Group Blog
 
All blogs
 

>||| คำว่า... "ขอบคุณ" |||<



" ข อ บ คุ ณ "

อาจเป็นคำพูดสั้น ๆ เพียงสองพยางค์

อาจฟังไม่ได้ไพเราะไปกว่าคำไหน ๆ

แต่เป็นคำที่เปี่ยมด้วยความรู้สึกจากหัวใจ

แทนทุกความหมายที่ไม่อาจบรรยายเป็นถ้อยคำ



บางที...ก็แอบน้อยใจ ที่รูปนี้ไม่มีเรา T^T


'ขอบคุณ' ... มันเป็นความรู้สึกที่ติดอยู่ในใจมาหลายวัน
ไม่รู้ว่าฉันควรจะพูดกับใคร อย่างไร หรือที่ไหนดี ???
มันอาจดูโง่เขลาและขี้ขลาดเหลือเกิน ที่ฉันยังไม่ได้พูดออกไป
สักวันอาจจะสาย และกลายเป็นไร้ความหมายเมื่อได้เอ่ยปาก


ขอบคุณ . . . สำหรับทุกความห่วงใยและความปรารถนาดี

ขอบคุณ . . . ที่ทำให้คนคนนี้ได้รู้สึกว่าตัวเองยังมีค่า

ขอบคุณ . . . ที่ทำให้ฉันรู้จักยิ้มสู้แม้ในวันที่มีน้ำตา

ขอบคุณ . . . ที่เดินเข้ามาและยังไม่เดินจากไป

ขอบคุณ . . . ที่มองเห็นคุณค่าของคนเล็กเล็กคนหนึ่ง

ขอบคุณ . . . ที่ที่ทำให้รู้ซึ้งถึงความรักที่ยิ่งใหญ่

ขอบคุณ . . . ที่สอนให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีสิ่งสวยงามมากมาย

ขอบคุณ . . . ที่ที่หยิบยื่นน้ำใจให้กันเสมอมา

ขอบคุณ . . . ที่เอาใจใส่แม้ในเรื่องที่ใครใครไม่สน

ขอบคุณ . . . ที่สอนให้ฉันอดทนเมื่อรู้สึกเดียวดาย

ขอบคุณ . . . ที่ทำให้ฉันรู้ว่าต้องลุกขึ้นยืนและเดินต่อไป

ขอบคุณ . . . ที่ปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายที่มีฉันอยู่ลำพัง

ขอบคุณ . . . ที่ยังยืนยันจะอยู่เคียงข้างคนที่มันไม่มีอะไร

ขอบคุณ . . . ที่ยังใส่ใจไม่ว่าจะทำไปในฐานะใดก็ตาม

ขอบคุณ . . . ทุกการกระทำที่แสดงถึงความหวังดี

"ขอบคุณ" ขอให้เธอมั่นใจว่าคำคำนี้ . . . ฉั น พู ด ด้ ว ย ใ จ



สำหรับเรื่องบางเรื่อง ที่ทำให้ฉันรู้สึกอยากจะขอบคุณในวันนี้
อาจเทียบไม่ได้กับอีกหลายร้อยพันสิ่งดีดีที่ได้รับจากหลาย ๆ คน
แม้รู้ว่ามันยังไม่เพียงพอ หากเทียบกับสิ่งที่ได้รับตลอดมา
ในวันนี้ ฉันอาจพูดได้แค่คำคำเดียวว่า "ขอบคุณ"
สัญญาว่าสักวัน ฉันจะทำให้รู้และเห็นว่าฉัน รู้สึก...ขอบคุณ!!



คนคนหนึ่ง... บอกว่าฉันเป็นแต่ 'ผู้รับ' แต่ไม่เคยที่จะเป็น 'ผู้ให้'
ตอนนั้น ฉันแอบฉุนในใจ คิดว่าเขาช่างไม่เข้าใจจิตใจของฉันเลย
แต่มันก็ถูก ฉันโชคดีเกินไป ที่มีแต่คนหยิบยื่นสิ่งดีดีให้เสมอ
และฉันอาจโชคร้ายเกินไป ที่ไม่มีโอกาสได้ตอบแทนพวกเขา
เปล่าเลย บางทีฉันอาจปล่อยโอกาสให้ผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้ว่าฉันจะรู้สึกขอบคุณทุกครั้ง แต่กลับไม่ได้แสดงออกหรือพูดไป
"ฉันขอโทษ" ที่ไม่ได้ทำให้ใครรู้สึกถึงคำว่า 'ขอบคุณ' ที่อยู่ในใจ



สำหรับไม่กี่วันที่ผ่านมา...

"ขอบคุณคนที่ซักผ้าให้ฉันเมื่อตอนเย็น"
เย็นวันนี้ ฉันเอาเสื้อผ้ามาเตรียมที่จะซัก แต่เครื่องซักผ้าไม่ว่างเลย
ฉันวางตะกร้าไว้ข้าง ๆ เครื่องซักผ้าเครื่องหนึ่งในนั้น แล้วออกไป
หลังจากเสร็จธุระ ตอนค่ำ ๆ กลับมาเห็นแค่ตะกร้าว่างเปล่า
เมื่อเปิดเครื่องซักผ้าดูก็พบว่าเสื้อผ้าของฉันซักเสร็จแล้ว ???!!
ฉันแปลกใจมาก พยายามมองไปรอบ ๆ หรือหาโน๊ตสักแผ่น แต่ไม่มี
ไม่รู้ว่าใครจะใจดีขนาดนั้น เราไม่ได้รู้จักกันแน่ ๆ แล้วใครล่ะ ใครกัน??
ใครที่เสียเงิน 15 บาทเพื่อซักเสื้อผ้าแทนฉันซึ่งไม่ได้อยู่ ณ ตอนนั้น
และไม่ว่าจะเป็นใคร ฉันรู้สึก 'ขอบคุณ' อย่างหาคำใดมาเปรียบมิได้
คุณทำให้ฉันเข้าใจความหมายของคำกล่าวที่ว่า...
'ไม่มีคนแปลกหน้าบนโลกในนี้ มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่เคยพบเท่านั้น'

"ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์ในทุกเว็บเพจที่เป็นของฉัน"
คุณอาจไม่รู้ แค่หนึ่งครั้งที่คุณโพสข้อความบนหน้าเว็บของคนคนหนึ่ง
คนคนนั้นรู้สึกดีใจเหลือเกิน มันไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับ แต่ฉันได้รับ
ขอบคุณที่ทำให้ฉันได้เป็น 'คนหนึ่ง' ที่คุณนึกถึงในวันนั้น
แม้จะเป็นแค่ข้อความสั้น ๆ ว่า 'สวัสดี' หรือ 'ราตรีสวัสดิ์' ก็ตาม
ขอบคุณนะ แดน ที่ทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองก็สำคัญ (มั้ง)
ขอบคุณนะ ปาร์ค สำหรับคอมเม้นต์ SMS หรือทุกครั้งที่โทรมา
ไม่ว่าจะทำไปด้วยความ 'จำเป็น' หรือ 'จำใจ' ก็ตาม

"ขอบคุณสำหรับทุกข้อความอวยพรในวันปีใหม่"
ฉันนั่งเหงาอยู่ที่บ้าน เล่นเกมส์อยู่กับ Notebook ตัวเดิม
แต่เสียงเตือน SMS ที่ดังอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ฉันยิ้มได้อีกครั้ง
ไม่คิดเลยว่าปีนี้จะมีคนที่ยังนึกถึงฉันมากมายขนาดนี้
แม้ฉันจะได้เป็นแค่ 'หนึ่งในหลายคน' ที่ได้รับข้อความนั้น
แต่ฉันกลับคิดว่าตัวเองช่างโชคดี ที่ได้เป็น 'คนหนึ่งในนั้น'
แม้จะไม่ได้เป็น 'คนแรก' ก็ตาม...ขอบคุณจริง ๆ

