ตลุยกินร้านอร่อย และรีวิวร้านอาหารน่าทาน

รีวิวร้านอาหารเวียดนาม ไซง่อน ริมไทร สุขุมวิท65 ร้านอร่อนที่ซ่อนตัวในกรุงเทพ

ชื่อร้าน : ไซง่อน ริมไทร Saigon Rimsai Vietnamese
รายการอาหาร : อาหารเวียดนาม,แหนมเนือง,กุ้งพันอ้อย,ขนมเบื้องญวน,
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 11.00 - 22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : กลางซอยสุขุมวิท 65 พระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม, กรุงเทพมหานคร วัฒนา Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 16.91" N 100° 35' 29.12" E


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เข้าหน้าฝนอย่างเป็นทางการแล้ว วันนี้เลยขอพาไปรีวิวร้านอาหารเวียดนาม รสชาติตราตรึงใจอีกร้านนึงในย่านถนนสุขุมวิท ร้านนี้เป็นร้านที่แอบซ่อนตัวเงียบๆอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 65 แต่ก็มีหลายๆคนบอกต่อกันมาว่า ต้องมาลองให้ได้นะ ผมเลยไม่พลาดที่จะแวะมาลองความอร่อยกันในรีวิวนี้

ร้านไซง่อนริมไทร สุขุมวิท65

ร้านอาหารเวียดนามไซง่อน ริมไทร [Saigon Rimsai] เป็นร้านที่เปิดมาหลายปีแล้วเหมือนกัน และก็มีคนแนะนำมาหลายคนว่าให้มาลองชิมอาหารของร้านนี้ดู เพราะเขาปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย มีเมนูเด็ดๆแนะนำหลายรายการเลยทีเดียว

แผนที่ร้านไซง่อนริมไทร
(ขออนุญาตก็อปภาพแผนที่มาจาก FB ร้านไซง่อน ริมไทร มาลงไว้นะครับ)

พิกัดของร้าน Saigon Rimsai นี้อยู่ในซอยสุขุมวิท 65 ถ้ามาทางรถไฟฟ้า BTS ซอยนี้จะอยู่ระหว่างสถานีเอกมัย และสถานีพระโขนง ลงสถานีไหนก็ได้แล้วต่อมอไซค์วินบอกเข้ามาในซอยสุขุมวิท 65 วิ่งมาตามทางเรื่อยจะเจอบ้านสีขาว-เขียว มีต้นไม้เยอะๆ 

ถ้าขับรถมาเอง ก็เข้าได้ 2 ทางคือ สุขุมวิท 65 วิ่งมาเรื่อยๆประมาณ 500 เมตรกว่าๆ ก็จะเจอร้านอยู่ขวามือ
หรือถ้าเข้าอีกทาง จะเข้ามาทางซอยปรีดี พนมยงค์ 15 วิ่งจากปากซอยเข้ามาประมาณ 200 เมตรกว่า ก็จะเจอร้านอยู่ซ้ายมือ
ทางเข้าร้านประมาณนี้ ขับรถเข้ามาเรื่อยๆ สังเกตได้ไม่ยาก

ทางเข้าร้านไซง่อนริมไทร

เข้ามาจะเห็นเป็นบ้านโทนสีขาว-เขียว ดูร่มรื่น สบายๆ

หน้าร้านไซง่อน

บริเวณด้านหน้าทางเข้าร้านไซง่อน ริมไทร

หน้าร้านไซง่อนริมไทร อาหารเวียดนาม

ร้านนี้เปิดเวลา 11.00 - 22.00 น.  แต่ตอนที่ผมกะน้องเข้าไปทานพอดีเป็นช่วงบ่ายๆของวันธรรมดา เลยยังไม่มีลุกค้าคนอื่นเลย ก็เลยเดินเล่น สำรวจร้านไปรอบๆตอนคอยอาหาร
ตรงนี้คือโซนด้านนอก Outdoor ของร้าน มีอยู่ 2-3 โต๊ะ แต่บรรยากาศดูร่มรื่น ผ่อนคลายดีจริงๆ


โซนด้านนอกร้านไซง่อนริมไทร

เข้ามาโซนด้านในเป็นห้องแอร์ เจอมุมนี้เข้าไป สาวๆเห็นเป็นต้องกรี๊ดแน่ เพราะจัดตกแต่งเป็นมุมวอลเปเปอร์ลายดอกไม้สีโทนชมพูดดูอบอุ่น ผสมกับหมอนลายการ์ตูนน่ารักๆ หลากหลายทีเดียว


ภายในร้านไซง่อนริมไทร

อีกมุมนึง ด้านในร้านไซง่อน


Saigonrimsai atmosphere

เมนูอาหารของร้านครับ


เมนูอาหารร้านไซง่อนริมไทร

เมนูอาหารมีอยู่ประมาณ 4-5 หน้า แต่ละเมนูดูน่าทาน ทั้งนั้นเลย

เมนูอาหารเวียดนาม

อาหารที่สั่งทะยอย มากันแล้ว
เริ่มที่จานแรกเลย  "ขนมจีนเครื่องหมูย่าง"  [125Baht] เป็นขนมจีนมาพร้อมกับหมูย่างหันสไลด์มาเป็นชิ้นๆและหมูยอ โรยหน้าด้วยถั่งลิสงบด และราดน้ำเครื่องปรุงสูตรของร้าน เวลาทานก็คลุกให้เข้ากัน ออกรสเปรี้ยวๆ-ผัดๆหน่อย ทานคู่กับผักสด ให้มาโถใหญ่เลย 

ขนมจีนเครื่องหมูย่าง

มาต่อกันที่เมนู "กุ้งพันอ้อย" ไม้ละ 65 บาท เป็นกุ้งบดผสมเครื่องปรุงรส เอามาพันกับชานอ้อย แล้วชุปเกล็ดขนมปังเอาไปทอด จนได้หน้าตาประมาณนี้แหละ เสิร์ฟพร้อมเส้นหมี่ลวก และน้ำจิ้มเนื้อกจาม (เจ้าของอธิบายว่าเป็นน้ำจิ้มทำจากแครอท-ไชเท้า-ถั่วลิสง รสออกหวานๆ เป็นน้ำจิ้มประจำร้านที่ทานคู่กับหลายๆเมนูเลย ถือว่าเป็นน้ำจิ้มสารพัดเมนูที่ต้องมีทุกโต๊ะ)

กุ้งพันอ้อย

ลองแหวะให้ดูเนื้อในกัน จะเห็นชานอ้อยด้านใน  เวลาทานก็ตักน้ำจิ้มเนื๊อกจาม ราดแล้วทานคู่กับเส้นหมี่ลวก
จริงๆจะบอกว่า ถ้าไม่เป็นคุณหนูมากนัก ก็แนะนำให้หยิบชานอ้อยมาแทะ-ดูดน้ำอ้อยต่อเลย อร่อยมว๊ากกๆ

