Group Blog
 
All Blogs
 

เผด็จการเสียงข้างมาก เผด็จการรัฐสภา เผด็จการประชาธิปไตย

เรามักจะได้ยินคำเหล่านี้เป็นครั้งคราว
"สิงคโปร์ มีพรรคเดียว ตั้ง ๕๐ปี ... สิงคโปร์เป็นเผด็จการ ยังเจริญได้"
บลา บลา บลา
(ก็แปลกดี ที่ก่อนหน้านี้ คำว่า "เผด็จการรัฐสภา" กลับเป็นคำที่ถูกใช้โจมตี)

กรณี สิงคโปร์ เป็น เผด็จการ หรือเป็น ประชาธิปไตย
ผมยกตัวอย่างนี้
สมมุติประเทศหนึ่ง มีการเลือกตั้ง นับสิบครั้ง(ครั้งละกี่ปีก็แล้วแต่)
ได้พรรคเดิมกลับมา บริหาร ทุกครั้ง ... เป็นพรรคเดียว ทั้ง นิติบัญญัติ ทั้ง บริหาร
สมมุติ ครั้งที่ ๑๑ ปรากฎว่า พรรคนี้แพ้เลือกตั้ง (ทั้ง นิติบัญญัติ ทั้ง บริหาร)
เหตุการณ์ สมมุติที่๑
พรรคนี้ตัดสินใจยึดอำนาจการบริหาร ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง
เหตุการณ์ สมมุติที่๒
พรรคนี้ ยอมรับผลการเลือกตั้งแต่โดยดี และ พรรคใหม่ก็ขึ้นบริหาร

จากเหตุการณ์สมมุติทั้งสอง คำถามคือ แล้วการเลือกตั้งทั้งสิบครั้งที่ผ่านมา เป็น ประชาธิปไตย หรือเป็น เผด็จการ

คิดดูดีๆนะครับ เพราะเงื่อนไขในอดีต เกิดขึ้นไปแล้ว

เราต้องสรุปว่า ตลอดการเลือกตั้งทั้งสิบครั้งที่ผ่านมา เป็น ประชาธิปไตย ครับ

ฉะนั้น เลิดเถอะครับ คำว่า "สิงคโปร์เป็นเผด็จการ ยังเจริญได้"
คุณเข้าใจผิดแล้ว

เผด็จการเสียงข้างมาก เผด็จการรัฐสภา เผด็จการประชาธิปไตย
ไม่มีหรอกครับ
คำพูดหลอกเด็กทั้งนั้น




 

Create Date : 30 ตุลาคม 2558    
Last Update : 30 ตุลาคม 2558 11:23:44 น.
Counter : 278 Pageviews.  

เผด็จการ vs ประชาธิปไตย

เผด็จการ ยึดอำนาจปกครอง อยู่ไปสักระยะก็จะเกิดปัญหา (๕ปี ๑๐ปี ๒๐ปี)
เกิดการต่อต้าน ทำสงคราม
ชนะ ก็อยู่ต่อ แพ้ ก็เปลี่ยนผู้ปกครอง
แต่ทุกครั้งเกิดการสูญเสีย เกิดความอ่อนแอ
(ถึงชนะ แต่ก็จะอยู่ในสภาพที่อ่อนแอ โดนโจมตีได้ง่าย)

ฉะนั้น แทนที่จะ รวบรวมไพร่พล ทำสงคราม กัน
ก็เปลี่ยนเป็น vote แทน
ไม่ต้องเกิดการปะทะ ไม่เกิดการสูญเสีย
กำหนดเงื่อนไข ว่าจะปกครองไปกี่ปี แล้วก็ vote กันใหม่

ผมมานั่งวิเคราะห์ ลักษณะเชิงโครงสร้างของ "ประชาธิปไตย"
มันมีลักษณะของการ เปลี่ยนแปลง โดยตัวของมันเอง เป็นเหมือนล้อที่"ต้อง"หมุน
ซึ่งสอดคล้องกับ แนวคิดแบบ ISO และ CMMI (plan do check act โดยระบบ โดน check ทุกๆ 4ปี)
ซึ่งผมมองว่า ณ ตอนนี้ นี่คือระบบ(โดย concept) ดีที่สุดแล้ว
เป็นระบบที่ยืดหยุ่น คือ จะเป็น"เผด็จการ"ก็ได้ แต่ต้องโดน check โดน measure ทุกๆ 4ปี

