M a y T h e F o r c e B e w i t h y o u
Group Blog
 
All blogs
 
ชีวิตจริงที่ยิ่งกว่าละครของ "สาวิตรี สามิภักดิ์" <ตอนที่ 5>


“ต่องเคยประสบอุบัติเหตุที่เชียงใหม่ตอนไปโชว์ตัว รถเบนซ์ที่นั่งไปชนประสานงากับรถพ่วงตรงทางขึ้นเขา ต่อง อยู่ข้างหลัง มีเพื่อนอีก 2 คน แล้วต่องนั่งกลาง ตอนประสานงาต่องสลบไปเลย
... พี่อูม วิยะดา นั่งข้างหน้าต้องเย็บ 180 กว่าเข็ม ต่องสลบ เพื่อนอีกคนแขนกระดิกไม่ได้ อีกคนกัดลิ้นตัวเอง พูดไม่ได้เลย แต่ตอนนี้หายแล้ว
... ต่องไม่ได้ขึ้น ฮ. คนที่ขึ้นฮ.คือพี่อูมกับเพื่อนต่อง เพราะเขามีเลือด ต่องไม่มีเลือด ปวดหัวอย่างเดียว ก็มานั่งกับรถนางแบบมาที่แม่สะเรียบ จนถึงโรงแรมก็ยังปวดหัวไม่เลิก เลยนั่งรถตู้มาหาหมอ ปรากฏว่าต่องเป็นคนที่อาการหนักสุดเพราะ สมองบวมเต็มกะโหลก เลือดคั่งในสมอง แล้วมีรูอยู่ที่หัวเพราะโดนกระสุนปืนที่เขาวางอยู่ข้างหลัง... แล้วต่องเป็นคนกลัวเข็ม กลัวหมอ ต่องสั่นจนเอ็กซเรย์ไม่ได้ เขาต้องเปิดห้องผ่าตัด เพื่อเปิดกะโหลกดูว่าเป็นอะไร ต่องไม่ร็ตัว จำอะไรไม่ได้อยู่ 15 วัน
... ตอนนั้นที่บ้านไม่มีใครไปเยี่ยมต่องเลย เพื่อนมาเล่าให้ฟังว่าอาน้อยเป็นคนเดียวที่ไปเยี่ยม แล้วอาน้อยจัดการทำความสะอาดให้ต่องด้วย ซึ่งต่องไม่รู้ตัวเลย ความจริงอาไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้
.. นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ทำให้ต่องประทับใจอาน้อยมากๆแล้วก็รักมากๆ”

เมื่อทำงานมีรายได้ เธอก็เก็บเงินออมเงินไว้ซื้อที่บ้าน เพราะฝันมาแต่เล็กว่าอยากมีบ้านเป็นของตัวเอง

“ช่วงนั้นถึงจะไม่ค่อยได้เล่นหนัง แต่ก็มีเงินเก็บจากเงินโชว์ตัว ก้อนแรกเก็บได้ 200,000 บาท ตั้งแต่เล็กๆต่องฝันไว้เลยว่าจะต้องซื้อบ้าน อยากมีบ้านของตัวเอง ไม่ใช่บ้านอา (น้องชายพ่อ) ไม่ใช่บ้านเช่า ไม่ใช่บ้านคนอื่นอีกต่อไป
... เล็กๆต่องอยู่บ้านเจ้านายแม่ มาอยู่ในสวนบ้านเช่า มาอยู่ตึกแถวก็บ้านอา ต่องมีเงินจะซื้อบ้านแล้วตอนนั้นหลังละไม่ถึงล้านหรอก
... ก็ไปซื้อบ้านในซอยเสนาฯ เขาซื้อกันไม่ถึงล้านแต่ของต่องฟาดไปล้านกว่าบาท ดาวน์หมด 200,000 บาท เพราะต่ำกว่านั้นเขาไม่ให้ ที่เหลือก็ผ่อน เวลาได้เงินมา สมมติ 100 บาท ก็เก็บไว้ใช้ซัก 30 บาท ที่เหลือโปะบ้าน
... แต่ผ่อนยังไม่ทันจะหมด ปรากฏว่าแม่อยากได้บ้านอา ก็เอาบ้านนี่ล่ะไปกู้เขา แล้วไปซื้อบ้านตึกแถวที่แม่อยู่ ต่องต้องนั่งรถไปๆมาๆ มันก็แพงนะ ก็ซื้อรถ เลยเอาบ้านหลังนี้ไปกู้เพิ่มมาซื้อรถอีก
... กว่าต่องจะผ่อนบ้านหมดก็ปี 35 เพราะจะมีค่าโรงพยาบาล ค่ายาพ่อค่อนข้างเยอะด้วย
... พ่อมาเสียตอนอายุ 85 ก็ดูแลพ่อมา 20 กว่าปี “

