Catch dream in my Cheeks^o^จับฝันใส่กระพุ้งแก้ม Return to the beach BY NALINNOVEL
Group Blog
 
All blogs
 
รังที่ 4



รังไรลวงรัก
รังที่ 4


รังที่ 4

เสียงเรียกเข้าดังขึ้นเมื่อเลยเวลาเลิกงานไปไม่นานนัก รังไรถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะเธอเริ่มกลับไปคิดทบทวนอยู่หลายตลบหลังจากฟังชบาฉายเตือนเธอเรื่องความถูกต้อง เธอถอนใจออกมา

“สวัสดีคะพี่ปวินท์”

“รังไรพี่รอเราอยู่ที่ลานจอดรถแล้วนะ มีงานอะไรค้างต้องสะสางหรือเปล่า” เขาถามด้วยเสียงสุภาพ

“ไม่มีค่ะ รังไรจะลงไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” เธอตัดสายทิ้งและนั่งหมุนเก้าอี้ไปมา

ชบาฉายเดินกลับเข้ามาที่โต๊ะทำงานพร้อมถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปส่งกลิ่นหอม “อ้าวไม่ไปอีกเหรอ พระเอกของเธอขี่ม้าขาวมารอหน้าโรงงานหรือยังล่ะ”

“พูดซะ” รังไรหันมาส่งสายตาละห้อย

“แล้ววันนี้ไม่มีนัดกินข้าวกับเด็กหนุ่มหรือไง ถึงมากินเส้นคลุกผงชูรสเนี่ย”

ชบาฉายสาวเส้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย “งานเยอะพอดีหัวหน้าให้โปรเจคใหม่ทำแพ็คเก็จสำหรับของขวัญปีใหม่ เดี๋ยวค่ำ ๆ ค่อยกลับ ว่าแต่รังไรเถอะมานั่งอ้อยอิ่งทำไม หรือว่าพี่เขายกเลิกนัดเธอไปแล้ว”

“แหมดูพูดเข้า ฉันไปนะ “ เธอลุกขึ้นยืนและสูดลมหายใจเข้าแรง ๆ หนึ่งครั้ง
“นี่ชบาเธออย่าโกรธนะ ที่ฉันนัดกับพี่ปวินท์ ฉันจะเลือกทางที่ถูกต้องที่สุด” เธอส่งน้ำเสียงจริงจัง

“อยากจะเชื่อนะ เดี๋ยวพอเจอใบหน้าอันหล่อเหลา แววตาหวานซึ้งของคุณพี่ปวินท์เข้าไป เธอก็อ่อนระทวยพร้อมกับหัวใจของเธอแล้วหล่ะ” ชบาฉายหันมายิ้มกริ่มและลุกยืนตบไหล่ให้กำลังใจรังไร

รังไรยิ้มรับและเดินลงบันไดจนถึงลานจอดรถหน้าโรงงาน ขนาดโรงงานที่เธอทำงานนี่อยู่แถวปริมณฑล เขายังตั้งใจขับรถเพื่อมารับเธอไปทานข้าวด้วยกัน เธอยืนมองเขาอยู่จากหน้าประตูบริษัท ตอนนี้ปวินท์ผู้สง่างามในสายตาของเธอ เขาถอดสูทออกแต่เสื้อเชิตสีขาวสะอาดยังผูกไทสีเข้มอยู่ยืนพิงอยู่ที่ข้างประตูรถ สายลมพัดมาแรงจนเหมือนน้ำในดวงตาเกือบจะไหลออกมา หัวใจของเธอเริ่มไม่เป็นจังหวะจะโทน เธอสาวเท้าไปอย่างช้า ๆ เหมือนจะประวิงเวลาในการมองเขาจากมุมไกล

แต่ตอนนี้...

