Group Blog
 
All Blogs
 

สารเคอร์คิวมินเพิ่มการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสในหนูขาวที่มีภาวะซึมเศร้า

เคอร์คิวมินเป็นสารที่มีอยู่ในสมุนไพรขมิ้นชันที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma longa เคอร์คิวมินมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่หลากหลาย เช่น ฤทธิ์ต้านอ็อกซิเดชั่น ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ฤทธิ์ปกป้องสมอง ฤทธิ์ลดระดับไขมันในเลือด เป็นต้น การศึกษาเมื่อไม่นานมานี้พบว่าสารเคอร์คิวมินแสดงฤทธิ์ต้านอาการซึมเศร้า (antidepressant activity) ในสัตร์ทดลองและมีการใช้สมุนไพรขมิ้นชันรักษาอาการเครียดและซึมเศร้า ในมนุษย์ตามแนวทางการแพทย์แผนจีน

การทดลองนี้ได้ทำให้หนูขาวเกิดอาการซึมเศร้าในรูปแบบ chronic unpredictable stress model ด้วยแนวคิดที่ว่าความเครียดมีผลต่อระบบ HPA axis ทำให้ฮอร์โมนความเครียดพวก glucocrticoids เพิ่มมากขึ้นและเชื่อว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เซลล์ประสาทในฮิปโปแคมปัสตายและอาจเป็นสาเหตุของอาการซึมเศร้า การศึกษานี้ให้สารเคอร์คิวมินทางปากในขนาด 5, 10 and 20 mg/kg แล้ววัดการแบ่งตัวของเซลล์ (cell proliferation) และตรวจจับสารบ่งชี้ (neuronal marker) ที่แสดงถึงเซลล์ประสาทที่โตเต็มที่ จากการทดลองพบว่าเคอร์คิวมินในขนาด 10 และ 20 mg/kg เพิ่มการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (hippocampal neurogenesis) ซึ่งผลนี้คล้ายกับการให้ยา imipramine ทางช่องท้อง ในขนาด10 mg/kg

เมื่อตรวจสอบกลไกการออกฤทธิ์เพิ่มเติมพบว่าสารเคอร์คิวมินเพิ่มจำนวนตัวรับสารสื่อประสาทซีโรโตนินชนิด 5-HT(1A) receptors และสารควบคุมการเจริญพัฒนาเซลล์ระบบประสาทที่ชื่อ brain-derived neurotrophic factor (BDNF) ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยหลายกลุ่มที่ระบุว่า ตัวรับดังกล่าวมีบทบาทกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดประสาทให้เป็นเซลล์ประสาท และการให้สารยับยั้งที่เรียกว่า receptor antagonist พบว่าทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดประสาทในบริเวณเดนเตตไจรัสของสมองส่วนฮิปโปแคมปัสลดลง

ดังนั้นสารเคอร์คิวมินที่มีอยู่ในขมิ้นชันอาจออกฤทธิ์เป็นสารต้านอาการซึมเศร้าโดยการเพิ่มจำนวนตัวรับชนิด 5-HT1A receptor และสาร BDNF นำไปสู่การเกิดใหม่ของเซลล์ประสาทในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสซึ่งทำให้หนูที่เครียดเรื้อรังจนเกิดอาการซึมเศร้ามีการฟื้นตัวดีขึ้นและอาจออกฤทธิ์ปกป้องการสูญเสียเซลล์ประสาทจากความเครียดซึ่งอาจช่วยอธิบายผลทางเภสัชวิทยาที่เกิดขึ้นได้

เอกสารอ้างอิง
• Ying Xu และคณะ, Curcumin reverses impaired hippocampal neurogenesis and increases serotonin receptor 1A mRNA and brain-derived neurotrophic factor expression in chronically stressed rats, Brain Res. (2007), doi:10.1016/j.brainres.2007.05.071




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2550 20:50:50 น.
Counter : 460 Pageviews.  

