คอนเสิร์ต อัสนี-วสันต์ กาญจนบุรี
แค่เข้ามาเล่า เท่านั้น ...


ไปเป็น คนหัวใจสิงห์ กะเขามาเหมือนกัน
ไปตั้งแต่ 5 โมง ติดน้องฝน ที่ HOTPOT ยัน 6 โมงครึ่ง อิ่มไป......
พออิ่ม ไปหาที่จอดรถ ไกล อิบ..
เข้าไปในสนามกลีบบัวแล้ว โห......... ตรูมาดูดนตรี หรือจะมาดำนาว่ะเนี้ย แล้วมีแจก B-INGอีกแน่ะ สงสัย กลัวเหนื่อยเราเหนี่อยแน่ๆ เดี๋ยวมี ปักดำ หรือเปล่าหว่า 55555 .
ไปรอหน้าประตู จน 2 ทุ่มถึงได้เข้า โอ สวรรค์ ของชาวนา หว่านกล้าไว้เสร็จแล้ว นิ่



ขอบคุณ คุณ buzzvdo ที่นำVDOมาให้ชมครับ



















บอกได้คำเดียว

มันส์ สุดๆ

ได้เฮ กลางสายฝน ตะโกนกลาง ฟ้าร้อง เย้ เย่




















ตอนท้าย ได้ ปิ๊ก มา 2 อัน แน่ะ ให้ น้องไป1
เสีย ร่ม ไป 1 อัน + รองเท้า 1 ข้าง




แค่นี้แหละครับ จบ ........

ปล. ใครมีรูป มีคลิป ขอดูมั่งครับ






Create Date : 20 กันยายน 2553
Last Update : 24 กันยายน 2553 10:26:17 น.
Counter : 313 Pageviews.

4 comment
ทรมาน บันเทิง หมายเลข1
เป็น บันทึก การเดินทาง แบบ ทรมาน ทรกรรม ครั้งล่าสุด อาจจะไม่ตื่นเต้นนัก แต่ผมก็สนุกกับมันครับ


หลังจาก หยุดปีใหม่ ได้ ตั้ง 4 วัน ตอนแรกก็ไม่มีโปรแกรม จะไปไหน ไม่รู้จะทำอะไร ฉไนเลย โบนัส (อันน้อยนิด) ก็ออกแล้ว -- ความหวังของมนุษย์เงินเดือนมืออาชีพ--
วัน ศุกร์ ก็ขอ หยุดซะ ก่อน แปดโมงเช้า เอาเจ้าเสือน้อย ( toyota tiger D4D ) ไปเปลี่ยนรองเท้าซะหน่อย ( ยางรถยนต์) ใช้มาตั้ง 4 ปี แล้ว ดอกโล้นเป็น เขาหัวโล้น ไปแล้ว แต่เจ้าประคุณ พอไปถึงร้านหลังจากเปลี่ยน รองเท้า ไป 4 ข้าง ให้เขาดูช่วงล่าง ไม่ใช่ยางอย่างเดียวแล้ว ครับท่าน พ่อบรรดา shock up อีก 4 ข้าง ก็มา สามัคคี สิ้นอายุไขพร้อมกันอีก จำใจต้องต้องเปลี่ยน มิเช่นนั้น ตรูด ผู้ขับ จะด้านไปอีกเป็นแม่นมั่น ยิ่งเป็น กะบะอยู่ มันก็กระเทือนเป็นนิสัยอยู่แล้ว ยังจะมาขาดความละมุนละไม ในการขับเคี่ยวอีก หมดไปหลายอัฐ อยู่ โบนัสที่มา เยี่ยม ก็บินหนีไปหมด ภายใน 3 ชั่วโมง
เลยต้องหาเรื่อง ฉลองของใหม่ซะนั้นกะไร แล้วที่ไหนดีหล่ะ มานั่งนั่ง นอนนอน คิดดู ชวน คนที่บ้าน กับเจ้าตัวเล็ก ไปดูทะเลหมอก ดีก่า ทั้งคู่ ตกลง(แบบงงๆ) ไปก็ไป บัดนั้นคือจุดเริ่มต้น การทรมาน ครอบครัว แบบฉับพลัน


