Our Memory Specail โรงละครกริฟฟินดอร์
ตอนพิเศษที่เขียนแก้ความเศร้าของเรื่องจริง โฮ ก็เค้าสงสารคุณทอมนิ่
########################
ละครเวทีของบ้านกริฟฟินดอร์

รายชื่อตัวละครและทีมงาน

เขียนบท คัดเลือกนักแสดง และกำกับการแสดง : เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์

พิธีกรและผู้ภาค : ลีย์ จอร์แดน

นักแสดงนำ
จินนี่ วิสลีย์ รับบท หญิงสาว
รอน วิสลีย์ ,, พ่อของหญิงสาว
แฮร์รี่ พอตเตอร์ ,, ท่านดยุค คู่หมั้น
ปัทมา พาร์ติล ,, ต้นห้องของหญิงสาว
....................... ,, ชายหนุ่ม (ผู้คัดเลือกตัวแสดงขอสงวนสิทธิ์ไม่แสดงชื่อจริงของพระเอก)

โรงละคร : ห้องนั่งเล่นบ้านกริฟฟินดอร์

หน้าม่าน : (ลีย์ จอร์แดนเดินเข้ามา—ผู้ชมปรบมือ)

ลีย์ : สวัสดีคร๊าบ ทุกท่านกระผมลี จอร์แดนรับหน้าที่เป็นพิธีกรและผู้ภาคข้างสนามเอ๊ย ข้างเวทีของละครเวทีประจำปีของบ้านกริฟฟินดอร์เพื่อเป็นการฉลองแชมป์ถ้วยควิชดิชประจำปีนี้นะครับ พูดถึงควิชดิช แหม น่าประทับใจจริงๆที่ทีมสิงห์คำรามกริฟฟินดอร์สามารถเอาอสรพิษจอมโกงสลิธิรินได้ ต้องขอบคุณซีกเกอร์คนเก่ง แฮร์รี่ พอตเตอร์ และคีปเปอร์คู่ใจ รอน วิสลีย์ที่ปีนี้ทำผลงานได้น่าพอใจกว่าปีที่แล้วนะครับ แหม นำไปตั้ง......(เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์เดินออกมาหน้าฉาก)

เฮอร์ไมโอนี่ : ลีย์ พอได้แล้ว อย่ามัวเสียเวลารายงานผลควิชดิช ทุกคนเขาก็รู้กันหมดแล้วล่ะนั่นน่ะ

ลีย์ : โอ๊ะ โทษทีเฮอร์ไมโอนี่ เอ้ย ท่านผู้กำกับ มันเผลอ ๆ เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่านะครับ

(ม่านเปิดทำให้เห็นฉากคฤหาสน์หลังใหญ่ มีห้องนอนติดระเบียงอยู่ทางด้านขวา ตัวห้องรับแขกอยู่ทางด้านซ้าย ไฟส่องไปที่ห้องนั่งเล่น พ่อของหญิงสาวกับคู่หมั้นหนุ่มนั่งอยู่ รอน วิสลีย์(พ่อ)อยู่ในชุดอยู่กับบ้านแบบโบราณ ติดหนวดและเคราดูแก่มากๆ แฮร์รี่ พอตเตอร์(คู่หมั้น) อยู่ในชุดขี่ม้าแบบคุณชายผู้สูงศักดิ์ ทั้งคู่กำลังสนทนากันอย่างออกรส)

พ่อ : แหม ถ้าให้พูดถึงของเล่นเวทมนต์ สมัยนี้ไม่มีร้านไหนสู้ของร้านเกมกลของวิสลีย์ที่ตรอกไดแอกอนเลยนะ ของเขาดีจริงๆ

คู่หมั้น : (ยิ้มเรื่อย ๆ พลางจิบน้ำชา) นั่นสิครับ

(รอน แฮร์รี่ใครใช้ให้โฆษณาร้านของเฟร็ดกับจอร์จยะ---แค่นี้ในโรงเรียนยังมีของแสบๆของพวกนั้นไม่พอเหรอ แล้วเธอก็เป็นพรีเฟ็คนะรอน ควรจะ....อุ๊บ---ลีย์อุดปากผู้กำกับก่อนจะลากไปข้างฉาก, แฮร์รี่กับรอนถอนหายใจ)

พ่อ : (กระแอม) แฮ่ม มาเข้าเรื่องกันเถอะ แฮร์รี่ เอ้ย ท่านดยุค ท่านก็หมั้นกับลูกสาวฉันมานานแล้ว คิดจะจัดการตบแต่งกันให้เรียบร้อยเสียทีหรือยัง

คู่หมั้น : (อ้ำอึ้ง) เอ่อ...ก็...(หน้าแดงทำไมแฮร์รี่ ละครนะละคร ในบทเธอต้องรีบกระตือรือร้นรับสิ) ครับผม ผมว่าแต่งเลยก็ดี (คนดูเฮ)

พ่อ : ดีมาก ดีมาก ทีนี้ฉันจะได้นายมาเป็นน้องเขย เอ๊ย ลูกเขยเสียที

(ทั้งคู่หัวเราะชอบใจ แล้วก็ดื่มน้ำชากันต่อ ไฟดับ---โอ๊ย ไอ้เครานี่ร้อนชะมัด แฮร์รี่นายว่าเฮอร์ไมโอนี่หาใครมาเป็นพระเอก
เนี่ย ตอนแรกฉันนึกว่าเขาจะเลือกนายเสียอีก, ไม่รู้เหมือนกันแฮะรอน)

(ไฟส่องที่ฉากห้องนอนด้านขวา ต้นห้องของหญิงสาวกำลังจัดเตียง ขณะที่หญิงสาวในชุดเตรียมเข้านอนกำลังนั่งแปรงผม
ยาวสลวยสีแดงเพลิงของเธออยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง)

ต้นห้อง : แหม ได้ข่าวว่าท่านดยุคเอ่ยปากบอกจะจัดงานแต่งงานกับคุณหนูแล้วนะคะ น่าดีใจจริงๆ

หญิงสาว : (หน้าแดงเข้ากับสีผม) อย่าพูดเลยน่า

ต้นห้อง : ทำไมล่ะคะ ท่านดยุคออกจะสง่าปานนั้น ถึงจะเรียนไม่ค่อยเก่ง เล่นเป็นแต่ควิชดิช แล้วก็เต้นรำไม่ได้เรื่องเลยก็
เถอะ (ข้อหลังนี่ดิฉันพิสูจน์เองเมื่อตอนงานเลี้ยงตอนปี 4 ค่ะ---ปัทมา......,โทษทีเฮอร์ไมโอนี่ อ้อ แฮร์รี่ด้วยจ๊ะ)

หญิงสาว : ออกไปเถอะ ฉันจะเข้านอนแล้ว

(ต้นห้องออกไป หญิงสาวเดินไปที่ระเบียง)

หญิงสาว : (ถอนใจเบา ๆ) เฮ้อ ทำไมเราถึงไม่ดีใจนะ เราเองก็ชอบท่านดยุคมากมาตั้งนานแล้ว แต่ทำไมในระยะหลัง ๆ เราถึงได้....คิดถึงแต่เขาคนนั้น คนที่เจอกันเพียงครั้งเดียว (ถอนใจอีกครั้งพลางมองไปยังดวงจันทร์)

(เอ๊ะ! ดวงจันทร์ไปไหน ดีน เนวิล ใครเป็นคนติดดวงจันทร์น่ะ, อยู่นี่เฮอร์ไมโอนี่, ดีมาก ขอบใจจ้ะรอน, ดีน ติดดวงจันทร์ก่อนเร็ว เดี๋ยวๆ เนวิล เธอไปปิดไฟก่อนสิ)

(ไฟดับวูบทั้งโรงละคร---อ๊าย เนวิลไม่ใช่ปิดไฟทั้งโรง แค่ฉากนั้นก็พอ, โอ๊ย มืดไปหมดเลยแฮะ แฮร์รี่ นายอยู่ไหน, ฉันอยู่ข้างหลังนายไงรอน, ไหนๆ หวา, โอ๊ย รอน นายนั่งทับฉันอยู่นะ ลุกเร็ว, โทษๆแฮร์รี่, ฉันว่าแว่นตาฉันหลุดไปไหนนะ)

(ไฟสว่างอีกครั้ง บนฟ้ามีดวงจันทร์ลอยอยู่เรียบร้อย--- เฮ้อ ค่อยยังชั่ว ต่อได้เลย, เดี๋ยวเฮอร์ไมโอนี่ แว่นตาฉันหาย ฉันมองอะไรเห็น, เอาน่า ยังไม่ถึงฉากเธอแฮร์รี่ เดี๋ยวค่อยหา)

