แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนแล้ว

ผู้เฒ่าสายลม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นข้าราชการคนหนึ่งในรัฐบาลไทย มีความสนใจในศาสตร์หลากหลาย สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ การลงทุน ฯลฯ
Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ผู้เฒ่าสายลม's blog to your web]
Links
 

 
จองรถ

พอตกลงใจได้ว่าจะซื้อ Jazz สิ่งแรกที่ทำ คือ ไปโชว์รูมใกล้ ๆ บ้าน ค่อนข้างใกล้มาก เยื้อง ๆ ซอยบ้านเท่านั้น ไปแบบไม่รู้เรื่องอะไรเลย แต่ตอนนั้นบอกเซลล์ว่าสนใจ City กับ Jazz จะได้รู้สึกว่ายังไม่ได้ตัดสินใจ ก็ได้รับโบชัวร์ และ พาไปทดลองขับ ซึ่งการทดลองขับเนี่ย บอกตามตรงว่า มันไม่ได้ช่วยอะไรขึ้นมาเท่าไร เพราะความที่เราไม่เคยขับรถอื่นเลยนอกจาก Sunny แถมเวลาขับก็ต้องระวังมาก ด้วยความไม่คุ้นกับรถ โดยเฉพาะรถสมัยใหม่ เพราะ Sunny ของผม เวลาขับจะเห็นหน้ารถ ท้ายรถชัดเจน แต่สำหรับ Jazz แล้ว ไม่เห็นอะไรเลยครับ เลยไม่รู้ว่าหน้ารถหรือท้ายรถมันอยู่แถว ๆ ไหน

ความรู้สึกที่ได้ คือ รู้สึกว่าช่วงล่างแน่น แต่แข็งไปหน่อย เมื่อเทียบกับ Sunny ที่ช่วงล่างนิ่มกว่าพอสมควร และรู้สึกว่า เบรกจะไวมาก และ คันเร่งก็ไวมาก สำหรับพวงมาลัยก็เบาจริง ๆ สำหรับคนที่คุ้นกับรถสมัยก่อนที่พวงมาลัยหนัก จะรู้สึกว่าขับไปแบบแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้ครับ

สำหรับ City ไม่ได้ขับ เพราะเซลล์บอกว่ารถไม่อยู่ เอาไปติดเบาะหนัง

กลับมาที่โชว์รูม เซลล์ก็ถามว่าต้องการของแถมอะไรบ้าง ผมก็บอกว่าไม่รู้ เพราะอย่างที่บอกว่าไม่ได้หาข้อมูลอะไรมาเลย กะว่าจะมาเดิน ๆ ดูก่อน เซลล์ก็จัดของแถมให้ มีเบาะหนัง ฟิลม์กรองแสง กรอบป้าย สปอยเลอร์หลัง ชายบันได กันสาดประตู ยางปูพื้น เซ็นเซอร์ถอย 2 จุด บัตรน้ำมัน 200 บาท ตอนแรกก็คิดว่าเขาแถมกันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ก็กลับมาบ้าน

คราวนี้หาข้อมูลกันใหญ่ โทรไปถาม อย่างแรก มีคนบอกว่าอย่าเอาเบาะหนัง เพราะมันร้อน และเวลานั่งมันจะลื่น จากนั้นไปไปค้นทางอินเตอร์เน็ตถึงได้เข้าใจว่าที่ว่าแถมเยอะ จริงๆ แล้วไม่เยอะเลย คราวนี้ก็ลองค้นหาข้อมูลดูว่าคนที่ซื้อ Jazz หรือ City เขาได้ของแถมอะไรกันบ้าง เราก็เอามาประมาณเป็นจำนวนเงิน โดยเทียบจากราคาของ Modulo ซึ่งจริงๆ แล้วของที่เขาแถมไม่ใช้ของ Modulo แต่เป็นของเลียนแบบ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทาง Honda เขาจะผลิตมาทำไม ในเมื่อไม่มีใครซื้อ ขนาดศูนย์ของตัวเองยังไม่ซื้อเลย พอสรุปเป็นจำนวนเงินได้เลยคราวนี้ก็โทรไปต่อรอง ก็บอกว่าไม่เอาเบาะหนัง กับ ฟิลม์ แต่ขอเปลี่ยนเป็นประกันชั้น 1 แทน

ในเรื่องของแถมนี้ หลังจากที่ตอนนี้ได้รถมาแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่า ถ้าเป็นไปได้อย่าเลือกของแถม เพราะคุณภาพมันจะไม่ดีเลยครับ ให้เลือกของที่ไม่มีของเลียนแบบ เช่น ประกันชั้น 1 จะดีกว่า ถึงตรงนี้ก็คิดถูกที่ไม่เอาเบาะหนัง เพราะไม่รู้ว่าจะได้ของคุณภาพแบบไหนมา หลังจากที่เราต่อรอง เซลล์ก็หายไปชั่วโมงนึง ก็โทรมาใหม่ บอกว่าตกลงเรื่องประกันชั้น 1 คราวนี้ก็เป็นการต่อรองกันว่าเป็นประกันของที่ไหน ซึ่งตอนแรกเขาบอกประกันบริษัทอะไรสักอย่างที่ไม่ค่อยได้ยินชื่อ เราก็บอกว่าเป็นของวิริยะได้ไหม เซลล์ก็บอกว่าของวิริยะแพง เราก็ถามว่าแพงกว่าเท่าไร เขาก็บอกไม่ทราบ เราก็บอกให้ไปถามมา เขาก็หายไปอีกพักหนึ่ง ก็โทรมาใหม่ บอกว่า “ถูกอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะพี่” คือ วิริยะเป็น บริษัทประกันชั้นนำ ชื่อเสียงดี เซลล์ก็นึกว่าจะแพงเหมือนกับพวกแอกซ่า แต่ปรากฏว่าราคาอยู่ที่สองหมื่นต้น ๆ เท่านั้น นี่เป็นบทเรียนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่าอย่าไปเชื่อเซลล์มาก เซลล์ไม่ได้รู้ทุกอย่าง เซลล์บอกว่าเขามีงบให้แค่ 18,000 เราก็บอกว่าจะจ่ายส่วนที่เพิ่มให้เอง

