รีวิวร้านอาหารเวียดนาม Nam Vietnamese Restaurant ย่านบางนา
ชื่อร้าน : ร้านอาหารเวียดนาม "นาม" Nam Vietnamese บางนา
รายการอาหาร : อาหารเวียดนาม สูตรต้นตำรับ มีหลากหลายทั้งแหนมเนือง,ปอเปี๊ยะสด-ทอด,
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 7.00-14.00 และ 16.30 - 22.00
ที่ตั้งร้าน : ซอยบางนา-ตราด66 (ซอย รร.ราชวินิตบางแก้ว), กรุงเทพมหานคร บางนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 38' 47.35" N 100° 40' 23.58" E






-------------------------------------------------------------------------------------------------
วันนี้ขอมารีวิวร้านอาหารเวียดนาม กันบ้างนะครับ ร้านที่พามารีวิววันนี้ชื่อว่า "นาม" หรือ Nam Restaurant 

พิกัดของร้านนาม ตั้งอยู่โซนบางนา ในซอยบางนา-ตราด 66 (ซอยโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว)
การเดินทางก็ไม่ยาก ขับรถผ่าน Mega Bangna มาสักเกือบๆกิโล ขับไปเรื่อยๆสังเกตุพอเลยสะพานลอยคนข้าม จะเห็นซอยบางนา-ตราด ซอย66 เข้าไปในซอยขับตรงไปเรื่อยๆ พอถึงโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว อีกเพียง 20-30 เมตร ก็จะเห็นร้าน Nam Restaurant ป้ายร้านสีส้มแปร็ดๆ อย่างงี้แหละ 
หน้าร้านอาหารเวียดนาม นาม บางนา
ร้านนี้เปิด 2 ช่วงเวลานะครับ ช่วงเช้า เปิดกันตั้งแต่ 7โมงเช้ายันบ่าย 2 แล้วมาเปิดอีกทีตอน 4โมงครึ่งยัน 4 ทุ่ม 

วันที่ผมไปคือช่วงประมาณ สี่โมงครึ่ง ตกใจมากเพราะเจอรถติดในซอยยาวมากตั้งแต่กลางซอยถึงปากซอย มาบางอ้อก็เพราะว่า เป็นช่วงเวลาเลิกเรียนของ โรงเรียนราชวินิตบางแก้วพอดี แถมท้ายๆซอยยังมีโรงเรียนนานาชาติอีกโรง (รถเก๋งแพงๆ ขับมารับลูกกันทั้งนั้น) 

ป้ายเมนูแนะนำอาหารเวียดนาม
ป้ายเมนูอาหารแนะนำหน้าร้าน  แหนมเนืองฮอยอัน กะขนมถ้วยหน้ากุ้ง น่าสนดีนะ


บรรยากาศร้านนาม บางนา
มาดูบรรยากาศในร้านกันบ้าง ตกแต่งได้สวยงามออกแนวแคชชวล สบายๆ


มีกลิ่นอายความเป็นเวียดนาม อยู่พอสมควร 


ที่ผนังของร้านมีรูปภาพสถานที่เก่าๆ ของเวียดนาม เป็นรูปสีซีเปีย ดูคลาสสิคดี


อีกฝั่งนึงของร้านครับ มีโชร์ถ้วยชามเก่าๆของเวียดนามไว้บนชั้น ไม่รู้เรียกว่าอะไรเหมือนกัน ถ้าเป็นของไทยคงจะประมาณถ้วยชามเบญจรงค์


มาดูเมนูกันดีกว่าครับ 


เมนูแนะนำของร้านนาม น่าสนใจหลายตัวเลยทีเดียว  


ที่นี้มีอาหารเวียดนาม หลากหลายสไตล์เลยทีเดียว 

ได้คุยกับเจ้าของร้านด้วยครับ พี่เขาคุยเป็นกันเองดี มาต้อนรับพร้อมแนะนำเมนู น่าลองหลายอย่างเลย
พี่เขาบอกว่า ได้แต่งงานกับแฟนคนเวียดนาม แล้วที่บ้านแฟนก็เปิดร้านอาหารอยู่ที่ฮานอย และเวียงจันทร์อีกด้วย  เลยอยากเอาสูตรอาหารสไตล์เวียดนามแท้ๆ มาให้คนไทยได้ลองชิมบ้าง   ร้านนี้ถ้าใครเคยกินอาหารเวียดนามร้านอื่นๆในไทยมาก่อน จะบอกเลยว่ารสชาติที่นี้แปลก ไม่คุ้นลิ้นสำหรับคนไทย  แต่ถ้าใครเคยไปกินอาหารเวียดนามแท้ๆ ที่ประเทศเวียดนามมาก่อน แล้วมาลองกินของที่ร้านนาม จะบอกได้เลยว่ารสชาติใกล้เคียงกันมาก  ที่เวียดนามแบ่งเป็น 3 ภาคคือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ซื้งแต่ละภาคก็มีอาหารเด่นๆแตกต่างกัน  ร้านนามเลยดึงเอาเมนูเด็ดๆของแต่ละภาคมารวมกันไว้ที่นี้ แถมร้านยังได้เชฟชาวเวียดนามที่เคยทำงานให้กับโรงแรมระดับ5ดาวที่สิงคโปร์ ดึงตัวมาเป็นเชฟให้ที่ร้านอีกด้วย
คุยไปคุยมา เลยให้พี่เขาแนะนำเมนูที่ฮิตๆของร้าน มาลองชิมกัน 


ปลากระทะร้อนฮานอย
"ปลากระทะร้อนฮานอย" (จ่า ก๋า) (240.-)
เป็นเมนูเด็ดของเมืองฮานอย ทำจากปลาบึกเอามาทอดกรอบ เสิร์ฟมาบนกระทะร้อน ทานคู่กับผักชีลาว เส้นขนมจีน ผักต่างๆ น้ำจิ้มมี 2 แบบ แบบซอสทำจากกะปิ และซอสหวาน


ก๋วยจั๊บญวน
"ก๋วยจั๊บญวน"  (95.-)
เส้นก๋วยจั๊บที่นี้ จะต่างจากที่ผมเคยทานๆมาจากร้านอื่น เพราะที่นี้เส้นออกสีเหลืองๆเพราะร้านใส่ขมิ้นและผงกะหรี่ลงไปด้วย ใส่หมูสับและหมูชิ้น รสชาติจัดจ้านดี ดูเหมือนจะเผ็ด แต่ไม่ค่อยเผ็ดนะครับชามนี้



เฝอเนื้อ ร้านนาม บางนา
มาต่อกันที่ "เฝอเนื้อ" (110.-)
เส้นเฝอที่ร้านก็ทำเองเหมือนกัน เส้นเหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปรสกลมกล่อมกำลังดี เวลากินก็บีบมะนาว เติมผัก เติมพริกได้ตามใจชอบ



