Group Blog
 
All blogs
 
>||| ขอโทษ & ขอบคุณ |||<



" อ ย า ก ข อ บ คุ ณ เ ธ อ สั ก ค รั้ ง

แ ม้ อ า จ จ ะ เ ป็ น ถ้ อ ย คํ า ที่ ดู น้ อ ย ไ ป

ไ ม่ เ พี ย ง พ อ กั บ ใ จ . . .

ที่ ฉั น ต้ อ ง ก า ร บ อ ก เ ธ อ "






ไม่รู้ว่าเนื้อความวันนี้ควรจะจัดอยู่ในหมวด 'ไดอารี่' ดีกว่าไหม
เหมือนฉันได้ผจญภัยอะไรมากมาย ภายในเวลา 12 ชั่วโมงนี้
ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง...เพียงลำพัง หนึ่งในไม่กี่ครั้ง
ฉันคงจะไม่เล่าให้ใครฟังโดยตรง แน่นอนว่าทุกคนจะต้อง 'ห่วง'
แต่อยากจะบอกกับทุกคนตรงนี้เลยว่า...
"หายห่วงเถอะ ยังไงซะฉันก็ยังรอดมาจนตอนนี้ จริงไหม?"
มันออกจะดูโลดโผนไปสักหน่อยสำหรับฉัน แต่ก็นั่นแหละ
ฉันควรจะโตสักทีจริงไหม? ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ นี่นา
ชีวิตคนเรามักต้อง 'เลือก' และต้องเผชิญกับความ 'เสี่ยง' เสมอ
ซึ่งสิ่งที่ตามมาในเวลาอันสั้นนั้นก็คงหนีไม่พ้น 'ความกลัว'


ยอบรับโดยดีว่าฉันนึก 'กลัว' ตั้งแต่เริ่มก้าวขาออกจากห้อง
กลัวว่า... การเดินทางคนเดียวครั้งนี้จะราบรื่นดีไหม
กลัวว่า... รถที่ฉันนั่งจะพาฉันไปถึงจุดหมายรึเปล่า
กลัวว่า... ถ้าไปถึงจุดนัดพบแล้วฉันจะพบเพื่อนยังไง
กลัวว่า... ถ้าฉันไม่เจอเพื่อนจะทำยังไงดี

กลัวอะไรสารพัด กลัวนู่นกลัวนี่ ฉันมันขี้กลัวจริง ๆ ด้วยนะ~


แต่หลังจากเดินวนเวียนหากันอยู่นานสองนาน
ฉันก็ได้เจอไอ้เพื่อนเจ้าปัญหานั่นจนได้
หลังจากเดินหาซื้อของที่ต้องการ(ซึ่งไม่ได้สักอย่าง)
สมองก็เริ่มสั่งการให้เดินไปหาอะไรใส่ปากท้อง
พออิ่มแล้วก้ได้ฤกษ์เดินทางต่อ...

ระหว่างทางที่จะไปรอรถ เราเจอชาวต่างชาติคนหนึ่ง
น่าเสียดายที่ฉันจำชื่อเขาไม่ได้เสียแล้ว จำยากจริง
กว่าจะสื่อสารกันรู้เรื่องก็ต้องพึ่งกระดาษกับปากกานั่นแหละ
บังเอิญว่าเราจะไปที่เดียวกันอยู่แล้วด้วย
ฉะนั้น ก็เลยได้เพื่อนร่วมทางเพิ่มมาอีกคน ดีจัง ^^
เขาก็ดูอัธยาศัยดีหรอกนะ จริง ๆ ก็อยากจะคุยมากกว่านี้
ติดตรงที่โรค 'กลัวชาวต่างชาติ' ของฉันมันกำเริบทุกที
ไม่ใช่พูดไม่ได้หรอกนะ แต่...พูดไม่ออกเลยต่างหาก!
ก็เลยจบลงด้วยกำร่ำลาที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่
ก่อนจะแยกกันฉันก็เผลอลิ้นพันกันอีกจนได้...ให้ตาย -"-

