You Are My Sunshine

Dong Yi / ทงอี ---รวบรวมความประทับใจ ณ จุดเริ่มต้น








*****
“ทำเอาตกอกตกใจหมด ต่อให้เจอเรื่องคับขันแค่ไหน ก็ไม่ควรอ้างว่าตัวเองเป็นพระราชานะ
ระวังตัวด้วยล่ะ เดี๋ยวก็โดนโทษหนักไม่รู้ตัวหรอก”
“ก็ได้ ข้าจะไม่บอกว่าเป็นพระราชาแล้ว แต่ว่าตอนนี้ข้าคงต้องไปจริงๆแล้วล่ะ
ข้าจะใช้หินเกลือที่เจ้าพบนี่ สืบหาแผนการร้ายของพวกเค้า คนที่บงการเบื้องหลังเป็นใคร
ข้าจะต้องสืบให้รู้ให้หมด เจ้าบอกว่า..ชื่อทงอีใช่รึเปล่า?”
“ค่ะ ใต้เท้า”
“ถึงเจ้าจะทำอะไรบุ่มบ่าม หรือวู่วามไปบ้าง แต่ก็มีคุณงามความชอบ
สิ่งที่เจ้าทำเพื่อราชสำนักในครั้งนี้ ข้าจะไม่ลืมเลย”
*****



****
“เจ้าปีนแบบนั้นกำแพงคงพังลงมาแน่”
“ใต้ เท้าจวนผู้ว่า ใต้เท้า”
“ข้าเพิ่งจะรู้ว่าเจ้าปีนกำแพงเป็นนิสัย”
“ท่านมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“ข้าแค่ผ่านมา ได้ยินเสียงลูกหมาร้องก็เลยเดินมาดูน่ะ ที่แท้ก็เป็นเจ้าหมาพงซานเจ้านี่เอง”
“หมาพงซาน?”
*****



****
“จริงเหรอ เจ้าได้รับรางวัลด้วยเหรอ?...อ้อ ก็ใช่ ข้ากราบทูลไปนิดเดียว
นึกไม่ถึงว่าพระองค์จะประทานรางวัลให้เจ้ามากอย่างนั้น”
“เฮ้อ ฝ่าบาททรงอุตส่าห์นึกถึงข้าทาสอย่างพวกข้าด้วย
ท่าทางพระองค์คงเป็นคนที่มีเมตตามากเลยนะ”
“พระองค์เป็นอย่างนั้นจริงๆ มีน้ำพระทัยกว้างใหญ่มากเลย”
****



****
“...รู้ไหมเพราะได้เจ้า ทำให้ฝันข้าเป็นจริง”
“ความฝันเหรอ?”
“ใช่แล้ว ความฝันที่อยากจะเป็นเหมือนผู้ชายที่เดินถนนทั่วไปคนนึง แล้วตัวเจ้าล่ะ..
เจ้าไม่มีความฝันอย่างข้าบ้างเลยเหรอ อย่างเช่น ข้าอยากทำสิ่งที่ไม่ได้ทำอยู่ในฐานะนี้บ้าง
เจ้าเองก็คงมีบ้าง สิ่งที่อยากทำถ้าไม่ได้เป็นเจ้า”
“ข้าก็เป็นแค่ชนชั้นต่ำ จะไปกล้ามีความฝันได้ยังไง ต่อให้มีจริงๆ ก็เป็นฝันที่ไกลสุดเอื้อม”
“ฝันที่ไกลสุดเอื้อม หรือเจ้าไม่อยากเป็นชนชั้นต่ำ แต่อยากอยู่ในชนชั้นอื่นรึ?”
“คะ?”
“สำหรับข้าแล้ว เจ้าเป็นเด็กที่ฉลาดและยังเก่งมากด้วย ดังนั้นบอกมาเถอะว่าในใจของเจ้า
รู้สึกว่าไม่ยุติธรรมที่เกิดเป็นชนชั้นต่ำบ้างรึเปล่า?”
“ถ้าจะบอกว่าไม่มีเลยคงโกหก ถ้าไม่ได้เป็นชนชั้นต่ำ ถ้าข้าเกิดเป็นชายไม่ใช่หญิง
ทำไมข้าจะไม่เคยมีความฝันแบบนั้น แต่ถึงจะรู้สึกน้อยใจหรือเสียใจ
มันก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอก ได้แต่หวังว่าถ้าเกิดชาติหน้า
ข้าจะไม่ต้องเกิดมาเป็นชนชั้นต่ำแบบนี้ แต่ได้เกิดมาอยู่ในชนชั้นอื่น
นี่แหละความฝันของข้า”
“อาจไม่ต้องรอถึงชาติหน้าก็ได้”
“คะ”
“อย่างคืนนี้ฝันข้าเป็นจริงได้เพราะเจ้า บางทีมันอาจจะเกิดกับเจ้าบ้างก็ได้”
****



****
“เจ้าไม่รู้เหรอ ว่าฝ่าบาททรงตั้งความหวังไว้กับเจ้าสูงมากเลยนะ”
“นี่ท่านพูดจริงเหรอคะใต้เท้า”
“ใช่สิ ถ้าฝ่าบาทมาเห็นเจ้าหมดความเชื่อมั่นอย่างนี้ละก็ คงจะผิดหวังน่าดู เจ้าเป็นใครล่ะ
เป็นพงซานที่กัดแล้วไม่ปล่อยไม่ใช่เหรอ จะมาทำท่าจะยอมแพ้ได้ยังไงกัน
..อย่างนี้ไม่ไหว ข้าช่วยอ่านให้เจ้าฟัง ไหนดูหน่อยสิ”
****



****
“ใต้ ใต้เท้า นี่มันเรื่องอะไรกันคะ ฝ่าบาทอะไร ทำไมเค้าเรียกท่านว่า..”
องครักษ์สั่งทหารให้จับตัวทงอี แต่พระเจ้าซุกจงสั่งห้าม
“นางเป็นคนที่ข้ารู้จัก บอกแล้วไงว่าไม่ต้องยุ่ง... นี่มันเรื่องอะไรกัน มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“หรือว่าใต้เท้าจะเป็น..”
****



****
“เจ้าอย่าเห็นข้าเป็นพระราชา พูดคุยกับข้าเป็นธรรมชาติเหมือนตอนที่ข้าเป็นผู้ช่วยผู้ว่าได้รึเปล่า?”
“ฝ่า.. ฝ่าบาท”
“รู้ไหมว่าทำไมข้าถึงไม่บอกเจ้าแต่แรก ก็เพราะกลัวว่าเจ้าจะเป็นอย่างนี้แหละ
กลัวว่ารู้แล้วเจ้าจะเอาแต่เคารพนบนอบแบบนี้ จริงอยู่ ในเมื่อรู้ว่าข้าเป็นพระราชา
ทำเหมือนเดิมคงไม่ง่าย แต่ที่จริง ไม่รู้ทำไมเวลาที่ได้อยู่กับเจ้า ข้าไม่อยากเป็นพระราชา
แต่อยากเป็นคนธรรมดา ดังนั้น ข้าอยากจะเรียกเจ้าว่าพงซานต่อไป
เจ้าช่วยเห็นข้าเป็นผู้ช่วยผู้ว่าเหมือนตอนเจอกันจะได้รึเปล่า?”
****



