4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
ย้อนตำนาน : เวิ้งนาครเขษม



นาครเขษม หมายถึง นครแห่งความเบิกบานขนาดใหญ่ "ในวันที่รถไฟใต้ดินกำลังแล่นเข้ามารุกคืบเวิ้งนาครเขษม และที่ดินถูกเปลี่ยนมือไปเวิ้งจะคงอยู่ต่อไปหรือจะกลายเป็นอย่างอื่นมาแทนที่ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไปตามเวลา แต่เพียงแค่จะถูกใจคนส่วนมากหรือไม่ หลายครั้งที่ความทรงจำงดงามกว่าปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่า...อนาคตเราสร้างด้วยปัจจุบันที่เป็นอยู่ ฉะนั้น ณ เวลานี้คือการกำหนดว่าจะให้อดีตสวยงามหรือเจ็บปวดอยู่ ขึ้นอยู่กับผู้กุมหััวใจนาครเขษม....ในความทรงจำสีชมพูกับขนมเบื้องชิ้นแรกที่ถูกป้อนเข้าปากด้วยมือของคนที่จากไปคงเหลือไว้เพียงเวิ้งนาครเขษม....นครแห่งความเบิกบานอันกว้างใหญ่"


ในอดีตตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้ย้ายเมืองหลวงจากพระราชวังเดิมฝั่งธนบุรีมาฝั่งตะวันออก และสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นนั้น พระองค์ได้อพยพประชาราษฎร์จำนวนมากมาช่วยกันสร้างเมืองหลวงใหม่ด้วย โดยเฉพาะชาวจีน และชาวมอญซึ่งมีความสามารถในการสร้างอาคารและการปั้นดิน รวมถึงเครื่องปั้นดินเผา

ชาวมอญส่วนมากที่มีฝีไม้ลายมือในการปั้นเครื่องปั้นดินเผา โดยเฉพาะหม้อไห จะอาศัยอยู่รายรอบนอกคูเมืองที่ล้อมรอบบริเวณพระบรมมหาราชวังอยู่เรียกว่า คลองรอบกรุง ปัจจุบันเรารู้จักกันในนามของ บ้านหม้อ ส่วนชาวจีนที่ชอบการค้าพาณิช ทำมาค้าขายเก่ง เป็นชุมชนที่อยู่กันป็นกลุ่มที่หนาแน่น อีกทั้งขยายตัวเร็วมาก ได้รับพระราชทานพื้นที่อยู่รายรอบคูเมืองรอบนอก (ปัจจุบันเรียกชื่อคลองว่า คลองโอ่งอ่าง เพราะในอดีตเป็นคลองที่ใช้ขนส่งโอ่ง อ่าง ไห เครื่องปั้นดินเผาจากต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศจีน) อันเป็นพื้นที่วังเก่าสำหรับพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่ (อาทิ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนเรนทรพิทักษ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนเรนทรบริรักษ์, พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูบาลบริรักษ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นนรินทรเทพฯ) ที่ได้รับมอบหมายให้มารักษาพระนครด้านทิศตะวันออก ประทับดูแล

จวบจนปี พ.ศ. ๒๔๑๘ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้าง "วังบูรพาภิรมย์" ขึ้นเพื่อพระราชทานแก่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช พระเจ้าน้องยาเธอพระองค์สุดท้องในสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี และพระราชทานนามวังใหม่ว่า วังบูรพาภิรมย์ ซึ่งหมายถึง วังที่อยู่ทางทิศตะวันออก คือวังบูรพาในปัจจุบัน

บริเวณตรงข้ามวังบูรพาภิรมย์แห่งนี้ข้ามคลองโอ่งอ่างไป มีที่ดินผืนงามขนาดใหญ่อีกผืนหนึ่งอันเป็นที่ดินในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวล้นเกล้าล้นกระหม่อม รัชกาลที่ห้า ที่ได้มีพระราชประสงค์และพระมหากรุณาธิคุณเปี่ยมล้น พระราชทานให้แก่สมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรค์วรพินิต(ทูลกระหม่อม บริพัตร)เป็นทรัพย์สินมรดก เพื่อสำหรับใช้ให้บังเกิดคุณประโยชน์การทำมาหากินแก่ไพร่ฟ้าประชาชนของพระองค์สืบไป บริเวณนี้ มีบึงเก็บน้ำใสสะอาดขนาดกว้างใหญ่แห่งหนึ่ง เป็นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจสรวลสราญของพระบรมวงศ์และเหล่าข้าราชบริพาร ชาวจีนเรียกบึงขนาดใหญ่นี้ว่า วังน้ำทิพย์ สำเนียงจีนแต้จิ๋วว่า จุ้ยเจียเก็ง เมื่อมีชุมชนหนาแน่นจึงเป็นที่ที่ชาวจีนที่ชอบทำมาค้าขายอยู่แล้ว เข้ามาจับจองพื้นที่ขายของสารพัด (เหมือนแผงลอยในปัจจุบัน)

