Easy Exercises For Computer Users
สืบเนื่องจาก NaaToy มักได้ยินเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ในที่ทำงานหลายคน (รวมถึงตัวเองด้วย ใช่ว่าจะเก่งหรือแข็งแรงอะไรนัก) บ่นปวดไหล่บ้าง ปวดหลังบ้าง ปวดมือหรือข้อมือบ้าง

ประจวบเหมาะว่าได้อ่านบทความนี้จาก EzineAricle.Com แล้วมันช่างตรงกับชีวิตจริงเสียนี่กระไร ก็เลยแปลและเรียบเรียงมาให้ผู้อ่านไม่กี่คนได้อ่านกัน ก็หวังว่าผู้อ่านเพียงไม่กี่คนจะได้รับประโยชน์ รวมทั้งสาระดี ๆ บ้าง เชิญอ่านได้เลยค่ะ

คุณต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ หรือไม่? คุณต้องทนทุกข์ทรมานจากการปวดหลังและไหล่เป็นประจำหรือเปล่า? เหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังเกิดปัญหาด้านสุขภาพแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคุณควรพึงจำไว้ขณะทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็คือ การหยุดพักเป็นระยะ ๆ และยืดเนื้อยืดตัวบ้าง ร่างกายของคุณจะได้สมบูรณ์แข็งแรงพอที่จะทำงาน เล่นเกมส์หรือเนต ต่อไปได้

โรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นกันมากกับเรา ๆ ท่าน ๆ ที่ต้องนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินนาน และสิ่งที่คุณจะได้อ่านต่อไปนี้ ก็เป็นการบริหารร่างกายที่จะช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น รวมทั้งโรคที่กล่าวข้างต้นด้วย

ขณะนั่งทำงาน เล่นเกมส์หรือเนตอะไรก็แล้วแต่ คุณควรเหยียดข้อมือและนิ้วเป็นคราว ๆ ไป กำหมัดหลวม ๆ หมุนข้อมือตามเข็มนาฬิกา ทวนเข็มนาฬิกาเพื่อบรรเทาอาการปวดข้อมือ

ทุกครึ่งชม. คุณควรบริหารศีรษะ คอ และไหล่ ด้วยการหมุนคอบ้าง หันศีรษะไปทางซ้ายขวาบ้าง หมุนไหล่บ้าง

นอกจากนี้การวางตำแหน่งร่างกายก็เป็นสิ่งสำคัญมากเช่นกัน คุณควรนั่งตัวตรง ไม่งอหรือโก่งตัว และเมื่อคุณรู้สึกตัวว่าคุณทำเช่นนั้นอยู่ ก็ควรแก้ไขการวางตำแหน่งร่างกายเสียใหม่ ปรับวางข้อศอกบริเวณที่พักแขนเก้าอี้เบา ๆ และมองตรงไปยังจอภาพ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อคุณปฏิบัติตามข้อแนะนำเหล่านี้แล้ว มันจะช่วยบรรเทาปัญหาสุขภาพในการทำงาน เล่นเกมส์ หรือเนต หน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นเวลานานเกินนานได้ ไม่มากก็น้อย

โรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ (Carpal Tunnel Syndrome) เป็นโรคที่พบได้บ่อย มักเกิดขึ้นกับผู้หญิงวัยกลางคน โดยจะมีอาการเริ่มต้น คืออาการชาปลายนิ้วเวลาใช้งานฝ่ามือติดต่อกันเป็นเป็นระยะเวลานานๆ เช่น ขับรถ จับเตาหลิวปรุงอาหาร หรือแม้แต่การใช้มือจับโทรศัพท์ นิ้วที่พบว่ามีอาการอยู่บ่อยๆ คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง

หลังจากที่มีอาการเพียงครั้งคราว ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการรักษาอย่างถูกต้อง อาการชาที่เกิดจะเป็นหนักมากขึ้น นานขึ้น และมีอาการปวดตามมา อาการปวดจะร้าวขึ้นมาจากข้อมือ และ ลามไปต้นแขนข้างนั้นได้

ถ้ายังคงเพิกเฉย ฝืนทนอาการปวด และชา กล้ามเนื้อบริเวณฝ่ามือก็จะเริ่มเหี่ยว ลีบเล็กลง จนเห็นได้ชัด และแรงของข้อมือ และนิ้วมือจะลดลง ไม่มีกำลังที่จะจับสิ่งของเล็กๆให้อยู่ที่มือได้