ยำสลัดหัวปลีไก่ย่าง
"ยำสลัดหัวปลีไก่ย่าง" (130.-)


ขนมจีนปอเปี๊ยะหมูย่าง
"ขนมจีนปอเปี๊ยะทอดหมูย่าง" (110.-)
ส่วนประกอบหลักคือปอเปี๊ยะทอด หมูย่างหันเป็นชิ้นๆยาวๆ เส้นขนมจีนด้านล่าง และมีมะม่วงดิบกะแครอทหั่นใส่มาด้วย  จานนี้ถือว่าแปลกสำหรับผม เพราะวิธีกินของเมนูนี้ คือคลุกทุกอย่างในชามให้ผสมกันแล้ว ราดซอสหวาน ทานไปพร้อมกัน 



เนื้ออบห้ารส
"เนื้ออบห้ารส"  (180.-)
จานนี้อร่อยครับ เนื้อที่เอามาอบ ทางร้านเลือกเนื้อที่ติดมัน หรือติดเอ็นมาด้วย เวลาทานจะไม่รู้สึกเหนียวเกินไป ทานง่าย น้ำซอสซึมเข้าเนื้อกำลังดี จานนี้รสค่อนข้างเข้มข้นครับ ต้องทานคู่กับเมนูอื่นๆที่รสอ่อนผสมกันจะอร่อยกว่า 



ไก่ทอดพริกหยอง
"ไก่ทอดพริกหยอง" (160.-)
เป็นส่วนของปีกบนเอามาทอดกรอบ ค่อนข้างเผ็ดครับ เมนูนี้ ไม่รู้ร้านทำยังไงเหมือนกันแต่เหมือนว่าที่ผิวนอกของไก่มันเคลือบๆไปด้วยพริก แล้วก็มีพริกทอดจนเป็นพริกหยอง  คล้ายๆกะหมูหยอง มาโรยหน้าอีกด้วย



ข้าวมันไก่ฮานอย
"ข้าวมันไก่ฮอยอัน" (110.-)
เมนูนี้แปลกอีกแล้วสำหรับผม ตอนแรกนึกว่าเป็นข้าวหมกไก่ แต่ไม่ใช่ ข้าวของร้านผสมขมิ้นมา ส่วนไก่จะหั่นมาเป็นชิ้นๆผัดมากับผักแพว หอมใหญ่ รสจะออกเปรี้ยวๆ ในถ้วยจะเป็นซอสทำจากเครื่องในไก่ มีตับไก่สับเป็นชิ้นเล็กๆผสมมา  



ปอเปี๊ยะทอดสูตรนาม
"ปอเปี๊ยะทอดสูตรนาม" (120.)
จานนี้ชิมแล้วรักเลย เป็นปอเปีียะที่ข้างในเป็นไส้เผือกผสมไข่เยี่ยวม้า  ทอดมากรอบกำลังดี จิ้มกับน้ำจิ้มแบบมายองเนสผสมพริกออกสีส้มๆ  อร่อยมากๆครับจานนี้ แนะนำมาร้านนี้ต้องสั่งจานนี้เลย ไม่ผิดหวังแน่นอน



ขนมถ้วยหน้ากุ้ง
ต่อกันที่ "ขนมถ้วยหน้ากุ้ง" (160.-)
ชื่อขนมถ้วย แต่ไม่ใช่ขนมนะครับ เป็นอาหารคาว ด้านล่างเป็นแป้งเแล้วราดด้วยหน้ากุ้งผสมเห็ด 4 อย่าง(มีอะไรบ้าง จำไม่ได้แล้ว)โรยถัวลิสงอีกนิด เวลาทานตัดแบ่งออกเป็นสี่ชิ้นในหนึ่งถ้วย แล้วราดด้วยน้ำจิ้มให้ท่วมถ้วย ตักกินทีละชิ้น น้ำจิ้มมีให้เลือก 2แบบ แบบน้ำพริกเผา(ซ้าย) และแบบหวานๆหน่อย (ขวา)



แหนมเนืองฮอยอัน
"แหนมเนืองสูตรฮอยอัน" (280.-)
มาถึงไฮไล้ท์ประจำวัน ที่เล็งมาตั้งแต่ตอนอ่านป้ายหน้าร้านครับ แหนมเนืองสูตรเมืองฮอยอัน ทำให้ความรู้สึกของการกินแหนมเนือง ผมเปลี่ยนไปอีกแล้ว เพราะร้านนี้ใช้ส่วนประกอบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน จากที่เคยๆกินมาจากร้านอื่นๆเลย หมูใช้หมูล้วนหมักมาอร่อยมาก มีมันแกวกะแครอทหมักกับซอสข่าเปรี้ยวแบบเวียดนามหั่นเต๋า มีข้าวเกรียบทอดกรอบ กระเทียมโทน และผักต่างๆหลายอย่าง 



แป้งห่อแหนมเนือง แยกชั้นมาให้ทานสะดวก
แป้งห่อแหนมเนือง ของร้านนาม อันนี้เจ๋งมาก ร้านบอกว่าทำแป้งเอง ทำให้แป้งเหนียวนุ่มกำลังดี ไม่ขาดง่าย แล้วก็เวลาเสิร์ฟลูกค้า ทางร้านจะแช่แผ่นแป้ง แล้วแยกชั้นมาให้เลย โดยการวางบนแผ่นพลาสติกสีขาวๆแบบนี้ มาให้เพื่อความสะดวกเวลาทาน ลูกค้าไม่ต้องมายุ่งยาก แช่แป้ง แยกแผ่นแป้ง ให้เสียเวลา



ห่อแหนมเนืองบนแผ่นพลาสติก
เวลาทาน เราก็ใส่เครื่องแหนมเนืองตามใจชอบบนแผ่นพลาสติกนี้เลย สะดวก และไม่เลอะมืออีกด้วย



ราดน้ำจิ้ม แล้วห่อเข้าปากได้เลย  (ชอบแป้งห่อแหนมเนืองร้านนี้จริงๆ มันเหนียวนุ่มอร่อยมากๆ)



"สลัดปลาดิบดานัง" (250.-)
เป็นปลาช่อนทะเล แยกออกเป็นสองแบบ ซ้ายคือปลาคลุกด้วยข้าวคั่ว งาดำงาขาว อีกถ้วยเป็นปลาดิบหมักกับน้ำพริก ออกรสเปรี้ยวๆเผ็ดๆ เวลาทานก้อเอาปลามาอย่างละชิ้น ห่อด้วยแผ่นแป้ง ใส่ผัก ใส่กล้วย ราดด้วยซอสถั่ว กินคล้ายแหนมเนืองเลย