การเดิน Shopping ที่จตุจักรครั้งนี้ก็สนุกดี
ซื้อของได้ครบทุกอย่างตามที่คิดไว้เลย ดีเนอะ
แต่ออกจะรู้สึกผิดนิด ๆ ที่เหมือนเอาคนบางคนมาทรมาน
อาจจะมีบางทีที่เดินผ่านบางที่แล้วนึงถึง 'ใครคนนั้น'
มันเป็นที่แรกที่เราได้มาด้วยกันเลยก็ว่าได้นี่นา
ฉันจำได้กระทั่งทุก ๆ ร้านที่เราเข้าไปแวะดูด้วยกัน
แปลกดี แค่ให้จำร้านที่ถูกใจแล้วเดินกลับมาดูใหม่ยังไม่ได้
แต่กลับจำเรื่องพรรค์นั้นได้ แปลกดีจริง ๆ ใช่ไหมล่ะ~




From me 2 ... เบ้น

"ขอบคุณนะ ที่สละเวลา(ที่ควรจะได้พักผ่อนและทำงาน)
มาเดินซื้อของเป็นเพื่อน ทั้งที่ไม่ได้อะไรเลย
แถมยังต้องมาเสียเงินฟรี ๆ หมดไปหลายล่ะสิ
คราวหลังเดินดูของตัวเองบ้างก็ได้ จะได้ไม่เบื่อ ^^"
ขอบคุณสำหรับเสื้อ ดูไปดูมาก็น่ารักเนอะ 55+
(วันหลังต้องไปสอยตัวใหญ่ ๆ มาอีกแน่ จริงจัง)
ขอบคุณที่อยากจะให้อะไรอีกหลาย ๆ อย่าง
แต่แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่แล้วล่ะ จริงนะเนี้ย!
จะหาโอกาสตอบแทนให้แน่ ไม่ต้องทวงล่ะ
ยังไงก็ ขอบคุณ จริง ๆ ... สำหรับทุกอย่าง"


"ขอโทษนะ ที่ไม่เคยให้อะไรเลย
ขอโทษที่พูดจาไม่ดีสักเท่าไหร่ (ก็เป็นซะอย่างงี้ล่ะ)
ขอโทษที่เลือกของช้า แล้วยังโอ้เอ้จนค่ำอีก
ขอโทษที่ทำให้เหนื่อยและเสียเวลา
ขอโทษที่วันนี้ให้ได้แค่คำว่า...ขอบคุณ"




หลังจากเดินจตุจักรเสร็จแล้ว ก็เดินไปขึ้นรถตู้
เพื่อจะไปยัง 'จุดนัดพบ' ต่อไป (คิวยาวก็เงี้ย)
แต่ด้วยว่าเกรงใจ เกรงว่าเพื่อนจะต้องเดินไปส่งไกล
เลยไปขึ้นรถตู้ตรงที่ไม่คุ้น ต้องลุ้นตลอดทางเลย
พอขึ้นไปแล้วความกลัวก็เข้ามาสถิตย์อย่างเลี่ยงไม่ได้
กลัวว่า... ไอ้รถคันนี้มันจะพาฉันไปไหนเนี้ย
กลัวว่า... ฉันจะต้องระเห็จไปลงตรงไหนวะ
กลัวว่า... ถ้าพ่อแม่พี่น้องรู้ว่าฉันหลง(อีกแล้ว)คงเทศน์ยกใหญ่
กลัวว่า... จะทำยังไงถ้าเกิดหลงขึ้นมาจริง ๆ

กลัว กลั๊ว กลัวววววววว~

ฉันก็เลยต้องนั่งหลุกหลิก คิดไปตลอดทาง
อยากจะหลับก็หลับไม่ได้ กลัวจะนั่งเลยไปไกล
ตาก็พยายามมองหาจุดสังเกตที่พอจะคุ้นบ้าง
แต่ แม่เจ้าโว้ย! ไม่มีสักจุดที่คุ้นตา คิดในใจ...
"ตายแล้ว นี่ฉันจะไปลงตรงไหนนี่"
แถมรถเจ้ากรรมก็แล่นช้าเหลือเกิน จอดมันทุกป้าย
ฉันเริ่มกลัว มากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ บวกกับมึนหัวเล็กน้อย
คนในรถลงไปหลายคน มีคนขึ้นมาตามรายทาง
ฉันไม่เคยขึ้นรถตู้ที่จอดรับคนรายทางแบบนี้น๊า!! T^T