เนื่องจากที่ฝ่ามือคนเรา จะมีเส้นประสาทที่สำคัญเส้นหนึ่งที่เราเรียกว่า เส้นประสาทมีเดี้ยน (Median Nerve) เส้นประสาทเส้นนี้ นอกจากจะมีหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนางแล้ว ยังมีหน้าที่กระตุ้นทำให้ กล้ามเนื้อฝ่ามือมีกำลัง และเคลื่อนไหวตามปกติ เมื่อมีพังผืดที่หนาตัวไปรัดเส้นประสาท อาหารหล่อเลี้ยงที่มากับ เส้นเลือดแดง ก็จะขาดหายไป เพราะเลือดไม่สามารถวิ่งผ่านในจุดที่ถูกกดทับได้ เซลประสาทก็จะค่อยๆเสื่อมถอยลง และมีอาการต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น ตามมา

ขอขอบคุณข้อมูลเรื่องโรคพังผืดรัดเส้นประสาทฝ่ามือ จาก http://www.bangkokhealth.com/


** เรื่องราว ณ 21/11/2009 **



Create Date : 15 เมษายน 2553
Last Update : 15 เมษายน 2553 8:45:45 น.
Counter : 438 Pageviews.

1 comment
ว่าด้วยเรื่องท้องผูกกับการออกกำลังกาย
สืบเนื่องจากไม่ได้ออกกำลังกายมานานถึง 5 เดือน ด้วยความที่ติดเอเอฟอย่างหนักหนาสาหัส แต่...ก็แค่ 3 เดือนเองนี่นา ไปโทษเอเอฟได้อย่างไร ต้องโทษตัวเองซิ ส่วนอีก 2 เดือนที่เหลือน่ะ ฝนมันก็ดั๊นตกทั้นวัน ทุ๊ดวัน แอ่น ความขี้เกียจอีกต่างหาก ก็เลยขาดการออกกำลังกายไปซะ

เดือนสองเดือนที่ผ่านมา ก็เกิดอาการท้องผูก แรก ๆ ก็ไม่รู้เพราะอะไร พยายามกินนู่นกินนี่ ตามที่ใคร ๆ เค้าบอกกัน สุดท้ายพี่ชายแนะว่า แกน่ะ ต้องออกกำลังกายน่ะเฟ้ย มันช่วยได้ ไอ้เราก็จริงเหรอ ไม่เชื่อหรอก

แต่พอกลับจากไปเที่ยวจีน มีคนทักมากมายทักกันว่าอ้วนขึ้นนะ ไอ้เราก็อุ้ยตายว๊ายกรี๊ด...ทำไมทักฉันอย่างนั้นล่ะ แต่ก็สำนึกได้ทีหลัง เพราะว่าตอนไปเที่ยวจีนกินข้าวเยอะมากไปหน่อย มื้อละ 2 ถ้วย ซึ่งถ้าอยู่เมืองไทยไม่เคยกินขนาดนี้ แบบว่า...Enjoy Eating น่ะ

สัปดาห์ต่อมา NaaToy ก็ฟิตออกกำลังกาย เริ่มจากการวิ่ง วิ่งไปได้ประมาณ 2 วัน อาการท้องผูกก็หายไป ระบบขับถ่ายเป็นปกติ มันก็ไม่น่าเชื่อเหมือนกันเนอะ ก็เลยลองเสาะหาข้อมูลในเน็ต ว่าการออกกำลังกายกับท้องผูกมันเกี่ยวข้องอะไร อย่างไรกัน ก็ได้ความมาว่า

อย่ามองข้าม 5 เหตุ ส่งผลท้องผูก
ท้องผูกเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไป มักเกิดจากการกินอาหารที่มีกากใยน้อย และขาดการออกกำลังกาย ถ้ามีอาการท้องผูกเป็นประจำอาจบ่งชี้ว่า จะมีปัญหารุนแรงเกี่ยวกับสุขภาพในระยะยาวได้ ถ้าลำไส้ใหญ่ทำงานเป็นปกติจะช่วยให้ขับถ่ายดี และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้

นอกจากอาการท้องผูกจะเกิดจากสาเหตุดังกล่าวแล้ว ยังสามารถเกิดได้จากปัจจัยอื่นได้อีก เช่น