“รังไร” เขาเรียกชื่อเธอพร้อมส่งยิ้มมาด้วย แววตาของเขาอ่อนโยนไม่เคยเปลี่ยนไปเลย

รังไรยกมือไหว้อย่างนอบน้อม พร้อมยิ้มเขิน ๆ ออกไป เป็นเหมือนทุกครั้งที่เวลาอยู่ต่อหน้าเขา มักจะนึกคำพูดที่ตั้งใจจะพูดกับเขาไม่ออกสักที

“เป็นไงสาวน้อย พอโตมาแล้วสวยกว่าเดิมอีกนะ เงยหน้าให้พี่มองหน้ารังไรชัด ๆ หน่อยได้ไหม”

“ไม่ว่าตอนไหนรังไรก็หน้าตาไม่เปลี่ยนหรอกค่ะพี่ปวินท์” เธอเงยหน้ามายิ้มหวานส่งกลับไปให้เขา” พร้อกับแก้เขินด้วยการเสยผมที่ล่วงปรกหน้าเล็กน้อย

“ไปครับ เริ่มหิวบ้างหรือยัง”

เธอส่ายหน้า

เขาผายมือเป็นสัญญาณให้เธอเดินไปนั่งรถด้านข้างของเขา ปวินท์เดินตามเธอมาด้วยพร้อมเปิดและปิดประตูให้อย่างสุภาพบุรุษ ระหว่างที่เขาขับรถสายตาเขามุ่งมั่นอยู่ด้านหน้า เขาพูดคุยกับรังไรตลอดทางและหันมาส่งตาและรอยยิ้มอบอุ่นเหมือนกับว่าวันนี้เป็นการนัดเดทกันจริง ๆ รังไรไม่ค่อยกล้าสบตาเขาเท่าไหร่ ในหัวใจกลับหวนคิดถึงแต่คำว่าถูกผิดตลอดเวลา

“เป็นอะไรไป หน้าตาเราดูวิตกกังวลชอบกล” ปวินท์ทักเธอ

“เปล่านี่คะ ว่าแต่วันนี้พี่ปวินท์ชวนคุณพลอยพิณมาทานข้าวเย็นด้วยกันหรือเปล่าคะ” รังไรถามตามมารยาท แต่ถ้าเขาตอบกลับว่าพลอยพิณมาร่วมด้วย หัวใจเธอคงจะรู้สึกเศร้า

“ถามทำไมครับ” เขายิ้ม

“ก็...”

“วันนี้แค่เราสองคน แต่ถ้านัสอยู่ พี่ก็คงเรียกนัสมาด้วยเหมือนสมัยเรียนที่ไปไหนก็ต้องมีกันสามคนตลอด นึกถึงวันเก่า ๆ มันก็ผ่านมาหลายปีมากแล้วนะ สงสัยเราสองคนเริ่มอายุเยอะกันแล้วนะถึงนึกถึงแต่เรื่องเก่า ๆ” เขาหัวเราะเสียงใสออกมา สีหน้าบอกแววอารมณ์ดีเหมือนสิบปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาไม่ผิดเพี้ยน เธอเองก็คงเช่นกันได้แต่เก็บความรู้สึกไว้ภายในใจคนเดียวตลอดเวลา

“รังไรถึงแล้วครับ” เขาเรียกชื่อเธอ เล่นเอาเธอตกใจสุดตัว

“เป็นอะไรไป ทำงานหนักเกินไปจนเบลอ หรือว่า เหนื่อยเกินไป” น้ำเสียงเขาห่วงใยเธอตลอด จนตอนนี้รังไรเองยังไม่รู้เลยว่า เขากำลังแสดงสถานะเช่นไรกับเธอกันแน่

รังไรเม้มปากเหมือนอยากจะถาม แต่ก็นิ่งเงียบไว้เหมือนเดิม เธอเดินตามเขาเข้าไปยังร้านอาหารที่ไม่ได้ไกลจากแถวที่ทำงานของเธอเท่าไหร่ บรรยากาศของร้านนี้ตกแต่งน่ารักอ่อนหวานทุกอย่างเป็นโทนชมพูและสีดำต่างกันแต่ลงตัวมาก

