อยากเที่ยวๆๆๆ
Group Blog
 
All Blogs
 
14-17 มี.ค. 09...มาเก๊า-ฮ่องกง...วันที่ 1...ลงเครื่องที่มาเก๊า เดินไปท่าเรือ Cotai Jet แล้วไปฮ่องกงกัน

ข้อมูลทริปนี้
1. เดินทาง 14-17 มี.ค. 09
2. อากาศเย็นๆ หนาวๆ อุณหภูมิอยู่ที่ 14-17 องศา ไม่เจอฝน ไม่มีหมอก
อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าปลอดโปร่งสุดๆ
3. ค่าใช้จ่ายทั้งหมด 35,000 บาท
3.1 ค่าที่พักฮ่องกง 2 คืน 2,673 บาท (ได้ส่วนลด 40 us$ จากhotelclub.com)
3.2 ค่าที่พักมาเก๊า 1 คืน 980 บาท (นี่ก็ได้ลด 40 us$ จากhotelclub.com)
3.3 ค่าแท๊กซี่ไปกลับ บ้าน-สนามบิน 520 บาท
3.4 ค่าตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชีย ค่าโหลดกระเป๋า ค่าเลือกที่นั่ง 8,350 บาท (พึ่งรู้ตัวว่าซื้อตั๋วแพงอ่ะ เพราะพึ่งได้ตั๋วโปรจากแอร์เอเชียมาใหม่ไปกลับฮ่องกง 2 คน แค่ 4,072 เองอ่ะ)
3.5 ค่าเรือ Cotai jet 2 คน ไปฮ่องกง 308 Mop (จ่ายบัตรเครดิตไป ใบแจ้งหนี้มา 1,418.81)
3.6 ค่าเรือ Turbo jet 2 คน ไปมาเก๊า 268 Hk$ (นี่ก็รูดบัตร 1,271.32)
3.7 ค่าบัตร octopus 2 คน 303.60 Hk$
3.8 ค่ารองเท้าไนกี้ของเรา 1 คู่ 299 Hk$ (นี่ก็รูดด้วย 1,418.49)
3.9 ค่ารองเท้าจอร์แดนของคุณผู้ชาย 1 คู่ 790 Hk$ (ฮ่าๆๆ ยังรูดได้อีก 3,748.37)
3.10 ค่าแบตกล้องแคนนอน 1 ก้อน 310 Hk$ (รูดได้อีก 1,470.61)
3.11 ค่าเสื้อแจ๊กเก๊ตบอสซินีของเรา 1 ตัว 150 Hk$ (รูดอีกนะ 711.79)
3.12 ค่ากระเช้านองปิงขากลับ 2 คน (วันอาทิตย์แพงอ่ะ) 148 Hk$ (รูดบัตรเหมือนเดิม 702.24)
3.13 ค่ารูปถ่ายบนกระเช้านองปิง 1 รูป 88 Hk$ (แพงอ่ะ เสียดายตังค์จัง)
3.14 ค่าของที่ไอเกีย 423.20 Hk$ (แพงเพราะหมอนขนเป็ด รูดบัตรบางส่วน เพราะไปซื้อของ 2 สาขา)
3.15 ที่เหลือเป็นค่าอาหาร ค่าขนม ค่าน้ำ ที่เดินซื้อเดินกินเรื่อยเปื่อย แบบนับไม่ถ้วน ซึ่งรวมๆ แล้วอยู่ที่ 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากสุดเลยยยย (ถ้าไม่นับค่าตั๋วเครื่องบินนะ)
4. ด้วยผลพวงของการรูดบัตรไปเยอะ เราเหลือเงินฮ่องกงกลับมา 220 hk$ ยังไม่แลกคืน เพราะจะเก็บเอาไว้ไปเที่ยวคราวหน้าต่อ
5. อ้อ!! อัตราแลกเปลี่ยนช่วงนั้น 4.70 บาท แพงจังเลย พอกลับมา เรทแลกเงินก็ลดลงเหลือแค่ 4.40 เองง่ะ




เราได้ตั๋วโปรแอร์เอเชีย 0 บาทค่ะ (เคยคิดว่าดีจังเลย) จองล่วงหน้ากันข้ามปีเลย แต่ไม่เป็นไรคอยได้ เพราะต้องวางแผนเที่ยว พร้อมทั้งเก็บเงินด้วย
(โอ้!! พึ่งสังเกตเห็น ไปกลับกทม.-มาเก๊า 2 คน ค่าตั๋ว 8,000 บาท ยังไม่รวมค่าเรือไปกลับฮ่องกงนะเนี่ย ทำไปด๊ายยยย )