"ขอบคุณสำหรับทุกความรู้สึกดีดีที่ฉันตอบแทนไม่ได้"
มันไม่สนุกเลยที่ต้องทำร้ายคนที่ดีกับเรา น่าเศร้าเหลือเกิน...
'คนเรามักต้องร้องไห้เสียใจเพราะคนที่เรารัก
และมักทำให้คนที่รักเราต้องเสียใจ อย่างเลี่ยงไม่ได้'

ฉันเสียใจ แต่ไม่อาจทำได้มากกว่านี้ ไม่ได้จริง ๆ
หลายครั้ง ฉันอยากถามตรง ๆ "ทำไมต้องเป็นฉัน?"
ฉันไม่ใช่คนที่ดีเลิศเลอ ทำไมคนดีดีต้องเสียใจเพราะฉัน
เราเลี่ยงไม่ได้เลยหรือ ถ้าไม่อยากทำให้ใครต้องผิดหวัง
ฉันก็ดีใจ ที่ได้รับความรู้สึกดีดีเหล่านั้น แต่มันมากเกินไป
มากเกินไปสำหรับคนธรรมดา ๆ อย่างฉัน มันไม่คู่ควรกันหรอก
ฉันไม่คู่ควรกับสิ่งดีดีเหล่านั้น และไม่มีสิทธิ์จะทำร้ายจิตใจของใคร
ฉันไม่ได้ดีขนาดนั้น อย่าทำเหมือนว่าฉันมีค่ามากมายนัก
อย่าทำให้ฉันรู้สึกผิดกว่านี้ อย่าให้ฉันต้องเกลียดัวเองมากกว่านี้เลย
ยิ่งคุณมองว่าฉันมีค่าเท่าไหร่ ฉันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเท่านั้น
ฉันคงไร้ค่า หมดความหมาย หากต้องทำให้ใครรู้สึกแย่...

และสำหรับหลาย ๆ คน ในหลาย ๆ ครั้งที่ไม่ได้เอ่ยถึง...

ขอบคุณนะ "(ไอ้)วณัฐ" ... ฉันดีใจที่มีแกเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่ง
ตลอดเวลาหนึ่งเทอมกว่า ๆ ที่เราได้นั่งเรียนด้วยกันแทบจะทุกวัน
ฉันไม่เสียใจเลย ที่ได้มารู้จักแก แม้ตอนแรกจะเสียดายนิด ๆ
ที่เป็นแก ไม่ใช่ 'คนนั้น' แต่แกก็ทำให้ฉันเห็นว่าเราเข้ากันได้ดี
ในที่สุดฉันก็รู้ว่าแกมันเจ๋งกว่าที่คิด แกจำเรื่องฉันได้เยอะเกินคาด
ความจำดีกว่าที่คิดนะ และแกก็รู้เรื่องของฉันมากที่สุดในกลุ่มด้วย
ฉันโชคดีจริง ๆ ที่ไม่ได้ปล่อยให้เราเป็นแค่ 'คนรู้จัก' แล้วผ่านไป
แกน่าจะอยู่กับฉันนานกว่านี้หน่อยนะ ย้ายคณะทำไมวะ อั่ยบ้า!!

ขอบคุณนะ "ออย" ... ขอบคุณที่พยายามใส่ใจทุกครั้งที่มีโอกาส
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า แม้คนอื่น ๆ จะลืมกันหมด ก็มีคนหนึ่งที่ยังนึกถึง
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เราเพิ่งรู้จักกัน จนถึงวันนี้ แม้ว่าจะไม่ค่อยได้เจอกัน
แต่เราเชื่อว่า ออยยังเหมือนเดิม ยังเอาใจใส่ทุกคนเสมอ

ขอบคุณนะ "ต้นตาล" ... ถึงจะไม่เจอกันบ่อยเหมือนเมื่อก่อน
แต่แกก็ทำให้เรารู้สึกได้ว่า 'มิตรภาพ' ของเราไม่ได้ลดน้อยลง
ไม่เสียใจเลย ที่วันนั้นฉันปฏิเสธคำกล่าวหาที่คนอื่นว่าแก
ดีใจเสมอที่ได้เป็นเพื่อนกัน มั่นใจแล้วว่าคนพวกนั้นเข้าใจผิดเอง
แกเป็นคนดีนะ แม้บางทีจะขี้โม้ น่าหมั่นไส้(55) แต่ไม่เป็นไรหรอก
ไม่ว่าใครจะว่ายังไง เราก็ยังเป็น 'เพื่อน' คนเดิม และจะเข้าใจเสมอ

ขอบคุณนะ "นิว(บัน)" ... รู้ตัวมั้ย แกมีอิทธิพลกับความรู้สึกฉันมาก
ฉันอาจร้องไห้หรือยิ้มได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำของแก
บางครั้ง ฉันรู้สึกแย่ แค่ได้มาเจอแก ได้คุยกัน ก็รู้สึกดีขึ้น
ฉันถึงอยากเรียกแกว่า 'Happy Man' มนุษย์แห่งความสุข 55
บางที แค่คำพูดไม่กี่คำของแก ทำให้ฉันเก็บไปคิด แล้วก็ร้องไห้
ไม่เข้าใจ ถ้าเป็นคนอื่นพูดฉันคงไม่เสียใจ ไม่คิดมากขนาดนี้เลย
แต่ในที่สุด แกก็ทำให้ฉันเห็นว่า แกก็ยังเป็น 'เพื่อน' คนเดิมของฉัน
มิตรภาพของเราไม่ได้ลดลง แค่เราไม่ได้เจอกันบ่อยเท่าเดิมแล้ว
ฉันยังดีใจ ที่แกยังจำได้ว่า ฉันเป็นเพื่อน 'คนแรก' ในมหาลัย

ขอบคุณนะ "บอล" ... ฉันไม่รู้จะขอบคุณแกยังไงดี จริง ๆ
อยากจะขอบคุณ ที่แกคอยอยู่เคียงข้างในวันที่ฉันรู้สึกไม่เหลือใคร
ขอบคุณที่นั่งเป็นเพื่อนและรอให้ฉันร้องไห้จนจบ ตั้ง 6 ชั่วโมง
ขอบคุณที่พยายามทำทุกทางให้ฉันหายเศร้า แม้จะต้องเสียตังค์
ขอบคุณที่คอยรับฟัง แม้ว่าฉันจะพล่ามแต่เรื่องเดิม ๆ จนน่ารำคาญ
ฉันรู้ว่าแกก็รำคาญ ฉันขอโทษ แกไม่โกรธ ไม่เกลียดฉันใช่ไหม??
บางที ฉันก็เสียใจ ที่ทำไมวันนี้เราเหมือนเป็น 'คนอื่น' กันไปแล้ว
แต่ไม่เป็นไรหรอก ฉันเข้าใจว่าแกมีคนที่แกต้องดูแลอยู่
แค่ช่วงสั้น ๆ ที่แกช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉัน ยังตอบแทนไม่หมดเลย
เรายังเป็น 'เพื่อน' กันเหมือนเดิมนะ แกเป็นเพื่อนสนิทของฉันเสมอ
แม้เวลาหรืออะไรจะเปลี่ยนไป ความรู้สึกดีดีที่มีให้แกไม่เคยลดลง
ดีใจมากที่ได้รู้จักเพื่อนที่ดีอย่างแก หวังว่าแกจะรู้สึกเหมือนกัน
ขอบคุณสำหรับทุกอย่างจริง ๆ ว่ะ...เพื่อนรัก โคตรรักเลยว่ะ!


และ ขอบคุณทุก ๆ คน... สำหรับทุก ๆ อย่างที่ผ่านมา




 

Create Date : 07 มกราคม 2553    
Last Update : 8 มกราคม 2553 3:46:02 น.
Counter : 465 Pageviews.  

>||| ข้อดีของการ 'ไม่มี...' |||<


ระหว่างนั่งรถและมองผ่านหน้าต่างออกไป
ทำให้ฉันได้คิดอะไรดีดีได้หลายสิ่งหลายอย่าง
เรื่องที่ทำให้เผลอยิ้มกับตัวเอง (โชคดีที่ไม่มีใครสังเกต)
เชื่อแล้วว่า 'การเดินทาง' ทำให้เราได้ 'คิด' มากขึ้น...จริง ๆ






วันนี้ ฉันได้เรียนรู้ที่จะ 'ยิ้ม' ให้กับความว่างเปล่า
และมองเห็นข้อดีของสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น อย่างเช่น...




