งานประจำก็ดีอยู่แล้ว ดั้นด้นแสวงหาธุรกิจส่วนตัวเพิ่ม ด้วยการเปิดร้านขายเสื้อผ้า โดยเริ่มต้นจากไม่รู้อะไร วันนี้เริ่มรู้แค่หางอึ่ง เลยมาเล่าไว้เพื่อเป็นจุดเริ่มก้าวสำหรับคนอื่น
Group Blog
 
All Blogs
 

ทำไมธนาคารให้กู้น้อยจัง

เมื่อวันเสาร์ก่อนวันสงกรานต์ ไปทานข้าวกับเพื่อนที่เขาทำโรงงานรับติดตั้งเครื่องจักรวางระบบโรงงาน และทำโรงงานน้ำผลไม้ ได้คุยกันแล้วโดนต่อว่าว่าทำไมธนาคารให้กู้เงินน้อยจัง
ก็เลยมาเข้าใจว่าลูกค้าธนาคารหลายรายไม่เข้าใจว่าทำไมธนาคารถึงมีแนวความคิดการให้กู้แบบนั้น


วงเงินสินเชื่อ ปกติคนทำธุรกิจทำโรงงานไป 10 ล้านบาทก็คิดว่าต้องขอกู้ธนาคารได้เงกู้ 10 ล้านบาท และวงเงินหมุนเวียนอีกซัก 5 ล้านบาท แต่พอขอกู้จริง ธนาคารกลับประเมินว่าราคาที่ดิน โรงงาน ไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้กู้ ไม่ถึง 70 % ของราคาทรัพย์

ที่มาที่ไป เพราะว่าเงินลงทุนหลายอย่างธนาคารเขาไม่นับราคาให้ เช่น เอาเงินไปทำถนน วางระบบท่อน้ำ ท่อน้ำเสีย ท่อไฟ ท่อส่งไอร้อน ไม่มีราคาให้ เงินลดจริง 10 ล้านบาท ประเมินได้แค่ 7 ล้านบาทก็หรูแล้ว เพราะที่ดินเราตีราคาตลาด ส่วนทำไมให้กู้แค่ 70 % ก็มีที่มาว่าปกติคนจะทำการค้าไม่ใช่พวกจับเสือมือเปล่า เขาต้องมีเงินส่วนตัวมาลงด้วย เอาเป็นสัดส่วนเงินตัวเอง ส่วนนึง แบ็งค์ให้อีก 2-3 ส่วน ก็ได้วงเงินกู้ 66 – 75 %

เงื่อนไขการให้กู้ ทำไมธนาคารให้กู้สั้นจังแค่ 5 ปี ทำไมไม่ให้กู้ 15-20 ปี เหมือนกู้บ้าน-คอนโด ที่มาของหลักการให้กู้ คือ ธุรกิจที่กู้ต้องใช้โรงงานเพื่อการสร้างกำไร เมื่อระยะเวลาผ่านไป เครื่องจักร อุปกรณ์จะเสื่อมตามสภาพ ระยะเวลาเครื่องจักร ก็ปกติ 5 ปี เริ่มหมดสภาพแล้ว ต้องซื้อเครื่องจักรชุดใหม่ ที่ทันสมัยมาเพิ่ม ต้องกู้เพิ่ม เงินกู้เก่าควรจะผ่อนหมดแล้ว เพื่อขอสินเชื่อปรับปรุงโรงงาน

ส่วนเงินหมุนเวียน ไม่ใช้ว่าโรงงานใหญ่จะได้วงเงินเยอะเสมอไป เขาดูประเภทธุรกิจด้วย เสี่ยงมากให้กู้น้อย ลูกหนี้การค้าเทอมยาวเสี่ยงมาก ลูกหนี้การค้าซื้อเงินสด ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ แค่สต็อกของรอบ 7 วัน ยอดขายเดือนละ 3 ล้านบาท ขอวงเงิน 5 ล้านบาท ธนาคารเขาให้ 25 % ของยอดขาย 3 ล้านบาท (สต็อกหมุน 4 รอบต่อเดือน) และส่วนของลูกหนี้การค้าหลายประเภท เราสามารถเอาไปขอสินเชื่อแฟคตอริ่งได้อีก ธนาคารเขาพิจารณากันถ้วนถี่