(ชายหนุ่มเดินออกมาจากฉากด้านข้าง เขาใส่เสื้อผ้าโบราณเหมือนกัน แต่สีเข้มออกดำเข้ากับสีผมของเขา ดวงตาสีเทาเป็นประกายอบอุ่น---ผู้ชมสาวๆ กรี๊ด—ใครน่ะ หล่อจังเลย, ใครฟะ นายเคยเห็นหมอนี่ไหมแฮร์รี่, ฉันมองไม่เห็นหน้าเขาหรอกตอนนี้น่ะ หาแว่นให้ฉันก่อน)

ชายหนุ่มร้องเรียกหญิงสาวอยู่ข้างล่างระเบียง

ชายหนุ่ม : จินนี่ ฉันขึ้นไปนะ

หญิงสาว : เดี๋ยวค่ะ ในบทฉันไม่ได้ชื่อจินนี่นะ (ชายหนุ่มปีนระเบียงขึ้นมาอยู่ตรงหน้าเธอ—อุ้ย คุณมาโวโล่ มาได้ยังไงคะ)

ชายหนุ่ม : (ก้มลงกระซิบ—ฉันมาธุระแถวนี้เลยแวะมาน่ะ พอดี มิสเกรนเจอร์เขาให้ช่วยมาแสดงละครน่ะ) คุณหนู ผมมาเพื่อทวงถามสิ่งหนึ่งจากท่าน

หญิงสาว : (หน้าแดงเพราะอยู่ชิดกันมาก) อะไรเหรอคะ (เฮ้ เฮอร์ไมโอนี่ เธอไปคุ้ยไอ้หมอนั่นมาจากไหน แล้วทำไมมัน
ต้องมายืนชิดน้องสาวฉันขนาดนั้นด้วย, ตามบทน่ารอน ฉันเห็นเขาเดินอยู่ที่ระเบียงหน้าห้องเรา ใส่เสื้อคลุม
เดิร์มแสตรงค์ คงมาทัศนศึกษาน่ะ เลยขอยืมตัวมา, เชอะ เพื่อนวิกกี้นี่เอง)

ชายหนุ่ม : (กระซิบที่ข้างหูอีกครั้ง---ผู้ชมกรี๊ด—ฉันมาธุระแล้วก็เลยแวะมาหาเธอน่ะ--แล้วพูดดังให้ทุกคนได้ยิน) คุณคงรู้ว่า ผมคิดถึงมาก

หญิงสาว : (พึมพำเบา ๆ---ขอบคุณที่แวะมานะคะ—) ฉันทราบค่ะ

ชายหนุ่ม : (ถามเบาๆ—แล้วรู้ไหมว่า....ฉันก็คิดถึงเธอมาก—หญิงสาวหลบตา) แล้วคุณล่ะ คิดถึงผมบ้างไหม

หญิงสาว : (หน้าแดงกว่าสีผม) ฉันก็...คิดถึงเธอ

ชายหนุ่ม : (ถามเบา ๆ –เฉพาะในบทหรือเปล่า หญิงสาวส่ายหน้า) งั้นคุณไปกับผมเถอะ ออกไปสู่เส้นทางของความรักที่สวยงาม (เขาลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างเอ็นดู)

(โอ๊ย ทำไมแต่งบทซะเลี่ยนขนาดนี้เนี่ยเฮอร์ไมโฮนี่ ไม่ไหวแล้วนะ แหวะ, แล้วตอนบอกให้ช่วยแต่งทำไมไม่มาช่วยล่ะรอน , เชอะ นายดูสิแฮร์รี่, ฉันบอกว่า ฉัน-มอง-ไม่เห็นไงรอน ช่วยฉันหาแว่นหน่อย)

(ชายหนุ่มประคองหญิงสาวลงมาจากระเบียง ทั้งคู่กำลังจะออกไป)

(รอน แฮร์รี่ พ่อกับคู่หมั้นต้องออกไปเห็นแล้วนะ เร็ว, เฮอร์ไมโอนี่ฉันยังหาแว่นไม่เจอเลย, เอ้านี่แฮร์รี่ อยู่ใต้โต๊ะแน่ะ, ขอบใจ ดีน ออกไปเหอะรอน ฉันจะได้ดูหน้าพระเอกที่นายหมันไส้เสียที)

ชายหนุ่ม : (พึมพำ ไอ้พอตเตอร์มาแล้ว) จินนี่ ฉันมีธุระด่วน ต้องไปก่อนแล้วล่ะ ฝากขอโทษคุณผู้กำกับด้วยนะ (ชายหนุ่มหลบแว่บออกจากฉากไปตอนที่พ่อกับคู่หมั้นหญิงสาวเข้ามาพอดี)

พ่อ : หยุดนะ เจ้าหัวขโมย (เฮ้ นายจะไปไหนน่ะ ตามบทนายต้องเผชิญหน้ากับพวกฉันสิ-ใช่ จะไปไหน หยุดเขาไว้เร็ว , หายไปแล้วล่ะ เฮอร์ไมโอนี่ ไวชะมัด หยั่งกะเป็นควันไปงั้นแหละ, เอาไงดีเนี่ย รอน เธอต่อให้จบที โอ้ย ฉันจะไม่เชื่อใจพวกต่างโรงเรียนอีกแล้ว)

พ่อ : (เดินมาจับมือลูกสาวเข้ากับคู่หมั้นแบบหน้ามึน) เอ่อ...ก็...แล้วทั้งสองก็ครองรักกันอย่างมีความสุข (ปิดม่าน)

(หลังม่าน---รอน จบง่ายไปแล้ว จะบ้าเหรอ ละครฉันพังหมดแล้ว, แล้วมันความผิดฉันเหรอ, ก็ช่วยกันหน่อยไม่ได้รึไงเล่า, นี่พวกนาย เสียงทะเลาะดังไปถึงหน้าเวทีแล้ว เอ๊ะ จินนี่อะไรอยู่ที่ผมเธอแน่ะ, อะไรเหรอแฮร์รี่)

(จินนี่ดึงดอกไม้ที่พันอยู่ที่ผมเธอออกมา ดอกเดซี่สีเหลืองกับกระดาษแผ่นๆ ฉันคิดถึงเธอ แล้วจะแวะมาหาเธอบ่อยๆนะจินนี่ , อ้าว เป็นอะไรไปน่ะ หน้าแดงเชียว, ไม่มีอะไรรอน---พึมพำกับดอกไม้ หนูก็คิดถึงคุณ แล้วเจอกันนะคะ)

จบแล้ว



Create Date : 06 มกราคม 2548
Last Update : 6 มกราคม 2548 17:43:49 น.
Counter : 301 Pageviews.

2 comment
Our Momory การกลับมาของทอม ริดเดิ้ล
ฟิกแฮร์รี่เรื่องแรกของนะโอ (ก่อนเข้าสู่วงการวาย) เป็นฟิกสุดเลิฟ โดยเฉพาะคุณพระเอก เขียนเองหลงเองเลยล่ะค่ะ
#############################

Part 1

เสียงนาฬิกาที่ห้องโถงดังติ่กต่อกบอกเวลาล่วงเลยเกือบค่อนคืนแสงจันทร์กระจ่างฟ้าส่องให้เห็นทางเดินอันเงียบเชียบไร้ผู้คนที่วันนี้ดูจะยิ่งเงียบเหงาเป็นพิเศษเพราะเป็นช่วงหลังจากงานเลี้ยงครั้งใหญ่ฉลองการจบการศึกษา นักเรียนทุกคนเข้านอนกันไปเกือบหมดแล้ว ยกเว้นสองร่างที่ยืนอยู่บนระเบียงทางเดิน

เด็กสาวในชุดราตรียาวเอ่ยตะกุกตะกักกับร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า

"ริดเดิ้ล...ฉันมีอะไรจะบอกเธอ..." เด็กสาวหน้าแดงเรื่อก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ

"ฉันรักเธอนะ....รักมาตั้งหลายปีแล้ว...จนเราเรียนจบ....เธอ...จะ....คบกับฉันได้ไหม"

ทอม มาโวโล ริดเดิ้ล มองภาพเด็กสาวที่ยืนก้มหน้าอย่างรอคอยคำตอบ เขาแอบเบะปากพลางถอนหายใจ

อย่างเบื่อหน่ายเหลือแสน แล้วก็กลับปั้นหน้าเป็นรอบยิ้มอบอุ่น

"ขอโทษนะ ฉันคงตอบรับความรู้สึกของเธอไม่ได้"

เด็กสาวมีสีหน้าผิดหวัง น้ำตาไหลรินลงมาบนแก้ม ทอมเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน รอจนเธอหยุดร้องไห้แล้วเดินจากไป เขาจึงค่อย ๆ หันหลังกลับ อดถอนใจอย่างเบื่อหน่ายอีกครั้งไม่ได้

"อ่อนโยนเหมือนเดิมนะ ทอม" เสียงก้องกังวานดังขึ้นจากทางเดินก่อนที่ร่างในชุดเสื้อคลุมสีฟ้าสดใสสำหรับงานเลี้ยงจะก้าวออกมา "ขอโทษทีนะ ไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง พอดีครูเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่"

