4 | | | ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก ประวัติศาสตร์ทั่วมุมโลก | | |

Group Blog
 
All blogs
 
คุณหญิงสดับ ผู้มั่นคงในความรักจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต : จอมนางแห่งราชสำนักไทยคนที่ ๑๐ (คนสุดท้าย)

คุณหญิงสดับ หรือที่รู้จักในหมู่ชาววังคือ หม่อมราชวงศ์หญิงสดับ ลดาวัลย์ หญิงสาวราชนิกูลผู้นี้เข้าถวายตัวในตำแหน่งของเจ้าจอมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ในวันนั้นคุณหญิงสดับได้รับพระราชทาน กำไลมาศ จากพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นกำไลทองคำแท้จากบางสะพานหนักสี่บาท ทำเป็นรูปตะปูสองดอกไขว้กัน ในขณะนั้น คุณหญิงสดับมีอายุเพียง ๑๖ ปี ตลอดระยะเวลาในการเป็นข้าทูลละอองพระบาทนั้น คุณหญิงได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื้อสัตย์ จงรักภักดีหาที่สุดไม่ได้

ไม่นานนักพระเจ้าอยู่หัวก็โปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็นพระสนมเอก อันเป็นตำแหน่งที่เจ้าจอมมารดาหลาย ๆ ท่านที่รับราชการมาช้านานก็ยังไม่ได้เป็นพระสนมเอก แต่คุณหญิงสดับซึ่งเป็นเพียงเด็กสาววัยรุ่น และเพิ่งเข้ามารับราชการเป็นเจ้าจอมกลับได้รับพระราชทานตำแหน่งที่สูงถึงเพียงนี้ ยิ่งก่อให้เกิดความอิจฉาริษยาจากคนรอบข้าง ด้วยวัยเพียง ๑๗ ปี ท่านจึงได้เล่าถึงความรู้สึกครั้งนั้นว่า

"...เหลียวไปไหนพบแต่ศัตรู คุณจอมท่านนั้นส่อเสียดว่าอย่างนั้น คุณจอมท่านนี้ว่าอย่างนี้ ตรองดูทีข้าพเจ้าจะย่อยยับแค่ไหน" ด้วยความอายุยังน้อย ขาดความยั้งคิด ท่านจึงตัดสินใจทำลายชีวิตตนเองด้วยการกินน้ำยาล้างรูปแต่ก็รักษารอดมาได้ แม้ว่าท่านจะถูกกลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีไปต่าง ๆ นานา แต่ก็มิเคยที่จะปริปากเพ็ดทูลสิ่งใด ๆ ให้เป็นที่หนักพระทัยของพระเจ้าอยู่หัว จึงทำให้ไม่สามารถมีสิ่งใดมาทำลายความรักที่ท่านมีต่อรัชกาลที่ ๕ ได้ นับว่าท่านเป็นเจ้าจอมที่รัชกาลที่ ๕ โปรดมากในเวลานั้น คุณหญิงสดับรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เคยทูลขอพระราชทานทรัพสินมีค่าแต่อย่างใด ด้วยอุปนิสัยค่อนข้างจะเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ไม่น้อยจึงเป็นที่สนิทเสน่หามากขึ้นไปอีกถึงกับพระราชทานสิ่งของมีค่าให้อยู่เนือง ๆ

เมื่อรัชกาลที่ ๕ สวรรคต ในขณะนั้นคุณหญิงสดับมีอายุแค่เพียง ๒๐ ปี ท่านจึงตัดสินใจสละสมบัติของมีค่าทุกอย่างที่เคยได้รับพระราชทานให้แก่สมเด็จพระพันปีหลวง เพื่อไม่ให้เกิดการครหาว่าท่านจะนำสมบัติไปปรนเปรอชายอื่น เนื่องจากในเวลานั้นตัวคุณหญิงสดับเองก็เปรียบเหมือนแม่ม่ายสาวสวยทรงเครื่องสมบัติชุดใหญ่แน่นอนว่าต้องเป็นที่สนใจของเหล่าภมรที่ต้องการจะดอมดม ไม่นานนักคุณหญิงสดับจึงตัดสินใจหลบหลีกความวุ่นวายในราชสำนักหาความสงบให้แก่จิตใจโดยการบวชชีจำวัดอยู่ที่วัดเขาบางทรายจังหวัดชลบุรีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัวชายผู้เป็นที่รัก โดยมีกำไลมาศเพียงอย่างเดียวที่เหลือติดตัวของท่านไป ท่านได้ปฏิญาณตนอย่างแน่วแน่ว่าจะครองตนเป็นหม้ายโสดเพื่อรักษาเกียรติยศแห่งการเป็นพระสนมในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ตลอดชีวิต