บ่ายโมง วันที่ 28 ธ.ค. 50 เริ่มเก็บข้าวของ หนีตาม อารมณ์ อยากเที่ยว ไปไหน ไม่รู้ แล้วค่อยว่ากันทีหลัง จัดการ แบกเต็นท์ 2 หลัง ถุงนอน 3 อุปกรณ์ แค้มป์ปิ้ง ทุกขนานเท่าที่มี ขึ้นรถ อ่าง จากุชชี่ เจ้าตัวเล็ก (กะละมัง) ส้วมมือถือ (กระโถน) และ สัมภาระเจ้าตัวเล็ก อีก 1 ลังพลาสติกโลตัส มัดแน่นหนา หลังกะบะ TOYOTA LINER จากนั้นก็ เข้าบรรทม ออมแรง สำหรับ คืนนี้ เพราะ เราถือคติ “ฟ้าสาง ที่ต่างแดน” ตั้งแต่ 4 โมง บ่าย--- ได้รับคำแนะนำ มาว่า ถ้าจะขับรถกลางคืน ให้นอน ออมแรงไว้ก่อน จะทำให้ ไม่ค่อยง่วง เวลาขับ อย่า อดนอนไปขับ แล้ว ไปนอน ทีหลัง เราจะเพลีย ทำให้หลับในง่าย ----- แล้ว หกโมง มืด จึงตื่นมา อาบน้ำ ปะแป้ง แต่งองค์ ทรงเครื่อง ดีเซล กินข้าวกินกับ เตรียมตัว ออกเดินทาง เจ้าตัว ออกจะตื่นเต้น เล็กน้อย ถึงปานกลาง เพราะ รู้ว่าจะได้เที่ยว

19.19 น. ถือ ฤกษ์ นิดหน่อย ก็ออกเดินทาง แวะ เติมน้ำมัน(ไบโอ ดีเซล สนับสนุน รักษา สิ่งแวดล้อม และ เงินในกระเป๋า ) ที่ ตัวเมืองกาญจน์ ไป ก่อน 1000 บ. กับ กาแฟ สด สำเร็จรูป ที่ร้าน เจ็ด-สิบเอ็ด อีก 1 กระป๋อง ตาแจ่ม ไปได้ 1 ยก ตั้งเป้า หมาย เมือง บรรหารบุรี ที่แรกก่อน ระหว่าง ทาง ก็มา นั่ง ปรึกษากับ แม่ เจ้าตัวเล็ก ว่า จะไปไหนดี เอา แผนที่ มากาง แล้ว มา วางแผนดู แล้ว ตกลง ได้ว่า ไปดูหมอก ที่แม่ฮ่องสอน ดีกว่า ไปลอง ดู กับ 1800 กว่า โค้ง มันจะเป็นยังไง เพราะไม่เคยไปทั้งคู่ ( ผม กับ เธอ) แบบนี้แหละครับ ชอบเที่ยวแบบ ทริป ฉุกเฉิน สนุกดี ค่ำไหนนอน(เต็นท์)นั้น เป้าหมาย แรก เราจะนอน เต็นท์ ที่ ห้วยน้ำดัง เป็นอัน ตกลงตามนั้น ขับไปเรื่อย ๆ 100 – 120 กม/ชม เหตุการณ์ ปกติ