“รังไรยังไม่เคยมาร้านนี้เลยนะคะ ปกติแค่ขับรถผ่านเฉย ๆ”

“ร้านนี้เพื่อนพี่เขาเป็นเจ้าของก็เลยถือโอกาสแวะมาสักหน่อย อีกอย่างก็สะดวกสำหรับรังไรด้วย”
รังไรนึกเสียใจอยู่เล็ก ๆ จริง ๆ เขาอาจจะต้องการมาพบเพื่อนมากกว่าจะนัดเธอมาเพื่อพูดคุยกันก็เป็นได้ พอนั่งลงที่เก้าอี้สวยไม่นานเพื่อนเจ้าของร้านก็มาต้อนรับพร้อมร่วมวงสนทนาด้วยเป็นครั้งคราว

“แล้วพลอยไม่มาด้วยเหรอ” เพื่อนเจ้าของร้านถาม

“วันนี้พลอยไม่ว่าง อีกอย่างตั้งใจพา รังไร มาทานข้าวน่ะ” ปวินท์ไม่ได้บอกสถานะอะไรของเธอ
รังไรได้แต่ก้มหน้าและยิ้มจาง ๆ ออกไปตามมารยาท

เพื่อนเจ้าของร้านนั่งสนทนากับเขาอยู่พักใหญ่ จนเธอเริ่มจะอิ่มท้องแล้ว การมานัดพบกันในวันนี้เหมือนมันไม่ลงตัวเลยสักนิดทั้งที่รังไรวาดฝันสวยหรูไว้มากมาย หรือบางทีเธอกับเขาอาจจะไม่ใช่เนื้อคู่กันจริง ๆ เลยเหมือนมีอะไรมากีดกันเวลาของทั้งสองคน

“พี่ปวินท์ทำงานเป็นยังไงบ้างคะ”

“งานของพี่ไม่น่าห่วงหรอก ว่าแต่เราเถอะ เห็นเจ้านัสบอกว่าเรากำลังลาออกจากงานไม่ใช่หรือไง แล้วได้งานใหม่หรือยัง ถ้ายังไปทำงานกับพี่เอาไหม” เขาเชื้อเชิญเธอ

“ก็ไม่รบกวนดีกว่า”

“เบื่องานหรือว่าเบื่อคน” เขาถามอย่างผู้ใหญ่คนหนึ่ง

“สภาพแวดล้อมค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ และหยิบแก้วน้ำใสขึ้นจิบ

“ไปทำงานกับพี่นะ พี่จะได้ดูแลเราได้มากขึ้น หลายปีที่ผ่านมามีหลายอย่างที่พี่ไม่ได้บอกรังไรให้รับรู้เลย ตอนอยู่ต่างประเทศถ้าไม่ได้รังไรคอยส่งกำลังใจให้ พี่ก็คงเหงาอยู่เหมือนกัน ตอนนี้พี่กลับมาแล้ว พี่ก็จะไม่ทำให้รังไรเหงาเหมือนกัน เราคงได้พบหน้ากันบ่อยขึ้น หรือว่ารังไรอยากทานอะไร ไปเที่ยวไหนก็บอกพี่ได้นะ” ดวงตาเขาส่งยิ้มพร้อมกับริมฝีปากสวย

“รังไร” เธอไม่รู้จะพูดอะไรออกไปดี

“พี่ปวินท์คะ รังไรอาจจะไม่ได้พบพี่ปวินท์อีกก็ได้” น้ำเสียงเธอเศร้าลง

เขาเลื่อนมาจับมือเธออย่างฉับพลันที่เธอหลุดประโยคนั้นออกมา

“รังไรจะไปไหน”