เมนูกุ้งพันอ้อย

ต่อกันที่เมนูที่ถ้ามาแล้วไม่สั่งเมนูนี้ ก็ถือว่ามาไม่ถึงร้าน
"แหนมเนือง" 165 Baht เมนูนี้จริงๆ เป็นเมนูที่ทุกคนจะคิดถึงเวลาที่มาทานอาหารเวียดนามกันอยู่แล้ว  
ตัวหมูแหนม ของที่นี้รสชาติเข้มข้นมาก หอมกลิ่นเครื่องเทศ เสิร์ฟพร้อมกับเครื่องเคียงหลากหลาย เช่น กล้วยดิบ แตงกวา สัปปะรด มะม่วง กระเทียมโทน ต้นหอม พริกขี้หนู แต่ที่เด็ดสุดก็คือ ตัวน้ำจิ้มราด นี้รสเด็ดสุดจริงๆ ผมว่าเคยทานมาหลายร้านแล้ว แต่มาเจอน้ำจิ้มแหนมเนืองร้านนี้ มันหอม เข้มข้น และรสชาติอร่อยจริงๆ
Recommend เลยครับ ถ้ามาร้านไซง่อน ริมไทร ห้ามพลาดเมนูนี้

แหนมเนือง อร่อยร้านไซง่อนริมไทร

แหนมเนือง

ต่อกันด้วยเมนู "ปูกระเบื้อง"  [135 Baht]  เป็นปูบดผสมเครื่องปรุงต่างๆ ทำออกมาเป็นแผ่นๆแล้วตัดมาเป็นชิ้นสามเหลี่ยม ทานคู่กับน้ำจิ้มแครอท (เนื๊อกจาม) เหมือนกัน


ปูกระเบื้อง

มาต่อกันที่เมนู "ขนมเบื้องญวนต้นตำรับ" [140 Baht] เมนูนี้สำหรับผมค่อนข้างคุ้นเคย เพราะเคยทานตั้งแต่เด็กๆตามงานประจำปีของวัดใกล้บ้าน จะมีขนมเบื้องญวน มาขายประจำทุกปี  ลักษณะจะเห็นเป็นเหมือนไข่ทอดกรอบห่ออยู่ด้านนอก ส่วนด้านในเป็นไส้ที่รวมส่วนผสมหลากหลายผัดเข้าด้วยกัน ราดน้ำจิ้ม


ขนมเบื้องญวน

ลองเปิดดูไส้ข้างในกัน มีทั้งกุ้ง หมูยอ ผัดมากับพวกเห็ดหูหนู แครอท ถั่วงอก และอีกหลายๆอย่าง

ขนมเบื้องญวน ร้านไซง่อน

ตักน้ำจิ้ม ออกรสหวานๆหน่อยมาราด รสอร่อยใช้ได้ครับ

ขนมเบื้องญวน

อาหารคาวจานสุดท้ายที่สั่งมาคือ "ปอเปี๊ยะสดไส้กุ้ง"  [140 Baht]  เป็นจานสุดท้ายแบบเบาๆ ตัวแป้งห่อ เหนียวนุ่มกำลังดี ข้างในมีกุ้ง (จริงๆมองจากข้างนอกก็เห็นตัวกุ้งเด่นชัดอยู่แล้ว) หมูยอ แครอท ผักกาดหอม ผักอื่นๆอีก ทานคู่กับน้ำจิ้มแครอท หรือเนื๊อกจามนั้นเอง

ปอเปี๊ยะสดไส้กุ้ง

ปิดท้ายด้วยของหวานสุดฮิตของร้าน 
"ไอศกรีมกล้วยหอมทอด" [50 Baht] เป็นกล้วยหอมเอามาชุปแป้งทอด โรยด้วยน้ำตาลไอซ์ซิ่ง เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมอีก 1 สกู็ป ทานคู่กันถือเป็นของหวานปิดท้ายที่อร่อยมากๆ

ไอศกรีมกล้วยหอมทอด

มีน้ำผึ้งใส่กาเล็กๆ มาให้เพิ่มความหวานกันอีกด้วย ราดมากน้อยแล้วแต่ความชอบ (จริงๆจะบอกเผลอมือไปหน่อย ราดซะเกือบหมดกาเลย เลยหวานซะ)

ไอศกรีมกล้วยหอมทอดราดน้ำผึ้ง

ตัดให้ดูชิ้นกล้วยหอมข้างใน 

ไอศกรีมกล้วยหอมทอด

แอบเห็นของหวานอีกอย่างน่าทาน เลยสั่งมาลองอีกถ้วย
"สาคูแคนตาลูป" [50 Baht]

สาคูแคนตาลูป

เม็ดสาคูเม็ดเล็กๆ สีเขียวๆ มาพร้อมแคนตาลูปหั่นเป็นลายดอกไม้ รสชาติพอได้ครับ ไม่ได้มีอะไรพิเศษมากมาย

สาคูแคนตาลูป

ใครอยากมาลองทานอาหารเวียดนาม รสชาติแบบถูกปากถูกลิ้นคนไทยแน่นอน แนะนำต้องมาลองกินร้านไซง่อน ริมไทร สุขุมวิท 65 นี้เลย
รายละเอียดตามนามบัตรร้านเลยครับ
ร้านมีโปรโมชั่น ทานอาหารครบทุกๆ 500 บาท จะได้แสตมป์ 1 ดวง ครบ 10 ดวงใช้เป็นส่วนลดค่าอาหารได้ 500 บาท

นามบัตรร้านไซง่อนริมไทร

สรุปโดยรวมร้านไซง่อน ริมไทร
- อาหารเวียดนาม ที่รสชาติถูกลิ้นถูกปากคนไทย
- ราคากลางๆ บางเมนูสูงไปนิดหน่อย แต่ก็เข้าใจได้ว่าใช้วัตถุดิบที่ดีกว่าเจ้าอื่น
- ตกแต่งร้านสวยดี บรรยากาศร่มรื่น เหมาะสำหรับมาเดทกับสาว(ที่รักสุขภาพ) หรือพาผู้หลักผู้ใหญ่มาเลี้ยง รับรองท่านต้องถูกใจแน่ๆ
- ข้อเสีย ถ้าไม่เคยมาร้านนี้มาก่อน ครั้งแรกจะหายาก เพราะดันไปอยู่ในซอยลึกเหมือนกัน
- ถ้ามีรถขับจะสะดวกหน่อย ขับรถไปได้เลย แต่ถ้าไม่มีรถก็แนะนำมาทาง BTS ลงเอกมัยแล้วต่อมอไซค์วิน (อย่าเดินมานะ มันไกลเกิน)
- ร้านรับบัตรเครดิต เมื่อทานเกิน 1000 บาทขึ้นไป ถ้าไปสั่งกันไม่มาก พกเงินสดไปด้วยนะ




ร้านอาหารเวียดนามไซง่อน ริมไทร
เบอร์โทรศัพท์ : 02-714-2207
เวลาเปิด-ปิด :  11.00 - 22.00  น.

ข้อมูลเพิ่มเติมดูได้ที่เฟสบุ็คร้านด้านล่างนี้เลย





 

Create Date : 19 มิถุนายน 2556    
Last Update : 19 มิถุนายน 2556 13:26:01 น.  