' ข้ อ ดี ข อ ง ก า ร ไ ม่ มี . . . '

ไม่มี 'เงิน' ...
มันทำให้คนเราเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างพอเพียงมากกว่าฟุ้งเฟ้อ
ได้รู้จักคุณค่าของเงิน และรู้ถึงความยากลำบากที่จะได้มันมา
มันทำให้เงินดูมีค่ามากกว่าเศษโลหะหรือกระดาษยับ ๆ แผ่นนึง
ลองคิดดูสิว่า เหรียญห้าบาทเล็ก ๆ ที่คุณถืออยู่
มันดูยิ่งใหญ่แค่ไหนสำหรับคนที่ไม่เคยมี


ไม่มี 'รถ' ...
มันทำให้เราได้มองทัศนียภาพสองข้างทางได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
และสามารถคิดอะไรต่อมิอะไรได้มากขึ้นระหว่างที่สังเกตการณ์
ลองเปรียบเทียบดูสิว่า ระหว่างเวลาที่คุณขับรถ นั่งอยู่ในรถ
หรือเดินอยู่บนฟุตบาท อย่างไหนที่คุณจะจดจำเส้นทางได้มากกว่ากัน
ถ้าเส้นทางนั้นไม่อันตรายจนเกินไปนะ หรือถ้าคุณไม่รีบร้อน
ลองหันมาเดินทางด้วยเท้าดูก็ไม่เลวนะ


ไม่มี 'คอมพิวเตอร์' ...
มันช่วยให้เรามีเวลาจัดการกับชีวิตของตัวเองมากขึ้น สำหรับบางคน
โดยเฉพาะคนที่ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่คลุกอยู่หน้าคอม(อย่างฉัน)
ลองไม่แตะมันดูสักวัน แล้วดูว่าเวลาวันนั้นของคุณช่างเหลือเฟือ
คุณสามารถอ่านหนังสือได้หลายจบ ซักผ้ากองโต จัดห้องนอน ฯลฯ
เทียบกับวันที่อยู่กับมัน เวลา 24 ชั่วโมงก็ผ่านไปแค่พริบตาเดียว


ไม่มี 'โทรศัพท์มือถือ' ...
ง่าย ๆ ที่ฉันคิดได้ตอนนี้คือ เราจะจำเบอร์โทรศัพท์ได้มากขึ้น
เวลาที่ไม่สามารถกดเรียกดูแล้วสั่งโทรออกจากเครื่องได้
ไม่มีทางไหนที่จะทำได้มากกว่าไป จดหรือจำเบอร์ไปกดที่ตู้สาธารณะ
ฉันคนนึงล่ะที่พิสูจน์มาแล้ว ฉันจำเบอร์โทรศัพท์ได้เพิ่มขึ้น
หลังจากที่โทรศัพท์นอนนิ่งสนิทอยู่พักใหญ่ 555+


ไม่มี 'ผู้ช่วย' ...
อาจรวมถึงพี่น้อง เพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหาย คนรู้ใจ ฯลฯ
ใครก็ตามที่มักจะยื่นมือเข้ามาช่วยคุณสะสางเรื่องบางเรื่อง
หรือบางครั้งก็ง่ายเสียจนคุณแทบไม่ต้องออกแรงแม้แต่นิดเดียว
รู้สึกยังไงเวลาที่ไม่มีพวกเขา เหงาใช่ไหม อ้างว้าง บ้างครั้ง...ทรมาน
ฉันเป็นคนหนึ่งที่มักต้องอยู่ในสภาวะเหล่านั้น และไม่ขอโทษใคร
บางครั้งต้องขอบคุณที่เขาปล่อยให้ฉันได้อยู่คนเดียวบ้าง
ฉันได้เรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตัวเอง ไปไหนมาไหนคนเดียวได้
จากที่เมื่อก่อนไม่เคยทำ มันอาจเจ็บปวดและเหงาบ้างบางอารมณ์
แต่นานวันเราก็จะแกร่งขึ้น...เรื่อย ๆ

(แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่คนเดียวได้ตลอดเวลานะ)

ไม่มี 'แฟน' ...
อันนี้ชัดเลย ฉันว่าทุกคนก็ตระหนักดีว่ามันดียังไง
ถึงแม้ว่าบางครั้งเราก็ร่ำร้องอยากจะมีอย่างใครเขา
แต่เอาเข้าจริง ๆ ลองคิดดูดี ๆ สิว่า มันจะดีกว่าไหม
ถ้าเราไม่ต้องมานั่งจับผิดว่าใครจะนอกใจ
ไม่ต้องทะเลาะกับใครบางคนแล้วกลับมานั่งร้องห่มร้องไห้
บอกตัวเองว่า "ฉันไม่น่าพูดใส่เขาแบบนั้นเลย" มันไม่ช่วยอะไร
หรือแม้กระทั่งการตั้งคำถามว่า "เราเป็นอะไรกัน" จะให้ตอบจริงหรือ?
และที่สำคัญคือ... "เราไม่ต้องเลิกกับใคร" จริงไหมล่ะ?
ถ้าคุณยังไม่มีแฟน ก็คิดไว้เถอะว่าคุณน่ะโชคดีแค่ไหนแล้ว
คุณมีอิสระ มีชีวิตรายล้อมด้วยผู้คนมากมาย ไม่ผูกติดกับคนคนเดียว
แล้วคุณจะเอาคำว่า "แฟน" มาจำกัดโลกให้แคบลงทำไม!


Ps. 'เพื่อนที่รู้ใจ' ต่างหาก...ถ้าคุณคิดจะหาไว้สักคน ^^




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2552    
Last Update : 18 ธันวาคม 2552 22:11:16 น.
Counter : 136 Pageviews.  

>||| จากคนหนึ่ง...ถึงอีกคน |||<


" แ ค่ รู้ ว่ า เ ธ อ ยั ง ห่ ว ง

แ ค่ เ ท่ า นั้ น ก็ รู้ สึ ก ดี

แ ล ะ ข อ ใ ห้ เ ธ อ โ ช ค ดี

ฝ า ก ดู แ ล ตั ว เ อ ง เ ช่ น กั น "

^___^








จาก 'ฉัน' ถึง 'เธอ' ...


Are you happy ??

อยากถามเธอด้วยประโยคสั้น ๆ นี้

และหวังว่าคำตอบคงเป็น Yes! ^__^

รู้อะไรมั้ย..??

เธอเป็น 'รักแรก' ของฉัน

ถึงมันจะไม่สวยงามและสมบูรณ์นัก

แต่ก็เป็นอะไรที่ประทับใจ จริง ๆ นะ

หลายครั้ง...ฉันเคยคิดอยากจะลืม

แต่เหมือนยิ่งนาน ทุกอย่างยิ่งชัดเจน

ย้ำให้รู้และเข้าใจว่า 'ฉันไม่ควรลืมเธอ'

เมื่อก่อน...ฉันคิดถึงเธอ แล้วร้องไห้

มันทรมาน นานเหมือนกัน จำไม่ได้ว่านานแค่ไหน

ฉันเคยโทษเธอ โกรธและเกลียดที่เธอไป

อิจฉาคนที่เธอรัก ผิดหวังที่คนนั้นไม่ใช่ฉัน

แปลกดีที่คนคนหนึ่งไม่เคยเจอกัน กลับมีอิทธิพลขนาดนี้

เธอเปลี่ยนชีวิตฉัน เปลี่ยนอะไรหลายอย่าง

เธอเป็นคนแรกที่ฉันใช้คำว่า 'รัก' อย่างมั่นใจ!


ฉันยังคิดถึงเธอ ทุกครั้งที่รู้สึก 'เหงา'

จนบางครั้ง ฉันไม่แน่ใจว่ายังรักเธอรึเปล่า ??