“จะไปอยู่ต่างไร่ชากับพี่นัสค่ะ รังไรจะไปช่วยพี่นัสทำงานที่นั่น เราสองคนคงหมดโอกาสที่จะได้พบกัน แล้วอีกไม่นานพี่ปวินท์ก็มีคนที่ต้องดูแลแล้ว คงไม่เหมาะนักที่เราสองคนจะพบกันอีก” เธอพูดตัดบทออกไปดื้อ ๆ ทั้งที่ภายในหัวใจเจ็บแปลบบอกไม่ถูก

ปวินท์นิ่งเงียบ เขาถอดมือเขาออกจากนิ้วเรียวเล็กของเธอ

“ถ้าวันนั้นพี่ได้บอกความรู้สึกที่แท้จริงให้รังไรได้รู้ เราสองคน...”

“รังไรเข้าใจค่ะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว” รังไรรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วใบหน้า ณ วินาทีนี้ไม่กล้าแม้จะสบสายตาของเขา เธอเห็นแต่ริมฝีปากของเขากำลังเม้มสนิท ใบหูแดงเล็กน้อย เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าตอนนี้ปวินท์กำลังรู้สึกอย่างไร

“ถ้าเพียงแต่ พี่ยังพอมีโอกาสอีกครั้ง เราสองคนมาเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม”

ไม่ใช่เพียงเพราะสายลมที่พัดแรงในตอนนี้ใช่ไหมที่ทำให้รังไรรู้สึกหูอื้อ ผู้คน ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวกำลังหยุดนิ่งสวนทางกับกระแสลมที่พัดโชยในตอนนี้

“รังไร เรามาเริ่มต้นด้วยกันได้ไหม”



จุลนั่งหาวหวอดอยู่บนเตียงนอน เขาลุกมาบิดลำตัวซ้ายขวา บริหารร่างกายเพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัวสักพักก็วิ่งตื๋อลงไปในครัว พร้อมอัดกาแฟเข้าเครื่องชงกาแฟ กลิ่นหอมของกาแฟสดในยามเช้าใช้เวลาไม่นานนักก็รินใส่แก้วเซรามิคใบเก๋ได้อย่างลงตัว เขาถือถ้วยกาแฟมานั่งเล่นอยู่ที่สวนหน้าบ้าน พร้อมเจ้าแมวสีเทาของน้องสาวที่แอบมาวิ่งเล่นซนอยู่หน้าบ้านหลังน้อยของเขา

“นี่เจ้ากรูฟมานอนขี้เกียจแถวนี้ทำไม แล้วเจ้านายแกหายไปไหนเนี่ย ห้ามมาทำเลอะเทอะแถวนี้นะ แกรู้ไหมฉี่แกเนี่ยเหม็นเอาการเลย” เขาจิบกาแฟ พร้อมกับแกล้งผลักหัวมันเล่น มันก็คลอเคลียอยู่ไม่ห่างอย่างกับฟังภาษาคนรู้เรื่อง

“กรูฟ กรูฟ” เสียงเล็กใสของน้องสาวเรียกหาแมวสุดที่รักมาแต่ไกล

“เจ้ากรูฟแอบมาหลบเลียแผลใจอยู่นี่เอง” กุลธิดา น้องสาวคนเล็กของเขามาถึงก็เหน็บกันเลยทีเดียว

“มากไปแล้วกุล กาแฟไหมในครัวโน้น” เขาชี้มือโบ้ยไป

“ไม่หรอก กาแฟของพี่จุลมันขม ตอนนี้ชีวิตกุลกำลังหวาน แล้วเป็นไงบ้างคะ มีงานเข้ามาบ้างหรือยัง” น้องสาวเขาถามด้วยความห่วงใย

“ก็มี แต่ยังไม่อยากทำ”

