ่าๆๆ



มีทั้งหมด 12 สีนะคะ มีทั้งแบบแมทและไม่แมทผสมกันอยู่


แต่สีแมทจะเยอะกว่า Nakedค่ะ


แง้มๆ



ทาง TheBalm เขามีสองแบบให้เลือกนะคะ


ต่างกันแค่รูปตรงช่องของอายแชโดว์ค่ะ แบบแรกเป็นเหมือนของไนซ์


เป็นรูปผู้หญิงทำท่าทางเซ็กซี่ ฮ่าๆ อีกแบบเป็นเรียบๆ เข้ากับด้านหน้าพาเลทค่ะ



 แยกให้ดูครึ่งๆชัดๆนะคะ


ข้างบนเป็นครึ่งซ้าย ข้างล่างเป็นครึ่งขวา




Swatch สีชัดๆ สามสีแรกแถวบนค่ะ




สามสีถัดมา




 สามสีแรกแถวล่าง




สามสีสุดท้าย




รวมๆบนแขนค่า



ไนซ์อาจจะ Swatch แล้วดูไม่สวย แต่ตัวจริงเม็ดสีชัด


สีแน่นมากค่ะ อันไหนแมทก็แมทจริง อันไหนวิ้งก็วิ้งกระจาย


เสียดายทิ้ง Naked ไว้ที่หอ ไม่งั้นจะเอามาเทียบกันให้ดูค่ะ



สรุป: ถ้าเทียบเป็น UD Naked2 ไนซ์ว่าตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดีตัวนึงนะคะ


ด้วยราคาที่ต่ำกว่า สีก็โทนๆเดียวกัน แต่งออกมาแล้วก็ไม่ต่างกันมากค่ะ 


 แต่ที่ไนซ์สั่งตัวนี้มา ไม่รอ Naked2 เพราะตัวนี้มีสีแมทเยอะกว่าค่ะ


ดูจาก Naked1 แล้วนั้น วิ้งไปสำหรับไนซ์ ไนซ์ชอบเนื้อแมทมากกว่า


 คุณภาพและเม็ดสีนั้นพอๆกันค่ะ


ยังไงเพื่อนๆก็ลองเก็บเจ้าตัวนี้ไว้เป็นอีกทางเลือกนะคะ^^



ตัวสุดท้ายของวันนี้ค่ะ


 TheBalm Time Balm Foundation สี Meduimนะคะ



หลายคนอาจจะลืมไปแล้วว่ายังมีตัวนี้อยู่ ฮ่าๆ


ไนซ์ยังไม่ได้แกะมาลองเลยค่ะ จึงยังบอกอะไรไม่ได้ ดูโมเมพาเพลินแล้วอยากลองมาก


อ่อ ล่างขวาคือของแถมนะคะ เป็นTint ของเขาค่ะ



วันนี้ไนซ์ขอลาไปเท่านี้


สวัสดีค่าSmiley











Free TextEditor



Create Date : 07 ธันวาคม 2554
Last Update : 9 ธันวาคม 2554 19:37:43 น.
Counter : 5404 Pageviews.

0 comment
[Hual]เห่อรวมๆ Jill Stuart Mix Blush กับของดำค่า

สวัสดีค่าา


ไนซ์มาเห่อกันอีกแล้วนะคะ อิอิ


เห่อบ่อยไปจริงๆ จนตอนนี้งบติดลบ Smiley


จนต้องสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ซื้อออะไรอีกแล้วว!!!!


จนกว่าของเก่าจะใช้หมด ช่วยกันเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ฮ่าๆๆ