เกือบ 3 ทุ่ม ถึง ทาง แยก เลี่ยง เมือง อู่ยา - ศรีประจัน ก่อนถึง แยก อู่ยา ก็ลอง เลี้ยวซ้าย ใช้ดูซิ ไม่เคยไปซะด้วย ลองดูหน่อย ขับไป 20 กว่า โล มีรถ วิ่ง แค่ 1 คัน แต่ถนนก็มี มากเลย ครับ เรียบแปร่ ไม่มีคลื่น มีแต่ลม เพราะ ตัด ผ่ากลางทุ่งนา ซิครับ ลมหนาวแรงแค่ไหน ลองนึกดู พอถึง ศรีประจัน จะมี ป้ายบอก แยก ซ้าย ไปชัยนาท ผมก็เลี้ยวตามป้าย ไปโลด กะว่า จะแวะ ปั้มซะหน่อย หาปั้ม ที่เปิดทำการ ไม่ได้เลย 3 ทุ่ม ปิดหมด เลย ( ปั้ม ตามต่างจังหวัด ที่ไม่ใช้ เส้นทาง หลัก ก็ยังงี้แหละครับ มักปิด ตอน ดึก ๆ ขับกลางคืน ดูแลน้ำมันกันหน่อย เน้อ) ก็เลย ขับไปเรื่อยๆ กะว่า เจอ ปั้มที่ไหน เอาที่ ใหญ่ ๆ หน่อย จะได้พัก รถ ซะที คนก็เมื่อย เต็มที่แล้ว สุดท้าย ก็ได้ ปั้ม ที่ ใกล้ตัวเมือง ชัยนาท แน่ะ ขอบอก รถแวะพัก เยอะมาก เพราะ คิดว่าเป็น ปั้มแรก ที่เจอ หลังจาก ออก จาก สุ1000 ขนาด เข้าห้องน้ำชาย ยัง ต้อง เข้าคิว ห้องน้ำ สตรี ไม่ต้องเอ่ยถึง ยังเข้าคิว ที่หมอชิต ก็จอด พัก เครื่อง 15 นาที ตรวจ ลมยาง สภาพรถทั่วไป ปกติ แล้ว ก็ เดินทางต่อ มุ่งตรง สู่ เมือง ปากน้ำโพ
-- มานั่งคิดดู เส้นทาง นี้ ก็ดีเหมือนกัน ถ้าใครจะ ขึ้นเหนือ น่าจะใช้เส้นนี้ น่ะ เส้นทาง บางบัวทอง – สุพรรณ – ชัยนาท – นครสววรค์ น่าใช้น่ะครับ ขนาด น่าเทศการ รถยังน้อยเลย วิ่งได้สะดวกสบายมาก รถไม่เยอะ เหมือน สาย พหลโยธิน หมายเลข 1 ถนนดีก็ดีตลอดสาย 4 เลน มีเกาะกลางด้วย - - -


เกือบเที่ยง คืน ก็มา ถึง นครสวรรค์ แต่ก็ยังไม่ได้แวะ เพราะ แต่ละ ปั้ม รถ แน้นแน่น ขี้เกียจ ต่อคิว แบบเดิม น้ำมันก็ยัง เหลืออีกครึ่ง ไบโอดีเซล ก็ใช้ดีน่ะครับ ไม่มีปํญหา อะไร เครื่องก็เดินเรียบ อัตราการกินน้ำมันก็เท่าเดิม แต่ถ้าเราขับแบบ รักษาระดับความเร็วให้คงที่ ก็จะประหยัดน้ำมันได้ดี เข้าไปอีก น่ะ จะบอกให้ แล้ว ก็ขับไปเรื่อยๆ จนถึง กำแพงเพชร ก็มี ปั้ม ให้แวะได้ บ้าง แล้วก็ รถไม่ค่อยมาก คิดว่า รถส่วนมาก จะแวะกันที่ นครสวรรค์ กันเสียเยอะแล้ว มาถึงนี้ จึงไม่ต้องเข้าคิว แบบว่า อิอิ มาถึงที่นี้ ก็ ตี1 แล้ว เป็น ช่วง ชั่วโมง อันตราย ซะด้วย < ช่วง ตี 1 – 3 จะเป็นช่วง ที่ง่วงมากที่สุด ถ้านอนได้ก็ให้นอน จะได้ไม่หลับใน > เลย ขอ งีบ เอาแรง ซัก 1 เพลา หน่อย เจ้าตัวเล็ก กับ แม่เขา หลับตั้งแต่ สุ1000 แล้ว พอตี 2 กว่า ๆ ต้องสะดุ้ง ตื่น เพราะ คุณ รถ งานวัด วิ่งได้ มาจอด ข้างๆ ปลุก ชาวบ้านแถวนั้นหมด ก็ไม่รู้ จะติดไปทามมัย ขนาด คนอื่นหูจะแตก ตาย แล้วพ่อเจ้าประคุณ ที่นั่งขับ มันไม่หนวกไปเลยรึ อยากจะขอร้อง ว่าไม่ต้องเปิดเพื่อ ชาวบ้านหรอก เพลงขอพี่ผมก็ฟังไม่ออก เลย ได้เวลา ไป ล้างหน้า หา กาแฟสด อุ่นๆ กินแก้หนาวและง่วง อีก 1 ยก จาก นั้น เดินทางต่อ ป้ายหน้า เราจะฟ้าเรืองๆ ที่เมือง รถม้า