สารสกัดจากใบแป๊ะก๊วย EGb 761 เพิ่มการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส

มีรายงานการวิจัยหลายฉบับที่แสดงฤทธิ์ของสารสกัดมาตรฐานของใบแป๊ะก๊วยที่เรียกว่า Standardized Ginkgo biloba extract EGb 761 ซึ่งให้ผลที่เป็นประโยชน์ในผู้ป่วยที่เป็นโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) และในประเทศสหรัฐอเมริกาก็ใช้สารสกัดนี้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มความจำ (memory enhancers หรือ nootropics หรือ smart drugs)



โดยก่อนหน้านี้ได้มีการวิจัยพบว่าสารสกัด EGb 761 ยับยั้งการจับตัวกันของโมเลกุลเปปไทด์อะไมลอยด์เบต้า (amyloid beta oligomerization) ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทจากพิษของ amyloid beta นอกจากนี้ยังเพิ่มการทำงานด้าน cognitive ในหนูถีบจักรที่ใช้เป็นโมเดลของโรคอัลไซเมอร์


ฮิปโปแคมปัสเป็นบริเวณสมองที่รับผิดชอบการเรียนรู้และความจำ ซึ่งความจำที่ได้รับผลกระทบมากในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์คือ ประเภท declarative memory ลักษณะทางประสาทพยาธิวิทยาหลัก 2 ประการที่พบได้ในสมองของผู้ป่วยคือ neuritic plaque ที่มีองค์ประกอบเป็น amyloid beta และองค์ประกอบของเซลล์ที่ตายแล้วจับกลุ่มกันอยู่นอกเซลล์ และพบ neurofibrillary tangles ที่เกิดจาก hyper-phosphorylated tau proteins อยู่ภายในไซโตซอล




งานวิจัยนี้ได้ศึกษาผลของผลของสารสกัดใบแป๊ะก๊วย EGb 761 ต่อการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส (adult hippocampal neurogenesis) และผลของสารสกัดนี้ต่อโปรตีนที่ชื่อว่า cAMP response element binding protein (CREB) ในหนูถีบจักรที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีน TgAPP และ PS1 เพื่อใช้เป็นโมเดลของโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งโดยปกติแล้วโปรตีน CREB มีส่วนสำคัญมากในกลไกการเรียนรู้และจดจำในระดับโมเลกุล (molecular mechanism of learning and memory)



คณะวิจัยพบว่า EGb 761 เพิ่มการแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสทั้งในหนูถีบจักรอายุอ่อน (6 เดือน) และที่อายุมากแล้ว (22 เดือน) นอกจากนี้ยังเพิ่มจำนวนเซลล์ตั้งต้นของเซลล์ประสาทที่เรียกว่า neuronal precursor cells ซึ่งผลนี้มีความสัมพันธ์ตามขนาดสารสกัด EGb 761 ที่เพิ่มขึ้น (dose-dependent relationship) จากผลการทดลองยังพบว่าเซลล์ต้นกำเนิดประสาท (neural stem cells) แบ่งตัวพัฒนาไปเป็นเซลล์ประสาท (neurons) ประมาณมากกว่าร้อยละ 95 มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 1 ที่เจริญพัฒนาเป็นเซลล์เกลีย (glial cells)


นอกจากนี้พบว่า amyloid beta oligomer มีผลยับยั้งการเติมหมู่ฟอสเฟต (phosphorylation) ให้กับโปรตีน CREB และยับยั้งแบ่งตัวของเซลล์ต้นกำเนิดเพื่อสร้างเซลล์ประสาทใหม่ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัส แต่เมื่อคณะผู้วิจัยให้สารสกัด EGb 761 แก่หนูทดลองพบว่าปริมาณของ amyloid beta oligomer ลดลง และเพิ่มปฏิกิริยาการเติมหมู่ฟอสเฟตให้กับโปรตีน CREB ในสมองส่วนฮิปโปแคมปัสของหนูเหล่านั้นได้

งานวิจัยนี้ได้แสดงให้เห็นว่า
1. ผลของสารสกัดใบแป๊ะก๊วย EGb 761 ที่เพิ่มการสร้างเซลล์ประสาทใหม่อาจเกิดจากการกระตุ้นการทำงานของโปรตีน CREB
2. การกระตุ้นการสร้างเซลล์ประสาทใหม่ที่เพิ่มขึ้นจากผลของสารสกัดใบแป๊ะก๊วย EGb 761 อาจอธิบายประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคอัลไซมอร์ และผลการช่วยเพิ่มการทำงานด้าน cognitive ในหนูถีบจักรที่ใช้เป็นโมเดลของโรคอัลไซมอร์
3. สารสกัดใบแป๊ะก๊วย EGb 761 จึงมีศักยภาพในการป้องกันและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพรักษาผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์