ต่อมาเมื่อท่านชรามากแล้วพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ จึงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ท่านเจ้าจอมสดับเข้าไปอยู่ในส่วนของเขตพระราชฐานชั้นในในพระบรมมหาราชวัง จนเช้าตรู่วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๒๖ ลูกหลานในราชสกุลลดาวัลย์ต้องเสียใจต่อการจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ เจ้าจอมสดับด้วยโรคชรา ในวัย ๙๓ ปี ณ โรงพยาบาลศิริราช ม.ล.พูนแสง ลดาวัลย์ หลานสาวที่เจ้าจอมสดับให้การดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ในวัยเยาว์ เล่าว่าเจ้าจอมสดับสวมกำไลมาศติดมือจนสิ้นลมหายใจ ตนเป็นคนถอดกำไลมาศข้อมือนั้นด้วยตัวเอง โดยเล่าถึงสภาพของกำไลมาศว่า “ถึงแม้ว่าคำกลอนที่จารึกไว้ในกำไลมาศจะลบเลือนไปตามกาลเวลา เพราะท่านสวมมาถึง ๗๖ ปี แต่พระปรมาภิไธย จุฬาลงกรณ์ ป.ร. ที่จารึกไว้ด้านในท้องกำไลยังคงเป็นรอยจารึกที่แจ่มชัดดังเดิมจนน่าประหลาดใจมาก”

จากนั้นตนจึงนำกำไลมาศถวายแด่พระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำของเหล่านั้นไปไว้ที่พระที่นั่งวิมานเมฆตรงห้องพระบรรทมรัชกาลที่ ๕ คุณหญิงสดับจึงเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ ๕ คนสุดท้ายที่มีชีวิตยาวนานมาถึง ๕ แผ่นดิน และตลอดชีวิตของท่านได้แสดงถึงความซื่อสัตย์ จงรักภักดี ในฐานะภรรยาที่มีต่อสามี ในฐานะข้าในรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๙ รวมถึงในฐานะข้าของแผ่นดิน นับเป็นความรักในราชสำนักที่ถูกจารึกลงในหน้าประวัติศาสตร์ไทย






จากภาพด้านซ้าย คุณหญิงสดับในวัยสาวแรกเข้าถวายตัวเป็นเจ้าจอม
จากภาพด้านขวาบน เจ้าจอมสดับในวัยชราเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัวเมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดราชโอรสาราม เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖

จากภาพด้านขวากลาง สมเด็จพระเทพฯ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ณ ศาลาบัณณรศภาค วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

จากภาพด้านขวาล่าง กำไลมาศ มีบทกลอนพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๕ สลักไว้บริเวณด้านบนของกำไลว่า

"กำไลมาศชาตินพคุณแท้ ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นยั่งยืนสี
เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที จะร้ายดีขอให้เห็นเช่นเสี่ยงทาย
ตาปูทองสองดอกตอกสลัก ตรึงความรักรัดไว้อย่าให้หาย
แม้รักร่วมสวมใส่ไว้ติดกาย เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย"

หมายเหตุ
คำว่า "คุณหญิงสดับ" ในที่นี้คือชื่อเรียกแบบลำลองของหม่อมราชวงศ์หญิง เมื่อเอ่ยถึงเจ้าจอมสดับนั้น เพราะแต่เดิมท่านเป็นหม่อมราชวงศ์สดับ เมื่อเริ่มโตเป็นสาวจึงเข้าไปเป็นข้าหลวงในพระวิมาดาเธอฯ ชาววังสมัยนั้นมักจะเอ่ยถึงท่านว่า คุณสดับ หรือคุณหญิงสดับ เมื่อถวายตัวเป็นข้าบาทบริจาริกาจึงมีชื่อเต็มว่า เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ ๕ เหตุผลที่ใช้คุณหญิงนั้น เพื่อให้ทราบว่าคำว่าคุณหญิงไม่ได้ใช้แต่เฉพาะสตรีผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชตระกูลจุลจอมเกล้าเท่านั้น แต่ยังเป็นชื่อเรียกแบบลำลองสำหรับหม่อมราชวงศ์หญิงอีกด้วย



ที่มา : คลังประวัติศาสตร์ไทย









Create Date : 25 สิงหาคม 2557
Last Update : 23 เมษายน 2558 10:45:24 น. 0 comments
Counter : 262 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

hathairat2011
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]




ขอบคุณที่แวะมา
อย่าลืมคอมเม้นท์นะจ้ะ

Flag Counter
Google ส่งอีเมล์
คลิกที่ตรงนี้ Facebook ของ Hathairat

New Comments
Friends' blogs
[Add hathairat2011's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.