แต่ๆๆๆ ที่เซ็งกว่านั้นคือ หลังจากได้ตั๋วโปร 0 บาท อีกแค่ไม่กี่อาทิตย์ แอร์เอเชียก็มีเที่ยวบิน บินตรงกทม.-ฮ่องกงอ่ะ เศร้าค่ะ


ไม่เป็นไร อย่าเศร้าๆๆ ทำใจให้สบาย ก็เราอยากไปเที่ยวมาเก๊าอยู่แล้วนี่
อยากไปดูซากโบส์ถเซนต์ปอลล์ค่ะ เห็นเพื่อนๆ รีวิวกัน สวยมากๆ




รูปแรก เริ่มกันที่สนามบินมาเก๊าเลยค่ะ มองเห็นเวเนเชี่ยนด้วย
ตึกโค้งๆ สีส้มอ่อนๆ เอ๊ะ หรือสีชมพูก็ไม่รู้อ่ะ



ตอนที่อยู่บนเครื่องแอร์จะแจกใบตม.ค่ะ
เราเขียนว่า "Go to Hongkong" เพราะเราจะไปฮ่องกงก่อน
พอขากลับไปมาเก๊า เราจึงระบุชื่อโรงแรมที่จะพักในมาเก๊าค่ะ



ระหว่างคอยกระเป๋า ก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซะหน่อย




ได้กระเป๋าแระ เดินออกมา แล้วเลี้ยวขวา จะเจอทางเดินแบบในรูปค่ะ
แล้วเดินไปตามทางนะคะ แหม เหมือนรู้ทางเนอะ
จริงๆ ได้ดูรีวิวการเดินไปท่าเรือแล้วน่ะค่ะ ปริ้นมาด้วย กลัวเดินไม่ถูก




เดินไปสุดทาง เจอประตูทางออก เห็นรถเวเนเชี่ยนด้วย (รถคันสีน้ำเงินน่ะ)
หารู้ไม่ พอออกมา เรารีบเดินกลับเข้าสนามบินเลยค่ะ
ลมแรง และหนาวมากๆ แฟนเรารีบเปิดกระเป๋า เอาเสื้อแจ๊กเก๊ตมาให้เราค่ะ
โดนเหน็บอีก ก็ไม่รู้นิว่าจะหนาวขนาดนี้




โธ่ ตัวเองก็หนาวเหมือนกันแหล่ะ ฮี่ๆๆ รีบใส่แจ๊กเก๊ตเหมือนกัน
แล้วก็เดินตรงไปเรื่อยๆ เลยค่ะ ไม่ต้องคิดมาก ผ่านรถเวเนเชี่ยน
เดินจนสุดทางจะเจอทางเดินเล็กๆ ที่มีคู่หนุ่มสาวกำลังเดินออกมา
ทีแรกก็ไม่แน่ใจว่าจะใช่มั๊ย ลองเสี่ยงเดินไป ถูกทางแล้วค่ะ




เดินไปเรื่อยๆ แล้วเลี้ยวขวาทางแยกแรกนะคะ แต่ไม่มีรูปตอนเลี้ยวขวาแล้วอ่ะ




เลี้ยวขวาแล้ว เดินตรงไปเรื่อยๆ ในใจอาจหวั่นๆ ว่าเดินมาถูกทางรึเปล่า
เพราะมันดูแล้วไม่น่าจะมีท่าเรือเลย แต่ไม่ต้องกังวลค่ะ
เดินมาซัก 10 นาที ก็จะเห็นทางเดิน มีเสาแดงๆ หรือส้มๆ หว่า
แปลว่ามาถูกทางแล้ว




มาถึงแล้วค่ะ เดินอีกนิดนึง ไปตรงรถทัวร์สีน้ำเงินค่ะ
ตรงนั้นเป็นอาคารผู้โดยสารที่จะไปฮ่องกงค่ะ




บริเวณเคาเตอร์จำหน่ายตั๋วเรือ ไม่ให้ถ่ายรูปแล้วค่ะ
ตั๋วเรือเรา ค่าตั๋วโชว์เป็นเงินมาเก๊า เนื่องจากเรารูดบัตรเครดิตค่ะ