มองในแง่หนึ่ง ประชาธิปไตย คือ เผด็จการที่พัฒนาแล้ว

เป็นกระบวนการตามธรรมชาติที่อารยะที่สุดแล้ว
คือ การ เจรจา ตกลงกัน เห็นชอบรวมกัน และ การตัดสินใจเลือก

https://web.stanford.edu/~ldiamond/iraq/WhaIsDemocracy012004.htm
http://www.ait.org.tw/infousa/zhtw/docs/whatsdem/whatdm2.htm

แนวคิด "ประชาธิปไตย" ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาใน ประชาชน (คน, มนุษย์) ครับ
ประชาชน (คน) เห็นแก่ตัวอยู่แล้ว (ผมเคยเขียนในกระทู้เก่าๆ)
แต่ ประชาชน (คน) เรียนรู้ ครับ
กระบวนการมันจะเรียนรู้ตัวมันเอง (ผมถึงบอกว่า มันอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาในความเป็นมนุษย์)

ซื้อเสียงเหรอ ไม่ต้องกลัว ออกมาใช้สิทธิกันเยอะๆ
โกงเหรอ ไม่ต้องกลัว สร้างมาตรการ กลไกการตรวจสอบขึ้นมา
เห็นแก่ตัวเหรอ ไม่ต้องกลัว จัดการบริหาร แจกจ่ายให้สมดุลย์  
ฯลฯ
ค่อยๆ built มันขึ้นมา ครับ

แต่นั้นคือ มันต้องผ่านคนทั้งหมด
แล้ว คนทั้งหมด จะคานกันเอง
ครับ




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2558    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2558 21:20:09 น.
Counter : 909 Pageviews.  

ประชานิยม vs ประชาไม่นิยม

ประชานิยม คืออะไร
แปลตรงตัว ประชาชนนิยม
ไม่มีนัยยะ แง่บวก แง่ลบ แต่ประการใด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านเรา คือ การพยายามผูกประชานิยม กับ สิ่งที่ไม่ดี
(ถ้าประชาชนนิยม แสดงว่า ไม่ดี)
ซึ่งไม่จริง

ประเด็นที่ถูกโจมตี คือ บิดเบือนกลไกตลาด ทำให้ประชาชน(เศรษฐกิจ หรือ ความสามารถในการแข่งขัน)อ่อนแอ
ซึ่งมีทั้งส่วนที่ จริง และ ไม่จริง

๑. การบิดเบือนกลไกตลาด
ต้องเข้าใจแนวคิดก่อนว่า การบิดเบือนกลไกตลาด แบ่งออกเป็นสองกลุ่มคือ
๑.๑ บิดเบือนได้
๑.๒ บิดเบือนไม่ได้
เป็นแนวคิดที่"เป็นไปได้"ทั้งคู่ ไม่มีถูก ไม่มีผิด
ผมจะยกตัวอย่าง ธนาคาร
แนวคิดแรกคือ ธนาคาร ล้มไม่ได้
แนวคิดที่สองคือ ธนาคาร ล้มได้ (และต้องปล่อยให้ล้มไป)
มี ผลดี/ผลเสีย ทั้งคู่ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว
(คงละไว้ในที่นี้เพราะประเด็นนี้มันยาว)
ผมจะสรุปว่า สำหรับผม เป็นได้ทั้งสองแนวคิด ขึ้นอยู่กับสถานะการณ์และความรุนแรงของสิ่งที่จะตามมา
อย่างที่บอก ไม่มีผิด/ถูก แค่เลือกที่จะทำวิธีไหน