แต่พอเห็นป้าย 'ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต' อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
โอ๊ย! คุณเอ๋ย... อิฉันจะร้องไห้ค่ะ เหมือนตื่นจากฝันร้าย
พอมีคนถามว่า "รถเข้าฟิวฯไหม" แล้วคนขับตอบ "เข้าครับ"
สวรรค์!! ก่อนนี้ฉันได้แต่นั่งกุมมือแล้วภาวนาไปตลอดทาง
พยายามคิดได้แง่ดี ถ้าฉันหลงไปที่ไกล ๆ ขึ้นมา...
อย่างน้อยก็จะได้รู้ว่า รถคันนี้จะพาเราไปไหนได้บ้าง
และฉันจะได้รู้จักสถานที่ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น คนที่นัดไว้คงเข้าใจ
ถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ฉันไม่ได้รีบขนาดนั้นนี่นา >.<
พ่อเคยบอกว่า... "ถ้าหลงก็นั่งย้อนกลับ จะได้รู้จักทางมากขึ้น"
ครั้งแรกที่ฉันหลงอยู่แถวบางกะปิตอนจะไปสอบสัมภาษณ์ที่ มธ.
ครั้งนั้นทำให้ทุกคนลดความเชื่อมั่นในตัวฉันลงไปกว่า 200%
แต่ฉันก็มัก 'โชคดี' เสมอเลยนะ จริง ๆ นั่นแหละ ^__^
คิดไม่ออกเลยว่าถ้า 'โชคร้าย' ขึ้นมาสักทีจะทำยังไงกันดีนะ

(อย่างนี้แล้วจะยังบ่นว่าตัวเองโชคร้ายอีกนะ...จินเจน)

กว่าจะถึงฟิวฯ กินเวลาไปชั่วโมงกว่า ๆ ให้ตายเถอะ...
ถ้าเดินไปขึ้นฝั่งตรงข้ามแบบที่เคยขึ้นคงถึงตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก
เอาเถอะนะ ถึงช้าหน่อย ก็ยังดีกว่าไปหลงที่อื่นแหละ
พอไปถึงที่ก็รีบไปเจอพี่ที่นัดไว้ทันที โล่งอกเป็นบ้า
ก็เลยต้องดูหนังรอบ 2 ทุ่ม หนังก็ย๊าวยาว คุ้มช่ะ!
พอหนังเริ่มฉายไปสักพัก โทรศัพท์ก็สั่น ฉันว่าแล้ว...
ก็เลยแค่ปิดเสียงไว้ (คือทุกทีจะปิดเครื่องเลย)
รู้นะว่าการรับโทรศัพท์ในโรงหนังเป็นเรื่องเสียมารยาท
แต่เพราะรู้ว่าปลายสายคือ 'พี่อาร์ม' ขอเสียมารยาทสักทีละกัน
ก็เลยหยิบโทรศัพท์มารับอย่างสำนึกผิดแต่โดยดี
รู้ว่าพี่อาร์มต้องว่าแน่ แต่ก็ดีใจแทบบ้าที่พี่อาร์มโทรมา(ดุ)
(หลังจากที่เราไม่ได้คุยกันเลย ตั้งแต่เรื่องวันนั้น T^T)
หนังสนุกขึ้นเป็นกอง พอได้รู้ว่า "พี่อาร์มยังเป็นห่วงฉันอยู่"
แต่ก็สนุกจริง ๆ นะ ไม่ได้ค่าโฆษณาหรอก แต่อยากบอก...
ดูแล้วคิดอะไรได้เยอะเลย ใครยังไม่ได้ดูไปดูซะนะ '2012'
ตอนแรก็คิดว่าจะดูไปงั้น ๆ ก็น่าดูอยู่บ้างอะไรบ้าง
แต่พอได้มาดูจริง ๆ ... โอ้โห! ของเขาดีจริงว่ะ >0<