วงเงินแพ็ค L/C เพื่อนเราเขาโวยว่า เขาได้รับคำสั่งซื้อ L/C จากเวียดนาม ธนาคารชื่อเสียงดี ทำไมขอสินเชื่อไม่ได้ เราก็ต้องมองในมุมของธนาคาร การที่มีคนมาขอแพ็ค L/C เบิกเงินไปผลิตสินค้าเพื่อส่งออก ธนาคารรู้จัดคนกู้อย่างเราไหม เราเบิกเงินแล้วจะส่งออกจริงไหม ถ้าไม่ส่งออก ไอ้กระดาษ L/C ที่วางไว้เบิกเงินจากธนาคาร มันทำอะไรกับธนาคารที่เวียดนามได้ไหม ก็ไม่ได้ส่งของเอง จะไปเรียกเก็บเงินกะใคร ดังนั้นในมุมคนผลิตสินค้า L/C เป็นเครื่องมือทางการค้าที่ดี แต่ไม่ใช่เอกสารการขอกู้เงินที่ดี ต้องหาหลักทรัพย์อื่น สุดท้ายเพื่อนเราก็ไปพึ่งธนาคารคนยาก (พ่อตา) มาซื้อของเพื่อผลิต แต่เรากลับมองว่าถ้าอย่างนั้นเอาเงินมาวางเป็นประกันกับธนาคาร ขอวงเงิน เพื่อสร้างเครดิตดีไหม เสียดอกเบี้ยเพิ่มอีกนิดประมาณ 2% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก + 2%) จะได้เริ่มทำความรู้จักกับธนาคาร




 

Create Date : 16 เมษายน 2553    
Last Update : 11 มกราคม 2554 17:23:39 น.
Counter : 467 Pageviews.  

การกู้ สำคัญไฉน ในการทำธุรกิจ

หลายคนสงสัย ว่าทำไมคนถึงไม่เชื่อคำว่า การไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ
ต้องขอบอกว่าในความเป็นจริงทางธุรกิจ การกู้หนี้ยืมสิน เป็นสิ่งที่ควรมีในธุรกิจ
ก่อนอื่นคือต้องหาเหตุที่มีการกู้ยืมเงินกันก่อน จากเดิมการกู้ยืมเกิดในวงแคบ ๆ เมื่อมีสถาบันการเงินเกิดขึ้นก็สามารถระดมเงินฝาก จากคนที่เหลือเงิน ไปให้คนที่ต้องการเงินเอาไปทำธุรกิจกู้ยืม โดยธนาคารก็หาส่วนต่างดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้
การที่เอาเงินไปทำธุรกิจนั้น หากมองง่าย ๆ สมมติมีคน 2 คน ทำร้านขายอาหารเหมือนกัน มีทุนเท่ากัน คนละ 1 แสนบาท ทำกำไรได้ซะเดือนละ 2 หมื่นบาท หรือคิดเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ ต่อเดือน นาย ก. ทำการค้าโดยไม่กู้เงิน เปิดกิจการร้านเดียว ทำกำไรได้ 20 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่นาย ข. กู้เงินมาอีก 1 แสน ทำร้านเพิ่มอีก 1 ร้าน ทำกำไรได้อีก 2 หมื่นบาท หากจ่ายดอกเบี้ย สมมติว่า 3 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน หรือ 3 พันบาทเหลือกำไรจากร้านใหม่ หนึ่งหมื่นเจ็ดพันบาท รวมสองร้านค้ากำไรรวม 37,000 บาท หรือคิดเป็น 37 เปอร์เซ็นต์ของเงินที่มี เห็นชัดว่าบอกได้ทันทีใครจะรวยกว่ากัน
นี้คือการมองในมุมที่กำไรต้องมากกว่าดอกเบี้ยจ่าย และต้องพอที่จะทยอยผ่อนคืนเงินต้นด้วยนะ จึงจะเหมาะแก่การทำธุรกิจด้วยการกู้หนี้ยืมสิน หากกำไรไม่มากพอ กู้เท่าไรก็จะเกิดดินพอกหากหมูจนเดินไม่ได้ ตายทั้งเป็น
ด้วยแนวคิดง่าย ๆ มีการปรับปรุงให้นักธุรกิจใช้เงินหมุนแบบนี้ทำกำไร อาทิ ด้วยการเล่นพนันกับความเสี่ยงของธุรกิจ เช่นเก็งกำไรข้าวสาร กักตุนน้ำตาล กักตุนเหล้า ซึ่งหากเป็นไปตามที่หวังจะสร้างกำไรมหาศาล แต่ในทางกลับกันหากพลาดก็เกิดเป็นหนี้เสียในธุรกิจนั่นเอง
ดังนั้นก่อนจะกู้ยืมใคร ต้องมั่นใจว่าสามารถทำกำไรได้เพียงพอ และอีกเรื่องที่ต้องไตรตรอง คือการบริหารหมุนเงินให้ทันรอบ หลายคนกำไรเยอะจริง แต่ไปจมในสต็อก ลูกหนี้การค้า เงินรอคืนจากสรรพากร สุดท้ายไม่มีเงินคืนหนี้ เอาหนี้นอกระบบมาโป๊ะ ก็ยิ่งจมลงไปเรื่อย ๆ
ขอให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจนะครับ




 

Create Date : 02 มิถุนายน 2552    
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 7:31:16 น.
Counter : 211 Pageviews.  