๒. ทำให้อ่อนแอ
สิ่งที่กังวลคือ ทำให้ผู้ที่ได้รับการช่วยเหลือ เฝ้ารอแต่การช่วยเหลือ
อันนี้ชัดเจน แข่งขันไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึง"เอาตัวรอด"ได้หรือไม่
ประเด็นนี้พึงพิจารณาให้จงหนัก
"ประชานิยมนั้นทำให้ประชาชนเฝ้าแต่รอความช่วยเหลือ หรือไม่"
สังเกตุง่ายๆ แค่แจกเงิน หรือ ต้องเอาอะไร(ทำอะไรสักอย่าง)มาแลก
ผมว่า มองแค่นี้ ก็น่าจะพอมองออก

อย่าหลงติดอยู่กับกับดักคำว่า "ประชานิยม"
มองให้เห็นถึงแก่นแท้ของปัญหา
ครับ

นึกขึ้นได้
มีโครงการอีกลักษณะหนึ่ง จำชื่อโครงการไม่ได้ ไม่แน่ใจว่าใช่โครงการเงินผันหรือไม่
ปรากฎว่าให้เงินลงไปในโครงการที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
ประมาณเดียวกับการแจกเงินแต่บังคับให้ทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์
(เช่น จ้างทำถนน และจ้างขุดถนน และจ้างทำถนน วนเวียนไปมาไม่จบสิ้น)
อันนี้จริงๆแล้วคือไม่เกิดงานอะไรเลย ไม่เพียงเสียทรัพยากรธรรมชาติ เสียแรงงาน เสียเวลา ยังเสีบสติอีกต่างหาก

และ พูดเป็นเล่นไป โครงการลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว จริงๆ




 

Create Date : 12 ธันวาคม 2557    
Last Update : 12 ธันวาคม 2557 15:00:00 น.
Counter : 415 Pageviews.  

เลือกตั้ง และ หลักการ

เลือกตั้ง เพื่ออะไร
เลือกตั้งโดยแท้จริง มีสองส่วน คือ บริหาร และ นิติบัญญัติ
แต่เราเลือกที่จะใช้แบบชั้นเดียว คือ เลือกนิติบัญญัติ แล้ว นิติบัญญัติไปเลือกบริหาร
ข้อดีคือ บริหาร และ นิติบัญญัติ ทำงานในทิศทางเดียวกันได้ง่ายขึ้น ผลักดันนโยบายใหญ่ๆได้
ข้อเสียคือ การคานอำนาจทำได้ยาก (รัฐยาลจะมีเสียงส่วนใหญ่ในสภา)

จำนวน สส. ขึ้นอยู่กับ การสะท้อนจำนวนประชากรโดยอ้างอิงตามพื้นที่
ทำไมถึงใช้พื้นที่ เพราะมีความชัดเจนและคงตัวที่สุด(มากกว่าการแบ่งอาชีพ) และสามารถสะท้อนปัญหาของชุมชน(พื้นที่)ได้ง่ายที่สุด ส่วนการสะท้อนเชิงอาชีพจะตามออกมาเอง เช่น พื้นที่นั้นทำอุตสาหกรรมอะไรเป็นส่วนใหญ่ ทำเกษตรกรรม หรือ กสิกรรม อะไร

ทำไมต้องเลือกตั้ง
ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ว่าประเทศใดก็ตาม มีสี่สิ่งใหญ่ๆที่ต้องคำนึงถึง
๑. เรากำลังเผชิญปัญหา อะไร (เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภค สาธารณะสุข คอร์รัปชั่น ฯลฯ)
๒. เรากำลังจะเผชิญปัญหาอะไร ในอนาคต (ความเสี่ยงในอนาคต)
๓. เราจะเป็นอะไร (ทิศทางเศรษฐกิจ ทิศทางประเทศ)
๔. งานประจำที่ต้องทำ ต้องติดตามผล
เราเลือก เพราะสิ่งเหล่านี้

แล้วเราจะเลือกอย่างไร
นั่นคือที่มาของการ"หาเสียง"
การหาเสียงคือการประกาศนโยบาย การแสดงทิศทางและวิธีการที่คนนั้น หรือ กลุ่มบุคคลนั้น เลือกที่จะทำ เลือกที่จะใช้ ในการแก้ปัญหา ในการป้องกันปัญหา ในการกำหนดทิศทางประเทศ และในการผลักดันงานประจำ