****
“…พอได้มานั่งกับเจ้าเเบบนี้ ความรู้สึกเเน่นในอกก็เหมือนจะ ผ่อนคลายลงไปตั้งเยอะ...
ไม่ว่าจะเป็นขุนนางใหญ่ พระมเหสี พระสนม ข้าไม่อยากจะมองหน้าใครทั้งนัน
เเต่จู่ๆกลับนึกถึงเจ้าขึ้นมา ข้าถึงได้เรียกเจ้ามาหา”

“.. ข้ารู้สึกกลัวกับความจริงที่รออยู่ตรงหน้า
ขณะที่นางเป็นมเหสีและเป็นพระมารดาขององค์ชายในอนาตคต
สำหรับข้าแล้วนางเป็น..เหมือนภรรยาที่ข้าต้องรู้สึกติดค้าง
พระสนมเป็นผู้หญิงที่ข้าคอยปรับทุกข์เสมอ
แต่ว่าในตอนนี้ข้ากลับไม่อาจเชื่อใจใครได้สักคน มันทำให้ข้ารู้สึกเจ็บปวด
เมื่อคิดว่าสักวันข้าต้องลงโทษใครสักคนในคนทั้งสองนี้ ข้าก็รู้สึกทำไม่ลง”

“..ทงอี ข้าอยากให้เจ้าเป็นคนเดียวในวังหลวง ที่ข้าสามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้
ถึงข้าจะเชื่อใครในวังไม่ได้เลย แต่อย่างน้อย
ก็อยากให้เจ้าเป็นเพื่อนที่ข้าเชื่อใจและไว้ใจได้ตลอดไป”
****



****
“ข้ารอจนเหนื่อยใจ จนอยากจะตัดพ้อว่าเจ้าใจร้ายแล้วนะ เจ้าอยู่ที่ไหนกันแน่ทงอี
หรือว่าครั้งนี้เจ้า จะไม่ยอมมาให้ข้าเห็นหน้าอีกแล้ว
หรือว่าข้าจะไม่มีโอกาสได้เจอเจ้าอีกต่อไปแล้ว”
****





อ่านต่อที่ Dong Yi/ ทงอี --- รวบรวมความประทับใจ1


เครดิต: ขอบคุณรูปสวยๆจากกระทู้รายงานสดทงอีใน pantip, popcornfor2บ้านทงอี
http://blog.naver.com/mbcdong2,บทละครจาก นิยายเดลินิวส์

หมายเหตุ: เจ้าไม่ได้ดูตอนเเรกๆค่ะ ตอนเเรกก็เฉยๆ มาชอบก็ตอนทงอีเข้าวัง
ชอบความน่ารักของพระาชากับทงอีมาก




 

Create Date : 18 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 13:01:58 น.
Counter : 1729 Pageviews.  

Dong Yi/ ทงอี --- รวบรวมความประทับใจ 6







*****
“เจ้าบอกข้าได้ไหม รัชทายาทยังคงมีโอกาสอยู่ใช่รึเปล่า ข้ายังมีทางจะเลือกได้อีกไหม
ยังมีทางที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตารัชทายาทได้รึเปล่า
จริงอยู่ ข้าเคยอยากจะฆ่าเจ้า อยากจะฆ่าเจ้านับครั้งไม่ถ้วน
แต่พอมาถึงตอนนี้ คนที่ข้าจะขอให้ช่วยคุ้มครองรัชทายาทก็มีแต่เจ้า
คนที่ข้าเคียดแค้นมาตลอดอย่างเจ้า มีแต่เจ้าเท่านั้น
ให้ทุกสิ่งทุกอย่าง...มันจบลงไปพร้อมกับความตายของข้า
ดังนั้นข้าขอร้อง มีแต่รัชทายาทเท่านั้น มีแต่เด็กคนนั้นที่ข้าต้อง...เจ้าช่วยคุ้มครองเค้าด้วยซุกบิน
ขอร้องล่ะซุกบิน เจ้าช่วยคุ้มครองเด็กคนนั้นด้วยเถอะนะ นี่เป็นคำขอสุดท้ายของข้า
ได้โปรด ได้โปรดฟังคำขอสุดท้ายข้าด้วย คุ้มครองรัชทายาท ลูกของข้าด้วย..”

*****



*****
“ฝ่าบาททรงประทับอยู่เเถวนี้หรือเปล่าเพคะ ทรงทอดพระเนตรหม่อมฉันจากที่ใดที่หนึ่งหรือเพคะ
เรื่องนั้นเป็นความเท็จเพคะ ฝ่าบาท ที่หม่อมฉันกราบทูลไปว่าหม่อมฉันเสียใจที่หลงรักฝ่าบาท
นั่นไม่ใช่ความจริง ในหัวใจของฝ่าบาท หม่อมฉันรู้ว่าหม่อมฉันครอบครองไม่ได้ทั้งหมด
เเต่หม่อมฉันต้องการทั้งหมด ดังนั้น หม่อมฉันจึงทำความผิดโง่ๆไปมากมายหลายอย่าง
ที่จริงเเล้วหม่อมฉันรู้ดี รู้ว่าสิ่งที่หม่อมฉันได้กระทำลงไปนั้น จะทำให้พระองค์ทรงเจ็บปวด
ขอพระราชทานอภัยเพคะ ที่ได้ขอให้ฝ่าบาททอดพระเนตรวินาทีสุดท้ายของหม่อมฉัน
เเม้จนถึงวินาทีสุดท้ายนี้ หม่อมฉันก็ยังไม่ยอมเลิก นี่เป็นความละโมภครั้งสุดท้ายของหม่อมฉัน
เเต่หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงจดจำหม่อมฉัน ฝ่าบาทโปรดจดจำหม่อมฉันในวินาทีสุดท้าย
ว่าเป็นอย่างไร หม่อมฉันอยากให้ฝ่าบาททรงเห็นฝ่าบาทเพคะ ขอให้ทรงจำวินาทีนี้ไว้
ทรงจำหม่อมฉันไว้”

*****


*****
“เจ้าจำได้รึเปล่า หลายปีก่อน ตอนที่ข้าส่งเจ้าออกมาอยู่นอกวัง ข้าเคยบอกกับเจ้าว่า
พวกเรามาหนีไปด้วยกันดีมั้ย นั่นสิ นั่นคือความรู้สึกจริงๆของข้า เพราะข้ารู้สึกว่า
ต่อให้เป็นสามัญชนก็ขอให้ได้อยู่กับเจ้า ขอแค่อยู่กับเจ้าต่อให้ต้องทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างก็ไม่เป็นไร
และจิตใจแบบนี้ แม้จะผ่านไปหลายปีมันก็ยังไม่เคยเปลี่ยน
สำหรับข้าเจ้าเป็นคนที่ทำให้ข้าอิ่มเอมและมีความสุข”
“ฝ่าบาท”
“เจ้ากำลังจะออกจากวังมาอยู่ที่นี่ แต่ว่าเจ้าจะไม่ได้มาอยู่คนเดียวหรอกนะทงอี
เพราะว่าข้าจะออกจากวังมาอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนเจ้า”
*****