พอหนังฉายไปได้ครึ่งเรื่อง พี่อาร์มโทรมาอีกรอบ
(ตอนนั้นเข้าใจว่ามันควรจะใกล้จบได้แล้ว นานพอควร)
ก็เลยบอกไปว่า "อ๋อ หนังใกล้จบแล้ว จะกลับแล้ว"
แต่พอดูต่อไปอีกสักพัก สงสัยมันคงจะนานพอควรอีกนั่นแหละ
โทรศัพท์ก็สั่นอีก คราวนี้สั่นนานมาก (เพราะรับไม่ไหว ปวดฉี่มาก!!)
ว่าจะลุกออกไปหลายต่อหลายต่อหลายรอบ แต่ก็ไม่ไปสักที
เพราะพี่ที่มาด้วยบอกว่า "จะจบแล้วนะ เดี๋ยวพลาดตอนสำคัญ"
ก็เลยทนนั่งได้สักพัก ปวดฉี่จะแย่ โทรศัพท์ก็สั๊นสั่น >.<
ก็เลยไม่ไหวแล้ว ต้องรีบวิ่งปรู๊ดออกมาเข้าห้องน้ำ(และรับโทรศัพท์)
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า อีกไม่ถึง 5 นาทีมันก็จบอยู่แล้ว แต่ก็นะ...
เอาวะ! ยอมพลาดตอนจบ ข้าน้อย...ขอบ๊ายบาย~


มิใช่อะไรหรอกนะ แต่เพราะว่า...
ประการแรก 'ปวดฉี่มากเลยว้อย ไม่ไหวแล้ว'
ประการที่สอง 'พี่อาร์มต้องโกรธอีกแน่ โทรมาหลายสายแล้ว'
ประการที่สาม 'พี่อาร์มต้องเป็นห่วงมาก ๆ แน่ โทรไม่ยั้งเลย'
ประการที่สี่ 'อีกสักคงรู้กันทั้งตระกูลว่าฉันแอบมาดูหนัง'
ประการที่ห้า 'สำนึกผิดค่ะ นู๋ผิดเองที่กลับดึก T^T '
ประการสุดท้าย 'คดีเก่าเพิ่งจะจาง สร้างคดีใหม่อีกแล้วนะกูเอ๋ย'
ตอนแรกจะโทรกลับไป แต่ไม่ทันได้กดเลย โทรมาอี๊ก...
กว่าจะตั้งสติได้ว่า 'เออ...ต้องกดรับปุ่มนี้นะ' เกือบมิสคอล -0-
รับไปก็โดนด่า แต่ก็ต้องรับ ไม่งั้นทุกคนคงวุ่นกันแน่
เข้าใจอยู่หรอกนะว่า คนโทรหาคงว้าวุ่นไปถึงไหนต่อไหน
เวลาที่ฉันไม่รับโทรศัพท์แบบนี้ (นิสัยเสียจริง ๆ นะเรา)
ขอโทษจริง ๆ ค๊า... ~


แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามที่คิด...
พอหายปวดฉี่ สมองก็เริ่มสั่งการได้เป็นปกติ
เห็นสายมิสคอลของพี่ตูนเลยโทรกลับไปให้คลายกังวล(นิดนึง)
และ... 'หม่ามี๊ก็โทรมา!!' O_o
โอ้โห~ ข่าวไวไร้สายประหนึ่งว่าต่อคลื่นสัญญาณดาวเทียม
จำต้องรับ อาจด้วยว่าเริ่มมีความกล้าที่จะเผชิญปัญหามากขึ้น
(ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะไม่รับ ทำเป็นไม่ได้ยิน กลัวโดนด่า >x< )
เลยโดนเทศน์ไปยกใหญ่ กว่าจะวางสาย หูชา... =[]="
ก็ได้ค่ะ ก็ได้ ๆ ๆ ... คราวนี้ข้าพเจ้ายอมรับผิดทั้งปวง~

พอนั่งแท็กซี่กลับมาถึง ม. ได้ ก็ต้องหยอดตู้โทรรายงานคุณพี่
(ก็บอกคุณหม่ามี๊แล้วว่า อย่าเม้าท์นาน แบตจะหมด...)
ปรากฏว่า... 'พี่อาร์มนั่งรออยู่หน้าหอแล้วเจ้าข้า!!'
โอ้โห~ ความรู้สึกสำนึกผิดชอบชั่วดีพุ่งปรี๊ดดดดด... TT^TT
เดินเข้าไปหา จะเผลอยิ้มอีกแล้วเชียวเรา
เวลาทำผิดมา เห็นหน้าพี่อาร์มก็จะหลุดขำทุกที
มันไม่ได้ตลกหรอกนะ แต่ไม่รู้สิ...ตลกตัวเองมั้ง!? >w<
เลยนั่งก้มหน้ารับบาปไปสักพัก แล้วก็เดินไป 7-11 กันต่อ
กลับมายิ้มให้กันได้เหมือนเดิมแล้วจ้า...ดีใจจัง~