สิ่งที่พยายามจะชี้ให้เห็นคือ
๑. การกำหนดจำนวน สส. ต้องสะท้อนประชาชน จะกำหนดแบบไหนก็แล้วแต่ สุดท้ายต้องสะท้อนประชาชนให้ได้ เพื่อที่จะสะท้อนปัญหา เพื่อที่จะสะท้อนจำนวนของประชาชนที่ประสบปัญหา
๒. ต้องให้ ฝ่ายบริหาร ทำงานได้ เพราะเขาจะมาแก้ปัญหา ถ้าเขา"ทำงาน"ไม่ได้ แล้วจะแก้ปัญหาอย่างไร
๓. วิธีการเลือก ไม่ใช่การแก้ปัญหา คนที่ถูกเลือกเข้ามาต่างหาก ที่จะเป็นคนแก้ปัญหา ด้วย สิ่งที่เขาประกาศตอนหาเสียงว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร
การแก้ไข "วิธีการเลือก" ไม่ได้ แก้ปัญหาใดๆทั้งสิ้น
๔. ฉะนั้น จากข้อ ๓. คุณต้องปล่อยให้เขา หาเสียง
นโยบายคือทิศทาง(แนวทาง วิธีการ ที่เขาจะใช้)ในการแก้ปัญหา
ไม่มีตรงนี้ เหมือนปิดหูปิดตา กาใครก็ไม่รู้ กาอะไรก็ไม่รู้ ไม่มีประโยชน์

สิ่งที่ต้องเข้าใจ
๑. มนุษย์มีการเรียนรู้ เราเรียนรู้มาหลายสิบปีว่า พรรคการเมืองสมัยก่อน หาเสียงอะไรไว้ไม่เคยทำอะไรเลย เพราะ มีแต่"หาเสียง"ไม่มีนโยบายในการทำงาน นั่นคือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว อาจจะช้า ไม่ทันใจ แต่มันคือกระบวนการเรียนรู้ มันต้องใช้เวลา
เช่นเดียวกับที่คนมองการซื้อเสียง ประชาชนจะเรียนรู้ว่าเขาสูญเสียมากกว่าได้ มันจะหมดไปเอง อย่ากลัวและพยายามเปลี่ยนแปลงวิธีการมากนัก นอกจากจะพบเห็นปัญหาอย่างชัดเจนและวิเคราะห์ปัญหาอย่างรอบคอบแล้ว เพราะมันทำให้การวัดผลยากและกระบวนการเรียนรู้เริ่มต้นนับใหม่
๒. ศึกษาปัญหา ทำความเข้าใจปัญหา วิธีการที่พยายามแก้ปัญหานั้น แก้ปัญหาจริงหรือไม่ ตรรกะ และ หลักการ ช่วยคุณได้
๓. ศึกษาอดีต เพราะทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป ปัญหาบางปัญหาผ่านมาแล้วในอดีต พยายามแก้ไขแล้วในอดีต อย่ากลับไปวนซ้ำ เพราะมันเสียเวลา




 

Create Date : 04 ธันวาคม 2557    
Last Update : 4 ธันวาคม 2557 7:57:46 น.
Counter : 402 Pageviews.  

comment

comment by Tom Huck to article "More Dishonesty About Thailand's Upheaval From the International New York Times " By Michael Pirsch

As a long time reader of truth-out, since the days of the bush junta 2001-onward, and since it was the same junta that motivated me to leave the states and seek employment as an English teacher for low-income students in Thailand, it is with dismay that I see this article on Thailand featured on your front page.

Please let me point out some oversights and flaws in the presentation of this opinion piece :

(1) "Thaksin Shinawatra, the fugitive former prime minister" -- Thaksin's elected government was overthrown by military coup in 2006 and the courts were stacked top to bottom with a pro-coup judiciary which is now masquerading under the "rule of law". This anti-democratic, militarily installed judiciary are the ones who have branded Thaksin as a 'fugitive', when it might be less obscurantist and biased to include the idea that this judiciary is itself a fugitive from what might be called rule-of-law in practically ever y other country on earth.

(2) Thaksin Shinawatra "who is defined by his corrupt behavior" -- According to (http://prachatai.com/english/node/3769) "the only [corruption] conviction was the Ratchadaphisek land deal. And that was abuse of authority because by law he had to sign his wife’s bid. The court didn’t say the deal was corrupt and she was first allowed to keep the land and was later given her money back, plus interest. That wouldn’t have happened if it was corruption.’"

