มาเป็นดูโอ้..แม้ไม่หวานไม่แหวว แต่จะเป็นเยี่ยงนี้ ต่อๆไป อีกซักแค่ 40 ปี ก้อพอเนอะ
Group Blog
 
All blogs
 

จริง?_หรือแค่ฝันเพราะจิตใต้สำนึก

๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๑ เวลา ๓.๐๐ น. (โดยประมาณ)

ฝันว่ายืนอยู่ในห้องนอน สภาพห้องเหมือนครั้งสุดท้ายที่เห็น
(ก่อนจะทราบจากพี่สาวว่าตำราเรียนสมัย ป.ตรี ถูกปลวกกินเรียบวุธ )

ขณะกำลังยืนงงๆ อยู่ หน้าต่างก็ถูกเปิดออกจากด้านนอก แล้วร่างๆ หนึ่งก็ผ่านเข้ามา..

' อี๊ ! '

ขณะนั้นรู้ตามความเป็นจริงนะ ว่าไม่ได้อยู่กับเราแล้ว.

อี๊ยังดูเหมือนๆ เดิมจากภายนอก เสื้อลวดลายสีน้ำเงิน-ฟ้าที่เคยใส่ประจำ
ผ้าถุงสีพื้น สีแดงเข้ม คาดลายเส้นสีขาวด้านล่าง

ทันทีที่เห็นอี๊ลงมายืนเต็มๆ ตัวที่พื้นห้อง เราก็ร้องไห้และวิ่งเข้าไปหา
และเมื่อเข้าไปไกล้ จึงได้เห็น..

ดวงตาเป็นสีดำสนิท ปราศจากสีขาวโดยรอบอย่าง..ทั่วๆ ไป

และเมื่อสวมกอด จึงได้รู้..

เนื้อหนังที่มีการตกกระ และร่องรอยเหี่ยวย่นตามวัย อย่างเช่นที่เคยเห็น
กลับแข็งทื่อ ปราศจากความยืดหยุ่นอย่างที่ควรสัมผัสได้
ร่างกายไม่อุ่น แต่ก็ไม่เย็นเฉียบ

สัมผัสตอนนั้นเหมือนกอดหุ่นไม้ ..ไม่ใช่มนุษย์

ถึงกระนั้น, ความกลัวก็ไม่มีย่างกรายเข้ามา
ทั้งหมดทั้งมวลตอนนั้น ..

คือความดีใจ..ที่ได้พบกันอีก
และความเสียใจ..เพราะรู้ว่าท่านเสียชีวิตไปแล้ว

ไม่กี่ประโยคที่จำได้ว่าอี๊พูด คือ,

' เออๆ ไม่เป็นไรๆ ไม่เป็นไรแล้ว '

' แล้วเป็นยังไงกันมั่ง พวกเอ็งน่ะ ไหนๆ อยู่ไหนกัน '

พลางเดินออกสำรวจภายในบ้าน เข้าไปหา - ทักทายคนอื่นๆ



-----------------------------------------------------------------



ฝันถึงหลายครั้ง หลังกลับจากบ้าน.

หลายครั้ง หลายครา - ที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาทั้งที่ยังน้ำตาไหลอยู่..



------------------------------------------------------------------



ย้อนไปวันที่เกิดเหตุ.,

พยายามแล้วที่จะกลับไปให้เร็วที่สุด
ให้ทันที่จะ - ได้เห็น - ก่อนที่จะทำพิธีบรรจุ

แต่ก็ไม่ทัน.

ได้แค่เคาะเบาๆ จากผนังด้านนอก
ที่ซึ่งมีร่างหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ภายใน

และอีกสิ่งหนึ่งซึ่งค้างคาใจ.,

พี่ๆ ที่ดูแลกันอยู่ขณะที่นอนป่วย
บอกว่า..อี๊ร้องไห้บ่อย
และขอให้ลูกๆ ที่อยู่รายรอบขณะนั้น...กอดท่านหน่อย

...ฟังแล้วมันสะท้อนใจมากเลย



---------------------------------------------------------------------



จากความฝันที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

อาจถือได้ว่า 'สมหวังแล้ว'

....ก็ได้มั้ง



๑๐.๑๙ น.
Whyalla Norrie, S.A.