"ไม่เป็นไรครับ ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์" ทอมบอกอาจารย์สอนวิชาแปลงร่างด้วยเสียงเรียบ ๆ

ดัมเบิลดอร์มองไปทางเด็กสาวซึ่งเดินเช็ดน้ำตาไปอีกทาง "เด็กคนนั้นก็น่ารักดีนี่นา"

"ผมไม่มีเวลาสนใจกับเรื่องนั้นหรอกครับ" ทอม ริดเดิ้ลพูดอย่างสุภาพ เขามีแผนการที่ยิ่งใหญ่สำหรับตัวเอง

หลังจากเรียนจบจากฮอกวอตส์เรียบร้อยแล้ว

ผู้เป็นอาจารย์มองหน้าลูกศิษย์หนุ่มรูปงามแล้วเอ่ยยิ้มๆ "เธอไม่เคยได้ยินหรือ การที่เรารักใครสักคนและทำให้เขามีความสุขนั้นมีคุณค่ามากนะ"

เด็กหนุ่มถอนใจพลางยิ้มน้อย ๆ แบบพอเป็นพิธี "ผมขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแต่เช้า"

"ทอม เธอจะรักใครบ้างไหม" ดัมเบิลดอร์ถามเสียงอ่อนๆ

ทอม ริดเดิ้ลชะงัก นอกจากตัวเองและแม่ของเขาที่ตายไปแล้วน่ะหรือ.... เขาหันไปยิ้มอีกครั้ง

"คงมีสักวันครับ...อาจารย์....คงสักวัน"

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

ความทรงจำของทอม ริดเดิ้ลลืมตาขึ้นมาในความมืด อากาศเย็น อับ และชื้น เสียงน้ำหยดติ๊งๆ กระทบกับกำแพงหิน

"ฝันเรื่องเก่าๆ" เขาคิดอย่างหงุดหงิด เสียงหายใจพรืด ๆของหางหนอนดังมาจากที่ใดที่หนึ่งใกล้ ๆ ร่างผอมซีดของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ยังคงหลับสนิทอยู่ตรงหน้า

เกือบสามปีแล้วหลังจากที่เขาเกือบจะสูญสลายไปหลังจากไอ้เด็กแฮร์รี่ พอตเตอร์ใช้เขี้ยวของบาซิลิสก์ทำลายสมุดบันทึกของเขา ยังดีที่ความทรงจำของทอมพร้อมกับพลังที่เหลืออยู่เล็กน้อยหนีรอดออกมาได้ เป็นเวลาใกล้เคียงกับที่ร่างของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ในปัจจุบันเรียกหาเขาพอดี

เจ้าแห่งศาสตร์มืดรับเอาความทรงจำที่หลงเหลือนี้มารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เขามีส่วนช่วยในการทำให้ตัวเขาเอง ในตอนนี้สามารถมีกายเนื้อกลับมาอีกครั้งหนึ่ง การกลับมาที่ยิ่งใหญ่พร้อมกับแผนการล้างแค้นแฮร์รี่ พอตเตอร์และสมาชิกภาคี แม้ตอนนี้จะยังไม่สำเร็จ สามารถกำจัดได้เพียงศัตรูตัวเล็ก ๆ อย่างซีเรียส แบล็ค แต่การทำให้ไอ้เด็กพอตเตอร์นั่นทรมานกับการสูญเสีย ก็ทำให้ความทรงจำของทอม ริดเดิ้ลในร่างโวลเดอร์มอร์สะใจไม่น้อย

บางครั้งที่พลังของโวลเดอร์มอร์มีมากหรือยามที่จอมมารต้องการพักผ่อน เขาจะปลดปล่อยความทรงจำ
ของทอมให้ออกไปสืบข่าวต่าง ๆ โดยแบ่งพลังให้เล็กน้อยเช่นวันนี้เป็นต้น

"ไปไหนดีนะ" ทอม ริดเดิ้ลที่มีสภาพคล้ายหมอกสีขาวบางเบาคิดในใจ "ไปบ้านลูเซียสดีกว่า เจ้านั่นอาจจะมีข่าวอะไรบ้าง" เขาใคร่ครวญก่อนจะค่อยๆลอยสูงขึ้น

ฉับพลันนั้นทอมก็เข้ามาอยู่ในห้องสมุดของคฤหาสน์มัลฟอย แต่ดูเหมือนวันนี้ลูเซียสจะยังไม่เข้ามาในห้องสมุด ควันบางเบาค่อยๆ ชัดขึ้นๆ จนกลายเป็นร่างของเด็กหนุ่มร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลาคนเดิม นี่เป็นผลจากพลังของโวลเดอร์มอร์ แม้ว่ามันจะไม่คงอยู่ถาวรนัก

ทอมเดินไปดูหนังสือที่เรียงเป็นตั้งบนชั้นติดผนัง มีแต่ตำรายาพิษ...สมเป็นลูเซียส เขาคิดพลางไล่สายตาไปตามชั้นต่าง ๆ จนสะดุดเข้ากับสมุดเล่มหนาปกหนังเก่าโทรมที่คุ้นตา "สมุดของเรา"

สมุดบันทึกของทอมที่แฮร์รี่พอตเตอร์ยื่นให้ลูเซียส มัลฟอยพร้อมกับแนบถุงเท้าของเขาไปด้วย ลูเซียสโยนมันให้ด็อบบี้จนเจ้าเอลฟ์บ้านเป็นไทแก่ตัว

"ลูเซียสคงจะเก็บเอาไว้ ไม่กล้าทิ้งล่ะสิ" ร่างความทรงจำของทอมพึมพำ เขาหยิบสมุดออกมาดู รอยเขี้ยวของบาซิลิสก์ฝังลึก หน้ากระดาษฉีกขาดกรอบเกรียมจนเขาเกือบจะโยนมันทิ้ง แต่แล้วกระดาษแผ่นหนึ่งก็หลุดออกมาจากหน้าสุดท้าย

กระดาษสีน้ำตาลเก่ากรอบคร่ำคร่า แต่ยังไม่มีร่องรอยเขี้ยวหรือฉีกขาด อาจจะเพราะอยู่ลึกที่สุด มันจึงยังไม่ถูกทำลาย

ทอมหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู "น่าสนใจ" เขาคิด "ตอนนี้เราเองเข้าไปในฮอกวอตส์ไม่ได้ อาเขตของโรงเรียนต้องกั้นเวทย์จากศาสตร์มืดแน่" แต่ถ้ามีคนนำสื่อเช่นตอนที่จินนี่ วีสลีย์เอาสมุดบันทึกของเขาเข้าไปเมื่อสามปีที่แล้วก็ไม่ยากนัก

ทอมใคร่ครวญ ที่นี่คนที่จะเอาของเข้าไปในฮอกวอตส์ได้ก็ต้องเป็น.....

"ก่อก ก่อก" เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทอมรีบกลับเป็นร่างโปร่งใส เขาวางกระดาษแผ่นนั้นไว้บนโต๊ะ เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะมีเสียงเรียก "เดรโกครับ ผมเข้าไปนะครับพ่อ"

เดรโก มัลฟอยเปิดประตูเข้ามา "ผมจะบอกว่าผมจะไปโรงเรียนพรุ่งนี้แล้วนะ" เขามองไปรอบ ๆ "อ้าว ไม่อยู่นี่ ทำไมเมื่อกี้ได้ยินเสียงเหมือนมีคนเดินในห้อง" เดรโกเดินมาที่โต๊ะ เขาหยิบกระดาษบนโต๊ะขึ้นมาดู "กระดาษเก่าๆ" เด็กหนุ่มงึมงำ

ทอมซึ่งแอบมองอยู่เกิดความคิดบางอย่าง เขามองเพ่งไปที่กระดาษนั้นจนมันปรากฏตัวอักษรขึ้น

"เอากระดาษแผ่นนี้ติดไปโรงเรียนด้วย"

เดรโกอ่านข้อความแล้วเบะปาก "คราวนี้จะทำอะไรอีกล่ะ พ่อนะพ่อ วุ่นวายชะมัด"

เขาบ่นก่อนจะพับกระดาษแผ่นนั้นใส่เสื้อคลุม เงาโปร่งใสของทอมยิ้มบาง ๆ

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

เดรโก มัลฟอยหงุดหงิดมากตั้งแต่วันเปิดเทอม นอกจากเขาจะหาเรื่องศัตรูคู่อาฆาตอย่างแฮร์รี่ พอตเตอร์กับวิสลีย

์และเกรนเจอร์เพื่อนของมันไม่ได้เพราะมีคนอารักขาพวกมันเต็มไปหมดแล้ว เรื่องที่เขาถูกสมาชิกชมรม ก.ด.สาปให้เป็นปลิงแล้วยัดเข้าไปในตู้รถไฟเมื่อปลายเทอมที่แล้วดูเหมือนจะยังดังอยู่ พวกเด็กนักเรียนพากันมองมาที่เขาแล้วหัวเราะกันคิกคัก นั่นยิ่งทำให้เดรโกหน้าหงิกมากขึ้นไปอีก

"ฮึ่ย" เด็กหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาทำท่าเหมือนอยากจะไปขย้ำคอใครสักคน แต่ทุกคนหลบวูบกันไปหมดแม้แต่สมุนคู่ใจอย่างแครบกับกอยล์ เดรโกหันรีหันขวาง เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อหาอะไรมาทำลายแทนแก้ขัด ในตอนนี้เขามีเพียง....