รวมเมนูอาหารบนโต๊ะ
แป็ปเดียว เต็มโต๊ะเลยครับ 


กาแฟเวียดนาม
แถมท้ายอีกนิด ร้านนี้มีกาแฟสไตล์เวียดนามด้วยนะครับ ร้านอิมพอร์ตที่ชงมาจากที่เวียดนามเลย (ยอมรับว่ากาแฟสไตล์เวียดนามรสเข้มข้นจริงๆ) และก็ชงสไตล์เวียดนามเลย รอให้กาแฟหยดลงมาจากที่ชงด้านบนเรื่อยๆบนแก้ว รอประมาณ 2-3 นาที ส่วนด้านล่างใส่นมข้นหวานมาให้ด้วยนิดๆ แต่ก็มีไซรับกับนมสด มาให้เราเติมเองตามใจชอบ  



ร้านนาม อาหารเวียดนาม
ก่อนกลับเก็บภาพบรรยกาศร้านตอนหัวค่ำมาให้ชมอีกนิดครับ แสงไฟสวยดี แต่ผมถ่ายด้วยกล้องไอโฟน เลยได้มาแค่นี้

สนใจรายละเอียดร้านนาม Nam Restaurant ลองไปดูที่เฟซบุ๊คของร้านได้ที่






Create Date : 13 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:03:41 น.
Counter : 7780 Pageviews.

1 comment
รีวิวร้านกาแฟและเค้กน่ารักๆ Coffee Cake Cafe ถนนเกษตร-นวมินทร์ จิบกาแฟทานเค้ก ในวันสบายๆ
ชื่อร้าน : Coffee Cake Cafe เกษตร-นวมินทร์
รายการอาหาร : กาแฟสด ชา สมู๊ทตี้ เค้กมากมาย nama choc, สลัดไก่กรอบ ไข่กระทะ แซนวิช
เวลาเปิดบริการ : จ.-ส. 7.00 - 18.00
ที่ตั้งร้าน : ถนนเส้นเกษตร-นวมินทร์ ตอม่อที่ 90 อยู่ตรงข้ามกับ นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว ถัดจากปั้มน้ำมัน ปตท. เยื้องๆไปนิด, กรุงเทพมหานคร ลาดพร้าว Thailand
พิกัด GPS : 13° 50' 13.41" N 100° 36' 12.41" E






--------------------------------------------------------------

วันนี้พามารีวิวร้านกาแฟแอนด์เค้กน่ารักๆ ร้านนึงครับ ย่านถนนเกษตร-นวมินทร์ 
ร้าน Coffee Cake Cafe เป็นร้านเล็กๆตั้งอยู่ติดกับถนนเส้นเกษตร-นวมินทร์ 
ถ้าจะบอกพิกัดคร่าวๆก็คือ อยู่ตรงข้ามกับ นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว ถัดจากปั้มน้ำมัน ปตท. เยื้องๆไปนิดเดียว  ฝั่งที่จะมุ่งหน้าไป ม.เกษตรศาสตร์ นั้นแหละ ถ้าขับรถไปก็สังเกตร้านอยู่ตรงตอม่อที่ 90 พอดี




ถึงจะเป็นร้านเล็กๆ แต่ก็ตกแต่งมีคอนเซ็ป และดูเก๋ทีเดียวละ

coffee cake cafe


ร้าน Coffee Cake Cafe เปิดตั้งแต่ 7.00 - 18.00 น. เปิดจันทร์-เสาร์ (ปิดวันอาทิตย์)
มีทั้งกาแฟ, เค้ก,ปังปิ้ง,นมสด,อาหารทานเล่น และยังมี Free Wifi อีกด้วย




อันนี้เป็นมุมนั่งจิปกาแฟหน้าร้าน จัดแต่งเป็นสวนเล็กๆ น่านั่งชิลล์ดีครับ




เมนูแนะนำหน้าร้าน มีขนมปังอบสไตล์ญี่ปุ่นด้วย พวก Shibuya Honey Toast 

Coffee cake cafe recommened menu


เข้ามาในร้านกันครับ 



มาดูประเภทเครื่องดื่มกัน มีกาแฟหลากหลายทีเดียว ทั้งกาแฟสด-ชา-สมู๊ทตี้
และร้านนี้ยังมีกาแฟแบบ Decaffein ขายอีกด้วย
ส่วนประเภทชา ของร้านนี้มีชาเกาหลีอีกด้วย มีพวก Date, Citron, Ginger แต่ก็ยังไม่ได้ลองทานเหมือนกัน



นอกจากนั้น ที่ร้านนี้ยังมีเค้กมากมายหลายชนิดขายอีกด้วย ทางร้านบอกว่าเค้กส่วนใหญ่ทำเองแบบโฮมเมด



ขนมเค้กใช้วัตถุดิบที่นำเข้าจากตปท. ราคาจึงสูงนิดนึง





มีขนมวัฟเฟิลจากประเทศฮอลแลนด์ขายด้วย



ที่ร้านแนะนำเมนูคิดเองอันนึงชื่อว่า "i wanna be espresso" เป็นกาแฟที่ความเข้มข้นอ่อนกว่าเอสเพรสโซทั่วๆไป สำหรับคนที่ไม่อยากทานกาแฟเข้มเกินไป แต่ยังได้รสชาดกลมกล่อมอยู่



มี Choux Cream ขายด้วยนะครับ มีให้เลือก 2 ไส้คือ ไส้ชาเขียวและช็อคโก้
ยังไม่ได้ลองทาน แต่แม่ค้าการันตีว่า เวลากัดจะเจอไส้ล้นทะลักแน่นอน
ราคาขาย 3 ชิ้น 50 บาท



ที่ร้านยังมีเมนูอาหารคาว ไว้บริการอีกด้วย พวกสลัด เบรคฟาส ไข่กระทะ 
สำหรับคนที่อยากทานอะไรหนักๆไว้รองท้อง



และยังมีขนมนำเข้าจากเกาหลี, ญี่ปุ่น มาวางขายในร้านอีกด้วย



โปรโมชั่นของเดือนสิงหาคม ถ้าเช็คอิน facebook foursquare แล้วได้รับส่วนลดเครื่องดื่ม 5 บาทต่อแก้วอีกด้วย
เรียกว่าอินเทรนด์เข้ากับยุค Social Network จริงๆ