 

Create Date : 25 ตุลาคม 2551    
Last Update : 25 ตุลาคม 2551 6:49:15 น.
Counter : 270 Pageviews.  

การเดินทางครั้งใหม่

๑๙ กันยายน พ.ศ.๒๕๕๑

เดินทางจากที่ทำงานกลับถึงที่พัก
..บ้านทั้งหลังเงียบสงัด ไร้สัญญานของผู้ร่วมชายคาเหมือนเช่นวันสุดสัปดาห์ที่ผ่านๆ มา

ปกติแล้วเป็นวันที่จะสุขี กระดี๊กระด๊ามากกว่าวันไหนๆ
เพราะจะได้ ทำอะไร-อะไร คนเดียวได้อย่างสบายใจ

แต่ทำไมครั้งนี้มันรู้สึกแปลกๆ ไปแฮะ.,
..บ้านหลังใหญ่ เงียบสงัด จนรู้สึก..โหวงเหวง
..จิตใจไม่เป็นสุขอย่างที่เคย
..ร้อนรน กระวนกระวาย ยิ่งพยายามข่มใจไม่ให้ฟุ้ง
กลับยิ่งหดหู่ หงอยเหงา..
และรู้สึกเหมือนตัวเองหดเล็กลงเหลือตัวนิดเดียว

ยืนเคว้งอยู่ในดินแดนที่ไม่อุ่นใจ..ที่ ที่ไม่ใช่บ้าน

-------------------------------------------------------------

ก่อนที่ใจจะฟุ้งไปไกลมากกว่านั้น
เลยยกเอากิจวัตรที่เดิมทีจะทำเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์
เปลี่ยนมาจัดการทำซะเรียบวุธในวันศุกร์อย่างนี้เสียเลย

- ทำกับข้าวเพื่อเตรียมเป็นอาหารกลางวันที่ทำงานสำหรับทั้งห้าวัน
- ซักผ้า ตากผ้า สาระพัดที่ใช้มาทั้งอาทิตย์
- เก็บกวาด จัดห้อง จัดเตียง ที่รกไปด้วยเส้นใยที่หลุดร่วงจากผ้าห่มราคาถูก

....เอออออ เหนื่อยดีเว้ย กว่าจะเสร็จสิ้นหมดทุกอย่างก็ปาเข้าไปดึกดื่นเที่ยงคืน

แต่ก็ช่วยทำให้หลับสบาย ไม่มีความฟุ้งซ่านอันใดมารบกวนจิตใจอีกตลอดคืน

--------------------------------------------------------------

๒๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ทันทีที่ตื่น รู้สึกตัวในตอนเช้า
ความหดหู่ เศร้าหมอง โหวงเหวง ประดามีทั้งหลายก็กลับมาถาโถมจิตใจอีกครั้ง

ใจมันโยนไป โยนมา กวัดแกว่งจน อยู่นิ่งเฉยไม่ไหว ..ทรมานเกินไป

ไปคว้าเอาอุปกรณ์ตกหมึกกับ jacket และหมวกกันแดดคู่กาย แล้วบึ่งรถไปท่าเรือ

บ่ายวันนั้น., แดดแรงจนแสบตา แต่คลื่นลมไม่จัดนัก บรรยากาศดี
เหมาะแก่การตกหมึกเป็นที่สุด

..จัดการเอาลูกโฟมลอยคล้องเข้ากับปลายคันเบ็ด
..กุ้งปลอมเป็นเหยื่อจับหมึกถูกยึดเข้ากับปลายสายเอ็น
..เสร็จเรียบร้อย ก็เหวี่ยงลงทะเล

