Group Blog
 
All blogs
 
Resident Evil: Retribution (2012): เดอะซอมบี้ รียูเนี่ยน



Resident Evil: Retribution (2012) :
ส่วนใหญ่แล้วหนังที่สร้างจากวีดีโอเกมส์มักจะออกมาไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าไหร่นัก ไม่เหมือนกับหนังที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนที่พักหลังๆ ล้วนประสบความสำเร็จกันเกือบถ้วนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะการเอาเกมส์ที่มีแต่การผจญภัยเป็นด่านๆ เน้นเอามันส์นั้นจะเอามาใส่เรื่องราวให้ออกมาเหมาะกับการเป็นหนังได้ยากกว่าหนังสือการ์ตูนที่มีเรื่องราวมีจักรวาลที่กว้างขวางและลุ่มลึกมากกว่า หนังจากเกมส์ส่วนใหญ่ก็เลยยังหาจุดสมดุลที่โดนใจทั้งคอเกมส์และคอหนังไม่ค่อยจะได้สักเท่าไหร่กันนัก

ถึงเมืองจะร้างพวกเธอก็ยังมั่น
แต่ดูเหมือนจะมีเพียงหนังจากเกมส์ลุยซอมบี้จากญี่ปุ่นชุดนี้นี่ล่ะที่ประสบความสำเร็จด้วยดีเสมอมา จนสามารถลากยาวกันมาจนถึงภาคที่ห้านี้แล้ว ถึงแม้ว่าตัวหนังเองจะไม่ได้ดีเด่ชนิดดูแล้วอ้าปากค้างจนแมลงวันบินเข้าปาก แต่ก็สามารถตอบโจทย์ความบันเทิงให้ทั้งกลุ่มแฟนเกมและคอหนังทั่วไปได้อย่างน่าพอใจในระดับหนึ่ง จนกลายเป็นแฟรนไชส์หากินประจำครอบครัวของ ผกก.Paul W.S. Anderson และศรีภรรเมียสุดที่เลิฟอย่าง Milla Jovovich เขาเลยล่ะ

สาวๆ จากภาคก่อนๆ กลับกันมาอย่างพร้อมเพรียง
มาภาคนี้ ผกก.Anderson ขอกลับมากุมบังเหียนอีกครั้ง ด้วยไอเดียเก๋ที่ขอเท่ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่องโดยใช้ภาพสโลว์ย้อนหลัง และก็หาเรื่องให้ Alice ได้ไปพะบู๊กันอีกในบรรยากาศที่มีทั้ง นิวยอร์ค, โตเกียว, มอสโคว์ ฯลฯ ซะให้เถิดเทิงไปเลย ซึ่งงานนี้บอกกันตรงๆ เลยว่ามันก็ยังเดิมๆ แหล่ะครับท่าน แต่ที่น่าจะเป็นไอเดียเด็ดและเสน่ห์สำหรับภาคนี้คือการเพิ่มตัวละครจากเกมเข้ามาอีก และยังหาเรื่องแถให้ตัวละครเก่าๆ จากภาคแรกๆ ได้กลับมาหน้าสลอนกันอีกครั้งให้แฟนๆ หนังชุดนี้ได้หายคิดถึง (ยังมีใครคิดถึงอยู่ด้วยเหรอ? อิอิ)

พ่อหนุ่ม Leon ก็มากับเขาด้วย
แต่ที่ฮาได้ใจเราสุดๆ คือในฉากโตเกียว ที่สาว มิกะ นากาชิม่า นักร้องเจป็อปชื่อดังซึ่งเคยโผล่มาให้เห็นแว๊บๆ ในบทซอมบี้สาวจากภาคก่อน มีโอกาสได้วาดลวดลายมากขึ้นในคราวนี้ คือโผล่มาให้นางเอกได้กระทืบเตะก้านคอจนกลิ้งอยู่หลายตลบก่อนปิดท้ายด้วยถูกการเป่าขมองซะงั้น จนเป็นที่น่าเวทนาสำหรับบรรดาแฟนเพลงเป็นอย่างยิ่ง (โถ หนู มิกะ ของเฮีย) ส่วนอีกคนที่ทำเอาฮาเหมือนกันคือสาว Michelle Rodriguez เจ้าของฉายา "เจ๊ห้าวเล่นเรื่องไหนตายเรื่องนั้น" ซึ่งเรื่องนี้เจ๊แกก็ยังรักษาภาพพจน์ของตนไว้ได้เป็นอย่างดี (อิอิ) ทางด้านระบบภาพ 3D ของเรื่องก็ออกมางั้นๆ ไม่ได้โดดเด่นอะไรมากมาย 

มิกะ นากาชิม่า ก็มาเดินหงอยให้นางเอกกระทืบเล่นกับเขาด้วย
ครั่บมาถึงตรงนี้คงต้องบอกว่า ถึงหนังจะไม่ได้ดีเด่ หรือแตกต่างอะไรจากภาคที่ผ่านๆ มา แต่ก็ยังรักษาเสน่ห์และมาตรฐานของตนไว้ได้เป็นอย่างดี เรียกว่ายังดูกันได้เพลินๆ ทั้งคอหนังทั่วไป และคอเกมส์ฮาร์ดคอร์ นี่เห็นช่วงท้ายของหนังนางเอกแพล่มให้ฟังว่า "นี่คือจุดเริ่มต้นของอวสาน" ก็เหมือนกับเป็นการประกาศว่าหนังชุดนี้กำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้านี้แหล่ะ อ่า...หนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันกันมาได้จนถึงห้าภาค (และกำลังจะมีภาคที่หกตามมาอีก) แล้วเนี่ย แค่นี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วครับเจ๊ Alice... ข้าน้อยขอคารวะ

  • + ดูกันได้เพลินๆ ทั้งคอหนังและคอเกม มีตัวละครทั้งใหม่และเก่าจากภาคก่อนๆ กลับมาวาดลวดลายให้หายคิดถึงอีกครั้งซะด้วย
  • - เดิมๆ ไม่มีอะไรหวือหวาพิศดารกว่าภาคก่อนๆ ดูจบแล้วก็แล้วกันไป ระบบ 3D ค่อนข้างธรรมดา



*รีวิวหนัง Resident Evil ภาคอื่นๆ ภายในบล็อก*



Create Date : 26 กันยายน 2555
Last Update : 26 กันยายน 2555 5:28:49 น. 1 comments
Counter : 1803 Pageviews.

 
ยังไม่ได้ดูเลยครับ สงสัยต้องรอแผ่น

รีวิวทำให้อยากดูตอนนี้เลยครับ


โดย: kid^_^ วันที่: 11 ตุลาคม 2555 เวลา:20:43:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Nanatakara
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 39 คน [?]




  • Friends' blogs
    [Add Nanatakara's blog to your web]
    Links
     

     Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.