“นี่หรือเหตุผล กุลได้ข่าวว่าพี่จุลจะไปช่วยพี่ลันนาแต่งร้านไม่ใช่เหรอ หรือว่าไม่รับงานนี้เพราะกลัวเจ็บแผลใจที่ยังไม่หายสนิท” กุลหัวเราะออกมา

“ประโยคแรกเหน็บ ประโยคสองทำลายบรรยากาศตอนเช้า ประโยคสามนี่คุกคามทางอารมณ์เลยนะ” เขาทำเป็นแยกเขี้ยวใส่และจะบีบคอน้องสาวของเขา

“โอ้ยพี่จุล อย่าแกล้งเขานะ กลับบ้านเราดีกว่านะเจ้ากรูฟ ไม่งั้นจะโดนหนุ่มโสด แต่ใจไม่โสดทำร้ายร่างกายเอา” เธอยังแซวทิ้งท้ายให้อีก

“ไปทั้งแมวทั้งเจ้าของแมวเลย ไม่งั้นจะจับหักคอจิ้มน้ำพริกเลยดีไหม” เขาพูดจบก็หัวเราะออกมา

“พี่จุลไปเถอะ ไปช่วยพี่ลันนาเขาแต่งร้านสักหน่อย ถึงพี่ลันนาจะรักพี่ตุลมากแค่ไหน แต่ตอนนี้พี่ตุลของเราก็โบยบินไปต่างแดนแล้ว แถมยังทำลายความรู้สึกทั้งของตัวเองและคนที่รักให้อีก อย่างน้อยพี่จุลน่าจะเป็นคนที่อธิบายความรู้สึกของพี่ตุลได้ดีนะ กุลไม่อยากเสียพี่สะใภ้ดี ๆ อย่างพี่ลันนาไป แม้ว่าพี่จุลจะเจ็บปวดแต่ก็ต้องอดทนนะ” กุลธิดาเดินกลับมากอดคอพี่ชายของเธอไว้อย่างสนิทสนม

“ก็คิดอยู่เหมือนกัน วันนี้ว่าจะแวะไปดูร้านให้ลันนาเขาอยู่เหมือนกัน” เขายิ้มและพรางนึกไปถึงลันนาสาวรุ่นพี่ที่อายุมากกว่าเขาเจ็ดปี เธอเป็นคนรักของพี่ชายคนโตของเขา แต่ตอนนี้พี่ชายของเขาไปเรียนต่อที่เมืองนอกแล้วก็ไม่อยากให้ตัวเขาผูกมัดลันนาไว้ เขาเลยบอกเลิกเธอเพื่อเปิดโอกาสให้ลันนามีคนอื่นที่ดูแลเธอได้ดีกว่า แต่เหตุผลอื่นที่ซ่อนไว้ในความรู้สึกของพี่ชายนั้นเขาไม่รู้จริง ๆ ว่ามีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่า ลันนาเข้าใจความรู้สึกของจุลดี แต่ลันนาก็ชัดเจนมากว่าเธอไม่ได้รักเขาเกินกว่าน้องชายเลยสักนิด

จุลจำคราบน้ำตาของลันนาได้ดีในวันนั้นที่สนามบิน ลันนามาส่งตุลด้วยความเศร้าสร้อยและเป็นวันที่ตุลบอกเลิกอย่างชัดเจน รอยน้ำตาของสาวรุ่นพี่ยังคงเปียกปอนบนไหล่น้องชายอย่างเขาเสมอมา แววตาโตที่สวยกลับเศร้าลง จากนั้นจนลันนาเรียนจบรอยยิ้มบนดวงหน้าของเธอก็ค่อยจางลงทุกวัน ๆ จุลรู้ดีว่าลันนายังเฝ้ารอคอยพี่ชายของเขาเสมอมา แล้วเวลาไหนกันที่เขาจะเข้าแทรกกลางระหว่างใจของเธอได้