จากที่เคยคิดถึงเธอทั้งน้ำตา วิ่งหนีทุกอย่างที่เป็นเธอ

ตอนนี้...ฉันคิดถึงเธอแล้วอบอุ่น

ตลกไหม ?? เธอไม่ใช่ผู้ชายอบอุ่นอย่างนั้นเลย

ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องถามใคร แล้วใครจะตอบฉัน

แค่ได้คุยกัน ทำไมฉันดีใจขนาดนี้ ??

เหมือนเธอทำให้ความรู้สึกแย่ ๆ หมดไป ทำไม ??

ฉันคิดถึงเธอ เพราะเธอเหมือน 'เขา'

หรือว่าฉันรักเขา เพราะว่าเขาเหมือน 'เธอ'

ฉันเคยมั่นใจว่ารักเขามาก จนไม่คิดถึงใครอีก

แต่พอเธอมา ความรู้สึกทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

ฉันไม่ได้หนักแน่นขนาดนั้นเลย...ว่าไหม

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม

ฉันยังยืนยันคำพูดเดิม...

"ไม่มีใครที่เข้ากับฉันได้ดีเท่าเธอแล้ว...ไม่มีเลย"


จะบอกเธอดีไหม...

ฉันแอบรู้สึกน้อยใจนิด ๆ ที่เธอคิดถึง 'คนนั้น'

น้อยใจที่คนคนนั้นไม่เป็นฉัน ทำไมนะ ??

ทั้ง ๆ ที่ฉันเองก็ยังคิดถึง 'อีกคน' อยู่เหมือนกัน

ฉันคงเห็นแก่ตัวเกินไป ไม่ไหวเลยเนอะ

บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง

แต่ดีใจ...ที่เธอยังจำเรื่องบางเรื่องของฉันได้

ยังใส่ใจ อย่างที่ไม่มีใครเคยทำให้ฉันเลย

เธอมองเห็นอะไรที่คนอื่นไม่เห็น

เธอสนใจในเรื่องที่คนอื่นไม่เคยสน

ฉันไม่เคยเจอใครที่เป็นได้อย่างเธอเลย...ไม่เคยเลย

เธอทำให้ฉัน 'ประทับใจ' จนอธิบายไม่ได้

เธอทำให้ฉัน...ลืมเธอไม่ได้เลยสักวินาที



ไม่รู้จะบอกยังไงดี...

ทั้งหมดคือ 'รู้สึกดี' ที่มีเธอ

ขอบคุณที่เธอยังอยู่ตรงนี้ เป็นเพื่อนที่แสนดีให้ฉัน

ขอบคุณและหวังว่าเธอจะยังอยู่...ตลอดไป

ยอมรับว่าฉัน 'แอบหวัง' ว่าสักวันจะเป็นได้มากกว่านั้น

แต่ช่างมันเถอะ มันไม่ได้สำคัญนี่นา

แค่เธอไม่ลืมฉันก็พอแล้ว แค่นั้นก็พอ...ก็ได้ ^__^



ถามเธอได้ไหม ฉันเป็นอะไร...

ทำไมน้ำตาไหล ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เสียใจ ??

ทำไมร้องไห้ แค่คิดถึงเรื่องราวที่มีเธอ ??

ทำไม...ฉันยังรู้สึกว่าเธอ 'มีความหมาย'

ฉันยังรู้สึก เจ็บ เสียใจ อยากจะร้องไห้ไปกับเธอ

ไม่อยากได้ยินว่าเธอไม่สบายใจ ไม่ว่าเรื่องอะไร

แต่จะเป็นไรมากไหม ถ้าฉันจะไม่อวยพรให้เธอ

ไม่ภาวนาให้เขากลับมาคืนดี ไม่ขออะไรทั้งนั้น

ยอมรับว่าฉันไม่ต้องการแบบนั้นเลย (เลวใช่มะ)

แต่สัญญาว่าจะยินดีกับเธอ ถ้าเขากลับมา

เชื่อเลย... ฉันไม่เคยเป็นอย่างนี้กับใครเลยนะ

ทำไม 'ผู้เสียสละ' ต้องเป็นฉันด้วย เฮ้อ...

รู้ไหม สำหรับฉัน...เธอออกจะแสนดี

บางทีฉันต่างหากที่ยังไม่ดีพอสำหรับเธอ

เสียดาย...ฉันน่าจะรักเธอให้มากกว่านี้ ตอนที่ยังมีโอกาส

รู้สึกเหมือนแค่ฝันไป ที่เราได้มารู้จักกันขนาดนี้

สรุปว่าฉันฝันไปรึเปล่า...นานแล้วนะ~








" ก็ ไ ม่ รู้ ว่ า อ ะ ไ ร ทํ า ใ ห้ เ ร า ไ ด้ พ บ กั น

ทั้ ง ที่ มั น ไ ม่ น่ า จ ะ เ ป็ น ไ ป ไ ด้

เ ธ อ ก็ มี โ ล ก ข อ ง เ ธ อ

ต่ า ง กั บ ฉั น ม า ก ม า ย

เ ห มื อ น ไ ม่ มี อ ะ ไ ร เ ล ย ที่. . . ค ล้ า ย กั น "





 

Create Date : 26 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 26 พฤศจิกายน 2552 5:22:58 น.
Counter : 137 Pageviews.  

>||| ขอโทษ & ขอบคุณ |||<



" อ ย า ก ข อ บ คุ ณ เ ธ อ สั ก ค รั้ ง

แ ม้ อ า จ จ ะ เ ป็ น ถ้ อ ย คํ า ที่ ดู น้ อ ย ไ ป

ไ ม่ เ พี ย ง พ อ กั บ ใ จ . . .

ที่ ฉั น ต้ อ ง ก า ร บ อ ก เ ธ อ "






ไม่รู้ว่าเนื้อความวันนี้ควรจะจัดอยู่ในหมวด 'ไดอารี่' ดีกว่าไหม
เหมือนฉันได้ผจญภัยอะไรมากมาย ภายในเวลา 12 ชั่วโมงนี้
ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง...เพียงลำพัง หนึ่งในไม่กี่ครั้ง
ฉันคงจะไม่เล่าให้ใครฟังโดยตรง แน่นอนว่าทุกคนจะต้อง 'ห่วง'
แต่อยากจะบอกกับทุกคนตรงนี้เลยว่า...
"หายห่วงเถอะ ยังไงซะฉันก็ยังรอดมาจนตอนนี้ จริงไหม?"
มันออกจะดูโลดโผนไปสักหน่อยสำหรับฉัน แต่ก็นั่นแหละ
ฉันควรจะโตสักทีจริงไหม? ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นี่นา
ชีวิตคนเรามักต้อง 'เลือก' และต้องเผชิญกับความ 'เสี่ยง' เสมอ
ซึ่งสิ่งที่ตามมาในเวลาอันสั้นนั้นก็คงหนีไม่พ้น 'ความกลัว'


ยอบรับโดยดีว่าฉันนึก 'กลัว' ตั้งแต่เริ่มก้าวขาออกจากห้อง
กลัวว่า... การเดินทางคนเดียวครั้งนี้จะราบรื่นดีไหม
กลัวว่า... รถที่ฉันนั่งจะพาฉันไปถึงจุดหมายรึเปล่า
กลัวว่า... ถ้าไปถึงจุดนัดพบแล้วฉันจะพบเพื่อนยังไง
กลัวว่า... ถ้าฉันไม่เจอเพื่อนจะทำยังไงดี

กลัวอะไรสารพัด กลัวนู่นกลัวนี่ ฉันมันขี้กลัวจริง ๆ ด้วยนะ~


แต่หลังจากเดินวนเวียนหากันอยู่นานสองนาน
ฉันก็ได้เจอไอ้เพื่อนเจ้าปัญหานั่นจนได้
หลังจากเดินหาซื้อของที่ต้องการ(ซึ่งไม่ได้สักอย่าง)
สมองก็เริ่มสั่งการให้เดินไปหาอะไรใส่ปากท้อง
พออิ่มแล้วก้ได้ฤกษ์เดินทางต่อ...