รีวิวร้านสเต็กและไวน์ Wholly Cow [Steak Wine Cigar] อารีย์2 พญาไท

ชื่อร้าน : Wholly Cow [Steak Wine Cigar] อารีย์ซอย 2
รายการอาหาร : steak salad spaghetti , wine-beer-cocktail
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.30-14.30 และ 17.30-22.30น.
ที่ตั้งร้าน : อารีย์ซอย 2 ตรงข้ามเยื้องกับสำนักงานเขตพญาไท ใกล้รถไฟฟ้า BTS อารีย์, กรุงเทพมหานคร พญาไท Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 43.41" N 100° 32' 27.72" E




-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ขอพามารีวิวร้านสเต็ก ย่านซอยอารีย์ 2 ร้านโฮลลี่คาว Wholly Cow Restaurant Wine & Cigar Bar ร้านนี้เปิดมาได้ประมาณครึ่งปีกว่าๆแล้วได้มั่งครับ จริงๆย่านซอยอารีย์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมร้านอาหารเดิร์นๆ ชิลล์ๆที่มีความหลากหลายของประเภทอาหารให้เลือกมากมายอีกแห่งนึงเลยนะ ใครชอบหาร้านอาหารใหม่ๆอร่อยๆ ทานต้องไม่พลาดมาตระเวนชิมย่านนี้กันครับ

whollycow aree2

พิกัดของร้าน Wholly Cow Restaurant นี้อยู่ในซอยอารีย์ 2 ถ้ามาสะดวกสุดน่าจะเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอารีย์ ประตู 2 แล้วเดินเท้าหรือนั่งมอไซต์วินมาร้านก็แป็ปเดียวเท่านั้น 
ถ้าขับรถมา ก็วิ่งมาจากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าซอยราชครู (พหลโยธิน 5) แล้ววิ่งมาตามทางแล้วเลี้ยวเข้ามาซอยอารีย์ 2 (ทางวันเวย์) 
ถ้าขับรถมาก็จอดรถในร้านได้เลย (แต่ที่จอดรถของร้านน้อยไปหน่อย) ถ้าเต็มก็ไปจอดริมถนนหน้าร้านก็ได้เช่นกัน  

หน้าร้านโฮลลี่คาว ซอยอารีย์

หน้าร้าน Wholly Cow ถ่ายด้วยกล้องมือถือครับ Noiseเยอะไปหน่อย แต่บรรยากาศข้างในสวยดี เข้าไปดูกัน

บรรยากาศภายในร้านWhollycow

ภายในร้านตกแต่งสวยดี ผนังเป็นอิฐสีน้ำตาลแดง อีกฝั่งเป็นไม้ ให้ความรู้สึกคลาสสิคดีจัง

บรรยากาศในร้านwhollycow

บรรยากาศภายในร้าน Whollycow

โต๊ะ-เก้าอี้ในร้านโฮลลี่คาว

อีกมุมนึงครับ ผมว่าร้านนี้ถ้าพาสาวมาออกเดท นะเหมาะเลย บรรยากาศสวีทได้กำลังดี เพราะทุกโต๊ะจะมีแก้วใส่เทียนเล็กๆไว้ด้วย บรรยากาศโดยรวมดีมาก เปิดเพลงสากลแนวแจ็สเบาๆ แต่วันนี้ผมมากับกลุ่มเพื่อนก็เฮฮาปาร์ตี้ ได้เหมือนกัน

บริเวณเคาเตอร์บาร์

บริเวณบาร์เครื่องดื่ม ร้านนี้จัดแสงไฟ Lighting ได้ค่อยข้างดีทีเดียว ชอบจัง

เมนูอาหารร้านwhollycow

เมนูอาหารของร้านครับ มีเมนูยังไม่เยอะมาก ประมาณ 3-4 หน้า แต่คิดว่าคงคัดเมนูเด็ดๆมาขาย 

ขนมปัง-เนย

มาถึงโต๊ะ เจ้าหน้าที่ก็เสิร์ฟขนมปังกับเนย ก่อนเลย ตามจำนวนคน

ซุปข้นกุ้ง

เริ่มต้นกันที่ซุปกันก่อน  ชามนี้ "ซุปข้นกุ้ง Lobster Bisque" ใช้กุ้งล็อบสเตอร์ซะด้วย สีส้มเข้มข้นหอมกำลังดี [150 Baht]

ซุปครีมหน่อไม้ฝรั่ง

ซุปอีกชามที่สั่งมา "ซุปครีมหน่อไม้ฝรั่ง Asparagus Soup" สีเขียวๆอย่างงี้แหละ รสชาติเฉยๆนะสำหรับผม [100 Baht]

ซีซ่าร์สลัด whollycow

ต่อกันที่ "Caesar Salad" ร้านบอกว่าใช้ผักออกานิคซ์ด้วย สด กรอบ กำลังดี [180 Baht]
สลัดจานนี้ไม่มีเนื้อสัตว์เลย แต่ถ้าอยากทานแบบมีเนื้อสัตว์ด้วย ก็มีเมนุอื่นๆให้เลือกอีกหลายอันนะ ทั้งสลัดปลาแซลมอน ซีซาร์สลัดไก่ย่าง สลัดร็อกเก็ตกับหอยเชลล์ 

หอยเชลล์พันเบคอน

Appetizer อีกเมนูนึงคือ "หอยเชลล์พันเบคอน" หอยเชลล์ตัวใหญ่ๆ ปรุงเครื่องปรุงมารสชาติกำลังดี ห่อด้วยเบคอนออกรสเค็มๆหน่อย ขนาดชิ้นกำลังพอดีคำ เป้นจานเรียกน้ำย่อยที่ดีอีกจาน [280 Baht]

calamari หมีกชุบแป้งทอด

จานนี้ "หมึกชุบแป้งทอด หรือ Calamari" หมึกเคี้ยวหนึบหนับกำลังดี ไม่เหนียวเกินไป สุตรแป้งทอดของร้านก็ใช้ได้ ทานคู่กับซอสสีครีม ไม่แน่ใจเรียกว่าซอสอะไร ทาร์ทาซอสรึเปล่า?

สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า

มาที่จานทีเด็ด ผมชอบมากๆก็คือ "สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า" สูตรของร้านนี้ทำออกมาได้เข้มข้น และหอมชีสมากๆ ด้านบนท็อปปิ้งด้วยเบคอนทอดกรอบ เคี้ยวกรุบๆกำลังดี ใครชอบกินคาโบนาร่าแบบข้นๆหนืดๆหน่อย ต้องมาลองครับ ของร้าน Wholly Cow นี้ได้ใจไปเลยเต็มๆ [190 Baht] 

จริงๆ เมนูสปาเก็ตตี้ของร้านนี้มีสิบกว่าเมนูเลยนะครับ หลากหลายดี มีทั้งสปาเก็ตตี้เส้นดำ และเส้น angel hair ด้วย 

พอร์คชอปหมู whollycow

มาเข้า Main Dish กันบ้าง จานแรกเลย "Pork Chop with Mushroom Sauce" พอร์คช็อปของที่นี้ ชิ้นใหญ่กำลังดี กริลล์มาสุก ลายสวยมากๆ เสิร์ฟคู่กับซอสเห็ด พร้อมมันฝรั่งและผักบร็อคเคอรี่และแครอท [250 Baht]

ขาหมูเยอรมันร้านโฮลลี่คาว

ต่อกันด้วย "ขาหมูเยอรมันทอดกรอบ" ชิ้นใหญ่เหมือนกันนะ แต่วันนี้มากันหลายคนเลยซัดกันเรียบเหลือแต่กระดูก เสิร์ฟมาพร้อมกับซาวเคร้าท์(ผักกะหล่ำปลีดอง)โรยด้วยเบคอนกรอบ และมีมันบดนุ่มๆ ตักมาให้ทานคู่กัน ติดใจเลยละ ครั้งหน้ามาต้องสั่งอีกแน่นอน  [600 Baht]

ซี่โครงแกะย่าง

จัดเต็มกันต่อที่ "ซีโครงแกะย่าง Grilled Lamb Chops" [550 Baht] มาแบบชิ้นขนาดกำลังดี 2 โครง เสิร์ฟพร้อมมิ้นซอส สีเขียวๆ และมันฝรั่งทอด กับผักบร็อคโคลี่และแครอท  ต้องยอมรับว่าที่นี้ ปรุงซี่โครงแกะได้แบบไม่มีเหม็นคาวเลย เพราะเคยไปทานบางร้าน ยังมีติดกลิ่นคาวๆของเนื้อแกะอยู่ แต่ของร้านนี้กินได้จนหมดเกลี้ยงโดยไม่มีเหม็นคาวเลยสักนิด