สลิปบัตรเครดิตค่ะ ไม่มีชาร์จเพิ่ม
หลังจากกลับมา เราได้ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต เราโดนอัตราแลกเปลี่ยนไม่เยอะค่ะ
เรทพอๆ กับเงินฮ่องกงที่แลกไปเลย ดีจริงๆ




ราคาค่าตั๋วเรือค่ะ แต่ราคานี้ถึงแค่สิ้นเดือนมี.ค. 09 เองนะคะ




ได้ตั๋วแล้ว เดินเข้าไปตม.มาเก๊า ไม่มีคนเลย โล่งมากๆ ถ่ายรูปไม่ได้เหมือนเคย
ผ่านมาได้ ไม่มีปัญหาอะไร ก็นั่งคอยรอบเรืออีกครึ่งชั่วโมง เรือก็มา เดินตามคนอื่นไปเรื่อยๆ ถึงท่าเรือแน่นอน




เห็นเรือแระ ถ่ายรูปหน่อยดีกว่า




เดินไปอีก




บรรยากาศในเรือ



ที่นั่งของเรา



มีที่วางกระเป๋าด้วย ดีจีง




อยากถ่ายรูปคู่กันอ่ะ ได้แค่เนี้ย




ขอตัดมาที่ฮ่องกงเลยค่ะ
มาถึงโรงแรมกันแระ หิวมากๆ ออกมากินข้าวร้านอาหารญี่ปุ่นใกล้ๆ ทางเข้ารถไฟใต้ดิน
จานนี้ของคุณผู้ชาย จำไม่ได้ว่าสั่งอะไรไป รสชาดพอทานได้ค่ะ




ส่วนจานนี้ของเรา ข้าวผัดปลาไหลค่ะ มันและเลี่ยนมาก จำฝังใจเลย




เมนูค่ะ มีภาษาอังกฤษด้วย แต่อยากถ่ายรูปมาให้ดูราคาค่ะ
ส่วนตอนสั่ง เราดูรูป แล้วก็ชี้ๆ กัน



กินข้าวมื้อนึงกันก็เกือบร้อยเหรียญแล้วอ่ะ ทำไมบางคนมารีวิว
บอกว่าวันนึงใช้เงินกินข้าวแค่ร้อยเหรียญ งงอ่ะ

เพราะราคาอาหารจานนึง อย่างถูกๆ ปกติก็เกือบ 30 เหรียญแล้ว
เรื่องของเรื่องเราได้ข้อมูลมาอย่างนั้น เราเลยแลกเงินไปแค่ 12,000 บาท
ซึ่งคิดว่าน่าจะพอ แต่จริงๆ แล้วไม่พอค่ะ
ดีนะที่มีบัตรเครดิต ซื้อของทุกอย่าง รูดได้รูดหมดค่ะ ไม่งั้นเงินสดไม่พอ
(แต่เรา 2 คน รูดไปแค่ 10,000 เดียวเอง ซื้อของกันน้อยมาก)


ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นร้านซ้ายมือที่ปิดนี่ค่ะ รูปนี้ที่รีวิวไว้ในที่พักฮ่องกงน่ะค่ะ (อย่าพึ่งงงนะ พอดีเราถ่ายแต่รูปแถวๆ ร้านไว้แค่ช่วงกลางคืนเองค่ะ)




กินข้าวเสร็จแล้ว เดินไปสถานีรถไฟใต้ดินนิดเดียวเอง
ไปที่สถานีไดมอนด์ฮิลล์ เราจะไปวัดนางชีกันค่ะ




เดินออกมาจากสถานีนิดนึง ก็ปรี่เข้าไปดูป้ายบอกทางเลย กลัวหลงอ่ะ




เดินตามทาง มองหาป้ายไปเรื่อยๆ ไม่ไกลค่ะ แค่ 5 นาทีได้
เจอทางเข้าแล้วค่ะ มีเวลาเปิดปิดด้วยน้า แต่เวลาเปิดปิดของสวนค่ะ บริเวณวัดปิดเร็วค่ะ 16.30 น. ก็ปิดแล้ว จากนั้นเดินเข้าไปเลย ไม่เสียตังค์นะ









ในวัดมีตู้คีออสบอกข้อมูลวัดด้วย เจ๋งจริงๆ เลย ขอลองเล่นหน่อยเหอะ




รูปในวัดค่ะ สวยดีจัง คุณผู้ชายชอบมากค่ะ














ซักพักก็กลับค่ะ เพราะวัดปิดแล้วอ่ะ เจ้าหน้าที่ของวัดกวักมือให้ออกจากวัดน่ะค่ะ
เดินมั่วๆ ออกจากวัดทางนี้ค่ะ




