งานประจำก็ดีอยู่แล้ว ดั้นด้นแสวงหาธุรกิจส่วนตัวเพิ่ม ด้วยการเปิดร้านขายเสื้อผ้า โดยเริ่มต้นจากไม่รู้อะไร วันนี้เริ่มรู้แค่หางอึ่ง เลยมาเล่าไว้เพื่อเป็นจุดเริ่มก้าวสำหรับคนอื่น
Group Blog
 
All Blogs
 

ทำไมเอาไข่ทั้งหมดใส่ในตะกร้าเดียว (Put whole Eggs in One Basket)

ในทางทฤษฎี มีคนมากมายที่ว่ากันว่า “อย่าเอาไข่ทั้งหมดใส่ในตะกร้าเดียว” เพราะหากตกลงไปจะเสียหายหมด ควรแบ่งกระจายความเสี่ยงธุรกิจ เช่นลงทุนในหลายธุรกิจ
แต่ในทางธุรกิจมีเรื่องถกเถียงเรื่องนี้ ไม่รู้จบ ถามว่าถ้าคุณทำธุรกิจรายเล็ก ๆ ส่งให้กับร้านสะดวกซื้อรายใหญ่รายเดียว เสี่ยงที่จะถูกเลิกสัญญาเมื่อไรก็ได้ อำนาจต่อรองที่จะขอขายส่งให้เพียงบางส่วน แล้วเอาสินค้าไปแบ่งขายคนอื่นบางส่วนก็ไม่ได้ จะเพิ่มกำลังการผลิตก็เสี่ยงไม่กล้าลงทุนเพิ่ม ถึงเวลานั้นก็ต้องยอมเสี่ยง เพื่อโกยกำไรที่ได้เป็นกอบเป็นกำ ดีกว่านั่งรออนาคตหาตลาดผู้ซื้อที่ไม่แน่ไม่นอน การเอาไข่ทั้งหมดมากองในตะกร้าเดียว ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะที่สุดในขณะนั้น แน่นอน
เคยมีคนรู้จัดทำการค้าส่งปลาแห้งไปเมืองนอกเอาทุนทั้งหมดซื้อของขายส่งไป แรก ๆ ก็ค้ากันดี กำไรได้เยอะไปซื้อบ้าน ซื้อรถ อยู่อย่างสบาย กำไรส่วนที่เหลือก็ขยายตามยอดซื้อขายที่เพิ่มขึ้น วันดีคืนร้าย ทางเมืองนอกเบี้ยวไม่จ่ายเงินมา ของก็รอเสียหาย จะเอาไข่ที่มีเหลือคือขายบ้านขายรถ มันก็ยากที่จะเยียวยาแล้ว ถามว่าผิดไหมไม่รู้ เพราะทำกำไรมาหลายปีดีดักไม่มีทางรู้อนาคต
ดังนั้น หากเชื่อเรื่องกระจายความเสี่ยงก็ต้องเชื่อในทฤษฎีการแข่งขันสมบูรณ์ อำนาจการต่อรองที่เท่าเทียมกัน หาไม่ก็ต้องเชื่อเรื่องการประกันความเสี่ยง และการค้าที่ต้องหมูไปไก่มา อย่าเชื่อเพราะค้ากันมานาน เพื่อนกันขอกันครั้งเดียวก็ไม่ได้ในธุรกิจนะ ขอให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจกันทุกท่าน




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 7:34:10 น.
Counter : 239 Pageviews.  

