|
|
|
ING Thai Golden STARS Linked Fund
กองทุนเปิด ไอเอ็นจี ไทย โกลเด้น สตาร์ ลิ้งค์ ING Thai Golden STARS Linked Fund
IPO : 12-22 พฤศจิกายน 2007 ประเภทกองทุน : เป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ชำระเงินต้นคืนทั้งหมดเมื่อครบกำหนดอายุตราสาร (Structure Note) ทั้งนี้ตราสารดังกล่าวจะออกโดยสถาบันการเงินที่มี Credit Rating ไม่ต่ำกว่า AA- ขึ้นไป
สินทรัพย์อ้างอิงสำหรับ Structure Note : ผลตอบแทนของกองทุนนี้ จะอ้างอิงกับดัชนี 2 ตัว ได้แก่ Citigroup S&P Global STARS TR Index และดัชนีราคาทองคำ London Gold Market Fixing Ltd PM Fix ในสัดส่วน 50:50
อายุโครงการ : เป็นกองทุนปิด ห้ามไถ่ถอนก่อนครบกำหนด 2 ปี 10 เดือน นโยบายจ่ายปันผล : --ไม่มี-- ค่าธรรมเนียมซื้อขาย : --ไม่มี-- มูลค่าการซื้อขั้นต่ำ : 50,000 บาท
ทำไมต้องอ้างอิงกับราคาทองคำ? - ทองคำเป็นแหล่งเงินเก็บสำรองในยามฉุกเฉินที่รักษามูลค่าได้ดีกว่าเงินฝากธนาคาร - สามารถ Hedge ความเสี่ยงกับความผันผวนของตลาดหุ้นได้ หากตลาดหุ้นมีปัจจัยลบมากระทบ จะทำให้ราคาทองคำสูงขึ้น - มีทิศทางเดียวกันกับทิศทางอัตราเงินเฟ้อ และ ราคาน้ำมัน - มี Demand เพิ่มขึ้นจากตลาด Emerging Market ในขณะที่ Supply ของทองคำไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน ทำให้ ราคาทองคำในระยะยาว มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศ Emerging Market อย่าง จีน หรือ อินเดีย เป็นต้น
ดัชนี Citigroup S&P Global STARS TR Index - เป็นดัชนีที่จัดทำโดย S&P และ CitiGroup ร่วมกันจัดทำโดยใช้กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ของ S&P ผ่านระบบที่ชื่อว่า STock Appreciation Ranking System (STARS) โดยจะคัดเลือกหุ้นทั่งหมด 1,900 ตัว ให้เหลือแค่ 25 ตัว ที่ดีที่สุดในโลก โดยมีเงื่อนไขดังนี้ - ต้องผ่านเกณฑ์ ผลการดำเนินงาน และปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง - กระจายการลงทุนในทุกภูมิภาคทั่วโลก - กระจายการลงทุนในทุกๆอุตสาหกรรม - มีสภาพคล่องในตลาดรอง - Rebalance ทุกๆ 6 เดือน
รายชื่อบริษัทที่ดัชนีนี้เลือกลงทุน
Portfolio Breakdown

ความสัมพันธ์ของ Citigroup S&P Global STARS TR Index กับ ราคาทองคำ

เสนอขายแบบ Exclusive เฉพาะที่ Citibank เท่านั้น สนใจลงทุนติดต่อได้ที่นี่
ปล. สำหรับผู้ที่สนใจขอรับข้อมุลรายละเอียดเพิ่ม หรือ Presentation ในรูป Soft File สามารถส่ง E-mail มาขอรับได้ที่หน้า สอบถามข้อมุลเพิ่มเติมครับ
| Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550 |
| Last Update : 13 พฤศจิกายน 2550 23:42:41 น. |
| |
|
|
|
|
Manulife Emerging Eastern Europe Fund Class A
MS-EE EURO FIF
ทุนจดทะเบียน : 1,700 ล้านบาท
นโยบายการลงทุน : เป็น Feeder Fund ลงทุนผ่านบลจ. Charlemagne Capital ซึ่งจัดตั้งกองทุนแม่ชื่อ Manulife Emerging Eastern Europe Fund Class A จดทะเบียนที่ Luxemberg เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศ Emerging Eastern Europe เพียงตลาดเดียว
นโยบายปันผล : ไม่มี
IPO : ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 19 ตุลาคม 2550
ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย : Front End 2.0% (และ 1.5% หากลงทุนช่วง IPO) Back End ลงไม่เกิน 2 ปี คิด 0.5% เกิน 2 ปี ไม่คิด Back End
เงินลงทุนขั้นต่ำ : ครั้งแรก 50,000 บาท ครั้งต่อไป 10,000 บาท
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนหลัก

รางวัลที่กองทุนได้รับ

สนใจลงทุนติดต่อ
------------------------ โชคดีในการลงทุนครับ
| Create Date : 13 ตุลาคม 2550 |
| Last Update : 13 ตุลาคม 2550 10:49:44 น. |
| |
|
|
|
|
กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เอเชีย
UOB Smart Asia : UOBSA
เปิดเสนอขายครั้งแรก : 2-12 กรกฎาคม 2550 เปิดเสนอขายอีกครั้ง : 1 สิงหาคม 2550
นโยบายการลงทุน : กองทุน UOBSA จะนำเงินออกไปลงทุนในกองทุนหลักที่ประเทศสิงค์โปร์ โดยที่กองทุนหลัก (Master Fund) เน้นลงทุนระยะยาวในหุ้นที่จดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ยกเว้นประเทศณี่ปุ่น (เป็น Feeder Fund)
มูลค่าโครงการ : 1,700 ล้านบาท
การสั่งซื้อหน่วยลงทุน : ทุกวันทำการ การสั่งขายคืนหน่วยลงทุน : ทุกวันที่ 15 และวันทำการสุดท้ายของเดือน โดยผู้นักลงทุนจะต้องแจ้งความจำนงล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการ
นโยบายจ่ายเงินปันผล -- ไม่มี --
มูลค่าการซื้อขายหน่วยลงทุนขั้นต่ำ 10,000 บาท
วันที่ได้รับเงินค่าขายคืน T+5 หรือ 5 วันทำการ นับจากวันขาย
ค่าธรรมเนียมการขาย - ในช่วง IPO 1.0% หลัง IPO 1.5% ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน -- ไม่มี --
ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุน ค่าธรรมเนียมการจัดการ ไม่เกิน 1.5%ต่อปี ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ ไม่เกิน 0.058%ต่อปี ค่าธรรมเนียมนายทะเบียน ไม่เกิน 0.12%ต่อปี
กองทุนหลัก (Master Fund) คือใคร? กองทุนหลักชื่อว่า UOB United Asia บริหารโดย บลจ.ยูโอบี (สิงค์โปร์) มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นแทบ Far East Asia ไม่รวมณี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นทำให้ตอบแทนให้ชนะ Benchmark ซึ่งได้แก่ MSCI All Country Far East ex Japan
ผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ผ่านมา

กองทุน UOBSA เหมาะสำหรับใคร?
- เหมาะสำหรับผู้ที่คาดหวังผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนในหุ้นภูมิภาคเอเชีย
- ต้องการกระจายความเสี่ยงโดยไปลงทุนในตราสารทุนที่ต่างประเทศ
- ยอมรับความเสี่ยง และความผันผวนของหุ้นได้สูง
พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก

สนใจลงทุน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
------------------------ โชคดีในการลงทุนครับ
| Create Date : 21 มิถุนายน 2550 |
| Last Update : 21 มิถุนายน 2550 17:06:47 น. |
| |
|
|
|
|
UOB Select Fin4Cast/2 Capital Protection Fund
กองทุนเปิดคุ้มครองเงินต้น ยูโอบี ซีเล็ค ฟินโฟคาส/2
