ที่ตรงนั้น ... ในวันฝนตก
... นั่งพิมพ์อะไรเรื่อยเปื่อย จิบกาแฟ และนั่งมองสายฝน ...
สิ่งธรรมดา ง่ายๆ แต่หาเวลาแบบนี้บ่อยๆ ได้ยากเหลือเกิน

ชอบดูฝนตก ชอบละอองฝน ชอบกลิ่นไอดิน
สมัยเด็กๆ สนุกกับการวิ่งเก็บมะม่วงที่หล่นจากต้นตอนมีพายุฝน
เพลินกับการไล่เหยียบฟองอากาศ และเดินลุยน้ำฝนที่นองอยู่บนพื้น
แต่พอโตขึ้นกลับต้องวิ่งหลบฝน ฝ่าการจราจรติดขัดในวันที่ฝนตกแทน
เฮ่อ ... ชีวิตในเมืองหลวง ... คิดถึงบ้านนอกจัง ...

วันนี้วันเสาร์ วันหยุดแสนสุขของมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา
ที่ไม่นับวันอาทิตย์ เพราะถ้าคิดต่อว่าวันรุ่งขึ้นคือวันจันทร์
มันก็ไม่น่าจะแฮปปี้เท่าไหร่

ครึ้มอกครึ้มใจหยิบแก้วกาแฟใบโปรด ชงกาแฟอุ่นๆ
นั่งหน้าบ้านหลังน้อย มองฟ้า มองฝน ไปเรื่อยเปื่อย
มองแก้วกาแฟ แล้วก็นึกเจ้าของแก้วกาแฟ
นึกถึงเจ้าของแก้วกาแฟ แล้วก็ทำให้นึกถึงที่ที่เจอเจ้าของแก้วกาแฟ
... งงมั้ย ...

----------

ตอนไปเกาหลีมีโอกาสพักที่เกสต์เฮ้าส์แห่งหนึ่งในอินซาดง
โดยเจ้าของเกสต์เฮ้าส์ก็ทำกิจการร้านเซรามิคด้วย
วันที่จะกลับเมืองไทย เราไม่เจอเจ้าของเกสต์เฮ้าส์
เลยเอาของฝากจากเมืองไทยไปฝากไว้ที่ร้านเซรามิคแทน
ปรากฏว่าหุ้นส่วน (หัวใจ?) ของเจ้าของเกสต์เฮ้าส์เกิดประทับใจ
ตอบแทนเราด้วยแก้วใบนี้และคู่หูอีกใบ และขอถ่ายรูปคู่ไว้เป็นที่ระลึก
อย่างนี้ละมั้งที่เค้าเรียกว่าถูกชะตา ... เพิ่งเจอกันก็ผูกสัมพันธ์ได้เลย
เป็นเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่หลุดลอยไปจากความทรงจำ ^^



และอีกหนึ่งความทรงจำในวันฝนตก เกิดขึ้น ณ เก้าอี้ตัวนั้น
ในหมู่บ้านเก่าๆ ของโซล อยู่ห่างไกล แต่น้ำใจของผู้คนยังเต็มเปี่ยม
ในวันนั้นเราเป็นเพียงนักท่องเที่ยวแปลกหน้า (และหน้าแปลก)
เดินถ่ายรูปไปตามประสา โดยไม่รู้เลยว่า ฝนจะกระหน่ำแบบกระทันหัน
ตอนเช้าๆ ไร้ผู้คน บนถนนโล่งๆ ใกล้ป่าเขา ยังงงว่าตัวเราจะไปหลบที่ไหน
ทันใดนั้น เก้าอี้สีแดงใต้ชายคา ก็แว้บเข้ามาในสายตาพอดี
เอาละเหวย ลองดู เจ้าของบ้านคงไม่ว่ากระไร
วิ่งไปถึงเก้าอี้ จดๆ จ้องๆ ขออนุญาตเจ้าที่ แล้วก็นั่งแบบเนียนๆ

แต่แล้ว ... เฮ้ย! (ตกใจหลบใน) หันไปเจ๊อะกับหญิงชราผมขาว
นั่งนิ่งๆ อยู่ในมุมหนึ่งของบ้านกึ่งร้านค้า หน้าตาไม่บ่งบอกอารมณ์
จุดนี้จะลุกไปฝนก็ยังกระหน่ำ ครั้นจะอธิบายก็ด้อยภาษาเกาหลียิ่งนัก
รีบนึกใหญ่ว่าฝนเค้าเรียกว่าอะไร Rain ... Rain ... เฮ้ย พี่เรนไง อะไรน้า?
"ผิ บิ เอ่อ ผิ ..." คือ คำที่หลุดจากปาก พร้อมชี้โบ๊ชี้เบ๊ไปยังสายฝน

คุณยายคนนั้นยังคงนั่งนิ่ง แต่พยักหน้าน้อยๆ และยิ้มมุมปากนิดๆ
ซึ่งเราตีความเอาเองว่า "นั่งต่อไป (แต่ไม่ต้องอธิบายอะไรแล้ว ... ฮ่า)"
เรายิ้มตอบคุณยายซึ่งยังคงยิ้มอยู่ และนั่งมองโน่น นี่ นั่น จนฝนเริ่มซา
สุดท้ายสมควรแก่เวลา ก็ลุกขึ้นและมองไปที่คุณยาย
เห็นคุณยายหลับตา เราเลยได้แต่พูดเบาๆ ไปว่า "คัมซาฮัมนิดา"
และออกเดินทางสำรวจหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ต่อไป
... ด้วยหัวใจที่เป็นสุขเล็กๆ ^^ ...



----------

กาแฟหมดแล้ว แต่ฝนยังไม่หยุดตก
ความรู้สึกดีๆ ตอนที่อยู่ตรงนั้น ยังคงไม่หายไปเช่นกัน :)



Create Date : 24 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2555 16:16:45 น.
Counter : 1273 Pageviews.

10 comment

Onion Admirer
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]



ยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคนนะคะ
ว่างๆ แวะมาคุยกันได้ค่ะ ^O^

ขอสงวนลิขสิทธิ์ข้อความและรูปภาพในบล็อค
ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539
ห้ามนำไปเผยแพร่ หรือ นำไปใช้เพื่อการใดๆ
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ :)
New Comments