เธอให้การดูแลพ่อแม่เป็นอย่างดีตลอดมา ทั้งๆที่เกิดน้อยใจมาตลอดว่าพ่อแม่ไม่รัก

“เนื่องจากต่องเป็นลูกคนกลาง ดูเหมือนพ่อกับแม่ไม่ค่อยรัก ตอนเด็กๆเราไม่เข้าใจ นึกว่าเขาลำเอียง ต่องเป็นเด็กโหยหาความอบอุ่น ต่องเป็นลูกคนเดียวที่กอดและหอมพ่อนะจนถึงตอนโต
... ก่อนพ่อเสีย ตอนนั้นพ่อทำบายพาสหัวใจ ต่องก็ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล พอต่องเข้าไปกอด พ่อก็จะผลักออกมา ต่องก็หน้าด้านน่ะ ผลักก็เข้าไปกอด ต่องก็ไม่พูดอะไรแต่ไปพูดในรายการพี่ต๋อย ไตรภพ (ทไวไลท์โชว์ตอนที่ยังอยู่ช่อง 3 ประมาณต้นปี 45) ต่องไปออกรายการก่อนพ่อเสียปีเดียวมั้ง
... พี่ต๋อยสัมภาษณ์ ต่องก็เล่าถึงเรื่องนี้ว่าพ่อไม่รัก ทำไมเรากอดแล้วเขาถึงทำท่ากั้น อย่างแม่นี่ผลักเลยนะ ต่องก็รู้สึกแย่น่ะ
... แต่วิธีของต่องคือเข้าไปกอดใหม่แล้วหอม ใช้วิธีหน้าด้าน ซึ่งพี่ต๋อยบอกว่าอย่างนี้ไม่ใช่หน้าด้านหรอก เราควรจะภูมิใจที่เราให้ แล้วเขาดีขึ้น


... พี่ต๋อยก็สอนมาคำหนึ่งว่า ทำไมคนที่เป็นคนให้จะต้องมาเสียใจกับคนที่รับด้วย เราเป็นคนให้เราน่าจะดีใจนะ เขาอาจจะเกรงใจเราก็ได้ บางทีความเป็นคนรับผิดชอบครอบครัว เขาก็อาจจะไม่พูดอะไรตรงนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รัก
... พ่อก็ดูที่ต่องออกรายการนั้น แล้วพอรายการบ้านเลขที่ 5 ไปสัมภาษณ์พ่อ พ่อบอกว่าพ่อรักต่อง ก็คือเขาฟังจากรายการพี่ต๋อยเขาก็บอกว่าไม่ใช่เขาไม่รัก .. เขารัก... หลังจากนั้น ต่องก็เริ่มคิดได้ และขอบคุณพี่ต๋อยทุกครั้งที่ทำให้ต่องรู้จักคิด ไม่งั้นต่องคนเป็นบ้า น้อยใจพ่อ น้อยใจแม่ จนแก่ตายก็คงไม่เลิกคิด”

พ่อจากเธอไปหลังจากการได้บอกลูกทางรายการโทรทัศน์

“ หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็เสีย …
... วันที่พ่อเสีย ต่องกำลังทำรายการบ้านเลขที่ 5 รายการเลิก 9 โมงเช้า แล้วทุกคนจะรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้ต่องทำงานได้คือเรื่องพ่อ ต่องจะหวาดวิตก เขาก็ไม่ได้บอกต่องจนเลิกรายการ
... ต่องรีบไปโรงพยาบาล คือช่อง 5 กับโรงพยาบาลพญาไทอยู่แค่ตรงข้าม ต่องวิ่งไปเลยบทั้งหน้ายังโบ๊ะฉ่ำ พอไปถึงโรงพยาบาล เขาโทฯมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว ต่องร้องไห้อยู่ตรงล็อบบี้ เข้าใจเลยว่าคำว่าปานจะขาดใจตาย ต่องกำลังจะไปหาเขาอยู่แล้ว ...
... คือทุกครั้งที่เลิกรายการต่องจะต้องไปหาเขา แล้วแม่บอกพ่อก็รอด้วย วันนั้นเขาถามติ๊งต่องมาหรือเปล่า ต่องไปไม่ทัน คือถ้าเขาบอกก่อนหน้านี้ ค่องออกจากรายการก็ได้ แต่เขาไม่บอก ...”