เมื่อชุมชนเจริญขึ้นรูปแบบแผงแบกับดินก็เปลี่ยนเป็นซุ้มสร้างด้วยสังกะสี มีการจับจองกันอย่างหนาแน่น ครั้นเมื่อมีการประกาศเลิกทาสขึ้น ระบบศักดินาก็ค่อยเสื่อมสลายลง พระบรมวงศ์และขุนนางเริ่มขยับขยายไปตามที่ต่างๆ บ้างก็เสด็จไปประทับในต่างประเทศเพราะอิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกกำลังเป็นที่นิยมในสมัยนั้นมาก ข้าราชบริวารบางส่วนได้อิสรภาพจึงเริ่มแสวงหาแนวทางชีวิตใหม่ออกมาทำมาหากิน บางส่วนได้รับ ประทาน เครื่องเรือน เครื่องมือเครื่องใช้ ต่างๆมากมาย เพื่อเป็นสมบัติติดตัวไปสร้างเนื้อตั้งตัว จึงนำสิ่งของต่างๆนั้นออกมาขาย บางส่วนก็ถูกลักลอบขโมยออกมาขายที่บริเวณวังน้ำทิพย์แห่งนี้ จึงทำให้สถานที่ วังน้ำทิพย์ แห่งนี้มีชื่ออีกชื่อหนึ่งว่า ตลาดโจร หรือในภาษาอังกฤษเรียกกันติดปากว่า Thief Market

จากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระนครสวรรควรพินิต (ทูลกระหม่อมบริพัตร) ที่ได้ทรงเห็นว่าผืนที่ดินบริเวณนี้มีความผูกพันกับประชาราษฎร์ชาวจีนจำนวนมาก จึงมีดำริให้ถมบึงเป็นที่เนิน เวิ้ง กว้างใหญ่ที่จะจัดเป็นพื้นที่ให้ประชาชนชาวจีนที่อาศัยจับจองอยู่เดิม ได้อาศัยเป็นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพสร้างฐานะตน สร้างความเจริญรุ่งเรืองและความมั่นคงให้กับครอบครัวสืบต่อจนลูกหลานในตระกูลหลายชั่วคน เป็นการสร้างรากฐานทางทรัพยากรอันมีค่าของแผ่นดินและมีความเจริญรุ่งเรืองตามความศิวิไลซ์อย่างตะวันตก จัดสร้างขึ้นเป็นสถานที่ทำการค้าเป็นอาคารสองชั้นรูปทรงแบบตะวันตก มีลายปูนปั้นตามวงกรอบประตูหน้าต่าง มีช่องระบายความร้อนและความชื้นที่แกะสลักด้วยไม้อย่างสวยงาม หลังคากระเบื้องว่าว รอบสถานที่มีซุ้มประตูไม้สักฉลุลวดลายสวยงามมาก (ปัจจุบันได้ถูกคนบางคนที่ไม่เห็นคุณค่าของศิลปที่ไม่อาจจะหาดูได้ที่ใดอีกแล้ว รื้อทิ้งแล้วสร้างแทนที่ด้วยซุ้มประตูเหล็กอัลลอยด์ เป็นงานอันอุดจาดต่อทัศนียภาพของเมืองอย่างยิ่ง) เป็นศิลปสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่กำลังนิยมมากในขณะนั้น

การขยายตัวของเวิ้งนาครเขษมในอดีตขยายตัวไปอย่างธรรมชาติจนมีการถมคูคลองบางส่วน (เป็นที่มาของคำว่าคลองถมด้วย) อีกทั้งเพราะด้วยที่ทรงเล็งเห็นว่าระบบศักดินาได้ถูกยกเลิกไปแล้วค่าใช้จ่ายในตระกูลก็มีมากขึ้น และเพื่อให้ผืนแผ่นดินของพระองค์ท่านสามารถเป็นมรดกตกทอดเพื่อสร้างผลประโยชน์เก็บเกี่ยวสำหรับทายาทในตระกูลรุ่นต่อๆไปอีกด้วย จึงเป็นที่มาของการสร้างย่านการค้า "เวิ้งนาครเขษม" อันมีความหมายถึง "นครแห่งความเบิกบานอันกว้างใหญ่" จากนั้นมาเป็นเวลานานถึงเกือบศตวรรษ (ส่วนพื้นที่ดินในวังบูรพาภิรมย์ หลังจากสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เสด็จทิวงคต ในปี พ.ศ. ๒๔๗๑ วังนี้ก็ซบเซาลง ทายาทของท่านจึงให้เช่าวังเป็นที่ตั้งโรงเรียนสตรีภานุทัต ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ ๒ และเมื่อหลังสงครามสงบลง ก็ใช้เป็นอาคารเรียนของโรงเรียนพณิชยการพระนคร เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๕ ทายาทราชสกุลภาณุพันธุ์ได้ขายวังบูรพา แล้ววังบูรพาก็ถูกรื้อออกเพื่อสร้างเป็นศูนย์การค้าและโรงภาพยนตร์สามแห่ง คือโรงภาพยนตร์คิงส์ โรงภาพยนตร์ควีนส์ และโรงภาพยนตร์แกรนด์ ในปีพ.ศ. ๒๔๙๗ )