หมายเหตุ บทความนี้อ้างอิงจากผลงานวิจัยที่ยังไม่ได้มีข้อมูลการใช้ผลิตภัณฑ์ในมนุษย์ที่สมบูรณ์เพียงพอ ผู้ป่วยหรือผู้ที่ต้องการคำวินิจฉัยเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


เอกสารอ้างอิง
1. EGb 761 enhances adult hippocampal neurogenesis and phosphorylation of CREB in transgenic mouse model of Alzheimer’s disease. FASEB J. 21, August (2007), Published available online March 13, 2007
2. Ginkgo biloba extract (EGb 761) and CNS functions: basic studies and clinical applications, DeFeudis, F. V., and Drieu, K. Curr. Drug. Targets 1, (2000) 25–58





 

Create Date : 11 เมษายน 2550    
Last Update : 11 เมษายน 2550 22:52:18 น.
Counter : 1490 Pageviews.  

วิตามิน กับ สารสื่อประสาท

วิตามินบี 6 หรือ Pyridoxal-5-phosphate (PLP) เป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทหลายชนิด ประการแรกทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์ของเอนไซม์ glutamic acid decarboxylase (GAD) ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนกรดอะมิโนกลูตามิก (glutamic acid) ให้เป็นสารสื่อประสาทกาบา (GABA) หรือ g-amino butyric acid ซึ่งออกฤทธิ์เป็นสารสื่อประสาทแบบยับยั้ง (inhibitory neurotransmitter) การทำงานเของเอนไซม์ไทโรซีนไฮดรอกซิลเลส (tyrosine decarboxylase) ยังต้องการวิตามินบี 6 เพื่อทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์สำหรับปฏิกิริยาการเปลี่ยนกรดอะมิโนไทโรซีน (tyrosine) ให้เป็นโดปามีน (dopamine) และอะดรีนาลีน (noradrenaline) อีกตังอย่างคือกรณีของ tryptophan decarboxylase ที่ใช้วิตามินบี 6 ยังเป็นโคเอนไซม์ในการเปลี่ยนกรดอะมิโนทริปโตฟาน (tryptophan) ให้เป็นซีโรโตนิน (serotonin) หรืออาจเรียกว่า 5-hydroxytryptamine (5-HT) นอกจากนี้วิตามินบียังเป็นโคเอนไซม์ของ (histidine decarboxylase) ที่เปลี่ยนกรดอะมิโนฮีสทีดีน (histidine) ให้เป็นฮีสตามีน (histamine)



วิตามินบี 5 (Nicotinamide) ในรูปของ nicotinamide adenine dinucleotide (NAD) เป็นโคเอนไซม์สำหรับเอนไซม์ hepatic tryptophan pyrrolase ซึ่งจำเป็นในการสังเคราะห์สารสื่อประสาทซีโรโตนิน วิตามินซี (Ascorbic acid) ยังเป็นโคเอนไซม์สำหรับเอนไซม์ dopamine b-hydroxylase, เอนไซม์ dihydropterin reductase และเอนไซม์ dopamine adenyl cyclase ซึ่งเกี่ยวข้องในการสังเคราะห์นอร์อะดรีนาลีนและโดปามีน



สำหรับกรดโฟลิก Folic acid และวิตามินบี 12 ทำหน้าที่เป็นโคเอนไซม์สำหรับเอนไซม์ catechol-O-methyl transferase ซึ่งทำหน้าที่สลายสารสื่อประสาทนอร์อะดรีนาลีน (noradrenaline) และโดปามีนในช่องว่างระหว่างไซแนปส์ที่เรียกว่า synaptic cleft. โฟเลต (Folate) ที่เป็นไอออนลบของกรดโฟลิกก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการสังเคราะห์ tetrahydrobiopterin ซึ่งเป็นโคแฟกเตอร์จำเป็นในการเปลี่ยนกรดอะมิโนฟีนิลอะลานีน (phenylalanine) ให้เป็นกรดอะมิโนไทโรซีน และเติมหมู่ hydroxyl ให้กับกรดอะมิโนไทโรซีนและกรดอะมิโนทริปโตฟานให้เป็นนอร์อะดรีนาลีนและโดปามีน ตามลำดับ



