ลิ้มลองเมนูใหม่ที่ Water Library Brasserie @Central Embassy
ชื่อร้าน : Water Library Brasserie
รายการอาหาร : อาหารฝรั่งเศส, Ravioli of Lobster&scallop, Lobster Pasta, Crispy Tasmanian salmon, Rack of Australian lamb
เวลาเปิดบริการ : 10.00 - 22.00 ทุกวัน
ที่ตั้งร้าน : Central Embassy ชั้น 5, กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน Thailand
พิกัด GPS : 13° 44' 37.95" N 100° 32' 48.03" E





----------------------------------------------------------------------------------------------------------

งานนี้พอดีได้รับเชิญจากทาง Openrice Thailand ให้มาร่วมงาน OpenRice Exclusive Dinner กันที่ร้าน Water Library & God Father กับสมาชิก Openricer และ Food Blogger อีกหลายๆท่าน ขอบคุณทางโอเพ่นไรซ์ด้วยนะครับ ที่ให้เกียรติมาร่วมโต๊ะในครั้งนี้ งานนี้ได้มาลิ้มลองเมนูใหม่ของทางร้าน Water Library ที่จะ Launch ในเดือนกรกฎาคม 2015 นี้หลายเมนูเลย

Water Library Brasserie

-พิกัดร้าน-
ร้าน Water Library Brasserie สาขา Central Embassy ตั้งอยู่ที่ชั้น5 การเดินทางก็สะดวกดี เพราะติดกับสถานี BTS เพลินจิต ร้านนี้เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสแบบ Fine Dining ที่มีสาขาอยู่4สาขาตอนนี้ ทั้งจามจุรีสแควร์ , 1881 by Water Library ที่ Groove@Central World และ The Capital by water library ที่ตึกเอ็มไพร์ โดยแต่ละร้านจะมีสไตล์การตกแต่งและคอนเซ็ปของร้านที่แตกต่างกันไป รวมไปถึงเมนูอาหารที่มีความแตกต่างกันในแต่ละสาขา เพื่อสร้าง Perception ที่แตกต่างกัน 

Water Library Brasserie

หน้าร้านวอเตอร์ ไลบรารี่ บาสเซอรี่ Central embassy

ภายในร้าน water library brasserie

บรรยากาศภายใน water library central embassy

-Decor-
โดยร้านในห้าง Central Embassy นี้ทำออกมาแนวของ French Brasserie มองจากทางหน้าร้านจะเห็นเป็นเส้นโค้งๆ คือทำให้มีฟิลลิ่งเหมือนอยู่ใต้ซุ้มโค้งของหอไอเฟล (เก๋จริงเชียว)
บรรยากาศด้านใน ตกแต่งให้บรรยากาศดูหรูหราแบบวินเทจ ออกครึมๆหน่อย มีโซฟาหนังตัวใหญ่และเก้าอี้ไม้บุกำมะหยี่สีออกแดงๆเลือดหมู แต่ยังคงคอนเซ็ปของห้องสมุด โดยชั้นวางน้ำแร่และเครื่องแก้วจากทั่วโลกมาวางไว้ตามมุมต่างๆ 

แต่วันนี้โต๊ะที่เราเข้าไปนั่ง จะอยู่ด้านในสุด ติดกระจกบานใหญ่ มองเห็นวิวทิวทัศน์ด้านหน้าห้างเซ็นทรัลได้ชัดเจน และเหมือนจะเป็นโซนที่ดู private กว่าด้วย 

-Food Review-

ที่นี้ทุกโต๊ะที่มารับประทานอาหาร ทางร้านจะเสิร์ฟ Potato Bread มาพร้อมกับเนยเห็ดทรัฟเฟิล  เป็น Complimentary ให้กับลูกค้าทุกโต๊ะด้วย

Potato bread

Potato Bread with Truffle butter
Potato Bread with Truffle butter เนยทรัฟเฟิลหอมมาก
เวลาทาน ก็ใช้มีดหั่นครึ่ง แล้วปาดเนยทรัฟเฟิล ลงไป ทานเหมือนสโคนนั้นแหละ
กรอบนอกนุ่มใน แต่ควรทานตอนมาร้อนๆนะครับ เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะแข็งเกินไป ทานไม่อร่อย

Blue Curacao

Blue curacao ค็อกเทลสีฟ้า 



-Starter-

เริ่มต้นด้วยจานแรก Ravioli of Lobster and Scallops (490฿) 
เป็นราวิโอลี่ที่ด้านในเป็นไส้กุ้งล็อบสเตอร์และหอยเชลล์ผสมกัน ราดด้วยซอสทรัฟเฟิล

Ravioli of Lobster and Scallops

- Ravioli ไส้ล็อบสเตอร์และหอยเชลล์ชิ้นอวบๆ

Ravioli of Lobster ชิ้นอวบๆ

- ราวิโอลี่ชิ้นอวบๆในซอสทรัฟเฟิลตกแต่งจานนี้มาสวยดีครับ ด้านบนจะมีอาร์ติโชคอบแห้ง ท็อปปิ้งมาด้วย เพิ่มรสสัมผัสกรุบๆเวลาทาน