วันที่ 29 หกโมง กว่า แสงเงินแสงทองก็ ทอแสง เหนือทิวเขา ที่เกาะ คา เมืองรถม้า นกการ้องเจื้อยแจ๊ว แว่วเสียงมา ก็ถึงเวลาที่จะต้อง หยุดพัก ให้หายเมื่อยซะหน่อย พอถึงปั้ม ใกล้ทางแยกออกเชียงใหม่ที่เมือง ลำปาง ก็ได้มาล้างหน้าล้างตา ให้สดชื่น เจ้าตัวเล็ก กับแม่เขา ก็ตื่นแล้ว เลยขอ ออกมา ยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย แก้เหมื่อย ถึงปั้มนี้ ก็ได้ เติม น้ำมัน อีก 1000 บ. เพื่อเดินทางต่อ อยู่ที่ปั้มนี้ นานหน่อย เพราะต้องสะสาง ธุรกิจ ประจำวันซะนาน รถในปั้มก็ เยอะ เพราะ คิดว่าก็คงเหมือน กันกับหลาย ๆ คัน ที่ต้องมาสว่าง ที่ปั้มนี้ ก่อนเข้าเชียงใหม่ หรือ ไป เชียงราย เพราะเป็นจุดแยก ที่จะต้อง เลือก พอแจ่มใสทั้งคนทั้งรถ เราก็เดินทาง ต่อ ไปกัน เรื่อยๆ กะว่า ถึง ห้วยน้ำดัง กี่โมงก็ช่าง ยังไงก็ไปจองที่กางเต็นท์ ไว้ก่อน กลัวคนเยอะ
ก็ไปเรื่อยๆ พอ 7 โมงกว่า เจ้าตัวเล็ก ก็ งอแง ปวด ....... เลยต้องหาที่ แวะ ก็มา ถึง ยอด ขุนตาล พอดี เลยแวะที่พักรถ ของทางหลวง ที่ยอดขุนตาล พาเจ้าตัวเล็ก เข้า ห้อง เป็นสุข ขอบอกว่า ห้องน้ำ สะอาด มาก หรูอีกต่างหาก เป็นห้องน้ำสาธารณะด้วย นานๆ จะเจอซะที แต่พอตอนออกมารอ เจ้าตัวเล็ก พอดี มี 1 หนุ่ม กับ 1 สวย เดินมาที่ผม ( จะมายุ่งอะไรกะตรูนี่) เข้ามาถามว่าพี่ จะไป เชียงใหม่ ไหมครับ ก็บอกไป ว่า ไปครับ เขาก็จะขอติดรถไปด้วย น้องเขาบอกว่า พอดี รถ โดยสาร ที่นั่งมา หม้อน้ำรั่ว ไปต่อไม่ได้ พอมองไปทาง ข้างหน้า ก็มี รถ ทัวร์ จอด สิ้นฤทธิ์ จริง ๆ บรรดา ผู้โดยสาร อีก นับ 10 นั่งตา ละห้อย เป็นแถว น้องเขาก็เล่าต่อ ว่า เขาซื้อตั๋วกับ บ. ทัวร์ มีชื่อ แห่งหนึ่ง นี้ แหละ แต่รถไม่พอ เลยไปเอารถรับจ้าง มาวิ่งแทน แต่สภาพรถก็ เก่าๆ โทรม ๆ เดาใจยาก ก็อย่างแหละครับ ปัญหาของคนไทย ถูกเอาเปรียบ แล้วก็ต้อง จำใจ ทนอีก เฮ้อ!