โฟมทรงกลมสีจัดจ้าสะท้อนแสงแดดลอยไหวๆ ไปมาอยู่เหนือผิวน้ำ
ลึกลงไป กุ้งพลาสติคลอยเคว้งไปมาตามกระแสน้ำ
ผู้คนต่างยืนนิ่ง ตาจดจ่ออยู่กับ "เหยื่อล่อ" ของตัวเอง
ขณะที่ใจเรา นึกย้อนไปถึงวันก่อน.,

วันนั้นคลื่นลมแรงจัด จัดมากจนลมพัดพาเอากระป๋องและอุปกรณ์ในกระปุกเล็กๆ
ตกลงทะเลไป

ทำอะไรไม่ได้..
ได้แต่ยืนมองของ ของเรา ที่ทำ ที่หามา ค่อยๆ จมลงใต้ผิวน้ำ
ลึกดิ่งลงไปจนมองไม่เห็น
เมื่อตะกี๊ยังถือ ยังจับอยู่ในมือแท้ๆ.
แผลบเดียว ตกน้ำ จมหายไป เหลือให้เห็นแต่คลื่นลมที่พัดกระหน่ำ
..ใจมันหาย

พลันเสียงโทรศัพท์ปลุกให้ตื่นจากภวังค์
เมื่อหยิบออกจากกระเป๋าเสื้อมาสัญญานก็เงียบหายไปแล้ว
สมองคิดวิเคราะห์ทันใด

" หรือจะเป็นเฮียโทรมา ? "

ไวเท่าความคิด มือกดรับสายทันทีที่มีเสียงเรียกเข้ามาอีกครั้ง

"..................."

ปลายสายไม่มีเสียงพูด หากแต่ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นเบาบางอยู่ไกลๆ
เพียงแค่นั้นก็ใจไปแล้ว ตกหายไปทันทีอย่างจับไว้ไม่ทัน

" เออ..ทำไรอยู่วะ "

" อยู่ข้างนอก, เฮียมีอะไรหรือ อี๊เป็นอะไรหรือเปล่า ? "

" เออ..อี๊ไปแล้วนะ "

สิ้นเสียงของประโยคสั้นๆ คนฟังก็รู้สึกหูอื้อ ตาลาย ขาสั่นขึ้นมาเฉยๆ จนยืนแทบไม่อยู่

เสียงจากปลายทางอีกฝั่งดังแว่วๆ เข้ามาอีกครั้ง ด้วยประโยคซ้ำเดิม

" เออ..อี๊ไปสบายแล้ว "

เสียงคนพูดเองก็สั่น.. และขาดหายเป็นช่วงๆ ด้วยเพราะกดกลั้นการสะอื้น

"............................"


------------------------------------------------------------------





อยากจะมีคำพูด..สักคำ
ที่แทนความจริงจากใจที่มี

อยากจะสื่อความหมายดีๆ
ที่พอจะทำให้เธอได้เข้าใจ

คำบางคำ..ที่ดีสักคำหนึ่ง
คำบางคำ..ที่จะซึ้งกินใจ
ที่จะพอจะใช้แทนใจจากฉัน

แต่จะมีคำพูดคำใด
ที่แทนความจริงจากใจให้กัน

ต่อให้คำเป็นร้อยเป็นพัน
ก็คงบรรยายไม่พอได้เหมือนใจ

ความเป็นจริง ที่เห็นที่เป็นอยู่
คงจะดีกว่าคำพูดใดๆ
และไม่มีสิ่งไหน..มากมายกว่านั้น

แทนสัญญา.. แทนสายใย
ในหัวใจ.. ที่นิรันดร์
ก็คือความจริงใจที่คงมั่น
ที่ตัวฉันนั้นมี..ให้เธอ

มีหัวใจ.. และสายตา
แทนสัญญา.. ว่ารักเธอ
และจะมีเพียงพอมาให้เธอ.. ผู้เดียว





เท่าที่พอจะจำความได้
ก็จำได้ว่าไม่เคยพูด คำนั้น ให้อี๊ฟังเลย..