สเต็กเนื้อริบอาย melt in your mouth

มาต่อที่สเต็กไฮไลท์ของร้านกัน "Melt Rib Eye" เนื้อริบอาย โคขุนออสเตรเลีย เป็นสเต็กในตระกูลที่ร้านเรียกว่า Melt-in-your-Mouth (หรือเนื้อที่ละลายในปากนั้นเอง) ย่างออกมาลายของเนื้อสวยน่ากินมากๆ ราคา 650 บาท อาจจะดูราคาแพงไปซะหน่อย แต่ถ้าได้ลองมาชิมนะครับ จะบอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ มันละลายนุ่มลิ้นจริงๆ 


มาดูฝั่งเครื่องดื่มกันบ้าง ที่นี้มีเครื่องดื่มหลากหลาย ทั้งเบียร์นานาประเทศ ไวน์นำเข้าหลากหลายแบรนด์ และยังมีค็อกเทลอีกมากมาย 
ลองสั่งค็อกเทลสูตรพิเศษของร้านมาลอง

whollycowcocktail

แก้วนี้ชื่อ WhollyCow Cocktail เป็นค็อกเทลสูตรซิกเนเจอร์ของทางร้าน ด้านบนเป็นค็อกเทลน้ำสีฟ้า มีแอลกอฮอล์พอควร ออกรสเปรี้ยวมะนาวนิดๆ ส่วนด้านล่างเห็นเป็นสีแดงๆคือ วุ้นเจลาตินผสมเหล้าวอดก้าเข้าไปด้วย ดีกรีกำลังดีเลย เวลาดื่มแก้วนี้จะมีช้อนมาให้ตักวุ้นเจลาตินทานพร้อมกันไปด้วย [280 Baht]


เมนูเบียร์ร้านโฮลลี่คาว

ถ้าชอบดื่มเบียร์ ของร้านนี้ก็มีเบียร์นานาชาติ มาเยอะมาก ผมดูไปรู้จักอยู่ไม่กินยี่ห้อเอง ใครชอบลองกินเบียร์แปลกๆ หายากๆ มาร้านนี้มีให้เลือกหลากหลายแน่นอน


ห้องเก็บไวน์ร้านwhollycow

และแวะมาดูห้องไวน์ซะหน่อย เพราะร้านนี้เขาเน้นขายไวน์ด้วย ถึงขนาดสร้างห้องเก็บไวน์กันเลยทีเดียว เจ้าหน้าที่บอกเราว่าไวน์ต้องเก็บในอุณหภุมิที่เหมาะสม และที่ร้านมีไวน์ให้เลือกมากมายหลายแบบ หลายยี่ห้อ หลายประเทศ ถ้าไม่ถนัดเรื่องไวน์ เลือกไม่ถุกว่าจะดื่มอะไรดี ปรึกษาเขาได้ครับ เท่าที่ได้คุยกัน เจ้าหน้าที่ร้านนี้ Expert พอสมควรเลยละ เขาสามารถแนะนำไวน์ที่เหมาะกับสเต็กจานที่คุณสั่งได้ เลือกได้ตามบัดเจ็ตที่เรามีเลย


winecellar

ไวน์บนเชลฟ์ จัดเรียงสวยๆ ใส่ไฟแสงสีฟ้าๆ มันได้บรรยากาศดีจริงๆ


dessert whollycow

หลังจากไปเดินชมห้องไวน์แล้ว ก็กลับมาต่อกันที่ขนมหวานกันบ้าง ร้าน Wholly Cow มีขนมหวานปิดท้ายให้เลือกอยู่ประมาณ 5-6 อย่าง เลยลองสั่ง 2 อันนี้มาดู หน้าตาน่าทานทีเดียวละ


chocolate souffle

อันแรกเลย "Chocolate Souffle" ช็อกโกแลต ซูฟ์เฟล [160 Baht] ตัวเนื้อช็อกโกแลตเสิร์ฟมาในถ้วยร้อนหน่อยๆ ด้านในมีช็อกโกแลตเหลวๆผสมอยู่ด้วย ทานคู่กับไอศกรีมวนิลาเย็นๆ มันเข้ากันดีจริงๆ ให้ตายเหอะ


เครปราดซอสส้ม

ส่วนขนมอีกจานเป็น "เครปราดซอสส้ม" Crepe Suzette [180 Baht] เครปแผ่นนิ่มๆ 2 แผ่น ราดด้วยซอสส้มออกรสเปรี้ยวหวานกำลังดี ทานคู่กับไอศกรีมวนิลา มันช่วยตัดรสชาติได้ดีและไม่เลี่ยนเลย ได้ยินว่าไอศกรีมของร้านก็เป็นโฮมเมด ทำเองอีกด้วย เมนูนี้รับรองสาวๆชอบกันแน่ๆ


ไอศกรีมโฮมเมด whollycow

ติดใจไอศกรีมโฮมเมดของร้าน เลยสั่งเฉพาะไอศกรีมมากิน กันอีกคนละถ้วย (ถ้วยละ 60 บาท) 
รสชาติดีทีเดียว เข้มข้น หอมหวาน กำลังดี 



สรุปโดยรวม ร้าน Wholly Cow Restaurant Wine & Cigar Bar
1. ร้านตกแต่งดูดี มีคอนเซ็ป มีสไตล์เป็นของตัวเองชัดเจนดี
2. เหมาะสำหรับคู่รัก (ออกเดท) , สำหรับกลุ่มเพื่อนสังสรรค์ปาร์ตี้กัน หรือมาฉลองในโอกาศพิเศษต่างๆ
3. อาหารมีให้เลือกหลากหลายดี โดยเฉพาะพวกเครื่องดื่มมีครบทั้งไวน์ เบียร์ ค็อกเทล วอดก้า และอื่นๆอีก
4. ถึงร้านจะชื่อ Wholly Cow แต่ก็ไม่ได้มีแต่เนื้อวัวนะ หมู ไก่ กุ้ง ปลา หมึก ก็ยังมีขายด้วยเช่นกัน
5. ช่วงกลางวัน มี Lunchset ด้วย ราคาในช่วง 190-390 บาท ข้อดีคือรวมชา/กาแฟ และของหวานประจำวันเข้าไปแล้ว 



Wholly Cow Restaurant Wine & Cigar Bar
เบอร์โทรศัพท์: 02-6198177-8 
ที่ตั้ง: ร้าน Wholly Cow อยู่อารีย์ซอย 2 ตรงข้ามเยื้องกับสำนักงานเขตพญาไท ใกล้รถไฟฟ้า BTSอารีย์
พิกัด: 13.779506,100.541379
เวลาเปิด-ปิด : เปิด 2 ช่วง 11.30-14.30  และ 17.30-22.30 น.
การเดินทาง :
รถไฟฟ้า BTS ลงสถานีอารีย์ ประตู 2 แล้วเดินเท้าหรือนั่งมอไซต์วินมาร้านก็แป็ปเดียวเท่านั้น 
ถ้าขับรถมา วิ่งมาจากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าซอยราชครู (พหลโยธิน 5) แล้ววิ่งมาตามทางแล้วเลี้ยวเข้ามาซอยอารีย์ 2 (ทางวันเวย์) 

สนใจลองเข้าไปดูข้อมุลเพิ่มเติมร้านได้ที่ http://www.facebook.com/whollycow.bangkok




 

Create Date : 22 เมษายน 2556    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 12:44:31 น.  

