Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 12



รังไรลวงรัก
รังที่ 12

รังที่ 12

“ขอบคุณที่มาส่ง” เธอเปิดประตูออกมายืนอยู่ข้างรถเขาเดินตามลงมาด้วย

“ไม่เชิญเข้าบ้านเหรอ” จุลเดินยิ้มมาข้างเธอ

“ไม่ต้องหรอก จะให้บอกว่าคุณเป็นใคร เจ้านายหรือว่าเพื่อนล่ะ” เธอถามกวน ๆ ออกไป

“ถ้าผมเป็นเจ้านายแสดงว่าคุณยอมไปทำงานโฆษณากับผม ถ้าเป็นเพื่อน เราก็เป็นเพื่อนสนิทกันแล้ว แต่ที่ว่ามาไม่อยากเป็นสักอย่างเลยรู้หรือเปล่า” จุลทำเสียงอ้อนออกไป

“อยากเป็นอะไรก็ตามใจคุณเถอะ” รังไรสะบัดน้ำเสียงใส่เขาและค้อนไปทางอื่น จะให้เธอคิดอะไรไปได้มากกว่านี้ นอกจากเขาจะอายุน้อยกว่าแล้ว ในหัวใจของจุลยังเต็มแน่นไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่เขามีให้กับลันนาสาวสวยนัยน์ตาคม

“นี่เป็นอะไรยืนเหม่อลอย ไม่อนุญาตให้เราเข้าบ้าน แต่ตัวเองก็ไม่ยอมเข้านะ” เขายกมือโบกไปมาอยู่หน้าเธอ เธอก็ยังนิ่งอยู่ จนเขาจับที่ต้นแขนเธอทำให้เธอสะดุ้ง

“อ้อ ค่ะ ขอบคุณที่มาส่ง ฉันแค่อยากช่วยคุณเรื่องร้านพี่ลันนาเท่านั้น ส่วนโฆษณาขอบายนะคะ”

“คุณไม่กล้าไปทำเพราะกลัวเก็บความรู้สึกไม่ได้ใช่หรือเปล่าที่ต้องเจอพี่ปวินท์น่ะ แต่เอาเถอะ มันสิทธิ์ของคุณ แต่ขอบอกอะไรบางอย่างได้ไหม” วันนี้เขาส่งปลายเสียงอ้อนเธอตลอดที่สนทนากัน

“ว่ามาซิ”

“ผมดีใจมากที่คุณตัดสินใจไม่ทำงานกับพี่ปวินท์ ไปละ” เขาเดินกลับไปแล้วเปิดประตูและขับรถออกไปอย่างรวดเร็วทันใจ

“พิลึกคน”

รังไรกลับเข้าบ้านคนในบ้านก็หลับกันหมดแล้ว เธอมัวแต่เสียเวลากับรถติดกว่าจะไปถึงร้านอาหารเจ้าโปรดของเขา บรรยากาศในร้านวันนี้มันชวนให้หลงใหลในเสน่ห์ของเขาจนบางครั้งเธอเผลอลืมไปว่าเธอเป็นแค่เพื่อนธรรมดาคนหนึ่งของเขาเท่านั้นเอง

“รังไร รังไร” เสียงเรียกชื่อเธอพร้อมกับเคาะประตูห้องนอนไปพร้อมกัน

“ตื่นแล้ว” เธอเดินงัวเงียไปเปิดประตู

“ไงพี่นัส มาเรียกแต่เช้าเลย” รังไรพูดไปหาวไปแล้วก็กลับมานอนที่เตียงตามเดิม

“บ่ายนี้จะกลับแล้วไปส่งสนามบินด้วย” โสมนัสนั่งยิ้ม

“เฮ้ย ทำไมมาเร็วไปเร็วนักล่ะ เพิ่งจะมาได้สองวันเองนะ” รังไรตกใจลุกขึ้นนั่งมองหน้าพี่ชายตัวเอง