Survey ภายในร้านกันต่อ  ร้านนี้ตกแต่งออกธีมแนวสีฟ้า-ขาว ดูดีมีคอนเซ็ป 


มุมนี้ดูน่านั่งชิลล์มากๆ มานั่งจิบกาแฟยามบ่ายๆ วิวสวยๆน่าจะเวิร์ค



อีกมุมหนึ่งของร้าน



มุมอีกด้านของร้านประดับผนังเป็นรูปสัตว์ทะเลชนิดต่างๆ 




ลองสั่ง nama double chocolate และ nama matcha มาลองทานดูครับ



ซูมให้ดูใกล้ๆ Nama Double Chocolate ด้านนอกเคลือบด้วยผงดาร์กช็อกโกแล็ต ออกรสขมนิดๆตอนที่กัดไปคำแรก  แต่พอสัมผัสถึงเนื้อช็อคโกแล็คด้านใน ก็จะได้รสหวานกลมกล่อม อร่อยทีเดียว (ราคาชิ้นละ 15บาท)
Nama Matcha อันนี้ก็อร่อยเช่นกัน ด้านนอกเคลือบด้วยผงชาเขียวมัทฉะ สัมผัสแรกออกรสขมนิดๆ แต่พอกัดไปถึงเนื้อด้านใน จะได้รสหวานอร่อยของตัวไวท์ช็อคผสมชาเขียว (ราคาชิ้นละ 20บาท)




เมนูต่อมา CCC Hot Chocolate Cupcake เป็นช็อคโกแล็คนิ่มๆโรยหน้าด้วยไอซ์ซิ่ง



เนื้อช็อคโกแล็คจะนิ่มๆ อุ่นๆ อร่อยดีครับ


ตัวถัดไป Blueberry Cheese Pie ของที่นี้จะเสิร์ฟมาเป็นแบบถ้วยแก้ว


สูตรของร้านนี้ ตัวครีมชีสจะออกรสเปรี้ยวนิดๆ ไม่ได้หวานเหมือนของร้านอื่นๆ ซึ้งความเปรี้ยวของครีมชีสนี้ผมว่ามันไปตัดรสหวานของแยมบลูเบอรี่ได้กำลังดี ผสมกับความกรุบกรอบของพายด้านล่าง ถือว่าลงตัวเลยทีเดียว


อันนี้เค้ก Choco Cake ใครชอบทานเค้กช็อคโกแล็คอยู่แล้วจะต้องเลิฟแน่ๆ


เครื่องดื่มสั่งตัวที่เป็น Signature ของร้านมาลองดูครับ แก้วนี้เรียกว่า
"CCC Frappe" ตัว CCC นี้คือชื่อย่อของร้านนี้นะครับ แก้วนี้คือกาแฟปั่นผสมช็อคชิพลงไปปั่นพร้อมกัน  แล้วท็อปปิ้งด้วยวิปปิ้งครีมและไอติมรสช็อคชิพอีก 1 ลูก (ขออภัยที่ถ่ายรูปมาแล้วมองไม่เห็นไอติม เพราะมันไปแอบอยู่อีกด้านของแก้ว 555)


มาดูลิสต์อาหารหนักๆกันหน่อย ของร้านมีเมนูให้เลือกทานได้พอสมควร เช่นพวก ชุดไข่กระทะ, ชุด CCC Breakfast, สลัดไก่กรอบ , เบเกอร์หมูย่าง, ข้าวหน้าปลาชุปเกล็ดขนมปังทอดราดซอสทงคัสสึ


ลองสั่ง "สลัดไก่กรอบ" มาลองทานดู หน้าตาน่าทานมากๆ
เป็นไก่ชุปแป้งทอด มาพร้อมกับผักไฮโดรโปนิคส์หลากหลายทั้ง เรดคอรัล กรีนคอรัล ผักกาดแก้ว มะเขือเทศ ราดด้วยน้ำสลัดงาสไตล์ญี่ปุ่น


สรุปโดยรวม ถือว่าเป็นร้านกาแฟเล็กๆ แต่น่าสนใจมาก  มีเครื่องดื่มทั้งกาแฟ-ชา-สมู๊ทตี้ และยังมีเค้กแบบโฮมเมดที่ร้านทำเองอีกหลากหลาย  ส่วนเจ้าของร้านก็น่ารัก อัธยาศัยดี 

ลองแวะเข้าไปดูเฟซบุ๊คเพจ ของร้าน Coffee Cake Cafe ดูก่อนก็ได้ครับ เห็นมีเมนูเค้กตัวใหม่ๆออกมาเรื่อยๆเลยเหมือนกัน









Create Date : 20 สิงหาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:09:53 น.
Counter : 14156 Pageviews.

4 comment
รีวิวร้านมิยาบิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ อาหารมาใหม่อีกตรึม
ชื่อร้าน : ร้านมิยาบิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ
รายการอาหาร : บุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างญี่ปุ่น Yakiniku
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวันตามเวลาห้าง 10.00- 21.00 น.
ที่ตั้งร้าน : เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ชั้น 6 ใกล้บรรไดเลื่อน, นนทบุรี Thailand
พิกัด GPS : 13° 54' 13.21" N 100° 31' 41.47" E




-------------------------------------------------------------------------------------

ช่วงนี้เดินทางไปแถวเส้นแจ้งวัฒนะ ค่อนข้างบ่อย เลยขอมารีวิวร้านบุฟเฟ่ต์ญี่ปุ่น Miyabi Grill สาขาเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ซะหน่อย ได้ข่าวว่าปรับเมนูอาหารใหม่แล้วมีเมนูเพิ่มขึ้นอีกหลายตัวเลย 

ร้านมิยาบิเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

พิกัดร้านมิยาบิ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ นั้นร้านตั้งอยู่ชั้น 6 ใกล้ๆกับบรรไดเลื่อน ที่ห้างเซ็นทรัลสาขานี้ ชั้น 5+6 มีร้านอาหารให้เลือก เยอะมากจริงๆ 



หน้าร้านมีป้ายบอกระบบการสั่งอาหารแบบใหม่ ใช้กระดาษแบบ Order sheet scanning อะไรนี้แหละ



ป้ายเมนูอาหารหน้าร้านครับ  แต่ถ่ายยังไงก็คงไม่ชัด อยากดูเมนูอาหารฉบับเต็มๆ ไปดูที่เฟซบุ๊คร้านมิยาบิ ดีกว่าครับ ตามลิงค์นี้เลย


ตอนนี้ร้านมิยาบิปรับราคาใหม่ทุกสาขาครับ  ราคาบุฟเฟ่ต์ปัจจุบันตามนี้ครับ
ราคาบุฟเฟ่ต์ปกติ คนละ 299++  
ถ้าเพิ่มอาหารชุดพรี่เมี่ยมจะเพิ่มอีกคนละ 40 บาท เป็น 339++ ครับ



มิยาบิแจ้งวัฒนะ

บรรยากาศภายในร้าน ออกธีมโทนสีแดงสด ผนังร้านเป็นรูปวาดการ์ตูนญี่ปุ่น (ผมไม่แน่ใจว่ามันมาจากการ์ตูนเรื่องอะไรที่มีชื่อเสียงรึเปล่านะ พอดีเลิกอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นไปนานแล้ว)