เวิ้งนาครเขษมถูกจัดเป็นศูนย์การค้าที่มีรูปแบบเป็นห้องแถว แรกเริ่มเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว มีการปรับปรุงเป็นอาคารสองชั้นและสามชั้นตามลำดับ เปลี่ยนแปลงไปตามความเจริญทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี และเนื่องจากเดิมอาคารส่วนมากเป็นอาคารไม้ ครั้งหนึ่งเมื่อเกิดเพลิงไหม้ในเวิ้งนาครเขษม อาคารหลายส่วนถูกทำลายไปเกือบสิ้น จึงมีการสร้างอาคารทันสมัยขึ้นมาแทนที่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กผสมโครงสร้างไม้คานและตงแบบเดิมอยู่ด้วย อีกทั้งมีการสร้างตลาดขึ้นใหม่ เป็นตลาดสดซึ่งค้าขายสินค้าอาหารที่สดและมีคุณภาพมาก แม้คนที่อยู่ในบริเวณที่อื่นๆในช่วงเวลาเช้าและเวลาเย็น จะต้องมาจับจ่ายอาหารกับข้าวที่ตลาดแห่งนี้ไม่เว้น เพราะกล่าวขวัญกันว่าเป็นตลาดที่คัดเลือกเฉพาะของที่ดี สด มีคุณภาพที่สุดเท่านั้น จึงเป็นที่มาของแหล่งอาหารที่อร่อยมากมาย และตลาดนี้มีชื่อว่า ตลาดปีระกา เพราะสร้างเสร็จในปีระกานั่นเอง มีการสร้างโรงภาพยนต์ที่ทันสมัยที่สุดในขณะนั้น ชื่อโรงภาพยนต์ เวิ้งนาครเขษม เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทันสมัยสองชั้น มีโถงบันไดที่ดูสง่างามมาก เป็นศิลปะแบบอารต์เดโก (Art Deco) แบบขึ้นสองฝั่ง ต่อมาถูกเพลิงไหม้จนราบเรียบในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ และสร้างขึ้นใหม่เป็นอาคารสี่ชั้น ห้าชั้นด้วยโครงสร้างสมัยใหม่ เวิ้งนาครเขษมมีร้านจำหน่ายอาหารรสชาติเยี่ยมยอดหลายร้าน ที่มีชื่อเสียงมากคือร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัว ร้านผลไม้ดอง ร้านน้ำดื่มผสมโซดาด้วยเครื่องกดโบราณ ร้านน้ำผลไม้ น้ำแข็งใส ก๋วยเตี๋ยวราดหน้าลือชื่อ ขนาดเข้าคิวยืนคอยซื้อกันเป็นชั่วโมง มีทั้งช่วงเวลากลางวันและกลางคืนสลับกันหลากหลายชนิด ทำให้เวิ้งนาครเขษมเปรียบเสมือนเมืองที่ไม่มีเวลาหลับไหลในช่วงเวลากลางวัน


เวิ้งแห่งเสียงเพลง ขวัญใจคนบรรเลงดนตรี

ช่วงปี ๒๔๘๘ หลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ ๒ ลัทธิทางตะวันตกเข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น กระแสดนตรีต่างชาติก็เข้ามาด้วย คนไทยก็อยากได้มาเล่น ที่นี่ก็มีการนำเข้าเครื่องดนตรีมาขายเป็นแห่งแรก ทั้งที่แต่ก่อนไม่มีเลย รู้สึกเจ้าแรกที่นำมาก็ร้าน แต้เซ่งเฮง ย่งเสง จนทุกวันนี้มีร้านแตกแขนงออกมาในเวิ้งอย่างที่เห็นนอกจากนี้ก็มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และหนังสือเก่าหายากอีกด้วย

"ในวันที่รถไฟใต้ดินกำลังแล่นเข้ามารุกคืบเวิ้งนาครเขษม และที่ดินถูกเปลี่ยนมือไปเวิ้งจะคงอยู่ต่อไปหรือจะกลายเป็นอย่างอื่นมาแทนที่ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไปตามเวลา แต่เพียงแค่จะถูกใจคนส่วนมากหรือไม่ หลายครั้งที่ความทรงจำงดงามกว่าปัจจุบัน แต่อย่าลืมว่า...อนาคตเราสร้างด้วยปัจจุบันที่เป็นอยู่ ฉะนั้น ณ เวลานี้คือการกำหนดว่าจะให้อดีตสวยงามหรือเจ็บปวดอยู่ ขึ้นอยู่กับผู้กุมหััวใจนาครเขษม....

ในความทรงจำสีชมพู ขนมเบื้องชิ้นแรกที่ถูกป้อนเข้าปากด้วยมือของคนที่จากไปคงเหลือไว้เพียง....เวิ้งนาครเขษม"นครแห่งความเบิกบานอันกว้างใหญ่"


ที่มา : https://m.facebook.com/profile.php?id=388723421244559








Create Date : 26 สิงหาคม 2557
Last Update : 30 มีนาคม 2558 11:13:25 น. 0 comments
Counter : 170 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]










Google

ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter

ส่งอีเมล์

Facebook ของ Hathairat



New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.