“ห่วงไร่นะซิ อยู่กรุงเทพฯ เคลียร์ธุระจบแล้วอยากจะกลับแล้ว อีกอย่างจะรีบไปเตรียมที่พักให้กับปวินท์และทีมงานเขาด้วย วันเสาร์หน้าเขาจะเดินทางไปเยี่ยมชมไร่กันแล้วไม่รู้หรือไง” โสมนัสเขกศีรษะเธอเบา ๆ

“แล้วรังไรต้องไปช่วยพี่นัสด้วยหรือเปล่า” เธอถามแบบไม่เต็มใจนัก

“แน่นอน น้องรังไรต้องไปช่วยพี่อยู่แล้ว”

“เฮ้อ” ถอนหายใจเหือกใหญ่

“นี่ไม่อยากไปหรือไง ก็ยังไงรังไรก็ต้องไปทำงานกับพี่อยู่แล้ว” โสมนัสยิ้ม

“ก็ไปเลยจากนั้นก็ได้นี่ คือตอนนี้รังไรรับงานพิเศษตกแต่งร้านก็ถ้างานเสร็จแล้วจะตามไปทีหลังแล้วกัน น่าจะเสร็จงานก่อนพวกพี่ปวินท์จะเดินทาง” เธอถอนใจออกมาอีกรอบ

“เป็นอะไร แล้วเดี๋ยวนี้เราไม่สนิทกับปวินท์แล้วหรือไง เวลาเจอเขาดูเราทำตัวแปลก ๆ นะ พี่สังเกตรู้นะ หรือว่าจริง ๆ มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า มีอะไรไม่สบายใจบอกพี่ได้ทุกเรื่องนะรังไร”

เธอขยับตัวไปอิงไหล่ขวาพี่ชายของเธอ

“ไม่มีอะไรหรอกพี่นัส” น้ำเสียงเธอเศร้า

“ก็รู้กันอยู่นะ ยังไงเขาก็ต้องแต่งงานกับคนที่เขารัก รังไรต้องทำใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนะ ความรักสมัยเด็กของรังไรมันอาจจะเป็นแค่ความประทับใจใครที่ดีกับเรามาก ๆ บางทีอาจจะไม่ใช่ความรักหรอก” โสมนัสพูดจบก็ยืนขึ้น

“ทำเป็นรู้ดีนะ” รังไรหัวเราะเฝื่อนออกมา

“พี่นัส” เธอตะโกนเรียกพี่เธอก่อนเขาออกจากห้อง

“รังไรของเวลาทำใจนิดนึงนะคะ เดี๋ยวมันจะดีขึ้นเอง” น้ำใสเคลือบนัยน์ตาของเธอ โสมนัสหันมายิ้มและชูสัญลักษณ์สองนิ้วว่าให้เธอสู้ต่อไป

รังไรปาดน้ำใสที่ไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ โสมนัสเป็นผู้ชายแสนอ่อนโยนและเข้าใจเธอเสมอมา ถึงอายุเราจะห่างกันแค่สามปี แต่ก็ไม่มีช่องว่างระหว่างกันเลย

บ่ายนั้นเธอขับรถไปส่งพี่ชายของเธอ พี่ชายของเธอไปแล้ว เธอนั่งอยู่ที่เก้าอี้ในสนามบิน แสงตะวันยามบ่ายสาดส่องทะลุกระจกใสเข้ามาเก้าอี้สีขาวและเทาโดนทาบทอด้วยแสงสีทองอ่อน ๆ ภาพความเหงาและภาพความหลังในครั้งวัยเยาว์ผุดขึ้นมาเป็นระยะ รอยยิ้มและสัมผัสมือที่อบอุ่นของปวินท์ยังตราตรึงไม่เลือนหาย ไม่ว่าจะพยายามลบภาพความทรงจำเหล่านั้นยังไงก็ลบไม่ออกสักที แต่สองวันมานี้ไม่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์จากปวินท์อีกเลย บางทีเขาอาจจะตัดใจจากเธอและไม่อยากได้คำตอบจากเธออีกแล้วจริง ๆ ก็เป็นได้