รีวิวร้านอาหารสมุทรสาคร Verde Montana พระราม2 มหาชัย

ชื่อร้าน : Verde Montana เวอร์เด้ มอนทาน่า
รายการอาหาร : อาหารยุโรป ไทย จีน +ไวน์ เบียร์เยอรมัน
เวลาเปิดบริการ : เปิดทุกวัน 10.30-22.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ถนนพระราม 2 ขาออก มหาชัย สมุทรสาคร (อยู่ก่อนถึงPorto Chino 1 KM.), สมุทรสาคร Thailand
พิกัด GPS : 13° 34' 27.47" N 100° 17' 50.48" E




คร่าวนี้ขอพาไปชิมอาหารยุโรป สไตล์สเต็ก สปาเก็ตตี้ สลัด กันบ้างในย่านถนนพระราม2 มหาชัย สมุทรสาคร ร้านที่รีวิววันนี้ชื่อร้านว่า Verde Montana (เวอร์เด้ มอนทาน่า) พิกัดของร้านนี้อยู่เส้นพระราม2 ขาออก เลยจากมหาชัยเมืองใหม่ไปประมาณ 2.5 KM ร้านจะอยู่ก่อนที่จะถึงห้างใหม่ Porto Chino ซักประมาณ 1 กิโลเมตรน่าจะได้

รวมอาหารร้านเวอร์เด้ มอนทาน่า พระราม2

ร้านเวอร์เด้มอนทาน่า พระราม2

เข้าไปข้างในจะเห็นเป็นเหมือนบ้านสไตล์ล็อกโฮม หลายๆหลังอยู่ เพราะว่าเจ้าของร้านนั้นเขามีบริษัทรับสร้างบ้าน Loghome อยู่ด้วยนั้นเอง สไตล์บ้านแบบนี้ส่วนมากจะฮิตแถวๆยุโรป เป็นบ้านไม้สนทั้งหลัง ให้อารมณ์ออกแนวคาวบอยๆ ดูคลาสสิคดีจัง 

ร้านอาหารสไตล์ล็อกโฮม เวอร์เด้มอนทาน่า

บรรยากาศดูร่มรื่นดีมาก วันนี้มาร้านตอนช่วงเย็นๆ ลูกค้ายังไม่ค่อยมี เลยเดินสำรวจดูรอบๆเล็กน้อย 
ร้านนี้แบ่งโซนร้านได้ชัดเจนดี หลังแรกเป็นโซนทานอาหารมีทั้งแบบ indoor และ Outdoor 

ห้องคาราโอเกะร้าน Verde Montana

เดินเข้าไปอีกนิดจะมีสำนักงานสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร อยู่ในพื้นที่นี้ด้วย และติดๆกันก็เป็นห้องคาราโอเกะ (เรียกว่าบ้านราคาโอเกะน่าจะเหมาะกว่า) ที่เห็นในรูปนี้คือห้องคาราโอเกะทั้ง 2 หลัง 

ห้องคาราโอเกะร้านเวอร์เด้ มอนทาน่า

ขนาดบ้านไม่ใหญ่นัก แต่พอเป็นบ้านสไตล์ล็อกโฮมแล้วทำให้ดูน่าสนใจขึ้นมากเลย 
ขออนุญาติผจก.ร้านเข้าไปแวะชมด้านในสักหน่อย

ภายในห้องคาราโอเกะเวอร์เด้มอนทาน่า

บรรยากาศภายในห้องคาราโอเกะครับ จุคนได้ประมาณ 10-20 คนสบายๆเลย ได้อารมณ์ยังกะไปเที่ยวเขาใหญ่กันเลยละ สอบถามค่าห้องคาราโอเกะดู ที่นี้คิดราคาเหมา 1000 บาท/4 ชั่วโมง ดูสภาพห้องทั้งทีวี เครื่องเสียง ลำโพงยังดูใหม่ๆอยู่่เลย

Karaokeroom Verdemontana

เดินออกมาต่อกันด้านหน้าร้านจะมีบ้านอีกหลังเล็กๆเป็นมุมร้านกาแฟสด ชื่อว่า VerdeCoff

ร้านกาแฟสด Verde Coff

ก็มีครบทั้งกาแฟสด, ชาเชียว, โกโก้, สมู็ทตี้ 


ร้านกาแฟสดเวอร์เด้คอฟฟ์

ภายในร้านกาแฟ เวอร์เด้คอฟฟ์  นั่งจิบกาแฟในนี้ได้ชิลล์กำลังดี 


ภายในร้านกาแฟสดเวอร์เด้คอฟฟ์

สั่ง Loghome Mocha มาชิมครับ แก้วนี้ราคา 50 บาท รสชาติกลมกล่อมหอมโกโก้หน่อยๆตามสไตล์มอคค่านั้นแหละ


มอคค่า

ของน้องชายสั่ง Loghome Latte ดูสีสันน่ากินกว่ามอคค่าแก้วเราซะอีกแหนะ  [50 บาท]

ลาเต้เย็น ล็อกโฮม

จบจากโซนร้านกาแฟ เราก็เดินมายังโซนร้านอาหารกันต่อ อย่างที่บอกที่นี้มีทั้ง Indoor และ Outdoor 
เลือกนั่งได้ตามใจชอบ


ร้าน Verde Montana

โซนข้างนอกอีกมุมหนึ่งครับ


โซนโต๊ะอาหารรอบข้างร้านเวอร์เด้ มอนทาน่า

มุมสวนเล็กๆ ข้างๆร้าน มุมนี้น่ารักมากเลย


สวนเล็กๆข้างร้านเวอร์เด้

ด้วยสไตล์ของร้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวค่อนข้างมากอย่างงี้ เลยได้ยินว่ามีคนมาใช้สถานที่จัดงานแต่งงาน กันที่นี้บ่อยๆ เพราะร้านใหญ่พอสมควรเลย 


ภายในร้านเวอร์เด้มอนทาน่า

เอาละ เดินมาชมด้านในบ้านล็อกโฮมกันต่อ


บรรยากาศภายในร้านเวอร์เด้

ภายในเป็นห้องแอร์ จำนวนโต๊ะไม่เยอะเท่าโซนด้านนอก แต่บรรยากาศก็ถือว่าโอเคเลยละ


เมนูอาหารร้าน Verde Montana

มาดูเมนูกัน ที่นี้มีเมนูอาหารน่าทานๆ เยอะมากๆเลย และไม่ได้ขายแต่แค่อาหารยุโรปพวกสเต็ก สลัด สปาเก็ตตี้เท่านั้น ยังมีอาหารไทย อาหารจีน ส้มตำ ข้าวเหนียวก็มีขายเหมือนกัน เมนูเลยมีให้เลือกเยอะมากๆ


ซีซ่าสลัด

เริ่มกันที่ซีซ่าสลัด Caesar Salad มาเสิรฟแบบจานใหญ่พอสมควร ผักหลากหลายมากๆมีไข่ต้มและเบคอนกรอบ เป็นท็อปปิ้ง เสิร์ฟน้ำสลัดแยกมาตั้งหากด้วย น้ำสลัดของที่ร้านรสชาติหวานเปรี้ยวกำลังดี [170 Baht]