Pirsch goes on in this article to list numerous cases of corruption where he is sitting as judge, jury and executioner of Thaksin, but the above listed Ratchadaphisek land deal was the only court finalized instance of prosecuted legal corruption.

In contrast, the protest movement which Pirsch is writing in support of is led by Mr. Suthep Thaugsuban who, according to (https://en.wikipedia.org/wiki/Suthep_Thaugsuban) "gave title deeds to 592 plots of land in Khao Sam Liam, Kamala and Nakkerd hills of Phuket province to 489 farmers. It was later found that members of 11 wealthy families in Phuket were among the recipients. " and further "In 2009, Suthep was accused of violating the Constitution of Thailand by holding equity in a media firm that had received concessions from the government." Finally, Mr. Suthep is now facing charges of Crimes Against Humanity at the World Court in the Hague for ordering the Thai military to open fire on civilians protesting in 2010. Those protestors were trying to get a Suthep-led militarist, elitist government shoehorned into power through parliamentary connivance to actually stand for popular election - which it did in 2011 and was roundly defeated by a 4 million vote margin. Ref: (http://online.wsj.com/news/articles/SB10001424127887324024004578172713289874262)

(3) Thaksin "has used his position in government first and foremost to enrich himself and his family" -- Citations? Proof? Support? Or more partisan opinion?

(4) Thaksin "micro-manages the Thai government through his youngest sister Yingluck, the current Thai minister." -- Citations? Proof? Support? Or more partisan opinion? This is arguably a straight misogynist construction which removes any idea of autonomy from Thailand's first ever elected female Prime Minister. In all fairness, Thaksin is Yingluck's brother but last I saw she did not have puppet strings attached to her body.

(5) Thaksin "in his capacity as a vital cog in the neoliberal policies of bringing corporate control to all (formerly) sovereign countries." -- Again, this is a highly selective representation which ignores the fact that, according to exiled Thai scholar Giles Ungpakorn, author of "Thailand's Crisis and the Fight for Democracy" (2010) and "A Coup For The Rich" (2007) - all Thailand's military controlled, autocratic, highly conservative governments previous to Thaksin were ~more responsible~ for bringing harsh neoliberal corporate control over Thailand as possible; and that these pre-Thaksin governments were ~more~ instrumental in concentrating popular sovereignty into the hands of an elite oligarchy.

If anything, Thaksin's crime was to focus comparatively modest outlays for rural community development and support including loans, tuition assistance. However, in the Thai elitist context, which Mr. Pirsch is adamantly supporting, and which is well documented as far back as Pridi Banomyong's People's Party Announcement #1 in 1932: " The government ...has treated the people as slaves ... and as animals. It has not considered them as human beings. Therefore, instead of helping the people, rather it farms on the backs of the people."
(http://www.pridi-phoonsuk.org/pridi-by-pridi/)

(6) Pirsch says "Thaksin arranged not to pay more than 400 million dollars in taxes." For this crime, the military-coup-installed court seized 1.4 BILLION
dollars of Thaksin's family's money
(http://www.reuters.com/article/2010/02/26/us-thailand-politics-idUSTRE61P0IZ20100226)

(7) "Paving the way for [Thaksin] to pursue even more wealth at the expense of the nation." -- To be clear, Thaksin is obviously self-interested, but there are many other power centers in Thailand that are much richer, much more well connected, much more thoroughly entrenched in pursuing wealth at the expense of the nation. You might find more than a few of them at (http://www.forbes.com/thailand-billionaires/list/) A list of right wing oligarchs who nearly to a person support Mr. Pirsch's agenda, and whose combined wealth dwarfs that of the Shiniwatra family. Thaksin's combined family is on the list, much reduced after the court appropriated their holdings, but, as a quick look at the list will show, to represent Thaksin as some all consuming, all devouring, all powerful hegemon is certainly disingenuous.