หลังจากนั้นก็ ออกเดินทาง กันต่อไป มุ่งสู่ นครพิงค์ ศรีเชียงใหม่_เจ๊า โดยมีผู้โดยสาร ร่วมทางมาอีก 3 คน (ก็ พยายามชวนคนอื่น มาขึ้นรถแล้ว แต่เขาไม่มากัน) แล้วก็เดินทางมาถึง เชียงใหม่ แต่มีรู้ว่าจะส่งผู้โดยสาร ตรงไหน ตะโกนถามกันไปกันมา ก็ตกลงที่ อาเขต ( อ้าว แล้วมันที่ไหนหล่ะ ตรู จะไปถูกมั่ย เนี้ย มาถามอีกที ก็ สถานีขนส่ง นั้นแหละ แต่คนเชียงใหม่ เขาเรียก อาเขต กัน โห่! ทำเอา งง ตั้งนาน มาดูอีกที มันก็ทางผ่านอยู่แล้ว เลยเข้าไปส่งได้เลย และก็ส่งผู้โดยสาร ถึงจุดหมายเป็นที่เรียบร้อย ก็เดินทางต่อ
ออกจาก บขส. ก็ใช้ เส้นทาง ไปสู่ อ. แม่ริม แวะ หา อาหารเช้ากินกัน ข้างทาง เป็นร้านข้าวแกง ธรรมดา ๆ ไม่มีอะไรพิเศษ แล้วก็ไปต่อ มาถึง แม่ริม ก็ เกือบ 10 โมง แล้ว แวะซื้อของและ สัมภาระ ที่จะใช้ ตอนตั้งแค้มป์ ที่นี้เลย เพราะ ต่อจากนี้ จนถึง ห้วยน้ำดัง จะไม่มีตลาด ใหญ่ๆ แล้ว “เอาหล่ะ ทีนี้ ก็ เริ่มต้นแล้ว ทางหลวงหมายเลข 1095 จะได้ลองเสียที่ ว่ามันจะ สนุกแค่ไหน เจ้าเสือน้อย สู้!”

จากนี้ไป ก็ตั้งเป้าหมายที่ ห้วยน้ำดัง แล้วก็ปุเรงๆ เจ้าเสือน้อยไปตามทางโค้ง ที่เขาทำให้ ไปเรื่อย ๆ ก็ รุ้งได้อารมณ์ เหมือนกัน 10 โค้ง 100 โค้ง ก็ไปกันเรื่อยๆ ไม่ต้องเร่งรีบ ยังไงก็ถึง ขึ้นๆ ลงๆ จน 11 โมง ก็มาถึง ที่ทำการของ อุทยาน แวะพัก ซะหน่อย วิวสวย ด้วย เป็นจุดยอดฮิต ที่เขา ถ่ายรูปกัน อยู่ริมถนนนี้เอง ในใจก็ ทำไมมันมาง่ายจัง ไม่เห็น เหมือนที่เขาบอกเลยว่า ต้องขับรถแยกมาตั้งไกล ( จะบอกว่า กำลังจะปล่อยไก่ ตัวแรก) เราก็มองดูทำเล เอ .... แล้วตรงไหนเขาให้กางเต็นท์ หว่า มองไป มีเต็นท์ อยู่ ที่หน้าผาข้างล่างแค่หลังเดียว ในใจก็คิด อะไร ว่.... ที่เที่ยวออกจะดัง ไม่เห็นคนกลางเต็นท์ เลย ในใจคิด มันใช่ที่นี้หรือเปล่า แล้วแม่เจ้าตัวเล็กเล็ก ก็ยังมาถามอีก ที่นี่แน่หรือ ? เราก็ว่ามันต้องใช่ซิ ป้าย ก็บอก อยู่ ทนโท่ อย่ากระนั้น เลย เถียงกันให้ได้อะไร สั่งข้าวมากินดีกว่า หลอกถาม คนขายข้าวด้วย จะได้ไม่น่าแตก { มุขนี้ใช้บ่อย } ได้ข้าวมา มื้อ เพราะ ใกล้เทียงแล้ว แล้วก็ได้ความว่า ที่กางเต็นท์ ต้องไปอีกหน่อยหนึ่ง ซัก ไม่ถึง 10 กม. แล้วก็เลี้ยว ขวาเข้าไปอีก เออ ตรู ว่าแล้ว มันไม่น่าใช่ที่นี้ ทำมาย ไม่เห็นมีใครการเต็นท์ เลย แล้วเขาก็บอก ว่า ให้รีบ ๆ ไป เดี๋ยว ที่กางเต็นท์ จะเต็ม ช่วงนี้ นักท่องเที่ยวเยอะ แล้วก็มีคนมาถามแบบ ผม หลาย คนด้วย ( 55555 ไม่ได้ มี ตรู คนเดียว )