น้ำเสียงเธอขาดเป็นห้วงจากการสะอื้นไห้ ยามเล่าถึงวาระสุดท้ายของพ่อที่เธอไม่ทันได้บอกลา

“พอเขามาบอกตรงนั้น หมอต้องมาลากต่องขึ้นไปข้างบน เพราะต่องร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องแบบไม่อายใครเลย แล้วนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนดี
... พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ตอนพ่อป่วยหนัก ต่องรู้แล้วล่ะว่าใกล้แล้ว หมอบอกให้ 6 เดือน ต่องยังพูดกับแม่เลยว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่องไหม อย่าบอกนะว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่อง ต่องเกิดวันฮัลโลวีน 31 ตุลาฯ
... แต่พ่อคงรู้ พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ไม่งั้นต่องคงร้องไห้ในวันเกิดไปตลอด”

***************
โปรดติดตามตอนต่อไป



Create Date : 09 ตุลาคม 2549
Last Update : 9 ตุลาคม 2549 19:30:56 น. 11 comments
Counter : 639 Pageviews.

 


โดย: buo วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:17:20 น.  

 
อ่านจบไปแล้วสองตอน ไว้มาอ่านต่อนะคร้าบ


โดย: stawahna (stawahna ) วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:21:17 น.  

 
เพิ่งเห็นวันนี้
อ่านรวดเดียว4 ตอน
ขอบคุณค่ะ


โดย: buo วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:30:11 น.  

 
ตอน 5 ร้อนๆมาแล้วค่า

ตอน 5 นี่จะตีมหลักจะเป็นเรื่อง พ่อ นะคะ

ก็ซึ้งกันไป

จำได้ว่าตอนที่พีต่องไปออกทไวไลท์โชว์เรื่องพ่อไม่รักก็ได้ดู แล้วก็อินมากด้วย เพราะว่าระหว่างเรากะแม่ก็ประมาณนี้เลย ไม่เคยบอกรัก ไม่ชอบกอดไม่ชอบหอม
แล้วตอนที่พ่อพี่ต่องเค้าบอกผ่านรายการบ้านเลขที่ 5 ก็ได้ดูเช่นกัน วันนั้นเป็นวันเกิดพี่ต่องพอดีด้วย ซึ้งมากมาย พ่อเค้าก็พูดเรียบๆว่า เป็นห่วงพี่ต่องมาก ทำงานหนัก กลัวจะเหนื่อย พี่ต่องก็ร้องไห้ซิกๆ น่าประทับใจ

.... อย่าลืมดูตี๋ตระกูลซ่งกันนะคะ ....
ไว้จะมาต่อค่ะ ยังไม่จบง่ายๆค่ะ


โดย: เบาบางว่างพ้นจรดฟ้า วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:35:14 น.  

 
มาตามอย่างต่อเนื่อง กับดาราเข้าบทบาท และมีคุณภาพคนนี้ครับ


โดย: เข็มขัดสั้น วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:19:35:26 น.  

 
ขอให้คุณต่องจนมีความสุขกับสิ่งที่ได้ให้และได้ทำไปทั้งหมด


โดย: ให้กำลังใจส่งพลังไปให้ด้วย IP: 124.120.163.15 วันที่: 9 ตุลาคม 2549 เวลา:20:22:09 น.  

 


โดย: buo วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:7:51:44 น.  

 
แวะเข้ามาอ่านอีกค่ะ ขอบคุณนะค่ะ


โดย: opleee วันที่: 10 ตุลาคม 2549 เวลา:17:41:14 น.  

 
......I will follow you............


โดย: Benedetta. IP: 151.30.133.67 วันที่: 17 ตุลาคม 2549 เวลา:2:41:14 น.  