ระหว่างทางที่จะไปรอรถ เราเจอชาวต่างชาติคนหนึ่ง
น่าเสียดายที่ฉันจำชื่อเขาไม่ได้เสียแล้ว จำยากจริง
กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องก็ต้องพึ่งกระดาษกับปากกานั่นแหละ
บังเอิญว่าเราจะไปที่เดียวกันอยู่แล้วด้วย
ฉะนั้น ก็เลยได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มมาอีกคน ดีจัง ^^
เขาก็ดูอัธยาศัยดีหรอกนะ จริง ๆ ก็อยากจะคุยมากกว่านี้
ติดตรงที่โรค 'กลัวชาวต่างชาติ' ของฉันมันกำเริบทุกที
ไม่ใช่พูดไม่ได้หรอกนะ แต่...พูดไม่ออกเลยต่างหาก!
ก็เลยจบลงด้วยกำร่ำลาที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่
ก่อนจะแยกกันฉันก็เผลอลิ้นพันกันอีกจนได้...ให้ตาย -"-

การเดิน Shopping ที่จตุจักรครั้งนี้ก็สนุกดี
ซื้อของได้ครบทุกอย่างตามที่คิดไว้เลย ดีเนอะ
แต่ออกจะรู้สึกผิดนิด ๆ ที่เหมือนเอาคนบางคนมาทรมาน
อาจจะมีบางทีที่เดินผ่านบางที่แล้วนึงถึง 'ใครคนนั้น'
มันเป็นที่แรกที่เราได้มาด้วยกันเลยก็ว่าได้นี่นา
ฉันจำได้กระทั่งทุก ๆ ร้านที่เราเข้าไปแวะดูด้วยกัน
แปลกดี แค่ให้จำร้านที่ถูกใจแล้วเดินกลับมาดูใหม่ยังไม่ได้
แต่กลับจำเรื่องพรรค์นั้นได้ แปลกดีจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ~




From me 2 ... เบ้น

"ขอบคุณนะ ที่สละเวลา(ที่ควรจะได้พักผ่อนและทำงาน)
มาเดินซื้อของเป็นเพื่อน ทั้งที่ไม่ได้อะไรเลย
แถมยังต้องมาเสียเงินฟรี ๆ หมดไปหลายล่ะสิ
คราวหลังเดินดูของตัวเองบ้างก็ได้ จะได้ไม่เบื่อ ^^"
ขอบคุณสำหรับเสื้อ ดูไปดูมาก็น่ารักเนอะ 55+
(วันหลังต้องไปสอยตัวใหญ่ ๆ มาอีกแน่ จริงจัง)
ขอบคุณที่อยากจะให้อะไรอีกหลาย ๆ อย่าง
แต่แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วล่ะ จริงนะเนี้ย!
จะหาโอกาสตอบแทนให้แน่ ไม่ต้องทวงล่ะ
ยังไงก็ ขอบคุณ จริง ๆ ... สำหรับทุกอย่าง"


"ขอโทษนะ ที่ไม่เคยให้อะไรเลย
ขอโทษที่พูดจาไม่ดีสักเท่าไหร่ (ก็เป็นซะอย่างงี้ล่ะ)
ขอโทษที่เลือกของช้า แล้วยังโอ้เอ้จนค่ำอีก
ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยและเสียเวลา
ขอโทษที่วันนี้ให้ได้แค่คำว่า...ขอบคุณ"




หลังจากเดินจตุจักรเสร็จแล้ว ก็เดินไปขึ้นรถตู้
เพื่อจะไปยัง 'จุดนัดพบ' ต่อไป (คิวยาวก็เงี้ย)
แต่ด้วยว่าเกรงใจ เกรงว่าเพื่อนจะต้องเดินไปส่งไกล
เลยไปขึ้นรถตู้ตรงที่ไม่คุ้น ต้องลุ้นตลอดทางเลย
พอขึ้นไปแล้วความกลัวก็เข้ามาสถิตย์อย่างเลี่ยงไม่ได้
กลัวว่า... ไอ้รถคันนี้มันจะพาฉันไปไหนเนี้ย
กลัวว่า... ฉันจะต้องระเห็จไปลงตรงไหนวะ
กลัวว่า... ถ้าพ่อแม่พี่น้องรู้ว่าฉันหลง(อีกแล้ว)คงเทศน์ยกใหญ่
กลัวว่า... จะทำยังไงถ้าเกิดหลงขึ้นมาจริง ๆ

กลัว กลั๊ว กลัวววววววว~

ฉันก็เลยต้องนั่งหลุกหลิก คิดไปตลอดทาง
อยากจะหลับก็หลับไม่ได้ กลัวจะนั่งเลยไปไกล
ตาก็พยายามมองหาจุดสังเกตที่พอจะคุ้นบ้าง
แต่ แม่เจ้าโว้ย! ไม่มีสักจุดที่คุ้นตา คิดในใจ...
"ตายแล้ว นี่ฉันจะไปลงตรงไหนนี่"
แถมรถเจ้ากรรมก็แล่นช้าเหลือเกิน จอดมันทุกป้าย
ฉันเริ่มกลัว มากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับมึนหัวเล็กน้อย
คนในรถลงไปหลายคน มีคนขึ้นมาตามรายทาง
ฉันไม่เคยขึ้นรถตู้ที่จอดรับคนรายทางแบบนี้น๊า!! T^T

แต่พอเห็นป้าย 'ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต' อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
โอ๊ย! คุณเอ๋ย... อิฉันจะร้องไห้ค่ะ เหมือนตื่นจากฝันร้าย
พอมีคนถามว่า "รถเข้าฟิวฯไหม" แล้วคนขับตอบ "เข้าครับ"
สวรรค์!! ก่อนนี้ฉันได้แต่นั่งกุมมือแล้วภาวนาไปตลอดทาง
พยายามคิดได้แง่ดี ถ้าฉันหลงไปที่ไกล ๆ ขึ้นมา...
อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่า รถคันนี้จะพาเราไปไหนได้บ้าง
และฉันจะได้รู้จักสถานที่ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น คนที่นัดไว้คงเข้าใจ
ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ฉันไม่ได้รีบขนาดนั้นนี่นา >.<
พ่อเคยบอกว่า... "ถ้าหลงก็นั่งย้อนกลับ จะได้รู้จักทางมากขึ้น"
ครั้งแรกที่ฉันหลงอยู่แถวบางกะปิตอนจะไปสอบสัมภาษณ์ที่ มธ.
ครั้งนั้นทำให้ทุกคนลดความเชื่อมั่นในตัวฉันลงไปกว่า 200%
แต่ฉันก็มัก 'โชคดี' เสมอเลยนะ จริง ๆ นั่นแหละ ^__^
คิดไม่ออกเลยว่าถ้า 'โชคร้าย' ขึ้นมาสักทีจะทำยังไงกันดีนะ

(อย่างนี้แล้วจะยังบ่นว่าตัวเองโชคร้ายอีกนะ...จินเจน)

กว่าจะถึงฟิวฯ กินเวลาไปชั่วโมงกว่า ๆ ให้ตายเถอะ...
ถ้าเดินไปขึ้นฝั่งตรงข้ามแบบที่เคยขึ้นคงถึงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก
เอาเถอะนะ ถึงช้าหน่อย ก็ยังดีกว่าไปหลงที่อื่นแหละ
พอไปถึงที่ก็รีบไปเจอพี่ที่นัดไว้ทันที โล่งอกเป็นบ้า
ก็เลยต้องดูหนังรอบ 2 ทุ่ม หนังก็ย๊าวยาว คุ้มช่ะ!
พอหนังเริ่มฉายไปสักพัก โทรศัพท์ก็สั่น ฉันว่าแล้ว...
ก็เลยแค่ปิดเสียงไว้ (คือทุกทีจะปิดเครื่องเลย)
รู้นะว่าการรับโทรศัพท์ในโรงหนังเป็นเรื่องเสียมารยาท
แต่เพราะรู้ว่าปลายสายคือ 'พี่อาร์ม' ขอเสียมารยาทสักทีละกัน
ก็เลยหยิบโทรศัพท์มารับอย่างสำนึกผิดแต่โดยดี
รู้ว่าพี่อาร์มต้องว่าแน่ แต่ก็ดีใจแทบบ้าที่พี่อาร์มโทรมา(ดุ)
(หลังจากที่เราไม่ได้คุยกันเลย ตั้งแต่เรื่องวันนั้น T^T)
หนังสนุกขึ้นเป็นกอง พอได้รู้ว่า "พี่อาร์มยังเป็นห่วงฉันอยู่"
แต่ก็สนุกจริง ๆ นะ ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอก แต่อยากบอก...
ดูแล้วคิดอะไรได้เยอะเลย ใครยังไม่ได้ดูไปดูซะนะ '2012'
ตอนแรก็คิดว่าจะดูไปงั้น ๆ ก็น่าดูอยู่บ้างอะไรบ้าง
แต่พอได้มาดูจริง ๆ ... โอ้โห! ของเขาดีจริงว่ะ >0<