บรรยากาศเจแปนทาวน์ในเมืองไทยย่านถนนชื่อดังเวลาใกล้เที่ยง แสนพลุกพล่านไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังหาอาหารกลางวันรับประทาน วันนี้จุลนัดกับลันนาไว้ในตอนบ่ายนิด ๆ แต่เหมือนจะตื่นเต้นยังไงไม่รู้เขาจึงมาก่อนเวลา สองเท้าของเขาพอถึงใกล้ร้านก็เหมือนจะก้าวขาไม่ออกยังไงชอบกล เขาแวะเข้าร้านเครื่องดื่มน่ารักที่นัดกันไว้กับลันนา

ร้านนี้ผนังเป็นกระจกสีชาถ้ามองจากภายนอกจะไม่เห็นบรรยากาศภายในร้านเท่าไหร่ แต่ถ้ายืนมองด้านนอกร้านก็เหมือนกระจกส่องดูตัวเอง ก่อนเข้าเขาสำรวจตัวเองอยู่หน้ากระจกนั้นว่าทุกอย่างที่รวมเป็นองค์ประกอบของเขามันดูดีแล้ว ทุกครั้งที่จะพบลันนาบางครั้งก็เล่นเอาขาดความมั่นใจอยู่เหมือนกัน ผิดกับตุลพี่ชายของเขาดูเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง

พี่ตุลเหมาะกับลันนาที่สุดแล้ว เพราะลันนาเป็นคนสวยคม และสง่างาม คงจะจริงที่บุคคลิกภาพของเขาดูเป็นคนง่าย ๆ ขี้เล่นอย่างที่กุลน้องสาวคนเล็กบอกก็เป็นได้ว่าบางทีอาจจะดูเด็กไปสาว ๆ เลยไม่นิยมเพราะเหมือนว่าจะดูแลใครไม่เป็น นึกถึงที่น้องสาวคอมเม้นต์แล้วก็ทำให้ขาดความมั่นใจไปซะทุกครั้ง

ใกล้จะถึงเวลานัดแล้ว เขาเหลือบมองนาฬิกาและนั่งจิบกาแฟเย็นเพื่อลดความประหม่าภายในใจลง แต่ก็ต้องมีเรื่องให้อมยิ้มเพราะขณะที่เขานั่งเคาน์เตอร์ริมกระจก เขากำลังยื่นหน้าแทบจะชิดกระจกเพื่อจะมองดูว่าลันนากำลังเดินมาหรือยังก็มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังยื่นหน้าบูดมาที่ผนังกระจก เขาตกใจแต่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้กับท่าทางของเธอตรงหน้าที่เอากระดาษชำระเช็ดไปที่เส้นผมยาวสลวยเหมือนกับว่าผมเธอจะโดนนกโปรยเสน่ห์ลงมา ช่างเป็นสาวที่แสนจะโชคดีเหลือเกิน แต่สาวคนนี้ดูไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ พอเธอเช็คผมเสร็จ เธอก็สำรวจดูหน้าตัวเองอีก เธอจะรู้บ้างไหมว่าคนในร้านนี้เขาเห็นกันหมดแล้ว

“อ้าวงั้นตอนที่เรายืนสำรวจตัวเองหน้ากระจกทุกคนก็ต้องเห็นเหมือนกัน” เขารำพึงกับตัวเองแล้วหัวเราะขันออกมา

“ต้องออกไปเตือนสักหน่อย” เขาลุกออกมานอกร้านและยืนกอดอกทำหน้ากวน ๆ อยู่ข้างผู้หญิงคนนั้น

“ยายแม่มดมายืนทำไร” เขาส่งเสียงกวนออกไป

เหมือนแม่มดกำลังอารมณ์ไม่ดี เธอหันมาใส่หน้ายัก “ว่าไงชายแปลกหน้าแล้วคุณล่ะมาทำไร” เขาย้อนถามเธอเหมือนกัน

“เมื่อกี้รู้ตัวหรือเปล่าว่าคุณกำลังจะจูบผมอยู่แล้วนะ”