ถึงแม้ตอนนี้.,
จะไม่อาจรับรู้ด้วยประสาทสัมผัสทางการได้ยินแล้ว

แต่.,
หวังว่าอี๊จะรับรู้ได้ด้วยใจนะ

และขอแถมเนื้อความเพิ่มเติมไปอีกหน่อยว่า..

อย่าห่วง อย่ากังวลอะไรอีกเลย
ไม่ต้องยึดติด หรือเอาพวกเราไว้เป็นภาระให้ต้องตามห่วง ตามดูแลอีกต่อไปเลยนะ
เหนื่อยมาพอแล้ว..
เจ็บปวดมาพอแล้ว..
ถึงเวลาที่อี๊ต้องทำเพื่อตัวเองจริงๆ เสียทีแล้ว

..ไปสู่สุคตินะอี๊
..ขอให้อี๊หลุดพ้นจากสงสารวัฏ
..หรือได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ไม่ต้องมาเวียนว่ายอย่างนี้อีก

แล้ว. วันหนึ่งพวกเราทุกคน ก็จะเดินทางตามหลังอี๊ไป.


" รักอี๊นะ "


๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๑



--------------------------------------------------------------

เนื้อร้องทั้งหมดจากบทเพลงของ..

ศิลปิน : วสันต์ โชติกุล
คำร้อง : วสันต์ โชติกุล
ทำนอง/เรียบเรียง : ชาตรี คงสุวรรณ




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2551    
Last Update : 5 ตุลาคม 2551 16:26:17 น.
Counter : 201 Pageviews.  

จะห้ามสังขาร ไม่ให้ร่วงโรยได้ยังไง.

ช่วงนี้ ทุกคนในครอบครัว, พวกเราคงรู้สึกเหมือนๆ กันหมด

หลังจากผลการตรวจหลังการรับยารักษา HCV ของหน.ครอบครัวของเรา

พบว่ามี CA. ในตับ.

.. ....

ตัวข้าพเจ้านั้นแปลกอยู่เรื่อง,

เวลาเกิดเรื่อง อย่างเนี้ย คือไม่ร้องไห้ ฟูมฟายเลย

แถมมีสติมั่นคง นิ่งขรึม มากกว่าเวลาอื่นๆ เสียอีกด้วยซ้ำไป

แต่มันรู้สึก, ตัวหนักไปหมด มึนๆ เหมือนคนกินเหล้ามากถึงระดับที่..

กินเพิ่มเข้าไปอีกหยดเดียวก้จะเมาหัวปักแล้วคราวนี้ คือตอนนี้เกือบเมา

ก้เลย พยายาม ไม่รับเอาสิ่งอื่นนอกตัวมาเป็น หยดเดียว, หยดนั้น. ตอนนี้

.. ....

เมื่อคืนก่อนจะวางสาย, ท่านถามว่า

' ถามหมอไหมว่า พอรักษาโรคตับหายแล้ว จะอยู่ได้อีกกี่ปี ? '

(เจ้าตัว ไม่รู้ความจริง ว่ามิใช่แค่ Liver disease)

ข้าพเจ้าบอกไปว่า,

' หมอจะยืนยันได้ยังไง ก้อายุจะเจ็ดสิบแล้วนา.. แม้วันนี้หายจากโรคนี้ แต่อีกห้าปีล่ะ '

' มันก้ตามสังขารน่ะ ร่วงโรยไปตามความชรานะ, จะห้ามความเสื่อมถอยของร่างกายได้ยังไง '

แกนิ่งไป จากฟูมฟาย รำพันในหะแรก,

' เออ..กูลืมไป จริง จริง '

' แต่ยังไม่เจ็ดสิบนาว้อย..ย ตอนนี้แค่หกห้าเท่านั้น '

แล้วเราก้พึ่งได้ขำกันเอิ้กอ้ากเปนหนแรก นับแต่เริ่มต้นการสนทนาอันหนักหน่วงมากมายเหลือเกินสำหรับข้าพเจ้า.