พวกเราเดินย้อนกลับไปทางเดิม ไปสถานีรถไฟใต้ดิน เพื่อไปร้านไอเกีย
สาขาเกาลูนเบย์ ออกจากสถานีมา ก็เป็นห้างค่ะ
ร้านไอเกียสาขานี้อยู่ในห้าง
ข้อเสียคือ เดินไกลมากๆ กว่าจะถึงร้าน
ข้อดีคือ ไอเกียสาขานี้ของเยอะ มี 5 ชั้นแน่ะ
สาขานี้จัดของ และตบแต่งร้านได้ดีค่ะ ในไอเกียมีร้านขายอาหารเครื่องดื่มด้วย




ไม่ได้ถ่ายรูปในไอเกียมา ไม่กล้าถ่าย ไม่รู้เค้าให้ถ่ายได้รึเปล่า
เราเลยถ่ายแต่รูปขนมที่ซื้อทานระหว่างนั่งพักในไอเกียค่ะ
อร่อยดีค่ะ



แต่จำราคาขนมไม่ได้เลย




กว่าจะออกจากไอเกียได้นี่เกือบๆ ทุ่มนึงแล้ว เรารีบนั่งรถไฟใต้ดินไปสถานีจิมซาโจ่ย
จะไปดูซิมโฟนีออฟไลท์ค่ะ แต่คุณผู้ชายบอกว่าให้แวะไปเก็บของที่ห้องก่อน เพราะซื้อของมาจากไอเกียเยอะ ปรากฎว่าไปดูไม่ทัน เพราะกว่าจะหาทางเดินไปริมน้ำได้นี่ลำบากมาก งงสุดๆ ได้แค่รูปนี้มาค่ะ



กะรูปนี้




ระหว่างนั้น กำลังเซ็งสุดๆ เดินไป เดินมา เห็นคนต่อแถวกันเยอะ
เลยให้คุณผู้ชายไปต่อแถวมั่ง ขายอะไรก็ไม่รู้ ไปต่อแถวก่อน เดี๋ยวเราเดินไปดูให้
แฮ่ๆๆ ร้านขายปลาหมึก อืม...มันไม่ย่าง ไม่ปิ้งอ่ะ
เค้าเอาปลาหมึกสดๆ มานาบด้วยเหล็กร้อนๆ ทั้ง 2 ด้านอ่ะ




อร่อยอ่ะ หวานปลาหมึกสด ไม่เหนียว (เราเคยคิดว่าแพง ตัวละ 20 เหรียญ แต่ด้วยราคานี้ น่าจะเป็นราคาปกติของที่นั่นนะ เพราะอะไรๆ ก็ 20 เหรียญ)



เราเดินเล่นแถวนั้นซักพัก








แล้วก็ตกลงกันว่าจะเดินจากจิมซาโจ่ยไปมงก๊ก (ใครคิดฟะ )
เดินๆ ไปเจอตึกนี้ค่ะ กะว่าถ้าคราวหน้ามา อาจมาพักที่นี่
แต่พอดูๆ แล้ว พวกเราชอบแถวๆ มงก๊กมากกว่าค่ะ พวกเราไม่ได้กล้วคนดำแถวๆ หน้าตึกนี้หรอกนะคะ
แต่เนื่องจากที่มงก๊กที่ช๊อปเยอะ ของกินก็เยอะ ฮ่าๆๆๆ เหมาะกับพวกเรามาก



ระหว่างทางจากจิมซาโจ่ยมีแต่ห้างใหญ่ๆ ร้านหรูๆ ไม่ใช่แนวอ่ะ
ใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากจิมซาโจ่ยไปมงก๊ก ในที่สุดก็มาถึงมงก๊กจนได้ เห็นบอสซินี่แวปๆ ในรูปมั๊ยคะ เดี๋ยวเจอกัน ขอไปกินข้าวก่อนนะ



อาหารมื้อที่ 2 ในฮ่องกงค่ะ ยังเค๊อะๆ เขินๆ เลยไม่ได้ถ่ายรูปหน้าร้านมา
ร้านนี้หมูแดงอร่อยจัง



มากันแค่ 2 คน สั่งได้แค่นี้ล่ะค่ะ กินกันไม่ไหว
บะหมี่เกี๊ยวกุ้งค่ะ เกี๊ยวกุ้งอร่อยนะคะ แต่ไม่อยากคุยเลย เราทำเกี๊ยวกุ้งอร่อยกว่าอ่ะ