“บ้าเหรอ พูดอะไรน่าเกียจ” เธอส่งเสียงโวยวาย แต่จุลกลับยืนอมยิ้ม

“ก็เมื่อกี้คุณทำอะไรล่ะ ยืนหน้ามาซะชิดกระจก รู้ไหมผมก็ยื่นหน้ามาชิดกระจกเหมือนกัน คิดดูดี ๆ นะ ถ้าไม่มีกระจกกั้นริมฝีปากสวยของคุณคงจุ๊บริมฝีปากอันสวยงามของผมเข้าให้แล้ว แล้วทีนี้คุณจะรับผิดชอบผมยังไง” จุลก็นึกขำตัวเองในใจเหมือนกัน ที่บทสนทาของเขาดูไม่เข้าท่าเอาซะเลย แต่เขาก็รู้สึกดีที่ได้แสดงอารมณ์กวนออกไปกับรังไร

“งั้นเลย อย่ามากวนนะยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่”

“เข้ามาในร้านก่อนซิ ดื่มอะไรเย็น ๆ จะได้หายเศร้า เอ้ย หายเครียด” อยู่ ๆ ทำไมเขาถึงพูดว่าหายเศร้าออกไปเขาก็ไม่รู้ตัวเหมือนกัน

รังไรเดินตามเข้าร้านไปและสั่งเครื่องดื่มชนิดเดียวกันกับที่เขาสั่งมาก่อนเมื่อครู่

“ชอบเหมือนกันเลยนะ สงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนได้พบกันอีก” เขาถามเธอ

รังไรส่ายหน้า “ก็มีนัดกับลูกค้าแล้วคุณล่ะ”

“มีนัด”

“กับสาว” เธอย้อนเขา

เขาแค่พยักหน้าและดื่มกาแฟต่อ

“แล้วเมื่อกี้เป็นอะไรอีกล่ะทำหน้าบูด”

“เรียกซวยมากกว่า คุณคิดดูซิว่าผู้คนก็มากมายที่เดินบนถนน นกก็บินผ่านแค่ตัวเองมันดันเลือกฉันที่จะเป็นผู้รับพรวิเศษจากมันน่ะ ดูซิเนี่ยเต็มผมเลยเช็ดออกหมดหรือยังก็ไม่รู้” เธอเอามือสางแล้วก็จริงยังมีเศษเสี้ยวแห่งความเปียกแฉะเกาะอยู่อีก

“ใครว่าซวย โชคดีต่างหาก คงเหมือนคนที่เกิดมาคู่กันมั้ง ผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ แต่ก็ทำให้คนรักสองคนมาพบกัน บางทีคุณกับผมอาจจะเป็นคนสองคนนั้นก็ได้นะ” เขายิ้มออกมาทั้งดวงตา

“แล้วเราสองคนจัดว่าโชคดี หรือว่า ซวยล่ะ”

“พูดมาก หันมา” เขาทำเป็นออกคำสั่งกับเธอ

แต่รังไรทำหน้างง หันมาของเขาหมายความยังไง

“หันมาซิ ผมคุณยังสกปรกอยู่เลย” เขาถือวิสาสะจับตัวเธอหมุนมาพร้อมเก้าอี้บาร์ที่นั่งอยู่ แล้วค่อย ๆ บรรจงเช็ดผมที่เปียกพรวิเศษจากนกน้อยบนฟากฟ้า เขาค่อย ๆ ทำอย่างประณีต ความใกล้ชิด จนเธอเห็นดวงหน้าของเขาอยู่แค่ปลายจมูก ดวงตาเขาสวยส่งประกายน้ำตาลเข้ม ริมฝีปากได้รูป จมูกสวยเป็นสันรับกับคิ้วเข้มของเขา ความอ่อนโยนของเขาในตอนนี้ทำให้เธอเหมือนทำตัวไม่ถูก