1. ไม่สนใจอาหารเส้นใย อาหารที่มีเส้นใยมากๆ จะเป็นเหมือนไม้กวาดที่เข้าไปกวาดล้างของเก่าหมักหมมให้สลายตัวออกไปจากลำไส้ของคุณ ร่างกายต้องการเส้นใยวันละ 20-25 กรัม เพื่อช่วยในการขับถ่าย แต่ทุกวันนี้ข้าวขาว ขนมปัง เบเกอรี่ ช็อกโกแลต เป็นอาหารที่มาแรงได้ใจสาวๆ ซะจนอาหารเส้นใยแทบไม่มีโอกาสได้แจ้งเกิด ท้องน้อยๆ เลยผูกเอา ผูกเอา

2. ความเครียด ศัตรูตัวร้าย ความเครียดจะทำให้ระบบทุกส่วนในร่างกายรวนเร ไม่เว้นแม้แต่ระบบขับถ่าย เพราะเมื่อเกิดความเครียด ลำไส้จะหยุดบีบตัวชั่วคราว ทำให้เบื่ออาหาร พร้อมกับถ่ายไม่ออก เมื่อไรที่หยุดเครียด นั่นล่ะถึงจะกลับมากินง่ายถ่ายสะดวกเหมือนเดิม

3. การกลั้นอุจจาระ ก็ร่างกายร่ำร้องว่าจะถ่าย แล้วกลับไม่ยอมให้มันได้ทำงานเอง แล้วจะไปโทษใครได้ ถ้าร่างกายจะเกิดความเคยชิน ไม่บีบตัว และไม่ถ่ายไปซะดื้อๆ นอกจากนี้ อุจจาระเก่าๆ ที่คุณกลั้นไว้ก็จะถูกดูดน้ำออกไปทุกวันๆ ทำให้มันเป็นก้อนแข็งอุดตัน ปิดกั้นการเคลื่อนตัวของของเสียในลำไส้ จึงยิ่งทำให้ท้องผูก ถ่ายลำบากยิ่งกว่าเดิม

4. ไม่ออกกำลังกาย การออกกำลังกายเป็นการกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหารที่ดีที่สุด เพราะการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องจะทำให้กล้ามเนื้อลำไส้บีบตัวและเกิดการขับถ่ายของเสียออกมา คนที่นั่งหรือนอนทั้งวัน โอกาสที่ระบบขับถ่ายจะทำงานได้ดีก็ยากหน่อย

5. ทานยาระบายบ่อยครั้ง ถ้าเป็นไปได้ไม่ควรจะใช้ยาถ่าย เพราะการใช้สารแปลกปลอมเข้าไปช่วยในการระบาย จะไปสร้างความเคยชินให้กับลำไส้ ทำให้หยุดทำงานตามปกติ และจะบีบตัวขับถ่ายอุจจาระก็ต่อเมื่อกินยาเข้าไปกระตุ้นเท่านั้น คนที่ใช้ยาถ่ายติดต่อกันนานๆ จึงจะมีปัญหาท้องผูก ถ่ายเองไม่ได้ ถ้าไม่ทานยา

อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองอย่างสม่ำเสมอนะคะ อย่าปล่อยให้โรคท้องผูกกลายเป็นปัญหากับคุณในระยะยาวค่ะ

ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ --> ขอบคุณอย่างแรงค่ะ

** เรื่องราว ณ 5/11/2009 **



Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2553 22:34:22 น.
Counter : 381 Pageviews.

1 comment
Sitting Disease กับ การเดินเพื่อสุขภาพ
แต่ละวันพวกเราส่วนใหญ่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือไม่ก็นั่งทำงานทั้งวัน “Sitting Disease” โรคที่ไม่ธรรมดานี้ปัจจุบันฆ่าพวกเรามากขึ้นกว่าการสูบบุหรี่เสียอีก ในการวิจัยไม่นานมานี้กับประชากร 37,000 คน พบว่าการใช้ชีวิตด้วยการนั่งเกือบทั้งวัน นับตั้งแต่ลงจากเตียง ขับรถ นั่งเก้าอี้ โซฟา ทำให้เกิดโรคร้ายที่ผลต่อสุขภาพอย่างยิ่ง น่าจะรวมทั้งเด็ก ๆ ที่นั่งเรียนเกือบทั้งวัน กลับบ้านมาทำการบ้าน นั่งดูทีวี และนั่งเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์