นโยบายการลงทุน - ส่วนที่ 1 คุ้มครองเงินต้น 100% จากการลงทุนตลอดอายุกองทุน 3 ปี โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง ซึ่งออกโดยธนาคารพาณิชย์ที่มีความมั่นคงสูง เพื่อคุ้มครองเงินต้นทั้ง 100% - ส่วนที่ 2 ลงทุนเพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น โดยผลตอบแทนที่ได้รับจะอ้างอิงกับดัชนี Fin4Cast ที่ทำให้กองทุนสามารถสร้างโอกาสกำไรจากการลงทุนได้สูงขึ้น
มูลค่ากองทุน - 5,000 ล้านบาท
การจ่ายผลตอบแทน - กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติเพื่อคืนเงินลงทุน และผลตอบแทนทั้งหมดก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ 5 วัน
Fin4Cast คืออะไร? - ดัชนีที่สร้างขึ้นโดยบริษัท ซีเมนต์ (บริษัทผู้นำทางด้านวิศกรรมไฟฟ้า และอิเล็คโทรนิค) - โดยจุดประสงค์ของดัชนี คือ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว และเน้นการทำให้ผลตอบแทนเป็นบวก - กลุ่มหลักทรัพย์ที่ใช้ในการสร้างดัชนีคือ สัญญาฟิวเจอร์ ของดัชนีหุ้น ดัชนีตราสารหนี้ และอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งสถานะซื้อและสถานะขาย - มีการเผยแพร่ดัชนีอย่างต่อเนื่องทุกวันผ่านหน้าจอ Bloomberg
ทำไมต้องบริษัท ซีเมนต์? - บริษัท ซีเมนต์ มีพนักงานผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดทำแบบจำลองในการหาราคาฟิวเจอร์ของดัชนีทางการเงินต่างๆ จากการประยุกต์มาจากเทคนิคการทำแบบจำลองการพยากรณ์ที่ใช้ในงานด้านวิศวกรรมไฟฟ้า - ดัชนี Fin4Cast Global Macro Diversified ex Commodities Index มีความแม่นยำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นบวกมาทุก ตั้งแต่ปี 2000 ถึง 2006 โดยผลตอบแทนอยู่ที่ 150.71% หรือคิดเป็น 21.32%ต่อปี
ผลตอบแทนประมาณการณ์- 3 ปี อยู่ที่ 22.02% หรือคิดเป็น 7.34%ต่อปี
เสนอขาย IPO - ตั้งแต่วันที่ 15-19 มกราคม 2550
---------------------- สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-659-8000 ต่อ 8215 หรือ mutualfund.lover@bloggang.com
| Create Date : 02 มกราคม 2550 |
| Last Update : 2 มกราคม 2550 6:04:33 น. |
| |
|
|
|
|
The Richest Man in Babylon นิยายปรัมปราแห่งเมืองบาบิโลน (จบ)
คอลัมน์ ผ่ามันสมองของปราชญ์ โดย นภาพร ลิมป์ปิยากร ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 30 ฉบับที่ 3835 (3035)
สำาหรับประเด็นเกี่ยวกับการเตรียมตัวเพื่อรับความโชคดี อักราไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงในหอแห่งการเรียนรู้เพื่อถกกันว่า ควรจะทำอย่างไรเมื่อโชคดีมาถึงตัว อักรา กล่าวอย่างแข็งขันว่า เขาไม่เคยเห็นใครร่ำรวยจากการเล่นการพนัน เขาเชื่อว่าเทพเจ้าแห่งความโชคดีจะไม่อยู่ในแหล่งการพนันอย่างแน่นอน แต่จะให้ความช่วยเหลือกับคนที่มีความจำเป็นจริงๆ หรือให้รางวัลเฉพาะกับคนที่สมควรได้รับ เช่น ชาวนาหรือพ่อค้าซึ่งสมควรจะได้รับกำไรจากความพยายามในการทำงาน
อักราเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อเขายังเยาว์ให้เพื่อนๆ ฟังว่า พ่อของเขาได้ชักชวนเขาให้เข้าหุ้นกับลูกเพื่อน เพื่อซื้อที่ดินมาทำจัดสรรโดยใช้เงินเพียงหนึ่งในสิบของรายได้ แต่แทนที่เขาจะเชื่อพ่อนำเงินไปลงทุนตามคำแนะนำ เขากลับนำเงินนั้นไปจับจ่ายใช้สอยและซื้อเสื้อผ้าให้ภรรยาจนหมดสิ้น ผลปรากฏว่าที่ดินแปลงนั้น ทำกำไรอย่างงดงามให้กับผู้เข้าหุ้นทั้งหมด เขาจึงพลาดโอกาสที่จะเริ่มต้นสร้างความร่ำรวยให้กับตัวเอง