มาดูกันดีกว่าว่าวันนี้มาเห่ออะไร


มีพรีเซนเตอร์มาช่วยแง้มกล่องด้วยค่า ^^



มีสามชิ้นนะคะ



เริ่มที่ชิ้นแรก ห่อสีขาว



แกะออกมาเป็นเซตยาทาเล็บของ OPI รุ่น Katy Perry นะคะ


จะเห็นได้ว่าสี Last Friday night หกเลอะออกมาจนแห้ง


แต่ไนซ์แจ้งไปทางคุณแม่ค้าแล้ว เขาเปลี่ยนให้ไม่มีปัญหาค่า^^



สองชิ้นสุดท้ายของกล่องนี้



 Jill Stuart Mix blush compact นั่นเองค่าาา


เป็นบลัชออนที่ทำแพคเกจจิ้งได้สวยมากก


สวยจนไม่กล้าใช้ๆ ฮ่าๆๆ เป็นสี Limited ทั้งสองตัวนะคะ



มาเริ่มที่สีแรก



สี 103 Romantic Bouquet Limited ค่า


ตัวนี้คุณแม่ค้าห่อมาให้อย่างดี ไม่เสียหาย



ข้างในค่า



สีน่ารักมากกกกกกกก


 ขนแปรงที่มากับตลับก็นิ่มค่ะ


แต่ตอนนี้ยังทำใจใช้ไม่ได้ ถ้าปาดไปไอ้ขาวๆ ที่เขาพิมพ์มาจะหายไป


เอ่อะ! งั้นดองไว้ก่อนค่า อิอิ



สีต่อมา



สี 105 Sweet Rock


เป็นสีโทน beige นะคะ ยังไม่กล้าใช้อีกเช่นกัน


ตัวนี้แพคเกจเขาจะต่างจากตัวอื่นตรงที่ตัวตลับจะพิมพ์ลาย


แม้แต่ที่ปอกแปรงก็ยังมีลายค่ะ เขารายละเอียดได้ดีจริงๆ




มาที่ถุงต่อมา


ขอเล่าก่อนว่าไม่ได้ตั้งใจไปซื้อเลยจริงๆๆๆ สาบานให้ฟ้าฝ่า Smiley Smiley เอ่อะ!


 ว่าจะแค่เข้าไปลองสี แล้วมาฝากคุณพ่อซื้อในดิวตี้ฟรี


ปรากฎว่าพี่บีเอน่ารักมากกกก พี่เขาเทสสีให้ดู แล้วลากไนซ์ไปนั่งแบบจะลองสีให้


ไนซ์ก็เลยขอลองรองพื้นตัวใหม่ด้วย


พี่เขาลบหน้าที่แต่งมาอย่างหนา เหอๆ ออก แล้วลงรองพื้นให้ใหม่


ลงแป้ง ลงบลัชออน และลงลิปสีที่ไนซ์ใจ


พอเจอแบบนี้แล้ว เหมือนกับอะไรมาดลใจเลยได้มาแบบไม่รู้ตัวค่ะ



มาเปิดถุงกันก่อน



ได้มาสองสิ่งนะคะ



เริ่มที่สิ่งที่ตั้งใจไปลอง แต่ดันได้ติดมือกลับมาด้วย



Chanel Rouge Allure Velvet Luminous Matte - 33 LA DISTINGUEE


เป็นลิปตัวใหม่ ที่เป็นเนื้อแมท ซึ่งอย่างที่เคยบอกไปหลายๆครั้งแล้ว


ว่าไนซ์บ้าลิปเนื้อแมทมากกกกกกกกก เห็นชาแนลออกตัวนี้มาแทบลมจับ


กิเลสพุ่ง อยากได้ๆๆๆ เกือบลงไปแด้ดิ้น ฮ่าๆๆๆ


ตัวนี้พอลงที่ปากแล้วสวยมากๆค่ะ เดี๋ยวต้องไปถอยสีอื่นมาอีก ชอบไม่ไหวแล้ว Smiley



มาที่ชิ้นสุดท้าย ที่ได้มาแบบงงๆ




Chanel Poudre Tissée - Brompton Road



 เป็นบลัชออนที่พี่บีเอหยิบมาปัดแก้มให้ ตอนอยู่บนแก้มเป็นสีชมพูหวานมากค่ะ


แล้วพี่เขาก็หยิบตัวใหม่มาให้ดู พอเห็นเท่านั้นแหละ กิเลสพุ่งสูงขึ้นกว่าเก่า


ในใจนี่คิดแต่ว่า โดนแล้วๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ แล้วพี่บีเอคงอ่านสีหน้าไนซ์ออก


เลยเสริมอีกว่า "ตัวนี้มีขายแค่สองที่ในโลกคือ ห้างHarrod ที่อังกฤษ กับพารากอน


ที่นี้ได้มาแค่ 40 ตลับ ตอนนี้เหลือ 20 ตลับแล้ว...." 


หลังจากนั้นพี่เขาพูดอะไรอีกจับใจความไม่ได้ รู้แต่ว่าได้เสียเงินแน่


เลยได้น้องนางกลับบ้านมาด้วย และอีกเช่นเคยยังไม่กล้าปาด ฮ่าๆๆ


ตัวนี้คงเป็นสิ่งสุดท้ายที่จะหยิบมาใช้ ขอทำใจก่อน Smiley



เอารูปใหญ่ๆมาให้ดูค่ะ ว่าสวยขนาดไหน



 ของจริงนี่แวววาว ระยิบระยับ บรรยายไม่ถูก



ซูมๆ




วันนี้ก็หมดแล้วค่า^^


 ลิสต์เห่ออันต่อไปเตรียมพร้อมรอถ่ายรูปแล้วค่า


เอามายั่วกันก่อนหนึ่งรูป อิอิ





แล้วเจอกันเห่อหน้านะคะ


วันนี้ไนซ์ขอตัวก่อน


ราตรีสวัสดิ์ค่าSmiley








Free TextEditor



Create Date : 06 ธันวาคม 2554
Last Update : 6 ธันวาคม 2554 1:34:15 น.
Counter : 1058 Pageviews.

3 comment
1  2  

Niceiez
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



follow me on twitter : twitter.com/niceiez
or
Instragram : niceiez