กฎ 80/20 กับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ ลองเทล (เล่าให้ฟังแบบงู ๆ ปลา ๆ)

พอดีได้อ่านหนังสือ เรื่อง LONG TAIL อ่านแบบหยาบ ๆ
เลยอย่างแนะนำให้ลองหาบทสรุปมาอ่านกัน เหมือนว่าโลกนี้มันมีหลายอย่างเกิดขึ้น แต่คนที่ไม่ใช่นักวิชาการอย่างเรามันไม่รู้อะไรเลย
เคยรู้จักกฎ 80/20 ไหม เราก็มารู้จักจากเพื่อน หลังจากเรียนจบมาแล้ว หลายปี
เขาว่ากันว่า ในธุรกิจ มีของเพียง 20 % ที่มันทำรายได้ 80% หรือในทางการทำงาน เราใช้เวลา 10-20 % เพื่อทำงานได้สำเร็จ 80 % (กฏมันไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้อง 80-20 มันแค่เรื่องว่าส่วนที่น้อยแต่สร้างผลให้ผลตอบแทนใหญ่

ร้านค้าสินค้า พวกสะดวกซื้อ เขาจะวางสินค้าขายดี พวกทำรายได้เยอะ ไว้ใกล้ ๆ ให้สะดวกซื้อสมชื่อ เช่น สบู่ ยาสีฟัน โฟมล้างหน้า แต่พวกขายช้าจะไว้ไกลหน่อย ของขายดีวางหน้าร้านเยอะชิ้นหน่อย เอาไว้ใกล้หัวชั้น พวกขายยากเอาวางไว้ชั้นล่างสุดมองหายาก ก้มหาเอา ถ้าทำการค้าเอาของขายยากไม่ดึงดูดใจไว้หน้าร้านลูกค้าก็เดินข้ามเลย แต่หากเอาสินค้าสวยราคาถูกวางให้เด่นลูกค้าจะเดินเข้าร้านมาดู
ทีนี้มาถึงยุคของทฤษฎีลองเทล โลกมันวกกลับไปแล้ว สินค้าที่ขายไม่ได้ทำยอดสูงสุดไม่ใช้ว่าจะหมดอนาคต มันสามารถขายได้นานแสนนาน ก็เกิดขึ้นได้ เขายกตัวอย่างได้น่าสนใจมาก มีนักปีนเขา เขียนหนังสือเล่าเรื่องการปีนเขาเอาไว้ แต่ก็ขายหนังสือไม่ได้เยอะอะไร ผ่านไปหลายปี มีคนอีกคนมาเขียนหนังสือเกี่ยวกับปีนเขาอีก ทีนี้ในโลกไซเบอร์มีคนคอมเม้นต์เรื่องคล้ายหนังสือเล่มเดิม กลับทำให้ไอ้หนังสือเล่มเดิมกลับมาขายดีได้อีก แถมAmazon.com ทำการตลาดโดยขายคู่กันในราคาพิเศษ ใครอ่านหนังสือเล่มแรกก็แนะนำซื้ออีกเล่ม โลกการค้า ต่างไปจากทฤษฎี Product Life Cycle และ 80/20 ได้มาก แต่เรามันไม่ใช่นักการตลาดนะ เป็นคนธรรมดาที่เขียนมาแนะนำให้หาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน (หาสรุปเอาก็ได้ ท้าย ๆ เล่มก็ไม่มีอะไร) เขียนไว้แค่นี้ก่อน แล้วว่าง ๆ จะเพิ่มเติมแก้ไขให้ละเอียดกว่านี้ ใครอยากแลกเปลี่ยนความเห็นใดก็ได้เลยนะ

ล่าสุด ปลายปี 2553 ในการประชุมที่ทำงานเรา รองกรรมการผู้จัดการ ก็ยกเรื่อง 80-20 มาว่าหากเราต้องการขยับเป้าหมายเพิ่มอีก 20% อาจต้องใช้ทรัพยากรอีก 80% หรือ 4 เท่าของปัจจุบัน แสดงว่าแนวคิดนี้ในระดับผู้บริารองค์กรยังรับรู้ในวิธีการดำเนินการบริหารกิจการกันอยู่นะ




 

Create Date : 21 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 30 ธันวาคม 2553 8:34:09 น.
Counter : 435 Pageviews.  


ตาโต ชั้นเดียว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าในยูเนี่ยนมอลล์ และได้ขายเลิกกิจการแล้ว ตอนนี้หันไปเปิดร้านขายเสื้อตราคัพเค้กที่ K-ZY Plaza
New Comments
Friends' blogs
[Add ตาโต ชั้นเดียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.