Group Blog
 
All Blogs
 

สลดใจเหลือเกิน คลิปลูกสาวทำร้ายแม่วัย 97 ทั้ง ตบ ตีหัว ตีหน้า สารพัด

http://www.leslais.com/smf/index.php/topic,34.0/--97---.html


ดูแล้วอึ้ง ทำไมถึงทำอย่างนี้ ลูกสาวทำร้ายแม่อายุ 90กว่าแล้ว ทั้งตีหัว ตีหน้าสารพัด
เห็นแล้วรับไม่ได้เลย บาปกรรมจริง ๆ




 

Create Date : 20 กรกฎาคม 2552    
Last Update : 20 กรกฎาคม 2552 22:24:02 น.
Counter : 187 Pageviews.  

ธรรมะคือกำลังใจ

ใช้ธรรมะเป็นข้อประพฤติปฏิบัติเพื่อเป็นกำลังใจให้คลายทุกข์

http://larndham.net/index.php?s=44cc2e824e9dde8719c7e0701f0f0000&showtopic=32531

ดูกระดานแล้วมีผู้เข้ามาอ่านหลายท่านพอสมควร แต่ยังไม่มีใครช่วยตอบ เจ้าของกระทู้ก็ขอนำหลักธรรมะที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันมาเล่าสู้กันฟัง จริง ๆ แล้ว หลักธรรมะทั้งหมดได้เขียนขึ้นเพื่อเป็นข้อปฏิบัติของตนเอง และได้ทำเป็นหนังสือเพื่อแจกเป็นธรรมทานเมื่อปี 2548 ซึ่งผู้เขียนได้ใช้ชื่อหนังสือว่า รักที่บริสุทธิ์ ภาคที่ 1 กำลังใจ มีทั้งหมด 109 หัวข้อสั้น ๆ ซึ่งสามารถปฏิบัติตามได้โดยไม่ยาก อ่านไปปฏิบัติตามไปได้เลย ผู้ตั้งกระทู้จะลงให้ท่านที่สนใจอ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ
ข้อที่ 1 ใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว (ฟุ้งซ่าน) ในทุกวันนี้ ชีวิตของคนเราก็วุ่นวายพอสมควรอยู่แล้ว เราจึงไม่ควรไปกระตุ้นความไม่สงบให้มันวุ่นวายมากยิ่งขึ้น เมื่อมีเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นให้ใช้กลวิธีด้วยการสงบปาก เป็นอันดับแรก ต่อจากนั้นให้สงบคำ และสงบใจ ในขณะที่สงบนั้นเราจะต้องพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยว่าเป็นจริงหรือไม่จริงแล้วค่อย ๆ พิจารณาหาวิธีแก้ไข ในขณะที่ท่านสงบนั้นท่านจะพบความอ่อนโยน และผ่อนคลายความตึงเครียดได้อย่างประหลาด ลองทำดูซิและควรทำบ่อย ๆ จนกลายเป็นนิสัย ท้ายสุดจะทำให้ท่านพบกับความสงบและสันติสุขที่แท้จริงได้อย่างมห้ศจรรย์
ข้อที่ 2 ตื่นนอนก่อนลุกให้แผ่เมตตา การแผ่เมตตาเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการแผ่เมตตาเป็นการอภัยในสิ่งที่ผู้อื่นทำแก่ตนเองและที่เรากระทำต่อผู้อื่น ท่านลองแผ่เมตตาอย่างง่าย ๆ ดูนะคะ ด้วยการระลึกถึงคุณความดีที่เรามีและส่งความปรารถนาดีนั้นไปยังบิดามารดา บุตร ธิดา สามี ญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ ร่วมงาน สรรพสิ่ง สรรพสัตว์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนโลกใบเดียวกับเรานี้ รวมทั้งศัตรูคู่อาฆาตของเราด้วย ขอให้ท่านทั้งหลายมีความสุขไม่มีความทุกข์ และที่สำคัญไม่ให้จองเวรต่อกันเมื่อแผ่เมตตาแล้ว ก็ไม่ควรจะนำความรู้สึกที่ไม่ดีมาใส่ไว้ในใจ และเมื่อพบกันก็ไม่ควรแสดงอาการด้วย ในขณะที่ทำตอนแรก ๆ ท่านอาจจะมีความรู้สึกว่าฝืนความรู้สึก แต่เมื่อท่านทำจนเคยชินแล้ว จะรับรู้ถึงความสบายใจ สบายกาย เป็นอย่างมาก ท่านทำดูซิคะ
ข้อที่ 3 จงให้อภัยทุกอย่างที่เกิดขึ้นแล้วเราจะสบาย ปฏิบัติต่อจากข้อที่ 2 นะคะ การแผ่เมตตาก็คือการให้อภัยสิ่งที่จะทำให้พบความสบายใจ สบายกายและมีความสุขอย่างแท้จริง คือ การอภัยแก่บุคคลที่เราคิดว่าเป็นศัตรูของเรา จริง ๆ แล้ว คำว่าศัตรูคือสิ่งที่เราจะต้องเอาชนะมันให้ได้ เอาชนะด้วยความดี ถ้าเราเอาชนะด้วยความอาฆาต ริษยาแล้วละก็ตัวเรา ตัวท่านเองนั้นแหละจะได้รับโทษอย่างมหันต์ เพราะจะทำให้เกิดความเครียดขึ้น ความเครียดเป็นบ่อเกิดโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด ถึงแม้ว่าจะมีเงินทองมากมายแค่ไหนก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้ การยอมให้อภัยแก่สิ่งต่าง ๆ ที่มันผ่านมาแล้วนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อรักษาสุขภาพจิต สุขภาพกายของเราให้ดียิ่งขึ้น ท่านอาจจะค้านว่าทำไมเราจะต้องไปยอมด้วยละก็ขอบอกท่านว่า ท่านลองทำดูซิคะ เราท่านจะได้พบคำตอบด้วยตัวท่านเองว่าการให้อภัยกันและกันมีความสุขเพียงใด เริ่มทำตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะคะ อย่าให้ใจของท่านมีขยะที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นและเป็นอันตรายต่อชีวิตของเราเองตกค้างอยู่
ลองปฏิบัติใน 3 ข้อเบื้องต้นดูนะคะ