เมื่อ อิ่มหนำสำราณ ทั้ง ๓ คน ก็ออกเดินทางต่อ ตามที่ เถ้าแก่ร้านขายข้าวแนะนำ เราก็ได้มาถึง จุดหมายของเราแล้ว ห้วยน้ำดัง ดังที่ประสงค์ แต่แม่เจ้า ตะไม คน มาน ยังกะหนอน ยังนี้ ที่ก็กว้างอยู่ หรอก แต่คน ต้องใช้คำว่า มากมาย ก่ายเกินกอง ขนาด เข้าคิว จ่ายค่า ธรรมเนียม ยัง ยาว หลายสิบ เมตร ใช้เวลา หลายนาทีเลย ขนาด เอาเต็นท์มาเอง ยัง นาน แล้ว พวกที่มาเช่าเต็นท์ ไม่ต้องพูดถึง ลุ้นว่าให้มี ให้เช่าก่อนเถอะ เมื่อจ่ายเงินแล้ว เราก็ต้องออกตะเวน หาที่กางเต็นท์ อีก มองๆ ไป แต่ละ ลาน เต็นท์ กางกันให้เต็ม ไปหมด โดยที่ ลานด้าน ทิศ ตะวันออก เต็มหมดแล้ว ด้าน วิว สวยๆ ไม่ต้องพูดถึง ควันไฟ จากเตาถ่าน โชยมา ให้เห็นแล้ ว แสดงว่า เขา มากัน แต่เช้าเป็นแน่แท้ เรามาเอา ตั้งเที่ยง กว่า จะเหลือไหมเนี้ย แล้วในที่สุด ก็มาได้ ที่กาง ทาง ลาน ทิศตะวันตก อีก ซึกเขา ด้านหนึ่ง จะบอกว่า มากางคนแรกเลย เพราะ ว่าไม่มีที่ แต่ก็ยัง เอะ ใจ เขาให้กาง ที่นี้หรือเปล่า มันไกล จากที่ทำการ เป็น กิโล เลย แต่ เดี่ยวเดียว มีรถอีก 3-4 คัน ตามมา แล้วก็จัดแจง เตรียม เต็นท์ ลงมากางแล้ว เลยสบายใจได้ มีเพื่อน แล้ว ได้ คุย กันบ้าง เขาก็ถามว่า กางเต็นท์ ได่ไหม ผมก็บอกว่า น่าจะได้ เพราะ ที่อื่น เต็มหมด เลน การใกล้กันเป็น เพื่อนกันซะเลย แล้วก็ดีอีกอย่าง ได้กางเต็นท์ ข้าง ๆ รถด้วย ไม่ต้องเดินไกล มานึกถึง คนที่ กาง ตรง ลาน สวย แต่อยู่ห่าง รถ ต้องขนของกันลำบาก แน่ๆ ไม่เป็น ไร ได้อย่าง เสียอย่าง ชีวิต เรา มันต้องพบกันแบบนี้อยู่แล้ว เอาหล่ะ จะได้ พัก ซะที ขับรถมาตั้งนาน จะขอนอนให้ หายเมื่อย ซะที
เสร็จสัพ ก็จัดแจง ขยับรถให้เข้าที่เข้าทางถอยรถ ให้ท้ายเข้าไกลเต็นท์หน่อย จะได้ไม่ต้องแบกของไกล จากนั้นก็เอา นิวาสถาน มือถือ ออกมากางซะ เอลืมบอกไป ขนาด อากาศช่วง บ่ายโมง ค่อนข้างเย็นสบาย ดีจัง มีแดดก็จริง แต่พออยู่ในร่ม ก็เย็นดี ลม โชย อ่อนๆ สาบายดี เราก็กาง เต็นท์ไป เรื่อย ๆ รถคันข้างที่ตามมาก็กาง เหมือนกัน กางกันไป คุย กันไป ขานั้น เที่ยวกันเป็นอาชีพ ไปมาทุกอุทยาน แถมเป็น คนสุพรรณ ด้วยแน่ะ ดูเอา เหอะ มาตั้งเกือบจะ แม่ฮ่องสอน แล้ว ยังมาเจอ คนย่านเดียวกันอีก สนุกดี หล่ะ เหน่อเจอเหน่อ เต็นท์ที่ห่างออกไป เป็น ประชากร เมืองกรุง มากัน เป็น หมู่คณะ เต็นท์ ใหญ่ 6 หลัง กางกันเป็น หมู่บ้าน เลย ตรงกลาง ทำเป็น ลานเพลิน ปูผ้าใบ รองอีกแหนะ (อิจฉา เรามาเต็นท์เดียว หนุ่ม สุ1000 มา2 เต็นท์ ) ส่วน แม่กับเจ้าตัวเล็ก ก็จัดการ เตรียม ตั้งครัว กลางแจ้ง ต้มน้ำ ให้เจ้าตัวเล็กอาบ เพราะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว ของเรามีเตาแก็ส เลยไม่ค่อยลำบาก เรื่องทำอาหาร ต้มน้ำเสร็จ ก็หุงข้าวเย็น