การแก้ไขหนี้ สินเชื่อธุรกิจ

ด้วยประสบการณ์ที่ทำงานด้านติดตามหนี้มา ก็ขอเล่าเรื่องในมุมมองของเจ้าหนี้ให้เป็นความรู้ แต่คราวนี้ก็ว่ากันเฉพาะกรณีที่เป็นหนี้สินเชื่อธุรกิจ รายเล็ก มีเจ้าหนี้รายเดียวก่อนก็แล้วกัน
สิ่งสำคัญที่เจ้าหนี้อยากจะรู้ สำหรับการยินยอมผ่อนเงื่อนไขให้ลูกหนี้ คือต้องรู้ว่าเงินหายไปไหน และจะได้คืนอย่างไร ต้องพยายามอธิบายให้ได้ถึงเหตุของปํยหา และเสนอทางแก้กันเป็นเรื่องภายหลัง ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น
1. กรณีมีลูกหนี้การค้าโกงไป เอาเอกสารยืนยันเช็คเด้ง ใบแจ้งความ การติดตามลูกหนี้การค้า หรือถ้าส่งออกไปแล้วไม่ได้เงินก็เอาเอกสารการส่งออก เอกสารการทวงถามหนี้ อะไรที่มีหลักฐาน ลูกน้องโกงก็เอาใบแจ้งความไปโชว์ แต่ไม่ใช่เอาชิ้นเล็กไปโชว์ลูกหนี้เบี้ยว 2-3 หมื่น แล้วบอกเงินขาดเป็นล้าน ก็ไม่สมเหตุสมผล อย่างนี้มันไม่ใช่ปัญหาจากการทำธุรกิจปกติขอความเห็นใจจากธนาคารได้เยอะ
2. ประเภทบอกไม่ได้ว่าเงินไปไหน อ้างมันก็หมดไปเรื่อย ใครเขาจะเชื่อ คนทำการค้าก็รู้ว่าเริ่มขายไม่ดี ขาดทุน จะแบกไปซะกี่เดือน ต้องมีสัญญาณแล้ว อาจจะให้ดูว่ายอดขายมันเริ่มลดลงแล้ว แบ็งค์เขาก็ต้องเริ่มชักใบเรือ ขอเงินรคืน เราก็เจรจาลดวงเงินให้เหลือเท่าระดับการค้า ส่วนที่ขาดทุนไปบางสวนก็เจรจาขอพักชำระ ทยอยเปลี่ยนเป็นเงินกู้ เอาเท่าที่มันหายไปจากธุรกิจ พยายามทำให้เห็นว่าเราจริงใจ มันเกิดปัญหาก็รีบคุยกํบเจ้าหนี้แล้วนะ
3. พวกที่มาอ้างเงินไปไหนไม่รู้ เป็นเราจะให้โอกาสลูกหนี้การค้าของเราหรือเปล่า ต้องให้เห็นชัดเจนว่าเขาจะได้คืนจากตรงไหน เช่นปัญหาที่มีกันเยอะ คือ ของรุ่นที่ขายไม่ได้ จะเอาไปลดราคา ขาดทุนบางส่วน เอาหลักฐานโชว์เขาเลย ให้เข้าใจว่าสภาพมันต้องขายขาดทุน เงินขาดไปก็จะหาทางใช้คืนเจ้าหนี้
4. ถ้าจะให้ดีต้องให้เจ้าหนี้มั่นใจได้ว่าจะได้เงินคืนเมื่อไร ได้จากไหน เช่นเอาหลักฐานบอกไปว่าจะจ่ายคืนจากการขายสต็อก ที่มันต้องรอขายฤดูกาลหน้า หรือทยอยขาย ต้องรอเรียกเก็บจากลูกหนี้การที่ (ยิ่งลูกหนี้ตีเช็คไว้เอามาเป็นหลักฐานจะจ่ายคืนหนี้ตามที่เรียกเก็บเช็คได้)
5. ในกรณีไม่สามารถทำให้เจ้าหนี้มั่นใจว่าจะได้เงินคืน ต้องให้เขามั่นใจว่าธุรกิจเราจะเดินต่อไปได้ และมีกำไรมาคีนหนี้เก่าได้อย่างไร เช่นขาดทุนไปแล้ว แต่คู่แข่งเลิกไปเยอะแล้ว เรามีคำสั่งซื้อที่ได้ราคาดี มั่นใจว่าจะคืนหนี้ได้
6. หากเดินต่อไมไหว อย่าดันทุรัง ทุกวันเอาหนังหนูไปปะรูรั่วเนื้อช้าง ยิ่งฝืนก็ยิ่งหมด ต้องใช้คำว่า "หมดกันสร้างมากับมือ แล้วสร้างใหม่ก็ได้" ขอโอกาสเจ้าหนี้ ขายที่ดิน ทรัพย์สินอะไรที่คิดว่ารวยแล้วหาซื้อกลับมาได้ โอนขาย หรือประกาศขายเอาเงินมาคืนหนี้ก่อน ดอกเบี้ยธนาคารมันวิ่งเร็ว