ภายในร้านมิยาบิเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ

โต๊ะร้านสาขานี้ จะมีทั้งแบบกลม และแบบเหลี่ยม ขนาดเหมาะสำหรับ 4-6 ท่าน แต่ไม่มีแบบเคาเตอร์บาร์สำหรับทานคนเดียว วันนี้ผมมาทานคนเดียว เลยต้องนั่งโต๊ะสำหรับ 4 คนซะเลย  แต่ผมมาทานวันธรรมดา คนจึงไม่เยอะนัก



มานั่งที่โต๊ะ ก็จะมีกล่องใส่กระดาษสำหรับสั่งออเดอร์อาหาร ซึ่งเป็นระบบใหม่ของร้าน



หน้าตาเหมือน Answer sheet เวลาทำข้อสอบสมัยเรียนเลย แต่อันนี้เป็น Order sheet แทน
อยากสั่งเมนูไหน ก็เอาดินสอขีดเลือกที่เมนูนั้น ขีดที่จำนวนตัวเลขว่าจะเอากี่จาน 

-แผ่นสีส้มเป็นเมนูพวกข้าวปั้น ข้าวห่อสาหร่าย และ Side dish 
-ส่วนแผ่นสีแดง จะเป็นเนื้อต่างๆสำหรับปิ้งย่าง Yakiniku
พอขีดเลือกเมนูเสร็จ ก็ส่งให้พนักงาน เขาจะเอาไปสแกนผ่านเครื่องอีกทีนึง


เตรียมพร้อมทานแล้ว


แวะมาดูเครื่องปรุงซะหน่อย ซอสขวดสีแดงสำหรับทานกับเนื้อย่าง  ส่วนซอสขวดสีน้ำตาลคือโชยุ ไว้ทานกับข้าวปั้น  และก็มีกระเทียม มะนาว พริก เตรียมไว้พร้อมแล้ว



รอไม่นาน อาหารก็มาส่งแบบชุดใหญ่เลย



ขอไล่เมนูให้ดูซะหน่อยนะ อันนี้เป็นเมนูใหม่ครับ "หมูหมักซอสพริกไทยดำ" รสชาดเข้มถึงเนื้อดีครับ
อ่านจากป้ายสั่งอาหารตอนนีมีเมนูใหม่ๆ เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะ เช่นหมูหมักซอสต้มยำ หมูสับสาหร่าย เบคอนรมควัน



อันนี้ "หมูหมักมิโซะซอส"  เป็น Recommend อีกอันที่ไม่ควรพลาด



และที่ไม่พลาดกับ "เนื้อบริสเก็ตออสเตรเลีย"  มากินที่ไร ต้องสั่งทุกครั้งไป ใครที่ทานเนื้อวัว แนะนำเมนุนี้นะครับ



สั่งชุดผักรวม จะได้มีเยื่อใยบ้าง ฮิฮิ



อันนี้เป็นอาหารของชุดพรีเมี่ยมครับ เพิ่มอีก 40บาท จะสั่งอาหารพิเศษได้อีกหลายอย่างเลย  ในภาพนี้ก็มี
[หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปลาไข่, กุ้งแม่น้ำ, ปลาแซลมอน และเนื้อแกะนิวซีแลนด์]

จริงๆ ชุดพรีเมี่ยมยังมีอีกหลายอย่างนะ เช่นปลาซาบะ ปลาดอลลี่ ปลาหมึก กุ้งแก้ว  



พร้อมแล้ว ก็ลงเตากันเลย



ที่ขาดไม่ได้ต้องมี 2 สิ่งนี้ทุกครั้งที่มากิน ซุปมิโซะ และข้าวโรยสาหร่าย
(มีข้าวกระเทียม ,ไข่ตุ๋น ,กิมจิ ด้วยนะ แต่ผมไม่ได้สั่งมา)



เมนูพิเศษสำหรับสมาชิกประจำเดือนนี้ครับ "แซลมอนห่อฟอยด์" หน้าตาน่าทานมาก และอร่อยทีเดียวละ
** เมนูนี้สำหรับผู้ถือบัตร Member Card ของร้านเท่านั้นนะครับ จะได้รับ 1 จานต่อโต๊ะเท่านั้น



ส่วนเมนูนี้คืออาหารพิเศษประจำเดือนนี้ "ปลาทอดไส้ชีส" เมนูนี้ไม่เป็นสมาชิกก็ได้ทานนะครับ



ส่วนตระกูลปิ้งย่าง ที่ผมว่าเด็ดที่สุดก็คือ เนื้อบริสเก็ตนี้แหละ เป็นเนื้อติดมัน หั่นสไลด์ ใช้เวลาปิ้งแค่แป็ปเดียวก็สุกแล้ว  (ปิ้งบริสเก็ตทีไร ไขมันจะหยดลงไปในเตาถ่าน ทำให้ลุกเป็นไฟทุกทีเลย ฮา)



มาดู Side Dish บ้างครับ จากนี้ "กุ้งทอดบัตเตอร์ฟลาย"  
แต่โชคร้ายตอนผมได้จานนี้ กุ้งทอดมันเย็นแล้ว ท่าทางจะทอดไว้นานแล้ว เลยไม่ค่อยกรอบอร่อยเท่าไรนัก



จานนี้ "ยำปลาแซลมอน" รสจี๊ดจ้าดเหมือนเดิม



"เกี๊ยวซ่าทอด" ไม่เคยพลาดสักครั้ง เกี๊ยวซ่าที่นี้อร่อยจริงๆนะ
จริงๆอาหารพวก Side dish มีหลายอย่างเลยนะครับ แต่ผมสั่งมาเท่านี้พอ เพราะทานคนเดียว กระเพาะรับได้แค่นี้จริงๆ



ปิดท้ายมื้อนี้ด้วย ผลไม้เบาๆ แตงโมกับสัปปะรด 
ขอหวานอย่างอื่นๆ จะมีเยลลี่แดง กับของใหม่คือ ไอติมชาเขียว กะ ไอติมวนิลลา  

จริงๆผมอยากกินไอติมปิดท้ายนะ แต่น้องบอกว่าเมนูนี้ของยังไม่มาลงที่สาขา เลยผิดหวังนิดหน่อยที่อดกิน

สุดท้ายต้องแวะไปซื้อไอติมแม็ค มากินแก้อยาก ไปพล่างๆก่อน



ถ้าสนใจร้านมิยาบิ ลองเข้าไปดูเมนูอาหาร ดูโปรโมชั่นของร้านได้ที่เฟซบุ๊ค

ขอให้อิ่มหมีพีมัน ทุกท่านครับ










Create Date : 15 กรกฎาคม 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:15:38 น.
Counter : 15712 Pageviews.