มันผิดที่เรานั่งมากจนเกินไป ทำไมล่ะ การนั่งทำให้เกิดการเสริมสร้างไขมันอันตรายที่เรียกว่า visceral fat เป็นไขมันซึ่งอยู่ลึกภายในท้อง รอบ ๆ อวัยวะภายในและเป็นสาเหตุให้เกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ เส้นเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง และโรคอื่น ๆ

การเดินเป็นการออกกำลังกายที่ดีที่สุดที่ทุกคนทำได้
- เดิน 30 นาทีทุกวันลดช่วยความเสี่ยงจากโรคหัวใจได้ 30-40%
- สาว ๆ ที่เดิน 1-2 ไมล์ (ประมาณ 3 กม.) สัปดาห์ละ 3 ครั้งช่วยลดเซลไขมันที่ท้องได้ 18% ภายในสี่เดือน
- ลดความเครียด จากงานวิจัยพบว่าการเดินช่วยให้เราหลับได้เร็วขึ้น 15 นาที และหลับได้นานขึ้น
- การเดินเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ดีที่สุดที่ทำให้คุณสามารถควบคุมเบาหวานประเภท 2 ได้
- ไม่ต้องเดินเร็วก็ให้ผลเช่นเดียวกันคนที่เดินช้ากว่าในระยะทางที่ไกลกว่า

กำจัดเจ้าโรค "Sitting Disease" ด้วยการเดินทุกวัน คุณจะได้ประโยชน์ทางสุขภาพมากมายถ้าคุณได้เดินนอกสถานที่ท่ามกลางสายลมแสงแดด แต่ถ้าคุณไม่พร้อมล่ะก็ อย่างน้อยคุณต้องลุกออกจากโซฟาหรือเก้าอี้ ห่าง ๆ จากจอคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือออฟฟิซก็ตามด้วยการเดินสัก 15-30 นาที ลุกขึ้นขยับตัวกันเถอะ

แปลและเรียบเรียงจากezinearticle

** เรื่องราว ณ 5/7/2009 **





Create Date : 14 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 14 กุมภาพันธ์ 2553 0:34:00 น.
Counter : 280 Pageviews.

3 comment
ว่าด้วยเรื่องของการลดไขมันเฉพาะจุด
ว่ากันว่า : บริหารกล้ามเนื้อส่วนไหน ส่วนนั้นก็จะลด (ลดไขมันเฉพาะจุด - spot reduction)

ความเป็นจริง : พันธุกรรมเป็นตัวกำหนดบริเวณที่ลดไขมัน

กล้ามเนื้อไม่สามารถควบคุมไขมันที่อยู่เหนือตัวมันเองกับผิวหนังได้ คุณคงเคยพยายามลดไขมันเฉพาะจุด ฝึกท่า squat เพื่อลดต้นขา บริหารหน้าท้องด้วยอุปกรณ์ เข้าคลาสเพื่อบริหารสะโพก

คำถามที่พบกันบ่อย ๆ เช่น
1) วิธีใดที่ดีที่สุดในการกระชับต้นขา หน้าท้อง และหลัง?
คำว่ากระชับนั้นทำให้เราสับสน แล้วตกลงมันแปลว่าอะไรกันล่ะ เราคงคิดกันว่ามันหมายถึงการทำให้กล้ามเนื้อชัดขึ้น แต่จริง ๆ แล้วที่พวกเราต้องการก็คือไขมันที่ลดน้อยลง และที่ถูกมองข้ามกันบ่อยก็คือความจริงที่ว่ากล้ามเนื้อจะเห็นชัดขึ้นด้วยการลดชั้นไขมันที่มันปกปิดกล้ามเนื้อไว้ ไม่มีการบริหารเฉพาะท่าใด ๆ ที่จะเสริมสร้างความชัดของกล้ามเนื้อด้วยการย้ายไขมันออกจากบริเวณนั้น งั้นคำตอบคืออะไรกันล่ะ ก็คือการลดไขมันในร่างกายนั่นเอง หรืออีกนัยหนึ่ง แค่บริโภคแคลอรี่น้อยกว่าที่เบิร์น จนกระทั่งถึงระดับไขมันที่คุณพอใจ weight training นั้นเสริมสร้างกล้ามเนื้อขณะที่คุณลดน้ำหนัก เมื่อถึงจุดมุ่งหมาย คุณจะมีกล้ามเนื้อกระชับมากขึ้น และกล้ามเนื้อที่ใหญ่ขึ้นนั้นทำให้รูปร่างดูเป็นสัดเป็นส่วนขึ้น