อ่านต่อ...ลิ้งค์ด้านล่างคับ...

http://larndham.net/index.php?s=44cc2e824e9dde8719c7e0701f0f0000&showtopic=32531




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2552    
Last Update : 10 มิถุนายน 2552 7:51:07 น.
Counter : 95 Pageviews.  

ลานธรรม

ชีวิตกับธรรมะ

ชีวิตกับธรรมะคือสิ่งเดียวกันไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เสวนาในห้องนี้ได้ทั้งเรื่องความรักที่สมหวังและผิดหวัง เรื่องความกดดันที่ไม่อาจระบายให้ใครฟัง เพื่อกำลังใจ และแนวทางในการดำรงชีวิตตามอุดมคติพุทธ

เวลารู้สึกแย่ เวลาที่จิตตก ผมชอบเข้าไปอ่านกระทู้ในลานธรรมครับ

http://www.larndham.net




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 22 พฤษภาคม 2552 16:25:16 น.
Counter : 91 Pageviews.  

สติดี=ดวงดี



ใช้ชีวิตอย่างมีสติ สติจะนำโชคดีมาให้
สติจะช่วยให้คุณทำอะไรก็ถูกต้อง ๆ ไม่ผิดพลาด
เมื่อมีสติ สติจะโน้มนำคุณธรรมต่าง ๆ เข้ามาสู่จิตใจของคุณ
ทำให้คุณได้พบแต่สิ่งที่ดี ๆ หรือ จะเรียกว่า "โชคดี" ก็ได้
แต่ให้ระวังล่ะ เพราะถ้าคุณเกิดเผลอสติเมื่อไหร่ สิ่งไม่ถูกต้องก็จะเกิดขึ้นทันที
ดังนั้นเมื่อรู้ตัวว่าผิดพลาดเมื่อไหร่ ให้รีบตั้งสติหันกลับมาทำในสิ่งที่ถูกต้องทันที


คำอธิบายนะครับ

นายสติ ตื่นเช้า กดนาฬิกาปลุกให้หยุดอย่างมีสติ
นายไม่มีสติ ตบนาฬิกาปลุกด้วยอาการผวาไม่มีสติ เลยไปตะปบแว่นตัวเองขาหัก