5 comment
มินิรีวิวอาหารเกาหลีร้านซาลัง @Salang Buffet สาขาบางจาก
ชื่อร้าน : ร้านซาลัง อาหารเกาหลี Salang Buffet
รายการอาหาร : ข้าวยำเกาหลี, ซุปกิมจิ, กิมจิ
เวลาเปิดบริการ : 11.30-14.00 , 17.00- 22.00
ที่ตั้งร้าน : ในซอยสุขุมวิท 93 บางจาก พระโขนง, กรุงเทพมหานคร พระโขนง Thailand
พิกัด GPS : 13° 41' 57.86" N 100° 36' 21.34" E




------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



พอดีว่าเกิดอยากทานอาหารเกาหลีขึ้นมา แบบไม่หนักเกินไป เลยคิดถึงร้านซาลัง อาหารเกาหลีบุฟเฟ่ต์ที่เคยไปทานแถวๆพญาไท

แต่ได้ข่าวว่าร้านนี้เปิดสาขาใหม่ใหญ่กว่าเดิม แถวๆบางจาก พระโขนง เลยลองนั่งรถไฟฟ้า BTS ไปทานมาครับ



หน้าร้านซาลัง salangbuffet

พิกัดที่ตั้งร้านซาลัง สาขาใหม่ อยู่ที่ซอยสุขุมวิท 93 

วิธีเดินทางมาร้านสะดวกสุดน่าจะเป็น BTS มาลงสถานีบางจาก ออกทางออกหมายเลข 5 แล้วเดินมาซอยสุขุมวิท 93  เดินเข้ามาในซอยประมาณสัก 100 เมตรได้  ก็จะเจอร้าน Salang อยู่ด้านซ้ายมือ

เวลาเปิดปิดร้านซาลังบุฟเฟ่ต์


ร้านซาลัง สาขาบางจากนี้ขนาดจะใหญ่กว่าที่สาขาเดิมพญาไทมาก มีโต๊ะอยุ่เยอะทีเดียว 
ไม่ต้องคอยคิวกันยาว กับสาขานี้

เวลาเปิดปิดร้านนี้ครับ ตามภาพ
วันธรรมดาเปิด 2 รอบ
วันเสาร์-อาทิตย์เปิดทั้งวัน

บรรยากาศภายในร้านซารังบุฟเฟ่ต์ บางจาก

ร้านซารังสาขาบางจาก พื้นที่จะใหญ่กว่าที่พญาไทมาก มีโต๊ะเยอะเลย และไม่อืดอัดเลย
หากจะนัดเลี้ยงปาร์ตี้ กินเลี้ยงรุ่นอะไรกัน คิดว่าน่าจะเหมาะเลยสำหรับที่นี้

ที่ผนังของร้านนี้จะเพ้นรูปดอกไม้ ดอกทานตะวันหลากหลายแบบ สวยดีเหมือนกัน

เมนูร้านซาลังบุฟเฟ่ต์

มาดูเมนูกันครับ มีสองหน้า หน้าแรกจะมีพวก Salang Ramen, ข้าวยำเกาหลีบิบิมบับ และพวกข้าวหน้าต่างๆ(อาหารจานเดียว)

เมนูซารัง เนื้อสัตว์ต่างๆ

อีกด้านนึง จะเป็นพวกเนื้อต่างๆของร้าน ร้านนี้มีหมู ไก่ เนื้อวัว เห็ด สลัด กิมจิ ซุปกิมจิ แต่จะไม่มีพวกซีฟู๊ดนะครับ
ถ้ามาทานเป็นบุฟเฟ่ต์ ร้านนี้คิดหัวละ 330 บาทเนต (ไม่มีแวต+เซอร์วิสชาร์จ) 

แต่จะสั่่งมาเป็นจานๆแบบ a la carte ก็ได้นะครับ ราคาตามเมนู

แต่วันนี้ผมไม่อยากทานหนัก เลยจัดเบาๆมาแค่ 2 เมนูพอ

ข้าวยำเกาหลี ร้านซาลัง

ผมสั่งอันนี้มากิน  ข้าวยำเกาหลี Bibimbab  แบบเพิ่มทูน่า ราคา 100 บาท
ปกติถ้าสั่งแบบออริจินัล จะราคา 75 บาท  แต่ถ้าสั่งแบบ เพิ่มชีส เพิ่มไข่กุ้ง หรือเพิ่มทูน่า จะคิดราคา 100 บาท

bibimbab salang buffet

ที่นี้บริการดีมาก น้องที่มาเสิร์ฟ ยังมาช่วยคลุกข้าวยำให้อีกด้วย (น้องบอกว่าต้องรีบคลุกค่ะ เพราะชามจะร้อนมาก ไม่งั้นข้าวจะติดก้นชามแล้วทำให้ข้าวแข็งด้วย)

ข้าวยำเกาหลีบิบิมบับ

หน้าตา หลังจากที่คลุกเสร็จ น่าทานมากๆ 

ซุปกิมจิ ร้านซาลัง

อีกเมนูที่สั่งมา ซุปกิมจิ หรือแกงกิมจิ  เป็นซุปใส่เต้าหู้ ใส่ผักต่างๆ ใส่หมูมา ซดร้อนๆทานคู่กับข้าวก็อร่อยดีครับ
ราคาชามนี้ 70 บาท

น้ำชาข้าว

ส่วนเครื่องดื่ม สั่งน้ำชาข้าว มาครับ หอมดีครับ ราคาแก้วละ 10 บาทเท่านั้น

ของหวาน ร้านซาลัง

ตบท้ายด้วยของหวาน  เป็นน้ำแข็งไสน้ำแดงมีท็อปปิ้งเป็นถั่วแดง ราดหน้ามา ถ้วยละ 25 บาท
(จริงๆถ้วยนี้เล็กนะครับ  พอดีถ่ายซูม เลยดูใหญ่ไปเลย)


สรุปสั้นๆ ปิดท้ายร้านซาลังแบบจัดเบาๆวันนี้
-อาหารอร่อย ราคาย่อมเยา บริการประทับใจ  


ไว้วันหลังจะมาแบบจัดหนัก อีกรอบนะครับ จะสั่งพวกปิ้งย่าง แบบครบสูตรเลย

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของร้าน Salang Buffet ได้ที่แฟนเพจของร้านเลยนะครับ







Create Date : 30 มิถุนายน 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:21:11 น.
Counter : 15283 Pageviews.