หลังจากนั้นอักราจึงเปิดโอกาสให้ผู้มาร่วมชุมนุมได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตัวเอง ชายคนหนึ่งซึ่งมีอาชีพขายสัตว์เล่าว่า ครั้งหนึ่งหลังจากที่เขาเดินทางออกจากเมืองไปนานกว่าสิบวัน เพื่อหาซื้อแกะ ในวันที่เขาจะกลับเข้าเมืองประตูเมืองปิด เขาจึงกลับเข้าเมืองไม่ได้ทำให้เขาพบพ่อค้าขายแกะอีกคนหนึ่ง ซึ่งรีบร้อนจะขายฝูงแกะทั้ง 900 ตัวให้ในราคาถูก เพราะต้องการนำเงินไปรักษาภรรยาที่เจ็บป่วย แต่เขารั้งรอเพราะขณะนั้นเป็นเวลากลางคืน ซึ่งมืดเกินกว่าจะนับจำนวนแกะได้ เมื่อใกล้รุ่งมีพ่อค้าอื่นเดินทางออกมาจากเมือง จึงได้ต่อรองซื้อฝูงแกะนั้นไปในราคาที่แพงกว่าที่เขาควรจะได้เสียอีก และยังสามารถนำไปขายต่อจนทำกำไรได้อย่างงาม
ก่อนจากกันในวันนั้น อักราสรุปว่า วิธีการเริ่มต้นสร้างความร่ำรวยนั้นเหมือนกันทุกคน โดยจะต้องเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ก่อนเสมอ จากการเป็นคนขายแรงงานซึ่งมีรายได้เป็นค่าแรง แล้วนำเงินที่เก็บหอมรอมริบมาลงทุนจนกระทั่งมีรายได้ จากดอกเบี้ยจากเงินสะสม ส่วนการดึงดูดโชคเข้าหาตัวเองหมายถึงการรู้จักฉกฉวยโอกาส เพราะคนโชคดี คือคนที่ลงมือกระทำเท่านั้น โอกาสไม่เคยรอใคร ผู้อยากร่ำรวยต้องไม่ผัดวันประกันพรุ่ง
ในด้านประเด็นเกี่ยวกับกฎสำคัญที่มักเรียกกันว่า "กฎทอง" (golden rules) นั้น ผู้เขียนนำสิ่งที่เขียนมารวมกัน แล้วแยกพิจารณาเป็น 5 ข้อด้วยกันคือ 1)ออมเงินหนึ่งในสิบของรายได้ 2)ใช้เงินทำงานให้ด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาด 3)ลงทุนตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ 4)ไม่ลงทุนในสิ่งที่ไม่รู้จักหรือคุ้นเคย และ 5)ไม่ลงทุนในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และไม่พยายามหาวิธีที่จะได้เงินอย่างรวดเร็วเพราะจะมีโอกาสสูญเงินอย่างรวดเร็วเช่นกัน
สำหรับประเด็นเกี่ยวกับหลักในการให้กู้ยืมเงิน ตัวละครเป็นคนทำหลาวซึ่งเพิ่งได้รับรางวัลจากกษัตริย์เป็นเงินถึง 50 เหรียญทองแล้วไปขอปรึกษาจากนักค้าเงินว่าเขาควรจะทำอย่างไรกับเงินที่ได้มา และเขาควรจะให้สามีของน้องสาวยืมเงินหรือไม่ นักค้าเงินกล่าวว่า เงินนั้นนอกจากจะเปลี่ยนฐานะของผู้รับแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งความรู้สึกถึงการมีอำนาจและความสามารถที่จะทำอะไรก็ได้อีกด้วย ในขณะเดียวกันมันยังอาจนำความทุกข์จากความรู้สึกกลัวการสูญเสียและนำความยุ่งยากมาให้ นักค้าเงินได้เล่านิทานเรื่องหนึ่งให้คนทำหลาวฟังว่า วันหนึ่งขณะที่วัวกำลังรู้สึกอ่อนเพลียและเบื่อหน่ายกับการทำงาน มันจึงรำพึงรำพันให้ลาฟัง ลาจึงแนะนำวัวว่าในวันรุ่งขึ้นหากเจ้านายมาเรียกให้วัวไปทำงาน ให้วัวแกล้งทำเป็นป่วยเสีย ผลก็คือเจ้านายนำลาไปใช้งานแทนวัว ตกเย็นลาเหนื่อยมากจึงกลับมาเล่าให้วัวฟังว่า มันได้ยินเจ้านายบ่นว่า หากพรุ่งนี้วัวยังแกล้งป่วยอีกเจ้านายจะส่งวัวไปโรงฆ่าสัตว์ นักค้าเงินสรุปจากนิทานเรื่องนี้ว่า จงให้ความช่วยเหลือคนอื่นให้มากที่สุด แต่อย่าช่วยจนเขาต้องกลายมาเป็นภาระของตัวเอง
