4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
ตำนานรักลาวดวงเดือน



พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ กรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม. 


"ลาวดวงเดือน..บทเพลงเศร้าแห่งรักของเจ้าฟ้ากรุงรัตนโกสินทร์และเจ้าหญิงฝ่ายเหนือ" 

...คราใดสายลมเหนือพัดมาจากเชียงใหม่ พระองค์ชายก็รันทดหัวใจแทบแหลกสลาย ปลิวไปกับสายลม......

ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม พี่นี้รักเจ้าหนอขวัญตาเรียม
จะหาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
จะหาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย
หอมกลิ่นเกสรเกสรดอกไม้
หอมกลิ่นคล้ายคล้ายเจ้าสูของเรียมเอย
หอมกลิ่นกรุ่นครันหอมนั้นยังบ่เลย
เนื้อหอมทรามเชยเอยเราละเหนอ....
โอ้ละหนอ ดวงเดือนเอย...

ที่มาของเพลงนี้น่าประทับใจก็เพราะว่า มันเป็นเรื่องราวของความรักที่ไม่สมหวังของเจ้าชายพระองค์หนึ่งพระนามว่า....

"พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ "พระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและเจ้าจอมมารดามรกฎหลานตาของพระยามหินทรศักดิ์ธำรง (เพ็ญ เพ็งกุล) ชื่อหลังนี้ใครเรียนละครไทยมาคงจะต้องคุ้นอยู่บ้าง เพราะท่านเป็นหนึ่งในคนทำละครที่เก่งและดังมาก ๆ เมื่อครั้งปลายรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ ธิดา ของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงนั้น ได้ถูกถวายตัวเพื่อรับใช้ฝ่ายใน นามเจ้าจอมมารดามรกฎ ในรัชกาลที่ ๕ มีพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอ ๒ พระองค์ คือพระองค์เจ้าจุฑารัตนราชกุมารี และพระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์

สำหรับพระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์นั้นถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษ และเมื่อกลับมาเมืองไทยได้รับราชการ และได้รับโปรดเกล้าตั้งเป็นกรมหมื่นพิไชยมหินทโรดม ประจำ ณ กระทรวงเกษตราธิการ และคนหลายคนรู้จักดีว่าท่านเป็นคนแต่งเพลงลาวดวงเดือนอันลือลั่น

ในปี พ.ศ. ๒๔๔๖ พระองค์เจ้าชายเพ็ญพัฒนพงศ์เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษมาใหม่ ได้ทรงเสด็จขึ้นไปเที่ยวนครเชียงใหม่ อันเป็นนครแห่งศูนย์กลางวัฒนธรรมล้านนาสมัยนั้น สมัยนั้นพระยานริศราชกิจเป็นข้าหลวงใหญ่อยู่ประจำมลฑลพายัพ ได้จัดการรับเสด็จต้อนรับพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าชายเพ็ญ พัฒนพงค์ อย่างสมพระเกียรติ โดยเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยะวงศ์ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้จัดการรับเสด็จอย่างประเพณีชาวเหนือโดยแท้ โดยให้ประทับในคุ้มหลวงและเสวยพระกระยาหารแบบขันโตก มีการแสดงละครและดนตรีในคุ้มนี้ด้วย

ในงานต้อนรับเสด็จครั้งนี้ เจ้าอินทวโรรสแลเเจ้าแม่ทิพยเนตรได้ชวนเชิญเจ้าพี่เจ้าน้อง และพระญาติวงศ์มาร่วมรับเสด็จโดยพร้อมเพียงกัน ในบรรดาพระญาติวงศ์เจ้านายเชียงใหม่ ปรากฎว่ามีเจ้าราชสัมพันธวงศ์และเจ้าหญิงคำย่น พร้อมด้วยธิดาองค์โต นามว่า เจ้าหญิง ชมชื่น อายุเพิ่งย่างเข้า ๑๖ ปี มาร่วมในงานนี้ด้วย เล่ากันว่าเจ้าหญิงชมชื่นมีผิวพรรณผุดผ่องเป็นนวลใย ใบหน้าอิ่มเอิบเปล่งปลั่งดุจพระจันทร์วันเพ็ญ มีเลือดฝาดขึ้นบนใบหน้า จนแก้มเป็นสีชมพู เพราะผิวขาวประดุจงาช้างอยู่แล้ว อีกทั้งเจ้าหญิงชมชื่น เป็นกุลสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวานน่ารัก เจรจาด้วยกระแสเสียงอันไพเราะ ด้วยความงามอันน่าพิศวงประกอบกับความน่ารักนุ่มนวลละมุนละไมจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่ว

พระองค์เจ้าเพ็ญพัฒนพงศ์ เจ้าชายหนุ่ม อายุ ๒๑ ปี บังเกิดความสนพระทัยในดรุณีแน่งน้อย อายุ ๑๖ ปีนี้มาก กล่าวกันว่า พระองค์เมื่อได้เห็นเจ้าหญิงชมชื่นก็ถึงกับทรงตะลึง ในความงามอันน่าพิศวงจนเกิดความพิสมัยขึ้นในพระทัยเหมือนกับชายหนุ่มพบคนรักครั้งแรก!