.. ....

วันนี้เฮียบอกว่า ดูแกเปลี่ยนไป, ดูเข้มแข็ง มีสติขึ้นมาก ไม่หดหู่อย่างวันก่อนๆ

ตอนแรกนึกว่า แกแกล้งทำเพื่อหลอกให้พวกเราสบายใจกัน, แต่หลังจากจับตาดู

..อืม ดูมีกำลังใจเข้มแข็ง และเหมือนรับได้ ไม่ฟูมฟายอีก

.... .

จะว่าไป ตัวข้าพเจ้าเอง ก้ลืมประโยคนั้นไปบ้างเหมือนกัน ในบางที,

ต่อไปต้องคอยหวนนึกถึง เวลาเผลอไปรับเอาสิ่งนอกตัวมาเป็น เหล้าหยดเดียว ให้ตัวเอง.

ก้ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาจะมา เมาหัวทิ่ม นี่นิ..




 

Create Date : 08 มกราคม 2551    
Last Update : 8 มกราคม 2551 19:24:25 น.
Counter : 222 Pageviews.  

ผล CT chest #2 จากศูนย์ไอแมค รามาธิบดี


หลังจาก โหมกระหน่ำ ยาฆ่าเชื้อต่างๆนานา ไปแล้ว

กระนั้น...เราก้อยังไม่หาย

แถมเริ่มมีไข้ และเจ็บต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอซีกซ้ายไปหมด

สุดท้าย เราได้มาตรวจ CT chest ที่ศูนย์ไอแมค รามาธิบดี

ผลออกมาดังที่เห็นนี้แล

.......

ในส่วนของ localized effusion at left lingular segment

ร่วมกับ adjacent consolidation








เหนือกว่า CT ครั้งแรกที่ทำก็คือ

ที่นี่ เราตัด 0.2 มิลลิเมตร ส่วนของเดิมนั้น 1.0 ซม.

ก็เลยทำให้เราเห็น mediastinal lymphnodes with central necrosis









ถึงวันนี้ เราเริ่มทรีทมาได้ครบ 1 เดือนแล้ว
14 พย. นี้ มีนัดตรวจ CT chest ที่ไอแมคอีกครั้ง
แล้วจะมาเล่าให้ฟังค่ะ




 

Create Date : 15 ตุลาคม 2550    
Last Update : 21 ตุลาคม 2550 19:37:57 น.
Counter : 671 Pageviews.  

Homestay ซังกะบ๊วยเอ๊ย....

*Warning - บทความในตอนนี้ มีคำหยาบคายมากมายก่ายกอง ผู้อ่านโปรดพิจารณา*

ไอ้ที่แรกก็คิดว่า ย้ายออกมาอยู่กับชาวบ้านเค้า แม้แพงหน่อยแต่ก็จะได้มีคนให้ได้พูดคุยด้วยตลอดเวลา

เพราะไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก ไอ้ช่วงเวลาอันสั้นที่อยู่นี่ ก็เลยอยากจะให้ได้ผลสูงสุด คือคล่องและจำได้ไม่ลืม

แต่ผิดคาด. พวกมันพูดภาษาจีนกันตลอดเวลา กรูละเบี่ย.. ไอ้ตรง culture ที่กินทีเสียงดังจ๊อบแจ๊บ ซู๊ดซ๊าด,

พูดคุยกันทีก็แหกปากตะโกนเข้าไปสิ พวกเมิงยืนอยู่ใกล้กันแค่นี้ ไม่รู้จะตะโกนทำหาอะไร พับผ่าสิ.