2) ฉันจะกำจัดไขมันส่วนเกินเฉพาะต้นขาออกได้อย่างไร?
ไม่สามารถ ลองคิดดูซิ ต้นขาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่เคลื่อนไหวแทบจะตลอดเวลา แต่สุดท้ายมันก็ยังมีไขมัน การที่คุณบริโภคน้อยกว่าการเบิร์น (calorie deficit) ไขมันในร่างกายจะจากไปไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดของร่างกาย กลไกทางพันธุกรรมดึงมันจากไป โดยทั่วไปแล้วที่ท้ายสุดคือที่แรกสุดที่ออกไป แต่มันก็เปลี่ยนไปตามอายุของคุณอีกนั่นแหละ และอีกครั้งถ้าคุณบริโภคแคลอรี่น้อยลงกว่าที่คุณเบิร์น ไอ้สิ่งที่ติดอยู่กันต้นขาของคุณก็จะจากไป แต่มันอาจจะเป็นลำดับสุดท้ายที่จากไปก็ได้

แปลและเรียบเรียงเรื่องราวดี ๆ จาก ezinearticle

** เรื่องราว ณ 5/7/2009 **



Create Date : 29 มกราคม 2553
Last Update : 29 มกราคม 2553 20:06:11 น.
Counter : 424 Pageviews.

0 comment
การออกกำลังกายเป็นอันตรายต่อสุขภาพ
สืบเนื่องจากหัวข้อบทความ อ่านแล้วน่าสนใจว่า ทำไมออกกำลังกายแล้วยังเป็นโทษอีก ก็เลยอ่าน มันน่าสนใจดี ก็เลยแปลออกมาให้ผู้อ่าน 5-6 คนได้อ่านกัน บอกไว้ก่อนว่า NaaToy ไม่มีความรู้เรื่องราวเหล่านี้มากนัก แต่ก็พยายามค้นหาข้อมูลมาเพื่อให้ตัวเองเข้าใจ และคิดว่าผู้อ่านอีก 5-6 คน ก็น่าจะพอเข้าใจได้ ขอให้ลองอ่านกันดู

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพส่วนใหญ่บอกไว้ว่าการออกกำลังกายนั้นสำคัญกับสุขภาพ แล้ว…มันจะส่งผลร้ายอย่างไรกันล่ะ จงอ่านต่อไปคุณจะพบว่าทำไม

การออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อและกระดูก เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มประสิทธิภาพการเผาผลาญอาหาร และประโยชน์หลัก ๆ ก็คือการไหลเวียนของโลหิต และระบบการหายใจ คุณสามารถสังเกตข้อดีเหล่านี้ได้ง่าย ๆ เมื่อเปรียบเทียบคนที่แอคทีฟอยู่เสมอกับคนที่นั่ง ๆ นอน ๆ ทั้งวัน

แต่…การออกกำลังกายก็ก่ออันตรายได้เหมือนกัน เนื่องจากการออกกำลังกายนั้น ทำให้ร่างกายใช้ออกซิเจนมากขึ้น เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญ ขณะที่เซลทำปฏิกิริยากับออกซิเจนมากเกินไป จึงเกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นเสมือนของเสียในร่างกาย

แม้ว่าอนุมูลอิสระนั้นยากที่จะวัดได้โดยตรง แต่ก็เป็นที่รู้ทั่วไปว่า เป็นสิ่งนำมาซึ่งเชื้อโรคและความชรา รวมทั้งมะเร็งซึ่งกระทบต่อดีเอ็นเอ เยื่อหุ้มเซล และส่วนสำคัญอื่น ๆ ในร่างกาย

ข่าวดีก็คือจากการศึกษาพบว่าร่างกายคนเราปรับเปลี่ยนตลอดเวลาเมื่อเราออกกำลังกาย ทำให้กลไกในการกำจัดอนุมูลอิสระดีขึ้น คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำและกินอาหารถูกหลักโภชนาการเพื่อต่อต้านอนุมูลอิสระนั้น อาจจะได้ประโยชน์จากการออกกำลังกายมากกว่าอันตรายที่เกิดจากการเพิ่มอนุมูลอิสระ