(8) Baker and Pasuk's biography of Thaksin is listed as some sort of definitive record of all-time corruption in Thai history. Again, this is selective, partisan and disingenuous. The record of corruption in Thai government ( led historically and overwhelmingly by the party Mr. Pirsch is sporting) is well documented in books by Katherine Bowie, Giles Ungpakorn, David Struckfess, Paul Handley, and Ivarsson and Isager - for starters.

(9) Pirsch implies that Thaksin seeks to make the country into "Thailand Inc.", while failing to notice that the previous military-friendly-people-averse protests he is supporting in opposition to Thaksin never showed any interest whatsoever in supporting the interests of the rural poor (see Ungpakorn 2007,2010),something which Thaksin did actually if do if only minimally. To imply that the alternative being presented to Thaksin is some sort of proletarian-friendly utopia is a flat lie.

When Suthep, the protest leader, helped run the Thai government from 2008-2011, it was more or less a terror state where rural poor and union organizers ( like Mr. Somyot (https://www.facebook.com/pages/Free-Somyot/122999694453000)) were ruthlessly targeted and harassed. To imply that Mr. Suthep's elitist protestors are going to offer any panacea to Thai labor is laughable.

(10) "No important decision is made by the government without [Thaksin's] assent. His sister Yingluck remains the definition of a puppet prime minister." -- Citations? Evidence? Proof? Or more partisan opinion? Some persons I know personally in the government might wish to disagree, and again, the misogynist construction regarding Yingluck, as well as the contempt for the 17 million mostly low income people who voted for her is readily apparent.

(11) "It is not fully known just how many corruption cases Thaksin would face if he was returned to Thailand." -- Which would be overseen by a corrupt, partisan, military-coup installed judiciary. Clips of highly partisan, backroom Thai Constitution Court proceedings were leaked on Youtube (all in Thai): (https://www.youtube.com/results?search_query=Ohmygod+3009&sm=3)

(12) Pirsch lists six demands for reform without once saying anything regarding the corrupt nature of the coup-installed judiciary and their highly destabilizing, free-floating conception of the rule of law.

(13) Pirsch states : "How to achieve these goals has been the focus of the debate" -- without mentioning that there is already a choice, democratic elections and referendums. And the only alternative is either military or judicial coup d'etat to contravene the will of the majority - for which Mr. Pirsch apparently has complete contempt.

(14) Pirsch attacks Mr. Thomas Fuller, the NYT correspondent, who for years failed to document or represent the full extent of political terror imposed upon Thailand by Suthep's government or the nature of the economic system his party imposed by force. Fuller never once has cited the wildly superior economic performance under Thaksin. This indicates a sort of tacit approval through omission by Mr. Fuller who until last week had bent over backwards to make excuses for Mr. Pirsch's protest group and political party. At the very least, this should point to the level of extremism that Mr. Suthep and Mr. Pirsch are seeking to visit upon Thailand. Several foreign and domestic journalists have come under physical assault during the last few weeks in Thailand at the hands of Mr. Pirsch's protestors, including German Nick Nostitz and Voice of America reporter Steve Herman, as well as several otherwise extremely conservative Thai reporters.

(15) Again, Pirsch criticizes the rice scheme citing "Some analysts" without giving any specifics. He might check how agriculture subsidies work in the US, or how the interests of his military constituencies were coddled 2009-2011 when enormous state funds were appropriated to build a highly subsidized military base in Kohn Kean to keep an eye on pesky rural voters, or the ongoing giant military blimp fiasco which costs millions yearly but has flown for all of 10 minutes, or the giant military outlay for GT200 "remote substance detectors" which turned out to be completely nonfunctional - a situation which caused the military to accuse "the press of working for Asia Satcom's competitors" (https://en.wikipedia.org/wiki/GT200)

(16) "It becomes clear from the single-minded Phuea Thai party goal of absolving Thaksin" -- This is utterly disingenuous, since it was the Phuea Thai party which led the Amnesty bill which additionally offered amnesty to Mr. Suthep and Mr. Abhist, the two men who are Phuea Thai's political opponents and who are charged with Crimes Against Humanity in the World Court. This bill causes Mr. Suthep and his protestors to go into paroxysms of hysteria - even though it is rarely mentioned that the same bill would have absolved Mr. Suthep domestically of all his criminal charges.