*****
“การเดินทางนี้ยาวไกลนัก เมื่อข้ากลับถึงวังหลวง เจ้าคงจะต้องไปอยู่นอกวังแล้ว
แต่ขอให้เจ้าจงอย่าได้ลืมสัญญาที่ข้าเคยบอกเอาไว้ว่าจะไม่ให้เจ้าอยู่คนเดียว
เจ้ายังจำได้มั้ยทงอี เพื่อปกป้องรัชทายาทยอนอิงแล้วก็ข้า
เจ้ายอมทิ้งตำแหน่งพระมเหสีที่เจ้าควรจะได้มา ในตอนนี้ถึงคราวที่ข้าจะต้องตอบแทนเจ้าบ้าง
แต่ข้ากลับค้นพบว่า สำหรับข้ามันไม่ใช่ การเสียสละแต่เป็นการเติมเต็มความฝัน
เพราะข้าจะได้มีโอกาสกุมมือของเจ้าตลอดชีวิตที่เหลือ ดังนั้นเจ้าจงรอด้วยความเชื่อมั่นเถอะนะทงอี
ข้าจะไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้าได้ ความฝันที่เจ้าอยากปกป้อง ตอนนี้ให้ข้ามาทำแทนเจ้าเถอะนะ”
*****



*****
“ท้ายที่สุด หม่อมฉันก็ยังดื้อกว่าเพคะ ฝ่าบาท
เเต่หม่อมฉันหวังว่าพระองค์จะทรงเข้าใจหม่อมฉันเพคะ ฝ่าบาท
หม่อมฉันไม่ได้จากพระองค์ไปเเม้เเต่น้อยเลย”
*****



*****
“ฝ่าบาท”
“ดังนั้น... เจ้ายังคิดถึงข้าใช่ไหม”
*****



*****
“เจ้ายังหัวเราะได้อีกหรือ เจ้ามีความสุขมากใช่ไหม..ข้าคงเป็นห่วงเเละคิดถึงเจ้าอยู่คนเดียว
สำหรับเจ้าเเล้ว ข้าเป็นอะไร ข้าไม่มีความสำคัญกับเจ้าเเม้เเต่น้อยนิดเลยใช่ไหม”
“ฝ่าบาทรับสั่งอะไรอย่างนั้น ฝ่าบาทเป็นอะไรสำหรับหม่อมฉันหรือเพคะ....
พระองค์ทรงเป็นทุกสิ่งของหม่อมฉันเพคะ อย่าทรงบอกนะเพคะว่าพระองค์ไม่ทราบ”

*****
“อย่ามองข้าด้วยสายตาแบบนั้น ข้ายังไม่หายเคืองเจ้า คอยดูไปเถอะ
ข้าจะแก้แค้นที่เจ้าทิ้งข้าไว้ในวังคนเดียว ข้าจะไม่คิดถึงเจ้าอีกด้วย
ถึงข้าจะออกจากวังไปตรวจการ ข้าก็จะไม่มาหาเจ้า”
“เป็นเรื่องจริงหรือเพคะ”
“ทำไม! เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าเหรอ”
*****



*****
“ท่านเห็นไหมองค์ชาย บทเรียนวันนี้คือสิ่งนี้..
พระองค์ต้องไม่ลืมสิ่งที่เห็นในวันนี้ เมื่อเทียบกับหนังสือเป็นพันเล่ม
เมื่อเทียบกับคำกล่าวของผู้ใดก็ตาม บทเรียนที่มีค่าที่สุดคือสิ่งนี้พะยะค่ะ”
*****



อวสาน




เครดิต: รูปจากกระทู้รายงานสดทงอีใน pantip, http://blog.naver.com/mbcdong2,
popcornfor2เเละบทละครจากนิยายเดลินิวส์ ค่ะ






 

Create Date : 14 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 12:59:54 น.
Counter : 1113 Pageviews.  

Dong Yi / ทงอี --- รวบรวมความประทับใจ 5








*****
“เสด็จแม่คงจะกำลังคิดถึงเสด็จพ่อในวังหลวงอยู่แน่เลย…เป็นความผิดของข้าเอง
วันนี้ข้าเอาแต่ เซ้าซี้ให้เสด็จแม่เล่าเรื่องที่เกี่ยวกับเสด็จพ่อให้ฟัง
เลยทำให้เสด็จแม่รู้สึกเศร้าเพราะคิดถึงเสด็จพ่อแบบนี้”
“องค์ชาย”
“เสด็จแม่บอกว่า ตัวของท่านเคยทำความผิดอย่างมากต่อเสด็จพ่อ
เลยทำให้เสด็จพ่อต้องเสียพระทัยมาก เป็นความผิดอะไรไม่รู้
พงซังกุง รู้เรื่องนี้รึเปล่าว่าเป็นเพราะอะไรทำไมเสด็จพ่อถึงได้กริ้วเสด็จแม่มากขนาดนั้น”

*****



*****
“ทำไมเจ้าถึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะ เอ้ารับไปซะ รับสิ
พอดีข้าได้ยินเสียงมาจากกำแพงวังก็เลยมาดู ที่แท้ก็เป็นลูกหมาตัวน้อยอยู่นี่นี่เอง
ข้าเคยเจอลูกหมาน้อย ที่มันน่ารักมากตัวใหญ่กว่าเจ้าหน่อยนึงที่นี่
เอาละ ถ้าเจ้าร้องไห้พอแล้วก็ลุกขึ้นได้แล้ว อืม เจ้าคงจะหลงทางใช่ไหม
เดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไปส่งบ้านเอง..”
*****



*****
“เจ้า!..เจ้าเป็นองค์ชาย ถ้าอย่างนั้นก็เป็น...” 

*****



*****
“เจ้าก็เห็นใช่รึเปล่า?ซุกวอนอยู่ตรงหน้าของข้าแล้ว กึม เด็กคนนั้นก็มาอยู่ต่อหน้าข้าแล้ว
เจ้ารู้มั้ยว่าข้าคิดถึงพวกเค้ามากแค่ไหน เจ้ารู้มั้ยว่า...ข้าอยากกอดเค้าไว้มากแค่ไหน
ลูกชายของข้า”
*****