เขาหยิบเอากระดาษเก่าคร่ำนั้นขึ้นมา ทายาทคนเดียวของนายลูเซียส มัลฟอยขยำกระดาษจนเป็นก้อนก่อนจะเขวี้ยงมันลงไปจากบันได

"ยุ่งยากชะมัด เอาเข้ามาให้แล้ว แค่นี้คงนะพ่อ"


กระดาษแผ่นนั้นกลิ้งตกลงไประหว่างซอกมุมมือเล็ก ๆ ข้างทางเดิน มันหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้นราวกับรอเวลา


จนเมื่อล่วงเข้ายามดึกสงัด ฟิลช์เดินถือตะเกียงตรวจตามทางเดินกึกกักผ่านไปพร้อมกับแมวคู่ใจ คุณนายนอร์ริสเห็นก้อนกระดาษนั้นแล้ว มันทำท่าจะเข้ามาดมแต่รังสีบางอย่างทำให้มันชะงักกึกพร้อมกับถอยหนีไปทันที

"เป็นอะไรไปเหรอหวานใจ กลัวอะไร" ฟิลช์เดินตามนางแมวไปอย่างแปลกใจ

เงาของภารโรงหายไปจากโถง ก้อนกระดาษขยับไหวเล็กน้อย ก่อนที่มันจะค่อย ๆ คลี่คลายตัวเองกลายเป็นกระดาษ

แผ่นเรียบดังเดิม กลุ่มควันบาง ๆ ลอยออกมามากขึ้นๆ จนมันรวมตัวกันกลายเป็นรูปรอยของเด็กหนุ่ม ทอม ริดเดิ้ล ยืนยิ้มเย็นอยู่

"แค่นี้ก็เรียบร้อย รอก่อนเถอะ แฮร์รี่ พอตเตอร์"

Part 2

ทอม ริดเดิ้ลก้าวออกจากห้องโถงอย่างช้าๆโดยไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย ใครจะจำเด็กหนุ่มคนที่เคยเรียนที่นี่เมื่อกว่า 30 ปีมาแล้วได้

แถมตอนนี้ก็ดึกสงัด ไม่มีใครโดยเฉพะยิ่งเจ้าภารโรงกับแมวสกปรกนั่นเดินออกไปแล้ว ทอมเอามือไขว้หลังเดินสำรวจระเบียงของฮอกวอสต์ไปอย่างสบายอารมณ์

สามปีแล้วสินะ ตั้งแต่ตอนที่เขาออกจากสมุดบันทึกและควบคุมจินนี่ วีสลีย์ เขาก็ออกเดินสำรวจฮอกวอตส์ในร่างของเด็กหญิงแต่ตอนนี้เขาสามารถเดินไปไหนได้ด้วยร่างของตนเอง โรงเรียนไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลย ไม่ว่าตอนนี้หรือเมื่อตอนที่เขาเรียนอยู่ ระเบียงยาวเพดานสูง....อาจจะมีรูปภาพบนผนังเพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้น

ทอมสะดุดฝีเท้าเมื่อเขาได้ยินเสียงเดินตามมาจากด้านหลัง ร่างความทรงจำของจอมมารค่อยๆ คลายตัวจนเป็นควันโปร่งใสอีกครั้ง เขาลอยขึ้นไปบนเพดานเพื่อรอสังเกตผู้ที่มาทีหลัง

แม้ดอาย มูดดี้เดินมาจากเงามืด ใบหน้าโหดกับแก้มตอบและดวงตาเทียมนั้นดูประหลาดใจเมื่อไม่เห็นคนที่เขาตามมา "เมื่อกี้ยังเห็นเงาอยู่เลยนี่นา" เขาพึมพำเสียงแหบ เสียงกุกกักดังขึ้นก่อนที่ร่างอีกร่างหนึ่งก้าวมาจากทิศทางตรงข้าม หญิงสาวผมสีชมพูเจิดจ้าดูขัดกับสถานที่อย่างรุนแรง

เธอเอ่ยทักแม้ดอาย "หาอะไรอยู่เหรอคะ"

"อ้อ ท็องส์, ฉันคิดว่าฉันเห็นใครมาเดินอยู่ที่ระเบียงน่ะ"

ท็องค์หันไปสำรวจบ้าง "ไม่มีนี่คะ ฉันเดินตรวจมารอบหนึ่งแล้ว คุณกังวลมากไปล่ะมั้ง"

แม้ดอาย มูดดี้พ่นลมหายใจออกทางจมูกดังพรืด "เหอะ จะไม่ให้กังวลได้ยังล่ะ ดัมเบิลดอร์ถูกเรียกไปช่วยงานที่กระทรวง ตอนที่คนทีคุณรู้ว่าใครโผล่มาแล้ว.....ถึงจะให้สมาชิกภาคีมาช่วยดูแลโรงเรียนแทนก็เถอะ"

"เอาเถอะน่า" ทองค์หัวเราะขันท่าทางขัดใจของอีกฝ่าย "แค่สองวันเอง เดี๋ยวมะรืนนี้อาจารย์ก็กลับมาแล้ว เดินตรวจต่อเถอะค่ะ" หญิงสาวรุนหลังชายชราไปตามทางเดิน

ทอมรอจนทั้งสองหายไปในเงามืดจนลับตาแล้ว เขาค่อย ๆ ลอยลงมาแต่ยังคงร่างโปร่งใสไว้ "ดัมเบิลดอร์ไม่อยู่เรอะ ดีสิ" เขายิ้มเย็น "ตอนแรกคิดว่าจะมาแค่สืบข่าว แต่ตอนนี้ตัวเราเองอาจจะลงมือทำอะไรได้ก็ได้" เด็กหนุ่มหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลอยต่อไปตามทางเดิน


เช้าวันต่อมานักเรียนทั้งโรงเรียนรวมตัวกันอยู่ที่โรงอาหารเหมือนเดิม แฮร์รี่ รอน และเฮอร์ไมโฮนี่กินอาหารเช้าพลางปรึกษากันอยู่

"แฮร์รี่ นายจะไปฮอกมี๊ดไหมวันนี้" รอนถาม แฮร์รี่ซึ่งยังคงเศร้าซึมกับการจากไปของซีเรียสหันไปมอง เขาแทบจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันหยุด

"พวกนายไปเหอะ ฉันไม่อยากออกไปไหน" แฮร์รี่ว่า
รอนกับเฮอร์ไมโอนี่สบตากันอย่างกังวล เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงอ่อน "ไปเถอะน่าแฮร์รี่ อากาศหนาวๆอย่างนี้ ดื่มบัตเตอร์เบียร์อุ่นๆสักเหยือกก็ดีนะ"

"ช่าย ช่าย" รอนว่า "แถมเราจะได้ไปลองของระเบิดเหม็นรุ่นใหม่ที่เฟร็ดกับจอร์จส่งมาให้ฉันทดสอบก่อนวางขายด้วยนะแฮร์รี่"

เฮอร์ไมโอนี่ถลึงตามองรอนอย่างกับจะบอกว่า เล่นเป็นเด็กอยู่ได้ เธอเป็นฟรีเฟ็คแล้วนะรอน แต่รอนทำเป็นมองไม่เห็นสายตานั้น

แฮร์รี่ยิ้มให้เพื่อนทั้งสอง เขารู้ว่ารอนกับเฮอร์ไมโอนี่พยายามทำให้เขาหายเศร้า

"เอ้า ไปก็ได้ ดีเหมือนกัน"

ตอนสายวันนั้นนักเรียนส่วนใหญ่จึงออกไปจากโรงเรียน โดยไม่มีใครรู้ว่า ณ มุมมืดมุมหนึ่ง เงาของเด็กหนุ่มสายตาเย็นชากำลังจ้องมองพวกเขาอยู่