“พี่ปวินท์รังไรอยากจะเริ่มต้นกับพี่ปวินท์อีกครั้งนะคะ แต่มันคงสายไปแล้วใช่ไหม ถ้าปาฎิหาริย์มีจริงขอให้ความรักระหว่างเรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันอีกครั้งนะคะ” เธออธิษฐานเบา ๆ ในใจแล้วยิ้มออกมาทั้งน้ำตา

รังไรขับรถมาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าร้านของลันนา เธอเห็นเขากับลันนากำลังดูช่างเริ่มทาสีภายในร้านอยู่ รังไรเดินลงจากรถและยิ้มจางออกไป ลันนาหันมาทักเธอก่อน

“น้องรังไร”

“ค่ะพี่ลันนา สีสวยจังค่ะ” เธอมองสำรวจไปรอบร้านเล็ก ๆ แห่งนี้

จุลยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา

“เราหวังจะฝากให้ช่วยดูแลร้านให้หน่อย แหมดูซิมาทำงานเอาซะบ่ายแก่เลย รู้หรือเปล่าว่าผมต้องโดดงานประจำของผมมานะ” เขาค่อนขอดเธอ

“รังไรแวะไปทำธุระค่ะพี่ลันนา คุณจุลคะ ฉันมาแล้วคุณก็เชิญกลับไปทำงานของคุณต่อเถอะค่ะ” เธอดึงแบบที่เขาร่างไว้มาถืออยู่ในมือและกางมันออกมา

“ดูพูดกับเจ้านายซิ” จุลหัวเราะออกมาและยิ้ม

ลันนารอบสังเกตแววตาของจุลตอนนี้ เธอก็ยิ้มออกมาทันที จากที่เคยมุ่งความสนใจอยู่ที่เธอ แต่ตอนนี้สายตาคู่นี้กำลังมองไปยังสาวน้อยเพื่อนคนใหม่อย่างไม่ละสายตา ลันนาได้แต่คิดสงสัยในใจว่าจุลจะรู้ใจตัวเองบ้างหรือเปล่า ว่าตอนนี้บางทีเขาอาจจะไม่ได้รักลันนาอย่างที่เคยเป็น แต่ที่ยังห่วงใยกันอยู่เป็นเพราะระยะเวลาที่รู้จักกันยาวนานเลยทำให้เขาห่วงใยเธอมาตลอดจนไม่กล้าทิ้งกันไปไหน

“ช่างคะ รังไรว่ามันต้องใช้สีน้ำตาลหม่นตัดขอบตรงมุมนี้นะคะ ไม่งั้นถ้าเอาสีพีชใส่เข้าไปมันจะดูจืดชืดไปหน่อย” เธอชี้มือชี้ไม้และช่วยดูความเรียบร้อยให้เขาอีกที จุลได้แต่ยืนมองและยิ้มโดยไม่ขัดเธอเลยสักนิด

“พี่ลันนาคะ ไม่ว่ากันนะ ถ้ารังไรขอเปลี่ยนสีขอบนิดนึง”

“จ้ะ เชิญเลย พี่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เท่าไหร่ เชื่อฝีมืออยู่แล้ว เพราะปกติจุลเป็นคนละเอียดรอบคอบเรื่องงานอยู่แล้ว น้องรังไรตรวจดูงานตามสบายเลย เพราะถ้ามันไม่มีจุลคงจะขัดขึ้นมาแล้วหล่ะ” ลันนาพูดจบก็หัวเราะออกมา

จุลเดินสำรวจสีที่ทาทั้งห้องและด้านหน้าร้านจนทั่วพร้อมกับรังไร ทั้งสองคนตั้งอกตั้งใจทำงานมาก ลันนาแค่แสดงความคิดเห็นเป็นระยะแต่เชื่อฝีมือทั้งสองคน เธอเดินออกไปซื้อขนมและเครื่องดื่มมาให้ช่างและนักออกแบบร้านทั้งสองคนด้วย เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น แต่หน้าจอไม่ได้แสดงหมายเลขโทรศัพท์ออกมา เธอกดรับสาย แต่ไม่มีใครส่งเสียงมา จนสักพักเธอกำลังจะตัดสายทิ้ง