^w^ ~ H a p p y E n d i n g ~ ^w^



From me 2 ... พี่ป๊อป

"ขอบคุณนะ ที่เลี้ยงหนังวันนี้ สนุกมาก ๆ
ขอบคุณสำหรับหลาย ๆ อย่างที่ผ่าน ๆ มา
ขอบคุณที่พยายามปลอบทุกครั้งที่เจนมีปัญหา
ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะมีอะไรอีกดี
แต่พี่ป๊อปก็เป็นพี่ชายที่น่ารักมาก ^_^
(ถึงบางทีอาจจะดูไร้แก่นสารไปหน่อยก็เหอะ)
ขอบคุณจริง ๆ สำหรับทุก ๆ อย่าง
เจนคงโชคดีอีกแล้วสินะที่ได้มารู้จักพี่ป๊อป...เนอะ"


"ขอโทษนะ ที่ทำให้เสียตังค์ในวันนี้
ขอโทษที่บางทีเจนอาจจะงี่เง่าบ้าง (รึเปล่านะ?)
ขอโทษที่บางครั้งก็พูดพล่ามมากไป (ไม่ซี้จริงไม่บ่นนะเนี้ย)
ขอโทษที่ทำให้วันนี้จบไม่สวยเท่าไหร่ แต่ก็โอเคนะ..."




From me 2 ... พี่อาร์ม

"อยากจะขอบคุณตัวโต ๆ ...รู้ว่าแค่นี้คงไม่พอ
รู้ว่าพี่อาร์มเป็นห่วงมาก ขอบคุณที่โทรมาในวันนี้
ขอบคุณที่เป็นห่วงในทุก ๆ วัน ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน
ขอบคุณที่เป็นทุก ๆ อย่าง ขอบคุณจริง ๆ
ขอบคุณพระเจ้าที่ส่งให้เรามาเกิดในครอบครัวเดียวกัน
โชคดีอีกแล้วใช่มั้ย...ที่มีพี่ดีดีอยู่ทั้งคน >w< "


"ขอโทษนะ ที่ชอบทำให้เป็นห่วง ทำให้วุ่นวายอยู่เรื่อย
ขอโทษที่ไม่รู้จักโตซะที ขอโทษที่งี่เง่า
ขอโทษที่ทำให้เสียใจ (แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ)
ขอโทษที่พูดคำว่าขอโทษไม่เก่ง ขอโทษ ๆ ๆ ๆ
ขอโทษแล้ว...ห้ามโกรธกันอีกนะ T^T "




From me 2 ... พี่ตูน

"ขอบคุณนะ ที่เอาใจใส่ ดูแลเจนเหมือนน้องแท้ ๆ
ขอบคุณที่เป็นห่วงเป็นใย ขอบคุณที่สละเวลามาอยู่ด้วยกัน
ขอบคุณที่มาเป็นพี่สาวอีกคน ^^ "


"ขอโทษนะที่ชอบทำให้วุ่นวาย ทำให้ลำบากใจ
ขอโทษที่ทำให้เสียใจ(ในบางโอกาส) ขอโทษที่ยังเด็ก
ขอโทษที่เหมือนคิดอะไรเองไม่ได้ (แต่จริง ๆ ก็ได้คิดนะ)
ขอโทษที่พูดดีดีไม่ค่อยเป็น ขอโทษที่เป็นแบบนี้
ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงไปด้วย แค่ขอโทษ...ก็คงไม่พอ"




From me 2 ... หม่ามี๊

"ขอบคุณที่เป็นห่วง และขอบคุณสำหรับทุกอย่าง
ซึ่งคงไม่ต้องบรรยาย สาธยายไม่หมดไม่สิ้น
ขอบคุ๊ณ ขอบคุณ (บอกป่าปี๊ด้วย)"


"ขอโทษที่ทำตัวเหมือนเด็ก(ไม่รู้จักโต)
ขอโทษที่ทำให้กังวล ทำให้เป็นห่วงตลอดเวลา
ขอโทษที่ไม่ชอบให้สัญญา แต่สาบานได้ว่าเข้าใจ
ขอโทษที่พูดจาไม่ค่อยดี (เผลอทุกทีเลย...ให้ตายสิ)
ขอโทษ และหวังว่าแม่จะเข้าใจ..."