พอหนังฉายไปได้ครึ่งเรื่อง พี่อาร์มโทรมาอีกรอบ
(ตอนนั้นเข้าใจว่ามันควรจะใกล้จบได้แล้ว นานพอควร)
ก็เลยบอกไปว่า "อ๋อ หนังใกล้จบแล้ว จะกลับแล้ว"
แต่พอดูต่อไปอีกสักพัก สงสัยมันคงจะนานพอควรอีกนั่นแหละ
โทรศัพท์ก็สั่นอีก คราวนี้สั่นนานมาก (เพราะรับไม่ไหว ปวดฉี่มาก!!)
ว่าจะลุกออกไปหลายต่อหลายต่อหลายรอบ แต่ก็ไม่ไปสักที
เพราะพี่ที่มาด้วยบอกว่า "จะจบแล้วนะ เดี๋ยวพลาดตอนสำคัญ"
ก็เลยทนนั่งได้สักพัก ปวดฉี่จะแย่ โทรศัพท์ก็สั๊นสั่น >.<
ก็เลยไม่ไหวแล้ว ต้องรีบวิ่งปรู๊ดออกมาเข้าห้องน้ำ(และรับโทรศัพท์)
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า อีกไม่ถึง 5 นาทีมันก็จบอยู่แล้ว แต่ก็นะ...
เอาวะ! ยอมพลาดตอนจบ ข้าน้อย...ขอบ๊ายบาย~


มิใช่อะไรหรอกนะ แต่เพราะว่า...
ประการแรก 'ปวดฉี่มากเลยว้อย ไม่ไหวแล้ว'
ประการที่สอง 'พี่อาร์มต้องโกรธอีกแน่ โทรมาหลายสายแล้ว'
ประการที่สาม 'พี่อาร์มต้องเป็นห่วงมาก ๆ แน่ โทรไม่ยั้งเลย'
ประการที่สี่ 'อีกสักคงรู้กันทั้งตระกูลว่าฉันแอบมาดูหนัง'
ประการที่ห้า 'สำนึกผิดค่ะ นู๋ผิดเองที่กลับดึก T^T '
ประการสุดท้าย 'คดีเก่าเพิ่งจะจาง สร้างคดีใหม่อีกแล้วนะกูเอ๋ย'
ตอนแรกจะโทรกลับไป แต่ไม่ทันได้กดเลย โทรมาอี๊ก...
กว่าจะตั้งสติได้ว่า 'เออ...ต้องกดรับปุ่มนี้นะ' เกือบมิสคอล -0-
รับไปก็โดนด่า แต่ก็ต้องรับ ไม่งั้นทุกคนคงวุ่นกันแน่
เข้าใจอยู่หรอกนะว่า คนโทรหาคงว้าวุ่นไปถึงไหนต่อไหน
เวลาที่ฉันไม่รับโทรศัพท์แบบนี้ (นิสัยเสียจริง ๆ นะเรา)
ขอโทษจริง ๆ ค๊า... ~


แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คิด...
พอหายปวดฉี่ สมองก็เริ่มสั่งการได้เป็นปกติ
เห็นสายมิสคอลของพี่ตูนเลยโทรกลับไปให้คลายกังวล(นิดนึง)
และ... 'หม่ามี๊ก็โทรมา!!' O_o
โอ้โห~ ข่าวไวไร้สายประหนึ่งว่าต่อคลื่นสัญญาณดาวเทียม
จำต้องรับ อาจด้วยว่าเริ่มมีความกล้าที่จะเผชิญปัญหามากขึ้น
(ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่รับ ทำเป็นไม่ได้ยิน กลัวโดนด่า >x< )
เลยโดนเทศน์ไปยกใหญ่ กว่าจะวางสาย หูชา... =[]="
ก็ได้ค่ะ ก็ได้ ๆ ๆ ... คราวนี้ข้าพเจ้ายอมรับผิดทั้งปวง~

พอนั่งแท็กซี่กลับมาถึง ม. ได้ ก็ต้องหยอดตู้โทรรายงานคุณพี่
(ก็บอกคุณหม่ามี๊แล้วว่า อย่าเม้าท์นาน แบตจะหมด...)
ปรากฏว่า... 'พี่อาร์มนั่งรออยู่หน้าหอแล้วเจ้าข้า!!'
โอ้โห~ ความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดีพุ่งปรี๊ดดดดด... TT^TT
เดินเข้าไปหา จะเผลอยิ้มอีกแล้วเชียวเรา
เวลาทำผิดมา เห็นหน้าพี่อาร์มก็จะหลุดขำทุกที
มันไม่ได้ตลกหรอกนะ แต่ไม่รู้สิ...ตลกตัวเองมั้ง!? >w<
เลยนั่งก้มหน้ารับบาปไปสักพัก แล้วก็เดินไป 7-11 กันต่อ
กลับมายิ้มให้กันได้เหมือนเดิมแล้วจ้า...ดีใจจัง~



^w^ ~ H a p p y E n d i n g ~ ^w^



From me 2 ... พี่ป๊อป

"ขอบคุณนะ ที่เลี้ยงหนังวันนี้ สนุกมาก ๆ
ขอบคุณสำหรับหลาย ๆ อย่างที่ผ่าน ๆ มา
ขอบคุณที่พยายามปลอบทุกครั้งที่เจนมีปัญหา
ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรอีกดี
แต่พี่ป๊อปก็เป็นพี่ชายที่น่ารักมาก ^_^
(ถึงบางทีอาจจะดูไร้แก่นสารไปหน่อยก็เหอะ)
ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุก ๆ อย่าง
เจนคงโชคดีอีกแล้วสินะที่ได้มารู้จักพี่ป๊อป...เนอะ"


"ขอโทษนะ ที่ทำให้เสียตังค์ในวันนี้
ขอโทษที่บางทีเจนอาจจะงี่เง่าบ้าง (รึเปล่านะ?)
ขอโทษที่บางครั้งก็พูดพล่ามมากไป (ไม่ซี้จริงไม่บ่นนะเนี้ย)
ขอโทษที่ทำให้วันนี้จบไม่สวยเท่าไหร่ แต่ก็โอเคนะ..."




From me 2 ... พี่อาร์ม

"อยากจะขอบคุณตัวโต ๆ ...รู้ว่าแค่นี้คงไม่พอ
รู้ว่าพี่อาร์มเป็นห่วงมาก ขอบคุณที่โทรมาในวันนี้
ขอบคุณที่เป็นห่วงในทุก ๆ วัน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน
ขอบคุณที่เป็นทุก ๆ อย่าง ขอบคุณจริง ๆ
ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งให้เรามาเกิดในครอบครัวเดียวกัน
โชคดีอีกแล้วใช่มั้ย...ที่มีพี่ดีดีอยู่ทั้งคน >w< "


"ขอโทษนะ ที่ชอบทำให้เป็นห่วง ทำให้วุ่นวายอยู่เรื่อย
ขอโทษที่ไม่รู้จักโตซะที ขอโทษที่งี่เง่า
ขอโทษที่ทำให้เสียใจ (แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ)
ขอโทษที่พูดคำว่าขอโทษไม่เก่ง ขอโทษ ๆ ๆ ๆ
ขอโทษแล้ว...ห้ามโกรธกันอีกนะ T^T "