ซุปครีมเห็ด

ต่อกันด้วยซุปครีมเห็ด (Mushroom Cream Soup) น้ำซุปหอมกลมกล่อม รสชาติอรอ่ยใช่ได้เลย [80 baht]
แต่เสียดายที่ความข้นน้อยไปหน่อย  ส่วนตัวผมชอบซุปครีมที่ข้นๆกว่านี้อีกหน่อย


สปาเก็ตตี้คาโบนาร่า

ต่อกันอีกจานด้วยสปาเก็ตตี้ คาโบนาร่า (Spaghetti Carbonara) ของที่ร้านทำมารสเข้มข้นมากทีเดียว ใส่เห็ดและเบคอนกรอบมาด้วย ใครชอบทานคาโบนาร่า มาร้านนี้ต้องสั่งครับ ไม่ผิดหวัง  [170 Baht]


ไส้กรอกเยอรมัน

ต่อกันที่จานอร่อยถูกใจผมอีกจานนึง ชุดไส้กรอกเยอรมัน (German Sausage set) เสิร์ฟไส้กรอกมา 2 แบบ ชิ้นใหญ่พอสมควรเลย พร้อมกับเครื่องเคียงเป็นซาวเคร้าท์(กะหล่ำปลีดอง)และมันบดเนื้อเนียนนุ่ม 1 ก้อนและผักสลัดอีกนิดหน่อย  ในราคาเพียง 180 บาทถือว่าคุ้มค่ามากๆครับ


พ็อคช็อปพริกไทยดำ

มาต่อกันที่สเต็กจานหลักถูกใจในมื้อนี้อีกเมนู Pork Chop ซอสพริกไทยดำ มาแบบชิ้นใหญ่มาก หมูไม่เหนียว หั่นง่าย ทานสบาย ชอบตรงน้ำซอสสูตรพริกไทยดำของที่นี้ อร่อยถูกใจจริงๆ เมนูนี้ราคา 250 บาท แต่ชิ้นใหญ่อร่อยถูกใจ เอาไป 5 ดาวเลย


ส้มตำไทย

ปิดท้ายอาหารคาวด้วยส้มตำไทยอีก 1 จาน (แบบว่าเห็นโต๊ะข้างๆสั่งข้าวเหนียวส้มตำมาทาน เกิดน้ำลายไหลอยากกินบ้าง ซะงั้น) รสเผ็ดพอสมควร  [70 บาท]


ไอติมชาเขียวถั่วแดง

ปิดท้ายด้วยของหวานอย่าง ไอศกรีมชาเขียวถั่วแดง  เสิร์ฟไอติมมา 2สกู๊ปพร้อมกับโป๊ะถั่วแดงบดมาด้านบน [45 Baht]


เบียร์เออดินเจอร์


แต่ปิดท้ายจริงๆกันด้วยเบียร์เยอรมันอีกขวด  ร้านนี้ขายเบียร์เยอรมันด้วยครับมีหลายยี่ห้อ แต่เน้นๆมาที่ยี่ห้อ ERDINGER มีเกือบทุกแบบเลย อย่างขวดในภาพนี้เป็นแบบ Alcohol Free แต่จริงๆมันก็มีแอลกอฮอลล์อยู่นิดหน่อยแหละ แต่น้อยมากๆแค่เพียง 0.4% เท่านั้น



สรุปโดยรวม ร้านเวอร์เด้ มอนทาน่า พระราม2
ถือเป็นร้านที่น่าสนใจอีกร้าน 

จุดเด่น
- บรรยากาศดี ร้านมีหลายโซนให้เลือกนั่งได้ 
- อาหารหลากหลายดี เพราะมีทั้งแบบยุโรป อาหารไทย อาหารจีน กาแฟสด เบียร์ ไวน์
- ตกแต่งร้านสไตล์ทรงยุโรป แบบบ้านไม้ล็อกโฮม ทำให้ดูแปลกตาไปจากร้านอาหารทั่วๆไป
- ราคาอาหารถือว่าปานกลาง เริ่มต้นที่ 80 บาท ไปถึง 200-300 บาท แล้วแต่ประเภทอาหาร 
- มีห้องคาราโอเกะส่วนตัว เครื่องเสียง+ทีวี ยังดูใหม่ๆอยู่เลย
- ราคาอาหารรวมแวตแล้ว ไม่มี++ อะไรอีก

จุดด้อย
- อาจจะไกลไปหน่อย สำหรับคนที่อยู่ย่านอื่นๆ เพราะร้านอยู่ชานเมือง แถบมหาชัย
- ถ้ามาครั้งแรกจะหาร้านยากนิดหน่อย เพราะต้องวิ่งเส้นคู่ขนาน หลังขับออกจากมหาชัยเมืองใหม่ 


ร้านเวอร์เด้ มอนทาน่า 
TEL: 034-441405
เวลาเปิดปิด: 10.30 - 22.00 น. ทุกวัน

ดูข้อมูลร้าน Verde Montana เพิ่มเติมที่เฟสบุ๊คร้าน








 

Create Date : 24 มีนาคม 2556    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 12:50:49 น.  

รีวิวร้าน ikki ikki SushiBar - Nihonmachi กินซูชิแกล้มเบียร์สด

ชื่อร้าน : ikki ikki Bar & Sushi Bistro
รายการอาหาร : Sushi, Sashimi, Roll, Donburi ,Beer & Wine
เวลาเปิดบริการ : 16.30 - 23.00 น.
ที่ตั้งร้าน : ชั้น 2 Nihonmachi Sukhumvit 26, กรุงเทพมหานคร คลองเตย Thailand
พิกัด GPS : 13° 43' 13.80" N 100° 34' 12.80" E



----------------------------------------------------------------------------------------------------


คร่าวนี้ขอพามารีวิวร้านซูชิบาร์ กันบ้างนะครับ วันนี้พามาที่ร้าน ikki ikki Bar & Sushi Bistro 
พิกัดของร้านนี้ อยูที่ชั้น 2 ของห้างนิฮอนมาชิ Nihonmachi Mall (Sukhumvit 26)

หน้าห้างนิฮอนมาชิ

ห้างนิฮอนมาชิ (Nihonmachi) คอนเซ็ปของที่นี้ก็คือศูนย์การค้าไลฟ์สไตล์มอลล์ ที่รวบรวมร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายสไตล์เอาไว้ในที่เดียวกัน ตัวห้างนี้จะอยู่ติดกับ K-Village พระราม 4 


ห้างนิฮอนมาชิ Nihonmachi

การเดินทางมาที่ Nihonmachi มาได้ 2 ทางหลักๆก็คือ
1. จากสุขุมวิท เข้ามาที่ซอยสุขุมวิท 26 (BTS พร้อมพงษ์) ตรงเข้ามาเรื่อยๆ
2. จากพระราม4 เข้าจากซอยทางเข้าที่มี Big C Extra พระราม4(คาร์ฟูเก่า) จะพบ K-Village ก่อน เลี้ยวขวาเข้าซอยอรรถกระวี 1 ตรงเข้ามาไม่ไกล ก็จะเจอทางเข้านิฮอนมาชิ

หน้าร้านซูชิ ikki ikki Sushibar

ร้าน ikki ikki sushi bar ที่เราจะมารีวิววันนี้ อยู่ชั้น 2 ของนิฮอนมาชิ เดินขึ้นบรรไดมาก็เจอเลยครับ หาไม่ยาก
ตัวร้านขนาดกระทัดรัด มีโต๊ะอยู่ประมาณ 7-10 โต๊ะเท่านั้น ร้านนี้เน้นอาหารประเภท Sushi , Sashimi เป็นหลัก และมี Sapporo เบียร์ญี่ปุ่น กับไวน์หลากหลายชนิดให้เลือกด้วย
Concept ร้านนี้คือ Sushi + Beer = ikki ikki Sushi Bar