สรุปของแถมที่ได้ คือ ประกันชั้น 1 วิริยะ (เพิ่มเงินประมาณ 2,000) คิ้วกันสาด พวงกุญแจ กรอบป้าย ผ้ายาง บัตรน้ำมัน 200 สปอยเลอร์หลัง เซ็นเซอร์ถอย 2 จุด และ กระบะด้านหลัง จริง ๆ แล้ว ผบ.ทบ. ยังไม่ค่อยพอใจเท่าไร จะต่อรองเซลล์อีก หรือไปหาที่ศูนย์อื่นๆ แต่เราคิดว่านี่ก็ได้พอประมาณแล้ว แม้จะไม่ได้มากที่สุดที่มีคนขอได้ แต่ก็ไม่ถือว่าน้อย และคิดว่าเหลือไว้ให้เซลล์ได้กำไรบ้าง ก็เลยตกลงจองไป 10,000

สำหรับเรื่องต่อมาที่ต้องตัดสินใจ คือ “สี” เดิมคิดว่าจะเอาสีฟ้า ซึ่งสวยมากเลยครับ บอกตรง ๆ ว่าอยากขับมาก แต่ด้วยอายุอานามที่ปาเข้าไป 40 กว่าแล้ว และหน้าที่การงานที่อยู่ในระดับกลาง ๆ จะกล้าขับรถสีฟ้าเหรอ ก็ถามตัวเองอยู่นาน มันกึ่งกล้ากึ่งไม่กล้า บอกไม่ถูก ก็ยังตัดสินใจไม่ลง ระหว่างสีฟ้าซึ่งสวยมาก เป็นเป้าสายตา กับสีเงินที่เรียบ ๆ ไม่สะดุดตา จนเซลล์แนะนำว่ารถสีเงินจะขายต่อได้ราคากว่า ซี่งจริง ๆ แล้วเราก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่ แต่มันก็ทำให้น้ำหนักข้างสีเงินมันเอียงลงมาได้อย่างประหลาด ก็เลยตกลงใจจองสีเงินไป ซึ่งมาถึงตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือไม่ แต่ก็ ช่างมันเถอะ ซื้อมาแล้ว

คราวนี้ก็เป็นเรื่องของกำหนดรับรถ ตอนแรกก่อนจะจอง ทำเป็นพูดดีว่าจะเช็คที่อื่น ๆ ให้ถ้ามีรถก็ไม่นาน เราก็นึกว่าช่วงนี้ยอดขายน่าจะตก เพราะตอนไปจองก็ประมาณกลางเดือนมกราคม ซึ่งมีข่าวรถยนต์ขาดทุนกันมาก น่าจะได้รถไม่นาน แต่พอจองเสร็จเรียบร้อย บอกว่าปลายเดือนเมษายน โอ้ แม่เจ้า ต้องรอกัน 3 เดือนเลยเหรอเนี่ย ถ้าเป็นช่วงที่ออกใหม่ จะไม่แปลกใจเลย แต่ตอนนี้เศรษฐกิจแบบนี้เนี่ยนะ รอ 3 เดือน เล่นเอาอารมณ์ดาวน์กันไปเยอะเลยครับ

ก็กลับบ้าน ทำใจให้สบาย ค่อย ๆ คิดว่าได้รถมาแล้วจะทำอะไรบ้าง หาข้อมูลไปเรื่อย ๆ แต่พอวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อยู่ ๆ เซลล์ก็โทรมา แล้วถามว่า “สะดวกรับรถวันไหน” ถามได้จู่โจมมากเลย ทำเอาตั้งตัวปรับสติกันแทบไม่ทัน อันที่จริงก็แอบหวังไว้เล็ก ๆ ว่าจะมีคนทิ้งจอง และ เซลล์จะให้เราพอดี แต่ก็ไม่นึกว่าจะเร็วขนาดนี้ แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ คือ มีคนทิ้งจอง เซลล์บอกว่าขอเวลา 3 วัน จัดการกับของแถมทั้งหลาย ก็ตกลงกันว่าจะไปรับรถวันที่ 7



Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 9 กุมภาพันธ์ 2552 8:41:02 น. 1 comments
Counter : 216 Pageviews.

 
แภม สปอยเลอร์ ด้วย ว้าวๆ


โดย: hanamaka วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:17:15:55 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.