เราสั่งชามะนาวมาด้วย 2 แก้ว ไม่ชอบอ่ะ ชาจืดๆ มะนาวจืดๆ เราชอบลิปตันเลมอนบ้านเรามากกว่า ชามะนาวอยู่ในแก้วอลูมิเนียม แอบอยู่ด้านขวาของรูปน่ะค่ะ




กินเสร็จแระ มีแรงช๊อปต่อแล้วค่ะ เท่าที่เดินดูบอสซินี่ในหลายๆ สาขา
ที่มงก๊กเนี่ยแหล่ะ ถูกสุดแล้ว ของ (ที่ลดราคา) ร้านนี้ก็เยอะสุดแล้วด้วย



ซื้อของที่บอสซินี่เสร็จ ก็เดินไปเลดี้มาร์เก็ตต่อ
ผิดหวังค่ะ ของเหมือนบ้านเราเด๊ะๆ เลย แพงกว่าด้วย
เราเดินเข้าไปแป๊ปเดียวก็เดินออกเลยอ่ะ ไม่ใช่แนว




หลังจากนั้นก็ไปเดินถนนอีกเส้นที่ขายรองเท้ากีฬาค่ะ
ตื่นตาตื่นใจมาก รองเท้ารุ่นเดียวกันกับบ้านเรา แต่ถูกกว่าตั้ง 1,000 บาทแน่ะ ต้องซื้อค่ะ มัวแต่ดีใจได้ของถูก เลยไม่ได้ถ่ายรูปร้านแถวๆ นั้นมาเลยอ่ะ มีแต่รูปรองเท้าของเราที่ซื้อมาคู่นี้แหล่ะ (ปล.รูปนี้ถ่ายบนเรือที่จะไปมาเก๊าค่ะ เราแปะรูปได้มั่วดีจริงๆ เลย ขออภัยด้วยนะคะ)




ซื้อเสร็จก็เกือบๆ เที่ยงคืนแล้ว ร้านปิดกันก็มาก สบายใจกันทั้งคู่ค่ะ
ได้รองเท้ามากันคนละคู่ ก็เดินกลับไปที่เยามาไต๋ค่ะ คุณผู้ชายบอกใกล้แค่นี้เองให้เดินกลับ ตกลงเดินก็เดินเพราะรถไฟใต้ดินก็หมดแล้วด้วย



จบวันแรกแล้วค่ะ
เดี๋ยวตามไปดูวันที่ 2 กันต่อนะคะ


Create Date : 04 กรกฎาคม 2552
Last Update : 16 สิงหาคม 2552 16:22:52 น. 1 comments
Counter : 2762 Pageviews.

 
รีวิวละเอียดมากกกกค่ะ ชอบที่บอกทุกขั้นตอนของการเดินทางแบบเห็นภาพ

เป็นประโยชน์กะเรามากเลย เพราะกำลังวางแผนไปมาเก๊า ฮ่องกงเดือนมีนาปี 53 ช่วงเวลาใกล้ๆกับตอนที่คุณ pammap ไปเลยค่ะ



โดย: khimyo วันที่: 12 พฤศจิกายน 2552 เวลา:19:56:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pammap
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




แอบหนีหายจากบล๊อกไปนานมากเลยค่ะ
มัวแต่ยุ่งๆ กับการเรียน ตอนนี้จบแล้ว อิสระแล้วล่ะ

อยากเอารูป และความทรงจำดีๆ ที่ผ่านมา มาเก็บไว้ที่นี่ค่ะ
เพราะกลัวว่าซักวันจะลืม กลัวว่าจะทำรูปหายหมดด้วย
เอามาเก็บไว้ที่บล๊อกบ้างบางส่วน ก็น่าจะปลอดภัยที่สุดแล้ว

เราจะลงรูปเยอะหน่อยนะ เพราะเวลาดูรูปแล้ว รู้สึกถึงเรื่องราวที่ผ่านๆ มาได้ดีค่ะ

ถ้าเพื่อนๆ แวะเข้ามาดูและมีอะไรอยากถามเพิ่มเติม
รบกวนหลังไมค์นะคะ เพราะปกติไม่ค่อยได้เข้ามาดูคอมเม้นท์ที่บล๊อกค่ะ
Friends' blogs
[Add pammap's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.