 
พี่ต๋อยก็สอนมาคำหนึ่งว่า ทำไมคนที่เป็นคนให้จะต้องมาเสียใจกับคนที่รับด้วย เราเป็นคนให้เราน่าจะดีใจนะ เขาอาจจะเกรงใจเราก็ได้ บางทีความเป็นคนรับผิดชอบครอบครัว เขาก็อาจจะไม่พูดอะไรตรงนี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รัก
... พ่อก็ดูที่ต่องออกรายการนั้น แล้วพอรายการบ้านเลขที่ 5 ไปสัมภาษณ์พ่อ พ่อบอกว่าพ่อรักต่อง ก็คือเขาฟังจากรายการพี่ต๋อยเขาก็บอกว่าไม่ใช่เขาไม่รัก .. เขารัก... หลังจากนั้น ต่องก็เริ่มคิดได้ และขอบคุณพี่ต๋อยทุกครั้งที่ทำให้ต่องรู้จักคิด ไม่งั้นต่องคนเป็นบ้า น้อยใจพ่อ น้อยใจแม่ จนแก่ตายก็คงไม่เลิกคิด”

พ่อจากเธอไปหลังจากการได้บอกลูกทางรายการโทรทัศน์

“ หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็เสีย …
... วันที่พ่อเสีย ต่องกำลังทำรายการบ้านเลขที่ 5 รายการเลิก 9 โมงเช้า แล้วทุกคนจะรู้ว่าสิ่งเดียวที่จะทำให้ต่องทำงานได้คือเรื่องพ่อ ต่องจะหวาดวิตก เขาก็ไม่ได้บอกต่องจนเลิกรายการ
... ต่องรีบไปโรงพยาบาล คือช่อง 5 กับโรงพยาบาลพญาไทอยู่แค่ตรงข้าม ต่องวิ่งไปเลยบทั้งหน้ายังโบ๊ะฉ่ำ พอไปถึงโรงพยาบาล เขาโทฯมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว ต่องร้องไห้อยู่ตรงล็อบบี้ เข้าใจเลยว่าคำว่าปานจะขาดใจตาย ต่องกำลังจะไปหาเขาอยู่แล้ว ...
... คือทุกครั้งที่เลิกรายการต่องจะต้องไปหาเขา แล้วแม่บอกพ่อก็รอด้วย วันนั้นเขาถามติ๊งต่องมาหรือเปล่า ต่องไปไม่ทัน คือถ้าเขาบอกก่อนหน้านี้ ค่องออกจากรายการก็ได้ แต่เขาไม่บอก ...”

น้ำเสียงเธอขาดเป็นห้วงจากการสะอื้นไห้ ยามเล่าถึงวาระสุดท้ายของพ่อที่เธอไม่ทันได้บอกลา

“พอเขามาบอกตรงนั้น หมอต้องมาลากต่องขึ้นไปข้างบน เพราะต่องร้องไห้เหมือนคนบ้า ร้องแบบไม่อายใครเลย แล้วนึกไม่ออกว่าต้องทำอะไรก่อนดี
... พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ตอนพ่อป่วยหนัก ต่องรู้แล้วล่ะว่าใกล้แล้ว หมอบอกให้ 6 เดือน ต่องยังพูดกับแม่เลยว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่องไหม อย่าบอกนะว่าพ่อจะเสียวันเกิดต่อง ต่องเกิดวันฮัลโลวีน 31 ตุลาฯ
... แต่พ่อคงรู้ พ่อเสียก่อนวันเกิดต่อง 2 วัน ไม่งั้นต่องคงร้องไห้ในวันเกิดไปตลอด”

อ่านแล้วน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ

ซึ้ง


โดย: ปุ้มปุ้ย IP: 125.27.204.209 วันที่: 13 มิถุนายน 2550 เวลา:20:15:26 น.  

 
ขอบคุณมากๆเลยค่ะ
ที่เข้ามาอ่าน



โดย: เบาบางฯ IP: 58.9.20.222 วันที่: 8 กันยายน 2550 เวลา:18:56:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เบาบางว่างพ้นจรดฟ้า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





: Thanks for P'tong Savitree Samipak

: นิตยสารดิฉัน
Friends' blogs
[Add เบาบางว่างพ้นจรดฟ้า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.