แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว

ผู้เฒ่าสายลม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นข้าราชการคนหนึ่งในรัฐบาลไทย มีความสนใจในศาสตร์หลากหลาย สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ การลงทุน ฯลฯ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ผู้เฒ่าสายลม's blog to your web]
Links
 

 

เรื่องของสายดินและเครื่องตัดไฟรั่ว

เริ่มจากคำถามว่าสายดินคืออะไร

สายดินคือสายไฟเส้นที่มีไว้เพื่อความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้าโดยจะต่อเข้ากับวัตถุ หรือส่วนโครงภายนอกของเครื่องไฟฟ้า เพื่อให้มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เท่ากับพื้นดิน

กล่าวคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าใดที่ต่อสายดิน เมื่อมีไฟรั่วที่ส่วนโครงนอกมันจะไหลไปตามสายดิน แทนที่จะไหลผ่านตัวเรา เนื่องจากตัวเรามีความต้านทานที่สูงกว่าสายดินมาก ทำให้เราไม่ถูกไฟดูด

นอกจากนั้นการต่อสายดินยังทำให้อุปกรณ์ตัดไฟฟ้า เมื่อไฟฟ้าลัดวงจร หรือไฟดูด ไฟรั่วทำงานได้ผลดีอีกด้วย ซึ่งส่วนนี้จะอธิบายอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม สายดินจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีองค์ประกอบ คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายต่อสายดิน และ ปลั๊กแบบที่ใช้กับสายดินได้ ที่เราคุ้นเคยกันในชื่อปลั๊ก 3 ขา และเต้าเสียบ 3 รู

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุก ๆ อุปกรณ์ไฟฟ้าจะต้องมีสายดินเสมอไป เพราะเราคงเห็นว่าพัดลมไม่มีสายดิน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ไม่มีคุณภาพ

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้องมีสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมทั้งอุปกรณ์ติดตั้งทางไฟฟ้าที่มีโครง หรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ ซึ่งบุคคลมีโอกาสสัมผัสได้ต้องมีสายดิน เช่น ตู้เย็น , เตารีด , เครื่องซักผ้า , หม้อหุงข้าว , เครื่องปรับอากาศ , เตาไมโครเวฟ , กะทะไฟฟ้า , กระติกน้ำร้อน , เครื่องทำน้ำร้อนหรืออุ่น , เครื่องปิ้งขนมปัง เป็นต้น เราเรียกเครื่องใช้เหล่านี้ ว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 1

เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ไม่ต้องมีสายดิน เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมีสัญลักษณ์ หรือมีเครื่องหมาย (ควรใช้ไขควงลองไฟทดสอบ ถ้ามีสัญลักษณ์ประเภท 2 แต่ยังไม่ไฟรั่วก็แสดงว่า ผู้ผลิตนั้นผลิตไม่ได้มาตรฐานและจำเป็น ต้องมีสายดิน) ตัวอย่างของเครื่องใช้ฯ ประเภท 2 เช่น วิทยุ , โทรทัศน์ , พัดลม เป็นต้น เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้า ไม่เกิน 50 โวลต์ โดยต่อจากหม้อแปลงชนิดพิเศษที่ได้ออกแบบไว้ เพื่อความปลอดภัย เช่น เครื่องโกนหนวด , โทรศัพท์ เป็นต้น

คราวนี้เรามาดูการใช้งานสายดินที่ถูกต้องกัน เพราะเท่าที่เคย ๆ อ่านในกระทู้หลาย ๆ กระทู้ พบว่ามีความเข้าใจผิดกันอยู่บ้าง

1. จุดต่อลงดินของระบบไฟฟ้า (จุดต่อลงดินของเส้นศูนย์หรือนิวทรัล) ต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรก ของตู้เมนสวิตช์ (จะมีรูปให้ดูในเรื่องการต่อเครื่องตัดไฟรั่ว)

2. ภายในอาคารหลังเดียวกันไม่ควรมีจุดต่อลงดินมากกว่า 1 จุด ซึ่งเรื่องนี้หลาย ๆ คนอาจคิดว่ายิ่งมีมากยิ่งดี ซึ่งอาจไม่จริง เพราะระดับศักย์ของกราวด์ของสายดิน แต่ละจุดอาจมีศักย์ไม่เท่ากัน ดังนั้นการต่อสายดินหลายจุดอาจทำให้เกิดกระแสไหลวนได้ (Ground Loop Current)