- Main Course-

วันนี้มีเมนคอร์สให้เลือก 3 เมนู ของผมเลือก Lobster Pasta มา (แต่ก็แอบไปลองชิมอีก 2 เมนูมาด้วยนิดหน่อย)

Lobster Pasta

- Lobster Pasta เห็นชามแค่นี้ ทานจริงๆอิ่มว๊ากนะคับ 

ล็อบสเตอร์พาสต้า

 Lobster Pasta เส้นคาเพลลินี่ไซต์กำลังดี พร้อมล็อบสเตอร์และบล็อคโครี่

Lobster Pasta (690฿) ทางร้านใช้เส้น Capellini มาทำซึ้งถือว่าเป็นเส้นพาสต้าที่ขนาดเล็กที่สุด เป็นเส้นกลมยาว บางคนเรียกว่า Angel hair (เส้นผมนางฟ้า) ในจานนี้ทางเชฟใส่เนื้อกุ้งลอบสเตอร์มาให้อย่างเยอะเลย เนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ให้รสสัมผัสดีมาก เด้งดึ้งๆในปากเวลาเคี้ยว เห็นในชามอาจดูจานไม่ใหญ่ ทานจริงๆนี้อย่างเยอะเลยนะจานนี้ คุ้มมาก


Main Course จานต่อมา

Crispy Tasmanian Salmon

Crispy Tasmanian Salmon (660฿) เป็นสเต็กปลาแซลมอนเสิร์ฟมาพร้อมกับครีมผักโขม ซอสมะเขือเทศ และมันฝรั่งผสมเนื้อปู ได้ลองชิมไปนิดนึง เนื้อแซลมอนนุ่มอร่อยมากๆ ตรงผิวนอกของแซลมอนกริลล์ มาให้กรอบแข็ง แต่เนื้อแซลมอนด้านในยังคงความนุ่มแน่นเนื้ออยู่  ตัวซอสก็ทำรสชาติออกมาได้ดีเลยทีเดียว เมนูนี้ทางร้าน Water Library เพิ่งเปิดตัวใหม่ เริ่มขาย กรกฎาคม 58 นี้เอง


Rack of Australian Lamb


Rack of Australian Lamb (890฿) เป็นซี่โครงแกะออสเตรเลียย่าง เสิร์ฟมาพร้อมกับเห็ด-กะหล่ำและซอสมะกอกดำ ได้ลองชิมไปนิดนึงเหมือนกันจานนี้ ต้องยอมรับเลยว่า ซึ่โครงแกะที่นี้ ทำออกมาได้ดีจริงๆ ไม่มีกลิ่นคาวเลย และเคี้ยวง่ายด้วย ไม่เหนียว เสียดายชิมไปนิดเดียวเอง วันหลังอาจจะกลับไปลองใหม่เมนูนี้


- Dessert -

chocolate coupe

วันนี้จัดเมนูของหวานมาเป็น Chocolate Coupe (390฿) เป็นไอศกรีมช็อกโกแลตมาพร้อมกับอีกสารพัดอย่าง ทั้งกล้วยสไลด์ ข้าวพองอบกรอบเคลือบคาราเมล ,บราวนี่,เมอแรงค์ (สีขาวๆด้านบน) พร้อมราดซอสช็อกโกแลตมาอีกด้วย ส่วนตัวผมว่าจานนี้หวานไปหน่อย (อาจจะไม่ใช่ทางเราซะด้วย) แต่หากใครเป็น Chocolate Lover คงต้องชอบแน่ๆละ



ของหวานอีกเมนูที่ร้านจัดมาคือ Apple Tarte Tatin ชิ้นใหญ่เลย เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมวนิลลาอีก 1 ลูก
ทาร์ตแอปเปิ้ลของที่ร้านนี้ คือกรอบ ฟู มากๆ แป้งไม่หนา ตรงกลางเป็นชิ้นแอปเปิลออกรสเปรี้ยวๆหวานๆ ทานคู่กับ ไอศกรีมวนิลลาก็เข้ากันดี 

Apple Tart

 - Apple Tarte Tatin เสิร์ฟมาพร้อมกับไอศกรีมวนิลลา


อาหารทั้งหมดวันนี้รังสรรค์โดยเชฟบี (เชพประพันธ์ สากลปัญญา) ซึ้งถือเป็นเชฟคนไทยคนเดียวในเครือของร้าน Water Library 
ใครสนใจมาทานอาหารสไตล์ฝรั่งเศส อร่อยๆ ตกแต่งร้านสไตล์หรูแบบวินเทจ มีดีไซน์ที่แตกต่าง มาลองกันได้ที่ Water Library Brasserie ที่สาขานี้เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 -22.00 น. 

เฟสบุ๊คร้าน ตามลิงค์นี้เลยครับ





Create Date : 16 กรกฎาคม 2558
Last Update : 16 กรกฎาคม 2558 23:54:19 น.
Counter : 605 Pageviews.

1 comments
  
น่ากินทุกเมนูเลยครัช
โดย: ทนายอ้วน วันที่: 17 กรกฎาคม 2558 เวลา:5:35:39 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

New skylab
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



ชอบกิน ชอบลองอาหารใหม่ๆ ร้านอาหารอร่อยๆ












All Blog