*****
“องค์ชาย แล้วพระองค์ไม่โกรธเสด็จพ่อหรือพ่ะย่ะค่ะเพราะว่าเสด็จพ่อ
ทรงทิ้งองค์ชายให้ต้องอยู่นอกวัง”
“ทิ้งอะไรกันไม่ใช่สักหน่อย เสด็จแม่บอกว่า เสด็จพ่อทำแบบนี้ก็เพื่อเสด็จแม่กับข้าน่ะ
ท่านบอกว่าถึงคนทั้งโลกไม่เข้าใจ แต่ว่าข้าจะต้องเข้าใจในเรื่องนี้
ดังนั้นข้าถึงไม่เคยรู้สึกโกรธเสด็จพ่อ เพียงแต่ว่าพอข้าเห็นเสด็จแม่ต้องเศร้าเสียใจ
เพราะคิดถึงเสด็จพ่อ ข้าก็รู้สึกเศร้าไปด้วย
จนป่านนี้เสด็จแม่ก็ยังคิดถึงเสด็จพ่ออย่างมากเลยนะ
แต่เสด็จพ่ออาจจะลืมเสด็จแม่กับข้าไปแล้วก็เป็นได้”
“ไม่จริงหรอก ไม่มีจริงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเชื่อว่า
พระองค์จะต้องไม่เคยลืมพระสนมและองค์ชายเลยแม้แต่วันเดียว”
*****



*****
“สุดท้ายข้าก็..ทำให้เจ้าถูกทำร้ายอีกจนได้ ข้าผิดเอง ข้าทำให้เจ้าต้องบาดเจ็บ
ข้าควรจะปกป้องเจ้าให้ดีที่สุด ข้าก็ไม่อยากให้เจ้ากับองค์ชายต้องพบเจออันตรายใดๆ อีกแล้ว”
“เรื่องนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงกันเพคะ ทำไมถึงได้ส่งทหารมา”
“เจ้าคิดว่า ข้าจะทิ้งเจ้าได้เหรอ เจ้าคิดว่าข้าตัดใจจากเจ้าได้หรือ หรือว่าเจ้าตัดข้าจากใจได้
แม้แต่วินาทีเดียว ข้าก็ไม่เคยปล่อยเจ้าไปเลย ข้าอยากที่จะได้ยิ้ม ได้หัวเราะกับเจ้า
ได้เฝ้ามองดูลูก ของเราที่เติบโตขึ้นทุกวัน ข้าเฝ้าแต่ คิดอย่างนี้อยู่ทุกวัน
แต่มันจะไม่เป็นอย่างนั้นอีกแล้ว ข้าจะได้เห็นเจ้าจริงๆ และได้อุ้มลูกเอาไว้ในอ้อมกอด”
“ฝ่าบาท..”
“กลับวังกันเถอะนะทงอี กลับไปพร้อมองค์ชาย ไปสู่ฐานันดรของเจ้า
ให้ลูกกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่”
“ฝ่าบาท ทำไมถึงได้ตรัสอย่างนั้นเพคะ ให้หม่อมฉันกลับวังรึ ทำแบบนั้นไม่ได้เพคะ
ฝ่าบาทจะทรงถอนสิ่งที่เคยรับสั่งถอนราชโองการได้ยังไง ฝ่าบาทก็น่าจะรู้ว่าผลเป็นยังไง”
“แล้วเจ้ารู้รึเปล่าว่า หลายปีที่ผ่านมาข้ามีชีวิตยังไง ข้าอดทนมาได้ยาวนานขนาดนี้
เพราะยังมีโอกาสที่จะกอบกู้ทุกอย่างได้ ขอแค่อดทนหกปี ทั้งเจ้า และลูกของข้า
ข้าจะมีโอกาสได้พวกเจ้าคืนมา”
*****



*****
"ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะมากล่อมลูกเข้านอนทุกวัน หกปีมานี้ อะไรที่ข้าอยากจะทำให้เค้า
ข้าจะทำให้เค้าจริง ๆ แล้ว”
“เพคะฝ่าบาท ความจริงแล้วเค้าเหมือนฝ่าบาทไม่มีผิดเลย หม่อมฉันถึงได้เข้มแข็งและอยู่
มาถึงวันนี้ก็เพื่อลูกคนนี้ ทุกครั้งที่มองหน้าของเค้า ก็เหมือนได้เห็นพระพักตร์ฝ่าบาท”
“ทงอี ไม่ว่าจะเป็นมือคู่นี้ของเจ้า หรือว่ามือของลูก ข้าจะไม่ปล่อยไปอีกแล้ว
ข้าได้สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของข้าคืนมาแล้ว ทั้งเจ้ากับลูก ข้าจะไม่ยอมเสียไปอีกเป็นอันขาด”
*****



*****
“หม่อมฉันจะทำตามสัญญาเพคะ หม่อมฉันจะมีชีวิตต่อไป
ตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระมเหสี จะต้องมีชีวิตอยู่ในวังนี้ต่อไป
และคุ้มครองคอยคุ้ม ครององค์ชายไว้ให้ดีที่สุด”
*****



*****
“เพคะฝ่าบาท! นี่แหละความจริงที่ทรงอยากรู้มาตลอด หม่อมฉันไม่ใช่แค่คิดฆ่าพระมเหสี
เพื่อให้ได้ตำแหน่งมา แต่หม่อมฉันยังคิดจะฆ่าสนมซุกบินกับองค์ชายยอนอิงด้วย
คราวนี้พอพระทัยรึยัง ได้คำตอบที่พอพระทัยรึยังเพคะฝ่าบาท!”
*****





To be continued...

เครดิต: รูปจากกระทู้รายงานสดทงอีใน pantip,popcorn, http://blog.naver.com/mbcdong2,
บทละครจากนิยายเดลินิวส์




 

Create Date : 06 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 12:57:27 น.
Counter : 776 Pageviews.  

Dong Yi / ทงอี --- รวบรวมความเศร้าสะเทือนใจ 4






 รวบรวมฉากสะเทือนใจ


*****
“นี่มันเรื่องอะไรกันทงอี หรือว่าเจ้าเคยรู้จักกับหัวหน้าของกลุ่มคอมเกคนนั้นจริงๆ ใช่รึเปล่า
ไม่จริง ไม่มีทางเป็นอย่างนั้น ทั้งหมดนี้ ต้องเป็นความเข้าใจผิดแน่ๆ เจ้ารีบพูดมาสิ
ทำไมเจ้าไม่อยู่ในวังแต่มาอยู่ที่นี่ ทำไมถึงรู้จักกับนักโทษ เจ้ามาทำอะไรกันแน่ ทงอี”

“หม่อมฉันเคยจะกราบทูลเรื่องทั้งหมดแล้วเพคะ เรื่องทุกอย่างที่ปิดบังพระองค์มานาน
แต่ตอนนี้ ทุกอย่างคงจะสายเกินไปแล้วเพคะฝ่าบาท”
*****