ในวันต่อมาพระยานิรศราชกิจ ข้าหลวงมลฑลพายัพ เป็นผู้นำพระองค์ไปเยี่ยมเจ้าราชสัมพันธวงศ์ถึงคุ้มหน้าวัดบ้านปิง เจ้าหญิงชมชื่นได้มีโอกาสต้อนรับพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเรียนนอกผู้สำเร็จการศึกษาจากอังกฤษพระองค์นี้หลายครั้งหลายหน


เจ้าชมชื่น ณ เชียงใหม่

นานวันเข้าพระองค์เจ้าชายเพ็ญก็ยิ่งเกิดความปฏิพัทธ์หลงใหลในเจ้าหญิงชมชื่นเป็นยิ่งนัก พระองค์จึงโปรดให้ข้าหลวงใหญ่มณฑลพายัพเป็นเถ้าแก่เจรจาสู่ขอเจ้าหญิงชมชื่น ให้เป็นหม่อมของพระองค์ แต่การเจรจาสู่ขอกลับได้รับการทัดทานจากเจ้าราชสัมพันธวงศ์ โดยขอผลัดผ่อนให้ เจ้าหญิงชมชื่นอายุครบ ๑๘ ปี เสียก่อน และตามขนบธรรมเนีมประเพณีของราชสกุลนั้น พระเจ้าลูกเธอพระองค์ใดจะทำการอภิเษกสมรส จะต้องได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระมหากษัตริย์เสียก่อน เพื่อได้รับเป็นสะใภ้หลวงได้รับยศและตำแหน่งตามฐานะ หากถวายเจ้าหญิงชมชื่นให้ในตอนนี้ เจ้าหญิงก็จะตกอยู่ในฐานะภรรยาน้อยหรือนางบำเรอเท่านั้น เหตุที่ทัดทานครั้งนี้ อีกประการหนึ่ง เกิดจากเรื่องความรักระหว่างพระองค์เจ้าโสณบัณฑิต ทางเจ้านายในราชวงศ์จักรีนี้ เคยเกิดขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๓๓ มาแล้ว คือ พระองค์เจ้าโสณบัณฑิต พระราชโอรสในสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ พระน้องยาเธอใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ ๕ ได้เสด็จมาปราบปรามพวกยางแดง แถวแม่น้ำสาละวิน (คง) และ ได้พบรักกับ เจ้าหญิงข่ายแก้ว ธิดาเจ้าทักษิณนิเกตน์ (มหายศ) และทรงสู่ขอจากเจ้าทักษิณนิเกตน์ (มหายศ) แต่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตในการเสกสมรส และไม่มีพระโอรสและพระธิดาด้วยกัน ครั้นพระองค์เจ้าโสณบัณฑิตเสด็จกลับกรุงเทพก็ไม่ได้เอาลงมาด้วยเพราะมีหม่อมเอมอยู่แล้ว ทำให้เจ้าหญิงข่ายแก้ว กลายเป็น "แม่ร้าง" ที่ จะไปร้องเรียนกับใครก็ไม่ได้ เจ้าราชสัมพันธ์วงศ์ (ธรรมลังกา) จึงไม่ปรารถนาให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยจึงได้ทัดทานไว้ และพระองค์จึงเสด็จกลับกรุงเทพเพื่อปรึกษาญาติผู้ใหญ่ซึ่งก็ได้รับการทัดทานอย่างหนักหน่วง เมื่อไม่สมหวังก็ทรงหันเข้าหาความเยือกเย็นแห่งดนตรีไทยดับความรุ่มร้อนในหัวอก และก็ทรงนิพนธ์เพลงนี้จากบทร้องจากวรรณคดีเรื่อง "พระลอ" ขึ้นมาทำให้เกิดตำนานรักเพลง "ลาวดวงเดือน"

เถ้าแก่ข้าหลวงใหญ่ยอมจำนนต่อเหตุผลของเจ้าสัมพันธวงศ์ นำความผิดหวังกลับมาทูลให้พระองค์ชายทราบ พระองค์ชายก็ได้รับความผิดหวังครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เพราะเมื่อจะมีรักครั้งแรกทั้งทีก็มีกรรมบันดาลขัดขวางไม่ให้รักสมหวังไม่ได้เชยชมสมใจ ความทุกข์โศกใดจะเทียมเทียบเปรียบปาน เมื่อผิดหวังก็ต้องเสด็จกลับกรุงเทพฯด้วยความร้าวรานพระทัย คงปล่อยให้เชียงใหม่เป็นนครแห่งความรักและความหลังของพระองค์