3. สายดินและสายเส้นศูนย์สามารถต่อร่วมกันได้เพียงแห่งเดียวที่จุดต่อลงดิน ภายในตู้เมนสวิตช์ ห้ามต่อร่วมกันในที่อื่นๆ อีก เช่น ในแผงสวิตช์ย่อยจะต้องมีขั้วสายดินแยกจากขั้วต่อสายศูนย์ และห้ามต่อถึงกัน โดยมีฉนวนคั่นระหว่างขั้วต่อสาย เส้นศูนย์กับตัวตู้ซึ่งต่อกับขั้วต่อสายดิน (เรื่องนี้จะอธิบายเหตุผลในเรื่องของเครื่องตัดไฟเช่นเดียวกัน)

4. ตู้เมนสวิตช์ ำหรับห้องชุดของอาคารชุดและตู้แผงสวิตช์ประจำชั้นของอาคารสูงให้ถือว่าเป็นแผงสวิตช์ย่อย จึงห้ามต่อสาย เส้นศูนย์และสายดินร่วมกัน (เรื่องนี้จะอธิบายเหตุผลในเรื่องของเครื่องตัดไฟเช่นเดียวกัน)

5. ไม่ควรต่อโครงโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้าได้ดำเนินการไปแล้วให้แก้ไข โดยมีการต่อลงดินที่เมนต์สวิตช์ อย่างถูกต้องแล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์มาต่อร่วมกับสายดินที่ใช้อยู่เดิม (เรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกันมากเช่นกัน โดยเฉพาะช่างจากห้างต่าง ๆ ที่มาติดตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าชอบใช้วิธีนี้ เพราะง่ายดี สำหรับเหตุผลจะอธิบายในส่วนของเครื่องตัดไฟ)

6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรคเกอร์ชนิด 120/240 V กับระบบไฟ 220 V เพราะพิกัด IC จะลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง

7. การมีเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วด้วย จะเสริมการป้องกันให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น เช่น กรณีที่มักจะมีน้ำท่วมขังหรือกรณี สายดินขาด เป็นต้น และจุดต่อลงดินต้องอยู่ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดไฟรั่วเสมอ

8. ถ้าตู้เมนสวิตช์ไม่มีขั้วต่อสายดินและขั้วต่อสายเส้นศูนย์แยกออกจากกัน เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วจะต่อใช้ได้เฉพาะ วงจรย่อยเท่านั้นจะใช้ตัวเดียวป้องกันทั้งระบบไม่ได้

9. วงจรสายดินที่ถูกต้องในสภาวะปกติจะต้องไม่มีกระแสไฟฟ้าไหล

10. ถ้าเดินสายไฟในท่อโลหะ จะต้องเดินสายดินในท่อโลหะนั้นด้วย

11. ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้งที่เป็นโลหะควรต่อลงดิน มิฉะนั้นต้องอยู่เกินระยะที่บุคคลทั่วไปสัมผัสไม่ถึง (สูง 2.40 เมตร หรือห่าง 1.50 เมตร ในแนวราบ)

12. ขนาดและชนิดของอุปกรณ์ระบบสายดิน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานกฏการเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าของ การไฟฟ้านครหลวง

คราวนี้ก็มาดูว่าจะต่อสายดินให้ลงดินได้อย่างไร

การต่อสายดินที่ถูกต้อง จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่การไฟฟ้านครหลวงกำหนด โดยมีการต่อลงดินเพียงตำแหน่งเดียวที่ตู้เมนสวิตช์ เช่น ใช้สายทองแดงขนาดไม่ต่ำกว่า 10 ตารางมิลลิเมตร ต่อจากขั้วสายดินที่ตู้เมนสวิตช์แล้วต่อเชื่อมด้วยวิธีหลอมละลายกับแท่งทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม. ยาว 2.40 เมตร ที่ฝังลึกจมลงไปในดิน เป็นต้น