บรรยากาศภายในร้าน ikki ikki sushibar

บรรยากาศภายในร้านครับ ตกแต่งแนววินเทจ กับเก้าอี้กะโต๊ะไม้ออกแนว Retro

ภายในร้าน ikki ikki sushibar

ผนังร้านเป็น Brick Block ดูแนวๆดีครับ

ซูชิบาร์ร้าน ikki ikki sushibar

ตรงเคาเตอร์ซูชิบาร์ มีปลาดิบรออยู่มากมาย


ขอนั่งตรงเคาเตอร์ซูชิบาร์เลยละกันครับ ดูเชฟทำสดๆไปด้วย

ซูชิหน้าหอยเชลล์

ซูชิคำแรกครับ Hotate Sushi (ซูชิหน้าหอยเชลล์) คำละ 100 บาท 
ร้านนี้เสิร์ฟเป็นคำๆสำหรับ ซูชิแบบ Nigiri  ถ้าสั่งแบบ Maki จะมาทีละ 6 ชิ้น
ถ้าสั่งพวก Roll จะมาทีละ 8 ชิ้นนะครับ

ซูชิหน้าครีบปลาตาเดียว

ต่อกันด้วย Engawa Sushi (ซูชิครีบปลาตาเดียว) เบิร์นด้วยไฟเล็กน้อยด้านบน หอมน่าทาน  คำละ 120 baht

ซูชิหน้าไข่หอยเม่นสด

Uni Nigiri ข้าวปั้นหน้าไข่หอยเม่น สำหรับไข่หอยเม่นของที่ร้านนี้มี 2 แบบด้วยนะครับ แบบไข่หอยเม่นสด และแบบที่ฟรีสมา ซึ้งราคาและรสสัมผัสแตกต่างกันมากเหมือนกัน คำนี้เป็นไข่หอยเม่นสด (fresh Uni) คำละ 380 บาท   (ถ้าเป็นแบบฟรีส จะราคาอยู่ที่ คำละ 100 บาท)


ยำสาหร่ายญี่ปุ่น

สั่งยำสาหร่าย Wakame มาคั่นเวลาก่อนรอคำถัดไป  ถ้วยนี้ราคา 100 บาท กรอบอร่อยดีครับ


ซูชิคำต่อไปนี้ก็ไฮไลท์ของร้านนี้เหมือนกัน Anago Sushi ซูชิหน้าปลาไหลทะเล
ในภาพเชฟกำลังเบิร์นปลาไหลอยู่

ข้าวปั้นหน้าปลาไหลทะเลญี่ปุ่น

มาละครับ Anago Sushi ข้าวปั้นหน้าปลาไหลทะเล ของร้านนี้ที่ว่าพิเศษกว่าร้านอื่นๆ ก็เพราะเขาใส่ปลาไหลมาทั้งตัวเลย เบิร์นด้วยไฟ ราดน้ำซอสก่อนเสิร์ฟ ขอบอกว่ากลิ่นหอมมากๆครับ



กลับอีกด้านแล้วถ่ายมาให้ดู ว่ามันคือข้าวปั้นหน้าปลาไหลทะเลจริงๆนะ เพราะถ่ายตอนแรกมาปลามันบังข้าวซะมิดเลย  สนนราคาอยู่ที่ 400 บาท (เมนูนี้ Recommend เลยนะครับ อร่อยเด็ดจริงๆ)


ซุปมิโซะ

สั่ง Miso Soup มาซดให้คล่องคอซะหน่อย



มาต่อกันด้วย Engawa-ikura sushi (ซูชิหน้าไข่ปลาแซลมอน+ครีบปลาตาเดียว)  สนนราคา 160 Baht



Otoro Sushi  โอโทโร่เนื้อปลาส่วนท้องด้านหน้าที่มีไขมันแทรกอยู่แทบทุกอณูของเนื้อปลาเป็นลายหินอ่อนที่สวยงามมาก คำนี้อยู่ที่ 400 บาท กินแล้วฟินมากๆ 



มาต่อกันด้วย Sashimi Set D ของร้าน ikki ikki กันครับ อันนี้เป็นเซ็ทเล็กสุดแล้ว ประกอบไปด้วย Akami/ Salmon / Madai มาอย่างละ 3 ชิ้น ราคา 500 บาท
จริงๆเซ็ทซาชิมิของร้านนี้ มีให้เลือก 4 เซ็ทนะครับเช่น Set A ใหญ่สุดอลังการสุดจะมีปลา 9 อย่างคือ [Otoro, Chutoro, Uni,Salmon,Hotate,ikura,Madai,Akami,Botan]
ส่วนเซ็ท B, C ก็ลดหลั่นกันลงมา



มากันที่ Roll ตัวแรกที่สั่งไปถือเป็นไฮไลท์ที่สุดของมื้อนี้เลย ผมว่ามาร้านนี้ต้องมาลองกันครับกับเมนูมัตซึสากะ โรล (Matsuzaka Roll) ในภาพเชฟกำลังเบิร์นเนื้อมัตสึซากะอยู่ทั้ง  2 ด้าน


Matsuzaka Roll

Matsuzaka Roll น่าทานมากมายจริงๆ ขอบอกว่าเมนูนี้ ตอนทำเสร็จใหม่ๆกลิ่นหอมหวนยวนใจมาก เพราะเชฟเบิร์นเนื้อต่อหน้าเราสดๆ  กลิ่นของเนื้อมัตซึสากะย่างมันหอมฟุ้งไปหมด


มัตซึสากะ โรล ร้านikki ikki sushibar

เมนูนี้สุดยอดมากจริงๆ เพราะด้านในก็มีเนื้อมัตซึสากะกริลล์มาสุกกลางๆผสมกับอโวคาโด แล้วม้วนด้วยข้าวญี่ปุ่น ก่อนจะมาโรลด้วยเนื้อมัตซึสากะอีกชั้นนึงด้านนอก คำนี้กินแล้วสุดจะบรรยายจริงๆ ฟินมากๆ
(Matsuzaka Roll 2500 baht)


Foie gras mango roll

มาต่อกันอีกเมนูที่เป็นเมนูสร้างสรรค์สุดครีเอตของร้านนี้ Foie Gras Mango Roll
ฟัวกราต์(ตับห่าน)กริล์แล้วห่อด้วยข้าวญี่ปุ่นแล้วโรลด้านนอกอีกชั้นด้วยมะม่วงสุก สีเหลืองนวล น่ากินมากๆ


ฟัวกราส์แมงโก้โรล

ราดหน้ามาด้วยซอสเทริยากิ ทำให้รสชาติของ Foie gras Mango Roll ได้สัมผัสทั้งความนุ่มมันของฟัวกราส์และรสหวานๆของมะม่วงสุก  เวลาเคี้ยวมันได้รสสัมผัสที่แปลกมาก ไม่เคยทานโรลอร่อยๆอย่างงี้มาก่อนเลย
(Foie Gras mango Roll 550 Baht) 


นอกจาก Sushi & Sashimi และ Roll ต่างๆแล้วร้าน ikki ikki ยังมีพวกสลัดและ Donburi อีกด้วย ที่ดูๆเมนูมาก็มีพวก ข้าวหน้าปลาแซลมอน ข้าวหน้าปลาดิบรวม ข้าวหน้าโทโร่สับและไข่หอยเม่น  แต่ยังไม่ได้ลองสั่งมาทานเลยครับ