หลังจากนั้นคนทำหลาวสอบถามถึงหลักในการพิจารณาการปล่อยกู้ของนักค้าเงิน นักค้าเงินกล่าวว่า เขาแบ่งคนที่มาขอกู้เป็น 3 กลุ่ม คือ 1)คนที่ต้องมีหลักประกันเท่านั้น เขาจึงจะให้กู้ และหลักประกันต้องมากพอหรือมากกว่าเงินที่ขอกู้ เพราะเขาเห็นว่าคนกลุ่มนี้อาจนำเงินไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้องทำให้มีโอกาสสูญเสียเงินมากกว่าที่จะได้เงินคืน 2)คนทำงานที่เขาคิดว่ามีความสามารถมากพอที่จะจ่ายเงินคืน คนเหล่านี้มักนำเงินที่กู้ไปลงทุนที่เขาพิจารณาแล้วว่า มีโอกาสทำกำไร และ 3)คนประเภทที่ต้องมีคนที่ไว้ใจได้ค้ำประกันการกู้หรือเป็นนายประกันให้ กลุ่มนี้ไม่ต่างจากกลุ่มแรกมากนัก ซ้ำร้ายไม่มีแม้แต่สินทรัพย์ที่จะค้ำประกันจึงต้องมีคนที่เขาไว้ใจได้ค้ำประกันเขาจึงจะให้กู้
ประเด็นสุดท้ายได้แก่การวางแผนเพื่อความสำเร็จ ประเด็นนี้มีตัวละครชื่อดาบาเซอร์ คนขายอูฐ ซึ่งเล่าเรื่องอันน่าขมขื่นของตัวเอง ให้ลูกหนี้ฟัง เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อครั้งยังเยาว์ ดาบาเซอร์ก็ประพฤติตัวเช่นลูกหนี้ในขณะนั้น นั่นคือ ใช้จ่ายเงินเกินตัวจนเป็นหนี้ ภรรยาจึงหนีกลับไปอยู่กับพ่อแม่ เขาต้องหนีเจ้าหนี้ออกจากเมืองไปเป็นโจร เมื่อเขาถูกจับได้ก็ถูกขายไปเป็นทาสในประเทศซีเรีย ด้วยความโชคดีที่เขามีความสามารถในการดูแลและใช้งานอูฐ ภรรยาของเจ้านายจึงยกหน้าที่คนขี่อูฐประจำตัวให้เขา นางได้สอนบทเรียนอันมีค่าแก่เขาคือ ไม่มีใครได้รับการยอมรับนับถือหรือแม้แต่นับถือตัวเองได้หากไม่สามารถชำระหนี้ การใช้หนี้เป็นการพิสูจน์ว่า เราเป็นคนที่น่าเชื่อถือ และเป็นที่พึ่งของครอบครัวรวมทั้งเป็นลูกที่พ่อแม่ภาคภูมิใจ นางจึงได้หยิบยื่นโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้แก่เขา โดยเปิดโอกาสให้เขาหลุดพ้นจากความเป็นทาส เขาจึงกลับมาที่เมืองบาบิโลน และเริ่มวางแผนและปฏิบัติตามความตั้งใจของตัวเองเพื่อให้พ้นจากความเป็นหนี้
เขาเริ่มต้นด้วยการทำตามกฎการจ่ายให้ตัวเองก่อนโดยเริ่มเก็บเงินหนึ่งในสิบของรายได้เพื่อการออม ใช้เงินเพียงเจ็ดในสิบของรายได้เพื่อความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าแต่ละเดือนเขาจะมีเงินมากหรือน้อยก็ตาม และสุดท้ายเขาใช้เงินสองในสิบชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ทั้งหลาย เขาใช้ทั้งความอดทนและวินัยในตัวเอง การวางแผนอย่างดีและการดำเนินตามแผนอย่างเข้มงวดทำให้ตัวเองพ้นจากความเป็นหนี้ภายในเวลาไม่กี่ปี และยังสามารถใช้กฎนี้สร้างความร่ำรวยต่อมาจนมีเงินมากมาย
ข้อสังเกต - หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายและมีข้อคิดที่ไม่น่าจะยากสำหรับการนำไปปฏิบัติ อาจกล่าวได้ว่า มันเป็นต้นตำรับของหนังสือจำพวกแนะนำ การสร้างความร่ำรวย ซึ่งวางขายอยู่ในตลาดอย่างดาษดื่น อยู่ในขณะนี้ ผู้ได้อ่านหนังสือเรื่อง Rich Dad, Poor Dad ของ Robert T. Kiyosaki และ Sharon L. Lechter ซึ่งขายดีสุดๆ มาเป็นเวลานานและก่อให้เกิดหนังสือแนวสร้างความร่ำรวยอีกหลายชุดตามมา อาจจำได้ว่า ผู้เขียนยกย่องแนวคิดใน The Richest Man in Babylon มาก โดยเฉพาะเรื่องการจ่ายเงินให้แก่ตัวเองก่อนการใช้จ่ายอย่างอื่น หนังสือเล่มนี้จึงเหมาะกับทุกคนไม่เฉพาะแต่กับนักวางแผนทางการเงินเท่านั้น
| Create Date : 15 พฤศจิกายน 2549 |
| Last Update : 15 พฤศจิกายน 2549 8:31:41 น. |
| |
|
|
|
| |
|
|