นอกจากนี้ในการสังเคราะห์อะซีติลโคเอนไซม์เอ (acetyl coenzyme A) ก็ต้องการกลูโคศ (Glucose) และวิตามินบี 1 (thiamin) และเมื่อโมเลกุลของ อะซีติลโคเอนไซม์เอรวมกับโคลีน (choline) ก็จะได้สารสื่อประสาทอะซิติลโคลีน (acetylcholine) ซึ่งปฏิกิริยานี้เร่งโดยเอนไซม์โคลีนอะซิติลทรานสเฟอเรส (choline acetyltransferase)




 

Create Date : 18 มกราคม 2550    
Last Update : 18 มกราคม 2550 3:12:23 น.
Counter : 752 Pageviews.  

บทบาทของวิตามินกับการทำงานของสมอง ตอนที่ 1

วิตามินจัดเป็น essential micronutrients กล่าวคือ เป็นสารอาหารที่ต้องการในปริมาณน้อยแต่มีความจำเป็นต้องได้รับ หากร่างกายได้รับสารเหล่านี้ไม่เพียงพอ (vitamin deficiency) ก็จะทำให้ไม่สามารถทำงานได้เป็นปกติจนถึงอาจทำให้เกิดโรคภัยต่างๆ ได้ วิตามินมีบทบาทต่อการทำงานของสมองทั้งในมหภาคเช่น มีส่วนในกระบวนการสร้างพลังงานให้กับสมอง มีผลต่อกระบวนการทางจิตและพฤติกรรม (mental and bahavioural process) รวมทั้งมีส่วนสำคัญในกิจกรรมทางปัญญา (cognitive performance) เมื่อเรามองบทบาทของวิตามินในระดับจุลภาคแล้วก็จะพบว่าวิตามินเป็นสารที่เซลล์ในระบบประสาท เช่น เซลล์ประสาท(neuron) และเซลล์เกลีย (glial cell) ต้องการใช้ในกระบวนการทางสรีรวิทยาพื้นฐานของเซลล์ เช่น วิตามินเป็นโคเอนไซม์ (co-enzyme) ในกระบวนการสังเคราะห์สารสื่อประสาท (neurotransmitter) เป็นต้น

องค์ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่การทำงานของสมองนั้นส่วนใหญ่ล้วนได้มาจากการศึกษาองค์ประกอบพื้นฐานของระบบประสาท คือ เซลล์ในระบบประสาทและการส่งสัญญาณทางประสาท ซึ่งการส่งข้อมูลผ่านไซแนปส์เคมี (chemical synapse) นั้นต้องใช้สารสื่อประสาทเป็นเสมือนข้อมูลที่ติดต่อกันระหว่างเซลล์ประสาทก่อนไซแนปส์ (presynaptic neuron) และเซลล์ประสาทหลังไซแนปส์ (postsynaptic neuron) ความผิดปกติและโรคของระบบประสาทต่างๆ ซึ่งได้แก่โรคทางประสาท (Neurological disorders) เช่น โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน และโรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น และโรคทางจิตเวช (Psychiatric disorders) เช่น โรคซึมเศร้า โรคชิโซฟรีเนีย และโรคกังวล เป็นต้น สาเหตุความผิดปกติส่วนหนึ่งจึงสามารถอธิบายด้วยบทบาทการทำหน้าที่ของสารสื่อประสาทต่างๆ ที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันทั้งในเชิงกระตุ้นและยับยั้ง

เดี๋ยวตอนต่อไปจะร่ายยาวว่าวิตามินช่วยสมองให้ทำงานได้อย่างไรบ้างครับ




 

Create Date : 11 มกราคม 2550    
Last Update : 12 มกราคม 2550 19:54:13 น.
Counter : 329 Pageviews.  


weerapong_rx
Location :
London United Kingdom

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




อยู่เมืองกรุงไกลนาเพื่อตามล่าฝัน
Friends' blogs
[Add weerapong_rx's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.