ครีบปลากระเบน

หลังจากจบมื้อหนักไปด้วยโรลอร่อยๆ 2 แถวแล้วมาต่อด้วย Eihire ครีบปลากระเบน
จริงๆเหมือนเป็นอาหารเอาไว้ทานเล่นๆก่อนมื้อหลักนั้นแหละ แต่ผมเล่นมาทานเอาท้ายๆเลย 
สนนราคาอยู่ที่ 150 baht


Sapporo draft beer

และก็สั่ง Sapporo draft beer มาลองดื่มด้วยเข้ากันดีกับ Eihire จริงๆ
(ตอนนี้มีโปรสั่ง Sapporo 1 แถม 1 แก้วอยู่ด้วยนะครับ เมื่อมาทานเวลา 17.00- 22.00) 
ราคาเบียร์สด Sapporo แก้วละ 140 บาท แต่แถมอีก 1 ก็คุ้มมากเลยละ



ปิดท้ายด้วยของหวานอีกนิดหน่อย ที่ร้านมีเค้กเป็นถ้วยๆขายด้วยครับ
ลองสั่ง Tiramisu และ Strawberry Shortcake มา  (แต่ผมชิมทีรามิสุไปนิดเดียว) ที่เหลือส่วนใหญ่น้องจัดการเรียบ (เค้กถ้วยละ 95บาท)



ตอนนี้มีโปรโมชั่นกับบัตรของ Citibank อยู่นะครับ รายละเอียดตามภาพเลยครับ



----------------------------------------------------------------------------
ร้าน ikki ikki Bar & Sushi Bistro เปิดบริการทุกวันที่ Nihonmachi สุขุมวิท 26
เวลาเปิด-ปิด : 16.30 - 23.00 น.

เข้าไปดูรายละเอียดอื่นๆของร้านเพิ่มเติมได้ที่







 

Create Date : 17 ธันวาคม 2555    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 12:56:21 น.  

รีวิวร้านสเต็กใหม่ชั้นใต้ดิน The Mall ท่าพระ กับ Family Steak

ช่วงวันพ่อไปเดินเล่นห้างเดอะมอลล์ท่าพระมา  ตอนนี้พื้นที่ชั้นล่าง (ใต้ดิน) มีร้านอาหารใหม่ๆเกิดขึ้นมีหลายร้านเลย
อย่างล่าสุดไปมา มีร้านใหม่อีก 3 ร้าน เดิมเป็นพื้นที่ของโซน FoodCourt แต่ตอนนี้แบ่งล็อกออกมาให้ร้านอาหารมาเช่าเพิ่ม
มีที่เห็นวันนั้นคือร้าน Nippon Kai Simply  , Family Steak และ Mr.Cup T



คุยกับน้องพนักงานหน้าร้าน บอกเพิ่งเปิดมาได้ 2 สัปดาห์เอง



แต่ทีสนใจอยากลองชิม ก็เพราะมีโปรโมชั่นนี้ ซือ 1 ฟรี 1  
สั่งสเต็กอะไรก็ได้ ฟรี สลัด 1 จ่านอะไรก็ได้

หรือสั่งสปาเก็ตตี้ ฟรี น้ำชาเขียวน้ำผึ้งมะนาว
หรือสั่งพิซซ่า (ถาดเล็ก) ฟรี เฟรนฟรายด์



เมนูอาหาร   มีสเต็กให้เลือกประมาณ 10 อย่างและมีพิซซ่าอีก 4 หน้า (มีแต่ถาดขนาดเล็กๆนะ ไม่มีไซต์ใหญ่เหมือนเจ้าดัง)



เมนูอีกด้าน เป็นพวกสปาเก็ตตี้ สลัด เครื่องเคียงต่างๆ ราคากลางๆนะครับ ร้านนี้ 
(แอบมีเมนูข้าวราดแกงกะหรี่ญี่ปุ่นด้วย)



น้ำเปล่ามาเสิร์ฟก่อนเลย  ที่ร้านตอนนี้ยังไม่ค่อยมีน้ำให้เลือกเท่าไร มีแต่น้ำอัดลม (กระป๋อง)

แต่น้ำเปล่ามาเสิร์ฟ เป็นยี่ห้อ Mr.Cup T เลยงง  สงสัยว่าคงเป็นเจ้าของเดียวกัน




ตอนนี้มีโปร สั่งสเต็ก 1 จาน แถม Salad 1 จาน (อะไรก็ได้) เลยจัดชุดนี้มา

สลัดทุน่า มาก่อนเลย  ราคาจานนี้ 85 บาท



สลัดผักสดดี ใช้ได้เลยครับ น้ำสลัดมีให้เลือกด้วย มี 5 ชนิด ผมจำชื่อไม่ค่อยได้ว่ามีอะไรบ้าง 
แต่ผมสั่งแบบ Japanese Dressing ไป

ลืมไปจานนี้ ฟรี เพราะสั้งโปรสเต็กมา 1จาน




สเต็กไก่สไปซี่  ที่สั่งไปมาแล้วครับ

ราคาจานนี้ 130 บาท



ตัวไก่ถ่ายรูปมาอาจจะดูธรรมดาๆ  แต่จริงๆรสชาติใช้ได้เลยนะครับ  แต่ยังไม่ค่อยสไปซี่ สมชื่อซะเท่าไร

ส่วนเครื่องเคียงที่มาพร้อมในจาน ตัวมันบดราดเกรวี่นี้อร่อยที่สุดละ 
ผักเครื่องเคียงที่ให้มา ยังไม่ค่อยโอ เท่าไร เพราะฟักทองกับแครอทที่ให้มาด้วยกัน มันแข็งเกินไป ไม่แน่ใจว่าร้านเอาไปต้มยังไม่สุกรึเปล่า  
และร้านนี้ไม่ได้เสิร์ฟเฟรนฟรายด์มาด้วย แต่เปลี่ยนเป็นแผ่นมันฝรั่งทอดกรอบแทน (ก็แปลกดี ให้รสสัมผัสกรอบๆ เวลากินคู่กับสเต็กที่ไม่เหมือนตอนกินเฟรนฟรายด์)
มีซอสมาให้ 2 อย่าง ซอสเกรวี่ และน้ำจิ้มแจ่ว




สรุปสั่งสเต็กไก่สไปซี่มา 1 จาน 130bath  แถมสลัดทูน่า (85 Bath) อีกจาน
และน้ำดื่ม 1 ขวด




สิริรวมมื้อนี้ 155 บาทถ้วน ไม่มี + Vat + Service charge อะไรให้วุ่นวายใจอีก

ถามพนักงานว่ามีสาขาที่ไหนอีกบ้าง   
น้องตอบว่า แฟมิลี่สเต็ก มีที่สนามบินดอนเมือง กับโลตัส บางนา  และที่นี้รวมเป็น 3 สาขา

โดยรวมถือว่ารสชาติใช้ได้  แต่เครื่องเคียงในจานสเต็ก ควรปรับแก้เรื่องผักหน่อย 
สลัดอร่อย โอเคมากๆเลย ส่วนเมนูอย่างอื่นๆยังไม่ได้ลอง








 

Create Date : 08 ธันวาคม 2555    
Last Update : 8 พฤษภาคม 2556 13:01:14 น.  

1  2  3  4  5  6  7  
New skylab
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ










Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add New skylab's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.