F i n a l l y . . .


From me 2 ... 'ใครคนนั้น'

"ขอบใจนะ ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ใช้เวลาที่มีด้วยกัน
ขอบใจนะ ที่เคยให้ความสำคัญ แม้ว่ามันจะ...นิดเดียว
ขอบใจนะ ที่พยายามไม่ทำร้ายกัน (แต่คงทำไม่ได้หรอก)
ขอบใจนะ ที่ทิ้งเรื่องราวดีดีไว้ให้คิดถึงได้ทุกวัน(ทุกเวลา)
ขอบใจนะ ที่เราได้มารู้จักกัน แม้ว่ามันจะ...แป๊บเดียว
ขอบใจนะ ที่สอนให้เค้ารู้จักความรักมากขึ้น
ขอบใจนะ ที่นายแสนดีกับทุกคน (เค้าชอบตรงนี้ล่ะ)
ขอบใจนะ ที่ทำให้เค้ามองโลกที่โหดร้ายได้สวยงามมากขึ้น
ขอบคุณจริง ๆ นะ ที่มารับฟังตอนที่เค้าไม่สบายใจ รู้ไหม?
เค้าคิดมาตลอดว่า เค้าคงไม่รักนายแล้วมั้ง
เวลาที่ไม่สบายใจ เค้ามีพี่อาร์มคนเดียวก็พอแล้ว
เค้าเคยคิดว่าถ้านายกลับมาจะดีใจไหม คำตอบคือ...เปล่า
เพราะเค้ารู้ว่า ถ้ากลับมาตอนนี้ อะไร ๆ มันก็ไม่เหมือนเดิม
เค้าเข้าใจตัวเองผิดไป จริง ๆ แล้วเค้ารักนายมากกว่าที่คิดไว้
ในวันที่เหมือนไม่เหลือใครให้พึ่งแล้ว เค้าไม่ได้คิดถึงใคร
ไม่ได้คิดว่าใครจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นได้ จนปัญญา
จนกระทั่ง นายเข้ามาทัก เค้าดีใจมากกว่าที่คิดมากกกก!
เค้าอยากจะเล่าให้นายฟัง อยากฟังเรื่องของนาย
ทั้งที่เคยคิดว่า ไม่พบ ไม่เจอ ไม่คุยกันเลยจะดีกว่า
เค้าคิดผิด! เวลาอย่างนั้นเค้ากลับอยากพบ อยากเจอ อยากคุย
ไม่ต้องปลอบอะไร (แถมยังซ้ำเติมอีก) เค้าก็รู้สึกดีขึ้นมากเลย
เค้ารู้ว่านายเองไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ตั้งใจจะทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงเป็นไปได้ขนาดนั้น
รู้ว่ามันห่างเหินกว่าที่ควรจะเป็น แต่แค่เป็นนาย...ก็ดีใจที่สุดแล้ว~ "


"ขอโทษนะ ที่ทำให้นายลำบากใจ (นิดนึงมั้ง)
ขอโทษสำหรับทุกอย่าง เค้าจำได้ว่าเคยบอกไปแล้วหลายครั้ง
อยากให้รู้ว่าเค้าขอโทษจริง ๆ ไม่ได้ตั้งใจให้มันแย่ขนาดนี้
ขอโทษที่อ่อนแอ ขอโทษที่เก็บอาการไม่เก่ง
ขอโทษที่ยังทำใจให้เป็นเพื่อนกันไม่ได้
ขอโทษ ๆ ๆ ๆ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เค้ารักนายน้อยลงเลย..."




~ A l l . . I . . W a n t . . F o r . . X ' m a s . . I s . . Y O U ~





Create Date : 23 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 23 พฤศจิกายน 2552 4:28:30 น. 0 comments
Counter : 139 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

CleOluS
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






hit counter html code


Ma' NanE's "giNgeN"
BuT yOu CaN cAlL mE "JaNe"
GlAd ToO MeEt EveRyBodY!!
..WisH yOu LiKe mE aS I LikE YoU..




Friends' blogs
[Add CleOluS's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.