*****
“หม่อมฉัน ความจริง หม่อมฉันไม่ใช่ชอนทงอีเพคะ เชยอวอน
คนคนนี้ คือพ่อของหม่อมฉันที่ตายไป เชทงอี คือชื่อที่หม่อมฉันปิดบังมานานแล้วเพคะ
หม่อมฉันไม่ใช่ทาสที่หลบหนี แต่หม่อมฉันโตในหมู่บ้านพันเป็นลูกสาวของสัปเหร่อ
เป็นลูกสาวของหัวหน้ากลุ่มคอมเกที่ถูกฆ่าในปี ซินยู พ่อของหม่อมฉัน
ก็คือหัวหน้ากลุ่มคอมเก พี่ชายที่ตายไปก็เป็นสมาชิกกลุ่มคอมเก และเรื่องนี้
เรื่องนี้เพคะฝ่าบาท มันก็คือ อดีตที่หม่อมฉันไม่อาจจะกราบทูลพระองค์ได้
หม่อมฉันไม่สามารถนิ่งดูดายความตายของเค้าได้ ถึงพยายามทำทุกอย่าง
เพื่อจะช่วยให้พวกเค้าหนีรอดไปจากเมืองหลวง
ฝ่าบาท หม่อมฉันยินดีรับโทษทัณฑ์ทุกอย่างเพคะ แต่ว่านางในในตำหนักหม่อมฉัน
ไม่มีใครรู้เรื่องนี้แม้แต่คนเดียว แม้แต่ท่านแม่ทัพองครักษ์
รวมถึงนางในในฝ่ายตรวจการทุกคน ดังนั้นได้โปรด อย่าได้ลงโทษ....”
ทงอีพูดยังไม่ทันจบ พระเจ้าซุกจงก็ตะโกนเสียงดัง

“พอแล้ว หยุดพูดสักที ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว อย่าพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว
เจ้ายินดีรับโทษทุกอย่าง เจ้าทำได้ยังไง พูดคำที่โหดร้ายอย่างนี้กับข้าเหรอ
เจ้าทำได้ยังไง ...ข้าหลวงฮัน!”


“พะ พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

“พาพระสนม พาพระสนมออกไป เชิญพระสนมกลับตำหนักไปเดี๋ยวนี้!”
*****



*****
“ข้าได้ฟังเรื่องของพ่อเจ้าแล้ว ในตอนนั้นเค้าต้องการจะทำอะไร แล้วทำไมเค้าถึงต้องตาย
นั่นไม่ใช่ความผิดของเจ้า เรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของพระราชาอย่างข้า
นานแล้วที่เจ้าอยากจะบอกความจริงเรื่องนี้กับข้า แต่ว่าข้า ข้าไม่ยอมให้เจ้าพูดเอง”

“ฝ่าบาท”

“เพราะฉะนั้น ที่เจ้าต้องปิดบังเป็นความผิดของข้า คนที่ทำให้ชนชั้น
ต่ำต้องถูกให้ร้าย เป็นความผิดของพระราชาอย่างข้า ดังนั้น เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง
ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าถูกทำร้ายเด็ดขาด ดังนั้นทงอีเจ้า...”

“หม่อมฉัน หม่อมฉันช่วยเหลือกลุ่มคอมเก รู้ทั้งรู้ว่ากลุ่มคอมเกก่อตั้งขึ้น
แต่กลับไม่ยอมบอกไป หม่อมฉันยังช่วยหัวหน้ากลุ่มคอมเกหลบหนีเพคะ
ถึงท่านพ่อหม่อมฉันจะถูกใส่ร้าย แต่เรื่องนั้นก็ไม่สามารถปิดบังได้หรอกเพคะ
ทุกคนรู้ความจริงเรื่องนี้ดี”

“เพราะฉะนั้น ข้าถึงต้องการจะให้เจ้าพูดโกหก เข้าใจรึเปล่า เจ้าแค่บอกว่าเจ้าช่วยเหลือเพื่อน
ตอนเด็กเท่านั้น เจ้าไม่รู้ว่าเค้าเป็นหัวหน้ากลุ่มคอมเก เป็นเพราะคนคนนั้นมาหลอกลวงเจ้า
เค้ามาเพื่อหลอกใช้เจ้า เจ้าไปที่นั่นโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

“ฝ่าบาท”

“แล้วที่เหลือ ข้าจะจัดการเรื่องทุกอย่างให้เอง ดังนั้น..”

“หม่อมฉันทำอย่างนั้นไม่ได้ ฝ่าบาทจะให้หม่อมฉันพูดโกหกต่อหน้าทุกคนได้ยังไงกันเพคะ..
แล้วผู้คนจะวิจารณ์กันยังไง ทั้งขุนนางและประชาชนจะพูดถึงเรื่องนี้ยังไง ไม่ได้หรอกเพคะ
จะทำอย่างนั้นไม่ได้ หม่อมฉันจะให้ร้ายฝ่าบาท เพียงเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอดไปได้
ยังไงกันเพคะฝ่าบาท ฝ่าบาททรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินนะเพคะ”

“ไม่เป็นพระราชาก็ไม่เป็นไร เจ้าไม่เข้าใจเหรอ ข้าไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นเลย
ขอแค่ให้ข้าปกป้องเจ้า ขอแค่ปกป้องเจ้าได้ ต่อให้ข้าขึ้นชื่อ..ว่าเป็นพระราชาเหลวแหลก
ข้าก็ไม่กลัว เรื่องพวกนั้นน่ะ ข้าไม่สนใจเลยสักนิด ใช่ ข้าเกิดมาในวังหลวง
เกิดมาเพื่อเป็นพระราชา และเป็นพระราชามาตลอด ข้าเองก็ไม่คิดว่าข้าจะเป็นแบบนี้ได้
แต่จะให้ข้า ให้ข้าต้องเสียเจ้าไป ข้าคงทนไม่ได้ ทงอี ถือว่าข้าขอร้องเจ้าก็ได้
ทงอี ข้าขอร้องล่ะนะ เจ้ายอมปิดบังเรื่องทั้งหมดนี้ได้มั้ย เรื่องพวกนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเจ้า
ทงอี ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน”

*******




*****
“ทำไมเจ้าทำแบบนี้ เจ้าทำแบบนี้กับข้าได้ยังไง สารภาพทุกอย่าง เจ้าไม่รู้เหรอว่า
เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่แค่ไหน เมื่อไหร่ที่เจ้ายอมรับผิด ก็ไม่สามารถดิ้นหลุดอีก
นอกจากเจ้าจะต้องตาย ไม่งั้นพวกขุนนางไม่มีทางปล่อยเจ้าแน่”

“เรื่องนี้หม่อมฉันทราบเพคะ แต่ยังมีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของหม่อมฉัน
ชีวิตของนางในที่ถูกจับไปโดยไม่มีความผิด แล้วก็ฝ่าบาท..”