“สบายดีหรือเปล่าลันนา” เสียงใส ๆ และอ่อนโยน ทำให้น้ำตาเธอไหลออกมา น้ำเสียงแบบนี้ การทอดเสียงไพเราะที่ปลายประโยคเธอจำได้ดี

“สบายดีค่ะ ตุลเป็นยังไงบ้าง ลันคิดถึงคุณ”

“ได้ข่าวว่าลันกำลังจะเปิดร้านไหมพรม” ตุลถามคำถามเลยโดยไม่ได้บอกความรู้สึกในหัวใจของเขาในตอนนี้ ว่าเหมือนใจจะขาดเพียงใด เป็นเพราะวันนี้หัวใจเขาอ่อนแอเกินไปที่จะห้ามความรู้สึกไม่ให้คิดถึงเธอ

“ใช่ค่ะ จุลมาช่วยทำร้านให้ วันนี้ทาสีเสร็จแล้ว”

“ยินดีด้วยนะ” ตุลพูดห้วน ๆ

“ตุลคะ ตุลคิดถึงลันบ้างหรือเปล่า ลันรอคอยคุณเสมอนะ” เธอยิ้มทั้งน้ำตา

“ตุลวางสายก่อนนะ” แล้วเขาก็ตัดสายไป เหลือเพียงสัญญาณว่างเปล่าส่งมาจากแดนไกล

“แค่นี้ก็พอแล้วใช่ไหมตุล” ลันนาปาดน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม เธอเข้าใจสถานการณ์ได้ดี ว่าตอนนี้ตุลคงจะไม่พร้อมคุยกับเธออีกแล้ว แค่เพียงเขาติดต่อกลับมาหลังจากสองปีที่ห่างหายไป วันนี้เป็นวันแรกที่เขาติดต่อกลับมา

“ขอบคุณค่ะตุล” เธอแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ ท้องฟ้ากำลังจะเป็นสีส้มอมม่วง สีที่บ่งบอกความเหงาให้หัวใจได้เป็นอย่างดี


ปวินท์นั่งอยู่ที่ห้องรับแขกของบ้านพลอยพิณ สองสามวันมานี้พลอยพิณเกาะติดเขาตลอด เขาไม่มีเวลาแม้กระทั่งจะติดต่อกลับไปหารังไรได้เลย

“วินท์คะ อาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว วันนี้พลอยโชว์ฝีมือเองเลยนะคะ”

“แล้วจะอร่อยไหมนะ” เขาแกล้งเย้าเธอ

“จะอร่อยหรือไม่อร่อย วินท์ก็ต้องทานให้หมดค่ะ” เธอหัวเราะเสียงใสออกมา

“แล้วคุณพ่อคุณแม่คุณ ท่านไม่กลับมาทานด้วยกันเหรอครับ” เขาถามขณะที่เดินตามเธอไปที่ห้องรับประทานอาหาร

“วันนี้ท่านไปงานเลี้ยงรุ่นค่ะ”

“อืม”

“เป็นอะไรไปคะ ดูทำหน้าเข้าซิ ไม่อยากทานฝีมือพลอยจริง ๆ หรือคะ” เธอถามเสียงเศร้า

“เปล่าครับ”

“อีกหน่อยเราสองคนแต่งงานกัน วินท์จะได้ทานอาหารฝีมือพลอยทุกวันเลยนะคะ” วันนี้พลอยพิณอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอตักข้าวให้เขาซะพูนจาน

“พลอย คุณอยากแต่งงานกับผมจริง ๆ หรือเปล่า” เขาถามโพล่งออกไป ขณะที่พลอยพิณหยุดชะงักชั่วขณะ

“ทำไมถามแบบนั้นคะ ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นทำความรู้จักกันของเราจะมาจากการแนะนำจากผู้ใหญ่ แต่พลอยก็ไม่คิดว่าพลอยจะตัดสินใจผิดพลาดหรอกนะคะ” เธอเดินมากอดคอเขาและยิ้มออกมา