ครั้นถึงกรุงเทพฯ เรื่องการสู่ขอเจ้าหญิงเมืองเหนือได้แพร่สะพัดไปในหมู่พระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารผู้ใกล้ชิด เจ้านายชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์ทรงทัดทานอย่างหนักหน่วง โดยอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา เป็นอันว่าความรักของพระองค์ประสบความผิดหวังอย่างสิ้นเชิงทุกประการ

แต่ว่ากันว่ารักของท่านนั้นแม้ในความจริงจะมีกำแพง แต่ใน "โลกของความคะนึงหา" นั้น ท่านยังไม่เคยลืมใบหน้าและความสุขเมื่อครั้งอยู่เมืองเหนือเลย ผลก็คือ ท่านต้องระบายออกมาเป็นการเขียนเป็นเนื้อและทำนองเพลง ลาวดำเนินเกวียน เพื่อเป็นเครื่องคลายเศร้าและย้ำแน่นถึงความรักที่ท่านมีต่อเจ้าหญิงชมชื่น

พระองค์ท่านแต่งเพลงนี้ขณะอยู่บนเกวียนระหว่างเดินทางไปตรวจราชการที่ภาคอิสาน แถวๆ จังหวัดสุรินทร์ ถึงใช้ชื่อว่า "ลาวดำเนินเกวียน " มา ก่อน แต่บังเอิญเพลงนี้ไพเราะมาก แล้วก็เริ่มต้นเนื้อร้องด้วยประโยคว่า โอ้ละหนอ ดวงเดือนเอย ...แถมยังมีคำว่าดวงเดือนอีกหลายต่อหลายท่อน คนก็เลยเอาคำว่าดวงเดือนมาเรียกเป็นชื่อเพลงเสียเลย แต่ก็ต้องเข้าใจว่า ลาวดำเนินเกวียน กับ ลาวดวงเดือนนั้นเป็นเพลงเดียวกัน อีกอย่างก็คือ เมื่อพูดถึงลาวในเพลงนี้ขอให้นึกว่าเป็นคนเหนือ มิใช่คนอิสานนะ แม้ท่านจะเขียนเพลงนี้แถว ๆ สุรินทร์ก็ตามที....

แต่เรื่องโรแมนติกกว่านั้นเกิดหลังจากเพลง ๆ นี้ดังไปแล้ว เพราะเมื่อพระองค์ชายท่านทรงเสกสมรสแล้ว ทางฝ่ายเจ้าหญิงชมชื่นก็ถูกจับให้แต่งงานกับเจ้าเหนือพระองค์หนึ่งที่ลำพูน เหมือนกัน เรื่องนี้ออกจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวดของพระองค์ท่านทั้งสอง เพราะอายุน้อยมากทั้งคู่ แต่กลับถูกม่านประเพณีเล่นงาน ว่ากันว่าท่านชายหาทางมุงานเพื่อให้ลืมเรื่องในใจนี้ไป การมุงานจนเกินกำลังกายนี้เองทำให้พระองค์ชายเจ็บป่วยบ่อยๆ

เมื่อใดที่ทรงระลึกถึงเจ้าหญิงชมชื่น ก็จะทรงดนตรีเพลงลาวดำเนินเกวียน (ลาวดวงเดือน) เพลงนี้ หรือให้มหาดเล็กเล่นให้ฟัง มาตลอดพระชนม์ชีพ จนกระทั่งวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๓ พระองค์ก็จากโลกนี้ไปโดยมีพระชันษาเพียงแค่ ๒๘ ปีเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากๆ

และเมื่อข่าวการสิ้นชีพของท่านชายไปถึงภาคเหนือก็ทำเอาเจ้าหญิงชมชื่นเกิดอาการ ซึมเศร้าทันที ท่านตรอมใจ เนื่องจากทรงมีอารมณ์อ่อนไหวละเอียดอ่อนมาก เช่นเดียวกัน ว่ากันว่าความรักในใจของเจ้าหญิงก็ไม่เคยจางในหัวใจของท่าน หนึ่งปีให้หลังเจ้าหญิงชมชื่น ก็สิ้นชีพลงเช่นกันโดยมี ชันษา ๒๓ ปีเพียงเท่านั้น....

เพลง ลาวดวงเดือน เป็นเพลงอันประดุจอนุสรณ์แห่งความรักอมตะระหว่าง... พระองค์เจ้าชายเพ็ญฯกับเจ้าหญิงชมชื่นผู้เลอโฉม และจะเป็นเพลงรักหวานซาบซึ้งตรึงใจ อยู่ในห้วงหัวใจคนไทยทั้งชาติต่อไปอีกนานเท่านาน..


ที่มา : https://m.facebook.com/profile.php?id=388723421244559










Create Date : 29 สิงหาคม 2557
Last Update : 30 มีนาคม 2558 14:48:54 น. 0 comments
Counter : 246 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.