2 comment
รีวิวร้านคัปโปะ ฮานาโกะ (Kappo Hanako) ทองหล่อ13

ช่วงนี้ได้ผ่านไปทำธุระแถวซอยทองหล่อ- เอกมัย ค่อนข้างบ่อย เลยได้ไปรีวิวร้านอาหารญี่ปุ่นมาร้านนึง อยู่ในซอยทองหล่อ 13 เป็นร้านอาหารที่เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทยหลายปีแล้วแนะนำต่อมาอีกที

ร้านคัปโป๊ะ ฮานาโกะ (Kappo Hanako) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ อยู่ในแถบย่านที่มีร้านอาหารญี่ปุ่นตั้งเรียงรายกันอยู่มากมาย แต่เพื่อนผมบอกว่าร้านนี้ เป็นร้านที่คนญี่ปุ่นที่มาทำงานเมืองไทย มักจะแนะนำบอกต่อๆกัน เพราะว่าทำอาหารออกมาในแบบสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ และใช้วัถตุดิบคุณภาพดีเกรดเอสั่งตรงมาจากญี่ปุ่นเป็นหลัก


ร้านคัปโปะ ฮานาโกะ ทองหล่อ



พิกัดที่ตั้งร้าน Kappo Hanako อยู่ภายในซอยทองหล่อ 13 จากปากซอยตรงเข้ามาผ่านร้าน after you  ผ่านโครงการ SeenSpace ตรงมาเรื่อยๆจะเจอสี่แยกเล็กๆภายในซอย ให้เลี้ยวขวาแล้วตรงมาอีกเพียง 50 เมตรก็จะเจอร้านอยู่ด้านขวามือ

ถ้ามา BTS ลงสถานีทองหล่อ แล้วต่อมอไซค์วินมาก็ได้สะดวกดี เพราะไม่ใกล้จากปากซอยเท่าไรนัก

ร้านนี้เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 17.00 - 24.00 น.

kappo Hanako

มาถึงด้านหน้าร้านแล้วครับ ด้านหน้าจัดเป็นสวนญี่ปุ่นเล็กๆ


อีกมุมนึงของด้านหน้าร้าน เป็นมุมนั่งเล่นบนโต๊ะหิน ดูคลาสสิคดี ได้บรรยากาศญี่ปุ่นนิดๆ
พอดีวันที่เข้าไปทาน ไปกันตอนช่วงร้านเพิ่งเปิดได้ซักพักตอน 5โมงครึ่ง ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเข้าร้านเลยได้ถ่ายรูปมาเยอะเลย


เข้ามาภายในร้าน เจอชั้นวางเหล้าสาเกหลากหลายยี่ห้อเลย ร้านนี้มีลูกค้าเป็นคนญี่ปุ่นค่อนข้างเยอะ เลยมีสาเกหลากหลายแบรนด์มาให้เลือกเต็มเชลฟ์ไปหมด


ร้านด้านในขนาดไม่ใหญ่นัก แต่มีหลายโซน

เนื่องจากยังไม่ค่อยมีลูกค้าท่านอื่นเข้ามา เลยขออนุญาตทางผู้จัดการร้าน เดินทัวร์ชมร้าน และขอถ่ายรูปมาหลายมุมเลย ผจก.ก็ใจดีมาก พาไปดูห้องไพรเวทรูมอีกด้วย


มุมอีกฝั่งนึงของร้านทั้งแถบจะเป็นห้องแบบ Private room 4 ห้อง ได้เข้าไปโฉบดูด้านในแต่ละห้อง ตกแต่งสวยงาม ได้บรรยากาศดีจริงๆ


อันนี้เป็นห้อง Private รูมครับ ลักษณะจะเป็นโต๊ะแบบนั่งหย่อนขาบนเสื้อทาทามิ ได้อารมณ์ญี่ปุ่นดีจริงๆ ห้องนึงรองรับได้ประมาณ 6-10 ท่าน


ห้อง Private อีกห้องนึงตกแต่งดูหรูหรา คลาสิคดีครับ  ผจก.บอกว่าถ้าเลือกแบบห้องไพรเวทรูม คิดค่าห้องเพิ่มอีก 400 บาท/ห้อง เหมาะสำหรับไว้ปาร์ตึ้กันเล็กๆเป็นส่วนตัว หรือเวลาบริษัทพาลูกค้ามาเลี้ยงรับรอง อะไรประมาณนั้น

ผจก.บอกว่าที่นี้มักมีผู้บริหารชาวญี่ปุ่นชอบมาใช้บริการที่ห้องไพรเวทรูมสำหรับเลี้ยงรับรองลูกค้าVIP ของบริษัท ไรประมาณนี้


ออกมาดูอีกมุุมของร้าน เป็นเคาร์เตอร์ซูชิบาร์ของร้าน จะเลือกนั่งทานตรงเคาร์เตอร์นี้ก็ได้ ดูเชฟแล่ปลา ปรุงอาหารให้ทานกันสดๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ


วัตถุดิบพวกปลา หมึก กุ้ง หอยต่างๆ ของร้านส่วนใหญ่นำเข้าโดยตรงจากญี่ปุ่นเป็นหลัก แล้วก็คัดระดับเกรด A มาทั้งนั้นราคาเลยค่อนข้างสูงซักหน่อย (ในกล่องที่เห็นสีส้มๆนั้น เป็นไข่หอยเม่นครับ ไม่รู้ว่ากล่องนี้ราคากี่หมื่นบาท เพราะไปดูเมนูราคาซูชิหน้าไข่หอยเม่น 2คำก็จานละ 600บาทแล้ว อู้ยยย....)

ผจก.ร้านอธิบายคำว่า Kappo ให้ฟังว่าหมายถึงอาหารตามฤดูกาล เพราะว่าในแต่ละฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น มีผลิตผลต่างๆที่หาได้แตกต่างกัน คนญี่ปุ่นมักจะเลือกทานอาหารตามฤดูกาล เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุดในช่วงนั้นๆ
ดังนั้นร้าน Kappo Hanako จึงเสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นตามฤดูกาลด้วยเช่นกัน โดยในแต่ละเดือนจะมีเมนูใหม่ๆมานำเสนอ ซึ้งเป็นวัตถุดิบที่หาได้ในช่วงฤดูนั้นๆ


อันนี้เป็นเมนูอาหารพิเศษตามฤดูกาลของวันนี้ครับ มีอะไรบ้างดูกันเอาเอง


มาดูเมนูปกติกันครับ ร้านนี้มีอาหารหลากหลาย เรียกว่าเกือบจะครบทุกประเภทเลย ทั้งทอด ปิ้ง ย่าง ต้ม ซูชิ ซาชิมิ เทปันยากิ สุกี้ยากี้ ชาบุ มีหมด



เมนูมีหลายหน้ามากครับ (ถ่ายมาไม่หมด) อาหารดูน่าทานหลายอย่างเลย
(ขออภัยที่ภาพไม่ค่อยชัดเท่าไร เพราะกะถ่ายให้เห็นสองหน้าเมนูเต็มๆ ตัวหนังสือเลยเล็กไปเลยอะ)


พร้อมกินแล้ว   ชุดเซ็ตจาน-ตะเกียบครับ  ดูมีสไตล์เฉพาะของร้านดีจัง


เครื่องปรุงบนโต๊ะครับ มีโชยุ พริกป่นญี่ปุ่น เกลือป่น


สั่งออเดิฟมาทานเล่นกันก่อน อันนี้เรียกว่า "Ginnan" หรือ "แปะก๊วยคั่วเกลือ"
เคี้ยววมันๆเพลินดีเหมือนกัน