(17) Pirsch makes reference to the % of eligible vote turnout as somehow condemning Phuea Thai because they only received "32 percent of the number of eligible voters." -- He fails to mention that Suthep himself, using the similar calculation received only 24% of the number of eligible voters. It is again, utterly and laughably partisan to assert that Suthep now can somehow magically law claim to the interests of 44-70% of the eligible voters who never cast a ballot for his party or his platform. This is a case which underscores the rather blatant undemocratic nature of the protests, and the stretches of the imagination that Prisch is asking us to make in his biased and partisan interests.

The final vote in 2011 was
Pheua Thai 15,744,190
Suthep/Prisch 11,433,762

The overall turnout was over 71% - an incredibly large number compared to the USA. The final margin was 4.2 million votes. It was, by any comparative standard, a landslide with a giant rebuke to Suthep who had been running the country for the previous 3 years.

And again, this just underscores the irresponsible, undemocratic petulance of the protestors who are trying to jury-rig Thailand's democratic institutions for their own ends and disenfranchise gigantic swaths of the electorate in their crude self-interest.

(18) The overwhelming household income of Prisch's protestors is over 50,000 baht per month. (42% of their total - This is an astonishingly high level of salary in Thailand.)

While the Phuea Thai voters who put Yingluck in office survive on about $330 per month (27%) or even as low as $175 per month or less (14%)

http://www.asiafoundation.org/resources/pdfs/FinalSurveyReportDecember20.pdf

To think that Mr. Pirsch has these poor Thai people's interests in mind by nullifying their voting rights is ridiculous.

He goes on to proffer the standard elitist fantasy that their votes are "bought". This is what Bangkok Pundit quotes (from BK Post) regarding poor voters' sympathies: "in talking to the underprivileged residents in the Bang Khen district in the weeks before the July 3 election, it was obvious they were almost all red shirt sympathisers and anyone trying to buy votes was wasting money." (http://asiancorrespondent.com/116697/vote-buying-thaksin-and-the-democrats/)

Pirsch's language starts with de-humanizing misogynistic rhetoric regarding Yingluck's lack of agency, legitimacy or autonomy, and moves on to removing agency, autonomy, and legitimacy from 17 million poor and rural Thai voters. This is inexcusable for any union organizer.

I have to say that this is an astonishing display of bigoted, elitist and orientalist disrespect for the humanity of the poorest and most vulnerable people in Thailand.

Pirsch claims to be a union organizer, but he seems woefully disconnected from the democratic aspirations of working people in Thailand. I would sincerely like to know where he lives "as an economic refugee", or how he makes his living in Thailand, and what if any labor-oriented activity he participates in within Thailand or if he has any conception of labor in Thailand at all.

It seems to me that Mr. Pirsch has allowed his overwhelming, absolutist obsession with Mr. Thaksin to override any practical respect or concern he might have for the poor and working people of Thailand.

Thaksin and Pheua Thai - as Professor Ungpakorn has indicated - are capitalist entities which will eventually have to be overcome in the true and best interests of Thai working people. But to suggest as Mr. Pirsch is doing that Suthep and his elite-friendly protestors provide any meaningful, much less "democratic" alternative is a complete betrayal of those same working people, and an insult not only to the critical thinking facilities Pirsch claims to admire, but to the progressive future of Thailand itself.

I would expect much more from a so-called union organizer, a so-called pirate radio dj, and especially from the Truth-Out website, since it was born out of the disenfranchisement of so many American voters during the "election" of Bush back in 2000.

ref.: http://www.truth-out.org/opinion/item/20601-more-dishonesty-about-thailands-upheaval-from-the-international-new-york-times and see comments

ref:
In Thailand, Standing Up for Less Democracy
By THOMAS FULLER
http://www.nytimes.com/2013/12/17/world/asia/in-thailand-rallying-cry-is-against-too-much-democracy.html?ref=thailand&_r=0




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2556    
Last Update : 25 ธันวาคม 2556 8:17:44 น.
Counter : 537 Pageviews.  

1  2  3  4  5  6  7  8  

ยังอยากเป็นคนไทยอยู่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยังอยากเป็นคนไทยอยู่'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.