กุงเกงลง กุงเกงเกง ดันตากไว้เหนือหัวตรงประตูทางเข้าบ้าน ที่ในสวนออกกว้างขวาง ดั๊นไม่ตาก ฝนก็ไม่ได้ตก ห่าเอ้..ยย

น้ำหยดติ๋งๆ กรูจะเดินเข้าออกทีขยะแขยงชิบหาย แม้ในบ้านก็มีที่ให้ตากได้ถมถืด ไม่รู้เป็นบ้าอะไรไม่ตาก

ห้องส้วมก็ไม่เคยขัด สะอาดอย่างเดียวก็ตรงฝารองนั่งเท่านั้น อยู่กันตั้งห้าคน แมร่ง...เชื่อมันเลย

ยัยเมียมานก็ไม่ได้ทำมาหารับประทานอะไร ไม่รู้จักทำความสะอาดซะมั่ง โต๊ะกินข้าวแมร่งก็มีแต่..คราบ

ก็มันเล่นกินไป เคี้ยวไป คายถุยๆ เศษอาหารกระดูกบ้าบอทั้งมวลลงบนโต๊ะซะงั้นหนิ โสมมซะไม่มี

จนตอนหลังพึ่งจัดหากระดาษมารองเสียหน่อย คาดว่าเพราะเห็นข้าพเจ้าไม่เคยทำเช่นนั้นเลย ใส่ไว้ในชามตัวเอง

สงสัยเริ่มกระดากอายว่ามันสกปรกเสียจริงเลยคายบนกระดาษแทนบนพื้นโต๊ะ ก็สมควรอยู่หรอก

เรื่องอาหารการกิน ไอ้เรารึก็หวังจะได้มีโอกาสคุยฝึกภาษานั่นแหละ ถึงได้จ่ายค่าอาหารให้ด้วย สองมื้อเช้า-เย็น

มื้อเช้า ก็บอกมานว่าจะเอาไปกินแทนมื้อกลางวันที่ college นะ มันก็ทำแซนวิชตายซากให้ ขนมปังแข็งยังกับปาหัวหมาตาย

สอดไส้ในด้วยมะเขือเทศสองชิ้นกับไข่ใบนึง ดูมาน..ลงทุนจริงจริ๊ง ทนกินได้ไม่กี่วันหรอก บางวันก็ทิ้งถังขยะไปเลย

อาทิตย์ต่อมาเลยบอกว่าขอเป็นข้าวราดกับแทนเถิด คือเอา 'ของเหลือ' จากมื้อค่ำของเย็นวาน มาเตรียมข้าวกล่องของวันถัดไป

มาทำเป็นถามห่วงใยมากมายเหลือเกินนน พอไหม ชอบแบบไหน ดีไหม เฮอะ..ห่าเอ้ย ปากก็บอกอ้อๆ เข้าใจแล้ว

มื้อกลางวันจะกินเยอะหน่อย (ก็ตอนค่ำจะกินนิดเดียว) งั้นจะเตรียมให้อิ่มพอดีนะ ปรากด..กับที่โปะหน้ามาให้ไม่เคยพอกินเลย

เคยเห็นกล่องของคนอื่นในบ้าน ทำไมแมร่งมีแต่เนื้อๆ วะ กับเยอะกว่าของกรูอีก ก็คิดดูเด่ะ กุ้งใส่มาสองสามตัว

นอกนั้นโปะผักมานิดๆ หน่อยๆ เห็นๆ อยู่ว่ากลางคืนกรูกินประมาณไหน นี่มันให้มาน้อยกว่ามื้อค่ำอีกนะ

ส่วนมื้อเช้า เสาร์-อาทิตย์ พวกมานออกไปโบสถ์กัน กว่าจะกลับตั้งบ่ายโน่น แทนที่จะทำอาหารไว้ให้กรูก่อน