จานนี้ "ยำปลาหมึกดอง" รสค่อนข้างเผ็ดไปหน่อย ผมชิมไปนิดเดียวเอง ขอผ่าน


เมนูนี้ "ซุปมิโซะปูไข่ทะเล" Kani Miso Soup รสชาดกลมกล่อม ไข่ปูแดงๆก้อนโตๆ มีเนื้อปูจมอยู่ข้างล่างเยอะเหมือนกัน เวลาถ่ายรูปมันเลยมองไม่ค่อยเห็นไรเท่าไร


จานนี้ทางร้านแนะนำมา "สลัดอโวคาโด" Avocado Salad
จัดจานมาสวยมาก มีผักหลากหลายอย่างสีสันสดใส มีไข่กุ้งโรยหน้ามาเพิ่มรสสัมผัสกรุบๆเวลาทาน
จานนี้ถ่ายรูปมาเฉพาะตอนก่อนราดน้ำสลัด เพราะว่าหลังราดแล้วผักมันสลบไม่น่าถ่ายแล้ว


จานนี้ "ลิ้นวัวย่างเกลือ" Gyu Tan Shioyaki


เมนูนี้ผจก.ร้านมาเล่าให้ฟังว่าเป็นเมนูโปรดของคุณ อั้ม พัชราภา เพราะเธอสั่งทุกครั้งที่มาทานที่ร้าน
โดนสะกิดต่อมอยากรู้ เลยลองสั่งมาทานบ้าง ดูซิเซเล็ปเมืองไทยเขาทานอะไรกัน ฮิฮิ
จานนี้เรียกว่า "Kaki fried" หรือ "หอยนางรมญี่ปุ่นชุปเกล็ดขนมปังทอด" มีที่บีบเลมอนให้มาด้วย
รสชาติดีทีเดียวครับเมนูนี้



จานต่อมาเป็นมากิ 2 อย่างสั่งรวมกันมาจานเดียวกันคือ
Hanako Maki (มากิสูตรพิเศษของร้าน มีอโวคาโดด้วย) และ Ebiten (มากิไส้กุ้งเทมปุระ)


มาถึงเมนูไฮไลท์ประจำวันนี้ Yuki Sashimi  ปลาดิบรวมชุดพิเศษ 7 อย่าง
[Ootoro, Kampachi, Hamachi, Madai, Akami, Omaebi กุ้งหวาน, หอยเชลล์]
เป็นเซ็ตที่มาแบบอลังการมากๆ มาเป็นชามเซรามิคใบใหญ่จัดแต่งจานมาสวยมาก ปลาดิบชิ้นโตวางเรียงราย อยู่บนตะกร้าบ้าง บนเปลือกหอยบ้าง สลับตกแต่งกับใบไม้และสาหร่ายต่างๆ ดูมีศิลปะและสีสันสวยงามจริงๆ น่าทานสุดๆ (เมนูนี้ทำเอาทุกคนบนโต๊ะหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันหมด)


ชิ้นนี้คือโอโทโร่ครับทุกท่าน มันคือราชันย์แห่งปลาดิบ เพราะด้วยราคาอันแสนแพงและหายาก เป็นส่วนของเนื้อท้องด้านหน้าของปลา Maguro จะเห็นไขมันที่แทรกอยู่ทุกอณูของเนื้อปลาเป็นลายหินอ่อนที่สวยงามมาก
พอคีบเข้าไปในปาก ไขมันที่แทรกอยู่ในเนื้อปลาแทบจะละลายทันทีในปาก ทุกๆการเคี้ยวแต่ละครั้งสัมผัสได้ถึงความนุ่มและหวานของโอโทโร่ชิ้นนี้มากๆ ความฉุ่มช่ำของเนื้อปลามันอบอวลไปทั่วทั้งปากจริงๆ  เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากๆ กับการได้ทานโอโทโร่ที่นี้


หลังจากจัดหนักอาหารคาวไปเรียบร้อยแล้ว มาถึงคิวของหวานปิดท้ายกันครับ ในเมนูเห็นอันนี้น่าสนใจที่สุดเลยสั่งมา เรียกว่า Cream Shiratama เป็นไอศกรีมชาเขียวและวานิลลาอย่างละสกู๊ปแล้วมีถั่วแดงและแป้งเหนียวสีขาวและสีเขียวๆเพิ่มเข้ามา ส่วนลูกสีแดงนี้คือแตงโมครับ
ไอศกรีมที่นี้หอมละมุน เนื้อละเอียดมาก ความอร่อยผมให้เทียบเท่าแบรนด์ haagen dazs ได้เลย


ของหวานอีกอย่างที่สั่งมา น้ำแข็งไสราดชาเขียว   ด้านล่างมีถั่วแดงอยู่ก้นถ้วย ชาเขียวที่ราดก็เข้มข้นได้ใจจริงๆ แล้วมีนมข้นหวานมาให้ราดเองตะหาก


สรุปค่าเสียหายครั้งนี้ ไปกัน3 คน จ่ายไป 3,338 บาทครับ


สรุปสั้นๆรีวิวร้าน Kappo Hanako ทองหล่อ 13  
- เป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ที่มีอาหารหลากหลายและทำอาหารได้แบบต้นตำรับจริงๆ (ตอนไปทานเห็นครึ่งนึงของร้านเป็นชาวญี่ปุ่นเข้ามาทานกัน)
- อาหารอร่อย คุณภาพวัถตุดิบดีมากๆ เนื้อปลาสดใหม่มากๆ
- การบริการถือว่าโอเค พนักงานบริการเร็ว ผจก.ร้านใจดีมาก พูดคุยเป็นกันเองดี
- ทำเลที่ตั้งร้าน อันนี้ถือว่าคนที่ยังไม่เคยมา อาจจะงงสักหน่อย เพราะร้านไม่ได้อยู่ติดถนนใหญ่ ต้องเข้าซอยแล้วสังเกตุทางเข้าดีๆสักนิด ถ้ามาไม่ถูกก็โทรมาสอบถามที่ร้านได้เบอร์ร้าน 02-7126371 ถึง 2
- ราคาอาหาร ถือว่าอยู่ในระดับสูง เฉลี่ยหัวละพันบาทขึ้นไป แต่ก็คุ้มค่ากับอาหารและบริการที่ได้รับจริงๆ


ร้านเขามี Facebook ด้วยครับไปตามกด Like ได้ที่








Create Date : 27 มิถุนายน 2555
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:27:49 น.
Counter : 5109 Pageviews.

6 comment
1  2  3  4  5  6  7  8  

New skylab
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ












All Blog