จากมุมของห้องโถง ร่างโปร่งใสค่อย ๆ ชัดขึ้นอีกครั้งจนเป็นร่างปกติ เขาสวมเสื้อคลุมของสลิธีรินที่ไม่ได้ใส่มานานแล้วเดินออกมาอย่างสบาย ๆ โดยไม่มีพิรุธแม้แต่น้อยแม้เมื่อสวนทางกับแม้ดอาย มูดดี้อีกครั้ง เขายิ้มทักอีกฝ่าย "สวัสดีครับ" ก่อนจะเดินจากมา

แม้ดอาย มูดดี้มองตามหลัง "ท่าทางคุ้น ๆ ยังไงไม่รู้นะ เด็กคนนั้น" เขาเพียงแต่คิดแล้วก็ผ่านเลยไป ตาของเขาไม่สามารถจับเวทศาสตร์มืดอันแสนเบาบางในร่างของทอมได้เลย

ทอม ริดเดิ้ล สังเกตเห็นทุกอย่างแล้ว แฮร์รี่ พอตเตอร์ออกไปข้างนอก ดังนั้นเขาจึงคิดว่าเขาควรรอเวลาในตอนค่ำ เมื่อมันกลับมาและสมาชิกภาคีถอนกำลังออกไปก่อนที่ดัมเบิลดอร์จะกลับ เขาจะจัดการไอ้เด็กพอตเตอร์นั่น....แต่ด้วยวิธีไหนทอมยังนึกไม่ออก ตอนนี้เขา

จึงกะว่าจะหาที่สงบๆคิดแผนการณ์เงียบ ๆ สักพัก ที่ไหนจะดีไปกว่า.........

เด็กหนุ่มร่างสูงเดินมาจนถึงชั้นสามอันเป็นเขตหวงห้าม เขาไม่ได้เข้าไปถึงด้านใน เพียงแต่หยุดตรงโถงบันได้ ด้านล่างหัวมุมของตัวตึกต่อกับเสาหินมีรูปงูตัวเล็ก ๆ สลักอยู่ มันกลมกลืนกับพื้นผิวกำแพงจนหากไม่รู้มาก่อนก็คงไม่มีทางสังเกตเห็น

ทอมก้มลงลูบรูปสลักนั้นสามครั้ง ก่อนจะพึมพำรหัส
"บาซิลิสก์ ในนามของซาลันซา สลิธิรินผู้ยิ่งใหญ่"
ทันใดนั้นกำแพงอิฐก็ค่อย ๆ ยุบลงเปิดทางเป็นช่องให้เห็นบันไดก้าวสูงขึ้นไป เด็กหนุ่มยิ้ม "ยินดีต้อนรับกลับบ้าน" เขาก้าวขึ้นไปบนบันไดที่เริ่มหมุนขึ้นไปสู่ด้านบน (คล้ายกลับบันไดห้องอาจารย์ใหญ่) แล้วประตูก็ค่อย ๆ เลื่อนปิดกลับเป็นกำแพงดังเดิม

ร่างความทรงจำของโวลเดอร์มอร์รอจนบันไดมาถึงยอดสุด เขาเปิดประตูเข้าไปยังห้องมืดทึบ

"ไม่มีใครเข้ามา ฝุ่นคงหนาแล้ว" เขาคิด นั่นสิไม่มีใครเข้ามาใช้ตั้งนานมาก ใครล่ะจะรู้ว่ามีห้องลับนี้อยู่นอกจากทายาทของสลิธิรินแบบเขา ทอมเดินไปเปิดหน้าต่างออก แสงสว่างจึงส่องเข้ามาภายในห้อง ทิวเขากับก้อนเมฆลอยอยู่ลิบ ๆ ด้านล่างลิ่วลงไปเป็นสนามด้านหลังของโรงเรียน

ทอม ริดเดิ้ลมองสำรวจภายในห้องอีกครั้ง ทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม แถมไม่ค่อยมีฝุ่นจับเสียด้วย ชั้นหนังสือ ตำราต่าง ๆ เครื่องยาหรือแม้แต่โซฟาสีเขียวตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่างก็ยังนุ่นน่านอนเหมือนเดิม ทอมเอนหลังลงนอนพลางมองทิวทัศน์ด้านนอกแบบที่เขาชอบทำเมื่อเขายังเรียนอยู่ที่นี่ ยามเบื่อหน่ายเหลือแสนกับการปั้นสีหน้าอ่อนโยนกับใครต่อใคร

"พวกอาจารย์ใหญ่หน้าโง่ไม่มีใครรู้สักคนว่ายังมีห้องลับของสลิธิรินอยู่อีก" เขาหัวเราะขำเบา ๆ ซาลันซา สลิธิรินไม่สร้างห้องลับไว้แค่ห้องเดียว ห้องนี้เป็นห้องพักผ่อนหย่อนใจของเขา ทายาทสลิธิรินจะได้นอนมองลงไปข้างล่างราวกับพวกมันเป็นข้าทาส

ความทรงจำที่เป็นรูปร่างนั้นครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับศัตรูตัวฉกาจของเขา ถ้าใช้เวทมนต์คงไม่ไหว ลำพังพลังของร่างนี้ไม่เพียงพอแน่ อาจจะต้องใช้ใครสักคนมาสะกดจิตเป็นนกต่อหรือมือที่จะสังหารแฮร์รี่ พอตเตอร์ ใครสักคนที่สามารถเข้าไปในหอนอนของกริฟฟินดอร์ยามดึกได้ ใครสักคนที่พวกมันวางใจ ใครสักคนที่....

"ครืดดดดดดดดดดดดดดดดด" เสียงบันไดทางขึ้นหมุนอีกครั้ง ทอมสะดุ้งตัวขึ้นจากโซฟาที่เขานอนอยู่ ใครบางคนกำลังขึ้นมาบนนี้ เป็นไปไม่ได้ ที่นี่เป็นห้องลับที่นอกจากเขาซึ่งเป็นทายาทไม่มีวันรู้ ใครกัน.....เขางุนงง

ร่างทอมเขาค่อย ๆ กลายเป็นควันลอยไปหลบอยู่ในมุมมืดหลังตู้หนังสือ รอคอยผู้มาใหม่อย่างจดจ่อ

บานประตูเปิดเข้ามา แสงแดดส่องให้เห็นร่างเพรียวในเสื้อคลุมสีแดงเลือดหมูลายแถบสีเหลืองแดง เข้ากับผมยาวประบ่าสีเพลิงสว่างไสว สีหน้าของจินนี่แปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าต่างเปิดอยู่

"เอ๊ะ คราวที่แล้วเราลืมปิดหน้าต่างหรือนี่" เธออุทานก่อนจะก้าวเข้ามาในห้อง สายตาของทอมมองมาจากมุมมืด เขาเริ่มเข้าใจ

จินนี่ วีสลีย์รู้จักห้องนี้แน่นอนเพราะตอนที่เขาครอบงำเธอเขาก็ชักนำให้เธอเข้ามาในห้องนี้ด้วย ความทรงจำบางอย่างอาจจะยังคงอยู่ในสมองของเด็กหญิง จินนี่เดินไปมาภายในห้อง จัดเก็บบางอย่างที่ตกลงมารวมถึงปัดฝุ่นที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ เธอมองไม่เห็นเงาโปร่งใสข้างตู้หนังสือทึบหลายตู้นั้นเลยแม้แต่นิด

ทอม ริดเดิ้ลมองดูเด็กสาว เธอไม่เคยเห็นหน้าของเขา เสียงก็ไม่เคยได้ยินเพราะเขาควบคุมเธอโดยใช้ตัวหนังสือเขียนเท่านั้น ซ้ำการครอบงำคนที่เคยถูกครอบงำเป็นเวลานานไม่ใช่ยาก นี่อาจจะเป็นแผนที่ดีก็ได้ เขาคิดแล้วค่อย ๆ ปรากฏตัวชัดขึ้นจนก้าวออกมาจากหลังตู้หนังสือ

"สวัสดี จินนี่"

Part 3

จินนี่ วีสลีย์สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงทัก เธอหันขวับไปเห็นเด็กหนุ่มในชุดเสื้อคลุมสีเขียวก้าวออกมาจากด้านหลังตู้หนังสือซึ่งเธอไม่ได้สังเกตแม้แต่นิดว่าเขายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หนำซ้ำยังเข้ามาในห้องที่เธอคิดว่าไม่มีใครรู้ว่ามีอยู่นอกจากเธอเสียอีก เด็กสาวตกใจจนพูดไม่ออก

ร่างสูงนั้นค่อย ๆ ก้าวออกมาสู่แสงสว่าง ใบหน้าเรียวกับผมสีดำเรียบเป็นทรง จมูกโด่งอยู่ระหว่างดวงตาสีเทาที่ดูทั้งเย็นชาและอบอุ่นในเวลาเดียวกัน จินนี่รู้สึกคุ้นกับใบหน้าหล่อเหลาของเขาเหลือเกิน แต่เธอบอกไม่ได้ว่าเธอเคยเห็นใบหน้านี้ที่ไหน

สัญชาติญาณระวังภัยที่ได้จากการฝึกกับชมรมก.ด.ทำให้เด็กสาวรีบดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาชี้ไปที่อีกฝ่ายเป็นการป้องกันตัวไว้ก่อน

"คุณเป็นใคร !" จินนี่ร้องถามเสียงแข็ง "เข้ามาที่นี่ได้ยังไง !"