นี่แมร่งดันรอจนสะเด่ดกลับกันมาถึงมาเตรียมอาหาร กว่าจะได้กินก็ปาเข้าไปจะบ่ายสอง ดูแลดีจริงจริง

บางวันตาผัวไปนอกบ้าน ยัยเมียแมร่งก็รอๆๆ จนมานกลับมานั่นแหละ ถึงจะทำอาหาร แล้วกรูละ. ห่าเอ้ย...นังเวร

เวลาจัดโต๊ะก็ประดาอาหารส่วนใหญ่ลาดเอียงไปวางแท่บจะเกยหน้าตักตาผัวมาน เห็นๆ อยู่ว่าเวลากรูจะกินที ต้องเอื้อมมือยังกับ..

เพื่อกิน แมร่งก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนอะไรเลย หนนึง ทำเนื้อย่างชิ้นใหญ่ ต้องใช้มีดหั่นแบ่งเวลาจะกิน

แมร่งก็วาง....งมีดกับถาดเนื้อหน้าตาผัวมาน กินกันสะดวกสบายสองผัวเมีย แล้วกรูที่นั่งปลายโต๊ะอีกด้าน หมดสิทธิ์กินเลย

ปากแมร่งก็ทำสร้างภาพห่วงใย มากมาย ทำไมกินน้อย อยากกินอะไรแบบไหน แต่ไอ้ความเป็นจริงคนละเรื่อง

ทำดีได้ไม่กี่หน นอกนั้นแมร่งงก..กก อย่างเมื่อคืน สามคนทำกับข้าวแค่สองอย่าง ดูมาน จะแดร่กเข้าไปพอยังไง

แล้วมื้อเช้าวันนี้ ได้กินตอน บ่ายครึ่ง หิวหน้าจะมืด! พอไปเห็นกับข้าว อยากจะคว่ำโต๊ะมันทิ้งซะ แล้วเดินออกไปกินข้างนอก

ให้แมร่งรู้แล้วรู้แร่ดไปเลย.....

มันเอาของเหลือๆ จากมื้อเช้าที่มันเอาไปกินตอนเช้านอกบ้านมาให้กิน สังเกตจากอาหารบรรจุอยู่ในปิ่นโต

ผัดผักแมร่งก็เศษซากผักเสียจนคีบแท่บไม่ติด ชิ้นฝอยขนาดนั้นน่ะ.

ทั้งหมดทั้งปวงนี้ก็ว่าจะทน ต้องปรับตัวเองเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ที่แตกต่างไปจากของตน

แต่นี่กรูอยู่ออสเตรเลียนะ ไม่ใช่ประเทศจีน จะมาเรียนรู้ไปทำไมให้ล้ำลึกขนาดนี้ เป็นชนิดที่ไม่อยากจะเรียนรู้ด้วย

ตอนนี้ติดสัญญาที่ว่า at least 3 months แต่กะลังคิดๆ อยู่ น่าจะพอหาทางออกได้ ทนไป-ทนมา หลายตลบแล้ว

แค่นี้ก็มีเรื่องให้ปวดกบาลมากพอแล้ว เรื่องที่อยู่อาศัยนี่ยอมไม่ได้เว้ย....สภาพแวดล้อมไม่ได้สนับสนุนให้ชีวิตอีกด้านราบรื่นขึ้นเลย

กรู................โทนนนนนน....ม่ายยยย....หวายยยยย.....แร้ววววว....เว้ยยยยย!!!





 

Create Date : 15 กันยายน 2550    
Last Update : 29 กุมภาพันธ์ 2551 19:26:03 น.
Counter : 186 Pageviews.  

1  2  

Hashave
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




วัน นี้ มี +ไอ้ม๋า+
วัน หน้า มี +บ้านอันอบอุ่น+
ทำ วัน นี้ เพื่อ วัน หน้า
วัน ไหน ไหน ไม่ แปร เปลี่ยน

Friends' blogs
[Add Hashave's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.