ตัวผมพอกางเต็นท์ เสร็จก็ ต้องไปอาบน้ำก่อน ที่นี้ ห้องน้ำสะดวกดีครับ อยู่กันไม่ไกล มาก จะอยู่กันตาม ลานกางเต็นท์ ทุกลาน มีก๊อกน้ำให้ด้วย ไม่ต้องห่วง เรื่องน้ำ แต่ก็ต้องไปแบกกันมาหน่อยแค่นั้น เอง เราก็จัดแจงเตรียม ชุดไปอาบน้ำ ซะก่อน ต้องรีบอาบ ครับ เพราะอากาศเย็นแล้ว แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ 3โมง บ่าย คนยังไม่มาก เดี๋ยวชั่วโมง เร่งด่วนคนจะมามาก พอไปถึงห้องน้ำ โอ ห้องน้ำฝักบัว หรูอะไรเยี่ยงนี้ เปิด ก๊อกน้ำ น้ำก็ไหล อ่อนๆ ไม่เป็น ฝอย แต่เป็นน้ำก๊อก โปรด นึกดูน่ะครับ น้ำไหลรินๆ อากาศ หนาวๆ อะไรจะเกิด ตอนนี้ อยาก จะ อาบแบบ เข้าขันตัก ซะเหลือเกิน อาบแบบ รด. ดูจะ ทำใจได้ มากกว่าอีก กว่าจะอาบเจ้า น้ำก๊อก นี่ทั่วตัว เป็นต้องสั่น สะท้านเป็นแน่ ไหนจะ ลงสบู่อีก ทรมานเหลือเกิน แต่พออาบเสร็จ โอ้ สดชื่น เกินขนาด จากนั้น จึงกลับไป งีบซะหน่อย
กลับมา ถึง นิวาสถาน ต้องโดนมาอาบน้ำให้เจ้าตัวเล็กอีก เพราะ แม่คุณ ต้องทำกับข้าว มือนี้ ได้กิน ไข่ทอด กับ แกงป่า หมู อา..... อร่อย เป็นแน่แท้ ว่าแล้ว ไปอาบน้ำให้ เจ้าตัวแสบ ก่อน ไม่ต้องนอนแล้ว ตาสว่างตั้งแต่ได้อาบน้ำ แล้ว จัดแจงเอาน้ำร้อนในกา น้ำ มาผสมน้ำ ปกติ ในอ่าง จากุชชี่มือถือ แล้วจัดการให้เจ้าตัวแสบ อาบน้ำ แอบ ๆ หลบไปอาบ ที่ป่าหลังเต็นท์ ซะหน่อย
แต่ก็จะบอกว่า ตอนที่ เตรียมน้ำอาบ ก็มีรถ ปิกอัพ มาจอดต่อ คงจะเป็น พวกที่พึ่งมา เลยมาจอดรถใกล้ ๆ เพราะแถวนี่ยังมีที่กาง เต็นท์ ได้อีกเยอะ กางกันไปเลยไดอีกหลายสิบหลัง พอเขาจอดเราก็ยังไม่สนใจ มาหันหลัง อาบน้ำให้เจ้าตัวแสบ ต่อ พอทีนี้ หล่ะ มีเสียงจาก รถคันนั้น พูดมาว่า “เออดุเด็กนั้นซิ อาบน้ำในกะละมัง ไม่หนาวด้วย” เราก็เออดีมีคนสนใจ แต่ เอะ เสียงคนที่พูดคุ้นๆ เป็นอย่างมากมาย พอหัน ไปแค่นั้นหล่ะ “อ้าว น้า! มาไงเนี้ย ?” --- “อ้าว เจ้า เค แกมาไง แล้วมานั่งอาบน้ำ ให้ลูกแกเหรอ” โธ่ๆๆๆๆๆๆ ทำไม ประเทศไทย มันกลม ยังนี้เนี้ย น้าผมที่ไม่เจอ กันตั้ง 4-5ปี (เขาอยู่ กทม.) ดันมาเจอที่ ห้วยน้ำดัง ที่อื่นเยอะแยะ ไม่ไปเจอ เลยได้ทักทาย กันเป็น นาน แปด นาน น้าเขาได้ที่กางเต็น ตรงลาน ทิศ ตะวันออก ตรงข้าม กับเราที่ได้ ทางตะวันตก แต่เขาไม่มี่จอดรถ เลยต้องมา จอดด้านนี้ โธ่ ที่ไหนไม่จอด มาจอดหน้าเต็นท์ กับข้างรถเราอีก ต้องใช้คำว่า โคตะระ บังเอิญ บังอร ยินดีไม่มี ปัญหาเลย เขาไปรเต็นเป็นชั่วโมงแล้ว แต่ไปมีที่จอดรถ เราเลยกลายเป็นยามเฝ้ารถให ไปในตัวเลย แต่พอเดี๋ยวซักพัก น้าเขย ก็เดิน มาที่รถ เขา มาเจอ เราอีก ที่นี่หล่ะ เจ้าปะคุณ กลายเป็น วันรวมญาติ ไปเลย คุยกันจนมืด จึง ได้แยกย้ายกัน ไปกินข้าว เพราะทางนั้เขามากัน หลายคน เต็น 3 หลัง ใหญ่ เลยแยกกันนอน