From me 2 ... พี่ตูน

"ขอบคุณนะ ที่เอาใจใส่ ดูแลเจนเหมือนน้องแท้ ๆ
ขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใย ขอบคุณที่สละเวลามาอยู่ด้วยกัน
ขอบคุณที่มาเป็นพี่สาวอีกคน ^^ "


"ขอโทษนะที่ชอบทำให้วุ่นวาย ทำให้ลำบากใจ
ขอโทษที่ทำให้เสียใจ(ในบางโอกาส) ขอโทษที่ยังเด็ก
ขอโทษที่เหมือนคิดอะไรเองไม่ได้ (แต่จริง ๆ ก็ได้คิดนะ)
ขอโทษที่พูดดีดีไม่ค่อยเป็น ขอโทษที่เป็นแบบนี้
ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงไปด้วย แค่ขอโทษ...ก็คงไม่พอ"




From me 2 ... หม่ามี๊

"ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
ซึ่งคงไม่ต้องบรรยาย สาธยายไม่หมดไม่สิ้น
ขอบคุ๊ณ ขอบคุณ (บอกป่าปี๊ด้วย)"


"ขอโทษที่ทำตัวเหมือนเด็ก(ไม่รู้จักโต)
ขอโทษที่ทำให้กังวล ทำให้เป็นห่วงตลอดเวลา
ขอโทษที่ไม่ชอบให้สัญญา แต่สาบานได้ว่าเข้าใจ
ขอโทษที่พูดจาไม่ค่อยดี (เผลอทุกทีเลย...ให้ตายสิ)
ขอโทษ และหวังว่าแม่จะเข้าใจ..."



F i n a l l y . . .


From me 2 ... 'ใครคนนั้น'

"ขอบใจนะ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ใช้เวลาที่มีด้วยกัน
ขอบใจนะ ที่เคยให้ความสำคัญ แม้ว่ามันจะ...นิดเดียว
ขอบใจนะ ที่พยายามไม่ทำร้ายกัน (แต่คงทำไม่ได้หรอก)
ขอบใจนะ ที่ทิ้งเรื่องราวดีดีไว้ให้คิดถึงได้ทุกวัน(ทุกเวลา)
ขอบใจนะ ที่เราได้มารู้จักกัน แม้ว่ามันจะ...แป๊บเดียว
ขอบใจนะ ที่สอนให้เค้ารู้จักความรักมากขึ้น
ขอบใจนะ ที่นายแสนดีกับทุกคน (เค้าชอบตรงนี้ล่ะ)
ขอบใจนะ ที่ทำให้เค้ามองโลกที่โหดร้ายได้สวยงามมากขึ้น
ขอบคุณจริง ๆ นะ ที่มารับฟังตอนที่เค้าไม่สบายใจ รู้ไหม?
เค้าคิดมาตลอดว่า เค้าคงไม่รักนายแล้วมั้ง
เวลาที่ไม่สบายใจ เค้ามีพี่อาร์มคนเดียวก็พอแล้ว
เค้าเคยคิดว่าถ้านายกลับมาจะดีใจไหม คำตอบคือ...เปล่า
เพราะเค้ารู้ว่า ถ้ากลับมาตอนนี้ อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิม
เค้าเข้าใจตัวเองผิดไป จริง ๆ แล้วเค้ารักนายมากกว่าที่คิดไว้
ในวันที่เหมือนไม่เหลือใครให้พึ่งแล้ว เค้าไม่ได้คิดถึงใคร
ไม่ได้คิดว่าใครจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ จนปัญญา
จนกระทั่ง นายเข้ามาทัก เค้าดีใจมากกว่าที่คิดมากกกก!
เค้าอยากจะเล่าให้นายฟัง อยากฟังเรื่องของนาย
ทั้งที่เคยคิดว่า ไม่พบ ไม่เจอ ไม่คุยกันเลยจะดีกว่า
เค้าคิดผิด! เวลาอย่างนั้นเค้ากลับอยากพบ อยากเจอ อยากคุย
ไม่ต้องปลอบอะไร (แถมยังซ้ำเติมอีก) เค้าก็รู้สึกดีขึ้นมากเลย
เค้ารู้ว่านายเองไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนั้น
รู้ว่ามันห่างเหินกว่าที่ควรจะเป็น แต่แค่เป็นนาย...ก็ดีใจที่สุดแล้ว~ "


"ขอโทษนะ ที่ทำให้นายลำบากใจ (นิดนึงมั้ง)
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง เค้าจำได้ว่าเคยบอกไปแล้วหลายครั้ง
อยากให้รู้ว่าเค้าขอโทษจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันแย่ขนาดนี้
ขอโทษที่อ่อนแอ ขอโทษที่เก็บอาการไม่เก่ง
ขอโทษที่ยังทำใจให้เป็นเพื่อนกันไม่ได้
ขอโทษ ๆ ๆ ๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เค้ารักนายน้อยลงเลย..."




~ A l l . . I . . W a n t . . F o r . . X ' m a s . . I s . . Y O U ~





 

Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 4:28:30 น.
Counter : 139 Pageviews.  

>||| ภาพของเมื่อวาน |||<

" ฉ า ก เ ก่ า ๆ ยั ง จํ า ไ ว้ ใ น ใ จ

เ ค ย รั ก เ ธ อ ยั ง ไ ง

รั ก เ ธ อ . . . ดั ง เ ดิ ม "






เพิ่งเข้าใจ ก็วันที่เธอเดินไปไกลแล้ว
เหงา...จริง ๆ มันเป็นอย่างนี้เอง
ภาพเดิมเดิม...มันยังติดอยู่ทุกที่ที่ผ่านตา
ภาพของเธอมันซ้อนทับความจริงที่ว่างเปล่าในวันนี้
น่าเสียดายนะ โชคชะตาให้เวลาเราน้อยเกินไป
ฉันน่าจะมีเวลามากกว่านี้...อีกสักนิด
เราน่าจะรู้จักกันมากกว่านี้ จริง ๆ นะ
บางทีเธออาจจะได้รู้ความจริงบางอย่างว่า...
"ฉันไม่ได้รักใครง่าย ๆ อย่างที่เธอคิด"

มันนานแล้ว มันนานมาก
นับจากวันที่เธอก้าวออกจากชีวิตฉันอย่างไม่เหลียวหลัง
แต่ทุกภาพ ทุกคำ ทุกฉากทุกตอน มันยังชัดเจน
เหมือนเพิ่งเกิดขึ้น และยังไม่จบลง
ทั้ง ๆ ที่ความจริงคือมันได้จบลงแล้วโดยสมบูรณ์
เธอจะไม่มีวันกลับมา แม้ว่าฉันจะยัง...รอ

เธออาจไม่รู้ ว่าฉันรู้อะไรมากกว่าที่เธอคิด
ในทางตรงข้าม สิ่งที่ฉันไม่รู้เลยก็คือ...
"ที่ผ่านมาเธอคิดอะไรของเธอกันแน่"
ตอนนี้ฉันอาจไม่ได้ต้องการคำตอบนั้นแล้ว
แต่คำถามนี้มันยังวนเวียนมาหลอกหลอน
พร้อม ๆ กับภาพของเธอ ความทรงจำระหว่าง...เรา

สำหรับวันนี้...
ฉันคิดว่ามันคล้ายกับวันที่เรายังอยู่ด้วยกัน
ฉันเลยคิดถึงเธอมากกว่าปกติ 200% (ขำป่ะ?)