ทอม ริดเดิ้ลมองดูเด็กสาวตรงหน้า จินนี่เปลี่ยนไปมากหลังจากสามปีที่เขาหายไป ร่างเล็ก ๆ นั้นเติบโตขึ้น แม้จะไม่สูงเพรียวแต่ก็ดูแบบบางและเริ่มมีทรวดทรงแบบผู้หญิง ใบหน้าแบบเด็กๆ เริ่มเรียวลงและดูแดงผิดปกติ ซ้ำดวงตาที่มักจะหลุบต่ำหรือชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาตอนนี้กลับจ้องเขาเขม็ง เด็กหญิงอ่อนแอขี้อายคนเก่าหายไปกลายเป็นภาพสะท้อนของหญิงสาวเข้มแข็งคนหนึ่งเข้ามาแทนที่

ท่าจะครอบงำยากกว่าที่คิด ทอมรำพึง เขายิ้มให้เด็กสาว "ใจเย็นก่อน ฉันไม่ได้มาร้ายหรอกน่า ดูสิ ฉันไม่มีอาวุธ ไม้กายสิทธิ์ก็ไม่มี" เขาดึงมือออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมเพื่อให้เด็กสาวเห็นว่าเขามือเปล่า

จินนี่คลายความตึงเครียดลงเล็กน้อย "แล้วคุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ที่นี่มันเป็น......." เธอชะงัก แล้วจะบอกเขาได้หรือว่าเธอเข้ามาที่นี่ได้ยังไง

ชายหนุ่มเหมือนจะอ่านใจอีกฝ่ายได้ "ที่นี่เป็นห้องลับของสลิธิรินนะ" เขาบิดเบือนความจริงไปเล็กน้อย "ศิษย์เก่าบ้านสลิธิรินอย่างฉันก็ต้องรู้สิ"

"คุณเป็นนักเรียนเก่าฮอกวอตส์หรือคะ" จินนี่ฉงน

"แน่นอน" คำตอบนี้ไม่จำเป็นต้องโกหกเลยแค่บิดเบือนนิดหน่อย "ฉันจบไปได้ 2-3 ปีแล้ว"

เด็กหญิงขมวดคิ้ว "แต่เมื่อกี้คุณเรียกหนูว่า 'จินนี่' คุณรู้จักชื่อหนูได้ยังไงคะ"

พลาดไปแฮะ ทอมคิดในใจก่อนจะรีบหาทางกลบเกลื่อน

"เอ่อ ฉันรู้จักกับพี่ชายของเธอ เขาเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังน่ะ คนที่เป็นพรีเฟ็คกริฟฟินดอร์เมื่อ 2 ปีก่อน" ชื่ออะไรนะ จินนี่เคยเล่าให้ฟังนี่นา "เพอร์ซี่ วีสลีย์"

"อ๋อ งั้นคุณก็คงทำงานที่กระทรวงเวทมนต์เหมือนกัน" จินนี่ค่อยยิ้มออกมาได้เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มตรงหน้าเป็นเพื่อนของพี่ชายคนที่สาม เธอลดไม้กายสิทธิ์ลง "ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ หนู จินนี่ วีสลีย์ แต่คุณคงรู้แล้วล่ะ" เธอหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่าย

ทอมยื่นมือมาจับมือเธอ "สวัสดี ฉัน ทอม...เฮ้อ..โทมัส มาโวโล่"

จินนี่ย่นหน้านิดหน่อย "ชื่อคุณคล้ายกับ...ช่างเถอะค่ะ" เด็กหญิงปัดคำพูดออกไปเพราะเธอรู้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักชื่อเก่าของจอมมารหรอก "เมื่อกี้คุณบอกว่าที่นี่เป็นห้องลับของสลิธิรินเหรอคะ"

ชายหนุ่มเดินนำเด็กสาวมาที่โซฟา "นั่งก่อนสิ" เขารอให้เธอนั่งลงเสียก่อนจึงทรุดนั่งในด้านตรงข้ามห่างออกไป "ใช่แล้วล่ะ แต่มีเด็กสลิธิรินไม่กี่คนหรอกที่รู้ (ความจริงมีฉันคนเดียว)" เขามองไปรอบ ๆ "เธอเข้ามาทำความสะอาดห้องนี้เหรอ จินนี่"

จินนี่พยักหน้า "ค่ะ หนูเห็นว่าฝุ่นมันจับหนาแล้วก็ไม่มีใครเข้ามา บางที หนูก็มาขอยืมใช้ห้องนี้เวลาอยากอยู่คนเดียว" เธอยิ้มอาย ๆ

ทอมเอนหลังไปพิงพนักโซฟาด้วยท่าทางสบาย "แล้ววันนี้เธอไม่ออกไปฮอกมี๊ดเหรอ ฉันเห็นขบวนพวกนักเรียนเดินออกไปเมื่อกี้"

"พอดีหนูเป็นหวัดนิดหน่อยน่ะค่ะ" มิหน้าใบหน้าของเด็กสาวจึงดูแดงผิดปกติ

ดูเหมือนทั้งสองจะหมดเรื่องพูดกันเสียเฉย ๆ ทอมนั่งนิ่งขณะที่จินนี่เองก็ขยับตัวอย่างอึดอัด เธอเหลือบไปเห็นกองหนังสือและข้าวของที่เธอวางไว้บนตู้หนังสือตอนที่ทำความสะอาดจึงเดินไปหยิบมันมาวางไว้ข้างตัว แล้วดอกเดซี่สีเหลืองช่อหนึ่งก็ตกลงมาจากกองของนั้น

"อุ้ย" จินนี่อุทานก่อนจะรับเก็บมันขึ้นมา ทอมมองตาม "ท่าทางจะเป็นของสำคัญ มีใครให้มาเหรอ"

จินนี่หัวเราะเขิน "ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ" เธอลูบกลีบสีเหลืองสดใสของมันเล่น

"แฮร์รี่ พอตเตอร์หรือเปล่า" ทอมถาม เขาหลุดการควบคุมจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกว่าเสียงของเขาแข็งผิดปกติ

จินนี่ไม่ทันได้สังเกตน้ำเสียงเครียดนั้น เธอขมวดคิ้ว "นี่เพอร์ซี่เล่าอะไรให้คุณฟังมากเกินไปแล้ว แถมข่าวเก่าเสียด้วย" เธอว่า "ไม่ใช่แฮร์รี่หรอกค่ะ ดอกไม้นี่ดีน โทมัสให้ฉันมา เห็นว่าเขาลองปลูกที่เรือนเพาะชำ"

ทอมคลายคิ้วที่ขมวดมุ่นออก วิธีจีบผู้หญิงแบบเก่าที่เขาเห็นมาตั้งแต่สมัยเรียน เด็กที่นี่ก็ยังไม่พัฒนาเหมือนเดิม เขาคิดพลางหัวเราะหึหึ จินนี่มองดูใบหน้าหล่อเหลานั้น ยิ้มสวยจัง เธออดคิดไม่ได้ รอยยิ้มนี้ดูจริงใจยิ่งกว่ารอยยิ้มอบอุ่นที่เขามอบให้เธอเมื่อกี้เสียอีก

ทอมพยายามชวนคุยต่อไป เขาคิดหาทางที่จะครอบงำเด็กสาวอีกครั้ง "แล้วเธอคบกับนายดีน โทมัสนั่นอยู่เหรอ"

จินนี่ส่ายหน้า "ไม่หรอกค่ะ หนูแค่ออกไปเที่ยวกับเขาครั้งสองครั้งเท่านั้นเอง" เธอเอนหลังพิงพนักโซฟาพลางมองเหม่อออกไปด้านนอก "หนูคงยังไม่พร้อมจะรักใครตอนนี้"

เพราะอกหักจากเจ้าแฮร์รี่ พอตเตอร์ล่ะสิ ทอมคิด ทำไมเขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว

"ทำไมล่ะ" เขาแกล้งถามทั้งที่คิดว่าตนเองรู้คำตอบดีอยู่แล้ว

จินนี่นิ่งไปก่อนจะตอบว่า "คงเพราะหนูเชื่อใจใครยากล่ะมั้งคะ" เธอทำท่าคิด "โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยรู้จัก"

ทอม ริดเดิ้ลเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ "มีใครทำเรื่องเลวร้ายอะไรกับเธอเหรอ"