คืนนี้ก็ไม่มี เหตุการณื อะไร มาก เจ้าตัวเล็ก ก็นอนไป ต่างคนก็หลับ กันจนเช้า มาหุงข้าวเช้า กิน เมนูก็ ข้าวสวย ไข่ทอด ของ ผู้ใหย๋ 2 ที่ ของเจ้าตัว เล็ก ก็ นมขวด อย่างเดียวไปก่อน กิยเสร็จ ก็ ไปดู ทะเลหมอก กันหน่อย
ที่ หน้าเต็นท์

แต่เช้านี้ ก็ยังไม่ได้ คิดโปรมแกรมว่าจะไหน ก่อน หะ แรกก็ว่า คงจะไปนอน ที่ ปาย เพราะอยากไป เหมือนกัน เห็นเขารือกันว่าสวย ( ตรงไหน) แล้วพอดี คุณ น้า ก็มา เก็บของ ที่รถ แล้วก็ ถามว่าจะไปไหนกันต่อ ก็บอกว่าจะไปที่ปาย เลย หาที่เที่ยว ระหว่างทางไปเรื่อยๆ บ่ายๆ ก็ค่อยไปหาที่นอน น้าเขาก็ เลยชวนไปด้วยกันต่อเพระ เขาก็จะนอนที่ปาย ด้วย เขาเหมา บ้านเช่าในตัวอำเภอ ไว้ 1 หลัง แล้ว ที่นอนเหลือเฟื่อ เลย ตกลงกันไป กับ เขา หล่ะ ( แฮะ ๆ ฟลุก ) แล้วน้าก็ ชวนไปเที่ยว ดูดอก ซากูระ ไทย ที่ดอย ขุนแม่ยะ ก่อน ระหว่างทางก็ตกลงตามนั้น แล้วก็เก็บของ ออกเดินทางกันไปเลย



Create Date : 07 มกราคม 2551
Last Update : 22 กรกฎาคม 2551 20:14:21 น.
Counter : 83 Pageviews.

7 comment

naikay
Location :
กาญจนบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



โผมมมมมม ......................อยากดูหนัง คร้าบบบบบบบบบบบ
test test test test test test test