ตอนเช้า...โดดเรียน เป็นสิ่งที่ฉันเริ่มทำตั้งแต่เธอไป
ใครบางคนลงความเห็นว่าอาจจะเป็นเพราะ "เธอ"
เพราะไม่มีเธอมานั่งข้าง ๆ กัน แล้วฉันจะรีบไปเรียนทำไม

วันนี้ก็เช่นกัน ในห้องเรียนห้องเดิมที่เคยนั่งเรียนด้วยกัน
โต๊ะข้าง ๆ ว่างเปล่า ไม่น่าเชื่อ ฉันไม่เหลืออะไรจริง ๆ
ว่าง ๆ ก็ยังเผลอแอบมองเธออยู่ไกล ๆ เหมือนคนโรคจิต
พอเธอหันมาเจอก็ทำเป็นหันไปมองทางนู้นทีทางนี้ที
ความจริงที่เลวร้ายคือ...เธอแทบไม่เคยหันมามองฉันเลย
มีแต่ฉันสินะที่ยังคงใส่ใจ ยังคิดแต่เรื่องของเธอทั้งวัน

"วันนี้เธอจะไปเรียนหรือเปล่านะ"

"เกรดออกแล้ว เธอจะได้เท่าไหร่กัน"

"วันหยุดนี้เธอจะไปไหน กับใคร"

"เลิกเรียนวันนี้เธอจะทำอะไร"

"เธอเหนื่อยเหมือนฉันบ้างไหม"

"ป่านนี้เธอจะหลับหรือยัง"

"ตอนนี้เธอแอบชอบใครอยู่นะ"

"เธอกับเขาไปถึงไหนกันแล้ว"

ฯลฯ


มีแต่คำถามที่ฉันได้แต่ถามตัวเองเท่านั้น
มันยากเกินไปที่จะเอ่ยปากถามใครสักคน
และมันอาจทรมานเกินไปสำหรับการรับฟังคำตอบ
ฉันอ่อนแอใช่ไหม ฉันอ่อนแอเกินไปจริง ๆ

เวลาที่คุยกับเพื่อนเธอ ฉันก็อยากถามถึงเธอ
แต่ทุกครั้งก็ต้องคอยเตือนตัวเองไว้ว่า...
"ฉันไม่ควรจะคิดถึงเธออีก ไม่ควรเลย"

ต่อให้เราไม่ได้เจอหน้ากันมานาน
ฉันพยายามลบทุกอย่างที่เป็นเธอ
ลบเบอร์ในมือถือ ลบเมล์ ลบ Hi5
แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ก็ในเมื่อ...

ฉันจำเบอร์โทรศัพท์ของเธอได้ขึ้นใจ
จำได้กระทั่งว่าเบอร์นี้มีความหมายกับเธอยังไง


ฉันไม่ได้บล็อกเมล์เธอ และมันเจ็บกว่าไหม
ที่ต้องรับรู้ว่าเธอไม่เคยคิดจะทักกันเลย
แม้ว่าฉันจะตั้งสถานะออนไลน์ไว้แทบจะตลอดเวลา


เราต่างก็ไม่ได้เล่น Hi5 มากเท่าที่ควร
และใน Facebook ของฉันยังมีเธอ
อยู่ในรายชื่อเพื่อนคนแรก


และที่สำคัญ... ฉันยังแอบเซฟรูปเธอไว้ในเครื่อง
มีรูปเธอโชว์อยู่บนหน้าจอมือถือ


แล้วฉันจะลืมเธอได้ยังไง ฉันมันบ้า...บ้าที่สุด!!

รู้ไหม ...??
ฉันก็กลัวว่าเวลาอาจทำให้เธอลืมฉันไปจริง ๆ สักวัน
แต่ที่กลัวมากกว่า ฉันกลัวว่าตัวเองจะลืมเธอไม่ได้สักที
ถึงต้องหลบหน้าเธออย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ต้องทำเหมือนไม่อยากเจอ ไม่อยากคุย ไม่อยากทักทาย
ต้องทำอะไร ๆ ที่มันตรงข้ามกับความรู้สึก
ต้องยิ้มและพูดคุยกับคนอื่นเหมือนว่าฉัน...ไม่เป็นไร

นานมากแล้วนะที่เราไม่ได้เจอหน้ากันเลย
จนถึงวันนี้ มันหนีไม่พ้นจริง ๆ สิน่า
ฉันคิดอะไรของฉัน ก็เราอยู่ใกล้กันแค่นี้
จะให้หนียังไง สุดท้ายก็ยังต้องมาเจอกันอยู่ดี

ความจริง วันนี้...ก็เหมือนกับวันนั้น
ต่างกันตรงที่ข้าง ๆ ฉันไม่มีเธอแล้ว ไม่มีใคร...

คนที่...ให้ฉันนั่งเอนหลังพิงกัน

คนที่...นั่งหลับอยู่ข้าง ๆ ฉันในห้องเรียน

คนที่...ชวนทะเลาะแบบไม่มีเหตุผล

คนที่...พูดจาไม่เคยเข้าหู

คนที่...โทรมาหาแล้วถามว่า "อยู่ไหน"

คนที่...รอไปกินข้าวพร้อมกันทุกมื้อ

คนที่...มาส่งฉันที่หน้าหอทุกคืน

คนที่...เคยนอนบนหมอนใบเดียวกัน

คนที่...ยอมให้ฉันทำตัววุ่นวายโดยไม่เคยบ่น

คนที่...รู้ว่าฉันซุ่มซ่ามที่สุด

คนที่...เป็นห่วงในเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

คนที่...ทำให้ฉันต้องซื้อหมากฝรั่งติดกระเป๋าทุกวัน

คนที่...ทำให้ฉันรู้ว่ามีคนลืมเก่งกว่าฉันอีก

คนที่...สอนให้ฉันรู้จักความเลวที่แสนดี

คนที่...ทำให้ชีวิตเฟรชชี่ของฉันดูมีความหมาย


จนกระทั่งวันนี้...

"ชีวิตของฉันทุกวันก็อยู่อย่างไร้ความหมาย"


สามเดือนแล้วนะ สามเดือนที่ไม่มีคนนั้นอยู่ข้าง ๆ
สามเดือนกับความว่างเปล่าและเฝ้ารออย่างสิ้นหวัง
เหมือนฉันแค่ตื่นขึ้นมาเพื่อรอเวลานอนไปวัน ๆ
ฉันคิดว่าบางที ใครบางคนอาจแทนที่เธอได้
แต่มันไม่ใช่เลย...

เธออาจฝากฝังฉันไว้กับใครคนหนึ่ง
แต่ถ้าวันหนึ่งเขาไม่สามารถดูแลฉันได้อย่างที่เธอทำ
แล้วเธอจะกลับมาเดินข้างกัน...
มาอยู่ดูแลคนอย่างฉันเหมือนเดิมไหม ??


ฉันอาจจะรู้ว่าควรจะทำอะไร แต่ก็ไม่ทำสักอย่าง
ฉันควรมีความสุขกับวันนี้และพรุ่งนี้
แต่ฉันก็ยังย่ำอยู่กับที่เพื่อมองดูเธอเดินห่างออกไป
ฉันมันโง่เกินไปที่ยังทำแบบนั้น...
แต่ฉันเลิกคิดที่จะ "รอ" ไม่ได้เลย
มันยังหลอกตัวเองทุกวัน ยังหวังทั้งที่ไม่มีหวัง
คงจะจริงสินะที่ว่า...
"คนที่ถูกทิ้งมักมีเหตุผลมาเข้าข้างตัวเองได้เสมอ"

เหมือนฉันไม่ยอมรับรู้ความจริงที่เกิดขึ้น
ยังไม่ยอมตื่นจากความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่มีอยู่

ฉันอาจจะเริ่มชินกับการอยู่คนเดียว
แต่ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่เคยมีเธออยู่ด้วยกัน
มีคนบอกให้ฉัน...
"ลองหาใครสักคนที่จะอยู่กับเราได้ตลอดสิ"

ไม่มีประโยชน์...
ฉันไม่ได้ต้องการ "ใครสักคน" ที่เขาพูดถึง
เพราะถ้ามันไม่ใช่ "ใครคนนั้น" ที่ฉันคิดถึง
ทุกอย่างก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น!!



...รู้ไว้นะ...

ทุกวัน เวลา นาทีที่ผ่านมาและผ่านไป

ฉันยัง "คิดถึง" เธอ...ที่สุด




 

Create Date : 11 พฤศจิกายน 2552    
Last Update : 11 พฤศจิกายน 2552 5:10:16 น.
Counter : 156 Pageviews.  


CleOluS
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






hit counter html code


Ma' NanE's "giNgeN"
BuT yOu CaN cAlL mE "JaNe"
GlAd ToO MeEt EveRyBodY!!
..WisH yOu LiKe mE aS I LikE YoU..




Friends' blogs
[Add CleOluS's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.