ดวงตาของเด็กสาวสลดลง "เพื่อน...ไม่สิ...คนที่หนูคิดว่าเป็นเพื่อนน่ะค่ะ"เธอพูดต่อเสียงแผ่ว "คนที่เคยเชื่อใจมากที่สุด บางทีอาจจะมากกว่าครอบครัวด้วยซ้ำ...ในตอนนั้นน่ะนะ" เด็กสาวหลุดปากออกไป "มันแย่มากเลย"

ทอมคิดว่าเขารู้แล้วว่าคนคนนั้นเป็นใคร ชายหนุ่มหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยเขาพยายามชวนคุยต่อทั้งที่รู้เรื่องดีอยู่แล้ว "แล้วคนคนนั้นทำอะไรกับเธอล่ะ"

จินนี่ชะงักเล็กน้อย เธอคิดว่าเพอร์ซี่คงไม่ได้เล่าเรื่องที่เธอเคยถูกความทรงจำของโวลเดอร์มอร์ครอบงำให้เพื่อนฟัง เพอร์ซี่อาจจะอายที่น้องสาวของเขาเคยมีส่วนในแผนการเลวร้ายของเจ้าแห่งศาสตร์มืดก็ได้ เด็กสาวพยายามเลี่ยง "เขาหลอกใช้ให้หนูทำเรื่องร้าย ๆ น่ะค่ะ ดีว่ามีคนมาช่วยทัน ไม่งั้นหนูคงตายไปแล้ว"

เธอหันไปมองชายหนุ่มข้าง ๆ ที่นิ่งเงียบไป "แล้วคุณล่ะคะ คุณมาโวโล่ คุณเคยถูกคนที่เชื่อใจหักหลังบ้างไหม"

ทอมยิ้มเหยียด เขาไม่เคยถูกใครหักหลังหรอก อ้อ ถ้าจะนับก็ไอ้พวกผู้เสพความตายที่ทรยศเขาหลังจากที่โวลเดอร์มอร์หมดอำนาจ แต่เขาไม่เคยเชื่อใจพวกมันอยู่แล้ว "ไม่เคยหรอก จินนี่ อาจจะเพราะฉันไม่ค่อยเชื่อใจใครง่าย ๆ ละมั้ง"

จินนี่หัวเราะ "นั้นอาจจะเป็นวิธีป้องกันที่ดีก็ได้ละมังคะ" เธอไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้ร่างสูงที่นั่งอยู่อีกฟากของโซฟาเขยิบเข้ามาใกล้เธอมากขึ้น แขนยาวของเขาที่พาดอยู่บนพนักโซฟานั้นเอื้อมมาแทบจะถึงคอด้านหลังของเด็กสาว "แล้ว....เธอรังเกียจเพื่อนคนนั้นไหม จินนี่"

จินนี่ครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะตอบ "ไม่ค่ะ หนูไม่ได้เกลียดเขา"

ทอม ริดเดิ้ลชะงักกับคำตอบนั้น มือของเขาที่เอื้อมไปที่คอเด็กสาวตกลงมา "ทำไมล่ะ เขาหลอกใช้เธอแล้วก็ทำร้ายเธอจนเกือบตายด้วยไม่ใช่เหรอ" เขาถามอย่างประหลาดใจ

เด็กสาวอ้ำอึ้งไป "อือ...จะว่าไปก็ใช่ค่ะ ตอนนั้นหนูผิดหวังมาก แล้วก็กลัวเขามากด้วย เขาน่ากลัวจริง ๆ ค่ะ แต่พอมาคิดอีกที เขาก็...น่าสงสาร"

สงสาร เธอสงสารลอร์ดโวลเดอร์มอร์ผู้ยิ่งใหญ่เนี่ยนะ ทอมคิดอย่างสับสน สงสารเรื่องอะไรกัน

"ก็เขาไม่มีครอบครัวนี่คะ" จินนี่ต่อราวกับตอบข้อสงสัยในใจอีกฝ่าย "เขาเล่าให้หนูฟังว่า แม่เขาเสียแล้ว พ่อก็ไม่มี เขาโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ต้องอยู่คนเดียวมาตลอด คงจะเหงามาก"

นั่นไม่ได้ทำให้ฉันน่าสงสารนะจินนี่ ฉันไม่ได้เหงา ฉันไม่สนใจเรื่องแบบนั้น ทอมคิด

พอที เลิกฟังคำพูดยัยเด็กนี่ได้แล้ว มือเรียวยาวเอื้อมไปด้านหลังของเด็กสาวอีกครั้ง

"เป็นอะไรไปคะ คุณมาโวโล่" จินนี่ถามด้วยความเป็นห่วงที่อีกฝ่ายเงียบไป

เธอไม่รู้สึกถึงอันตรายที่กำลังเข้ามาใกล้ตัวเองแม้แต่น้อย

Part 4

มือเรียวยาวเอื้อมไปแทบจะคว้าคอของจินนี่ได้แล้ว ต้องทำให้หมดสติไปก่อนจะได้ควบคุมจิตใจง่ายขึ้น ทอมคิดในใจ หากเด็กสาวซึ่งไม่ทันสังเกตสิ่งนั้นกลับมองดูคู่สนทนาด้วยสายตากังวล

"คุณมาโวโล่" เธอเรียกเขาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงของเธอ "ไม่สบายรึเปล่าคะ หน้าซีดเชียว" เด็กสาวเอื้อมมือไปอังหน้าผากชายหนุ่มตรงหน้า ร่างชื้นและเย็นของเขาสะดุ้ง ทอมรีบผละออกห่างอย่างไม่คุ้นเคยกับสัมผัสจากคนอื่น มือที่เอื้อมไปด้านหลังนั้นตกลงมาอีกครั้ง

"ตัวเย็นจัง" จินนี่พึมพำ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงรู้สึกคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าที่เป็นเพียงเพื่อนของพี่ชายจนห่วงใยเขาขนาดนี้

"ฉันไม่เป็นไรหรอก จินนี่ มาคุยกันต่อดีกว่า" ทอม ริดเดิ้ลรีบกลบเกลื่อนอาการผิดปกติ ทำไมเราต้องตกใจด้วยนะ รังเกียจรึ ใช่...คงจะรังเกียจ

ตั้งแต่ยังเด็กทอมรังเกียจสัมผัสจากคนอื่นตลอดมา นอกจากแม่ของเขาแล้วแทบจะไม่มีใครแตะตัวเขาได้ ยิ่งเมื่อตอนเป็นโวลเดอร์มอร์ อย่าว่าแต่สัมผัสเลย แค่สบสายตายังไม่มีใครกล้า แต่ตอนนี้เด็กสาวที่ไม่มีอันตรายอะไรแม้แต่นิดกลับจ้องเข้าไปในดวงตาของเขาราวกับจะหาอาการผิดปกติ

"ไม่เป็นไรแน่นะคะ หนูว่าคุณน่าจะไปให้มาดามพอมพรีย์ที่ห้องพยาบาลตรวจเสียหน่อย"

"ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ" ทอมพยายามชักจูง เขาเกือบจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเหลือบมองไปยังมือของตนเอง มันเริ่มโปร่งใส พลังที่ลอร์ดโวลเดอร์มอร์แบ่งให้กำลังจะหมดแล้ว ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง

"แล้วตอนนี้เพื่อนคนนั้นไปอยู่ไหนแล้วล่ะจินนี่"

จินนี่ถอนหายใจ "ไม่รู้สิคะ แฮร์รี่บอกว่าเขาสูญสลายไปแล้ว แต่หนูคิดว่าเขาอาจจะยังคงอยู่ที่ไหนสักแห่งมากกว่า"

"ทำไมเธอคิดแบบนั้น"

จินนี่ยิ้มเศร้า "ก็ความทรงจำของเขายังอยู่ที่นี่นี่คะ" จินนี่ชี้ไปที่หน้าผากของตนเอง "ถึงตอนนี้แม้เขาจะเลวร้ายมาก แต่หนูก็คิดว่าเขายังมีความทรงจำที่อ่อนโยนหลบอยู่ ความทรงจำที่ทำให้เขามีความสุขน่ะค่ะ"

เด็กสาวพูดพร้อมกับเริ่มหายใจหอบ ๆ ลมหนาวภายนอกที่พัดมาทำให้เธอสะท้าน

ทอม ริดเดิ้ลไม่ได้สังเกตอาการนั้นเพราะเขามัวแต่ครุ่นคิด นี่เราเล่าอะไรให้เธอฟังงั้นเหรอ คงจะใช่ เพราะในขั้นตอนของการผูกมิตรกับเด็กหญิงที่หงอยเหงาไม่มีใคร เขาเองอดเล่าถึงเรื่องที่เขาต้องอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็กเพื่อเป็นการปลอบใจเธอไม่ได้ รวมไปถึง...ความทรงจำเกี่ยวกับแม่ของเขา....ความทรงจำที่อ่อนโยนเพียงความทรงจำเดียวในชีวิตของเจ้าแห่งความมืด