นายสติ นุ่งกางเกงอย่างมีสติ
นายไม่มีสติ ลุกลี้ลุกลน นุ่งกางเกงไม่มีสติ หกล้มคะมำ บาดเจ็บ

นายสติเปิดม่านหน้าต่างยามเช้าอย่างมีสติ
นายไม่มีสติกระชากม่านหน้าต่างอย่างไม่ถนอม ม่านเลยหลุด

(ตรงขนมปังนี่ไม่เข้าใจแฮะ ทำไมขนมปังของนายไม่มีสติถึงไหม้)

นายมีสติเปิดก๊อกน้ำอย่างประหยัด
นายไม่มีสติเปิดก๊อกน้ำอย่างไม่ประหยัดน้ำกระเด็นโดนกางเกงเปียก

นายสติเปิดประตูอย่างมีสติระมัดระวัง
นายไม่มีสติเปิดประตูพรวดพราด ประตูหนีบผ้าพันคอหลุดไปไม่รู้ตัว

นายมีสติเห็นขอทาน สติดึงคุณธรรมเมตตามาไว้ในใจ ให้เงินขอทานด้วยความกรุณา
นายไม่มีสติเห็นขอทาน ไม่มีสติน้อมนำคุณธรรม อกุศลเลยเกิดในจิตใจ เกิดความรังเกียจ ไล่ขอทาน ตอนนั้นพวกล้วงกระเป๋าเดินมาพอดี เห็นกำลังเผลอสติ เลยล้วงกระเป๋านายไม่มีสติ

ถึงตอนนี้นายมีสติ พลาดนิดหน่อย เผลอไม่มีสติ โยนลูกแอปเปิ้ลทิ้ง อย่างไม่มีสติ
เลยข้ามเฟรม (ช่วงนี้เซอเรียลลิสหน่อยนะ) แอปเปิ้ลเลยไปโดนนายไม่มีสติ
นายไม่มีสติคิดว่าตัวเองอยู่ในด้านที่โชคไม่ดี อิจฉานายสติ ผลักนายสติไปอยู่ที่ด้านโชคไม่ดี ส่วนตัวเองมาอยู่ในด้านที่คิดว่าโชคดีแทน
แต่หารู้ไม่ว่านิสัยไม่มีสติของตัวเองก็ตามไปด้วย ทำให้โชคร้ายตามฟอร์ม (ไม่มีสติ
ไปพูดลวนลามผู้หญิง เลยโดนตบหนึ่งฉาด)

จบแล้ว..เฮ้อ ! .เหนื่อย

http://www.budpage.com/bc08.php




 

Create Date : 19 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 19 พฤษภาคม 2552 1:45:01 น.
Counter : 148 Pageviews.  

รวย 3,200 ล้าน จากดอกไม้ก้านเดียว 'มารีเมกโกะ'



หากเอ่ยถึงฟินแลนด์ เราๆ อาจนึกถึงบรรยากาศของประเทศที่มีแต่หิมะ และแหล่งผลิตมือถือชื่อดัง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำความรู้จักในดินแดนแห่งความหนาวเย็นนี้ คือ 'มารีเมกโกะ'

บริษัทออก แบบและผลิตลายผ้าอันมีชื่อเสียงของประเทศฟินแลนด์ ที่ปัจจุบันสร้างรายได้ถึงปีละ 3,200 ล้านบาท จากจุดเริ่มต้นแค่แรงบันดาลใจจากดอกป๊อปปี้ (ดอกฝิ่น) กลายมาเป็นลวดลายบนผืนผ้าและพัฒนามาสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยทั้งหมดเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพภูมิอากาศอันเลวร้าย และภาวะหดหู่จากสงครามโลกครั้งที่ 2

ความสำเร็จอันน่าพิศวง นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี ร่วมกับพิพิธภัณฑ์ศิลปะและงานออกแบบแห่งประเทศฟินแลนด์ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวความบากบั่นของบริษัทดังกล่าวออกมาเป็น นิทรรศการหมุนเวียนชุด "มารีเมกโกะ แล้ง หนาว...แต่เร้าใจ" ที่ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรี่ยม โดยหวังให้เรื่องราวอันไม่น่าเชื่อนี้จุดประกายนักออกแบบไทยให้เกิดการเรียน รู้ความเป็นตัวตนที่ผสานความคิดสร้างสรรค์และการจัดการสมัยใหม่จนสร้างแบ รนด์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดโลก

"มารีเมกโกะ" แปลชื่อตามตัวได้ว่า "ชุดของเด็กผู้หญิง" ตั้งอยู่ที่กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดสนรอบด้านช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของผู้ก่อตั้ง อาร์มี ราเทีย ผู้ทำหน้าที่ทั้งเป็นผู้อำนวยการบริหาร ผู้อำนวยการฝ่ายศิลปกรรม และหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ในยุคนั้น เป็นผู้นำพาผลงานและนักออกแบบไปสู่ความแตกต่าง และประสบความสำเร็จอย่างสูง

จาก โรงงานพิมพ์ผ้าเล็กๆ ไปสู่การขยายรูปแบบธุรกิจจนกลายเป็นบริษัทออกแบบชั้นนำของประเทศที่ทำการ ผลิตและส่งออกเสื้อผ้าไปจนถึงเครื่องใช้ในครัวเรือนและเครื่องใช้ในชีวิต ประจำวันต่างๆ หรือที่เรียกกันว่า "ไลฟ์สไตล์ คอนเซ็ปต์" โดยผลงานทั้งหมดจะแฝงความเป็นชาตินิยมของฟินแลนด์และลัทธิสมัยใหม่นิยม

" แม้ว่าฟินแลนด์อยู่ท่ามกลางความหนาวเย็นแห้งแล้งเกือบตลอดปี และมีเพียงป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติหลัก แต่มารีเมกโกะกลับสามารถฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จนเป็นที่ยอมรับของตลาดโลก ทุกวันนี้เขาทำรายได้ถึง 3,200 ล้านบาท นั่นคือสิ่งที่เราอยากให้นักออกแบบไทยได้เรียนรู้ถึงวิธีคิดว่าเขาทำได้ อย่างไร และถ้าเรามองว่าเราลำบากแล้วในภาวะตอนนี้ ถ้าลองเป็นอย่างเขาบ้างจะทำได้อย่างเขาไหม" ไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ตอบถึงคำถามที่ว่าทำไมจึงต้องศึกษางานออกแบบของอีกฟากทวีปที่อากาศแตกต่าง จากเมืองร้อนอย่างบ้านเราโดยสิ้นเชิง

นอกจากนี้ ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ยังวิเคราะห์ผลงานของมารีเมกโกะ ว่าอาจดูจะขัดกับภาวะของประเทศในยุคนั่น เพราะขณะที่ฟินแลนด์กำลังหดหู่จากสงคราม และขาวโพลนจากหิมะเกือบทั้งปี แต่ผลงานกลับสะท้อนความสดใส สอดแทรกความเป็นธรรมชาติ เนื่องจากพวกเขาต้องการจะให้กำลังใจผู้คน ซึ่งดีไซน์เหล่านี้มาพร้อมกับการไม่ลืมรากเหง้าของตัวเอง และกลวิธีการทำธุรกิจอย่างแยบยล สังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่ทำให้มารีเมกโกะยังคงแทรกซึมอยู่ในวิถีชีวิต ของชาวฟินแลนด์ทุกคนมากว่า 5 ทศวรรษ

ผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ ประกอบด้วย ชิ้นงานกว่า 100 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นลายผ้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ศิลปะท้องถิ่นและงานสถาปัตยกรรมแบบฟินนิช แบบจำลองงานสถาปัตยกรรม เสื้อผ้า เครื่องใช้ในบ้าน และเรื่องราวความสำเร็จของการบริหารองค์กร นับจากยุคก่อตั้งจนถึงยุคปัจจุบันอีกด้วย

นิทรรศการจะแสดงจนถึง วันที่ 18 มิถุนายนนี้ บริเวณห้องจัดแสดงงาน 2 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ชั้น 6 ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ใครที่อยากเรียนรู้และทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความสำเร็จระดับสุดยอดจากดินแดนแห่งหิมะต้องไม่พลาด

http://rcheep.blogspot.com/




 

Create Date : 14 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 14 พฤษภาคม 2552 14:37:33 น.
Counter : 185 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  

naizeezaa
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add naizeezaa's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.