เหล่านี้เป็นตัวอย่าง การแจ้งเหตุผลการจ่ายคืนหนี้ไม่ได้ตามเดิม และโอกาสที่จะคนหนี้ให้เจ้าหนี้ได้
ต่อมาคือมาดูว่า เราจะจ่ายคืนหนี้ได้อย่างไร ต้องดูองค์ประกอบในการเจรจาส่วนของลูกหนี้ กับส่วนเจ้าหนี้
ส่วนของเจ้าหนี้ มีที่ต้องคิดถึง คือ เงินต้น ดอกเบี้ยค้างเดิม ดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้นต่อไปจนกว่าจะคืนหนี้หมด หลักประกันที่มีมันจะเสียหายไหม ทางได้รับชำระทางอื่นมีไหม เช่น ผู้ค้ำประกัน และที่สำคัญคือเวลากับคนดูแล คำว่าเวลาก็คือ ทางเจ้าหนี้เขาจะใส่ใจกับการค้างชำระในช่วงแรก ถ้ามันแก้ปัญหาได้ ก็จะสกัดกั้นการเป็น เอ็นพีแอล ได้ เจ้าหนี้จะพอใจสุด ถ้าไม่ได้ เขาจะมีกำหนดว่าคนดูแลพวกสินเชื่อจะดูได้ถึงแค่ไหน แล้วโอนไปให้พวกตามหนี้ ที่มักใช้คำหรู เช่นพัฒนาสินทรัพย์ พัฒนาธุรกิจลูกหนี้ ฯลฯ ก็หมายถึงพวกตามหนี้ เขาก็จะมีเป้าหมายเจรจาให้ได้ภายในเวลาที่กำหนด ไม่ได้ให้เสนอเรื่องฟ้องคดี ควบคู่ไป ถ้าเลยเวลาไปแล้วก็เรื่องของทีมทนายจะว่ากัน
ส่วนของฝ่ายลูกหนี้ก็มีที่ต้องเตรียมตัว ดังนี้
  • ควรจะหยุดชำระหนี้เลย หรือทยอยชำระไปก่อน ในอัตราดอกเบี้ยผิดนัด อย่าลืมคำว่าหยดน้ำในทะเลนะ มันอาจไม่มีประโยชน์ถ้าชำระหนี้ โดยไม่มีแนวทางในอนาคต
ควรจะเตรียม ข้อมูล เอกสาร ให้ครบ เงินในกระเป๋า จะจ่ายในช่วงแรกได้ไหม มีแนวทางจะหาเงินที่ไหนมาจ่ายได้
ต้องรู้ว่าเราจะแบ่งเค้ก จะเรียกว่าเค้กได้หรือเปล่าไม่รู้ เอาเหมือนว่าเงินที่เราจะหาได้ในอนาคต เราจะจ่ายอะไรมั่ง เลี้ยงลูกน้อง เลี้ยงตัวเอง จ่ายหนี้การค้า จ่ายสรรพากร จ่ายหนี้บัตรเครดิต หนี้ธนาคาร จัดสรรให้ใครได้แค่ไหน ที่เราจะไม่ถูกอุ้มไป บอกเขาไปตรง ๆ ว่าเรามีหนี้นอกระบบเท่าไร เอาไปทำอะไร จะต้องจ่ายอย่างไร
ท้ายที่สุด ถ้าเค้กที่เรามีมันไม่พอจ่ายคืนหนี้ ก็ต้องเลือกเสียส่วนน้อยรักษาส่วนใหญ่ เช่นโอนตีทรัพย์ ขาย-ย้ายโรงงาน ยืมเงินญาติมาชำระโดยเจรจาจ่ายไม่เต็ม ขายสมบัติที่คิดว่าจะมีโอกาสหามาใหม่ได้
ส่วนเรื่องขอเงินใหม่ เอาไปหยอดให้ธุรกิจเดินได้ เป็นเรื่องใหญ่ที่จะไว้เล่าสู่กันในครั้งหน้า




 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 11 มกราคม 2554 17:31:56 น.
Counter : 234 Pageviews.  


ตาโต ชั้นเดียว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 37 คน [?]




เคยทำธุรกิจขายเสื้อผ้าในยูเนี่ยนมอลล์ และได้ขายเลิกกิจการแล้ว ตอนนี้หันไปเปิดร้านขายเสื้อตราคัพเค้กที่ K-ZY Plaza
New Comments
Friends' blogs
[Add ตาโต ชั้นเดียว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.