จินนี่ถามเสียงแผ่ว เธอรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว "คุณมาโวโล่คะ คุณคิดว่าหนูโง่ไหมที่เชื่อว่าคนที่ร้ายกาจและน่ากลัวแบบเขาจะมีส่วนที่อ่อนโยนหลงเหลืออยู่ อ่อนโยน...แล้วก็แสนเศร้าเหลือเกิน"

ทอมไม่ได้ตอบ เขาหันมามองดูอีกฝ่ายในที่สุด ท่าทางของจินนี่แปลกไป ดวงตาของเธอเริ่มคว้างและล่องลอย "น่าขำจังนะคะที่หนูคุยเรื่องที่ไม่เคยบอกใครกับคนที่เพิ่งพบกันครั้งแรก" จินนี่พึมพำก่อนจะค่อย ๆ เอนศีรษะไปด้านหลัง

"ง่วงจังเลย" เธอเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะค่อย ๆ หลับตาลง ร่างของเธอเอนมาซบกับไหล่ของชายหนุ่มที่นั่งข้าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ ทอมรีบคว้าตัวเธอไว้ก่อนที่เด็กสาวจะตกลงจากโซฟานั้น ตัวของเธอร้อนจี๋ราวกับไฟ

"จินนี่ เธอไข้สูงมากเลยนี่" เขาอุทาน ก่อนจะรีบวางร่างนั้นให้นอนบนโซฟา เขาหันรีหันขวางพักหนึ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก คนอย่างเขาไม่เคยต้องดูแลใครมาก่อน ทอมนิ่งคิด มันน่าจะยังอยู่ที่เดิมนะ เขาเดินไปยังตู้ด้านข้าง รื้อเอาผ้าห่มนวมหนาสีเขียวปนเงินที่เก็บไว้อย่างดีจนไม่เหม็นอับมาห่มให้เด็กสาว ใบหน้าแดงที่หายใจแผ่วๆ ปนหอบของเธอทำให้เขาอดยิ้มอย่างเอ็นดูไม่ได้

"ทำมาห่วงคนอื่น ที่จริงตัวเองนั่นแหละสมควรไปนอนห้องพยาบาลแล้ว"

แต่แล้วรอยยิ้มของเขาก็หายไป โอกาสนี้แหละ เธอหมดสติไปเองเสียด้วย ไม่ต้องเปลืองแรง แค่ร่ายคาถาสะกดจิต ทอมเอื้อมไปดึงเอาไม้กายสิทธิ์ออกมาจากเสื้อคลุมของจินนี่ ชี้ปลายไม้ไปที่เด็กสาว

แค่ร่ายคาถา เท่านี้ก็กำจัดแฮร์รี่ พอตเตอร์ได้แล้ว

ภาพดวงตาที่ชุ่มน้ำตาของจินนี่ลอยมา ภาพที่เธอเขียนลงในสมุดบันทึกของเขาพร้อมกับสะอื้น

ทอมคะ วันนี้แฮร์รี่หลบหน้าหนูอีกแล้ว ต้องเป็นเพราะการ์ดวาเลนไทน์บ้านั่นแน่ ๆ ทำยังไงดีคะทอม

ทอม หนูเหงาจัง อยากกลับบ้าน

ลงมือเลย เด็กผู้หญิงคนนี้เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด

ภาพเด็กหญิงที่ยิ้มแย้มหลังจากที่เขาปลอบใจเธอในสมุดบันทึก

ทอม คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดเลยค่ะ

ทำสิทอม ริดเดิ้ล นายคือลอร์ดโวลเดอร์มอร์ผู้ยิ่งใหญ่ไงล่ะ ทำสิ

เด็กสาวที่เอื้อมมือมาอังหน้าผากเขาพร้อมกับมองด้วยสายตาอ่อนโยน ดวงตางดงามของเธอทอประกายแห่งความห่วงใย

หนูไม่ได้เกลียดเขาหรอกค่ะ

ทอม ริดเดิ้ลกัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บ แขนของเขาโปร่งใสจนมาถึงข้อศอกแล้ว ทอมร่ายคาถา

แกร่ก! เสียงปลายไม้กายสิทธิ์สะบัด ลมหนาววูบหนึ่งพัดเข้ามา


ชายหนุ่มก้าวออกมาจากประตูห้องหลังจากบันใดวนพาเขาลงมาจากหอสูงนั้น ร่างของเขาโปร่งใสเกือบทั้งตัวแล้วก็ค่อย ๆ กลายเป็นควันสีขาวอีกครั้ง คำพูดคุ้นหูลอยมากับสายลม

เธอไม่เคยได้ยินหรือ การที่เรารักใครสักคนและทำให้เขามีความสุขนั้นมีคุณค่ามากนะ

"คำสอนไร้สาระ" ทอมพึมพำอย่างหงุดหงิด ร่างของเขาค่อย ๆ ลอยออกจากหน้าต่างไปสู่ท้องฟ้าด้านนอก กลับไปสู่ห้องที่มืด เย็นชื้น และเหน็บหนาว


จินนี่ วีสลีย์ตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนอนหลับอยู่บนโซฟาตัวใหญ่นั้นเพียงลำพัง มีผ้าห่มผืนใหญ่คลุมตัวอยู่ อาการปวดศีรษะหายไปหมดแล้ว "นี่เราหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย" เธอพึมพำหน้าแดง หลับไปต่อหน้าคนแปลกหน้าเสียด้วย แย่จริง ๆ

จินนี่เหลียวมองไปรอบ ๆ ห้อง หน้าต่างถูกปิดแง้มไว้ให้อากาศผ่านเข้ามาเพียงนิดเดียวเพื่อป้องกันลมหนาว ไม่มีร่องรอยของโทมัส มาโวโล่

"ไปไหนเสียแล้ว" จินนี่รู้สึกติดใจกับบทสนทนาเมื่อครู่ เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงรู้สึกสบายใจเมื่อได้พูดคุยกับชายหนุ่มคนนี้ เด็กสาวขยับลุกขึ้นนั่ง ที่นั่น ข้างช่อดอกเดซี่ของดีน กระดาษสีน้ำตาลเหลืองกรอบแผ่นหนึ่งวางอยู่ มีบางอย่างเขียนไว้ด้วยลายมือแบบเก่าที่แสนคุ้นเคย จินนี่เอื้อมไปหยิบมันขึ้นมาอ่าน


ถึง จินนี่

ฉันเห็นเธอหลับอยู่เลยไม่อยากปลุก ฉันมีธุระต้องรีบกลับก่อน ขอโทษที่ไปโดยไม่ได้ลา ฉันต้องเดินทางไปทำงานในที่ไกลแสนไกล คงไม่ได้กลับมาฮอกวอตส์อีกแล้ว วันนี้ฉันสนุกมากที่ได้คุยกับเธอ ขอบใจนะ


เรื่องที่ว่าห้องนี้เป็นห้องของเด็กสลิธิรินน่ะ ฉันโกหก ความจริงห้องนี้เป็นห้องลับที่ฉันค้นพบเองตั้งแต่สมัยเรียน ใครคนหนึ่งคงแอบสร้างไว้ตั้งนานแล้ว ถ้าต่อไปเธอเบื่อ ๆ จะมาใช้ห้องนี้ก็ได้ รับรองว่าคงไม่มีใครมารบกวนเธอแน่

ลาก่อน ฉันจะไม่ลืมเธอ,

โทมัส มาโวโล่


ปล .ของที่อยู่ข้างล่างนี้เป็นของที่ระลึกการพบกันของเรา หวังว่ามันคงเป็นเพื่อนรับฟังเธอได้ จนกว่าเธอจะพบคนที่เธอสามารถเชื่อใจได้อีกครั้ง


จินนี่วางจดหมายแผ่นนั้นลง เธอจึงเห็นว่าข้างใต้กองหนังสือของเธอมีสมุดเล่มหนาเล่มหนึ่งวางอยู่ หน้าปกหุ้มผ้าสีเขียวเดินเส้นเงินเขียนว่า Our Memory ความทรงจำของเรา เด็กสาวหยิบสมุดเล่มนั้นมากอด เธอยิ้มทั้งที่น้ำตาคลอดวงตา

"ขอบคุณค่ะ คุณมาโวโล่ หนูก็จะไม่ลืมคุณเหมือนกัน"

จินนี่เก็บข้าวของแล้วเดินออกจากห้องนั้น ทิ้งโซฟาสีเขียวที่ยังมีร่องรอยความอบอุ่นไว้ในห้องมืดมิด

*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*

"ทอม เธอจะรักใครบ้างไหม"

"คงมีสักวันครับ....คงสักวัน"


...The End...



Create Date : 06 มกราคม 2548
Last Update : 6 มกราคม 2548 17:39:26 น.
Counter : 2226 Pageviews.

10 comment

นะโอ
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]