อ้อ มีอีกเรื่องที่ลืมบอกไป คือ เรื่องปลั๊กที่ใช้กับสายดินได้ ไม่ได้มีเฉพาะที่มี 3 ขาเท่านั้น เพราะมีปลั๊กแบบที่ใช้กันในยุโรปที่เป็นขากลม แต่มีแถบโลหะด้านข้าง นั้นก็เป็นสายดินเช่นกัน ซึ่งจะต้องใช้เต้ารับแบบที่เป็นหลุม ที่มีแถบสัมผัสกับสายดินด้านข้างนี้พอดี ซึ่งเต้ารับแบบนี้มีราคาแพง และไม่เป็นที่นิยมในบ้านเรา

คราวนี้มาดูเรื่องของเครื่องตัดไฟรั่วกันบ้าง

เครื่องตัดไฟรั่วหรือที่รู้จักกันว่า "เครื่องกันไฟดูด" นั้น คือเครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติที่ทำหน้าที่ตัดไฟเมื่อมีกระแสไฟฟ้าบางส่วนรั่วหายไปคือไมไหลกลับไปตามสายไฟฟ้า แต่มีไฟรั่วลงไปในดินโดยผ่านร่างกายมนุษย์ หรือผ่านฉนวนของอุปกรณ์ไฟฟ้า

ประโยชน์ของเครื่องตัดไฟรั่ว คือ ป้องกันอันตรายจากไฟดูด (ตัดไฟรั่วที่ไหลผ่านร่างกาย) และป้องกันอัคคีภัย

เครื่องตัดไฟรั่วมีหลายแบบ และมีชื่อเรียกหลายชื่อด้วยกันแต่ก็จะมีหลักการทำงานที่คล้ายกัน เครื่องตัดไฟรั่ว
อาจมีชื่อเรียกต่างกันเช่น เครื่องตัดไฟเมื่อมีกระแสรั่วลงดิน , Earth Leakage Circuit Breaker (ELCB), Ground Fault Circuit Interrupter (GFCI) และ Residual Current Device (RCD)

เครื่องตัดไฟรั่ว จะทำงานโดยอาศัยหลักการกระแสไหลเข้ากับกระแสไหลออกต้องมีค่าเท่ากัน ซึ่งเป็นสภาพการใช้งานปกติ (กระแสไฟในเส้น L และ N มีค่าเท่ากัน) ในสภาพเช่นนี้สนามแม่เหล็กในแกนเหล็กจะมีค่าเป็นศูนย์ ซึ่งจะไม่มีสัญญาณในวงจรขยาย เมื่อเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน หรือ ไฟดูด คนกระแสส่วนหนึ่งจะไหลผ่านคนและกลับไปทางพื้นดินหรือสายดินแล้วแต่กรณี เป็นผลให้ กระแสที่ไหลผ่านเครื่องตัดไฟรั่วทั้ง 2 เส้น มีค่าไม่เท่ากัน จะทำให้มีสนามแม่เหล็กในแกนเหล็ก วงจรขยายจะจับสัญญาณได้ และจะขยายสัญญาณให้สูงพอที่จะทำให้ทริปคอยล์มีแรงดูดให้เครื่องปลดวงจรทำการปลดวงจรได้ เครื่องตัดไฟรั่วก็จะทำงานปลดวงจรทันที ค่ากระแสที่เครื่องตัดไฟรั่วทำงานนี้สามารถปรับตั้งได้ ปกติจะอยู่ที่ค่าประมาณ 5 ถึง 30 มิลลิแอมแปร์ ข้อสำคัญในการใช้งานเครื่องตัดไฟรั่ว ต้องติดตั้งให้ถูกต้องด้วย เพราะอาจอาจจะมีผลเสียมากกว่าไม่ติดตั้งเสียเลยอีก เนื่องจากการติดตั้งที่ไม่ถูกต้อง เครื่องจะไม่ทำงานปลดวงจรเมื่อมีไฟดูดคน แต่คนที่ติดตั้งคิดว่าเครื่องยังทำงานได้ตามปกติทำให้ความระมัดระวังลดลง




 

Create Date : 01 เมษายน 2548    
Last Update : 1 เมษายน 2548 22:33:36 น.
Counter : 617 Pageviews.  

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.