ทงอีพูดยังไม่จบ พระเจ้าซุกจงก็เปล่งเสียงดัง “ข้าหรือ..อย่าบอกนะว่าทำเพื่อข้า”

“ฝ่าบาท”

“ถ้าเจ้าคิดอย่างนั้นจริง ถ้าเจ้านึกถึงข้าสักนิดจริง เจ้าก็ไม่ควรทำแบบนี้
เจ้าควรจะ...ให้ข้าเลือกทิ้งราชบัลลังก์ หนีจากที่นี่ไปกับเจ้า จะให้ข้าลงโทษเจ้า
ด้วยมือข้า ข้าไม่มีวันทำลงหรอก เข้าใจรึเปล่า ข้าไม่มีวันทำแบบนั้นแน่”


******





*****
“ลูกแม่ ...แม่อยู่นี่แล้ว ลืมตามามองแม่สิลูก ลืมตาขึ้นมาสิ ลืมตามามองแม่สิลูก
ลูกแม่ ๆ ลืมตามามองแม่สิ ทำไมไม่ยอมลืมตาล่ะ ..ลูกแม่ ลืมตาขึ้นมามองแม่
ลืมตาขึ้นมาสิ แม่อยู่ตรงนี้แล้ว ลูกแม่ ...ใครก็ได้ ตามหมอหลวงมาที
ช่วยไปตามหมอหลวงมาที ลูกแม่ ...”

*****



*****
ทงอีไปนั่งเสียใจที่ศาลบรรพชนตลอดทั้งวัน พระเจ้าซุกจงเสียพระทัยมากเรื่องที่สิ้นพระโอรส
และเข้าใจความรู้สึกของทงอีดีจึงเสด็จไปหา ก็เห็นทงอีกำลังร้องไห้ลูบไล้เสื้อของโอรสอยู่

“หม่อมฉันกำลังเย็บชุดครบหนึ่งชันษาให้องค์ชาย คิดว่าจะให้ใส่ในวัน..ครบรอบหนึ่งชันษา
หม่อมฉันไม่เคยนึกเลยว่า จะต้องเสียลูกไปกะทันหันอย่างนี้”

“ทงอี”

“ฝ่าบาท ขอให้หม่อมฉัน ขอให้หม่อมฉันพักได้มั้ยเพคะ หม่อมฉันไม่อยาก
ต้องสูญเสียสิ่งที่รักไปอีกแล้ว พี่ชอนซูกำลังจะถูกเนรเทศ แคดอราก็น่าจะถูกประหารชีวิต
หม่อมฉันสูญเสียทุกคนไปหมดแล้ว แถมยังต้อง..ฝ่าบาท ทราบมั้ยเพคะ
ว่าฝ่าบาทมีความสำคัญมากแค่ไหน ในหัวใจของหม่อมฉัน
ดังนั้นโปรดอย่าให้หม่อมฉันต้องทนเห็นฝ่าบาทต้องมา..ปวดพระทัยเพราะหม่อมฉันอีก
พระองค์จะทำเพื่อหม่อมฉันได้ไหมเพคะ?”


******

******
ใต้เท้าซอแสดงความรับผิดชอบในเรื่องนี้จึงยื่นหนังสือลาออกต่อพระราชา

“หนังสือลาออกพ่ะย่ะค่ะ ความจริงเรื่องพระสนมซุกวอน กระหม่อมรู้ดีทุกอย่างแต่แรก
แต่ที่ไม่สามารถสารภาพกับฝ่าบาทได้ ก็เพื่อจะอยู่ปกป้ององค์ชาย
แต่ว่าตอนนี้กระหม่อมคงไม่มีความจำเป็นต้องทำอีก”

“เจ้าเลยมาลาออกเพื่อขอรับโทษสินะ คงทรมานเหมือนกันสินะ
ออกไปก่อนเถอะท่านแม่ทัพ ข้าไม่รับหนังสือของเจ้าหรอก”

“ฝ่าบาท”

“อย่าให้ข้าต้องทำแบบนั้น กับเจ้าด้วยมือข้าเอง ข้าสูญเสียสิ่งที่มีค่าทุกอย่างไป
ต้องสูญเสียองค์ชาย และต้องเสียแม้แต่พระสนมซุกวอนไป เจ้ารู้ไหม
ทงอีนางพูดกับข้าไว้ว่ายังไง แค่สูญเสียองค์ชายก็เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว
นางจึงขอว่าอย่าให้นางต้องเห็นข้ามาเจ็บปวดเพราะนางอีกเลย ที่จริงข้ารู้ดี ว่าข้าเห็นแก่ตัว
เพราะข้าไม่อยากจะเสียนางไป เลยรั้งนางไว้ให้นางต้องแบกรับความกดดันทุกอย่าง”


“ฝ่าบาท”

“นั่นสิ คงถึงตาข้าแล้ว ข้าจะต้องอดทนบ้าง แต่ข้าก็ไม่มั่นใจเลยว่าข้าจะทนได้รึเปล่า
ถ้าไม่มีนางอยู่เคียงข้าง ข้าจะมีชีวิตต่อไปได้ไหม?”


*****



*****
“....นอกจากนี้ ผู้คุมองครักษ์ชาชอนซู ต้องโทษปิดบังฐานะ จึงลงโทษให้เนรเทศ
ไปอยู่ยังชายแดน..คนสุดท้าย..พระสนมซุกวอนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวทุกอย่าง
มีความผิดฐานปิดบังฐานะ และมีความผิดฐานช่วยให้หัวหน้ากลุ่มคอมเกหลบหนี
ดังนั้น ความผิดของพระสนมซุกวอนจึงไม่อาจอภัยได้ แต่ว่าเห็นแก่ที่พระสนมเพิ่งสูญเสีย
องค์ชาย ข้าจึงให้ยกเว้นโทษตายไว้ จากนี้ ให้นางคงไว้เพียงชื่อ และตำแหน่งฐานันดร
เอาไว้เท่านั้น แต่สิ่งที่ได้ตามตำแหน่ง ให้ริบกลับคืนมาทั้งหมด และขับนางออกไป
...ใช้ชีวิตอยู่นอกวัง.... และข้าจะไม่พบกับสนมซุกวอนอีกต่อไป
”

*****



*****
“เราสองคนหนีไปด้วยกันเถอะนะทงอี ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วหนีไปด้วยกัน”
พระเจ้าซุกจงตรัสกับทงอี

“ฝ่าบาท”

“เหอะ จริงอยู่ เจ้าคงต้องบอกว่าไม่ เพราะข้าเป็นพระราชา ข้าต้องเป็นพระราชาต่อไป
แต่ว่า ในฐานะคนธรรมดาคนนึง ขาดเจ้าไป.. ข้าจะอยู่ยังไง ทำไม ทำไมต้องทำให้ข้า
เป็นแบบนี้ ทำไมต้องให้ข้า ไม่ได้เห็น หรือว่าสัมผัสเจ้าไม่ได้ ทำไมต้อง..
ให้ข้าทนทุกข์เหมือนอยู่ในกองเพลิงแบบนี้ด้วย ข้าก็เลย..ข้าก็เลยมาถึงที่
นี่เพื่อจะบอกกับเจ้าว่าตอนนี้ข้ารู้สึกน้อยใจเจ้าที่สุด อีกอย่างนึง ข้าจะมาบอกว่า
... ข้าคิดถึงเจ้ามาก..”