ข่าวร้ายก็คือการศึกษาที่กล่าวข้างต้นนี้พบว่าการออกกำลังกายเป็นครั้งคราว เช่น การออกกำลังกายเต็มที่ในช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลอันตรายด้วยการเพิ่มอนุมูลอิสระและทำลายเนื้อเยื่อ โดยไม่ได้ทำให้กลไกของร่างกายในการลดอนุมูลอิสระดีขึ้น นี่เป็นหนึ่งในบรรดาเหตุผลว่าทำไมมันจึงเป็นความคิดที่ดี ที่เราค่อย ๆ เพิ่มความหนักในโปรแกรมการออกกำลังกาย แต่มันยังหมายถึงว่าคุณควรออกกำลังกายเสมออีกด้วย

*** ข้อมูลเพิ่มเติม *** อนุมูลอิสระเป็นสารไม่คงตัว มีพลังงานสูง เป็นผลให้เกิดการทำงานของเซลล์ผิดปกติ ร่างกายจึงเกิดโรคและพยาธิสภาพต่างๆ เช่น ผนังหลอดเลือดแข็งตัว ทำให้เกิดกระบวนการอักเสบ การทำลายเนื้อเยื่อ รุนแรงขึ้น ทำให้เกิดความชราและความเสื่อมของเซลล์ นอกจากนี้ สารอนุมูลอิสระยังสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุให้กลายไปเป็นเซลล์มะเร็ง

⇒ แหล่งที่มาของอนุมูลอิสระสามารถแบ่งได้อย่างง่ายๆ คือ
1. อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นเองภายในร่างกาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นผลมาจากกระบวนการ เผาผลาญของร่างกาย การออกกำลังกายอย่างหักโหม ความเครียด
2. อนุมูลอิสระจากภายนอกร่างกาย เช่น
(1) การติด เชื้อทั้งแบคทีเรียและไวรัส
(2) การอักเสบชนิดไม่ทราบสาเหตุของกลุ่มโรคภูมิต้านทานตัวเอง (autoimmune diseases) เช่น โรคข้ออักเสบ รูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี รังสีอัลตราไวโอเลต จากแสงแดดกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระบริเวณผิวหนัง

** เรื่องราว ณ 23/6/2009 **



Create Date : 21 มกราคม 2553
Last Update : 21 มกราคม 2553 20:19:11 น.
Counter : 485 Pageviews.

0 comment
1  2  3  4  

NaaToy
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



NAATOY - ขอเอื้อนเอ่ย

สืบเนื่องจากความชื่นชอบในการออกกำลังกาย และได้ติดตามเว๊ป theryo.com รู้สึกชื่นชอบเป็นหนักเป็นหนา

และด้วยความช่างสงสัย ได้ยินได้ฟังอะไรที่ไม่แน่ใจนัก ก็จะมาสืบเสาะดูว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นอย่างไร

และด้วยความชอบการแปล ก็เลยเสาะหาบทความเกี่ยวกับเรื่องที่สงสัย หัดแปลไปตามประสา แล้วก็เลยส่งเรื่องที่แปลให้ทางเวป theryo แล้วเค้าก็ลงเรื่องให้ แสดงว่าเรื่องที่เราแปลก็โอเหมือนกันเนาะ

จากนั้นก็เริ่มแปลมากขึ้น เริ่มศึกษาเรื่องเกี่ยวกับ blog ก็ลองหัดทำเล่น ๆ เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับตนเองประสบพบเจอ ทั้งสุขภาพ การออกกำลังกาย การท่องเที่ยว เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจและเป็นที่ชื่นชอบกับตนเอง

พอได้เห็น blog ของพันทิพย์ ก็อยากหัดเล่นบ้าง ก็เลยจะเอาเรื่องราวเกี่ยวกับออกกำลังกาย เป็นเรื่องราวที่แปลจากบทความภาษาอังกฤษ รวบรวมมาแปะไว้เป็นที่เป็นทาง
ก็หวังว่าจะถูกใจใครบางคนบ้าง ไม่มากก็น้อยล่ะนะ

และเนื่องจาก blogger ตัวเอง naatoy.blogspot.com ไม่สามารถเข้าไปอัพเดตเรื่องราวต่าง ๆ นา ๆ ได้ ก็เลยกลับมาใช้ blog ของพันทิพย์อีกครั้ง และคราวนี้ก็เพิ่มหัวข้อเรื่อง AF เข้าไปด้วย เชิญอ่านตามสบายค่ะ

ลงชื่อ... NATOY เองค่ะ
All Blog