“หลงเสน่ห์ผมแล้วซิยายแม่มด มองผมซะเคลิ้มเลยนะ รู้นะว่าคิดอะไรอยู่”

เธอเลยปัดมือเขาออก “พอแล้ว”

“สะอาดแล้วไม่ต้องกังวลไปพบลูกค้าได้ อ้อ แม่มด”

“ว่าไง”

“ลืมไปหรือเปล่า ที่ผมบอกว่า ถ้าเราสองคนได้พบกันอีก คุณจะทำความรู้จักกับผมน่ะ” แววตาของเขาดูขี้อ้อนชอบกล

“เราสองคนจะรู้จักกันไปเพื่ออะไรล่ะ”

“เป็นเพื่อนกันไง”

“แล้วคุณไม่มีเพื่อนหรือไง” เธอทำเป็นรำคาญเขา แต่ใจจริงก็เหมือนกับจะใจอ่อนทำความรู้จักตั้งแต่แรกพบแล้ว

“ก็มีเยอะนะ งั้นเป็นคนรักกันเอาไหม”

พอได้ยินประโยคนั้น เธอถึงกับสำลักกาแฟ พร้อมกับทำแก้วหก กาแฟที่เหลือเลยหกใส่เสื้อของเธอ

“จบกันยายแม่มด นอกจากเสื้อคุณจะสกปรก ดูซิกางเกงผมเลยโดนลูกหลงไปด้วยเลย” เขาพูดจบก็มองหน้าเธอ

“เห็นไหมล่ะคนซวยสองคนมาพบกันน่ะ”

รังไรและจุลเลยหัวเราะกันออกมาใหญ่

“แลกกันไหม ผมเช็ดเสื้อให้คุณ คุณเช็ดกางเกงให้ผม”

“ทะลึ่ง”

เสียงหัวเราะมีให้กันในยามที่แดดส่องตรงกลางศีรษะ อาจจะเป็นเพราะนกน้อยตัวนั้นที่ส่งพรวิเศษมาให้เธอจริง ๆ ถึงได้มาพบกับความอบอุ่นของเขาแบบไม่ตั้งใจ บางทีวันนี้ความน่ารักของเขาอาจจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดภายในใจลงบ้างก็ได้




Create Date : 16 กุมภาพันธ์ 2555
Last Update : 16 กุมภาพันธ์ 2555 3:36:05 น. 1 comments
Counter : 419 Pageviews.

 
แวะมาอ่านและพกกำลังใจมาให้กั๊บ


โดย: โต๊ะ IP: 171.4.236.193 วันที่: 16 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:11:39:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

nalinnovel
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




นลินโนเวล เป็นบล็อกที่รวบรวมผลงานเขียนทั้งเรื่องสั้น นวนิยาย โดยมีนามปากกาว่า
นลิน คือ รักหวาน - Sweet
ฟุ้งรัก คือ รักสดใส - Pastel
จุล คือ เรื่องสั้นและบทความ - A love aleart -Aom
อยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนที่ได้เข้ามาอ่านผลงานของนลินแล้วรู้สึกว่ากำลังทำสปาอยู่เลยค่ะ เลยแยกผลงานไว้ให้เข้าใจและเลือกประเภทที่จะทำให้ทุกคนRelax ได้ตามอัธยาศัย
และสักวันหนึ่งหวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้พบกับผลงานของนลินตามแผงหนังสือนะคะ ฝากทุกคนเป็นกำลังใจให้นลินด้วยนะ ขอบคุณค่ะ

ตัวอักษรทุกตัวของบล็อกนลินโนเวล สงวนลิขสิทธิ์ตามพรบ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิดโดยนำข้อความทั้งหมด หรือส่วนหนึ่ง ส่วนใดใน Blogไปเผยแพร่ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าของBlogเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด!!
Friends' blogs
[Add nalinnovel's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.