****



*****
“ฝ่าบาท ทรงเจ็บปวดขนาดนี้เลยหรือเพคะ ทรงเจ็บปวดพระทัยจนถึงขนาดซูบผอมลง
ไปเยอะ โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วย ได้โปรด โปรดประทานอภัยให้หม่อมฉันด้วย"


*****



*****
“กึม ลูกแม่ นี่เป็นชื่อที่เสด็จพ่อทรงตั้งให้เจ้า เจ้ารู้รึเปล่า..กึม..
เสด็จพ่ออยากจะให้เจ้าเป็นเหมือนแสงที่สว่างไสว ลูกแม่...
อย่าได้ลืมพระประสงค์นะ ทรงอยากให้เจ้าเป็นแสงที่ส่องสว่างให้เหล่าผู้คนในทุกชนชั้น
แม้แต่ผู้ที่อยู่ต่ำที่สุด”


*****




To be continued...


เครดิต: รูป จากกระทู้รายงานสดทงอี, http://blog.naver.com/mbcdong2 เเละ
บทละครจาก นิยายเดลินิวส์ ค่ะ








 

Create Date : 29 กันยายน 2554    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 17:59:55 น.
Counter : 2129 Pageviews.  

Dong Yi / ทงอี --- รวบรวมความประทับใจ 3




รวบรวมฉากประทับใจ



*****
“...ฝ่าบาท”

“พระมเหสี อภัยให้ข้าด้วยพระมเหสี เพราะข้ามันไม่ได้เรื่อง
ทำให้พระมเหสีต้อง…ทนถูกเหยียดหยามอยู่นาน”

“ไม่เพคะฝ่าบาท อย่าตรัสเช่นนี้ หม่อมฉันควรเป็นฝ่ายขอประทานอภัย
เพราะหม่อมฉันไร้คุณธรรม จึงไม่สามารถอยู่ข้างกายเพื่อคอยสนับสนุนฝ่าบาทได้
หม่อมฉันเชื่อเสมอ ว่าคนที่คอยปกป้องหม่อมฉันก็คือฝ่าบาทเพคะ”
*****




*****
“ฝ่าบาท”

“ข้าผ่านมาเลยแวะมาเยี่ยม นอกจากคิดถึงแล้วยังมีเรื่องบางอย่างอยากจะถามเจ้าด้วย
แต่จะว่าไป เจ้าก็น่าจะย้ายไปเรือนโบคยองได้แล้วนะ”

“ไม่นานก็ย้ายแล้วเพคะ”

“งั้นเหรอ พระมเหสีบอกว่าเสร็จงานแต่งตั้งเจ้าแล้วจะไปเป็นแม่งานให้เอง”

“เพคะ พระมเหสีคอยดูแลหม่อมฉันอย่างดีเลยเพคะ”

“ก็ดี แต่พักนี้ เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างมั้ย?”

“ไม่สบายหรือเพคะ”

“ใช่แล้ว อย่างเช่นรู้สึกอ่อนเพลียง่าย ไม่ก็ รู้สึกว่าง่วงบ่อย ๆ อะไรแบบนี้น่ะ”

“อืม.. ไม่เลย ถึงจะยุ่งไปซักหน่อย แต่ก็ไม่มีปัญหา”

“เอ่อ งั้นเหรอ?”

“เพคะ ถ้าจะพูดถึงงานของฝ่ายตรวจการ พระองค์ไม่ต้องเป็นห่วง
หม่อมฉันยังแข็งแรงกว่าฝ่าบาทอีกนะเพคะ”

“แหม ไม่ได้หมายความอย่างนั้น ข้าหมายความว่าเจ้ามีอะไรที่อยากจะกินหรือว่า
อยากจะกินของเปรี้ยวอะไรบ้างรึเปล่า?”

“ของเปรี้ยวหรือเพคะ หม่อมฉันไม่ชอบทานของเปรี้ยวเลยเพคะ”

“หา?”

“โอย หม่อมฉันแทบจะไม่เคยทานของเปรี้ยวเลยนะเพคะ”

*****

*****
พระเจ้าซุกจง เสด็จเข้าไปหาทงอี
“ไม่ต้องลุก ๆ เจ้าไม่ต้องลุกหรอก ในที่สุดความฝันข้า ก็เป็นจริงขึ้นมาจริง ๆ ด้วย”

“เพคะ?”

“จำที่ข้าถามเจ้าวันก่อนได้มั้ย ที่ถามว่าอยากจะกินอะไรหรือว่าง่วงเป็นพิเศษรึเปล่าน่ะ”

“จริงด้วยเพคะ หรือว่า..”

“ใช่แล้ว ข้าฝันว่าข้ากำลังจะมีลูกน่ะ ตอนนี้ข้าดีใจจนพูดอะไรไม่ถูกแล้ว
ข้าเป็นพระราชา แต่เพิ่งเข้าใจว่าอะไรเรียกว่าการครอบครองโลกทั้งใบน่ะ”
*****



*****
การเสด็จมาตำหนักโบยองเป็นประจำของพระเจ้าซุกจงวันละหลายๆ ครั้ง
ทำให้บรรดานางในพูดกันถึงความรักที่พระเจ้าซุกจงมีให้ทงอีและองค์ชาย

“อย่าให้พูดเลย แค่วันนี้ก็เสด็จมาตั้งสามรอบแล้ว”

“โอ๊ย ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องมาว่าราชการที่ตำหนักโบยองแทนแล้วมั้งเนี่ย
ดูเหมือนพระราชามีความสุขมากเลย”

“มันก็ต้องแน่อยู่แล้ว ก็ทรงรอมาตั้งนานแค่ไหนแล้วล่ะ แถมยังเป็นพระโอรสซะด้วย”
*****



*****
พระมเหสีฮีบินหวั่นใจเรื่องที่จะถูกเปลี่ยนองค์รัชทายาทจึงแอบติดต่อกับฮีเจอย่างลับๆ
“แล้วไง ประมาณการว่าเมื่อไหร่ถึงจะถึงเมืองหลวง” พระมเหสีฮีบินถามนางในโช

“อีกประมาณสิบวันเพคะ”

“เข้าใจแล้ว เจ้าไปบอกพวกเค้าว่า นอก จากต้องเร็วแล้วยังจะต้องรอบคอบอีกด้วย”

“เพคะพระสนม”

“รู้สึกยังไงเพคะฝ่าบาทตอนที่อุ้มองค์ชายอยู่ในอก ทรงรู้สึกมีความสุขที่สุดในโลกใช่ไหม
ดี ขอให้พระองค์รู้สึกอย่างนั้นไปเถอะ เพราะแบบนี้
พระองค์จะได้ลิ้มรสความเจ็บปวดของการเสียโลกทั้งใบ”