“พลอยเชื่อมั่นในตัวคุณนะคะวินท์ เราคบกันมาก็หลายปีแล้ว ทำไมจู่ ๆ มาถามแบบนี้ก่อนวันหมั้นของเราแค่เพียงไม่กี่วันคะ” พลอยพิณยิ้มด้วยหัวเราะด้วย

“ถามเพื่อความมั่นใจเฉย ๆ” เขายิ้มเฝื่อนออกไป

“ไม่เอาค่ะ ลองชิมฝีมือพลอยดีกว่านะคะ” เธอตักกับข้าวให้เขาชิมทีละอย่าง เขาตอบรับฝีมือเธอแต่โดยดี ค่ำคืนนี้เป็นอาหารค่ำที่พลอยพิณรู้สึกมีความสุข แต่สำหรับเขาแล้วความกระอักกระอ่วนมีล้นอยู่เต็มหัวใจ ระหว่างที่เขาขับรถกลับบ้าน เขาโทรศัพท์หารังไรหลังจากไม่ได้ติดต่อเธอเสียหลายวัน

“พี่ปวินท์” เธอเรียกเขาเสียงเครือ

“ขอโทษนะรังไร พี่ไม่ได้ติดต่อกลับหลายวันเลย” ปวินท์ส่งเสียงเศร้าออกไป

“เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ฟังเสียงแล้วเหมือนพี่มีเรื่องไม่สบายใจเลยนะคะ”

“ก็นิดหน่อย ถามแบบนี้แสดงว่าความรู้สึกระหว่างเราสองคนยังตรงกันอยู่ใช่ไหมคะ พี่ดีใจจังเลย แล้วรังไรทำอะไรอยู่” เขาถามน้ำเสียงอบอุ่นกลับไป

“ขับรถกลับบ้านค่ะ”

“เจอกันไหม ตอนนี้เลยนะ” ปวินท์จัดแจงบอกสถานที่เรียบร้อย แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้รังไรต้องหมุนพวงมาลัยกลับรถย้อนไปทางเดิมเพื่อที่จะไปตามนัดกับเขา

ปวินท์วางสายไปแล้ว รังไรไม่รอช้าที่จะรีบไปหาเขา

“พี่ปวินท์ บางทีคืนนี้อาจจะเป็นคืนสุดท้ายที่รังไรจะคิดถึงพี่ ต่อไปรังไรจะทำใจเลิกรักพี่สักทีนะคะ แต่ถ้ารังไรสบตาและเห็นรอยยิ้มของพี่ปวินท์อีกครั้ง รังไรจะทำให้เลิกรักพี่จะได้ไหมคะ” รังไรพร่ำอยู่คนเดียวขณะที่ฝีเท้าเหยียบคันเร่งเต็มที่เพื่อไปตามที่หัวใจเธอต้องการ

“นี่ยายแม่มดทำไมกลับรถ แล้วทำไมขับรถเร็วแบบนี้นะ มันไม่ใช่ทางกลับบ้านของคุณเลยรังไร” จุลหันพวงมาลัยและขับรถตามติดเธอไปเป็นระยะ ยิ่งตอนนี้เธอขับรถเร็วขึ้นเขายิ่งเป็นห่วงเธอมากขึ้นเท่านั้น ครั้นจะโทรศัพท์หาก็กลัวจะรู้ว่าตอนนี้เขากำลังสะกดรอยตาม เขาได้แต่ขับรถไปชะเง้อไป ตามเธอไปติด ๆ เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้ยายแม่มดตัวแสบของเขากำลังคิดทำอะไรอยู่ ช่างน่าเป็นห่วงเสียจริง







Create Date : 31 พฤษภาคม 2555
Last Update : 31 พฤษภาคม 2555 1:46:57 น. 1 comments
Counter : 785 Pageviews.

 
ครั้งแรกหรือเปล่าน้าที่คนอ่านเยอะ เย้ ๆ ดีใจจัง
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
สามารถตามไปคุยกะนลินได้ที่นี่นะ
FB: Sirilak Junlaphan
FB: nalinnovel


โดย: นลิน IP: 124.120.3.154 วันที่: 7 มิถุนายน 2555 เวลา:21:48:57 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.