พระมเหสีฮีบินกล่าวอย่างแค้นใจ
*****


*****
“ชู่ว์ อย่าเสียงดังนะ เค้ากำลังจะหลับแล้ว เจ้าตัวเล็ก ตัวเล็กเท่าเม็ดถั่วก็รู้จักเหนื่อยกับเค้าด้วย
แต่เค้าดูเหมือนอยากรู้อยากเห็น เบิ่งลูกตามองไม่ยอมนอนหลับสักทีนะ”
พระเจ้าซุกจงมองพระโอรสอย่างรักใคร่

“ฝ่าบาท ควรเสด็จบรรทมแล้วเพคะ” ทงอีเตือน

“ไม่เอาหรอก แค่ได้คอยมองดูองค์ชาย ข้าก็ไม่รู้สึกเหนื่อยสักนิด
จริงสิ ข้ามีอะไรอย่างนึงจะให้เจ้า” พระเจ้าซุกจงส่งป้ายชื่อให้ทงอี

“ใช่แล้ว ชื่อของลูกเราไงล่ะ ข้าอยากให้ลูกคนนี้มีอายุยืนนาน ก็เลยตั้งชื่อเค้าว่ายองซู”

“ยองซู”

“ข้านอนไม่หลับอยู่ตั้งหลายคืนเพราะมัวแต่ตั้งชื่อเค้า ไม่ว่าจะคิดยังไง
สิ่งที่ข้าหวังก็คือ อยากให้ลูกคนนี้อยู่กับเราไปนานแสนนานที่สุด
หมอหลวงบอกว่าเด็กคนนี้แข็งแรงมากก็จริง
ถ้าเค้าเหมือนแม่ที่เคยวิ่งรอบเมืองหลวงมาจะไม่แข็งแรงได้ไง”


“ใช่ แน่อยู่แล้วเพคะ ที่จริง หม่อมฉันยังกลัวอยู่เลยว่าเค้าจะปวกเปียกเหมือนฝ่าบาท”
ทงอีขำ ๆ

“ปวกเปียกอะไรกัน ช่วงนี้เจ้าไม่ได้ยินชาชอนซูพูดถึงข้าบ้างรึไง ข้าไม่ใช่ข้าคนเดิมแล้วนะ”

“หรือเพคะ เหมือนไม่เคยได้ยินเลย” ทงอีล้อ

“ได้เลย งานฉลองครบร้อยวันของลูก ข้าจะอวดฝีมือยิงธนูร้อยดอก เข้าเป้าร้อยดอกให้ดู
ถ้าเห็นแล้วอย่าเป็นลมล่ะ”

*****


*****
“ทงอี” พระเจ้าซุกจงดีพระทัยมาก

“ฝ่าบาท เสด็จมาที่นี่ได้ยังไงเพคะฝ่าบาท” ทงอีถวายคำนับ

“ข้าออกตรวจการลับ พอไปรอบ ๆ เมืองเสร็จก็เลยแวะมา เพราะได้ยินว่าเจ้าพักอยู่ที่นี่น่ะ”

“ขอประทานอภัยที่ออกมาโดยไม่ได้กราบทูล ทรงเป็นห่วงหรือเพคะ?”

“เป็นห่วงเจ้าเหรอ ยังจะมาถามข้าอีก ได้ยินว่าเจ้าไม่ค่อยสบายข้าเลยได้แต่ห่วง.
คิดว่าเจ้าเป็นอะไร สุดท้ายก็หนีออกไปเที่ยวจนค่ำ”

“ขอประทานอภัยเพคะ หม่อมฉันกลัวเบื่อ เลยออกไปตากลมเล่นเพคะ”

“ก็นั่นสิ เจ้ามาอยู่นอกวังแล้วนี่นา ข้าดันโง่ที่เชื่อว่าเจ้าจะเจี๋ยมเจี้ยมอยู่แต่ในบ้าน
ถึงอย่างนั้นข้าก็ขอให้เจ้าอดทนเพื่อข้าหน่อยเถอะ ในเมืองหลวงมีเรื่องอยู่
เจ้ากลับหนีออกมานอกวัง ข้าเป็นห่วงจนวางใจไม่ลงจริง ๆ แต่ว่า สีหน้าเจ้าดูไม่ดีจริงด้วย
ไม่สบายมากเลยใช่มั้ย?”
พระเจ้าซุกจงเป็นห่วงทงอีมาก

“ไม่ ไม่เพคะฝ่าบาท ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

“ไม่จริงมั้ง แม้แต่รอยยิ้มเจ้าก็หายไป ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ โอย..จริงๆ เลย
ถึงข้าจะอยากพาเจ้ากลับวังไปซะเดี๋ยวนี้ แต่ได้ยินว่าน้ำที่นี่เหมาะกับการรักษา
วันนี้ข้าจะอดทนกลับไปคนเดียว ดังนั้น ในวันที่เจ้ากลับเข้าวัง เจ้าต้องยิ้มให้สดใส
อย่างที่เจ้าเคยเป็นได้มั้ย ข้าต้องเห็นรอยยิ้มของเจ้าถึงจะมีแรง เข้าใจรึเปล่า?”

“เพคะฝ่าบาท แน่นอนเลยเพคะ พอหม่อมฉันกลับเข้าวังแล้ว
หม่อมฉันจะให้ฝ่าบาทได้เห็นรอยยิ้มสดใสทุกวันเพคะ”

***********

ขันที เข้าเฝ้ารายงานพระเจ้าซุกจงเรื่องที่พระสนมเสด็จกลับไปประทับ
อยู่กับองค์ชายที่ตำหนักโบคยอง แล้ว พระเจ้าซุกจงจึงรีบเสด็จไปหา


“ ไม่เป็นไร ไม่ต้องลุกขึ้นหรอก เฮ้อ พอกลับมาถึงวัง เจ้าก็รีบไปดูองค์ชายก่อนข้าอีก
ผิดหวังจริง ๆ หรือว่า ข้าไม่ใช่คนโปรดของเจ้าแล้ว”

“ไม่ใช่เพคะ จะเป็นไปได้ยังไงเพคะ”

“ถ้าบอกว่าเป็นไปไม่ได้ กลับถึงวังแล้วก็น่าจะมาบอกข้าก่อนสิ”

“เพราะว่า หม่อมฉันกลัวว่าจะทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับฝ่าบาทไม่ได้น่ะเพคะ”

“สัญญา?”

“ก็หม่อมฉันเคยบอกว่ากลับมาแล้วจะให้ฝ่าบาทได้เห็นรอยยิ้มสดใส แต่หม่อมฉันกลัวว่า
จะทำไม่ได้น่ะเพคะ”

“อะไร เจ้าก็เลย..ไม่คิดจะมาพบข้าเพราะเรื่องนี้เหรอ ถ้าเจ้ายังยิ้มไม่ออก
ข้าก็จะแหย่ให้เจ้ายิ้มเอง”

“ฝ่าบาท”

*****

มีต่อค่ะ...


















 

Create Date : 27 กันยายน 2554    
Last Update : 9 พฤษภาคม 2555 12:53:46 น.
Counter : 1665 Pageviews.  

1  2  

shalala in the morning
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add shalala in the morning's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.